มหาลัยSB
ห้องปกครอง
แก้มใส.....
"หนูแก้มใสเดือนนี้มีเรื่องทะเลาะวิวาทสามครั้งแล้วนะครับท่าน"เสียงผู้บริหารมหาลัยชื่อดังเอ่ยรายงานคุณพ่อถึงพฤติกรรมของฉัน ฉันก็นั่งกอดอกมองหน้าผู้บริหารมหาลัยอย่างเบื่อหน่าย พ่อของฉันท่านเป็นนายกรัฐมนตรีทุกคนให้ความเคารพนับถือท่านและท่านมักจะบอกให้ฉันทำตัวให้ดีๆไว้หน้าท่านบ้าง แล้วทำไงได้อ่ะอีเชอร์มันกวนส้นเท้าของฉันอ่ะ ฉันเลยจับตบไปสองรอบล่ะ แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่เข็ด สงสัยรอบหน้าฉันคงต้องประทับส้นสูงลงไปบนซิลิโคนให้จมูกของมันเละเทะไปเลยเห้ย!ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด
"ครับ คุณช่วยปิดข่าวเรื่องนี้ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะอบรมลูกสาวของผมเอง"คุณพ่อของฉันเอ่ยบอกผู้บริหารไปและท่านก็หันมามองหน้าฉันที่กำลังนั่งเบะปากมองบนกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย
"ได้ครับท่าน"ผู้บริหารเอ่ยบอกคุณพ่อของฉันและคุณพ่อของฉันก็ลุกขึ้นยืน ฉันจึงต้องลุกขึ้นยืนตามคุณพ่อ
"ผมมีประชุมผมขอตัวก่อน สวัสดีครับ"คุณพ่อของฉันเอ่ยลาและยกมือไหว้ผู้บริหารที่ค่อนข้างมีอายุแล้ว
"สวัสดีค่ะ"ฉันเองก็ต้องยกมือไหว้สวัสดีผู้บริหารแบบขอไปทีแบบไม่เต็มใจอ่ะ เขาขี้ฟ้องฉันไม่ชอบ
"สวัสดีครับท่าน หนูแก้มใส"ผู้บริหารยกมือไหว้คุณพ่อของฉันและยกมือรับไหว้ฉัน แล้วคุณพ่อของฉันก็เดินออกมาจากห้องเย็น หึ!ฉันเป็นคนตั้งให้เองแหละ
"ปิดเทอมนี้ หนูไม่ต้องไปเที่ยวแล้วแก้มใส พ่อจะส่งหนูไปอยู่บ้านคุณย่า!!"คุณพ่อเอ่ยบอกฉันในขณะที่เราเดินออกมาจากห้องปกครองและกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่รถยนต์สุดหรูที่มีคนขับรถรอเปิดประตูรถให้ฉันกับคุณพ่อขึ้นรถอยู่ ฉันหยุดเดินและหันกลับไปมองหน้าคุณพ่อของฉันทันทีด้วยสายตาเบิกโพรงตกใจกับคำพูดของท่าน ร้อยวันพันปีไม่เคยให้ฉันไปอยู่บ้านคุณย่าในช่วงปิดเทอม ไหง้คราวนี้ถึงจะส่งฉันไปอยู่บ้านคุณย่ากันล่ะ?
"ไม่นะคะ แก้มใสไม่ไปอยู่บ้านคุณย่าเด็ดขาด!"ฉันเอ่ยบอกคุณพ่อไปด้วยนำ้เสียงเสียงดังและจริงจัง จนคุณพ่อหันขวับกลับมามองหน้าฉันทันที
"ก็เพราะหนูนิสัยแบบนี้ไง พ่อถึงต้องส่งหนูไปให้คุณย่าอบรม กลับบ้านไปเก็บของเลยเดี๋ยวพ่อจะไปส่ง! "คุณพ่อเอ่ยบอกฉันกลับด้วยนำ้เสียงดุๆและกรุ่นโกรธ คุณพ่อโกรธฉันจริงๆด้วยแหละ
"คุณพ่อ!!"ฉันเรียกคุณพ่อขึ้นอย่างขัดใจและเดินหลีกท่านไปที่รถยนต์คันหรูของคุณพ่อของฉันด้วยอารมณ์หงุดหงิดทันที ฉันไม่อยากไปอยู่บ้านคุณย่า ถึงคุณย่าจะใจดีกับฉันแต่ท่านเจ้าระเบียบมากมากแบบเดิมกอไก่ไปอีกล้านๆตัวเลยอ่ะ ฉันต้องตื่นเช้ามาทำกับข้าวกับท่านและต้องรอใส่บาตรกับท่านทุกเช้า อีแก้มใสคนนี้จะบ้าตาย!!ปกติจะมามหาวิทยาลัยฉันยังไม่อยากจะมาเลย เดินบ่ายโมงนู่นแหละ!
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อแก้มใสค่ะ ตัวเล็กน่ารักคะ เป็นคนตรงๆอ่ะแรงๆไม่พอใจท้าตบได้นะ ฉันเป็นเจ้าแม่สายปาตี้ ฉันชอบปาตี้ชอบเที่ยว ชอบใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆของฉัน ฉันยังไม่มีแฟนโสดสนิทแถมซิงอีกตั้งหากนะจ๊ะ เพราะฉันมีคนที่ฉันรักมากอยู่แล้วไงล่ะ เขาคนนั้นก็คืออาธันน้องชายของคุณพ่อฉันเองแหละ แต่คุณพ่อของฉันท่านไม่ได้เป็นลูกของคุณย่าแท้ๆหรอกนะ คุณย่าของฉันขอรับคุณพ่อของฉันมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้าเพราะคุณย่ากับคุณปู่ของฉันไม่มีลูกสักทีท่านอยากจะมีลูกบ้าง แต่พอคุณย่าไปเอาคุณพ่อมาเลี้ยงและรับคุณพ่อของฉันเป็นลูกบุญธรรมเพียงไม่กี่ปีคุณย่าของฉันท่านก็ตั้งท้องขึ้นมาซึ่งลูกในท้องของคุณย่าก็คืออาธันวาสุดหล่อสุดน่ากินของฉันยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นฉันกับอาธันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดเลยสักกะนิดเดียว ก็ไม่ผิดที่ฉันจะรักอาธันแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชายคนหนึ่งได้ ไม่ใช่รักแบบอาหลาน!!แต่อาธันจะรักฉันแบบไหนฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะฉันไม่ได้เจอเขามาเป็นสิบปีแล้ว อยากไปเจออาธัน แต่ก็ไม่อยากตื่นเช้ารอใส่บาตรกับคุณย่า ไม่อยากตื่นมาทำอาหาร ไม่อยากแต่งตัวเรียบร้อยเฮ้อออออ!แค่คิดอีแก้มก็จะบ้าตาย! เราคงต้องห่างกันสักพักนะเสียงดนตรีที่เร้าใจ น้ำมึนเมาที่รสชาติโคตรขม ห้องนำ้สุดหรูในคลับที่ฉันมักจะไปนั่งปลดปล่อยของเสียออกทางปากอยู่เป็นประจำ!
จังหวัดเชียงใหม่
บ้านธนะปรีดากุล
19:00น.
"คุณแม่สวัสดีครับ"คุณพ่อที่เดินนำหน้าฉันอยู่เอ่ยสวัสดีคุณย่าของฉันที่ตอนนี้ท่านก็มีอายุปาเข้าไป70ปีต้นๆ แล้ว เพราะคุณพ่อของฉันท่านเองก็มีอายุ40ปีแล้วเหมือนกัน คุณแม่ของฉันท่านติดประชุมเลยมาส่งฉันไม่ได้ ฉันเลยมากับคุณพ่อและคนขับรถมาส่งฉันแทน ตอนนี้เราสองคนเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้ว เมื่อกี้ตอนฉันกำลังจะเดินเข้าบ้านหลังใหญ่มาฉันเห็นมีบ้านหลังเล็กตั้งอยู่ใกล้ๆบ้านหลังใหญ่ด้วย ว่าแต่บ้านใครกันนะ?
"ตาตุลา! แม่คิดถึงเรามาก^_^"คุณย่าที่นั่งอยู่บนโซฟาไม้โบราณเอ่ยขึ้นพร้อมกับอ้าแขนออกกว้างๆเพื่อรอรับร่างคุณพ่อของฉันที่ตอนนี้ท่านเข้าไปนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าคุณย่าพร้อมกับโผล่เข้ากอดร่างของคุณย่า ทั้งสองกอดกันแน่นด้วยความคิดถึง คุณพ่อของฉันท่านมีงานเยอะเลยไม่ค่อยได้มาหาคุณย่าสักเท่าไหร่ อาจจะไม่เคยมาเลยก็ได้เพราะฉันเองก็ไม่ได้มาที่นี้เป็นสิบปีเหมือนกัน
"แก้มใสของย่า^_^"คุณย่าเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อท่านเหลือบตามองมาที่ฉัน ฉันเองก็นั่งคุกเข่านั่งท่าเทพธิดาอย่างเรียบร้อยอยู่ข้างหลังของคุณพ่อ
"กราบสวัสดีค่ะ คุณย่า^_^"ฉันยกมือไหว้คุณย่าขึ้นอย่างเรียบร้อยและเอ่ยขึ้นด้วยนำ้เสียงไพเราะเพราะพริ้งเหมือนกุลสตรีไทยหญิงงาม
"สวัสดีจ๊ะ หลานรักมาหาย่าสิลูก โตเป็นสาวแล้วหน้าตาสะสวยสมเป็นกุลสตรีไทยจริงๆ^_^"คุณย่าเอ่ยชมฉันในขณะที่ท่านมองสำรวจการแต่งกายของฉันที่ตอนนี้ฉันสวมเสื้อสีขาวแขนตุ๊กตาน่ารักและผ้าซิ่นทอมือสีหวานสวย ฉันไปเอามาจากคุณแม่ของฉันเองแหละ เสื้อผ้าที่ฉันไปเอามาจากคุณแม่ก็เพราะท่านจะต้องใส่เวลามาหาคุณย่าทุกที เฮ้อแค่คิดว่าจะต้องใส่ผ้าถุงผ้าซิ่นผ้าฝ้ายแล้วก็เสื้อลูกไม้แบบนี้ทุกๆวันฉันก็เบื่อจะแย่อยู่แล้ว ฉันค่อยๆคลานเข่าอย่างช้าๆเข้าไปหาคุณย่าและพนมมือกราบลงไปบนตักท่านพร้อมกับส่งพวงมาลัยให้ท่านไปด้วยท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานที่ฉันเป็นคนสร้างมันขึ้นมา มันคือการสร้างภาพค่ะทุกคน!!
"น่ารักจริงๆหลานย่า"คุณย่ารับพวงมาลัยไปจากฉันและท่านก็จับมือของฉันที่กราบท่านอยู่ให้เงยขึ้นไปมองหน้าท่าน ท่านก็มองฉันอย่างเอ็นดูฉันก็ยิ้มน้อยๆโชว์ฟันขาวเรียงกันสวยงามไปให้ท่าน
"เอ่อ คุณแม่ครับ พอดีผมต้องรีบกลับกรุงเทพ ผมขอฝากแก้มใสไว้กับคุณแม่สัก3เดือนนะครับ รบกวนคุณแม่ช่วยอบรมดัดนิสัยของเธอให้ผมด้วยนะครับ"คุณพ่อของฉันเอ่ยบอกคุณย่าและท่านก็กราบเท้าคุณย่าคุณย่าก็ยื่นมือมาลูบศีรษะของคุณพ่อฉันอย่างเอ็นและรักใคร่เช่นกัน ว่าแต่คุณพ่อให้ฉันอยู่ที่นี้3เดือนเลยเหรอ อกอีแก้มจะไม่แตกก่อนเหรอคะคุณพ่อตุลา!!!
"จ๊ะ แม่จะดูแลและอบรมบ่มนิสัยแก้มใสให้เองจ๊ะ^_^"คุณย่าเอ่ยบอกคุณพ่อของฉัน และท่านก็เอามือมาลูบโครงแก้มของฉันไปด้วย ฉันก็อมยิ้มน้อยๆกลับไปให้ท่านและเอนหัวซบไปบนตักของคุณย่าอย่างออดอ้อน
"ขอบคุณมากครับคุณแม่ ผมขอลา สวัสดีครับ"คุณพ่อของฉันเอ่ยบอกคุณย่าพลางยกมือขึ้นไหว้ลาคุณย่าเพื่อจะกลับกรุงเทพ พรุ่งนี้คุณพ่อของฉันมีประชุมท่านไม่ค่อยว่างหรอก ท่านมักจะปล่อยให้ฉันเหงาอยู่บ้านคนเดียวทุกวัน
"หนูทานข้าวมารึยังจ๊ะ?"คุณย่าเอ่ยถามฉันขึ้นในขณะที่ท่านลูบมือไปตามแก้มขาวเนียนของฉันเพื่อสำรวจโครงหน้าที่สวยแบบไร้ที่ติของฉัน
"ทานมาแล้วค่ะคุณย่า^_^"ฉันเอ่ยคำโกหกตอบท่านไป ขืนบอกความจริงไปว่าฉันยังไม่ได้ทานข้าวมานะ มีหวังคุณย่าชวนฉันไปสอนทำกับข้าวแน่นอนค่ะ ฉันเคยเจอมาแล้วฉันขอบอก
"อ้าวหรือลูก ย่ามองหนูเหนื่อยๆหนูอยากพักผ่อนใช่ไหมจ๊ะ?"คุณย่าเอ่ยถามฉันอย่างใจดี ฉันก็พยักหน้าหงึกๆ ไปบนตักท่าน ฉันอยากจะถอดชุดบ้าๆๆพวกนี่ออกจะตายอยู่แล้วเนี่ย
"งั้นหนูไปนอนพักเถอะลูกเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยตื่นเช้ามาทำกับข้าวใส่บาตรถวายพระนะ^_^"คุณย่าเอ่ยบอกฉันด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งผิดกับฉันที่ต้องฝืนยิ้มให้คุณย่าไป อีแก้มใสขอลาตายแปปค่ะ
"ค่ะ คุณย่าว่าแต่ห้องหนูห้องไหนหรือคะ?"ฉันเอ่ยถามคุณย่าไปอย่างสงสัย แล้วคุณย่าก็มองหาอะไรสักอย่าง
"อ๋อ เฟื่องจ๊ะ เฟื่อง"คุณย่าตะโกนเรียกเเม่เฟื่อง แม่เฟื่องคือคนที่คอยรับใช้คุณย่าของฉันมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่คุณพ่อของฉันยังเด็กๆอยู่เลย
"ค่าคุณผู้หญิง"แม่เฟื่องรีบขานรับคุณย่าและวิ่งเข้ากระหืดกระหอบมาหาคุณย่าอย่างไว
"พาหนูแก้มใสไปห้องนอนของเธอหน่อยสิจ๊ะ^_^"คุณย่าเอ่ยบอกแม่เฟื่องไป ฉันก็หันไปมองแม่เฟื่องพลางยกมือไหว้สวัสดีเธอ
"คุณหนูแก้มใสจริงๆเหรอคะเนี่ย โตเป็นสาวแล้วแถมยังสวยและน่ารักมากๆเลยนะคะเนี่ย"แม่เฟื่องเอ่ยชมฉันพลางมองฉันด้วยสายตาชื่นชม
"ขอบคุณค่ะ"ฉันก็ยกมือรับไหว้พลางเอ่ยขอบคุณเเม่เฟื่องไปอย่างน้อมนอบ ฉันเคยมาที่นี้เมื่อครั้งสุดท้ายก็ตอนฉัน10ขวบ และฉันก็ไม่ได้มาที่นี่10กว่าปีแล้ว คิดถึงใครบางคน ป่านนี้อาธันของฉันจะมีแฟนรึยังนะ?
"ไปกันเถอะคุณหนูแก้ม^_^"แม่เฟื่องเอ่ยบอกฉันพลางยื่นมือมาให้ฉันจับมือเธอ
"หนูไปนอนก่อนนะคะคุณย่า ฟอดด ฟอดด^_^"ฉันเอ่ยบอกคุณย่าและลุกขึ้นไปหอมแก้มท่านทั้งสองข้างและหันกลับมาจับมือเเม่เฟื่อง เธอก็พาฉันเดินขึ้นบันไดขึ้นชั้นสองของบ้านคุณย่า
"ห้องนี้ค่ะ"แม่เฟื่องเอ่ยบอกฉัน ฉันก็พยักหน้ารับรู้และเธอก็เดินนำฉันเข้าห้องนอน ฉันก็เดินตามหลังเเม่เฟื่องไปพลางมองสำรวจรอบๆห้องของฉันไปด้วย
"แล้วอาธันไปไหนเหรอคะ?"ฉันเอ่ยถามเเม่เฟื่องไปอย่างใจที่ต้องการคำตอบของฉัน เพราะใจของฉันมันกำลังเรียกร้องอยากพบเจอกับเขาอีกครั้ง อาธันของฉัน
"คุณธันไปทำงานนะคะ ยังไม่กลับเลยสงสัยจะติดประชุมน่าเลิกคำ่ๆค่ะ"แม่เฟื่องเอ่ยบอกฉันในขณะที่เธอเปิดตู้เสื้อผ้าไม้ขนาดใหญ่สีขาวในห้องนอนที่คุณย่าจัดไว้ให้ฉัน
"อ๋อค่ะๆแล้วอาธันนอนห้องไหนหรือคะ?"ฉันก็เอ่ยถามแม่เฟื่องไปอีก เธอก็หันมามองฉัน ฉันจึงต้องอมยิ้มให้เธอไปอย่างไม่สื่อพิรุธ
"คุณธันเขาไม่ได้นอนที่เรือนหลังใหญ่นี้หรอกค่ะ เขานอนที่เรือนหลังเล็กนู่นนะคะ"แม่เฟื่องเอ่ยบอกฉัน ฉันก็รีบวิ่งไปชะโงกหน้าตรงหน้าต่างออกไปดูบ้านหลังเล็กที่เเม่เฟื่องบอกว่าเป็นบ้านของอาธันทันที บ้านก็ไม่ใช่หลังเล็กๆหรอกนะ ก็มองไม่ใหญ่โตอยู่เหมือนกัน แถมน่าอยู่มากอีกตั้งหาก^_^
"คุณหนูแก้มใสอยากได้อะไรเพิ่มอีกบอกเฟื่องได้เลยนะคะ^_^"แม่เฟื่องที่จัดเสื้อผ้าของฉันเข้าไปในตู้เสร็จเรียบร้อยแล้วก็หันกลับมาเอ่ยบอกฉัน
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ^_^"ฉันเอ่ยขอบคุณแม่เฟื่องไปแล้วเธอก็ลุกขึ้นยืนยิ้มให้ฉันและค่อยๆเดินออกไปจากห้องนอนของฉัน ทันทีที่แม่เฟื่องออกไปแล้ว ฉันก็รู้สึกถึงอิสระภาพของฉันอีกครั้ง
"โอ้ย!!!อึดอัดโว้ยยยยยย อีแก้มจะบ้าตายยยย"
"คุณพ่อนะคุณพ่อๆหึยๆๆ"
ตุ๊บๆๆๆๆ
ฉันแหกปากร้องขึ้นมาอย่างอึดอัดพลางถอดเสื้อแขนตุ๊กตาสีขาวของฉันออกไปจากตัวและโยนลงพื้นไปและตามด้วยการถอดผ้าซิ่นที่ยาวถึงข้อเท้าออกไปด้วยเหมือนกัน เพราะตอนนี้ฉันอดทนไม่ไหวแล้วยังไงล่ะ!!!
"ร้อนก็ร้อน ทำไมต้องใส่เนี่ยโอ้ยยยย อยากกลับบ้านนนนน"ฉันเอาหน้าซุกลงไปกับหมอนและแหกปากร้องโวยวายใส่หมอนสีขาวและเอามือทุบลงไปบนที่นอน ตอนนี้ร่างกายของฉันเหลือแต่เพียงจีสตริงสีขาวสุดเซ็กซี่กับบราปีกนกสีขาวแค่นั้นเอง
ตุ๊บๆๆๆ
"โอ้ยยยยยยเบื่อๆๆโว้ยยย!"ฉันพลิกตัวไปมาเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอนอย่างหงุดหงิด ฉันไม่อยากอยู่ที่นี้!!!!! แต่จะว่าไปที่นี้ก็ยังมีคนที่ฉันอยากอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ อาธันวาสุดหล่อของแก้มใส^_^ฉันจะเอาอาธันมาเป็นของฉันให้ได้ ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เขามาครอบครอง เพราะอาธันเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคที่สุด หล่อ ดูดี หน้าที่การงานก็เริ่ด ใครหน้าไหนก็ไม่สามารถที่จะมาเอาอาธันของฉันไปได้ ตราบใดที่อีแก้มใสคนนี้ยังอยู่บนโลกใบนี้ ชะนีหน้าวอกทั้งหลายก็ไม่มีสิทธิ์!!!!
บริษัทธนะปรีดากุล
ห้องประชุมใหญ่
20:00น.
ธันวา....
"ผมขอดูรายงานการเข้าใช้โรงแรมที่จังหวัดกระบี่ของเดือนที่แล้วด้วยครับ"ผมเอ่ยขอดูรายงานยอดเข้าพักที่โรงแรมสาขาจังหวัดกระบี่จากคุณพิพาก คุณพิพากเขาทำงานอยู่ฝ่ายการตลาดของโรงแรมในเครือของผมที่มีอยู่ทุกๆจังหวัดในประเทศไทย วันนี้ผมมีประชุมด่วนอย่างกะทันหันจนต้องเบี้ยวนัดกับดาหลาเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมค่อยไปง้อเธอก็ได้ ผมหวังว่าเธอคงยังไม่รีบกลับกรุงเทพก่อนหรอกนะ
"นี่ครับคุณธัน คุณธันสนใจจะไปเยี่ยมชมโรงแรมที่กระบี่ของเราไหมครับ?"คุณพิพากเอ่ยถามผมพลางยื่นแฟ้มเอกสารการเข้าพักที่โรงเเรมสาขาจังหวัดกระบี่มาให้ผมดู ที่จริงผมก็สนใจจะไปเที่ยวและดูงานที่นั้นเหมือนกันแต่ผมรอดาหลาให้เธอว่าง ผมจะได้ชวนเธอไปเที่ยวด้วยกันแต่เธอก็ไม่เคยว่างเลย พอเธอว่างผมก็กลับไม่ว่างซะงั้นก็เลยทำให้ผมกับเธอไม่เคยได้ไปเที่ยวด้วยกัน
"ผมสนใจอยู่ครับ ที่นั้นทำยอดดีทุกเดือนเลย"ผมเอ่ยขึ้นพลางเปิดแฟ้มเอกสารรายงายดูไปเรื่อยๆ
ติ๊ดๆๆๆๆ ติ๊ดๆๆๆ
"ผมขอโทษครับ"ผมเอ่ยขอโทษกรรมการทุกฝ่ายในที่ประชุมเพราะผมลืมปิดเสียงโทรศัพท์ ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นชื่อของดาหลาโชว์ขึ้นอยู่ เธอคงจะโทรมาหาผม ผมจึงเลือกที่จะต้องปิดเครื่องโทรศัพท์เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทในที่ประชุม กรรมการทุกฝ่ายก็พยักหน้าให้ผม ผมก็ปิดโทรศัพท์และประชุมการตลาดและเเรงดึงดูดใจให้โรงแรมในทุกๆสาขาและทุกๆจังหวัดของผมมียอดคนเข้าใช้ให้เยอะที่สุด
22:00น.
"วันนี้ประชุมเลิกซะดึกเลย ผมขอโทษคุณอาทุกๆ ท่านด้วยนะครับ"ผมลุกขึ้นยืนและยกมือไหว้คณะกรรมการทุกฝ่ายในที่ประชุมด้วยความเกรงใจ
"ไม่เป็นไรครับ คุณธันพวกผมยินดีเสมอ ขอตัวก่อนครับ"คุณพิพากเอ่ยขึ้นพร้อมคณะกรรมการคนอื่นๆก็พากันก้มหัวให้ผม ผมก็ก้มหัวให้พวกท่านกลับไปเหมือนกัน คนที่ทำงานที่นี้ส่วนมากก็อยู่กับบริษัทของผมมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของผมยั้นรุ่นผมนี่ล่ะครับ
"กลับบ้านเลยไหมครับคุณธัน?"เลขาส่วนตัวของผมเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ผมเก็บของเข้ากระเป๋าเพื่อจะกลับบ้าน
"ครับ ผมจะกลับบ้านเลย"ผมเอ่ยตอบเลขาของผมไปในขณะที่ผมเก็บของเเละเอกสารลงกระเป๋าเสร็จพอดี ผมก็ถือกระเป๋าเดินออกมาจากห้องประชุมมุ่งหน้ากลับบ้าน ป่านนี้คุณแม่ท่านคงจะนั่งรอผมอยู่แน่ๆเลย ท่านจะนั่งรอผมกลับบ้านทุกๆวันพอผมถึงบ้านท่านก็จะหมดห่วงและเข้านอนทันทีท่านจะทำแบบนี้ทุกๆวันซึ่งผมก็เกรงใจท่านและเป็นห่วงสุขภาพของท่านเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะทิ้งงานที่บริษัทลงได้
"สวัสดีครับคุณธัน"เลขาของผมเอ่ยสวัสดีพลางยกมือขึ้นไหว้ผม ผมก็ยกมือขึ้นรับไหว้ตอบและเดินขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของผมเพื่อจะกลับบ้านทันที
ปึก
ผมใช้เวลาในการขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผมก็มาถึงบ้านสวนหลังใหญ่ที่มีพื้นที่รอบๆตัวบ้านเกือบๆหนึ่งร้อยไร่ผมจอดรถในโรงจอดรถของบ้านและเดินถือกระเป๋ากับเสื้อสูทลงจากรถมุ่งหน้าตรงไปเรือนหลังใหญ่บ้านคุณแม่ของผมทันที
"คุณแม่ครับ ผมกลับมาแล้ว"ผมที่เดินเข้าในบ้านมาก็เห็นคุณแม่ของผมกับแม่เฟื่องกำลังนั่งดูโทรทัศน์กันอยู่ผมจึงเอ่ยบอกท่าน
"คุณธันกลับมาแล้วค่ะ คุณผู้หญิง^_^"แม่เฟื่องที่นั่งพับเพียบอยู่ข้างล่างโซฟาเอ่ยบอกคุณแม่ของผม ท่านก็หันมาส่งยิ้มให้ผม ผมก็วางกระเป๋ากับเสื้อสูทไว้บนโต๊ะและเข้าไปนั่งลงข้างๆท่าน พร้อมกับเอนตัวลงนอนเอาหัวหนุนตักท่าน ท่านก็เอามือของท่านมาลูบศีรษะของผมอย่างแผ่วเบา ผมก็เอื้อมมืออีกข้างไปจับมือของมา ผมมาจุมพิตลงไปบนมือเล็กที่เริ่มมีรอยเหี่ยวไปตามอายุที่เยอะขึ้นด้วยความรักพร้อมๆกับที่ผมค่อยๆปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้า
"ที่บริษัทมีปัญหาหรือลูก กลับดึกทุกวันเลย?"คุณแม่ของผมเอ่ยถามผมด้วยนำ้เสียงเป็นห่วง
"ป่าวหรอกครับคุณแม่ ผมก็แค่ประชุมกันเรื่องโรงแรมตามสาขาจังหวัดอื่นๆนะครับ"ผมเอ่ยบอกคุณแม่ของผมไปทั้งๆทีผมยังคงหลับตาอยู่
"ลาพักร้อนมั่งไหมลูก แม่อนุญาต"คุณแม่เอ่ยถามผมแต่มือของท่านยังคงลูบแก้มของผมอย่างแผ่วเบา ผมก็ส่ายหน้าไปมาว่าไม่ลา งานผมยุ่งมากเลยตอนนี้และผมคงจะทิ้งงานไปไม่ได้อยู่ดีครับ เพราะผมไม่อยากให้คุณแม่ของผมท่านเหนื่อย ท่านอายุมากแล้วควรได้พักผ่อนสักทีท่านเหนื่อยมามากแล้ว
"อืมจริงสิ ไปหาหลานหน่อยสิลูก"คุณแม่ของผมเอ่ยขึ้น ผมก็รีบลืมตามองหน้าท่านทันที หลานผมใครหว่า
"หึ ทำหน้างงหลานสาวคนเดียวของลูกไง หนูแก้มใส^_^"คุณแม่เอ่ยบอกผม ผมก็ถึงบางอ้อทันที แก้มใสลูกสาวคนเดียวของพี่ตุลาพี่ชายผมเอง ผมไม่ได้เจอแก้มใสมาเป็นสิบๆปีแล้ว เจอครั้งสุดท้ายตอนที่เธอแอบมาหอมแก้มผมตอนที่ผมเผลอหลับและตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นสิบปีแล้วที่ผมไม่ได้เจอเธอ เธอคงจะโตเป็นสาวแล้วแหละมั้งนะ
"ไปสิลูก ไปทักทายหลานหน่อย ถ้าไฟห้องหลานปิดแล้วก็ไม่ต้องเข้าไปแต่ถ้าไฟเปิดเราก็เข้าไปได้เลยลูก ประตูห้องสีขาวนะ"คุณแม่ของผมเอ่ยบอกผมพลางจับไหล่ของผมดันให้ผมลุกขึ้นนั่ง ผมจึงต้องจำใจลุกขึ้นจากตักของคุณแม่ และเดินไปขึ้นบันไดไปยังชั้นสองเพื่อจะไปทักทายหลานสาวคนเดียวของผม เพราะคุณแม่ของผมคงจะมีหลานหลายคนไม่ได้หรอกครับเพราะพี่ตุลามีลูกคนเดียวก็คือแก้มใสและลูกชายอีกคนของคุณแม่ก็คือผม ซึ่งผมเองยังไม่ได้แต่งงานและยังไม่มีลูกท่านเลยมีหลานสาวแค่คนเดียว
ก๊อก ก๊อก
เมื่อผมเดินมาหยุดอยู่ตรงประตูห้องนอนบานสีขาวก็ยื่นมือไปเคาะประตูเรียกคนในห้องทันที
"อืม คุณแม่เหรอคะ เข้ามาเลย"เสียงใสๆของผู้หญิงเอ่ยขึ้น ผมที่ได้ยินเจ้าของห้องอนุญาตแล้วก็หมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไปยังในห้องนอนสีหวานแหววเพราะคุณแม่ท่านคงจะตกแต่งห้องนี้ไว้ให้หลานสาวคนเดียวของเขาโดยเฉพาะเลยล่ะ ท่านน่ะเอ็นดูแก้มใสมากและรักเธอเหมือนหลานสาวแท้ๆของท่าน
"อื้อออ"ผมที่ได้ยินเสียงของผู้หญิงร้องขึ้นผมก็รีบเดินเข้าไปดูยังต้นตอของเสียงแล้วก็ต้องตกใจ ที่ภาพตรงหน้าของผมคือ มีร่างบางของผู้หญิงกำลังนอนคว่ำหน้าลงไปบนที่นอนสีขาวสะอาดและที่ทำให้ผมตกใจยิ่งกว่านั้นคือ เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยแม้สักกะชิ้นเดียว และรอบๆเตียงนอนข้างล่างพื้นก็มีเสื้อผ้าของผู้หญิงถูกถอนไว้อย่างระเกะระกะอยู่เกลื่อนพื้น
"แก้มใส!"ผมตะโกนเรียกชื่อของเจ้าของเรือนร่างเล็กที่มีบั้นท้ายงอนงามและขาวนวล
"เห้ย!"ผมร้องขึ้นพลางสะบัดหน้าหัวตัวเองอย่างแรงๆเพราะตกใจกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้
"ขา คุณแม่กลับมาแล้วหรือคะ"เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นพร้อมๆกับค่อยๆ พลิกตัวกลับมานอนหงายผมเบิกตาโตขึ้นอย่างตกใจที่ตอนนี้ ผมเห็นเรือนร่างเล็กที่มีขนาดหน้าอกไม่ได้เล็กตามตัวเเละเนินสามเหลี่ยมสีขาวอมชมพูอวบอิ่มซึ่งไร้ขนนุ่มปกคลุมของเธอมันช่างน่ารักอะไรเยี่ยงนี้ เนื้อตัวขาวๆของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ทำไมเธอถึงไม่เปิดแอร์นอนล่ะ?มาทนนอนร้อนแบบนี้ทำไมกัน
"แก้มใส!ใส่เสื้อผ้าครับ!!"ผมสะบัดศีรษะไปมาและพอตั้งสติได้ก็รีบเอ่ยขึ้นบอกร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง
"อื้ออ เห้ยเสียงผู้ชาย!"เสียงใสร้องขึ้นอย่างตกใจและรีบดีดตัวลุกขึ้นเอาผ้านวมปิดร่างตัวเองไว้อย่างไว
"อาธัน!"แก้มใสตะโกนเรียกชื่อของผมอย่างตกใจ ผมก็มองใบหน้าหวานที่มีดวงตาสวยสองคู่และปากเล็กๆ ของเธอประดับด้วยริมฝีปากสีชมพูจมูกโด่งและตอนนี้แก้มของเธอกำลังค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ
"ทำไมไม่เสื้อผ้าละครับ?"ผมเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัย เธอก็มองหน้าผมแล้วอมยิ้มขึ้นมา ไม่เจอเป็นสิบปีเจออีกทีเป็นสาวแล้วแถมน่ารักอีกด้วยนะครับแก้มใส
"แก้มใสร้อนนะคะ เลยถอดเสื้อผ้าออกแล้วเผลอหลับไป แก้มใสคิดถึงอาธันจังเลยค่ะ อาธันละคะคิดถึงแก้มใสบ้างไหม^_^"เธอเอ่ยถามผมพร้อมกับส่งยิ้มน่ารักๆมาให้
"ครับ อาก็คิดถึงเรา โตเป็นสาวแล้วแก้ผ้าเดินทั่วบ้านแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะครับ"ผมเอ่ยบอกเธอไปด้วยนำ้เสียงจริงจังเมื่อก่อนเธอชอบเดินแก้ผ้าทั่วบ้านแต่ตอนนี้คงจะไม่ได้แล้วแหละ เพราะหลานสาวของผมโตเป็นสาวแล้วหนิ เธอมองหน้าผมด้วยสายตาหวานเยิ้มทำไมเธอมองผมแบบนั้นละครับ
"อาไปก่อนนะ แค่แวะมาทักทายน่ะ"ผมเอ่ยบอกเธอไปและรีบหันหลังให้เธอพร้อมกับเดินออกมาจากห้องของเธออย่างไว
ตึกๆๆๆ
"อ้าว เจอหลานไหมลูก?"คุณแม่เอ่ยถามผมทันทีที่ผมเดินเข้าไปหาท่านพลางหยิบกระเป๋ากับเสื้อสูทที่ผมวางไว้บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้
"เจอแล้วครับคุณแม่ ผมขอตัวไปอาบนำ้นอนก่อนนะครับ"ผมเอ่ยบอกคุณแม่และก้มหัวให้ท่านอย่างเคารพและเดินออกมาจากเรือนหลังใหญ่มุ่งหน้าไปเรือนหลังเล็กของผมทันที เพราะในใจของผมตอนนี้มันกำลังร้อนรุ่มแปลกไงชอบกล