ปีขาลชายหนุ่มวัย 35 กำลังเซ็งสุดขีดเมื่อมารดาโทรมาบอกให้เขารออยู่ที่ห้องทั้งที่เย็นนี้เขานัดเพื่อนเอาไว้แล้วว่าจะไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อน
เขาหวังว่าธุระที่มารดาจะมาพูดกับเขาจะเสร็จก่อนที่จะถึงเวลาที่นัดไว้กับเพื่อน นานๆ ปีขาลกับเพื่อนถึงจะมีเวลาว่างตรงกันเขาก็เลยอยากจะสนุกอย่างเต็มที่
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าธุระที่มารดาพูดถึงนั้นมันจะสำคัญอะไรมากมายจนทำให้เธอต้องมาหาเขาถึงคอนโดก่อนถึงวันเสาร์ซึ่งเป็นวันที่จะกลับไปทานข้าวที่บ้านกับครอบครัวเป็นประจำ ดูท่าทางท่านจะใจร้อนเอามากๆ
ระหว่างรอให้มารดามาหาปีขาลก็เก็บนิตยสารที่กองอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมหน้าโซฟาแล้วจับมันยัดไว้ในชั้นวางหนังสืออย่างลวกๆ เพราะถ้ามารดามาเห็นก็คงจะบ่นเขาแน่ๆ ว่าทำห้องรก
ทั้งที่เขาเองก็มีแม่บ้านมาทำงานที่นี่วันเว้นวันอยู่แล้วแต่ไม่ว่าจะทำความสะอาดหรือเก็บกวาดยังไงห้องของเขามันก็กลับมารกเหมือนเดิมทุกที
เสียงออดที่หน้าประตูทำให้ปีขาลรีบลุกขึ้นไปเปิดอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีครับ แม่คิดถึงผมมากเลยต้องมาหาใช่ไหมครับ” ปีขาลกอดมารดาก่อนจะพาเธอมานั่งที่โซฟาและเปิดตู้เย็นหยิบน้ำทับทิมของโปรดมาให้
“น้ำทับทิมครับแม่”
“ขอบใจจ้ะ เสือยังรู้ใจแม่อยู่เหมือนเดิม”
“ก็ผมลูกแม่นี่ครับ ว่าแต่ทำไมให้ผมไปหาที่บ้านล่ะครับ มาถึงที่นี่ทำไมลำบากแย่เลย”
“แม่อยากมาดูด้วยว่าเสือแอบซุกใครไว้ที่นี่หรือเปล่า”
“โธ่..แม่ผมจะแอบซุกใครไว้ล่ะถ้าผมมีป่านนี้แม่บ้านก็คงรายงานแม่ไปแล้ว”
“แม่ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าใช่ไหม”
“มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนโสดครับแม่ ว่าแต่แม่บอกว่ามีธุระจะคุยกับผม มันด่วนมากเหรอครับถึงไม่รอให้ถึงเย็นวันเสาร์
“แม่มีเรื่องจะรบกวนเสือนิดหน่อย”
“ว่ามาเลยครับ”
“สัญญาก่อนว่าจะทำให้แม่”
“สัญญาสิผมรักแม่ขนาดนี้แม่ขออะไรผมก็ต้องยอมทั้งนั้นแหละ ปีขาลกอดมารดาอย่างประจบเขาก็แค่อยากรับปากไปก่อนส่วนจะทำตามหรือไม่ก็ต้องดูอีกที แต่ถ้าปฏิเสธมารดาก็คงจะอยู่คุยกับเขายาวแน่ๆ
“เสือจำน้าพัชรีเพื่อนแม่ได้ไหม” คุณนิตตราเริ่มเปิดประเด็น
“น้าพัชรีที่บ้านอยู่ทางเหนือใช่ไหมครับแม่” เขาพอจะนึกออกเพราะมารดาเคยพาไปเที่ยวที่นั่นอยู่หลายวันแต่มันก็ตั้งแต่สมัยที่เราเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง
“นั่นแหละจ้ะ”
“แม่มีอะไรหรือเปล่าหรือธุระที่แม่มาวันนี้เกี่ยวกับน้าพัชรีใช่ไหมครับ”
“จ้ะ น้าเขามีเรื่องรบกวนเสือนิดหน่อย”
“ว่ามาเลยครับแม่ ถึงผมกับน้าพัชรีจะไม่สนิทกันแต่ผมรู้ว่าแม่กับน้ายังติดต่ออยู่ แล้วน้าเขาก็ใจดีส่งส้มมาให้เรากินกันทุกปี”
“คือน้าเขาอยากฝากให้เสือช่วยดูแลลูกสาวเขาหน่อย”
“อะไรนะครับแม่”
“เบาๆ สิเสือพูดเสียงดังแบบนี้แม่ตกใจหมดนะ”
“แม่หมายความว่ายังไง แม่คงไม่คิดจะให้เธอมาอยู่กับผมที่นี่หรอกนะ ไม่เอานะแม่ผมไม่ชอบอยู่ร่วมกับคนอื่น” ปีขาลรีบปฏิเสธ
“แม่ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้เขามาอยู่กับเสือที่นี่ แม่อยากให้เสือช่วยดูแลระหว่างที่หนูเจ้าเอยมาทำงานช่วงแรกๆ”
“ค่อยโล่งใจไปหน่อยแล้ว จะให้ผมช่วยเหลือยังไงครับ”
“คือหนูเจ้าเอยเขาจะมาอยู่ห้องตรงข้ามกับลูก”
“แล้วยังไงต่อครับ”
“แม่ก็อยากจะฝากให้เสือช่วยดูแลเธอหน่อย เธอเพิ่งมาอยู่กรุงเทพคงไม่ค่อยรู้เรื่องถนนหนทางเท่าไหร่ ถ้าไม่ลำบากมากนักแม่ก็อยากให้เสือช่วยรับส่งช่วงเล็กแรก”
“ไม่รู้เรื่องถนนหนทางแล้วจะมาอยู่กรุงเทพทำไมให้ลำบาก”
“ก็เจ้าเอยเขาได้งานที่มหาวิทยาลัยใกล้ๆ กับบริษัทของเสือไง”
“เด็กคนนั้นเรียนจบแล้วเหรอครับ”
“ใช่จ้ะเธอเรียบจบบรรณารักษ์และได้มาทำงานในมหาวิทยาลัย”
“แล้วทำไมเขามาทำงานไกลจังเลยครับแม่”
“ก็มหาวิทยาลัยที่นี่มีห้องสมุดก็ค่อนข้างจะใหญ่น้องเขาก็เลยอยากได้ประสบการณ์น่ะ”
“ผมคงช่วยได้ไม่มากนะครับ ถ้าจะให้รับส่งทุกวันก็คงไม่ไหว”
“คงไม่อย่างนั้นหรอก เสือก็แค่คอยรับส่งช่วงแรกๆ จากนั้นก็ให้เจ้าเอยนั่งรถไปเองก็ได้”
“เขาขับรถไม่เป็นเหรอครับแม่”
“น้าพัชรีบอกว่าพอขับได้อยู่นะแต่น่าจะไม่ค่อยคุ้นเส้นทางเท่าไหร่ รอให้คุ้นเคยก่อนก็ค่อยว่ากันอีกทีว่าน้องจะเลิกนั่งรถไปเองหรือจะเลือกเอารถมาใช้ที่นี่”
“ผมหวังว่าเธอคงไม่สร้างปัญหาให้ผมนะครับ” ปีขาลจำได้ว่าเขาเคยเจอเด็กที่ชื่อเจ้าเอยนานมากแล้วเด็กคนนั้นเป็นคนที่ช่างพูดช่างคุยและช่างซักถามจนเขารู้สึกรำคาญ พยายามเดินหนีแต่ดูเหมือนยิ่งหนีเธอก็จะยิ่งตามเขาราวกับลูกเป็ดเดินตามแม่
“แค่นี้ใช่ไหมครับธุระที่แม่จะคุยกับผม”
“ใช่จ้ะ”
“แล้วลูกสาวของเพื่อนแม่เขาจะมาเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้เย็นแม่อยากให้เสือไปรับน้องที่สนามบินกับแม่”
“ผมนึกว่าน้าพัชรีจะมาส่ง”
“ช่วงนี้น้าพัชรีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่จ้ะ เสือก็ช่วยแม่ดูแลน้องหน่อยนะ แม่รับปากนะพัชรีไว้แล้วว่าจะช่วยดูแลลูกสาวเขาอย่างดี”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมจะแวะไปรับแม่ที่บ้านนะครับ ถ้าจะไปตอนไหนแม่โทรตามผมละกัน”
“ได้จ้ะ”
“แม่จะกลับเลยไหม”
“นี่แม่มายังไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ เสือจะไล่แม่กลับแล้วเหรอ มีนัดใช่ไหมล่ะ” เธอมองการแต่งตัวของลูกชายแล้วก็ถามอย่างรู้ทัน
“ผมมีนัดไปดื่มกับเพื่อนนิดหน่อยครับแม่ นานๆ จะว่างตรงกันก็เลยว่าจะเมาให้เต็มที่หน่อย”
“อยากไปไหนก็ไปแต่อย่าลืมว่าพรุ่งนี้เย็นเรามีนัดกันนะเสือ”
“ครับแม่”
“แม่แน่ใจนะครับว่าเจ้าเอยจะมาวันนี้จริงๆ ”
“แน่ใจสิเสื้อ”
“แล้วทำไมเธอยังไม่ออกมาสักทีล่ะครับ ผมว่ามันเลยเวลาแล้วนะ” ปีขาลเริ่มหงุดหงิดเพราะเขาไม่ชอบการรอคอย
“น้องเขาอาจจะเข้าห้องน้ำหรือติดขัดตรงไหนก็ได้เสือ ก็ใจเย็นๆ หน่อยสิวันนี้ไม่มีธุระไปไหนไม่ใช่เหรอ”
“ไม่มีธุระไปไหนหรอกครับแม่ แต่ผมคิดว่าบางทีเธออาจจะไม่มาเที่ยวบินเที่ยวนี้ก็ได้”
“มาเที่ยวนี้สิ ก่อนขึ้นเครื่องเจ้าเอยยังโทรหาแม่อยู่เลย นั่นไงเจ้าเอยมาแล้ว” คุณนิตตราโบกมือให้กับหญิงสาวที่กำลังเดินลากกระเป๋าออกมา
ปีขาลมองตามไปแล้วเขาก็นิ่งเพราะไม่คิดไม่คิดมาก่อนว่าเด็กน้อยที่เคยเดินตามเขาต้อยๆ เมื่อหลายปีก่อนตอนนี้เธอโตเป็นสาวสะพรั่งแบบนี้ หุ่นทรงนาฬิกาทราย ผิวเธอขาวดูมีออร่า ใบหน้าสวย ดวงตากลมโต
เมื่อเธอยิ้มก็เห็นลักยิ้มที่ข้างแก้มซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อนหรือเพราะตอนเด็กเธอจะอ้วนจนมองไม่ชัดหรือเพราะเขาไม่เคยสังเกตเองกันแน่ เธอในวันนี้แตกต่างจากเด็กน้อยราวกับไม่ใช่คนเดียวกัน
“สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะอาเสือ” หญิงสาวกล่าวทักทายทำให้ปีขาลยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน
“คุณป้าสบายดีไหมคะ”
“สบายดีจ้ะ แล้วแม่หนูเป็นยังไงบ้าง”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ยังเจ็บแผลผ่าตัดอยู่นิดหน่อยแม่กับพ่อฝากความคิดถึงมาด้วยนะคะ”
“ป้าก็คิดถึงเหมือนกันเอาไว้ป้าจะหาเวลาขึ้นเยี่ยมนะ นี่ก็เกือบปีแล้วที่ป้าไม่เจอแม่ของหนู”
“หนูจะบอกแม่นะคะแม่คงดีใจที่จะได้เจอป้า”
“จ้ะลูก”
“หนูไม่เจออาเสือตั้งนาน อาเสือหล่อขึ้นมากๆ เลยค่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มมาอย่างเป็นมิตร เธอเคยเจอปีขาลแล้วเมื่อหลายปีก่อนและจำได้ว่าตอนนั้นตัวเองติดเขามากแค่ไหนแต่ไม่คิดเลยว่าไม่เจอกันหลายปีอาเสือของเธอจะทั้งหล่อและหุ่นดีแบบนี้
“ครับ” ปีขาลไม่รู้จะตอบยังไงเพราะเขายังงงอยู่
“อาเสือทำไมมองแบบนั้น อย่าบอกนะว่าจำเจ้าเอยไม่ได้”
“จำได้ครับแต่อาคิดว่าหน้าตาเราเปลี่ยนไปมาก”
“เป็นไงคะหนูสวยขึ้นใช่ไหมล่ะ”
“ก็ประมาณนั้น” ปีขาลไม่อยากยอมรับหญิงสาวสวยขึ้นมากจริงๆ
“เป็นไงบ้างจ๊ะลูกเดินทางเหนื่อยไหม”
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ นั่งเครื่องแค่แป๊บเดียว”
“แล้วกระเป๋าเดินทางมีแค่สองใบเหรอลูกค่ะ”
“ค่ะป้า แม่บอกว่าอยากได้อะไรก็มาซื้อเพิ่ม แล้วที่คอนโดก็มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบ”
“ถ้าเจ้าเอยอยากซื้ออะไรก็ให้อาเสือพาไปซื้อนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณป้าขอบคุณค่ะอาเสือ แล้วเราจะกลับคอนโดกันเลยมั้ยคะ หนูอยากเห็นว่าคอนโดเป็นยังไงบ้างคุณแม่บอกว่าน่าอยู่มากๆ เลยค่ะ”
“ได้สิเดี๋ยวป้าจะไปช่วยหนูจัดของที่คอนโดเอง”
“คืนนี้คุณป้าค้างกับหนูมั้ยคะเราจะได้คุยกัน”
“หนูไม่อึดอัดหรือที่มีคนอื่นนอนด้วย”
“ไม่หรอกค่ะคุณป้าไม่ใช่คนอื่นนี่คะ”
รอยยิ้มของเธอทำให้คนแอบมองยิ้มตาม
“ตกลงเย็นนี้ป้าค้างกับหนูก็ได้”
ปีขาลมองมารดาของตนเองกับเด็กสาวที่ชื่อเจ้าเอยแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้ไม่รู้ว่าไปสนิทสนมกันตั้งแต่ตอนไหน
“แม่บอกว่าอาเสือก็พักคอนโดเดียวกับหนูใช่ไหมคะ” หญิงสาวชะโงกหน้ามาถามจากเบาะหลังและมันใกล้จนปีขาลได้กลิ่นหอมสดชื่นออกมาจากตัวหญิงสาว
“อือ”
“ครับดีเลยค่ะ เอาเสือไปส่งหนูที่ทำงานด้วยนะคะ หนูเป็นเด็กบ้านนอกกลัวขึ้นรถผิด”
ปีขาลพยักหน้าดูเหมือนเด็กคนนี้จะยังช่างพูดเหมือนเคยผิดไปจากเดิมก็แค่ใบหน้าที่สวยขึ้นกว่าเดิม แต่สวยไปก็เท่านั้นเพราะเขาไม่เคยคิดอะไรกับเด็กวัยนี้ เขาชอบผู้หญิงที่อายุใกล้เคียงกับเขาเป็นผู้ใหญ่พูดจารู้เรื่องเพราะตนเองเป็นคนขี้รำคาญเอามากๆ
เมื่อมาถึงคอนโดมิเนียมปีขาลก็ช่วยลากกระเป๋าไปส่งหญิงสาวที่ห้องซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับของเขา
“อย่าเพิ่งรีบออกไปไหนนะ เสือเดี๋ยวจัดของเสร็จแล้วตอนเย็นจะได้ออกไปกินข้าวด้วยกัน”
“ครับแม่” ปีขาลรับปากก่อนจะออกจากห้องของหญิงสาวและกลับมารอที่ห้องตัวเอง
“ป้าคะของอาเสืออยู่ตรงข้ามใช่ไหมคะ”
“ใช่จ้ะ เจ้าเอยถ้าหนูมีอะไรหนูก็ไปเคาะประตูเรียกได้ตลอดเลยนะ”
“อาเสือจะไม่ว่าหนูใช่ไหม”
“ไม่หรอกป้าสั่งเขาไว้แล้วว่าให้เขาช่วยดูแลหนู เดี๋ยวช่วยกันจัดของนะ หนูจะได้ตรวจดูด้วยว่ามีอะไรที่ต้องซื้อเพิ่มบ้าง”
“คุณป้าไม่ต้องช่วยหนูก็ได้ค่ะเดี๋ยวหนูจัดเอง” สาริศาเอากระเป๋ามากางออกแล้วหยิบของด้านในมากองไว้
“จัดคนเดียวคงอีกนานเลยกว่าจะเสร็จ ป้าว่าช่วยกันสองคนดีกว่า”
“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะป้าใจดีที่สุดเลยค่ะ”
เมื่อจัดของได้สักพักทั้งสองก็เริ่มหิวน้ำแต่ตู้เย็นในห้องของหญิงสาวยังไม่มีอะไรเลยสักอย่างคุณนิตตราเลยจะไปเอาน้ำในห้องของลูกชาย
“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวหนูไปเอาเองก็ได้”
สาริศาเคาะประตูห้องของปีขาลไปยืนรออยู่สักพักก่อนเขาจะออกมาเปิดประตู
“มีอะไรเจ้าเอย”
“หนูกับคุณป้าหิวน้ำค่ะขอน้ำกินหน่อยได้ไหม”
“ได้สิตู้เย็นอยู่โน่น อยากเอาอะไรก็หยิบไปเลย”
หญิงสาวเดินเข้าไปในส่วนของห้องครัวหยิบน้ำน้ำเปล่าออกมาสองขวด
“ขอบคุณค่ะเสือ”
“ไม่เอาอย่างอื่นเหรอในตู้ก็มีขนมกับน้ำผลไม้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวหนูไปก่อนนะคะ”
“อีกเยอะไหมถึงจะจัดเสร็จ”
“ตอนนี้จัดได้เกินครึ่งแล้วค่ะ”
“รีบหน่อยก็ดีนะ”
“อาเสือรีบไปไหนคะ”
“ก็รีบพาเธอกับแม่ไปกินข้าวไงล่ะ ตอนกลางคืนพี่อามีนัด”
“อาเสือชอบเที่ยวกลางคืนเหรอคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“วันหลังพาหนูไปด้วยได้ไหมหนูอยากรู้ว่าที่เที่ยวกรุงเทพมันเป็นยังไง”
“อือเอาไว้โอกาสเหมาะๆ จะพาไป”
“พาไปวันนี้เลยไม่ได้เหรอคะ”
“เธอเพิ่งมาอยู่กรุงเทพคืนแรกนะจะเที่ยวกลางคืนเลยเหรอ”
“ก็หนูเห็นว่าอาจะออกไปเที่ยวหนูก็เลยอยากตามไป ปกติอาเสือเที่ยวบ่อยไหม”
“ก็บ่อยอยู่”
“อย่าลืมนะพาหนูไปด้วยนะคะ”
“อย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลยเอาน้ำไปให้แม่ได้แล้ว” ปีขาลรีบไล่เธอออกจากห้องเพราะยิ่งคุยนานก็คงจะจัดของเสร็จช้า
“หนูนึกว่าวันนี้ป้าจะไปซื้อของกับหนูนะคะ”
“เจ้าเอยไปกับอาเสือเถอะลูก ป้าอยู่มากแล้วเดินมากก็ปวดเข่าเดี๋ยวคนขับรถของป้าก็มารับแล้ว”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า แล้วมาค้างกับหนูอีกนะคะ”
“แล้วป้าจะหาโอกาสมาก็แล้วกันนะ อย่าลืมนะเจ้าเอยมีอะไรก็บอกอาเสืออยากได้อะไรก็ให้อาเขาพาไปซื้อ เย็นวันเสาร์อาเสือเขาจะเข้าไปกินข้าวที่บ้าน หนูก็ไปกับเขาด้วยนะ”
“หมายถึงไปกินข้าวที่บ้านคุณป้าเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ เจ้าเอยก็เคยไปแล้วจำได้ไหม”
“มันนานมากๆ แล้วค่ะหนูไม่แน่ใจเท่าไหร่” สาริศาเคยไปบ้านหลังนั้นนานมากแล้ว น่าจะเป็นตอนที่ตามมารดาลงมาทำธุระ
“อีกหน่อยก็ได้ไปบ่อยๆ เองแหละเพราะอาเสือเขาต้องไปกินข้าวกับครอบครัวทุกเย็นวันเสาร์”
“ขอบคุณนะคะคุณป้าที่มานอนค้างกับหนูแล้วยังช่วยหนูจัดของอีก” หญิงสาวกอดเอวผู้สูงวัยอย่างประจบ เพื่อนของมารดาก็เปรียบเสมือนมารดาของเธออีกคน
“ป้าสัญญากับแม่ของหนูแล้วว่าจะดูแลหนูอย่างดี หนูก็คือเป็นลูกสาวของป้าอีกคน คนขับรถของป้ามาถึงแล้วล่ะเจ้าเอย”
“หนูลงไปส่งนะคะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ หนูเตรียมตัวเถอะเดี๋ยวก็ถึงเวลานัดแล้วอาเขาเป็นคนตรงเวลา หนูนัดอาเสือทำอะไรหรือไปที่ไหนมีเรื่องเดียวที่ต้องระวังเรื่องตรงต่อเวลา เรื่องอื่นไม่ต้องกังวลอะไรเลย”
“ค่ะหนูจะจำไว้ค่ะ จริงๆ แล้วหนูเป็นคนไม่ค่อยตรงเวลาเท่าไหร่แต่จะพยายามตรงเวลากับอาเสือมากที่สุดค่ะ”
“จ้ะโชคดีนะอย่าลืมมีอะไรบอกอาเสือเขาไม่ทำให้ก็โทรบอกเดี๋ยวป้าฉันจัดการเอง”
“ขอบคุณค่ะ” สาริศายกมือไหว้หญิงสูงวัยอีกก่อนจะเดินที่หน้าลิฟต์
เมื่อเธอลงลิฟต์ไปแล้วหญิงสาวก็กลับเข้าไปห้องของตัวเองรีบเปลี่ยนชุดและรอให้ถึงเวลาที่นัดกับคุณอาห้องตรงกันข้ามไว้
วันนี้เขาจะพาเธอไปซื้อของใช้จำเป็นซึ่งขาดอีกหลายอย่างเลยทีเดียว หญิงสาวหยิบใบรายการของที่จำเป็นต้องซื้อใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กก่อนจะเปิดประตูออกมาและกดออกห้องฝั่งตรงข้ามยื่นหน้าตรงระบบประตูอัตโนมัติ พอเขาปลดล็อกก็เดินเข้ามา
ห้องของปีขาลขนาดใหญ่กว่าห้องเธอและยังอยู่ฝั่งที่มองเห็นวิวแม่แม่น้ำ หญิงสาวนั่งรอบนโซฟาตัวนิ่ม ตาคู่สวยมองทีวีจอยักษ์ที่เขาเปิดภาพยนตร์ฝรั่งทิ้งไว้
“อาเสือชอบดูหนังเหรอคะ” หญิงสาวตะโกนถาม
“อือ” เสียงตอบรับมาจากห้องนอนก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกมาทั้งที่ยังติดกระดุมเสื้อไม่ครบ สาริศาแอบมองกล้ามท้องเป็นลอนของเขาแว๊บหนึ่งก่อนจะรีบกลับไปสนใจทีวีตรงหน้า
ปีขาลลงข้างๆ เขามองการแต่งตัวของหญิงสาวแล้วส่ายหัว เธอใส่เสื้อยืดพอดีแต่ทำไมถึงได้ดูเซ็กซี่ได้มากขนาดนี้ ดูเหมือนหน้าอกของเธอมันจะค่อนข้างเด่นจนสะดุดตา แล้วไหนจะกางเกงขาสั้นเหนือเข่าอวดผิวเนียนสวย เขามองไปถึงปลีน่องเรียวแล้ววนขึ้นมายังหน้าอกของเธออีกครั้ง ถ้าเดาไม่ผิดก็น่าจะประมาณคัพซีและมันคงนุ่มมากถ้าเขาจะเอาใบหน้าซุกอยู่กลางอกอิ่ม
ชายหนุ่มรีบสลัดความคิดนี้ออกจากหัวเพราะยังไงเธอก็คือหลานสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก
“อาเสือมองหนูทำไมคะ” สาริศาถามเมื่อรู้สึกว่าสายตาของคุณอาหนุ่มกำลังจ้องเธออยู่
“อากำลังมองว่าเจ้าเอยใส่กางเกงสั้นเกินไปหรือเปล่า”
“ไม่สั้นหรอกค่ะ ปกติหนูก็แต่งตัวแบบนี้”
“อานึกว่าคนเป็นบรรณารักษ์จะเรียบร้อย”
“ไม่ทุกคนหรอกค่ะ แต่ตอนไปทำงานหนูก็แต่งตัวเรียบร้อยนะคะ แต่ตอนนี้ออกไปซื้อของหนูก็แต่งตัวตามปกติ”
“เป็นคนหลายบุคลิกหรือไง”
“ก็ประมาณหนึ่งค่ะใครจะแต่งตัวเรียบร้อยด้วยตลอดเวลาล่ะคะอาเสือ นอกเวลางานหนูก็อยากทำตัวสบายๆ บ้าง”
คำพูดของเด็กสาวทำให้ปีขาลคิดว่าเธอคงไม่ได้เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ และดูจะแก่นมากๆ ทีเดียว เขาจะไม่ค่อยได้หรอกว่าแต่ก่อนสาริศามีนิสัยยังไงบ้าง จำได้แค่ว่าเด็กตัวอ้อนกลมนั้นชอบเดินตามเขาไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรที่ไหนเธอก็เดินตามและคอยซักถามจนเขารำคาญ พอเขานั่งลงเธอก็มักจะมานั่งบนตักเขาก็ไม่ชอบเลยแต่ถ้าเป็นตอนนี้มันก็ไม่แน่
“ฟู่...” ชายหนุ่มถอนหายใจเพราะรู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตนเองมาก
“อาเสือเป็นอะไรคะ ไม่อยากไปซื้อของกับหนูเหรอคะ”
“เปล่าอาแค่คิดเรื่องงานนิดหน่อย”
“วันนี้วันหยุดจะคิดเรื่องงานให้เครียดทำไมล่ะคะ”
“อือ เราไปกันเถอะจดไว้หรือเปล่าว่าซื้อของอะไรบ้าง”
“หนูจดเรียบร้อยแล้วค่ะ” หญิงสาวหยิบกระดาษในกระเป๋าสะพายขึ้นมาสะบัดให้
“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ค่ะก็หนูไม่ได้เอาอะไรมาเยอะคุณป้าบอกว่าเดี๋ยวอาเสือจะพาไปซื้อเอ งแล้วอาเสือล่ะคะ มีอะไรต้องซื้อไหม”
“หรอกปกติอาร์มไม่ได้ซื้อของเข้าของใช้เข้าบ้านเอง”
“เราใครซื้อให้อาเสือคะ”
“อามีแม่บ้านเขาจะมาทำความสะอาดและเช็กของใช้ที่จำเป็นก่อนจะซื้อมาให้ แม่อาบอกแล้วใช่มั้ยว่าจะให้แม่บ้านของอาไปช่วยทำความสะอาดห้องเจ้าเอยด้วย”
“คุณป้าบอกแล้วค่ะ แต่หนูพอจะทำความสะอาดเองได้บ้าง อาเสือให้แม่บ้านไปทำความสะอาดห้องของหนูแค่อาทิตย์ละสองวันก็พอค่ะ”
“ได้สิจะให้เขาไปทำวันไหนล่ะ อาจะได้จะบอกเขา”
“เอาเป็นวันอังคารกลับวันศุกร์ก็ได้ค่ะ ที่เหลือเดี๋ยวหนูจัดการเอง”
“ไหวแน่นะ”
“ทำไมจะไม่ไหวคะ ปกติอยู่ที่บ้านหนูก็ทำความสะอาดบ้านเองทั้งนั้นแหละ”
“อือ ถ้าอยากจะเพิ่มวันก็บอกนะ”
“ค่ะอาเสือ”