ตอน 2

เขาไม่เคยคิดเรื่องความเหมาะสมมากนักที่ตัวเองต้องอยู่กับแม่บ้านสองต่อสองในบ้านหลังใหญ่ เพราะคิดว่าคงรับแม่บ้านที่มีอายุมากหน่อย แต่เหตุกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด อย่างไรเสียเขาคงไม่ทำอะไรเป็นการเสื่อมเสียกับลูกจ้างเป็นแน่

“ได้ค่ะ แต่หนูต้องขอตัวไปเอาเสื้อผ้าก่อนนะคะ”

พิรันดารีบตกปากรับคำทันทีทันใด เพราะกลัวพลาดโอกาสสำคัญไป

“แล้วบ้านเธออยู่ที่ไหนล่ะ ทำไมไม่เอาเสื้อผ้ามาด้วย”

ดลรวีอดสงสัยไม่ได้ตามนิสัยที่ละเอียดรอบคอบ เขาเห็น เธอมาแค่ตัวเปล่าๆ ไม่ได้เอาเสื้อผ้าข้าวของอะไรติดมือมา ความจริงถ้ารู้ว่ามาทำงาน น่าจะเตรียมมาให้เรียบร้อย

“อยู่สระแก้วค่ะ พอดีหนูพักกับเพื่อน แล้วก็เอ่อ... เพื่อนหนูเป็นเพื่อนของเพื่อนของคนรับใช้ในบ้านคุณพลน่ะค่ะ”

พิรันดาหาทางออกอย่างหวุดหวิด

“ได้... แต่ก่อนไปฉันจะแจ้งรายละเอียดคร่าวๆ ของการทำงานที่นี่ให้เธอฟังก่อน”

เขาพูดเป็นงานเป็นการ พิรันดาเงยหน้ารับฟังคำพูดของเขาทุกอย่างด้วยความตั้งอกตั้งใจ

แม้ชายหนุ่มจะดูเคร่งขรึมแต่คำพูดสุภาพและยังมีรอยยิ้มเป็นบางครั้งทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด เธอรอคอยวันนี้มานานแสนนาน เวลาที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับหนุ่มหล่อในดวงใจ วันที่เขาไม่มีหญิงสาวเคียงข้างเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

“เข้าใจไหม”

พิรันดาสะดุ้งเมื่อเผลอใจลอยคิดเรื่องราวในอดีต แถมยังจ้องมองชายหนุ่มด้วยความเผลอไผลตาลอยฝันหวานอยู่คนเดียว

“อะ... เอ่อเข้าใจค่ะ” สำเนียงแปร่งๆ พูดไม่ชัดรีบตอบรับทันที

“เข้าใจว่าอะไร”

ดลรวีทวนคำของว่าที่แม่บ้าน เพื่อทบททวนสิ่งที่เขาอธิบายไปว่าเธอเข้าใจมากน้อยแค่ไหน พิรันดาค่อยๆ อธิบายความเข้าใจให้เขาฟังอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงพยักหน้าพึงพอใจในความตั้งใจของหญิงสาว

“ฉันไปส่งไหม ไปเอาข้าวของจะได้สะดวก”

ดลรวีนึกเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้า เขาจึงอาสาไปส่ง แม้วันนี้คิดว่าไม่อยากออกไปไหนเพราะเป็นวันหยุดพักผ่อนก็ตามที

“ไม่ต้องค่ะ”

พิรันดารีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน เขาเลิกคิ้วคมเข้มขึ้นมอง แต่ไม่ได้เซ้าซี้อันใดมาก เพราะคิดว่าเธอคงเกรงใจ

“งั้นตามใจ รีบไปรีบมาแล้วกัน เดินทางดีๆ ล่ะ”

เขาบอกอย่างไม่ติดใจสงสัยอันใด เขาเตือนเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง พิรันดาลอบผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา โล่งอกที่ดลวีไม่เซ้าซี้อยากไปส่งเธอเก็บข้าวของดังที่คิด

“งั้นหนูไปก่อนนะคะ”

พิรันดารีบกล่าวลาทันที ดลรวีพยักหน้ามองตามร่างของสาวน้อยว่าที่แม่บ้านนิ่งๆ เขากำลังคิดไม่ตกจริงๆ ว่าเคยรู้จักสาวน้อยคนนี้ที่ไหน

... แต่สักวันเขาคงนึกออกเป็นแน่

“จีนจ๋าเรียบร้อยแล้ว มารับดาหน่อย รออยู่หน้าปากซอยนะเพื่อนเลิฟ”

พิรันดารีบโทรศัพท์หาจิณห์จุฑาเพื่อนสาวคนสนิททันทีหลังจากรับฟังรายละเอียดเรื่องงานจากดลรวีเป็นอันเรียบร้อย เขาจ้างเธอเดือนละสองหมื่นบาทซึ่งมากพอสมควรกับการทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ซักเสื้อผ้า รีดผ้าและรดน้ำต้นไม้ รวมถึงงานอื่นๆ แล้วแต่เขาจะเรียกใช้ แต่มาคิดอีกทีบ้านเขาหลังใหญ่มากก็คุ้มกับเงินที่จ้าง ที่สำคัญเขายังไม่อยากรับคนใช้เพิ่มเพราะไม่ต้องการให้ใครมายุ่งวุ่นวายในบ้านมาก คนเดี๋ยวนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้ เขาจึงจะรับเธอแค่คนเดียวมาดูแลบ้าน แล้วค่อยหาคนเพิ่ม

“ว่าไงดา ตกลงหวานใจของเธอเขารับเธอเข้าทำงานแล้วเหรอ”

จิณห์จุฑารีบถามเพื่อนทันทีที่เพื่อนเปิดประตูขึ้นมานั่งบนรถ

“ยัง... พี่ดลจะให้ดาทดลองงานหนึ่งอาทิตย์ ถ้าผ่าน ถึงจะรับเข้าทำงาน” รอยยิ้มของเพื่อนทำให้จิณห์จุฑารีบถามต่อ

“มั่นใจล่ะสิ เห็นยิ้มไม่หุบเลย แต่ชุดนี้ไม่เข้ากับดาเลยจริงๆ”

จิณห์จุฑาส่ายหน้าไปมายิ้มๆ กับชุดที่เธอเองเป็นคนช่วยสรรหามาให้ เพื่อแปลงโฉมให้เพื่อนสาวเป็นชาวบ้านแสนธรรมดามาจากต่างจังหวัดแถมยังติดชายแดนเขมร จนออกจะพูดเหน่อๆ เป็นบางครั้ง ที่สำคัญพิรันดาพูดไม่ค่อยชัดเป็นทุนเดิม สำเนียงจึงดูแปร่งๆ แบบไม่ต้องแกล้งทำแต่อย่างใด ความจริงที่พูดไม่ชัดเพราะไปอยู่ต่างประเทศหลายปีไม่ใช่มีบ้านติดชายแดนเขมรอย่างที่บอกดลรวี

“อ้าว... ไหนจีนบอกว่าต้องใส่แบบนี้ไง”

พิรันดารีบก้มมองตัวเอง ก่อนที่จะปล่อยหัวเราะก๊ากออกมา แล้วจิณห์จุฑาก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขันไม่แพ้กัน ทั้งสองหัวเราะจนท้องแข็งไปตามๆ กัน

“อืม... ต้องใส่แบบนี้แหละ มันดูบ้านนอกมากๆ จะให้ใส่ชุดเหมือนบ้านจีนก็ดูดีไป แล้วนี่จะไปไหนต่อ กลับไปเก็บของเลยหรือเปล่า”

ความจริงเธออยากให้เพื่อนสวมชุดฟอร์มของแม่บ้านเหมือนที่บ้าน แต่กลัวจะดูดีเกินไปเพราะเพิ่งมาจากบ้านนอก เอาไว้ให้ทำงานก่อน ค่อยหาชุดมาให้พิรันดาสวมอีกที

“ไปเอาเสื้อผ้าย้ายมาอยู่กับพี่ดลวันนี้เลย ตามที่จีนว่านั่นแหละ”

พิรันดาบอกเพื่อนสาวที่ขับรถมุ่งไปยังบ้านของตัวเอง

“โห... เร็วขนาดนั้นเชียวเหรอ”

ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ แต่อย่างว่า เธอพอรู้ว่าชายหนุ่มหาแม่บ้านมานานแล้ว จากคำบอกเล่าจากเพื่อนรักนั่นแหละ

“อืม... แล้วจีนล่ะพร้อมหรือยัง” พิรันดาหันไปถามเพื่อนยิ้มๆ

“จะว่าพร้อมก็พร้อมนะ ขอบใจมากจริงๆ เลยดา แต่จีนกลัวพี่ชายของดาจะหาว่าใช้เส้นสายเข้าทำงาน ป๊ากับม๊าไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่นัหรอกที่จะให้จีนไปทำงานที่โรงแรม”

จิณห์จุฑามีสีหน้าเป็นกังวล จึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเพื่อนรักที่แอบจองตัวพี่สะใภ้ให้พี่ชายคนเดียวอยู่ในใจ เธอมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกินว่าพี่ชายต้องถูกใจจิณห์จุฑาเป็นแน่

“อย่ากังวลไปเลย ยังไงคุณลุงกับคุณป้าอนุญาตแล้วนี่นา”

“ก็ใช่ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนไงดา”

จิณห์จุฑานึกถึงข้อเสนอของบิดามารดา ถ้าหากเธอไปทำงานตามที่รัก จะต้องทำความต้องการที่ท่านขอทุกอย่าง ตอนนั้นเธอไม่คิดอันใดมากนัก แค่อยากทำงานในสาขาที่เรียนจบมา ประกอบกับบิดามารดามีพี่ชาย พี่สะใภ้และคนที่ไว้ใจได้อีกหลายคน ท่านจึงไม่บีบบังคับเธอเกินไปนัก แต่ถ้าเธอเป็นเพียงบุตรสาวคนเดียวก็ไม่แน่ ชีวิตนี้คงต้องเดินตามที่ท่านขีดชะตาเอาไว้

แต่เธอโชคดีที่พี่ชายทั้งสามและพี่สะใภ้เอ็นดู ตามใจและมักเข้าข้างเธอเสมอ มารดาก็เช่นเดียวกัน ในที่สุดเธอจึงได้ไปเรียนทำอาหารแทนการเรียนบัญชีอย่างที่บิดาต้องการ

“ดาอยากรู้ว่าป๊ากับม๊าของจีนต้องการอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน แต่ช่างเถอะยังไงก็ตัดสินใจไปแล้ว จีนควรจะดีใจที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก เชื่อดาเถอะ พี่พลใจดีที่สุดในโลกเลย แถมยังเป็นผู้ชาย...”

“พอเลยดา จะพรีเซ็นท์อะไรกันนักหนา เดี๋ยวเปลี่ยนใจไม่ไปซะเลย”

จิณห์จุฑารีบเบรกเพื่อนรักที่พยายามนำเสนอข้อดีของพี่ชายตัวเองเต็มที่ เธอได้ยินเพื่อนสาวพูดถึงพี่ชายของตัวเองมาตั้งแต่รู้จักกัน แต่แปลกที่เธอกลับไม่ได้เจอกับพลเลยสักครั้ง พอจะเจอกันก็คลาดกันเสียทุกที จนแล้วจนเล่าเธอจึงยังไม่เห็นหน้าพี่ชายของเพื่อนรักเลยจนบัดนี้

“ไม่พูดก็ได้ แต่จีนต้องช่วยดานะ เผื่อพี่พลโผล่มาที่บ้านพี่ดลวันไหน ความแตกแน่ จีนต้องคอยเป็นหูเป็นตาให้ดา ไหนๆ ก็ช่วยแล้ว ต้องช่วยให้ถึงที่สุดสิ”

พิรันดาออดอ้อนเพื่อนรักแสนดีที่เธอรู้ว่าใจอ่อนให้กับเธอไปร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

“ก็ได้ แต่ไม่รับปากว่าจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหนนะจ๊ะ”

จิณห์จุฑาพูดออกตัวไว้ก่อน เพราะเธอคงไม่มีความสามารถจะไปเฝ้าพลได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าเธออยู่กับเขาตลอดก็ว่าไปอย่าง

ตอน 3

“จ้ะ ยังไงดาเชื่อฝีมือจีน”

สองสาวมองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม เนื่องจากชอบทำอาหารกันทั้งคู่ หลังจากทั้งสองเรียนจบด้านอาหารก็มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟ อยากทำอาหารอร่อยๆ ให้คนอื่นได้กิน

พิรันดาอมยิ้มมั่นใจ รู้ว่าจิณห์จุฑาต้องสามารถช่วยเหลือเธอเรื่องดลรวีได้และมากทีเดียว อย่างน้อยก็ช่วยสรรหาหลายอย่างที่เธออยากได้มาให้

หลังจากจิณห์จุฑาพาเพื่อนรักมาเก็บเสื้อผ้าของใช้ที่บ้านเรียบร้อยก็พาเพื่อนมาส่งที่บ้านของดลรวีอีกครั้ง

“โชคดีนะดา ถ้ามีอะไรรีบโทรหาจีนได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยจ้ะ” หญิงสาวอวยพรพร้อมโบกมือให้เพื่อนรักเพื่อให้กำลังใจ

“จ้ะ ต้องโทรอยู่แล้ว เพราะดายังต้องขอความช่วยเหลือจีนอีกหลายเรื่อง”

พิรันดาโบกมือให้เพื่อนไม่ต่างกัน รู้สึกว่าได้กำลังใจดีจากเพื่อนไม่น้อย แม้ว่าเธอจะตั้งใจเอาไว้แล้ว แต่ได้ตัวช่วยอย่างจิณห์จุฑา ทำให้เธอเบาใจไปกว่าครึ่ง

“งั้นจีนไปก่อนนะ”

“จ้ะ ขอบใจจีนอีกครั้ง ขับรถดีๆ นะ”

หลังจากเพื่อนขับรถไปแล้ว พิรันดาจึงกดกริ่งหน้าบ้านหลังใหญ่ ชายหนุ่มละจากงานเดินไปเปิดประตูให้ว่าที่แม่บ้านคนใหม่ที่กลับมาเร็วมาก

“เดี๋ยวจะพาไปดูห้อง ตามมาสิ”

ดลรวีช่วยหิ้วกระเป๋าให้หญิงสาวอย่างมีน้ำใจ พิรันดาแอบอมยิ้มในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา

“น่าจะอยู่ได้นะ”

เขาผายมือให้เธอเดินเข้าไปในห้อง แต่ร่างสูงยังยืนอยู่หน้าห้อง ไม่ได้เข้าตามเธอไปด้วย

“ขอบคุณมากค่ะ ห้องสวยมาก หนูอยู่ได้ค่ะ”

พิรันดามองห้องขนาดกะรัดอย่างพึงพอใจ

“จัดของก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยออกไปพบฉันด้านนอก”

ดลรวีบอกเสียงเรียบด้วยท่วงท่าสบายๆ มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขณะพูด วันนี้เป็นวันเสาร์-อาทิตย์คงเป็นวันหยุดงานของเขา เธอคิดในใจ หญิงสาวยิ้มให้เจ้าของบ้านอีกครั้งก่อนที่ชายหนุ่มจะผละไป เพื่อให้เธอได้สำรวจห้องและจัดการกับข้าวของให้เรียบร้อย

พิรันดามองสำรวจห้องขนาดไม่ใหญ่มากนัก มีตู้เสื้อผ้า เตียงนอนขนาดหกฟุต โต๊ะเครื่องแป้ง ทีวีและพัดลมติดผนัง ห้องสะอาดสะอ้านพอสมควร หญิงสาวพึงพอใจกับห้องใหม่ของตัวเอง ก่อนจะเริ่มจัดของเข้าตู้และทำความสะอาดห้องอีกครั้ง ทุกอย่างจึงเสร็จเรียบร้อย

ร่างอรชรอาบน้ำชำระร่างกายหลังจากเข้าไปจัดการกับทุกอย่างในห้องเรียบร้อย ถือว่าโชคดีที่ห้องพักมีห้องน้ำในตัว ชายหนุ่มเอาใจใส่กับความเป็นอยู่ของลูกจ้างพอสมควร เสร็จแล้วก็แต่งตัวด้วยชุดที่เป็นผ้าถุงลายไทยกับเสื้อคอกระเช้าที่เธอเอาติดมาด้วย

เธอมองสำรวจตัวเองในกระจกแล้วอดขำเสียมิได้ เสื้อผ้าพวกนี้ดูตลกดี ทั้งผ้าถุงที่เธอต้องลองใส่อยู่หลายครั้งกับเสื้อคอกระเช้าสีสันชวนแสบตา แต่จะว่าไปก็ใส่สบายอยู่มากโข

พิรันดาลอบสังเกตชายหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอไม่กล้าเรียกเพราะกลัวจะเป็นการรบกวน แต่เพราะความรู้สึกเหมือนมีคนมอง ทำให้ดลรวีผละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เหลียวมองรอบกาย

“มาแล้วเหรอ เดี๋ยวฉันจะพาไปสำรวจในบ้าน นอกบ้าน แล้วก็ห้องครัว ตามมาสิ”

พิรันดาลอบสังเกตชายหนุ่มนิ่งๆ ร่างสูงของดลรวีพาเธอไปสำรวจทั้งภายในบ้านและภายนอกบ้าน ก่อนจะพามายังห้องครัวเป็นลำดับสุดท้าย

“นี่อุปกรณ์ทุกอย่างในห้องครัว”

ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบๆ ผายมือไปรอบห้องครัวให้หญิงสาวได้มองข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ครบครัน วางเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอยังจำได้ว่าดลรวีเป็นคนค่อนข้างเจ้าระเบียบสะอาดสะอ้าน เพราะตอนเด็กๆ เธอชอบมากวนเขาในห้องครัวเป็นประจำ พี่ดลคนดีจะสอนให้เธอทำอาหารเล็กๆ น้อยๆ

เขาเป็นคนละเอียดลออสุภาพเรียบร้อย แต่เวลาโมโห น่ากลัวอยู่มาก จนไม่มีใครกล้า

ดลรวีมองว่าที่แม่บ้านคนใหม่ที่กำลังสำรวจห้องครัวกว้าง อดกวาดสายตามองเสื้อคอกระเช้าที่หญิงสาวสวมใส่เสื้อไม่ได้ มันดูไม่เข้ากับเธอเลยแม้แต่น้อย ยังนึกสงสัยว่าหญิงชาวบ้านธรรมดาอยู่ต่างจังหวัด เหตุใดจึงมีผิวขาวเนียนละเอียดอมชมพู รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม คล้ายลูกคุณหนูที่มีอันจะกิน ซึ่งไม่เข้ากับคำพูดของหญิงสาวที่บอกว่ามาจากสระแก้วครอบครัวยากจน หมู่บ้านกันดารเลยสักนิด

เขาเผลอมองเธออยู่นานก่อนจะหลุดจากภวังค์เมื่อคนที่ถูกลอบมองหันมาหาเขาพอดี

พิรันดาตะแคงคอน้อยๆ มองชายหนุ่มตาใสเมื่อจับได้ว่าเขาลอบมองเธออยู่ก่อนแล้ว

“มีอะไรสงสัยจะถามไหม”

ดลรวีถามว่าที่แม่บ้านเสียงเรียบติดจะขรึมเล็กน้อย เมื่อถูกจับได้ว่าแอบมองเธออยู่นานแล้ว

... แต่ใบหน้ายิ้มแย้มแล้วมองเขาตาใสไม่กะพริบ ทำให้ชายหนุ่มนึกเอ็นดู

พิรันดาส่ายหน้าไปมาเพราะเธอเคยชินกับเครื่องไม้เครื่องมือในห้องครัวเป็นอย่างดี

แม้หญิงสาวจะไม่มีอันใดซักถาม แต่ดลรวียังมีแก่ใจอธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ที่เก็บอยู่ในตู้ให้หญิงสาวฟัง

พิรันดารับฟังโดยดี ไม่โต้แย้งอันใด เนื่องจากเธอบอกเขาว่ามาจากสระแก้วดังนั้นอุปกรณ์ทันสมัยมีราคาแบบนี้เขาคงคิดว่าเธอใช้ไม่เป็น

หนุ่มหล่อไม่ได้คิดว่าเธอจะใช้เป็นหรือไม่เป็นแต่อยากอธิบายให้ฟังก็เท่านั้น เป็นการเผื่อเอาไว้ เพราะก่อนมาเป็นแม่บ้าน พลคงคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ไม่งั้นคงไม่ส่งมาให้เขาแน่นอน

“ฉันไม่ชอบทานเผ็ด ไม่ชอบอาหารรสจัดทุกชนิด แต่ฉันเป็นคนทานง่าย เธอบอกว่าทำอาหารได้ทุกชนิด ลองทำอาหารเย็นแล้วกัน ฉันจะรอทาน หากมีปัญหาอะไรก็ให้บอก ฉันทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น ถามได้ตลอดเวลา”

คำพูดเอื้อเฟื้อของเขาทำให้เธออบอุ่นใจ ฉีกยิ้มกว้างให้ทันที ลักยิ้มข้างแก้มทำให้เขาตาพร่าเล็กน้อย จนเผลอยิ้มตอบด้วยความเผลอไผล

“ค่ะ” พิรันดารับคำพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มไม่คลาย

ดลรวีตีสีหน้าเรียบขรึมเมื่อรู้ตัวว่าเผลอยิ้มตอบกลับไป ก่อนก้าวถอยหลังออกไปทำงานทันที

เมื่อคล้อยหลังร่างสูงใหญ่ของเจ้านายหนุ่มไปแล้ว เธอจึงเริ่มลงมือเปิดตู้เย็นดูอาหารสดแล้วคิดเมนูรสเด็ดทำให้เขาลองชิม กลิ่นอาหารที่ลอยอบอวลออกมาจากห้องครัวทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านนอกถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความหิว น้ำย่อยเริ่มหลั่งออกมาจากกระเพาะมากขึ้น

แม้เขาจะถูกใจหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็น แต่การทดสอบเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ หากเธอทำอาหารไม่เป็นสับปะรดเขาคงทนกินไม่ลงเป็นแน่

“อาหารเสร็จแล้วค่ะคุณดล จะให้ตั้งโต๊ะเลยไหมคะ”

แม่บ้านหุ่นอรชรออกมาจากห้องครัวถามเจ้าของบ้านด้วยสำเนียงแปร่งๆ เหน่อๆ เช่นเดิม

ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองหันไปมองร่างที่เดินมาหยุดยืนใกล้ๆ เสื้อคอกระเช้าที่เธอใส่ช่างวับๆ แวมๆ ดีแท้ แล้วการที่เขาต้องอยู่ตามลำพังกับแม่บ้านสาวๆ แบบนี้มันจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ แม้ปกติจะต้องออกไปทำงานหรือประชุมบ่อยครั้ง แทบอยู่ไม่ติดบ้านก็ตาม แต่เวลาส่วนตัวเสาร์-อาทิตย์ เขาไม่เคยออกไปไหนนอกจากพักผ่อนอยู่บ้าน ชายหนุ่มคิดว่าคงไม่เป็นอะไรหรอกนะ เขาปลอบตัวเองในใจ เมื่อชักเริ่มหวั่นไหวแปลกๆ กับสาวน้อยตรงหน้า

“เอาสิ ฉันก็เริ่มหิวแล้ว”

เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต หญิงสาวจึงเริ่มจัดโต๊ะอาหารอย่างคล่องแคล่ว เขามองว่าที่แม่บ้านจนเพลิน เมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อยจึงเดินมายังโต๊ะอาหาร

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมที่เห็นอาหารตรงหน้า เขามองอาหารสลับกับคนปรุงด้วยความฉงน ไม่คิดว่าเธอจะทำอาหารได้หน้าตาน่าทานขนาดนี้ แถมกลิ่นหอมกรุ่นโชยไปทั่วบริเวณ แม้จะเป็นเมนูอาหารง่ายๆ ก็ตามที

“เธอทำอาหารได้น่าทานมาก”

ดลรวีก้มมองอาหารที่จัดเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียว ต้มมะระยัดไส้หมูสับ ปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊ว ยำสาหร่ายปูอัด ล้วนแล้วแต่เป็นเมนูเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED