บ้านกสิเทพพาณิชย์
ธุรกิจที่ตระกูลนี้ได้ทำสืบทอดกันมา คือการส่งออกเพชรพลอย โดยมีนายศรเทพผู้เป็นบิดาคอยควบคุมดูแล ด้วยนิสัยที่เขาไม่ค่อยไว้ใจใคร เมื่อครั้งหนึ่งนั้นเขาเคยได้ทำในสิ่งที่น่าละอายต่อวงศ์ตระกูล ด้วยการทุจริตทางการค้า หวังให้ตระกูลได้หลุดพ้นจากการล้มละลายมาได้ เพราะการบริหารที่ผิดพลาดของเขาเอง จนทำให้บริษัทของเพื่อนสนิทได้ล้มละลายแทน เพราะกลโกงของเขา แม้จะรู้สึกผิดบ้างแต่ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนย้ายไปอยู่ที่ไหน นับตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
วันนี้ทุกคนในบ้านกำลังวุ่นวาย เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นงานวันเกิดของลูกสาวคนรอง ซึ่งบ้านกะสิเทพพาณิชย์ มีลูกทั้งหมดสามคน พี่ชายคนโตชื่อคาวีอายุสามสิบปี เรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอก ลูกสาวคนรองชื่อรวีอายุยี่สิบแปดปี เรียนจบปริญญาตรีจากเมืองนอกเช่นกัน ทั้งสองโพรไฟล์ดีมีหน้ามีตาทางสังคม ซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงไฮโซ ส่วนน้องคนสุดท้องชื่อนารีอายุยี่สิบหกปี เรียนจบปริญญาตรีด้วยเกรดนิยมอันดับอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน เธอเป็นที่รู้จักในบรรดาคนรับใช้ ที่ใครๆ ต่างคิดว่านารีนั้นถูกเก็บมาเลี้ยง
ซึ่งลูกทั้งสามคนดูเหมือนจะมีความแตกต่างกันในทุกด้าน คาวีใจร้อนไม่ค่อยยอมคน มีเรื่องชกต่อยบ่อยครั้ง ส่วนลูกสาวคนรอง ชอบเที่ยวเตร่ไม่เอาการเอางาน ใช้เรือนร่างกับผู้ชายแปลกหน้าตามอำเภอใจ โดยที่หล่อนนั้นไม่ได้สนใจว่าจะทำให้เสื่อมเสียถึงวงศ์ตระกูล เธอรักสนุกแต่ไม่ผูกพัน นั่นคือสโลแกนของรวี ส่วนลูกสาวคนเล็กเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เธอมีนิสัยชอบยอมคน ถูกโขกสับราวกับว่าไม่ใช่ทายาทของบ้านนี้ แม้แต่บิดามารดา และพี่ๆ ทั้งสอง ยังไม่เคยคิดว่าเธอเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว
สิ่งสำคัญนารีนั้น ได้เกิดมาท่ามกลางความเกลียดชัง ของผู้เป็นบิดาและมารดา เมื่อมีหมอดูทำนายทายทักเอาไว้ เด็กคนนี้จะนำความวิบัติมาสู่ครอบครัว เธอคือเจ้ากรรมนายเวรที่นายศรเทพต้องชดใช้กับสิ่งที่เขาเคยทำเอาไว้กับใครบางคน ใครเล่าจะรู้แค่คำบอกเล่าของหมอดูจะทำให้ผู้เป็นบิดาและมารดารังเกียจเธอได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ความผิดของหญิงสาว หากจะโทษใครสักคนควรจะเป็นนายศรเทพบิดาของเธอมากกว่า แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคนที่รับกรรมคือนารี เด็กสาวที่เกิดมาเพื่อชดใช้กรรมแทนบิดา
"นี่ยัยนารี ฉันบอกให้จัดดอกไม้ดีๆ แล้วนี่อะไร" ผู้เป็นมารดาพูดตำหนิออกมา ในขณะที่นารีนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น และดอกไม้ในแจกันนั่นเธอก็จัดมันออกมาได้สวยดี แต่กลับไม่เป็นที่พอใจของสตรีสูงวัยเฉกเช่นมารดาของเธอ
"เดี๋ยวนาจะจัดให้ใหม่ค่ะแม่" นารีพูดออกไป พร้อมกับก้มใบหน้าลงต่ำ เมื่อเธอนั้นพยายามจนสุดฝีมือ แต่มารดาก็ยังคงไม่พอใจ
"โอ๊ย! นั่งเกะกะอยู่ได้หลบไปหน่อยซิ" รวีใช้เท้าเขี่ยไปที่แจกัน ที่นารีกำลังจัดขึ้นใหม่อีกครั้ง จนมันพังไม่เหลือชิ้นดี
"พี่รวีก็รู้ว่านากำลังจัดดอกไม้ใส่แจกัน แล้วทำไมต้องใช้เท้าเขี่ยมาตรงนี้ด้วย" เวลานี้หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหลืออด เมื่อเธอเตรียมงานทั้งวัน จนแทบไม่มีเวลาทานข้าว มิหนำซ้ำมารดาและพี่สาวยังมาทำเรื่องให้เจ็บช้ำน้ำใจอีก
"นี่แกขึ้นเสียงใส่ฉันเหรอนารี นังกาลกิณี" รวีพูดพร้อมกับใช้มือผลักลงไปที่ศีรษะของนารีอย่างแรง จนเธอนั้นตัวเอนล้มลงไปกองกับพื้น ผู้เป็นมารดากลับไม่ห้ามปรามสักคำ ปล่อยให้รวีกระทำกับเธอราวกับว่าไม่ใช่ลูกอีกคน
"นาแค่บอกพี่ดีๆ ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย แม่ค่ะ นาใช่ลูกของแม่หรือเปล่า ทำไมทุกคนถึงทำเหมือนกับว่านาไม่ใช่คนในครอบครัว ถ้าต้องการให้นาออกไปจากที่นี่ ก็บอกกันดีๆ ก็ได้ นาจะไป ถ้ามันทำให้ทุกคนสบายใจขึ้น" นารีร้องไห้ฟูมฟายพูดออกมาทั้งน้ำตา เมื่อเวลานี้เธอนั้นรู้สึกไร้ค่า แม้แต่บ่าวรับใช้ในบ้านผู้เป็นมารดายังพูดจาดีด้วย มากกว่าเธอที่เป็นลูกในไส้ด้วยซ้ำไป
"โตขึ้นปีกกล้าขาแข็ง ก็คิดจะออกไปจากบ้าน แกไม่สำนึกในบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของฉัน ที่เลี้ยงแกมาเลยเหรอนังนารี หรือว่าหล่อนอยากจะออกไปจากที่นี่ เพียงเพราะว่าขี้เกียจทำงาน หรือไม่คงอยากมีผัวจนตัวสั่น เขาคงหาเลี้ยงดูหล่อนได้ดีเท่าฉันหรอกนะ" คำพูดของผู้เป็นมารดาเหมือนมีดกรีดลงมากลางใจ นอกจากเธอจะไม่ได้ยินคำปลอบโยนปลอบใจ มิหนำซ้ำคำพูดเหล่านั้นมันกลับทิ่มแทงให้เธอรู้สึกเจ็บมากกว่าเดิม
"แค่จัดดอกไม้ เป็นชั่วโมงก็ยังไม่เสร็จ นี่ก็ใกล้เวลาที่คุณพ่อได้นัดคุณอาร์มันโด้ไว้แล้ว รวีเคยเห็นแต่ในรูปหากได้เจอตัวเป็นๆ จะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปเลย คุณแม่รีบจัดการให้นังนี่จัดดอกไม้ให้เสร็จก่อนที่แขกของคุณพ่อจะมา รวีขอไปเปลี่ยนชุดสวยๆ ก่อนนะคะ"
รวีพูดพร้อมกับรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้าน เมื่อนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อโพรไฟล์ดี แถมดีกรียังโสด กำลังจะมาเยือนบ้านหลังนี้ ในขณะที่บรรดาสาวๆ ค่อนประเทศต่างชอบและหวังที่จะได้เขามาแนบกาย รวีจึงหวังจะใช้โอกาสครั้งนี้มัดใจชาย ด้วยการแต่งตัวเซ็กซี่และเย้ายวน ที่ผ่านมาไม่มีผู้ชายคนไหนละสายตาจากเธอไปได้ และคราวนี้รวีก็หวังว่าอาร์มันโด้จะตกตะลึงในความงามและเซ็กซี่ของเธอ หล่อนจะทำให้เขาหลงจนหัวปักหัวปำ จนอยากจะสานสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและตรึงใจ
บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ ที่ใครเข้ามาต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่สวยงามราวกับสวรรค์ เมื่อความงามของบ้านดั่งวิมานบนดิน แต่จะมีสักคนไหมที่จะมาเข้าใจหัวอกของเธอ ลูกสาวคนเล็กของบ้านที่มีนามว่านารี เมื่อบิดาและมารดาพร้อมทั้งพี่ๆ มองมาที่เธอเป็นเพียงแค่ตัวกาลกิณี เมื่อหญิงสาวนั้นแทบจะอยู่เรือนหลังนี้ในฐานะคนรับใช้ก็ไม่ปาน
รถสปอร์ตคันหรูสีแดงวาววับแล่นเข้ามาในบริเวณบ้าน ก่อนจะไปจอดเทียบที่โรงรถ ชายร่างสูงใหญ่ที่มีนัยน์ตาสีฟ้าชวนให้หลงใหล ก้าวลงมาจากรถ ในขณะที่มีพลขับคอยเปิดประตูให้ ความหล่อเหลาที่มีนั้นไม่ต้องพูดถึง เมื่อเขาเป็นบุรุษในลุคที่สาวๆ คนใดได้เข้าใกล้ใจแทบจะละลากันทุกคน อยากจะได้ผู้ชายอย่างอาร์มันโดไปนอนแนบกายแทบทุกรายเลยก็ว่าได้
สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ บ้าน ชายหนุ่มได้สะดุดตากับสาวร่างเล็ก ที่มีเรือนร่างท่าทางอ่อนช้อย เธอเก็บดอกพิกุลขึ้นมานั่งร้อยทำเป็นอุบะสร้อยสนด้วยดอกจำปา ความงามของมาลัยยิ่งทำให้ชายหนุ่มสนใจในตัวเธอ ใบหน้าสดที่ไร้การแต่งแต้ม กลับสะกดสายตาของอาร์มันโด้ให้หลงใหล ชุดที่เธอสวมใส่แม้จะดูเรียบๆ แต่ก็ไม่น่าจะใช่แม่บ้าน เธอได้นั่งพับเพียบลงกับพื้นหญ้า ใบหน้างามช่างรับกับดวงตากลมโต
แต่ภายใต้แววตาคู่นั้นกลับหมองหม่นอย่างชัดเจน เหมือนกับหญิงสาวมีเรื่องราวอะไรมากมาย ที่เป็นทุกข์ใจ ซ่อนเอาไว้ภายใต้ดวงตาคู่งาม
"สวัสดีครับ คุณอาร์มันโด้ใช่ไหมครับ เชิญที่เรือนเลยครับ คุณท่านรออยู่บนเรือนแล้วครับ" ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหาอาร์มันโด้ พร้อมกับเชื้อเชิญเขาขึ้นไปบนบ้าน ท่าทางของชายผู้นี้ น่าจะเป็นคนที่คอยติดตามนายศรเทพไปทุกที่ และเขาคงไว้ใจชายผู้นี้มากกว่าใคร
"ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ดูท่าทางหน้าตาผิวพรรณของเธอแล้วไม่น่าจะใช่คนงานในบ้าน" อาร์มันโด้เอ่ยถามขึ้น พร้อมกับมองไปที่นารี ในขณะที่หญิงสาวยังคงร้อยมาลัยไม่สนใจใคร ทั้งที่ชายหนุ่มสืบประวัติทายาทของตระกูลกศิเทพพาณิชย์มาเป็นอย่างดี แต่ใบหน้าของหญิงสาวนั้นกลับไม่คุ้นตา เพราะเท่าที่สืบมามีแต่ลูกชายคนโตกับลูกสาวคนรอง ที่ออกงาน ส่วนลูกสาวคนเล็กของบ้านแทบจะหาประวัติไม่เจอ
"อ๋อ..นั่นคุณนารี ลูกสาวคนเล็กของบ้านหลังนี้ แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักเธอ เพราะคุณนารีมีหน้าที่ควบคุมดูแลงานบ้านงานเรือนเพียงเท่านั้นครับ" ชายวัยกลางคนพูดไปตามความเป็นจริง เมื่อเขาเองก็รู้สึกสงสารในโชคชะตาของนารี ที่ต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายในแต่ละวัน คอยรองรับอารมณ์รวีและคาวี พี่ชายยามเมามายราวกลับว่าเธอนั้นเป็นทาสรับใช้ของพี่ๆ ก็ไม่ปาน
"ผมพึ่งรู้ว่าคุณศรเทพมีลูกสาวอีกคน" อาร์มันโด้แกล้งพูดออกมา ก่อนจะเดินตามชายวัยกลางคนไปติดๆ
"อ้าว! มาแล้วเหรอ เชิญครับคุณอาร์มันโด้" นักธุรกิจสูงวัยบิดาของนารี เชื้อเชิญให้แขกคนสำคัญนั่งลงที่ห้องรับแขกของบ้าน โดยมีภรรยา และลูกสาวคนรองนั่งอยู่ข้างๆ รวียิ้มหน้าบานออกมาแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อใจของหล่อนเต้นแรงขึ้น ยิ่งได้เห็นตัวจริงของอาร์มันโด้ รวีก็ยิ่งชอบ หรือจะเรียกหลงรักเลยก็ว่าได้
"สวัสดีครับคุณศรเทพ" อาร์มันโด้พนมมือไหว้เจ้าของบ้านก่อนจะนั่งลง ที่โซฟากว้าง
"สวัสดีคุณอาร์มันโด้ นั่นแม่พิกุลภรรยาของผม ส่วนอีกคนชื่อรวีเป็นลูกสาวของผมเองครับ" อาร์มันโด้ยกมือขึ้นไหว้แม่พิกุล ก่อนจะส่งยิ้มไปให้รวี เขายอมรับในความเซ็กซี่ของเธอ ชุดที่หญิงสาวสวมใส่โชว์เนื้อหนังมังสาอย่างชัดเจน แถมหน้าตายังจัดเต็มแต่งแต้มปากด้วยลิปสติกสีแดงเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน สายตาของเธอมองมาที่เขาอย่างเย้ายวน ประหนึ่งว่าอยากจะชวนชายตรงหน้าขึ้นเตียงแต่หัววัน
"ได้ข่าวว่าคุณอาร์มาโด้ชอบมาลัย รวีเลยตั้งใจที่จะร้อยไว้ให้คุณ นารีหยิบมาลัยมาให้รวีหน่อย" รวีพูดจบสาวร่างเล็กได้ถือพานที่มีมาลัยเดินตรงมายังรวี ก่อนที่เธอจะนั่งลงกับพื้นแล้วยื่นมาลัยส่งให้พี่สาว อย่างกุลีกุจอ เมื่อเธอรีบเร่งมือเกือบเสร็จไม่ทันเวลา การกระทำของเธอนั้นมันยิ่งตอกย้ำให้อาร์มันโด้เข้าใจ
"ขอบใจ เสร็จแล้วจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาเสนอหน้าเวลาที่บ้านมีแขก" แม้ว่ารวีจะพูดเสียงเบา แต่แขกผู้มาเยือนกลับได้ยินชัดเจน ทำให้เขายิ่งสนใจในตัวของนารี เมื่อเธอนั้นมีอะไรบางอย่างดึงดูดใจ อยากจะให้เขาเข้าไปค้นหา
"นี่ค่ะคุณอาร์มันโด้ รวีตั้งใจร้อยเต็มที่เลยนะคะ กว่าจะออกมาสวยงามได้ขนาดนี้ รวีต้องทำแล้วทำอีกตั้งหลายอัน จึงตัดสินใจเลือกพวงนี้ เพราะว่ามันสวยที่สุดแล้ว" ชายหนุ่มรับพวงมาลัยจากหญิงสาวมาถือไว้ พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับมาลัยดอกพิกุล ที่เวลานี้อาร์มันโด้กำลังนึกถึงใบหน้าของผู้หญิงอีกคน เพราะเขามั่นใจว่าเธอนั้นคือเจ้าของพวงมาลัย
"รวีดีใจนะคะที่คุณชอบ" รวียิ้มกว้างปากแทบฉีก เมื่อเห็นชายตรงหน้า พึงพอใจกับมาลัยที่หล่อนมอบให้
"ครับผมชอบ เป็นการร้อยได้สวยงามและประณีตมาก ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าคุณรวีจะร้อยมาลัยออกมาได้ดีขนาดนี้ ฝีมือดีไม่ต่างจากมืออาชีพ สักวันผมคงต้องขออนุญาตคุณศรเทพ พาคุณรวีไปสอนป้านวล แม่นมของผมร้อยบ้างแล้วแหละครับ" คำพูดของอาร์มันโด้ ทำให้รวีมีสีหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจ เมื่อเขานั้นจะชวนเธอไปที่บ้าน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เธอก็ยินดีที่จะไป
"ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยธุระกันต่อดีกว่า เรื่องที่ตกลงกันไว้คุณโอเคใช่ไหมครับคุณอาร์มันโด้" ชายสูงวัยพูดออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เมื่อเขากำลังจะมีหุ้นส่วนเข้ามาร่วมลงทุนอย่างไม่คาดคิดมาก่อน เพื่อขยายบริษัทให้กว้างเป็นที่รู้จักมากขึ้น
"แล้วผมจะส่งรายละเอียดมาให้อีกทีนะครับ พร้อมกับเงื่อนไข ที่ผมเชื่อว่าคุณศรเทพคงไม่ปฏิเสธแน่นอน" อาร์มันโด้พูดออกมาด้วยสายตาที่มีเลศนัย เมื่อเขานั้นกำลังเปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านแทนรวี ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาอยากจะได้นารีมาแทนหญิงสาวเซ็กซี่ ที่นั่งอยู่ตรงหน้า ทั้งที่นารีนั้นจืดชืดใบหน้าปราศจากการแต่งแต้ม แต่กลับประจักษ์ต่อสายตาของเขามากกว่ารวีพี่สาวของเธอหลายเท่า
วันเกิดของรวีพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากวันนี้ มีแขกคนสำคัญมาร่วมงานด้วย เขานั้นคืออาร์มันโด้นักธุรกิจหนุ่มที่รวีนั้นหมายมั่นปั้นมือจะเอาชายหนุ่มมาเป็นคู่นอนให้ได้ แขกที่มาร่วมงานต่างก็แต่งองค์ทรงเครื่องมาประชันโฉมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะเจ้าของวันเกิดที่ใส่ชุดราตรีเกาะอกสีแดงโชว์เต้าขาวอวบ เปิดแผ่นหลังโชว์เนื้อหนังมังสา จนใครต่อใครต่างก็ชื่นชมในความงามและเซ็กซี่ของรวี
"สุขสันต์วันเกิดนะรวี" พิงค์เพื่อนสนิทของรวี และผองเพื่อนอีกหลายคน เดินเข้ามาในงานที่มีสาวสวยสุดเซ็กซี่ยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างาน ก่อนที่พิงค์จะชะเง้อชะแง้มองหาใครบางคน ที่หวังว่าจะเจอเขาในค่ำคืนนี้
"ขอบใจมากนะพิงค์ ไม่ต้องมองหาหรอก พี่คาวีไม่อยู่บ้าน คงจะออกไปทำตัวเจ้าสำราญอยู่ที่ไหนสักแห่ง ขอบใจทุกคนนะเชิญด้านในเลยจ้า" รวีหยิบของขวัญจากเพื่อน ก่อนจะเชื้อเชิญทุกคนเข้าไปในงาน โดยมีคนนำทางพาไปนั่งในที่จัดไว้ให้สำหรับแขกแต่ละโซน
ในขณะที่ทุกคนสนุกสนานสรวลเสเฮฮา มีความสำราญรื่นรมย์ใจ คงไม่มีใครรู้ว่านารีลูกสาวคนเล็กของบ้าน กำลังวุ่นอยู่กับการจัดแจงทุกอย่างภายในงานให้เรียบร้อย แม้แต่เวลารับประทานมื้อเย็น นารีนั้นก็ยังคงไม่ได้มีอะไรรองท้อง เมื่อเธอนั้นต้องจัดการความเรียบร้อยทุกอย่าง รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน ที่ทางด้านนายศรเทพได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ สำหรับแขกวีไอพีเท่านั้นที่จอดได้ ชายสูงใหญ่ใส่ชุดสูทสีดำเดินลงมาจากรถ ท่ามกลางสายตาของบรรดาสาวๆ ที่มองมายังเขาด้วยความสนใจ
“ใครอ่ะแก สเปกฉันเลย บอกได้คำเดียวยอมสยบแทบเท้าขอแค่เขามองมาที่ฉัน แค่คืนเดียวฉันก็ยอม” เพื่อนๆ ของรวีกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ เมื่ออาร์มันโด้ก้าวเท้าเข้ามาในงาน รวีไม่รอช้ารีบเดินตรงมาที่ชายหนุ่ม เธอคล้องไปที่แขนกำยำราวกับว่าเป็นเจ้าของเขา
"เชิญด้านในเลยค่ะคุณอาร์มันโด้ คุณพ่อรออยู่" รวีเดินควงชายหนุ่มเข้าไปในงาน ตรงไปยังโต๊ะของผู้เป็นบิดา ท่ามกลางสายตาสาวๆ ที่อิจฉาเธอ แต่สายตาคมกลับสอดส่องมองหาใครบางคน ที่เขานั้นคิดว่าเธอคงจะแต่งตัวสวย ในชุดที่แปลกตากว่าเมื่อวาน ที่ดูเรียบๆ ธรรมดาออกจะเชยด้วยซ้ำไป
"สวัสดีครับทุกคน" ชายหนุ่มไหว้แขกผู้ใหญ่ที่นั่งร่วมโต๊ะกับบิดาของรวี ก่อนที่ชายสูงวัยจะแนะนำทุกคนให้อาร์มันโด้ได้รู้จัก ทุกคนต่างให้ความสนใจนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่ดูจะมีความน่าเกรงขามและท่าทางที่ฉลาดดูภูมิฐาน สมกับที่บริษัทของนายศรเทพไว้วางใจ ให้เขาเข้ามาร่วมลงทุนด้วยในครั้งนี้
"นี่ค่ะคุณอาร์มันโด้ ไวน์คุณภาพดีสำหรับแขกวีไอพีของบ้านเรา" รวีพูดพร้อมกับยื่นแก้วไวน์ส่งไปให้อาร์มันโด้ สายตาของเธอจ้องมองไปที่นัยน์ตาสีฟ้าของชายตรงหน้าอย่างเย้ายวน ชายหนุ่มเองก็จ้องมองออกไปด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน เพียงแค่ความหมายนั้นต่างกัน เมื่อเขานั้น อยากหลอกล่อให้เธอตายใจ
"พ่ออาร์มันโด้ อาหารเป็นยังไงบ้างถูกปากหรือเปล่าลองชิมดู ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องก็บอกได้นะ เดี๋ยวน้าจะให้รวีไปบอกเด็กในครัวจัดหาให้" คุณนายพิกุลมารดาของรวีเอ่ยขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างถึงคำพูดของชายวัยกลางคนเมื่อวาน ลูกสาวคนเล็กของบ้านมีหน้าที่ดูแลงานบ้านงานเรือนเท่านั้น
"ขอเชิญเจ้าของงานวันเกิดคุณรวีขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ" พิธีกรในงานประกาศก้อง ทำให้รวีนั้นหันมามองอาร์มันโด้ เมื่อเธอหวังจะให้เขาขึ้นไปด้วย เป็นทำนองเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
"รวีมาเร็ว พวกเรามีเซอร์ไพรส์เธอด้วยนะ"
"ว้าย! .." รวีถูกพิงค์ลากออกมาจากชายตรงหน้าอย่างเร็วไว จนเธอนั้นตกใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จำเป็นต้องตามเพื่อนขึ้นไปบนเวที
"ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะครับ" อาร์มันโด้รีบกล่าวขออนุญาต เมื่อคืนนี้เขาต้องการพบกับใครบางคน
"ห้องน้ำเดินตรงไปทางซ้ายมือ พอเจอห้องครัวแล้วเลี้ยวขวา ไปถูกนะพ่ออาร์มันโด้" คุณนายพิกุล ชี้บอกทางชายหนุ่ม เขาพยักหน้าแล้วยิ้มร่าออกมา ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องครัวในทันที โดยไม่ได้สนใจผู้หญิงสวยเซ็กซี่ที่ยืนอยู่บนเวทีเลยสักนิด
เมื่อว่างเว้นจากงานเรียบร้อยแล้ว นารีเข้ามาในครัวก่อนจะตักข้าวมาใส่จาน โดยมีไข่ดาวราดซอสมะเขือเทศวางทับอยู่บนข้าว เธอนั่งรับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย เพราะเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
ชายร่างสูงใหญ่ต้องแปลกใจกับอาหารในจานที่เธอนั้นกำลังรับประทาน ในขณะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับอาหารที่เลิศรสและดนตรีที่เพลิดเพลิน แต่ทำไมหญิงสาวตรงหน้า ที่มีฐานะเป็นถึงลูกสาวคนเล็กของบ้าน กลับมานั่งรับประทานอาหารในครัว ที่สำคัญการแต่งตัวของเธอนั้นดูแย่กว่าเมื่อวานเสียอีก
"คุณเป็นใคร เข้ามาทำไม ออกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้นะ" คำทักทายของหญิงสาวช่างน่าประทับใจชายหนุ่มเหลือเกิน เมื่อเขานั้นไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนไล่ตะเพิดแบบนี้มาก่อน เธอคือคนแรกที่ทำกิริยาแบบนี้ใส่เขา สายตาของเธอนั้นว่างเปล่าดูใสซื่อ ผิดกับพี่สาวที่คอยเย้ายวน
"ผมจะไปเข้าห้องน้ำ เผอิญเดินเข้ามาผิด คิดว่าที่นี่เป็นห้องน้ำ" อาร์มันโด้พูดจาแก้ตัวออกไปแบบน้ำขุ่นๆ
"คุณใช้สมองคิดหรือเปล่า ถึงแยกห้องน้ำกับห้องครัวไม่ออก ห้องน้ำบ้านคุณมีหม้อ มีตู้เย็น มีเครื่องครัวแบบนี้เหรอ ประสาท!" คำพูดของนารียิ่งทำให้อาร์มันโด้ชอบใจ ผู้หญิงอะไรหน้าตาเหมือนกับจะไม่สู้คน กิริยาเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้แต่ทำไมปากร้ายจัง
"นั่นปากหรือกรรไกร กินข้าวต่อไปเถอะ ฉันไม่กวนแล้ว" อาร์มันโด้พูดจบก็เดินออกมา เมื่อเขานั้นได้คำตอบแล้วสำหรับเงื่อนไขและข้อตกลงทั้งหมดที่มี เมื่อนารีคือหมากในเกมนี้ และเขาก็ต้องการนำพาเธอออกไปจากบ้านหลังนี้เช่นกัน ด้วยเหตุผลอะไรนั้นอาร์มันโด้ยังไม่อาจหาคำตอบให้กับตัวเองได้ แต่เวลานี้เขารู้แค่เพียงว่าลูกสาวคนเล็กของตระกูลกสิเทพพาณิชย์คือเป้าหมายของเขา ความหยิ่งความพยศของเธอ คือสิ่งที่ท้าทาย ที่สำคัญก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายมันเรียกร้องให้เขาเลือกเธอ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นครั้งนี้