ตอน 1

คู่หมั้น...คู่หมั้น...คู่หมั้น 

คำๆ นี้ตามหลอกหลอนมาตั้งแต่ที่ ศรินภัสร์ อายุได้สิบขวบ กระทั่งถึงตอนนี้เธออายุยี่สิบสองแล้ว งานวันเกิดอายุครบสิบขวบของเธอ ของขวัญชิ้นพิเศษนั่นคือการรับรู้ว่าเธอมีคู่หมั้นเข้าให้เสียแล้ว คู่หมั้นที่เธอยังไม่รู้ความหมาย แต่พอรู้ว่าโตขึ้นเธอต้องแต่งงานกับเขา หญิงสาวก็รู้สึกไม่ชอบหน้าชายหนุ่มขึ้นมาทันที คนคนนั้นคือบุตรชายของเพื่อนสนิทผู้เป็นพ่อ ภาพแรกที่ฉายเข้ามาพร้อมๆ กับคำที่เธอแสนเกลียดชังคือใบหน้าของเด็กชายอ้วนกลม ตัวดำ ที่อายุมากกว่าเธอแปดปี เขาส่งยิ้มพร้อมยื่นขนมมาให้ แต่ศรินภัสร์สะบัดหน้าหนีปฏิเสธไม่รับไมตรีใดๆ ทั้งสิ้น หญิงสาวเมินเฉยใส่ วาโย อย่างไม่ไยดี โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือการทำร้ายจิตใจของเด็กชายมากที่สุด 

วันเกิดปีนั้นของศรินภัสร์จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกไม่ชอบหน้า ทุกครั้งที่สองครอบครัวนัดสังสรรค์ทั้งศรินภัสร์ก็ขุดข้ออ้างสารพัดเพื่อไม่ต้องไปพบหน้าวาโย หรือแม้แต่การที่ชายหนุ่มจะมาหาที่บ้าน เธอก็หนีออกไปนอกบ้าน วาโยรู้ว่า      ศรินภัสร์ไม่ชอบตนเช่นกันก็ทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ ถึงขั้นหลบหน้าก็เคยทำมาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ถึงขั้นเกลียด แค่ไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกับคนที่ไม่ชอบตนเองเช่นกัน ศรินภัสร์มีพี่ชายสองคน คนโตคือ อนาวิน ปีนี้อายุสามสิบสามปี คนกลางคือ นาวิน ปีนี้อายุสามสิบปีเต็ม พี่ชายทั้งสองของเธอหล่อเหลาเอาการ การศึกษาก็ดี มีดีกรีเป็นนักเรียนนอกด้านบริหารทั้งคู่ จบมาก็สานงานด้านโรงแรมต่อจากพ่อทันที แต่ความที่ไม่อยากพบหน้าวาโย ศรินภัสร์จึงเลือกไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่อายุสิบห้า 

เมื่อรู้เรื่องนี้ เรวัต ผู้เป็นพ่อจึงเสนอว่าอยากให้ลูกสาวไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็เลือกให้เสร็จสรรพ เพราะวาโยเรียนอยู่ก่อนแล้ว แต่ศรินภัสร์กลับปฏิเสธทันที เพราะรู้ว่าขืนทำตามที่พ่อบอกมีหวังได้พบวาโยแน่ๆ เรื่องอะไรเธอจะไป 

ศรินภัสร์ขอไปเรียนต่อที่อังกฤษแทนสหรัฐอเมริกา แม้ทุกคนในครอบครัวจะกังวล เพราะคิดว่าหญิงสาวยังเด็กเกินไปสำหรับการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ แต่ศรินภัสร์ก็พยายามออดอ้อนขอร้องและแสดงให้เห็นว่าเธอเข้มแข็งพอ สามารถดูแลตัวเองได้จริงๆ อีกอย่างเธอไม่ได้ไปอยู่คนเดียว ญาติๆ ก็อยู่ที่อังกฤษหลายคนรวมทั้งพี่ชายคนโตของเธอ ส่วนคนกลางเรียนที่สหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุผลนี้ทำเอาผู้เป็นพ่อค้านไม่ออก ในที่สุดทุกคนในครอบครัวจึงใจอ่อน แต่ก่อนที่ศรินภัสร์จะบินไปเรียนต่อ เรวัตก็มีข้อแม้หนึ่งข้อที่ทำให้ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวแทบยิ้มไม่ออก

‘พ่อตามใจเราทุกอย่าง แต่เรียนจบแล้วเราต้องแต่งงานกับพี่ลมเขาทันที’  

ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวฝืนยิ้มรับแบบหน้าชื่นอกตรม พยักหน้ารับปอยๆ เพราะแผนที่เธอคิดไว้แล้วนั่นคือจะไม่มีทางกลับมาเมืองไทยเป็นอันขาด ไปแล้วไปลับไม่กลับมาให้ยาก และดูเหมือนนั่นจะเป็นความคิดของวาโยด้วยเช่นกัน เพราะตลอดเวลาที่มาเรียนต่อชายหนุ่มก็ไม่ยอมกลับบ้าน โดยข้ออ้างของเขาคือเรียนหนักมาก เมื่อจบปริญญาตรีชายหนุ่มก็เรียนต่อระดับปริญญาโททันที เหตุผลก็เพื่อเลี่ยงการแต่งงาน เมื่อโตขึ้นต่างฝ่ายต่างคิดว่าจะไม่แต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รักอย่างแน่นอน นอกจากใช้แผนการมาเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้ว วาโยยังมีคนรักที่เขาคบหาเป็นตัวเป็นตนให้พ่อได้เห็น เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มเนื้อหอมมีสาวๆ ข้างกายตลอดเวลาก็ว่าได้ แต่นั่นคือกำแพงที่ชายหนุ่มจงใจสร้างขึ้นมา 

จะว่าไปศรินภัสร์เองก็มีชายในดวงใจอยู่แล้วเช่นกัน เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน เท่และมีเสน่ห์ เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอก็ว่าได้ แถมบ้านยังอยู่ใกล้กันอีกต่างหาก ที่สำคัญไปกว่านั้น เหตุของการเป็นรักแรกเพราะชายหนุ่มคือคนที่ช่วยชีวิตเธอตอนจมน้ำ หลังจากที่ศรินภัสร์ไปเรียนต่อยังต่างประเทศทั้งคู่สัญญาว่าจะติดต่อหากันทุกวัน และทำได้อยู่สองสามปี รักแรกของศรินภัสร์ก็ค่อยๆ ห่างหายไปบ้างโดยให้เหตุผลว่าชายหนุ่มยุ่งกับงานมาก เพราะเขาเป็นตำรวจป่าไม้นั่นเอง ซึ่งหญิงสาวเตรียมใจรับความสัมพันธ์เชิงคู่รักที่อาจจบลงไป แต่ในใจของศรินภัสร์นั้นก็ยังมีร้อยตำรวจตรีวรชัยอยู่ เขาไม่ได้หายไปนานจนเธอลืมได้ เพราะวรชัยเองก็หมั่นติดต่อหาเธออยู่เสมอ แม้จะไม่ถี่เหมือนแรกๆ ก็ตามที 

ทางด้านของวาโยเมื่อรับรู้ว่าคู่หมั้นไปเรียนต่อที่อังกฤษซึ่งข่าวนี้เขารู้จากผู้เป็นพ่อ ชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก แถมยังโล่งอกที่เธอไม่เลือกมาเรียนที่สหรัฐอเมริกา เพราะเขาเองเรียนอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว เมื่อศรินภัสร์ไม่อยู่เมืองไทยเขาก็รีบเรียนปริญญาโทให้จบโดยเร็ว สองปีหลังจากนั้นวาโยก็ได้เวลากลับบ้าน เรียกได้ว่าทั้งคู่จงใจใช้ชีวิตแบบสวนทางกันอย่างจงใจตลอดเวลา มีหรือที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายจะไม่รับรู้ แต่พวกเขายังเชื่อมั่นว่ามองไม่ผิด ศรินภัสร์และวาโยคือคู่ที่เหมาะสม ถึง ศรินภัสร์และวาโยจะอยู่คนละที่ ไม่ได้พบกันมาหลายปี แต่ก็รับรู้ข่าวคราวของอีกฝ่ายอยู่เนืองๆ นั่นก็เพราะพ่อๆ ของพวกเขาขยันเล่าให้ฟังนั่นเอง 

ขณะนั่งคิดเรื่องเก่าๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ศรินภัสร์เดินไปรับสาย เบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอคือเบอร์ต่างประเทศที่เธอจำได้แม่นว่ามาจากประเทศไทย หญิงสาวกดรับสายและรู้ว่าคนที่โทรศัพท์ข้ามทวีปมาหาคือภาดาเพื่อนสนิท ทั้งคู่คุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระกระทั่งถึงประโยคเด็ด 

“เมื่อไหร่จะกลับเมืองไทยสักทีเครป เค้าคิดถึง” เสียงหวานๆ ของภาดาเอ่ยถามเพื่อนสนิท เธอไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยเช่นกัน แต่ไปช้ากว่าศรินภัสร์สามปี คือรอให้จบชั้นมัธยมตอนปลายเสียก่อน แต่พอเรียนจบภาดาก็กลับมาสานงานของครอบครัวต่อทันที ผิดกับเพื่อนของเธอที่ยังอยู่ที่นั่น

“ยังไม่มีกำหนด” 

“ตัวคิดจะอยู่ที่นู้นไปตลอดหรือไง ไม่คิดถึงลุงเรวัตกับป้าผกาเหรอ” 

“ไม่ต้องเอาพ่อกับแม่เค้ามาพูดเลยนะน้องดา หรือที่บ้านส่งตัวมาเป็นสาย”

“เปล่าสักหน่อย เค้าก็แค่ถามตัวดูเท่านั้นเอง” ภาดาไขว้นิ้วกลางกับนิ้วชี้ไว้เป็นสัญลักษณ์ เพราะศรินภัสร์เดาไม่ผิด พ่อกับแม่ของเพื่อนสาวให้เธอถามจริงๆ นั่นแหละ “อยู่เมืองไทยเค้าไม่มีเพื่อนเลย จะไปช้อปปิ้ง ดูหนังหรือกินข้าวก็รู้สึกเหงาๆ อย่างบอกไม่ถูก ถ้าตัวอยู่เราจะได้ไปด้วยกัน”

ตอน 2

“แต่น้องดาก็รู้เหตุผลนี่ว่าทำไมเราถึงไม่กลับเมืองไทย” 

“อื้อ…เค้ารู้ แล้วตัวจะหนีแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ตลอดชีวิตเลยหรือไง ถ้าไม่อยากแต่งงานก็สู้กลับมาพูดจากันให้เข้าใจไปเลย โตๆ กันแล้ว ขืนตัวหนีหน้าแบบนี้ผู้ใหญ่ก็เออออคิดว่าตัวยอมรับที่จะเป็นคู่หมั้นกับอีตาพี่ลมหมุนนั่นน่ะสิ” ลมหมุนคือสรรพนามที่ศรินภัสร์และภาดาใช้เรียกวาโย ชายหนุ่มมีชื่อเล่นว่าลม ซึ่งความหมายก็คล้ายชื่อจริง สองสาวจึงเรียกชายหนุ่มว่าลมหมุน

“ก็เคยคิดอยู่ว่าจะทำแบบนั้น แต่ถ้าเกิดไม่ได้ผลแล้วเค้าต้องแต่งงานกับอีตาลมหมุนขึ้นมาล่ะ งานนี้ต้องตายแน่ๆ” แค่คิดศรินภัสร์ก็รู้สึกขยาดแล้ว 

“ไม่ลองก็ไม่รู้ ถ้าไม่ได้ผลก็หาทางอื่น แต่ถ้าได้ผลขึ้นมาล่ะ ตัวไม่อยากแต่งงานกับพี่หมูหรอกเหรอ” คำพูดของภาดาทำให้ศรินภัสร์คิดหนัก ถ้าปฏิเสธการแต่งงานที่ไม่ต้องการได้สำเร็จ ชีวิตเธอก็จะได้เป็นอิสระเสียที แถมยังจะได้ทำตามสิ่งที่ใฝ่ฝันด้วย 

“นั่นคือความหวังสุดยอดเลยล่ะ น้องดาก็รู้ว่าพี่เขาคือรักแรกเชียวนะ ถ้าได้แต่งงานกับรักแรกคงมีความสุขมากแน่ๆ ที่สำคัญพี่เขายังเป็นคนช่วยชีวิตเราตอนจมน้ำด้วย” แค่คิดใบหน้าของศรินภัสร์ก็ชวนพาฝัน เคลิ้มไปไกลแสนไกล ภาดาถึงกับพูดไม่ออก เพราะดูเหมือนศรินภัสร์จะฝังใจเรื่องนี้มาก ถึงจะเครียดเรื่องที่เธอต้องแต่งงานกับวาโย แต่หญิงสาวก็ยังเป็นคนมองโลกในแง่ดีอยู่ 

“แต่ถ้าตัวไม่กลับมาเมืองไทยเพื่อกำจัดคู่หมั้นที่ตัวไม่ต้องการ ตัวจะได้สานความสัมพันธ์ที่ว่ากับพี่หมูได้ไหมล่ะ ตอนนี้พี่เขาเป็นตำรวจป่าไม้นะ ไฟแรงเชียวทำงานก็สำเร็จ จับไม้เถื่อนได้ตั้งเยอะ มีผลงานให้เป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ตลอด” ภาดาพยายามพูดเพื่อหวังดึงให้ศรินภัสร์กลับมาเมืองไทย เนื่องจากเธอรู้อะไรบางอย่างมา แต่ก็ไม่สามารถบอกเพื่อนรักได้ เนื่องจากถูกขอร้องจากครอบครัวศรินภัสร์นั่นเอง 

“ไว้จะลองคิดดูนะ”

“ประโยคนี้มาอีกแล้ว ไว้จะลองคิดดูแต่ก็ไม่ได้คำตอบสักที รีบกลับมาก่อนที่อะไรๆ จะสายไปนะตัว”

“พูดแบบนี้เค้างงนะน้องดา ทำไมน้ำเสียงฟังดูเครียดๆ ชอบกล” 

“เปล่าหรอก” ปลายสายที่เมืองไทยรีบปฏิเสธทันที 

“แล้วนี่ตัวทำอะไร ยังไม่นอนอีกเหรอ” ศรินภัสร์เอ่ยถามเปลี่ยนเรื่องซะอย่างนั้น เพราะห่วงเนื่องจากเวลาที่อังกฤษและไทยนั้นต่างกันหลายชั่วโมง เวลานี้ที่เมืองไทยคงใกล้เที่ยงคืนเข้าไปแล้ว  

“อื้อ…กำลังดูรถรุ่นใหม่ที่จะนำเข้าอาทิตย์หน้าอยู่น่ะ แม้สายตาจะดูข้อมูล แต่ปากก็พูดกับตัวได้นะ ไม่ต้องห่วง” ภาดาทำอย่างที่พูด เพราะสายตาเธอกำลังอ่านเอกสารเกี่ยวกับรถนำเข้ารุ่นใหม่ซึ่งวางอยู่ตรงหน้า แม้จะคุยกับศรินภัสร์ไปด้วย แต่ก็สามารถแยกสมาธิได้ดี 

“ตัวนี่ก็เก่งนะ ผู้หญิงตัวเล็กๆ พอจบมาก็สานงานที่บ้านต่อทันที นับถือๆ ”

“เค้าลูกคนเดียวนี่นา พ่อกับแม่ก็แก่ขึ้นทุกวันก็เลยอยากแบ่งเบาภาระของท่านบ้าง บั้นปลายอยากให้พ่อกับแม่พักผ่อนซะทีน่ะ ไม่เหมือนตัวมีพี่ชายช่วยงานตั้งสองคน” 

“พอเห็นตัวทำงานหนักแบบนี้ก็อดนึกถึงพี่โค้กกับพี่เคไม่ได้” ศรินภัสร์แอบถอนหายใจเล็กๆ เพราะลึกๆ แล้วหญิงสาวก็ไม่ค่อยสบายใจกับเรื่องนี้นัก เธออยากกลับไปช่วยงานที่บ้าน แต่ก็ติดปัญหาเรื่องคู่หมั้นนั่นแหละ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอจะหนีปัญหานี้ได้อีกนานแค่ไหน 

“คิดถึงก็กลับเมืองไทยสิตัว”

“ขอคิดก่อน” ประโยคนี้ของศรินภัสร์ทำเอาภาดาส่ายหน้าไปมา “เราไม่กวนตัวแล้ว แค่นี้นะ ไว้คุยกันใหม่ ดูแลสุขภาพด้วยนะน้องดา เค้าเป็นห่วงตัวนะ” 

“จร้า ตัวก็ดูแลสุขภาพด้วย” สองสาววางสายไปก่อนที่ภาดาจะถอนหายใจออกมาหนักๆ สิ่งที่เธอรู้มาคือตอนนี้พ่อของศรินภัสร์กำลังล้มป่วยด้วยโรคหัวใจ ไม่มีใครบอกเรื่องนี้ให้ศรินภัสร์รู้ เหตุผลก็เพราะพวกเขาเคยใช้เหตุผลว่าพ่อแม่ป่วยหนักเพื่อหวังดึงตัวลูกสาวให้กลับมาเมืองไทย แต่ศรินภัสร์ก็จับได้ว่าทุกคนในบ้านรวมทั้งเธอโกหก นั่นทำให้ศรินภัสร์โกรธไม่ติดต่อทุกคนตั้งหลายเดือน แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ลุงเรวัตป่วยจริงๆ และทุกคนก็กำลังเป็นห่วง เพราะอาการของท่านดูจะทรุดลงเรื่อยๆ

ศรินภัสร์ที่ไม่รู้เรื่องนี้ยังคงใช้ชีวิตเพื่อหนีการแต่งงานแบบสุดตัว หญิงสาวนั่งอมยิ้มอยู่หน้ากล่องของขวัญก่อนจะเปิดออกดู เพราะของที่เก็บรักษาอย่างดีภายในคือของที่วรชัยให้เธอ มีทั้งกุหลาบที่ตอนนี้แห้งกรอบ ลูกอมรูปหัวใจที่เธอไม่กล้าแม้จะแกะมากิน โปสการ์ด การ์ดอวยพรปีใหม่ วาเลนไทน์ และรูปคู่ซึ่งเธอถ่ายกับรักแรกในวันที่ชายหนุ่มมาส่งเธอยังสนามบิน ศรินภัสร์นั่งมองไปก็อมยิ้มไป แม้จะไม่ได้พบหน้ากัน แต่เธอกับเขาก็ยังติดต่อกันผ่านทางอีเมล์อย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็มีโทรศัพท์คุยกันบ้างซึ่งเรื่องที่เธอมีคู่หมั้นโดยผู้เป็นพ่อจัดแจงให้ตั้งแต่ยังไม่เกิดนั้นชายหนุ่มก็รับรู้มาตั้งแต่แรกเช่นกัน โดยที่   ศรินภัสร์หารู้ไม่ว่าอะไรๆ หลายๆ อย่างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะขณะนี้ชายหนุ่มที่เป็นรักแรกของเธอกำลังเริงรักกับหญิงสาวคนหนึ่งบนเตียงอย่างเผ็ดร้อน

“ช้าๆ นะที่รัก” เสียงกระเส่าเอ่ยบอกหญิงสาวซึ่งทำหน้าที่ควบเกมอยู่บนร่างกายเปลือยเปล่าของนายตำรวจหนุ่ม หญิงสาวคนนั้นก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เธอค่อยๆ ขยับร่างกายขึ้นลงช้าๆ แต่ก็ได้จังหวะ ช่องทางรักที่บีบรัดแก่นกายซึ่งกำลังพองขยายสุดตัวสร้างความเสียวซ่านให้คนทั้งคู่จนต้องร้องครางออกมา ก่อนจะกระแทกกระทั้นเพราะสุดจะห้ามความต้องการที่เร่าร้อนได้ มือหนาของวรชัยรั้งสะโพกผายของคู่นอนให้ขยับเข้าหาตนมากขึ้นและหนักหน่วงตามอารมณ์ ก่อนที่หญิงสาวจะโน้มตัวลงไปจูบชายหนุ่มอย่างดูดดื่ม ลิ้นแลกลิ้นอย่างชำนาญ ตอบสนองเขาได้ทุกท่วงท่าและลีลาประหนึ่งคุณโสดีๆ นี่เอง ทั้งๆ ที่เธอเป็นลูกคุณหนูของตระกูลดังก็ว่าได้ ความที่เติบโตเมืองนอกเมืองนาเธอจึงไม่แคร์เรื่องเซ็กซ์ และความเร่าร้อนของเธอทำให้วรชัยชื่นชอบไม่น้อย เซ็กซ์ดีๆ ถึงใจแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ

ตอน 3

นายตำรวจหนุ่มไฟแรงทั้งเรื่องงานและเรื่องราคะไม่ปล่อยให้หญิงสาวคุมเกมได้นาน เพราะตอนนี้เขาพลิกตัวขึ้นไปคร่อมเธอไว้แล้ว ชายหนุ่มจับเธอนอนคว่ำหน้ากับเตียงแล้วยกสะโพกสวยให้สูงเด่นขึ้น จากนั้นก็สอดแทรกแก่นกายเข้าไปครั้งเดียวลึกสุดจนเธอหน้าเบ้อย่างเสียวซ่าน ลีลาพิศวาสบรรเลงอีกครั้งและใช่ว่าจะจบเพียงแค่นี้ แม้เหงื่อจะโซมกายแต่ทั้งคู่ก็ดูท่าจะไม่ยอมแยกจากกันง่ายๆ ลลิตหรือโรซี่ใช้มือน้อยๆ วางทาบลงไปบนอกแกร่งของนายตำรวจหนุ่ม เธอหอบน้อยๆ หน้าแดงก่ำเพราะเกือบจะหมดแรงแล้วนั่นเอง

“คุณนี่บ้าพลังชัดๆ โรซี่เหนื่อยจนจะไม่ไหวอยู่แล้วนะ” แม้จะบอกว่าเหนื่อย แต่ภายในของลลิตยังคงเรียกร้องวรชัยอยู่ ชายหนุ่มรับรู้ได้ เพราะยังไม่ได้ถอดถอนแก่นกายออกจากเธอนั่นเอง

“แน่ใจเหรอว่าคุณเหนื่อย ผมว่าเรายังต่อกันได้อีกยกหรือสองยกนะ” พูดจบก็จงใจบดเบียดส่วนกลางลำตัวเข้าหาหญิงสาวมากขึ้น แววตาของลลิตนั้นพร่ามัวไปหมดแล้ว 

“บ้า…ขอพักหายใจหายคอบ้างสิคะ คุณทำเหมือนไม่เคยเจอผู้หญิง”

“ใช่…ผมไม่เคยเจอผู้หญิงที่เร่าร้อน ตอบสนองอารมณ์ผมได้ทุกอย่างแบบคุณยังไงล่ะ ถึงได้ติดใจแบบนี้” คำตอบตรงไปตรงมาของนายตำรวจหนุ่มทำให้คนฟังพอใจ 

“คุณละก็” ลลิตทำท่าเขินอาย หลบสายตาชายหนุ่มอย่างคนไร้เดียงสา วรชัยโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มเธอหนักๆ อย่างปลอบโยน ก่อนที่บทรักจะเริ่มขึ้นหลังจากเขาพักยกเพื่อเรียกกำลังคืนมาแล้ว ที่เขาทนและอึดแบบนี้เพราะมีตัวช่วยดีต่างหาก ถึงจะหนุ่มแน่น แต่ด้วยเรื่องงานที่ทำให้เครียดส่งผลต่อนกเขาที่ไม่ค่อยขัน เมื่อได้รับคำแนะนำจากเพื่อนตำรวจที่สนิทกันว่าให้หาตัวช่วยและพอได้ลองจึงติดใจ นั่นทำให้คู่นอนของเขาพลอยชื่นชอบไปด้วย 

“ผมรู้ว่าคุณต้องการเซ็กซ์แบบไหน รุนแรง เร่าร้อนใช่ไหมโรซี่” วรชัยปลุกเร้าอารมณ์ของลลิตให้กระเจิดกระเจิงอีกครั้ง 

“ใช่ค่ะ ฉันชอบ” เสียงหอบกระเส่าดังขึ้น ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มเข้าหากัน นั่นทำให้วรชัยพอใจ มือทั้งสองข้างของนายตำรวจหนุ่มฟอนเฟ้นอกอวบคู่งามของลลิตอย่างเมามัน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ มืออีกข้างละจากอกอวบที่กำลังชูชันคว้าหาคอนด้อมที่วางเกลื่อนบนเตียง ก่อนจะฉีกซองออกแล้วสวมใส่ให้น้องชายกลางลำตัวที่พร้อมสู้ศึกของตนเองอีกครั้ง

 เสื้อผ้าที่หญิงสาวเตรียมมาสวมใส่สำหรับการมาพักผ่อนกับนายตำรวจหนุ่ม ลลิตแทบไม่ได้แตะต้องเพราะตั้งแต่มาถึงเธอกับวรชัยก็แทบไม่ได้ลงจากเตียงด้วยซ้ำ ข้าวใหม่ปลามันคงเป็นแบบนี้ทุกคู่สินะ เธอกับเขาพบกันในผับดังแห่งหนึ่ง แค่คืนแรกก็จบลงบนเตียงอย่างง่ายดาย แต่ใช่ว่าวรชัยจะไม่คิดจริงจังกับลลิตฝ่ายเดียว เพราะหญิงสาวเองก็ไม่คิดจะจริงจังกับนายตำรวจยศน้อยคนนี้หรอก ที่เธอติดใจเขาตอนนี้ก็แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้นเอง ถ้าเบื่อเมื่อไหร่ก็คงเลิกกันอย่างคนก่อนๆ ที่เธอเคยคบหามา แต่ครั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงก็ได้ เรื่องของอนาคตใครจะไปรู้! 

ภายในโรงพยาบาลที่เรวัตเข้ารับการรักษาด้วยโรคหัวใจที่เขาตรวจพบมาหลายปี แต่ไม่เคยปริปากบอกเรื่องนี้ให้ภรรยาหรือลูกๆ ทราบ กระทั่งเขาล้มฟุบในห้องทำงานทุกคนถึงได้รู้ความจริง เรวัตต้องผ่าตัดบายบาสโดยด่วนเมื่อสามเดือนก่อน แต่อาการมาทรุดหนักเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง เพราะอาจด้วยเรื่องงานที่ยังต้องรับผิดชอบถึงจะไม่เต็มตัวเพราะมีลูกชายทั้งสองดูแล และเรื่องที่กังวลคือลูกสาวคนเดียวที่ไม่ยอมกลับมาเมืองไทยเสียทีก็เป็นได้ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ผกาซึ่งอยู่เฝ้าสามีหันไปมอง ก่อนจะเห็นว่าเป็นอนาวินที่วันนี้มาเยี่ยมพ่อพร้อมกับแฟนสาว ซึ่งทั้งคู่มีแผนจะแต่งงานกันปีหน้านี้แล้ว

“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” รดายกมือไหว้พ่อและแม่ของคนรัก ครอบครัวหญิงสาวเป็นทนายความทั้งครอบครัว ชื่อเสียงก็ถือว่าเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจ “วันนี้คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”

“ดีขึ้นแล้วจ้ะ อีกหน่อยก็คงกลับบ้านได้แล้ว ขอบใจนะที่มาเยี่ยม” ว่าที่ลูกสะใภ้ยิ้มรับคำตอบนั้น รดาอ่อนหวานและเรียบร้อย เธอกับอนาวินโคจรมาพบกันก็เพราะเรื่องงาน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการคบหา อนาวินพารดามาแนะนำให้ทุกคนในครอบครัวได้รู้จัก พ่อกับแม่ชายหนุ่มเอ็นดูหญิงสาวเหมือนลูกคนหนึ่งก็ว่าได้ รดาเองรู้สึกว่าเธอโชคดีที่ได้มาพบผู้ชายดีๆ อย่างอนาวิน ครอบครัวชายหนุ่มก็ต้อนรับเธอด้วยไมตรีไม่ได้ค่อนขอดให้เสียน้ำใจ นับดูแล้วปีนี้ก็ย่างเข้าปีที่สี่แล้วสินะที่ทั้งคู่ตกลงเป็นคู่รักกันอย่างจริงจัง

“ค่ะ” หญิงสาวเดินเข้าไปหาผกา ในมือเธอมีกระเช้าผลไม้มาด้วย ว่าที่แม่สามีจึงเอ่ยชวนว่าที่ลูกสะใภ้ไปปอกผลไม้เพื่อให้เรวัตและอนาวินได้ทานเป็นของว่าง ทั้งคู่เดินเลี่ยงไปยังครัวที่ห่างออกไปนิดหน่อยโดยมีฉากกั้นไว้ ความที่เป็นห้องพักวีไอพีในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยจึงไม่ต่างไปจากโรงแรมระดับห้าดาวสักเท่าไหร่นัก

“พ่อโอเคนะครับ”

“โอเคสิ หรือแกเห็นพ่อป่วยหนักใกล้ตายแล้วหรือตาโค้ก...หื้อ” คำพูดทีเล่นทีจริงของพ่อกลับไม่ได้ทำให้อนาวินยิ้มได้แม้แต่น้อย 

“พ่อครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมก็แค่กังวลกลัวพ่อปิดอาการป่วยไว้เหมือนครั้งที่แล้ว กว่าจะรู้ว่าพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจพวกเราก็เกือบจะเสียพ่อไป อย่าปิดบังเรื่องแบบนี้อีกนะครับ ผมขอ” 

“พ่อไม่ได้ตั้งใจจะปิดเรื่องนี้”

“ผมทราบครับ ต่อไปนี้พ่อก็หยุดพักผ่อน ผมกับเคจะสานงานต่อเอง พ่อไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง ส่วนเรื่องยายเครป ถ้าน้องยังไม่ยอมกลับมาเมืองไทยอีก ผมจะตามไปหาน้องถึงอังกฤษเอง” 

“ปล่อยน้องไปเถอะ พ่อไม่อยากบังคับใจ แค่เรื่องที่น้องเราต้องหมั้นและแต่งงานกับลูกชายเพื่อนพ่อ แค่นี้พ่อก็บังคับเขามากพอแล้ว” 

“พ่อครับ” อนาวินพูดไม่ออก เพราะรู้ว่านั่นคือสัญญาของผู้ใหญ่ที่มีต่อกันตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว เขาเคยถามเหตุผลว่าทำไมพ่อต้องหมั้นน้องกับวาโยด้วย คำตอบของพ่อที่ทำให้ลูกอย่างเขาพูดไม่ออกนั่นคือ ถ้าพ่อไม่มีลุงเมธีหรือลุงเมธีไม่มีพ่อ ต่างคนก็คงตายกันไปแล้ว พวกเขาช่วยชีวิตกันและกันจากอุบัติเหตุ จึงนับถือเป็นเพื่อนรัก เพื่อนตาย คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาเริ่มจากที่ทั้งคู่ไม่มีอะไรเลย มีเงินในกระเป๋ารวมกันแล้วไม่ถึงร้อยบาทก็ค่อยๆ ร่ำรวยขึ้น และสัญญาว่าลูกๆ ของพวกเขาต้องแต่งงานกัน แม้จะรู้เหตุผลแต่อนาวินก็อดสงสารน้องสาวไม่ได้ “น้องไม่ได้รักวาโย พ่อยังจะบังคับน้องอีกเหรอครับ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED