ก็นานแล้วที่พิลลาไม่ได้เลือดขึ้นหน้าถึงเพียงนี้ อย่างน้อยก็สามวันที่แล้ว จนกระทั่ง...
“แปดพัน!?”
“ครับ แปดพัน”
ผู้เป็นพี่พยายามสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด แล้วค่อยๆ ผ่อนออกเพื่อทำสมาธิ
หายใจเข้าพุทธ หายใจออก... “อยากตายเหรอ”
เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่พลั้งมือฉีกร่างของ ‘น้องชายแท้ๆ’ ออกเป็นชิ้นๆ หลังจากเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีนำข่าวร้ายมาแจ้งให้ทราบ หากไม่มีโต๊ะคอมพิวเตอร์ขวางอยู่ หญิงสาววัยเบญจเพสคงได้กระชากคอเสื้อไอ้ลูกหลงของพ่อและแม่เพื่อระบายอารมณ์ไปแล้ว
พิรภพเพียงแค่ก้มหน้าก้มตาเพื่อน้อมรับความผิด
“เมื่อไรจะเลิกสร้างเรื่องให้ต้องเสียเงินเสียทอง ฮะ คิดว่าพ่อมึงเป็นสุลต่านหรือไง”
ใบหน้าละอ่อนเงยขึ้นมาสบตากับพี่สาวหน้าเต้าหู้ยี้ “พ่อตายแล้ว อย่าพาดพิงพ่อเลยครับ”
นิ้วถูกชี้ไปที่เด็กหนุ่มในชุดนักเรียน “ระวังตัวไว้ให้ดี เดี๋ยวจะได้ไปอยู่กับพ่อ”
“...ขอโทษครับ”
เจ้าของร้านถ่ายเอกสารใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีในการสลัดโทสะทิ้ง เอ่ยถามเข้าประเด็น “เรื่องโทรศัพท์ จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ครับ ซื้อเครื่องใหม่ให้เขาแล้ว”
“ซ่อมไม่ได้?”
“โธ่พี่ มันจมน้ำ”
“ทำไมไม่ลงไปงม”
น้องชายอยากเถียงขาดใจว่าพี่สาวนั้นพูดเป็นลิเกไปได้ แต่ก็ไม่มีความกล้าพอจะเถียง ลำพังความผิดที่ติดตัวก็คิดว่าจะโดนยายเต้าหู้ยี้กินหัวไปอีกนาน
นัยน์ตาเรียวเล็กชั้นเดียวสีน้ำตาลเข้ม รับกับจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางสีระเรื่อโดยไม่ต้องพึ่งลิปสติก ใบหน้ารูปไข่ แก้มยุ้ยพอประมาณ ร้อยทั้งร้อยก็มองว่าผู้หญิงคนนี้น่ารัก แต่ใครเล่าจะรู้ อ้าปากทีมีแต่ความเถื่อน
ในบ้านเหลือกันอยู่สี่ชีวิต เสาหลักของครอบครัวคือพี่สาวคนนี้ และมีเขาที่ยังอยู่ในวัยเรียน คุณแม่วัยสี่สิบปลาย และคุณยายวัยชรา โดยที่ทุกคนล้วนให้เกียรติพี่สาวที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง พิลลาว่าอย่างไร คนอื่นต้องว่าเช่นนั้น ทั้งสามชีวิตเชื่อฟังยายเต้าหู้ยี้หัวร้อนกันทุกคน แต่เขามันวัยซุกซน จึงโดนเล่นงานอยู่บ่อยครั้ง
มารดาและคุณยายช่วยอะไรเขาจากเงื้อมมือมารหน้าหมวยไม่ได้ เพราะทุกคนก็กลัวเธอด้วยกันทั้งนั้น
พิลลาส่งสายตาคาดโทษไปยังน้องชายที่คลานตามกันมา “แล้วทำไมไม่มาบอกแต่แรก เอาเรไรไปขายเพื่อ?”
“ไม่ได้ขายครับ แค่จำนำ”
“พ่อจะลุกขึ้นจากหลุมมาบีบคอมึงเข้าสักวัน” มือบางคว้าขวดหงส์ไทยมาเปิด ก่อนจะสูดดมฟอดใหญ่ “ค่าไถ่แปดพันเป๊ะๆ นะ”
“ครับ แต่-”
คิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากัน “อะไรอีก ว้อย มีแต่เรื่อง”
“จริงๆ พี่เขาบอกว่าให้เวลาได้แค่เมื่อวานเป็นวันสุดท้าย แต่เมื่อวานพี่ต้องส่งค่ารถ ผมก็เลยไม่กล้าบอก”
“อ้าว งี้เรไรก็หลุดไปแล้วสิ”
“ไม่หรอกครับ ถ้าพี่เข้าไปคุยก็น่าจะคุยได้”
เส้นเลือดในสมองของเธอจะแตกตายอยู่แล้ว สามวันก่อนเด็กๆ ในโรงเรียนเตะลูกบอลมาโดนกระจกร้าน เมื่อวานจ่ายค่างวดรถยนต์จนกระเป๋าแห้ง วันนี้ยังมาถูกหวยรับประทานอีก มิหนำซ้ำน้องชายสุดที่รักยังหาเรื่องให้เสียเงินเกือบหมื่น แต่แม้จะโมโหมากขนาดไหนก็มีแต่ต้องยอมจ่าย เพราะเรไรคือของต่างหน้าพ่อที่เสียไปเมื่อสองปีที่แล้ว เธอจึงจำเป็นต้องไถ่ตัวเจ้านกกรงหัวจุกคืนมา
หญิงสาวยันปลายเท้าไปบนพื้น ลุกขึ้นยืนพร้อมคว้ากระเป๋าและกุญแจรถมาถือไว้ “เฝ้าร้าน ห้าโมงปิดแล้วกลับบ้าน อย่าเถลไถลที่ไหน”
“พี่จะไปพาเรไรกลับบ้านเหรอครับ”
“เออ แล้วอย่าทำกับมันเหมือนสิ่งของอีก ถ้าคิดว่ามันสำคัญก็ดูแลดีๆ”
“ครับ ขอโทษครับ”
ก่อนจะออกจากร้านยังมิวายหันมาหาตัวต้นเรื่อง “ต่อไปมีอะไรก็รีบมาบอก”
น้องชายตอบเสียงอ้อมแอ้ม “ก็กลัวพี่ด่า”
“เคยด่าหรือไง”
ถ้าต่อยเขาได้ คงต่อยไปแล้ว สีหน้าตอนเขามาสารภาพบาปก็บอกประมาณว่า ‘กูจะต้องเอาเลือดหัวไอ้เด็กเวรนี่ออกให้ได้’ แล้วยังมีหน้ามาถาม
พิลลาไม่อยู่ฟังคำตอบ ยื่นมือไปดันประตูให้เปิดออกแล้วพาตัวเองไปขึ้นรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ที่ต้องผ่อนอีกเกือบสองปีกว่าจะหมดเวรหมดกรรม ซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจว่าหากพิรภพสร้างเรื่องเช่นนี้บ่อยๆ ระหว่างผ่อนรถหมดกับเธอหมดลมหายใจ อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน
พิลลี่ หรือก็คือรถคู่ใจของเธอ มุ่งหน้าไปยังบ้านของเขา ผู้ชายหน้าดุที่เธอไม่เคยถูกชะตาด้วยเลย
จากร้านถ่ายเอกสารข้างโรงเรียนไปยังที่หมาย ซึ่งเปิดเป็นโต๊ะสนุกเกอร์ให้พวกวัยรุ่นจับกลุ่มเล่นกันนั้น ใช้เวลาประมาณสิบนาทีเห็นจะได้ นอกจากเธอจะไม่ได้อยากมาเพราะมีแต่พวกผู้ชายแล้ว น้องชายที่ไม่ค่อยได้เรื่องก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้มา แต่เด็กสิบหก วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ห้ามอะไรก็ไม่ฟัง
ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนถึงทำมือถือเพื่อนตกน้ำจนต้องซื้อให้ใหม่ และเด็กวัยนั้นก็ไม่มีเงินมากพอจะซื้อให้ เลยนำเจ้าเรไรไปจำนำกับเจ้าของโต๊ะสนุกเกอร์ ที่ก็มีงานอดิเรกคือการเลี้ยงนกกรงหัวจุกเพื่อแข่งขันชิงเงินรางวัล เธอไม่ทันสังเกตว่าเรไรหายไปจากที่บ้าน ถ้าพิรภพไม่มาสารภาพบาป เธอก็ลืมเสียสนิทใจ
โดยปกติแล้วเรไรจะอยู่ในส่วนหลังบ้าน ซึ่งบางวันเธอแทบไม่ได้เดินออกไปเลย และน้องชายก็รักนกตัวนี้มาก ใครจะไปคิดว่าจะยอมนำของต่างหน้าของพ่อไปจำนำได้ลงคอ
พิลลาจอดรถที่หน้าบ้านชั้นเดียวที่มีขนาดใหญ่ ทั้งๆ ที่เจ้าของบ้านก็อาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยที่ด้านหลังเป็นที่ตั้งของโต๊ะสนุกเกอร์ ด้วยเหตุนั้นแล้วต่อให้เจ้าของบ้านจะมีเพียงเขาคนเดียว แต่บ้านหลังนี้ก็ไม่เคยขาดคน
หญิงสาวเดินไปทางข้างบ้านเพื่อไปยังส่วนหลังบ้าน เสียงจอแจของเหล่าหนุ่มๆ ดังกระทบโสตประสาท แม้ไม่อยากไป แต่ก็มีความจำเป็นให้ต้องก้าวขาเพื่อไปในที่แห่งนั้นอยู่ดี
จนกระทั่งมาหยุดอยู่ในส่วนหลังบ้านของเขา ถึงได้รู้ว่าที่นี่มีโต๊ะสนุกเกอร์ถึงห้าโต๊ะ วัยรุ่นแถวนี้ไม่ต้องไปไหนกันเลย บ้านหลังนี้พร้อมรองรับ
การมาของสาวหมวยเรียกสายตาของผู้คนได้อย่างดี แม้คนสวยจะหน้าบึ้งมากก็ตาม แต่ในสายตาคนอื่น พิลลาก็ยังน่ามองอยู่ดี
“พี่เสือใหญ่อยู่ที่นี่ไหม”
สิ้นประโยคคำถาม ทุกสายตาก็เหลียวไปยังโต๊ะที่อยู่ด้านในสุด จุดกระทบของสายตานับสิบคือชายร่างใหญ่ที่เงยหน้ามาจ้องร่างบอบบางของหญิงสาวคนเดียว ณ ที่แห่งนี้ ควันสีขาวถูกพ่นออกก่อนมวนบุหรี่จะถูกปล่อยทิ้งลงพื้น ยกฝ่าเท้าเพื่อขยี้เชื้อไฟให้มอดสนิท โดยระหว่างนั้นนัยน์ตาคมไม่ละไปจากคนงามเลย
เหตุผลที่พัดพาพิลลาให้มาถึงที่นี่ เขาไม่คิดจะเสียเวลาคาดเดา
ขายาวก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงหน้าสาวสวย
ขยับปากเปล่งคำตอบด้วยสุ้มเสียงทุ้ม “อยู่”
ใบหน้านวลผินไปทางอื่น...ที่นี่มันบ่อนทำลายสุขภาพปอดชัดๆ
ก่อนจะผินหน้ากลับมาทางเดิม ความขึงขังยังคงฉายชัดอยู่บนหน้า ไม่สนสักนิดว่าตนกำลังตกเป็นรอง “เรไรอยู่ไหนคะ จีบมาพาเรไรกลับบ้าน”
สารินเพียงแค่นยิ้ม ยิ่งทำให้คนเลือดร้อนโมโหกว่าเดิม
“แปดพันใช่ไหมคะ เอาเลขบัญชีมาค่ะ เดี๋ยวโอนให้”
เมื่อเห็นว่าเจ้าของบ้านยังคงนิ่ง ไม่หือไม่อือกับคำพูดของตน แม้ว่าเธอจะเปิดแอปพิเคชันของธนาคารรอแล้ว คิ้วสวยได้รูปก็ยิ่งขมวดจนแทบจะผูกเป็นโบ
โดยปกติเธอก็ไม่ใช่พวกใจเย็นเสียด้วย เจอคนกวนตีนยิ่งแล้วใหญ่
“จะเอาไหมคะ แปดพันอะ”
“เอา”
ก็แค่นี้! ดึงเชิงอยู่ได้...“เลขบัญชีค่ะ”
“...”
“พี่-เสือ-ใหญ่” เธอไม่คิดปิดบังความขุ่นมัวของอารมณ์ “ขอเลขบัญชีด้วยค่ะ เป็นพร้อมเพย์ก็ได้ ที่โอนได้หมด เพราะจีบไม่มีเงินสด”
“พร้อมเพย์”
“ค่ะ”
“สาม” เธอตั้งท่าจะพิมพ์เลขไปตามคำบอกกล่าวของเขา แต่ก็ชะงักนิ้วอยู่ที่เดิม “ศูนย์ ศูนย์ ศูนย์ ศูนย์”
“คะ”
“สามหมื่น”
“หมายถึง?”
“โอนมาสามหมื่น”
พิลลาค้านหัวชนฝา “อย่ามั่วนะคะ พอใจมันบอกว่าจำนำไว้แค่แปดพัน เอาอะไรมาสามหมื่น”
“หลุดจำนำไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ”
สิ้นเสียงของเขา หญิงสาวก็อดจะแค่นหัวเราะไม่ได้ “วันเดียวดอกมันพุ่งไปขนาดนั้นเลยเรอะ”
“ดอกไม่ได้พุ่งหรอก แต่ราคาของเรไรมันพุ่งน่ะ”
“ยังไงคะ”
“วันนี้พี่ขายมันไปแล้ว สามหมื่น” คล้ายมีมวลเมฆขมุกขมัวก่อตัวอยู่บนหัว ก่อนสายฟ้าจะฟาดลงกลางกบาลคนฟัง “นกมันสวย ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ อ้อ ถ้าจะไถ่คืนบางทีสามหมื่นก็ไม่น่าพอ คนซื้อซื้อสามหมื่น ถ้าจะขาย คงไม่ขายราคาซื้อ อย่างต่ำก็สี่หมื่น ถ้าพี่เป็นคนคุยให้ก็คงได้คืนในราคานี้นี่แหละ”
สาวหมวยมองหน้าเจ้าของบ้านอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา คำด่าหลั่งไหลเข้ามาในหัวจนเลือกไม่ถูกว่าจะหยิบคำไหนมานิยามคนตรงหน้า และเธอก็หาเสียงตัวเองไม่เจอ ได้แต่ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันอย่างคนโกรธจัด
“เอ้อ เกือบลืมทุนพี่อีกแปดพันเลย หักทุนพี่แล้ว จีบก็เอาเรไรคืนไป”
สารินฉีกยิ้มให้คนสวย เอียงคอมองพร้อมเอ่ยปากถาม
“ไง จะโอนเลยไหม จะได้บอกเบอร์”
พิลลาได้แต่กำหมัดแน่น ยิ่งเขายิ้ม เธอก็ยิ่งโมโห
“สี่หมื่นแปดนะ ไม่ใช่แปดพัน”
ไอ้หมอนี่วอนโดนกระทืบแล้วไหมล่ะ
⋆ ˚。⋆୨୧˚ ˚୨୧⋆。˚ ⋆
พิลลาจำเป็นต้องถอยทัพ เรไรมีความสำคัญกับครอบครัวมากก็จริง แต่บัญชีเธอร่อยหรอพอประมาณเมื่อจ่ายสารพัดค่าใช้จ่ายไป ไหนวันที่ยี่สิบยังต้องจ่ายค่าเช่าร้านถ่ายเอกสารอีก ที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีปัญหาผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ว่าอะไรก็จ่ายตรงวันตลอด เดือนนี้ก็ตั้งใจจะจ่ายให้ตรงวัน และต่อให้ยืมเงินในส่วนนี้มาไถ่ตัวเรไร มันก็ไม่พอ
ในบัญชีเธอมีสองหมื่นต้นๆ หรือถึงมีพอสี่หมื่นแปดพัน เธอก็ทำใจจ่ายไม่ได้อยู่ดี สารินโกงกันชัดๆ
เขาว่า ขายไปสามหมื่น ซื้อคืนสี่หมื่น แต่เธอต้องจ่ายส่วนที่พิรภพนำมาจำนำด้วย แปลว่านอกจากเงินทุนแปดพันของเขาจะอยู่ ยังได้กำไรอีกสามหมื่น ส่วนคนที่ซื้อไปก็รับเงินหมื่นไปนอนกก ในขณะที่เธอเข้าเนื้อเกือบห้าหมื่น
ไอ้หน้าขนนี่แม่งไม่อยากตายดีจริงๆ สินะ ถึงได้ริอ่านโกงคนอย่างพิลลา
“พี่จีบ พี่เสือเขาขายไปแล้วจริงๆ เหรอ”
เธอปรายตามองน้องชายที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือ “อือ เห็นมันว่างั้น เลยแค่วันเดียวมันยังทำได้ลงคอ เลวจริงๆ” ด่าคนหน้าเลือดไม่พอ ยังพาดพิงน้องชายต่ออีกหน่อย “ก็ดูไว้นะว่าพี่ชายที่รักนักรักหนามันมีไรดีให้นับถือ จำบ้างว่ามันทำไรกับมึง พี่ที่ไหนกล้าเอาของสำคัญของน้องไปขายทอดตลาด คนคนนี้มันไม่ได้น่าเคารพอะไรนักหรอก ไอ้เสือใหญ่ ไอ้คนจัญรี้จัญไร ทำตัวแบบนี้ก็ขอให้เจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีไปเลยเถอะ บักเปรต”
กระแทกแดกดันจบก็ตักข้าวเข้าปาก
“เกลียดขี้หน้ามันมานานละ เหอะ เสือใหญ่”
“...”
“ถุย หน้าเหมือนวัว”
ผู้อาวุโสอย่างจินดาไม่กล้าค้านคำหลานสาว แม้จะไม่อยากให้หลานหัวแก้วหัวแหวนปากร้ายเช่นนี้ก็ตาม หล่อนหรืออุตส่าห์พาเข้าวัดเข้าวาแต่เด็ก พยายามปลูกฝังแต่สิ่งดีๆ แต่คงจะฝังลึกไปหน่อยเลยขุดมาใช้ไม่ได้ ไอ้ที่เอามาใช้เลยมีแต่ความถ่อย ไม่สมกับหน้าตาที่แสนน่ารักนั่นสักนิด
มารดาเช่นกัลยาก็หาเสียงตัวเองไม่เจอ
พิลลาเงยหน้ามาสบตาน้องชาย “วัวน่ะ รู้ไหมว่าวัวมันกินอะไร”
“หญ้าครับ”
“ใช่ วัวกินหญ้ายังได้ไฟเบอร์ แต่ไอ้หน้าวัวนี่มันกินอะไร ทำไมมันถึงคิดไม่ได้ว่าไม่ควรมาหาเรื่องพี่” ก่อนเบนสายตาไปทางมารดา “แม่ก็เห็นแล้วใช่ไหมล่ะว่ามันนิสัยสันดานแย่แค่ไหน หัดเตือนลูกชายแม่บ้างว่าอย่าไปขลุกอยู่แต่ที่บ้านมัน ถ้ายังไม่เข็ดไม่หลาบสักวันจีบจะไปบุกเผาให้เหลือแต่ตอ”
หญิงวัยกลางคนหน้าเจื่อนอย่างคนหนักใจ
พิรภพอ้อมแอ้มตอบ นัยน์ตาคลอหน่วยคล้ายจะร้องไห้ “ขอโทษครับ ผมผิดเอง”
อย่าคิดเชียวว่าเธอจะใจดี
“สำนึกผิดไปเลยนะ แล้วก็คิดดูว่าคุ้มไหมที่เอาเรไรไปแลกกับเงินแค่นั้น”
กัลยาเห็นลูกคนโตเอาแต่ดุจนลูกชายหงอลงถนัดตา ก็เกิดอยากจะปกป้อง แต่พอเห็นแววตาที่ไม่สบอารมณ์ หล่อนก็ทำได้เพียงตักข้าวเข้าปาก เพราะก็ใช่จะไม่โกรธที่ลูกชายกล้านำของต่างหน้าสามีไปจำนำ แต่พอเห็นลูกซึมไป หัวอกคนเป็นแม่ก็กวัดแกว่งอย่างรุนแรง
หญิงชราอาสาเป็นหน่วยกล้าตาย “อย่าว่าน้องมันเลยจีบ”
“ยายอย่าให้ท้ายมัน วันนี้มันเอาเรไรไปจำนำ วันหน้าไม่เอาบ้านไปจำนองเลยเรอะ พูดแล้วก็โมโห ได้มาแปดพันก็ต้องเอาไปซื้อโทรศัพท์คืนเพื่อน ไหนพอจะไถ่คืน สี่หมื่นแปด กะเอารวยเลยมั้ง สงสัยไอ้หน้าวัวหาเงินไปอมตอนตาย”
แม้ว่ากับข้าวจะไม่อร่อยสำหรับพิลลาอีกแล้ว แต่ก็ยังทนตักยัดเข้าปากแล้วเคี้ยวจนแก้มตุ่ย
“ที่จีบมีเท่าไรล่ะ”
สาวหมวยตวัดตาไปทางหญิงชรา “สองหมื่นนิดๆ หักค่าเช่าร้านไปสี่พันก็หมื่นหกหมื่นเจ็ดได้”
“งั้นเอาแหวนกับสร้อยยายไปจำนำก่อน”
พิลลาส่ายหน้าพรืด “ไม่เอาหรอก ทองนั่นมันก็ของสำคัญของยายเหมือนกัน”
“แต่เรไรก็สำคัญ”
กัลยาได้ทีเสริมคำของแม่ตัวเอง “เอาสร้อยแม่ไปด้วยก็ได้ ไว้ค่อยหาเงินไปไถ่”
“ไม่เป็นไรครับ”
ทุกสายตาของสาวสามวัยจึงหันไปทางเด็กหนุ่มเป็นตาเดียว
“เดี๋ยวผมไปคุยกับพี่เสือเอง บางทีอาจจะขอผ่อนได้” สายตาที่อุดมไปด้วยความรู้สึกผิดตกกระทบที่ใบหน้าของพี่สาว “ผมเป็นคนสร้างปัญหา ผมก็จะแก้เองครับ”
“ดี ไปแก้ซะ”
“พุดจีบ! / ยายจีบ!”
สองเสียงจากมารดาและยายดังประสานกัน พิลลาเพียงแค่มองอย่างไม่ยี่หระ “ให้พอใจมันรับมือเองแหละถูกแล้ว ต่อไปมันจะได้รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ มัวแต่โอ๋ก็ไม่วายต้องตามเช็ดตามล้างกันจนตาย จีบไม่เอาด้วยหรอกนะ” จบประโยคก็ตักข้าวเข้าปาก โดยที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรอีก
คำพูดของพิลลาถือเป็นประกาศิตสำหรับบ้านแก้ววิพัฒน์
ด้วยประการฉะนี้ หลังทานมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย พี่สาวใจโฉดก็ออกคำสั่งให้น้องชายเจ้าปัญหาไปบ้านของสาริน เพื่อไปหาทางออกว่าจะทำอย่างไรให้ของต่างหน้าพ่อกลับเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง
โดยที่เธอนอนกระดิกเท้าดูทีวีอย่างสบายใจ
ด้านพิรภพนั้นจำเป็นต้องรับศึกหนัก “กูบอกไปแล้วนะใจว่าให้เวลาถึงแค่เมื่อวาน พ้นเมื่อวานไป เรไรก็เป็นสิทธิ์ของกู จะขายหรือเอาไปต้มยำทำแกงอะไรก็ได้ ไม่ใช่เรื่องผิด”
“ผมไม่คิดว่าพี่จะขาย ผมเคยบอกพี่ไปแล้วว่ามันเป็นนกของพ่อ”
สารินยังไม่ตอบในทันที ไม้คิวในมือถูกใช้งาน ก่อนเสียงลูกสนุกเกอร์กระทบกันจะดังเข้าหู ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของเจ้าของบ้าน “พ่อมึง ไม่ใช่พ่อกู”
พิรภพจึงได้รู้ว่าโลกใบใหญ่นั้นโหดร้ายกับเด็กอย่างเขามาก
“รู้ทั้งรู้ว่าของพ่อ แล้วเอามาให้กูทำไม”
“ก็ผมต้องใช้เงิน”
นัยน์ตาคมกริบปรายมองเด็กหนุ่มในชุดนักเรียน “ขอพี่สาวก็ได้”
เมื่อหวนนึกไปถึงอาหมวยที่มาเอาเรื่องเขาถึงที่บ้าน ใบหน้าคมคายกลับมีรอยยิ้มผุดพรายขึ้น ในกำแพงแสนจะมีสักกี่คนที่กล้ามาทำพฤติกรรมหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่เขา แต่แม่นั่นทำได้ มาทำถึงถิ่นเขาด้วยซ้ำ ช่างใจเด็ดและไม่กลัวตายเสียจริง
คนอวดเก่งแบบนี้ ได้ใจเขาเลย
สำหรับพิรภพนั้น ยามภาพเหตุการณ์ที่เขาไปสารภาพบาปกับพี่สาวไหลเข้าหัว ขนกายก็ลุกอย่างไม่มีเหตุผล
เด็กหนุ่มตอบด้วยความสัตย์จริง “กลัวโดนด่าครับ”
สารินแค่นหัวเราะน้อยๆ “นั่นมันเรื่องของมึง”
“ให้ผมผ่อนได้ไหม ยังไงผมก็ต้องพาเรไรกลับบ้าน”
คนอายุมากกว่าส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่คล้ายจะใจดี แต่ก็แค่คล้าย “ลีลา อีกวันสองวันไอ้พัลก็เอาไปขายต่อแล้ว ถ้าอยากได้ก็ต้องเอามาจ่ายตอนนี้” แก้วเบียร์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ตัวถูกยกมากระดก “จ่ายสด งดเชื่อ เพราะกูเบื่อทวง ถ้าไม่มีมาจ่ายก็โบกมือลาเรไรไปได้เลย”
เสียงของหนึ่งในวัยรุ่นร่วมโต๊ะดังขึ้น “ยังไงวันนี้ก็ต้องมา ทำไมไม่มาตั้งแต่เมื่อวาน ไม่งั้นก็ไม่มีปัญหาละ”
“เมื่อวานพี่จีบต้องจ่ายค่ารถครับ เลยไม่กล้าบอก”
คนถามพยักหน้ารับส่งๆ “มาช้ามันก็หลุดจำนำ ทำไงได้ล่ะ มึงผิดคำพูดเอง”
อีกคนเสริม “คิดว่าพี่เสือจะใจดีขนาดนั้น?”
ใช่ เขาคิดว่าสารินจะใจดี แค่วันเดียวคงไม่เกิดอะไรขึ้น แค่คุยกันก็น่าจะตกลงกันได้ ไม่คิดเลยว่านอกจากจะขายนกของเขาไปแล้ว คนที่เขาเคารพนับถือเหมือนพี่ชายจะยังพูดจาใจร้ายและไม่แยแสกันสักนิด
พิรภพหันกลับมาทางเจ้าของบ้าน “ผมจะไปคุยกับพี่จีบอีกครั้งครับ”
“พี่มึงจะช่วยอะไรได้”
เพราะหลังจากทราบว่าการไถ่ตัวเรไรสนนราคาที่สี่หมื่นแปดพัน แม่คนเก่งก็เดินกระทืบเท้าออกไปเลย น่าจะหายซ่าไปพักใหญ่
มาหนนี้น้องชายก็ทำ เพียงแต่เป็นการเดินคอตก ไม่ได้มีท่าทีฮึดฮัดเหมือนอย่างกับพี่สาว
คล้อยหลังหนุ่มวัยละอ่อน สารินพูดได้เพียง “เด็กน้อยทั้งพี่ทั้งน้อง”
“ว่าไงนะ!?”
“ครับ เขาบอกว่าอย่างพี่จีบจะไปช่วยอะไรผมได้”
เธอมันฆ่าได้หยามไม่ได้เสียด้วย
“พี่เสือบอกว่ายังไงก็ต้องจ่ายสดทีเดียว ช้ากว่านี้คนที่ซื้อไปก็คงเอาไปขายต่อ”
ผู้เป็นยายได้ยินเช่นนั้นก็ใจไม่ดี “จีบ เอาทองยายไปจำนำเถอะลูก”
ปฏิกิริยาตอบรับของพิลลายังคงไม่ต่างจากครั้งก่อน เธอยันปลายเท้าไปที่พื้นแล้วหยัดยืนเต็มความสูง แบมือเพื่อขอกุญแจรถมอเตอร์ไซค์จากน้องชาย ที่อีกฝ่ายก็ส่งมาให้แต่โดยดี
กัลยาเอ่ยถามลูกสาวคนโต “พุดจีบ นั่นลูกจะไปไหน”
“ไปถลกหนังเสือ”
สิ้นประโยค ร่างแน่งน้อยก็ออกจากบ้านในเวลามืดค่ำ เพื่อที่จะไปคุยกับคนที่กล้าหยามเกียรติเธอให้รู้เรื่อง แล้วเขาจะได้รู้ว่าคนอย่างเธอทำอะไรได้ ไอ้ที่เห็นว่าหนีกลับบ้านนั่นเพราะกลับมาตั้งหลักเฉยๆ
ถอยหลังหนึ่งก้าว เวลากระโดดถีบจะได้มีแรงเยอะๆ
ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีเธอก็พาตัวเองมาถึงที่หมาย ไฟถูกเปิดจนสว่างโร่ หน้าบ้านมีรถมอเตอร์ไซค์จอดเรียงรายนับสิบ ทั้งยังมีวัยรุ่นจับกลุ่มคุยกันอยู่ด้านหน้าอีกด้วย
หนึ่งในกลุ่มจำได้ว่าเมื่อเย็นสาวหน้าหมวยมาที่นี่ไปครั้งหนึ่งแล้ว เขาเอิ้นบอกอย่างหวังดี “พี่เสืออยู่ที่โต๊ะครับ”
พิลลาหันไปทางต้นเสียง “ขอบใจจ้ะ”
ร่างระหงจึงก้าวเดินไปยังทางที่อยู่ข้างบ้าน ที่ทอดไปยังหลังบ้าน ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของเธอ
คล้อยหลังสาวงาม เขาก็หันมาพูดกับเพื่อนๆ “พี่สาวไอ้พอใจน่ารักฉิบเป๋ง ตัวขาวยังกับสำลี แก้มก็เหมือนซาลาเปา โคตรน่าบีบ แค่ได้คุยก็ใจสั่น เฮ้อ วาสนาผมทีเถอะคนแบบนี้”
“ไปคุยด้วยมากๆ โดนแดกหัวแน่ คนอะไร หน้าตาน่ารักฉิบหาย แต่ปากนี่กูนึกว่าฟาร์มหมา”
คนที่ถูกพาดพิงพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่เดิม กวาดตามองแค่ปราดเดียวก็เห็นเจ้าของบ้านนั่งอยู่ใกล้ๆ กับโต๊ะสนุกเกอร์ที่อยู่ด้านในสุด จึงเดินไปหาอย่างไม่รอช้า
“พี่-เสือ-ใหญ่”
เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกขานด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวก็หันไปตามต้นเสียง เลิกคิ้วให้กับคนมาใหม่ราวไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่พาเธอมาที่นี่คือเรื่องอะไร
นึกว่าจะหายซ่า ที่ไหนได้ กลับมาหนนี้ดูซ่ากว่าเดิมอีก
“ครับ มีอะไรครับ”
“ขอคุยด้วยหน่อยค่ะ”
เขาทำหน้าคล้ายว่าเสียดายมาก “ไม่ว่างแฮะ” พูดจบ แก้วเบียร์ที่เหลือเพียงก้นแก้วก็ถูกกระดกเข้าปาก
“แป๊บเดียว”
“อย่าตื้อได้ปะ ไม่ว่างคือไม่ว่าง” ว่าพลางพาดสายตาไปที่ขวดเบียร์ที่เหลือเกือบครึ่ง แล้ววกกลับมาที่คนอวดดี “หัดรอให้เป็นบ้างนะครับ มารยาทขั้นพื้นฐานอะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ยังต้องให้สอน”
พูดจบ เขาก็ยกขวดเบียร์มาเทใส่แก้วจนเต็ม แต่ยังไม่ทันที่น้ำสีเหลืองจะได้ไหลเข้าปากหนา มันก็ถูกมือบางคว้าไปถือไว้เสียก่อน
พิลลายกแก้วจรดริมฝีปาก กระดกเข้าไปหลายอึกจนเกลี้ยงไปทั้งแก้ว มิหนำซ้ำยังคว้าขวดที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เขามาเทอีกรอบ ทว่ารอบนี้เหลือเบียร์ไม่มากเท่าครั้งที่แล้ว ก่อนหญิงสาวจะซดมันอีกครั้ง
แก้วในมือกระทบขอบโต๊ะสนุกเกอร์จนเกิดเสียงดัง เรียกสายตาของคนนับสิบให้หันไปมองเป็นจุดเดียว โดยที่ก่อนหน้านี้ การมาของพิลลาก็อยู่ในความสนใจของหนุ่มๆ อยู่แล้ว ผนวกกับการกระทำแสนบ้าบิ่นของอาหมวยคนสวย ก็ยากที่ผู้คนจะละสายตาจากเหตุการณ์นี้ไปได้
คนตัวเล็กจ้องเจ้าหน้าของบ้านตาเขม็ง “ทีนี้ก็ว่างแล้ว”
สารินกดมุมปากจนเกิดรอยยิ้ม เอี้ยวตัวไปทางซ้ายมือเล็กน้อย ก่อนจะคว้าขวดเบียร์ที่มีหยดน้ำเกาะพราวอยู่ข้างขวดมาถือไว้ อีกมือล้วงไปในกระเป๋าเพื่อหยิบไฟแช็ก ใช้แทนที่เปิดขวดได้อย่างง่ายดาย แล้วจึงส่งมันมาให้เธอ
“หมดขวดนี้ก็ว่าง”
พิลลายื่นมือไปรับขวดสีเขียวขนาดหกร้อยยี่สิบซีซีมาถือไว้ตามคำเชื้อเชิญ แต่แก้วที่เคยใช้บรรจุเบียร์เพื่อดื่มกลับไม่ได้รับการสนใจไยดี เธอยกปากขวดมาจรดปากตัวเองแล้วกระดกด้วยความโมโห แต่ผ่านไปไม่กี่อึดใจก็ต้องผละออก จึงได้เห็นว่าสารินส่งยิ้มให้กัน ในขณะที่สายตาของเธอแทบลุกเป็นไฟ
เบียร์หมดขวดในที่สุด เธอยังไม่เมา แต่ยื้อได้ไม่นานนัก ในเมื่อในบรรดา ‘เนื้อนมไข่’ พิลลาถือเป็นคนที่คออ่อนที่สุด ชนิดที่ว่าถ้าเผลอดื่มเกินลิมิต ภาพตัดทันที
แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอ จะยอมให้ผู้ชายคนนี้มาหยามไม่ได้เด็ดขาด
สารินคงไม่มีสัจจะพอจะให้เชื่อถือ เพราะเขาดันส่งมาอีกขวด “โทษๆ นึกว่ามีแค่นี้ แต่นี่ขวดสุดท้ายจริงๆ”
พิลลากระชากขวดสีเขียวในมือของเขามากระดกโดยไม่มีปากมีเสียง แม่ในใจจะก่นด่าคนตรงหน้าไปจนนับจำนวนคำไม่ถูกแล้วก็ตาม
หลังส่งขวดเปล่าคืนไป เธอก็เผลอยื่นมือไปจับขอบโต๊ะสนุกเกอร์เป็นที่ยึด ตวัดสายตามองเจ้าของร่างกำยำ “คุยได้ยังคะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามเป็นคำพูด แต่เลือกที่จะเดินผ่านหน้าเธอไปยังประตูหลังบ้าน แม้ไม่มีคำเชิญ หญิงสาวก็เข้าใจได้ว่านั่นเป็นการอนุญาตให้เธอได้เข้าไปในบ้านของเขา ขาเรียวจึงก้าวตามไปติดๆ โดยที่เขาก็ไม่ได้เดินนำไปไหน เพียงแค่หยุดอยู่ที่ประตู ทันทีที่เธอเข้ามาเหยียบพื้นบ้านของเขา ประตูก็ถูกปิดลง ตามมาด้วยเสียงล็อกโดยฝีมือของคนตัวโต
“เดี๋ยวเด็กๆ มากวน”
นัยน์ตาเรียวเพียงปรายมองผู้พูด ก่อนจะยกฝีเท้าก้าวเดินไปยังโซนที่อยู่กลางบ้าน ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างถือวิสาสะ เพราะให้ยืนนานๆ เห็นทีว่าจะไม่เป็นผลดีกับตัวเอง
เบียร์สองขวดครึ่ง มันก็ไม่ถือเป็นเรื่องง่ายของคนคออ่อน
สารินไม่ได้เดินมานั่งที่เดียวกัน เขาเลือกที่จะยืนกอดอกพิงไปกับผนัง วางสายตาไว้ที่ร่างระหงที่ใบหน้าขึ้นสีด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
พิลลากอบโกยสติทั้งหมดที่มีมาไว้ที่บทสนทนา ที่ก็พยายามเข้าเรื่องให้เร็วที่สุดก่อนคอจะพับไปเสียก่อน “ค่าไถ่ตัวเรไรสี่หมื่นแปดใช่ไหม”
“อาฮะ เงินมา นกไป ถ้าโอนเลยเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เอาเรไรไปให้” รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนกรอบหน้าผู้พูด “แต่ถ้าจะโอนจริงๆ ก็คงไม่ต้องเสียเวลาคุย ที่จะคุยให้ได้เพราะไม่มีใช่ไหม”
“มี”
“ก็จ่ายมา”
“มีไม่ถึง”
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ “แบบนั้นเรียกว่าไม่มีค่ะหนูพุดจีบ อย่าสับสน”
มือบางกำแน่น “ภาระจีบเยอะ”
“ก็เยอะกันทั้งนั้น อย่ามาอ้าง มันฟังไม่ขึ้น”
เธอจึงได้รู้ ไม้อ่อนใช้กับคนอย่างสารินไม่ได้ หมอนี่ไม่น่าจะมีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น ไม่อย่างนั้นคงไม่ใจร้ายกับเด็กสิบหกได้ลงคอ เลยมาแค่วันเดียวก็เอาของหลุดจำนำไปส่งต่อ หน้าเลือดเสียไม่มี พิรภพทั้งรักทั้งเคารพเขา แต่พอเห็นว่าแม้แต่สัจจะเขายังไม่มี เธอก็คิดว่ามันเป็นความผิดของน้องชายเองที่ไปหลงผิด นับถือผิดคน
“จีบรู้ว่ามันเป็นสิทธิ์ของพี่ที่จะทำยังไงก็ได้กับเรไร เพราะพอใจมันทำผิดข้อตกลงของพี่จริงๆ แต่พี่ไม่คิดถึงใจน้องมันบ้างเหรอ น้องมันมองพี่เป็นพี่ชายนะ แล้วทำไมพี่กล้าทำ”
“แล้วทำไมมันไม่มาตั้งแต่เมื่อวาน”
“ก็เมื่อวานจีบต้องจ่ายค่างวดรถ น้องมันก็เห็นใจ คิดว่าเลยไปสักวันคงไม่เป็นอะไร ใครจะไปคิดว่าพี่จะชิงขายไปก่อน”
“นี่มันความผิดใคร”
เธอจนคำพูด เพราะถ้าให้พูด เธอโทษคนใจร้ายอย่างเขาแน่ๆ ซึ่งนั่นคงไม่ส่งผลดีต่อการเจรจา
เธอหลับตาพริ้ม ก่อนจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งเพื่อทำสมาธิและเรียกสติตัวเอง เพราะรู้สึกว่าแอลกอฮอล์เริ่มเล่นงานเธอแล้ว “จะทำยังไงให้ได้เรไรกลับมา”
“สี่หมื่นแปด”
พิลลาพูดเสียงลอดไรฟัน “ไม่-มี”
หากจะมีเงินจำนวนนั้นต้องแลกมากับการนำของสำคัญของยายและแม่ไปจำนำ นั่นจึงนับว่าไม่มี เพราะเธอจะไม่ทำ
“ก็อด”
“มันหน้าเลือดเกินไปไหมพี่เสือใหญ่ พี่หากินแบบนี้เหรอคะ”
“ถ้าได้เงิน เอาหมด”
หญิงสาวกระแทกลมหายใจระบายความอัดอั้น “ไปเอามาให้ก่อนได้เปล่า เดี๋ยวเขาขายไปอีกทอดแล้วจะยุ่ง ไว้จีบจะผ่อนคืน”
“ไม่เอา ไม่ชอบพวกสินเชื่อ เบื่อต้องคอยทวง”
“แล้วจะเอาอะไร”
นิ้วเรียวยาวถูกชี้มาที่คนถาม “เอาจีบ”
⋆ ˚。⋆୨୧˚ ˚୨୧⋆。˚ ⋆