ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกๆ อย่างรอบตัวของสาวน้อยล้วนน่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด
“ยัยหนู… มาเร็วๆ… ”
เสียงเรียกของบิดา ทำให้ผู้เป็นลูกสาวเร่งฝีเท้าตามมาจนทัน
“ยัยฝ้าย… นี่ลุงวัฒน์เพื่อนรักของพ่อ”
เรืองฤทธิ์แนะนำเจ้าของฟาร์มรูปหล่อ สาวน้อยยกมือไหว้ ตะลึงมองในความหล่อเหลา
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
ปุยฝ้ายกระพุ่มมือไหว้ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นเมื่อสบตากับเขาก็คือความรู้สึกคุ้น เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง เพียงแต่ยังนึกไม่ออก
“สวัสดีครับหนูปุยฝ้าย”
เรวัฒน์ไม่อาจละสายตาจากใบหน้าสะสวย ทั้งสองตะลึงงัน! ตาจ้องตา ความรู้สึกบางอย่างหลั่งไหลพรั่งพรูมาสู่กัน
เรวัฒน์สั่นศีรษะเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าภาพในความทรงจำกับความจริงกำลังทับซ้อนกัน รู้สึกเหมือนอาการที่เรียกว่า ‘เดจาวู’ ราวกับว่าความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นเมื่อในอดีตได้ย้อนคืนกลับมาเกิดซํ้าอีก ‘ปุยฝ้าย’ คือผู้หญิงปริศนาที่ปรากฏกายขึ้นในความฝันของเขาบ่อยๆ ในยามค่ำคืน
“ช่างบังเอิญ… ”
เรวัฒน์พึมพำ
“บังเอิญอะไรวะ?”
หัวคิ้วของเรืองฤทธิ์ชิดเข้าหากัน ไม่รู้ว่าเพื่อนรักกำลังจะบอกอะไร? เพราะว่าเรวัฒน์หยุดก่อน
ซึ่งก็ดีแล้ว เพราะถ้าเรวัฒน์กล่าวออกมาว่าเขา ‘ได้เจอผู้หญิงที่อยู่ในความฝัน’ คงจะต้องจับเข่านั่งคุยกันอีกยาวถึงสิ่งเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“ไอ้วัฒน์… กูฝากลูกสาวด้วยนะโว้ย… ”
เรืองฤธิ์กล่าวพร้อมกับยกหลังมือขึ้นมองนาฬิกา ท่าทางรีบร้อน
“อ้าว… นี่มึงจะไม่ค้างกับกูสักคืนหรือวะไอ้เหี้ย… มึงอย่าบอกนะว่าจะกลับเลย”
“ใช่… พรุ่งนี้กูต้องบินแล้ว ขอโทษนะโว้ยที่อยู่ค้างคืนด้วยไม่ได้ อีกเดือนเจอกันตอนกูกลับมารับลูกสาว”
เรืองฤทธิ์ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายขายรถยนต์ญี่ปุ่นแบรนด์ดัง กำลังจะย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการสาขาที่ประเทศเวียดนาม
“เออ… เดินทางปลอดภัยนะเพื่อน… ”
“กูฝากลูกสาวด้วยนะ”
เรืองฤทธิ์กล่าว สาเหตุที่ต้องพาลูกสาวมาฝากไว้กับเพื่อนรักก็เพราะว่าหลังจากภรรยาหนีตามชายชู้ไปเมื่อเจ็ดปีก่อน เรืองฤทธิ์ก็กลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี๋ยวที่ต้องเลี้ยงลูกเองมาตลอด ตอนที่ภรรยาหนีไปปุยฝ้ายเพิ่งอายุได้สิบสองขวบ ถึงตอนนี้ก็สิบเก้าปีบริบูรณ์
“ไม่ต้องห่วง… กูจะดูแลให้อย่างดี”
เรวัฒน์เอื้อมมือมาตบไหล่เพื่อนรัก นั่งคุยกันต่อมาอีกครู่สั้นๆ เรืองฤทธิ์ก็ขับรถออกไปจากฟาร์ม
ในเวลาต่อมา
หลังจากสาวใช้พาปุยฝ้ายเข้ามาชมห้องพักที่เรวัฒน์สั่งให้จัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า เมื่อรู้ว่าลูกสาวของเพื่อนจะมาอาศัยอยู่ด้วย
สาวใช้พาปุยฝ้ายเดินดูส่วนต่างๆ ของบ้านเพื่อให้หญิงสาวคุ้นเคยกับที่อยู่ใหม่ จากนั้นเวลาก็ล่วงเลยมาถึงตอนเย็น
“ดูอะไรอยู่คะหนูฝ้าย”
ที่เทอเรสหน้าบ้าน เรวัฒน์ร้องถามขณะหญิงสาวยืนอยู่ท่ามกลางสนามหญ้า ทอดสายตามองดูพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน
“ชมวิวค่ะคุณลุง… ที่นี่อากาศดี๊ดีนะคะ”
หญิงสาวหันมามอง สะดุดตากับเรือนร่างกำยำของเรวัฒน์ที่อาบไปด้วยเหงื่อเลื่อมพราว ปั้นไหล่แน่นนูนไปด้วยมัดเนื้อ วงแขนกล้ามเป็นมัดๆ
สาเหตุที่เรวัฒน์เปลือยอกท่อนบนก็เพราะว่าเพิ่งเดินออกมาจากยิมเล็กๆ ที่หลังบ้าน เป็นสถานที่ซึ่งเขาใช้ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำทุกเย็น
“ที่นี่มีวิวสวยๆ เยอะมาก… ทั้งน้ำตกทั้งทุ่งดอกไม้ อยากเห็นไหมคะเดี๋ยวลุงจะพาไปดู”
เรวัฒน์รีบบอก
“อยากสิคะ… คุณลุงจะพาไปใช่ไหมคะ”
น้ำเสียงของสาวน้อยมีความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่จ้ะ… ลุงจะพาไปดู แต่ลุงขอตัวอาบน้ำก่อนนะจ๊ะ… ถ้าไปในสภาพนี้เดี๋ยวหนูเหม็นเหงื่อลุงแย่”
“ยังไม่ต้องอาบน้ำหรอกค่ะคุณลุง… ไหนๆ ก็กำลังจะไปเที่ยวน้ำตก เราไปเล่นน้ำตกกันนะคะ”
หญิงสาวรีบออกความเห็น
“เอางั้นนะ… ”
น่าแปลกที่คำพูดของหล่อนทำให้เรวัฒน์รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อนึกถึงตอนที่เขากับหล่อนจะต้องลงแหวกว่ายเล่นน้ำตกกันสองต่อสอง
“ค่ะ… ไปเลยนะคะ”
หญิงสาวตอบอย่างไม่ลังเล ในเวลาต่อมา
“งั้นไปเลยนะครับ... ชักช้าเดี๋ยวมืด”
เรวัฒน์กล่าว ดวงตะวันสีแดงกลมโตกำลังคล้อยต่ำลงทุกขณะ
ร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นมานั่งในตำแหน่งคนขับของรถกอล์ฟคันเล็ก ที่ต้องเลือกใช้รถกอล์ฟก็เพราะว่าสะดวกที่จะวิ่งเข้าไปตามเส้นทางที่เป็นถนนดินสายเล็กๆ รถใหญ่ไม่สามารถเข้าไปถึงจุดที่สวยที่สุดของน้ำตก
“เกาะแขนลุงนะคะ… ”
หนุ่มใหญ่ยื่นแขนข้างหนึ่งออกมาให้หญิงสาวอายุรุ่นราวคราวลูกเกาะ ปุยฝ้ายชอบที่เรวัฒน์ใช้คำว่า ‘นะคะ’ เพราะว่ามันให้ความรู้สึกอบอุ่น ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี
“ค่ะ... ”
สายน้อยยิ้มในหน้า รีบเกาะแขนกำยำ
ไม่รู้สิ… ปุยฝ้ายรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด ในตอนที่ได้สัมผัสท่อนแขนซึ่งเต็มไปด้วยเส้นขนสีดำของเรวัฒน์ มีเส้นเลือดผุดนูนอยู่ใต้ผิวหนัง ความหยาบกร้านของมือช่างสมกับวัยที่ผ่านการใช้ชีวิตในฟาร์มมาอย่างโชกโชน
ผู้ชายแบบนี้แหละ ที่ปุยฝ้ายใฝ่ฝันว่าจะเจอสักวันในชีวิตจริง
“เอ่อ... คุณลุงคะ…จะให้ฝ้ายนั่งตรงไหนคะ”
หญิงสาวตกใจ เมื่อเห็นว่าเบาะนั่งทั้งเล็กและแคบ ซึ่งเป็นเพราะว่ารถคันนี้เรวัฒน์ใช้อยู่คนเดียว เขาไม่ชอบเบาะนั่งยาวๆ มันนั่งไม่สบาย จึงสั่งให้ช่างดัดแปลงเป็นเบาะนั่งที่มีพนักพิงเหมือนรถกระบะทั่วไป
“ลุงลืมไป… เอาไงดี”
เรวัฒน์ครุ่นคิด จากนั้นความคิดบางอย่างก็ผุดวาบเข้ามาในหัว
“งั้นนั่งตักลุงก็แล้วกัน… ขืนชักช้ามัวเปลี่ยนรถอีกคันเดี๋ยวจะค่ำเสียก่อนได้เห็นน้ำตก”
“ก็ได้ค่ะ… ”
หญิงสาวค่อยๆ หย่อนสะโพกหล่อนลงบนตัก ทำเอาเรวัฒน์ใจเต้นแรง สองแขนล็อคร่างอรชรของหล่อนไว้ตรงกลาง
ขณะกำลังขับรถ ให้ตายเถอะ! จิตใจของเรวัฒน์แทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เป็นเพราะว่ากลีบก้นกลมกลึงของปุยฝ้ายกำลังเบียดคลึงอยู่กับความเป็นชายของเขา ทำเอาเรวัฒน์ใจเต้นระทึก รู้สึกมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมาอย่างห้ามไม่ไหว กระทั่งรถแล่นมาถึงเนินดินขรุขระ ความหื่นจึงเผยออกมาจนได้
“อุ๊… อุ๊ย... คุณลุง”
หญิงสาวตกใจ ความเป็นชายของเรวัฒน์พองขยายจนรู้สึกได้ หล่อนขยับก้น ก้มลงมองสิ่งที่ตัวเองกำลังนั่งทับแล้วยกมือขึ้นปิดปาก ตอนนี้รู้แล้วอะไรบางอย่างที่มีลักษณะเป็นดุ้นแข็ง เสียดสีอยู่ระหว่างกลีบก้นของหล่อนนั้นคืออะไร?
“เอ่อ… ลุง… ”
เรวัฒน์อึกอัก นึกตำหนิตัวเองที่ไม่อาจเก็บอาการ ปล่อยให้อารมณ์เพศพลุ่งพล่านจนโชว์หลักฐานให้เห็น
“คือ… ”
จะแก้ตัวยังไงดี เขาพยายามพยายามตั้งสติ ข่มอารมณ์ความรู้สึกแบบที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิง หากไม่ง่ายเลยสักนิดที่จะห้ามตัวเองไม่ให้มีความรู้สึกกับสาวน้อยคนนี้ ด้วยเขาก็ผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่อิฐใช่หิน เรวัฒน์รู้ดีกว่าใครว่าตัวเองยังมีความต้องการทางเพศอยู่เต็มเปี่ยม และนับวันยิ่งมากขึ้น
คนหื่น… ยังไงก็หื่นอยู่วันยังค่ำ เรวัฒน์เป็นผู้ชายที่มีความต้องการทางเพศสูงมาแต่ไหนแต่ไร แม้เขาจะเพลาความเจ้าชู้ลงมากเมื่ออายุมากขึ้น แต่การได้มาเจอกับสาวน้อยแสนสวยคนนี้ก็เหมือนกับการที่เอาน้ำมันมาวางใกล้ไฟ หล่อนทำให้ความต้องการของเขาคุกรุ่นขึ้นมารุนแรง
เรวัฒน์เห็นผู้หญิงมาก็มาก แต่ก็ไม่เคยมีความรู้สึกทางเพศรุนแรงกับใครเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับลูกสาวเพื่อนคนนี้
“ลุงขอโทษนะครับ”
เรวัฒน์รู้สึกผิด
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ... คุณลุงไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย… มันเป็นเรื่องธรรมชาติค่ะหนูเข้าใจ”
หญิงสาวกล่าว ประโยคที่ได้ยินทำเอาหนุ่มใหญ่อย่างเรวัฒน์ใจชื้นขึ้นมาทันที เหตุการณ์เมื่อครู่เกือบทำให้เขาต้องมาเสียคนตอนแก่
“เดี๋ยวหนูนั่งข้างๆ ก็ได้ค่ะ”
หญิงสาวเหลือบมองที่ว่างเล็กๆ ด้านข้าง แม้ไม่กว้างนักหากก็พอเพียงสำหรับคนตัวเล็ก
ทว่าปุยฝ้ายหย่อนสะโพกลงนั่งได้เพียงเสี้ยวอึดใจสั้นๆ ก็มีอันต้องกรีดร้องออกมา
“ว้ายยยย… ”
“หนูฝ้าย… เป็นอะไรครับ”
“แมงมุมค่ะคุณลุง… ”
ปุยฝ้ายสลัดชายกระโปรง เรวัฒน์เหลือบไปเห็นแมงมุมตัวหนึ่งกำลังไต่หนีไปทางเบาะด้านหลัง
“อู้ว… เป็นแมงมุมพิษหรือเปล่าก็ไม่รู้? ถ้าเป็นไอ้ตัวสีน้ำตาลขายาวๆ นั่นอันตรายนัก มันชอบเข้าตรงนั้นของผู้หญิง”
“ใช่ค่ะ ตัวสีน้ำตาลขายาวๆ อุ๊ย… มันหายไปไหนแล้วไม่รู้”
หญิงสาวสลัดชายกระโปรงไปมา
“ลุงคิดว่ามันน่าจะเข้าไปข้างในแล้วนะ”
“ว้าย… จริงหรือคะคุณลุง”
“จริงสิ… ไอ้ตัวนี้มันชอบเข้าตรงนั้นของผู้หญิง”
“ฮือๆ… หนูกลัว… มันคือแมงมุมอะไรคะคุณลุง”
เสียงของสาวน้อยสั่นเครือด้วยความกลัว
“แมงมุม… เอ่อ… มันคือแมงมุมขยุ้มหัวใจ”
หนุ่มใหญ่สายหื่นรีบสร้างนิทานหลอกเด็ก
“ชื่อแปลกๆ นะคะ”
“ชื่อแบบนี้แหละพิษแรงนัก ไม่ต้องกลัวนะคะ… เดี๋ยวลุงช่วยดูให้”
จู่ๆ แผนการบางอย่างก็ผุดวาบเข้ามาในหัวของเรวัฒน์ ก็แม่สาวน้อยคนนี้ช่างเซ็กซี่เย้ายวนใจเหลือเกิน
เรวัฒน์เลี้ยวรถเข้าไปยังกระท่อมร้างโดยไม่ลังเล ครู่สั้นๆ ต่อมาสาวน้อยก็โดนอุ้มเข้ามาในกระท่อม ร่างบอบบางถูกวางลงบนแคร่ไม้ไผ่
“ปล่อยตัวตามสบายอย่าเกร็งนะครับคนดี ขืนชักช้าเดี๋ยวแมงมุมมันเข้าไปลึกจะเอาออกไม่ได้… ”
เรวัฒน์รีบโอบแผ่นหลังคนตัวเล็กให้เอนหลังกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงผนังกระท่อม
“ลุงขออนุญาตเอาเจ้าแมงมุมตัวนี้ออกมานะคะ”