ตอน 1

“ โอ๊ย ทำไมมันทุลักทุเลขนาดนี้วะ ถ้าไม่นึกถึงเบี้ยเลี้ยงพิเศษวันละแปดร้อยห้าสิบค่าสกิลที่จะได้รับนะ วินวี่จะไม่ทน ไอ้รถบ้าของฉันก็ดันมาเข้าอู่ได้จังหวะพอดิบพอดี ”

          เสียงบ่นกะปอดกะแปดออกมาจากริมฝีปากหนาที่เคลือบลิปสติกสีชมพูโอรสแปร๊ดตัดกับสีผิวคล้ำของนางเสียเหลือเกิน ใบหน้าโบกด้วยรองพื้นและเครื่องสำอางหนาเตอะ ดวงตาที่กระพือขึ้นลงไม่ยอมหยุดนั้นติดขนตาชนิดหนายาวงอนเป็นพิเศษเพื่อให้ดูกลมโตและอ่อนหวาน แต่แทนที่มันจะดูสวยแบ๊วอย่างที่นางตั้งใจ มันกลับดูเหมือนมีนกอินทรีย์ไปกระพือปีกแทนขนตาเพราะมันหนาและยาวจนเกินควรสวยแบบแปลก ๆ สวยแหวกมนุษย์มนา

        ร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อแน่นแกร่งไปทั้งตัวแบบฉบับชายชาตรีทั้งแท่ง  แต่การแต่งกายและจิตใจของนางล้ำอิสตรีที่แท้ทรูไปเสียสิ้น เดินบิดสะโพกไปมาราวกับเยื้องย่างอยู่บนเวทีประกวดมิสทิฟฟานี่

          นางคือ วินวี่ สาวประเภทสองที่คิดว่าตนเองงามเลิศเจิดจรัสที่สุดในปฐพี

          “ หุบปากสักทีอีเทวินทร์ ทน ๆ เอาหน่อยเถอะวะ ” อีกคนที่เดินเคียงข้างเอ่ยสวนเพื่อตัดความรำคาญ                     ตากลมโตภายใต้คิ้วโก่งได้รูป จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากอวบอิ่ม เครื่องหน้าเหล่านั้นอยู่ภายใต้กรอบใบหน้ารูปไข่ มันคงจะงดงามหากเจ้าหล่อนแย้มยิ้มบ่อย ๆ เสียแต่ว่าชอบทำหน้ายักษ์จนคนที่ไม่รู้จักเธอดีไม่อยากเข้าใกล้ เพราะใบหน้าไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

          ร่างอวบอัดเดินขึ้นรถตุ๊ก ๆ ที่เหมาไว้แล้วทิ้งตัวลงบนเบาะ โดยมีร่างสูงใหญ่ของเพื่อนสาวกระแทกสะโพกนั่งลงด้านข้าง ส่งสายตาปะหลับปะเหลือกมาให้

            “ อีเมษา ฉันบอกแกเป็นครั้งที่สามร้อยแปดสิบสองแล้วว่าห้ามเรียกชื่อนั้นอีก ฉันชื่อวินวี่ ”

         “ เออ ๆ ชื่ออะไรก็เหมือนกันแหละ หุบปากสักที รำคาญ ”

          ไม่พูดเปล่า ยกมือขึ้นไปตะปบปากเพื่อนหนึ่งที นางรีบปัดออกพัลวัน คนทำหัวเราะหึ ๆ ก่อนเอนหลังพิงเบาะรถแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า

          เธอชื่อ เมษา เป็นแม่หม้ายวัยสามสิบที่มีลูกติดอายุแปดขวบเศษ เพราะความผิดพลาดในวัยเรียนครั้งอยู่มหาวิทยาลัย ความเชื่อมั่นในรักด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ ทำให้เธอพลาดท่าเสียสาวให้กับชายคนรักด้วยความเต็มอกเต็มใจ และในวันที่เธอเดินไปบอกเขาว่าเธอตั้งครรภ์ เขาก็หายไปจากมหาวิทยาลัย หายไปจากชีวิตเธอกับลูก และไม่เคยส่งข่าวมาอีกเลย

          หัวใจอันบริสุทธิ์ของเด็กสาวคนหนึ่งแตกสลาย อนาคตดับวูบ เธอกลับบ้านไปบอกข่าวแม่ด้วยน้ำตานองหน้า แต่ความรักอันงดงาม อ้อมกอดอันอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ เฝ้าปลอบประโลม เยียวยาหัวใจจนเธอแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง เพื่อแม่เท่านั้น แต่เพื่ออีกชีวิตที่กำลังจะลืมตาดูโลก อีกหนึ่งชีวิตที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา

            เหตุการณ์อันโหดร้ายหล่อหลอมให้ผู้หญิงอ่อนแอไม่ทันโลกกลับกลายเป็นคนเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวมากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมรอบด้าน เพื่อนบ้าน หรือแม้กระทั่งญาติพี่น้องก็รุมนินทาว่าร้ายเธอต่าง ๆ นานา เธอจึงสร้างเกราะกำบังฉาบไว้ด้วยการเป็นคนเคร่งเครียด หน้าดุ พูดจาห้วนห้าวจนถึงบัดนี้

          เธอเข้าทำงานที่ห้างสรรพสินค้าจำหน่ายของตกแต่งบ้านแห่งหนึ่ง มีหลายสาขาทั่วประเทศ และได้พบกับเพื่อนร่วมงานสาวประเภทสองอย่างวินวี่ หรือชื่อในบัตรประชาชนที่บุพการีตั้งให้ว่า เทวิน นิสัยปากร้ายแต่ใจดีของทั้งคู่ทำให้เข้ากันได้ดี เป็นปี่เป็นขลุ่ย จากเพื่อนร่วมงานก็กลายมาเป็นเพื่อนรักจนถึงบัดนี้

            ทางบริษัทมีการเปิดสาขาใหม่ที่นี่ราวหนึ่งปี และตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงระบบฐานข้อมูลที่ใช้บริหารการจัดส่งและสินค้าคงคลัง ทั้งสองในฐานะที่อยู่มานาน เป็นผู้เชี่ยวชาญในระบบที่สุด เพราะหนึ่งเป็นผู้จัดการแผนกคอมพิวเตอร์และฐานข้อมูลคือวินวี่ อีกหนึ่งคือเมษา เป็นผู้จัดการแผนกสินค้าคงคลัง ทางบริษัทจึงส่งทั้งคู่มาสอนการใช้ระบบที่นี่เป็นเวลาหนึ่งเดือน แต่ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กกว่าที่เคยทำอยู่ จึงหาบ้านเช่ายากเย็นเหลือเกิน นี่ก็ตระเวนถามมาเกือบสิบที่แล้วยังไม่มีที่ว่าง เพราะมันฉุกละหุกเหลือหลาย อากาศก็ร้อนแสนร้อน หลังจากบ้านเช่าที่ไม่ห่างไกลตลาดนั้นเต็มหมด ตอนนี้ไม่มีตัวเลือกมากนัก จึงกลายเป็นว่าที่ไหนก็ได้ ขอให้มีที่ซุกหัวนอนเป็นพอ

          คุณลุงวัยหกสิบเศษ โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊ก พาทั้งสองมุ่งหน้าไปยังบ้านเช่าที่อยู่ห่างจากตัวตลาดมาไกลพอสมควร ปากซอยมีร้านขายของชำเล็ก ๆ และร้านอาหารตามสั่งอยู่ติดกัน มีบ้านอยู่สองสามหลังห่างกันพอสมควร

          มีสิ่งเดียวที่ดูเจริญตาเจริญใจมากที่สุดในซอยหรือจะเรียกว่าที่สุดในบริเวณนี้ก็ว่าได้ สิ่งนั้นคือ บ้านหลังงามสไตล์โมเดิร์นที่รายล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพรรณ  แถมยังมีหลังเล็กเป็นปูนเปลือยอยู่ด้านซ้ายของหลังใหญ่ เรียบหรูดูดีนักเชียว

          “ คุณลุงคะ บ้านหลังใหญ่ ๆ นี้ของใครอะ เจ้าของเป็นผู้ชายหรือเปล่า ” วินวี่เอ่ยถามขึ้น

           “ ทำไมวะนังวินวี่ ถ้าใช่แกจะทำไม ” เพื่อนชะนีชิงเอ่ยถาม

          “ ก็ถ้าใช่ วินวี่ก็จะใช้ความสวยเข้ายวนยั่วเสนอตัวให้ใหลหลง แล้วเข้าไปนั่งกุมบังเหียนเป็นนางพญาเหนือบัลลังก์  คุมสมบัติไงล่ะยะนังเมษา ชะนีหน้าเหียกและมันสมองเท่าไข่จิ้งจกอย่างแกน่ะ ไม่มีทางมีไหวพริบเท่าฉันหรอก ” เมษาหัวเราะแล้วส่ายศีรษะด้วยความระอาเพื่อน คุณลุงโชเฟอร์พลอยขำไปด้วย

          “ ถ้าแม่หนูคิดจะใช้ความสวยเข้าว่าก็คงจะช้าไป เพราะเจ้าของบ้านคือเสี่ยธเนศ อายุอานามแกก็ราว ๆ สี่สิบต้น ๆ หล่อทีเดียวละ เจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้างร้านใหญ่ในอำเภอเป็นพ่อหม้ายเมียตาย พึ่งจะแต่งงานใหม่เมื่อปีที่ผ่านมานี่แหละ ”

          “ โอ๊ย มาช้าไปอีกแล้ว แล้วเมียน่ะใคร สวยได้ครึ่งหนู หรือเปล่าคะ ” วินวี่ยังไม่ลดละความตั้งใจ คุณลุงหัวเราะลงลูกคอเอิ๊กอ๊าก

          “ ลุงก็ว่าเขาสวยนะ แต่สู้หนูไม่ได้หรอกจ้ะ ”

          “ ที่สู้ไม่ได้เนี่ย ความสวยหรือความแปลกคะลุง ” เมษาเอ่ยแทรกขึ้นมา วินวี่ฟาดขาเพื่อนดังเพี้ยะที่คอยขัดอยู่ร่ำไป แต่ยังไม่ทันได้ประคารมกันอีก เสียงคุณลุงโชเฟอร์ก็ขัดจังหวะขึ้นมาพอดี

          “ เอ้า ถึงแล้ว บ้านเช่าท้ายซอยนี่ละจ้ะ ”

          เมื่อลุงตุ๊กตุ๊กจอดรถเสร็จสรรพ สองสหายก็ลงจากรถเพื่อจะได้เห็นที่ซุกหัวนอนแห่งใหม่ได้อย่างชัดเจน

          บ้านเช่ากลางเก่ากลางใหม่ทาสีฟ้าตัดขอบด้วยสีน้ำเงิน   สี่ห้องติดกันเรียงรายอยู่เบื้องหน้า มีบริเวณหน้าบ้านและ ที่จอดรถเสร็จสรรพ

ตอน 2

“ โอไหมแก ” วินวี่เอ่ยถามเพื่อน เมษาพยักหน้า

          “ เออ ดูภายนอกก็ดูกว้างขวางดีนะ ”

          “ แล้วทำไมมันเงียบเชียบอย่างนี้วะ ”

          “ สงสัยจะออกไปเรียนกันหมดล่ะมั้งครับ เพราะส่วนมากจะเป็นนักศึกษา ผมเคยมาส่งอยู่ มีห้องซ้ายสุดที่เป็นคนแก่ กับลูกชายหรือไงเนี่ย ” ลุงตุ๊กตุ๊กสอดขึ้นมา วินวี่ตาลุกวาว

          “ นักศึกษาเหรอคะ ผู้หญิงหรือผู้ชายคะลุง ”

          “ คนที่อยู่น่าจะผู้ชาย แต่ก็มีผู้หญิงมาอยู่เรื่อย ๆ นะครับ ตามประสาคนหนุ่มหล่อแหละครับ ”

          “ ว้าย หล่อด้วยเหรอคะ อกวินวี่จะแตกแหกตอนบ่ายโมง ”

          “ โอ๊ย อีวินวี่ พอ ๆ หื่นไม่รู้จักเวล่ำเวลา รู้บ้างเวลาไหนควรทำอะไรก่อน ” เธอหันไปเอ็ดเพื่อนที่ค้อนขวับตอบก่อนหันไปคุยกับลุงตุ๊กตุ๊กอีกครั้ง

          “ สภาพภายนอกโอเคมากค่ะลุง ดูสงบเงียบดีด้วย ยังไงลุงพาหนูไปหาเจ้าของเลยได้ไหมคะ ”

          “ ได้เลยครับ ขึ้นมาเลย ”

        จากนั้น ลุงตุ๊กตุ๊กก็พาทั้งสองมุ่งหน้าไปยังบ้านเจ๊ลำไย ผู้เป็นเจ้าของห้องเช่า จากนั้นเจ๊ลำไยก็พากลับมาอีกทีเพื่อเข้าชมห้อง ภายในมีห้องรับแขกเล็ก ๆ ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ ระเบียงตากผ้า ถึงไม่โอ่โถงใหญ่โตนัก แต่นี่ก็ถือว่าดีโข แถมยังมีเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้พร้อม ทั้งเตียง โต๊ะนั่งเล่น โต๊ะกินข้าว

        สองสหายตกลงใจเช่าห้องนี้ กว่าจะทำสัญญา กว่าจะจ่ายเงินเสร็จสรรพก็หมดเวลาไปอีกชั่วโมงกว่า ทั้งสองให้ลุงตุ๊กตุ๊กพาไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นรวมทั้งของกินแล้วกลับมาส่งที่ห้องพัก หลังจากนั้นก็จ่ายเงินให้ไปพอสมควรที่บริการอย่างเต็มที่ เล่นเอาแกยิ้มแก้มปริ แถมให้เบอร์มือถือไว้บอกอยากไปไหน โทรเรียกใช้ได้ตลอดเวลาราวเซเว่นอีเลฟเว่น

        กว่าจะจัดเรียงข้าวของให้ลงตัวเสร็จสรรพก็ปาเข้าไปชั่วโมงกว่า กินข้าวกินปลาแล้วก็พากันตาปรือ เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและหาห้องพัก เมื่ออาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยทำท่าจะล้มตัวลงนอน ก็มีเสียงเคาะประตูรัวดังขึ้น ทั้งสองสะดุ้งโหยง วินวี่ขมวดคิ้ว

        “ เคาะขนาดนี้มึงไม่พังประตูเข้ามาเลยล่ะ ใครวะ บังอาจมากวนเวลาจะเข้าบรรทมขององค์หญิงวินวี่ ”

        “ อาจจะเป็นพวกเด็กนักศึกษาที่ลุงตุ๊กตุ๊กแกว่าหรือเปล่าวะ ” เมษาว่า นั่นทำให้เพื่อนสาวตาลุก

        “ ว้าย งั้นก็ผู้ชายหล่อน่ะสิ เดี๋ยวฉันไปเปิดเอง แกนอนเถอะชะนีถึก ” พูดพลางเดินไปหยิบลิปสติกสีส้มสะท้อนแสงมารูดทาบนปาก น้ำหอมประโคมฉีดลงไปบนเรือนกาย ก่อนที่เพื่อนรักจะตะโกนด่า

        “ โอ๊ย อีวินวี่ แค่เดินไปเปิดประตูแค่นี้ทำไมต้องอาบฟอร์มาลีนด้วย กลิ่นงี้ฟุ้งเต็มห้องเลย ” วินวี่หันมาค้อนวงใหญ่

        “ อีคนไม่มีคลาส ฟอร์มาลีนบ้านแกสิ นี่กุชชี่ เดซี่ เลยนะ ฉันอุตส่าห์ไปถอยมาจากเจ๊เล้งตอนมันลดราคา วุ้ย ไม่คุยด้วยแล้ว เปิดประตูให้ผู้ชายดีกว่า ”

        แต่ทันทีที่ประตูถูกเปิด วินวี่ก็ต้องผิดหวังอย่างแรง เพราะที่ยืนอยู่มันไม่ใช่ผู้ชายหล่อกรุบ ๆ อย่างที่เธอคาดหวัง หากแต่เป็นป้าอายุราวสี่สิบปลาย สวมกางเกงแล็คกิ้งสีโอรส เสื้อรัดรูปลายเสือ แต่ด้วยสรีระของเจ้าหล่อนที่เกินอวบระยะสุดท้ายไปไกลโข แทนที่มันจะดูเซ็กซี่เป็นแม่เสือสาว มันเลยปลิ้นออกมาเป็นปล้อง ๆ ดูเซ็กส์เสื่อมคล้ายงูเหลือมอิ่มหมาเสียมากกว่า สิบนิ้วสวมแหวนเสียแปด ผิวเจ้าหล่อนขาวจั๊วะราวกับเต้าหู้ ใบหน้าอวบอูม ตาเล็กหยี ปากบางเฉียบเคลือบลิปสติกสีเดียวกับกางเกง เหนือริมฝีปากขวามีไฝเม็ดเป้งติดอยู่ เป็นสัญลักษณ์เรดาร์แห่งวงการเผือกที่แท้จริง

        ปากสีโอรสคลี่ยิ้มก่อนจะยื่นถุงในมือมาให้

        “ สวัสดีค่ะคุณน้องผู้มาอยู่ใหม่ทั้งสอง เจ๊ชื่อดอกไม้นะคะ อยู่ห้องริมขวาสุด ได้ยินจากเจ๊ลำไยว่ามีสมาชิกใหม่ พี่ก็เลยซื้อขนมจีนแกงเขียวหวานมาฝาก ” วินวี่ยกมือขึ้นไหว้ด้วยท่าทีอ่อนช้อยราวนางงามพึ่งได้รับตำแหน่ง

        “ ขอบพระคุณมาก ๆ เลยนะคะเจ๊ดอก ”

        “ ดอกไม้จ้ะ กรุณาเรียกให้เต็ม ๆ ”

        “ ค่ะ เจ๊ดอกไม้ น้องชื่อวินวี่นะคะ ส่วนเพื่อนของน้องที่เถื่อน ๆ ถึก ๆ หน้าโหด ๆ นั่นชื่อเมษ์ เมษ์ โผล่หน้าออกมาหน่อยซิ มีพี่เพื่อนบ้านเขามาต้อนรับแน่ะ ” ท้ายประโยคนางชะโงกหน้าไปตะโกนเรียกเพื่อนรัก เมษาที่ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วจำต้องผุดลุกขึ้นแล้วเดินออกไปที่ประตู กระนั้นมันก็ยุ่งไปหมดทั้งหน้าทั้งหัว แต่เมื่อเห็นผู้มาเยือนก็จำต้องฉีกยิ้มและไหว้ทำความเคารพตามมารยาท

        “ สวัสดีค่ะคุณพี่ ”

        “ ดอกไม้จ้ะ จะเรียกว่าเจ๊ดอกไม้แสนสวยก็ได้ เจ๊ไม่เกี่ยง แล้วนี่มาจากไหน ทำงานที่ไหน มีลูกมีผัวกันหรือยัง สองคนคงเป็นเพื่อนกันสินะ ดูสภาพแล้วไม่น่าใช่ผัวเมีย ” เรดาร์เริ่มทำงาน ดวงตาเล็กหยีกลอกมองทั้งสองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าวินวี่ลอบกลอกตามองบนแว้บหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยตอบอ่อนหวานอย่างนางสาวไทย

        “ เราเป็นเพื่อนกันน่ะค่ะ ย้ายมาประจำชั่วคราวที่ห้างโฮมแอนด์แลนด์สาขาที่นี่ เมษ์บ้านอยู่สงขลา ส่วนหนูที่หน้าตาสวย ๆ เซ็กซี่ ๆ แบบนี้ก็มาจากกรุงเทพฯ ค่ะ ”

        “ นั่นน่ะสิ เจ๊ก็ว่า หน้าตาไม่เหมือนคนหาเช้ากินค่ำ ว่าแล้วจะต้องทำงานมีหน้ามีตามีตำแหน่ง แล้วทำไมถึงย้ายมาล่ะ มีเรื่องอะไรกันใช่มะถึงได้โดนย้าย แหม อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ขอเจ๊เข้าไปนั่งเม้าท์ข้างในหน่อยเถอะ ยืนอยู่ตรงนี้เริ่มปวดขา หัวเข่าไม่ค่อยดีเท่าไร ” พูดพลางทำทีจะเดินเข้าไปด้านใน เป็นเมษาที่รีบเอ่ยเบรกเสียก่อน

        “ เจ๊ดอกคะ ”

        “ ดอกไม้จ้ะ ” เจ้าตัวรีบแย้งทันควัน

        “ ค่ะ โทษที เจ๊ดอกไม้ คือเราทั้งสองเนี่ยพึ่งจะย้ายของ จัดของเสร็จเหนื่อยมากเลย อยากจะนอนพักสักหน่อย ดังนั้นเราขอเสียมารยาทยังไม่คุยตอนนี้ได้ไหมคะ ไว้วันว่าง ๆ เราจะรีบเดินไปเม้าท์กับเจ๊ที่ห้องเลย ดีไหมคะ ” เจ๊ดอกไม้มีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดที่โดนปฏิเสธตามประสาคนช่างเม้าท์ แต่ก็ต้องยิ้มออกมาในท้ายที่สุด

        “ ก็ได้จ้ะ แหม เสียดาย อยากจะทำความรู้จักกันให้มากขึ้น เออ ถ้าน้องทั้งสองอยากจะรู้อะไรนะ ถามเจ๊ได้ เจ๊รู้         ทุกอย่าง แต่เจ๊ไม่ค่อยได้อยู่ห้องหรอก ไป ๆ มา ๆ น่ะ”

        “ เสือกไปทั่วทุกอณูล่ะสิ ” วินวี่เอ่ยเบา ๆ อย่างอดไม่ได้ มิวายที่เจ๊แกจะเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ

        “ ตะกี๊คุณน้องว่าไงนะคะ ”

        “ อ๋อ เปล่าค่ะ แค่บอกว่า ดีใจที่เจ๊รู้ทุกอณูเหมือนกูเกิ้ลเลย เวลาสงสัยอะไรจะได้ถาม เนาะเมษ์เนาะ ดี๊ดี ” ท้ายประโยคหันไปพยักเพยิดกับเพื่อนรัก เมษาได้แต่ยิ้มให้เนือย ๆ เพราะตาแทบจะปิดอยู่แล้ว

        “ ถ้าอย่างงั้นเจ๊ไปละนะ พักผ่อนกันเถอะ นี่ก็บ่ายแล้ว ประเดี๋ยวไอ้พวกเด็กสวะข้างห้องนี่มันกลับมาก็คงไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันอีก ไม่ได้อยู่กันอย่างมีความสุขหรอก เจ๊บอกเลย ” คำบอกกล่าวนั้นทำให้สองคู่ซี้หันมาสนใจอีกครั้ง

ตอน 3

    “ เหรอคะเจ๊ แย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เมษาเอ่ยด้วยความกังวล ตัวเองกับเพื่อนก็มาจากต่างถิ่น เกิดมาเจอเด็กอันธพาล เด็กติดยาหรืออะไรพรรค์อย่างนั้น ใครจะไปรู้ว่าอะไรร้าย ๆ จะเกิดขึ้นบ้าง

        เจ๊ดอกไม้หันกลับมาพร้อมพยักเพยิดทันที

        “ จริงสิ อยู่กันสองห้อง มันเป็นเพื่อนกันทั้งหมด ห้องฝั่งติดเธอเนี่ยชื่อไอ้ธันวา ไอ้นี่หน้าตาดี ตัวสูงใหญ่ แต่เตือนไว้ก่อนเลยว่าอันตรายที่สุด มันหื่นกาม จิตวิตถารด้วย พาผู้หญิงมาไม่ซ้ำหน้า ไม่รู้ไปฉุดใครหรือออฟหมอนวดที่ไหนมา พ่อล่อไม่เลือก ไอ้นี่เขาอยู่คนเดียวเพราะจะมีผู้หญิงผลัดกันมาเป็นเหยื่ออยู่เรื่อย ๆ ส่วนห้องถัดไปที่ติดเจ๊นั่นมีไอ้แว่นตัวผอม ๆ กับไอ้เตวิทย์ตัวล่ำ ๆ คล้ำ ๆ ที่เป็นนักมวยอยู่ด้วยกัน เห็นว่าใส่แว่นท่าทางเหมือนเด็กเรียนนะ แต่ที่ไหนได้เขาว่ามันทั้งค้าทั้งเสพ วันดีคืนดีเดี๋ยวมันก็พาพรรคพวกมากินเหล้า เล่นยา ดีดกีตาร์ร้องเพลง เราเตือนก็ไม่ได้นะ มันจะกระทืบเอาสิ ไอ้เตวิทย์มันเป็นนักมวยด้วย เจ๊ก็ต้องอยู่ไปอย่างอดทนนี่ละ อาศัยว่าห้องดีราคาถูก ” วินวี่ยกมือขึ้นทาบอก

        “ ว้าย ! นี่มันอันธพาล สวะสังคมชัด ๆ เลยนะคะเนี่ย ” เจ๊ดอกไม้พยักหน้าหงึก ๆ

        “ ใช่สิ แล้วมีมากกว่านั้นนะจ๊ะ เจ๊จะขอบอกไว้เลย ไอ้ธันวาเนี่ยมันเป็นลูกของเสี่ยธเนศ ตอนน้องเข้ามาน่ะ เห็นบ้านหลังใหญ่ ๆ กลางซอยไหม ” คู่หูเพื่อนรักพยักหน้า

        “ เออนั่นล่ะ เป็นพ่อขอไอ้ธันวา เขาลือกันว่า ไอ้ธันวาโดนไล่ออกจากบ้าน เพราะอะไรรู้ไหม ” เจ๊ดอกไม้ลดเสียงลง พร้อมหรี่ตาที่มันแคบอยู่แล้วให้แคบลงกว่าเก่า ทั้งคู่รีบขยับเข้าไปใกล้

        “ เพราะอะไรเหรอคะเจ้ ”

        “ เพราะมันข่มขืนแม่เลี้ยง เมียใหม่ของพ่อ พ่อมันจับได้ก็เลยโยนมันออกจากบ้านน่ะสิ ”

        “ ว้าย ! ตาเถรตกใต้ถุน แม่เลี้ยงก็ไม่เว้นเหรอคะ ” วินวี่ทำตาโต เจ๊ดอกไม้พยักหน้าหงึกหงักรุนแรงคอแทบหัก

        “ นี่ เขาลือกันนะว่ามันเป็นโรคติดเซ็กส์ ซาดิสม์ อาศัยว่ามันหน้าตาดี รูปร่างดี ผู้หญิงก็เลยติดกับมันไม่มีหยุดหย่อน หารู้ไม่ว่าเป็นซาตานในคราบเทพบุตร ”

        “ หน้าตาดีเหรอคะ ” วินวี่หูผึ่ง

        “ ก็... ประมาณหนึ่งแหละ พอไปวัดไปวาได้ ” เจ๊ดอกไม้ว่า

        “ ถ้าอย่างนั้นหนูจะลองเสนอตัวเป็นเหยื่อให้นายธันวาคนนี้ดู จะได้ลดอันตรายต่อผู้หญิงคนอื่น หนูยอมเสียสละค่ะ ”

        “ อีวินวี่ ! ” ผู้เป็นเพื่อนรีบยกมือขึ้นฟาดแขนดังเพี้ยะ  วินวี่ได้แต่คำแขนป้อย ๆ

        “ อะไรวะเมษ์ นี่ฉันกำลังจะพลีร่างเพื่อมวลชน เสียสละเพื่อความสงบสุขแห่งมวลมนุษยยชาติเลยนะ ”

        “ เจ๊ขอเตือนคุณน้องทั้งสองเลยนะคะว่า อย่าเอาตัวเข้าใกล้ไฟ ถ้าไม่อยากตายอย่างทุกข์ทรมาน อยู่ห่าง ๆ ไว้ดีที่สุด เจ๊ไปนะคะ เชิญคุณน้องทั้งสองพักผ่อนเถอะค่ะ ” แล้วร่างอวบอ้วนของเจ๊ดอกไม้ก็จากไป ประตูห้องถูกปิดลง แต่เจ๊แก เล่นทิ้งระเบิดก่อนไป ใครที่ไหนจะหลับลง

        “ เวรกรรมแท้ ๆ เลย ย้ายมาต่างบ้านต่างเมืองครั้งแรกก็มาเจอเด็กโรคจิตข้างห้อง ” เมษาบ่นอุบก่อนจะเดินลงมาทิ้งตัวนอนบนเตียงแล้วก่ายหน้าผาก

        “ ยังไม่ทันเจอของจริงเลย คิดไปถึงไหน ๆ แล้ว ระดับอีเจ๊ดอกนั่นน่ะนะ วินวี่มองก็รู้แล้วว่าบอร์นทูบีเสือก เกิดมาเพื่อเสือกและเม้าท์เท่านั้น ไม่รู้เชื่อได้หรือเปล่า ”

        “ แกก็อย่าบ้าผู้ชายให้มากนักวินวี่ มันไม่ใช่เด็กธรรมดา มันทั้งค้า ทั้งเสพ ทั้งโรคจิต ระวังจะตายแบบศพไม่สวย ”

        “ เออ ฉันรู้แล้วน่า ไปนอน ๆ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่  ดูสถานการณ์ไปก่อน ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ก็ค่อยขยับขยายละกัน อย่าพึ่งตีตนไปก่อนไข้เลยแก นอน ๆ พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าหน้าสวย ๆ เผลอ ๆ ฉันอาจจะเจอเนื้อคู่ที่นี่ก็ได้ ”

        พูดจบวินวี่ก็ทิ้งตัวลงนอน เมษาจึงทำตามเพื่อนรักบ้าง ไม่ถึงห้านาที สองสหายก็หลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลีย

        ขณะกำลังอยู่ในห้วงแห่งภวังค์นิทราอันแสนสุขอยู่ พลันนั้นเมษาก็ต้องสะดุ้งเฮือกตื่นจากฝันอันแสนหวานทันที เนื่องด้วยมีเสียงบางอย่างกระทบโสตประสาท

        “ โอ๊ย อย่า อย่าทำแบบนั้น ได้โปรด... ”

        เมษาตาลุกโพลง ใจหายวาบ ถ้อยคำของเจ๊ดอกไม้ที่สาธยายให้ฟังเกี่ยวกับไอ้เด็กข้างบ้านติดยาแถมยังโรคจิตพุ่งเข้ามาในหัวทันที

        “ หรือว่ามันกำลังจับผู้หญิงมาทรมานวะน่ะ ”

        “ อ๊า ! ” เสียงกรีดร้องดังขึ้น หญิงสาวสะดุ้งเฮือก สายตาตวัดไปมองนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนครึ่ง ห้องเช่าอยู่แถบชานเมืองแบบนี้ คงไม่มีใครได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงคนนั้นเป็นแน่แท้ ไวเท่าความคิด เมษารีบเขย่าแขนเพื่อนสาวที่นอนกรนเอาเป็นเอาตายราวกับเสียงเรือหางยาวก็ไม่ปาน

        “ วินวี่ ลุกเร็ว ไอ้เด็กข้างบ้านมันเอาผู้หญิงมาทรมานร้องเสียงโหยหวนเหมือนใกล้ตายเลย ” ร่างกำยำของเพื่อนรัก     ทำเพียงขมวดคิ้วแล้วพลิกตัวเอาผ้าห่มมาคลุมโปงก่อนจะกรนต่อ

        “ อีเทวินทร์ ! ” เธอเรียกดังขึ้น หากแต่กะเทยไทยนางนั้นยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง

        “ นี่มึงนอนหรือมึงซ้อมตายเนี่ย ชักช้าอยู่นั่น ผู้หญิงคนนั้นตายพอดี ไปดูลาดเลาก่อนแล้วกันเว้ย ” เมษาตัดสินใจ ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังที่มาของเสียง ไม่ลืมที่จะหยิบมีดหนึ่งเล่มที่ปอกมังคุดกินกับเพื่อนสาวก่อนเข้านอนมากระชับไว้ในอุ้งมือ

        เสียงมันดังมาจากทางด้านหลังที่ต้องเปิดประตูครัวออกไป ซึ่งทางบ้านเช่าต่อออกไปเป็นพื้นที่สำหรับตากผ้าหรือ ซักล้าง ดังนั้นระหว่างห้องจึงโบกปูนปิดทึบไว้เฉพาะด้านล่างขึ้นมาราวหนึ่งเมตร ส่วนด้านบนใช้ไม้ฝาเฌอร่ากว้างราวฝ่ามือตีห่างกันราวสองนิ้วในแนวตั้งเพื่อให้ลมพัดผ่านเข้าได้ ดังนั้น เมษาจึงสามารถมองลอดจากระเบียงหลังห้องของตัวเองไปยังห้องติดกันได้ และภาพที่เห็นเบื้องหน้าก็ทำเอาเมษาแทบช็อค

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED