ยามราตรีมืดมิดบังเกิดเสียงดังโวยวายขึ้นภายในจวนเจ้าเมืองหยางซู ทหารยามสับเท้าวิ่งวุ่นทั่วทั้งจวน แสงจากคบเพลิงสาดส่องผ่านร่องประตูห้องสุขาที่มีสาวใช้ผู้หนึ่งกำลังทำความสะอาดอยู่ภายใน
ลู่ซิงเหยียนอดเงี่ยหูฟังเสียมิได้ ระหว่างกำลังล้างไม้ล้างมือตนเองให้สะอาด นางก็จับใจความสำคัญได้จากเสียงตะคอกของพ่อบ้านเหอ ไม่รู้โจรใจกล้าคนใดบุกเข้ามาขโมยของในจวนเจ้าเมืองที่มีการตรวจตราอย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืน
ฟังจากน้ำเสียงร้อนรนของพ่อบ้านร่างอ้วนดูเหมือน ‘ของ’ ที่ถูกขโมยน่าจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
เสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากเรือนใหญ่ซึ่งเป็นที่พำนักของเจ้าเมืองหลิว ห่างไกลจากจุดที่นางอยู่พอสมควร หากผู้บุกรุกยังไม่ได้หลบหนีออกไป อีกไม่นานก็จะต้องถูกทหารจับได้อย่างไม่ต้องสงสัย
เพียงแต่เรื่องยุ่งยากเหล่านี้มิใช่ธุระกงการอะไรของลู่ซิงเหยียน นางเป็นเพียงสาวใช้ผู้หนึ่ง นอกจากงานใช้แรงงานกับงานสกปรกที่ผู้อื่นรังเกียจเดียดฉันท์ ทุกวันลู่ซิงเหยียนจำต้องขนถ่ายอาจมและสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ใส่ถังไม้เข็นไปทิ้งนอกเมือง มิเช่นนั้นนางจะไม่ได้รับเบี้ยเป็นค่าแรงในแต่ละวัน
วันนี้ภายในจวนไม่รู้มีคนใหญ่คนโตจากที่ใดมาเยี่ยมเยียน เจ้าเมืองหลิวลี่ซือจึงสั่งให้บ่าวรับใช้จัดเตรียมงานเลี้ยงงานรับเป็นอย่างดี สร้างความวุ่นวายให้กับผู้คนในจวนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ลู่ซิงเหยียนรอคอยจนบุคคลสำคัญเหล่านั้นกลับเข้าที่พักจึงลงมือเก็บกวาดทำความสะอาดเป็นการปิดท้าย
ยามนี้หน้าที่ของนางสิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียงนำของเสียที่อยู่รวมกันในถังไม้ไปทิ้งนอกเมือง นางก็สามารถกลับไปดูแลมารดาที่บ้านได้
ลู่ซิงเหยียนทุบเบา ๆ บริเวณหลังคออย่างเหนื่อยล้า ขณะกังวลว่ามารดานอนหลับพักผ่อนแล้วหรือไม่ ด้านนอกห้องสุขาก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นแผ่วเบา
ร่างบางเกร็งขึ้นเล็กน้อย บุคคลที่อยู่ภายนอกก้าวเดินอย่างเงียบเชียบระมัดระวัง หากเป็นเวลากลางวัน ลู่ซิงเหยียนก็คงไม่รู้ตัวเลย ทว่าในยามวิกาลเช่นนี้ประสาทหูของนางจึงดีมากกว่าปกติ
หญิงสาวกลั้นหายใจอยู่เงียบ ๆ ภายในความมืด รอจน ‘ผู้บุกรุก’ เดินผ่านหน้าประตูห้องส้วมไปนางจึงระบายลมหายใจออกมา
เงี่ยหูฟังอยู่ชั่วครู่ได้ยินเสียงทหารยามเริ่มตรวจตราเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ คิดว่าโจรผู้นั้นคงหนีไปไกลแล้วจึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออกมาด้านนอก
เพียงพริบตาเดียวลู่ซิงเหยียนมองแสงไฟกระทบกับโลหะในมือของ ‘ผู้บุกรุก’ ที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องสุขา ขณะจะดันประตูกลับเข้ามาร่างกำยำในชุดพรางตัวสีดำสนิทก็แทรกกายเข้ามาภายใน ร่างของหญิงสาวถูกดึงกลับเข้าไปในห้องคับแคบ มือที่จับประตูจึงถูกดึงปิดตามมาด้วย
เสียงลมหายใจดังถี่รัว ลู่ซิงเหยียนแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูก ผู้บุกรุกใช้มือข้างหนึ่งปิดปากสาวใช้มิให้ส่งเสียง ส่วนอีกข้างจ่อมีดอยู่บนลำคอขาวเนียนพร้อมสังหาร
ลู่ซิงเหยียนเหงื่อแตกพลั่ก รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณลำคอ หากนางขัดขืนหรือคิดส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ครู่เดียวคงต้องกลายเป็นวิญญาณเหม็นโฉ่ติดอยู่ในห้องส้วมไม่ได้ไปผุดไปเกิดเป็นแน่ หญิงสาวไม่กล้าหายใจแรง นางค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นช้า ๆ
ไม่นานเสียงของทหารยามก็ดังใกล้เข้ามาด้านหลังจวน บริเวณนี้เป็นลานซักล้าง โรงครัวและที่พักของบ่าวรับใช้ในจวน แม้ด้านหลังห้องส้วมเป็นกำแพงสูง ทว่าไม่อาจปืนออกไปได้โดยง่าย นอกกำแพงเป็นคูน้ำขนาดใหญ่ ถัดออกไปเป็นถนนสายหลักที่ใช้สัญจรไปมาในเมืองหยางซู คาดว่าตอนนี้คงถูกคนของเจ้าเมืองล้อมเอาไว้โดยรอบแล้ว
ลู่ซิงเหยียนและ ‘ผู้บุกรุก’ มองลอดผ่านช่องว่างประตูไม้ เห็นพ่อบ้านเหอปลุกบ่าวรับใช้ทั้งหญิงและชายออกมายืนเรียงหน้าเรือนอย่างเร่งร้อน ส่วนทหารที่ติดตามมารีบเข้าไปตรวจค้นภายในเรือนนอนและพื้นที่โดยรอบ ไม่นานเหล่าทหารก็เดินออกมารายงานต่อพ่อบ้านเหอ
จากนั้นคนอีกกลุ่มก็เดินเข้ามาสมทบพร้อมกับทหารยามอีกสิบกว่าคน หนึ่งในนั้นคือเจี้ยนคังคนสนิทข้างกายหลิวลี่ซือ อีกคนลู่ซิงเหยียนไม่ทราบว่าใคร แต่ดูเหมือนจะเป็นคนข้างกายของแขกที่มาเยือนจวนเจ้าเมืองในวันนี้
พ่อบ้านเหอเอ่ยรายงานต่อคนทั้งคู่ด้วยท่าทีหวาดเกรง พูดคุยไม่กี่ประโยคก็รีบพาคนจากไป เหลือเพียงพ่อบ้านเหอและทหารยามที่ติดตามมาตรวจค้นเรือนนอนบ่าวรับใช้ในตอนแรก
ลู่ซิงเหยียนได้ยินเสียงใครบางคนกล่าวชื่อนางออกมา พ่อบ้านเหอจึงสั่งให้ทหารชั้นผู้น้อยรีบตรวจค้นโดยรอบอีกครั้ง หญิงสาวใจเต้นระทึกในขณะที่บุคคลด้านหลังยังคงสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว มีดที่พาดอยู่บนคอบาดลึกลงจนลู่ซิงเหยียนรับรู้ถึงโลหิตที่ค่อย ๆ หลั่งออกมา
“อื้อ...” หญิงสาวร้องออกมาเบาๆ
“อย่าส่งเสียง...” ‘ผู้บุกรุก’ กดเสียงต่ำเป็นเชิงข่มขู่ สายตาจับจ้องไปยังสถานการณ์เบื้องนอก สมองคิดหาทางหนีทีไล่เมื่อเห็นว่าเหล่าทหารกำลังเดินตรงเข้ามายังสถานที่ซ่อนตัว
ยิ่งทหารเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ ภายในห้องสุขาที่แสนอึดอัดคับแคบก็เต็มไปด้วยไอสังหารมากขึ้นเท่านั้น มีดค่อย ๆ บาดลึกลงเรื่อย ๆ กดดันจนลู่ซิงเหยียนหายใจแทบไม่ออก หากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริง ๆ นางไหนเลยจะไม่กลายเป็นโล่กำบังคอยรับคมหอกคมดาบแทนโจรชั่วผู้นี้
หญิงสาวตัดสินใจดึงมือที่ปิดปากออกแล้วรีบยื่นข้อเสนอออกไปอย่างไม่กลัวตาย
“ให้ข้าช่วยท่าน...”
“…”
ภายในห้องสุขาเงียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ มีเพียงเสียงโหวกเหวกโวยวายด้านนอกดังไล่เข้ามาเรื่อย ๆ เท่านั้น อึดใจต่อมามีดที่พาดอยู่บนลำคอขาวค่อย ๆ ขยับออกช้า ๆ และปลดปล่อยลู่ซิงเหยียนเป็นอิสระ
หญิงสาวยกมือขึ้นสัมผัสบริเวณบาดแผล ก่อนจะหันไปจ้องมอง ‘ผู้บุกรุก’ ด้วยแววตาแค้นเคือง ยามนี้เขาเร้นกายอยู่ในเงามืด มองไม่เห็นแม้กระทั่งดวงตา รู้เพียงว่าเป็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่ง เขากำมีดขึ้นมาตรงหน้าลู่ซิงเหยียนคล้ายกับจะบอกว่า หากคิดเล่นตุกติกแม้เพียงนิด นางจะต้องตายอย่างน่าอนาถเป็นที่สุด
“ช่วยอย่างไร” เสียงทุ้มฟังดูลึกลับแปลกประหลาดเอ่ยถามอย่างไม่ไว้วางใจ
“ท่านหลบอยู่ที่นี่ เงียบ ๆ ไว้ก็พอ ที่เหลือข้าจัดการเอง” นางรีบกระซิบตอบเสียงแผ่ว
“สาวใช้เช่นเจ้าสามารถช่วยข้าหลบหนีออกไปได้หรือ” น้ำเสียงกึ่งดูแคลนกึ่งตลกขบขัน
“เช่นนั้นท่านก็ปาดคอข้า แล้วก็ออกไปเผชิญหน้ากับความตายเสียเถิด ยามนี้ต่อให้มีปีกก็ไม่อาจบินออกไปนอกจวนได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล เชื่อข้า...ข้ามีวิธีพาท่านหลบหนีออกนอกเมืองได้” นางกล่าววาจาคล่องแคล่วแม้ก่อนหน้านี้จะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทว่าเวลานี้กลับสามารถปรับอารมณ์ไปตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
‘ออกนอกเมือง’
ใครจะกล้าเอ่ยวาจาออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจถึงเพียงนี้ได้
ดวงตาคมภายใต้เงามืดสำรวจมองสาวใช้ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ แม้สภาพของนางย่ำแย่มากกว่าสาวใช้ทั่วไปสักหน่อย แต่ดวงตากระจ่างคู่นั้นกลับแลดูน่าดึงดูดมิใช่น้อย
“อย่าได้คิดตุกติก...ต่อให้ข้าถูกจับตัวได้ในภายหลัง ก็จะไม่มีทางปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอด”
คำขู่ทำให้ใบหน้าสาวใช้ซีดเผือด นางลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะรีบพยักหน้ารัว
“หากข้าทำพลาดจริง ๆ ท่านอย่าได้เสียเวลาอันมีค่าพรากชีวิตน้อย ๆ ของข้าไปเลย มารดาของข้านอนป่วยอยู่ที่บ้าน นางยังรอให้ข้ากลับไป” ลู่ซิงเหยียนเอ่ยอย่างไม่จริงจัง ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความทุกข์ตรมจนคนฟังสัมผัสได้
เมื่อมองลอดออกไปด้านนอก พ่อบ้านเหอกำลังเดินตรงมาพร้อมกับเหล่าทหารที่กระจายกำลังกันออกไปค้นหารอบ ๆ
ลู่ซิงเหยียนไม่รอช้า นางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ถังไม้ที่ด้านในเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล เดิมนางต้องนำของเสียในถังนี้ไปเทรวมกันในถังใบใหญ่เพื่อเอาไปทิ้งนอกเมือง ทว่าตอนนี้มันกลายเป็นหนทางรอดเดียวของนาง หญิงสาวจำใจล้วงมือลงไปด้านใน ก่อนจะนำของเหลวน่าขยะแขยงที่ติดขึ้นมาทาไปทั่วตัว
ยามนี้คนที่กำลังมองการกระทำของนางแทบกลั้นความรู้สึกอยากอาเจียนเอาไว้ไม่อยู่ เช่นเดียวกับลู่ซิงเหยียนความรู้สึกของนางคล้ายกับถูกบังคับให้กลืนอาจมลงไปก็ไม่ปาน
“ซิงซิง”
พ่อบ้านเหอสะดุ้งตกใจ เมื่อเห็นสาวใช้ที่กำลังตามหาโผล่พรวดออกมาจากห้องส้วมท้ายจวน ในมือถือถังไม้ที่กำลังส่งกลิ่นน่าสะอิดสะเอียน อีกทั้งบนตัวของนางยังเต็มไปด้วยคราบเปรอะเปื้อนสกปรกจนไม่อาจทนมองได้
“พ่อบ้านเหอ ในจวนเกิดเรื่องใดขึ้นหรือ เมื่อครู่ข้าเผลอหลับไปตอนกำลังทำความสะอาด พอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นแล้ว”
ลู่ซิงเหยียนแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราว นางทุบไหล่ตนเองไปมา ก่อนจะใช้มือข้างที่จุ่มลงไปในถังไม้เมื่อครู่เช็ดถูไปตามใบหน้าราวกับคนเพิ่งตื่นนอน ในใจรู้สึกพะอืดพะอมเป็นอย่างยิ่งแต่ต้องเก็บอาการไว้
“จะ จะ เจ้า แอบอู้งานอีกแล้วสินะ นี่มันยามใดแล้ว มีโจรบุกเข้ามาขโมยของในจวน ไฉนเจ้ายังไม่รู้เรื่องรู้ราวกับเขาอีก” พ่อบ้านเหอต่อว่า ก่อนจะขยับกายออกห่าง
“โจรรึ มันเข้ามาขโมยสิ่งใด” ลู่ซิงเหยียนแสร้งทำตาโต
คำถามของนางทำให้ผู้ที่แอบซ่อนอยู่ในห้องขับถ่ายด้านหลังระบายรอยยิ้มเหี้ยมออกมา...เข้าใจตั้งคำถามเสียจริง
“ขโมย...ขโมยสิ่งใดก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า หากมิใช่เพราะในยามปกติเจ้าขยันขันแข็งช่วยงานในจวนเป็นอย่างดีข้าคงต้องสั่งโบยเสียหลายทีให้เจ้าหลาบจำ”
“ขอบคุณพ่อบ้านเหอ ช่วงนี้มารดาของข้าอาการทรุดลงอีกแล้ว ข้าแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ต่อไปจะไม่แอบอู้งานอีก ข้าสัญญา”
ลู่ซิงเหยียนรีบเอ่ยขอโทษ เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งครัดของพ่อบ้านร่างอ้วนจึงคิดพุ่งตัวเข้าไปกอดขาอ้อนวอน ทว่าอีกฝ่ายรีบขยับกายออกห่างอย่างรวดเร็ว
“อย่า ๆ ๆ ๆ อย่าเข้ามาใกล้ข้า ตอนนี้เจ้าแทบจะเป็นถังอาจมเคลื่อนที่อยู่แล้ว รีบไปรวมตัวกับบ่าวคนอื่น ๆ เร็วเข้า คืนนี้ประตูจวนถูกปิด อย่างไรเจ้าก็พักผ่อนอยู่ที่นี่สักคืนเถอะ” พ่อบ้านเหอรีบกล่าว ก่อนจะหันไปออกคำสั่งให้เหล่าทหารกลับไปตรวจตราในจุดอื่นต่อ
โชคดีที่ลู่ซิงเหยียนแสดงตัวออกมาได้จังหวะพอดี ทหารตรวจค้นโดยรอบอย่างละเอียด แต่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้สาวใช้ที่เนื้อตัวเหม็นโฉ่ จึงมิได้เข้าไปตรวจตราภายในห้องถ่ายทุกข์ที่สาวใช้เพิ่งทำความสะอาด
“ท่านหมายความว่าอย่างไร คืนนี้ข้าออกไปนอกจวนไม่ได้งั้นรึ” ลู่ซิงเหยียนแสร้งโวยวาย
“ใช่สิ ท่านเจี้ยนกำชับมาแล้วว่าผู้บุกรุกยังคงหลบซ่อนอยู่ภายในจวน ดังนั้นคืนนี้ไม่ว่าใครก็ห้ามออกไปทั้งนั้น”
“แต่ว่าข้า...ข้าต้องขนถ่ายอาจมออกไป อีกทั้ง...ข้ายังต้องกลับไปดูแลมารดาของข้า ท่านก็ทราบดีหากข้าไม่กลับไป เช่นนี้นางจะอยู่อย่างไร” หญิงสาวเอ่ยด้วยท่าทีกังวลใจ
พ่อบ้านเหอลังเล สาวใช้ผู้นี้เข้ามาทำงานในจวนเกือบครึ่งปีได้แล้ว นางเพียงผู้เดียวทำงานแทนบ่าวรับใช้ได้ถึงสองสามคน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ไม่น้อย
ตอนแรกที่รับนางเข้ามาทำงานเพียงเพราะสงสารที่สตรีตัวคนเดียวต้องหาเลี้ยงปากท้องและดูแลมารดาดวงตาพิการ ดังนั้นทุกวันเขาจึงอนุญาตให้นางกลับไปปรนนิบัติมารดาในยามเที่ยงวัน หลังจากเสร็จงานก็สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านและกลับเข้ามาทำงานในยามเช้าตรู่ได้ นางปฏิบัติตนเป็นอย่างดีสม่ำเสมอไม่เคยขาดตกบกพร่อง
ช่วงหลัง ๆ มา มารดาของนางล้มป่วยหนักขึ้น ทำให้นางแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ดังนั้นจึงแอบหลับในเวลาทำงานอยู่บ่อยครั้ง
พ่อบ้านเหอคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดจึงทำเป็นมองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ด้วยเข้าใจในความยากลำบากของสตรีตัวคนเดียว เห็นนางมีใจกตัญญูต่อมารดาไม่คิดทอดทิ้งเป็นที่น่าซาบซึ้งใจยิ่ง
“เฮ้อ ข้ารู้ว่าเจ้าจำเป็นต้องออกไป แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้หาใช่เรื่องเล็กน้อย ข้าไม่อาจตัดสินใจโดยพละการได้” พ่อบ้านเหอกล่าวอย่างจนใจ
“ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ หากข้าถูกขังอยู่ในจวน มารดาของข้าคงจะต้องทำไฟคลอกตนเองตกตายอยู่ในกองเพลิงเป็นแน่” ลู่ซิงเหยียนรีบคุกเข่าขอร้อง
“เช่นนั้นเจ้าก็เตรียมตัวให้เรียบร้อย ข้าจะไปขอให้ท่านหญิงช่วยออกหน้าแทน” พ่อบ้านเหอใจอ่อนในที่สุด
ลู่ซิงเหยียนมองดูร่างอ้วนท้วนของพ่อบ้านเหอเดินจากไปพร้อมกับเหล่าทหารด้วยความเคร่งเครียดกดดัน ไม่ว่าแผนการนี้จะสำเร็จหรือไม่ ขาของนางก็ก้าวเข้าสู่ความตายไปข้างหนึ่งแล้ว
“หมายความว่าอย่างไร”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ฟังจากโทนเสียงคล้ายกับเป็นเสียงคำรามในลำคอเสียมากกว่า ส่วนเจ้าของคำถามบัดนี้จับจ้องสตรีตรงหน้าด้วยความโกรธจัดจนแทบอยากจะกระโจนเข้ามาบีบคอ
“ปัดโธ่ ท่านมีทางเลือกมากนักหรือ นี่เป็นวิธีเดียวที่ข้าคิดได้แล้ว หากอยากหนีออกไปโดยไม่ถูกจับได้ก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น” แม้ปากจะกล่าวไปเช่นนั้น แต่ใบหน้ากลับหดเล็กยิ่งกว่าฝ่ามือ
ลู่ซิงเหยียนเหลือบมองร่างสูงสลับกับถังไม้ขนาดใหญ่บนรถเข็นที่เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลเน่าเหม็น ยามนี้เมื่อเปิดฝาที่ปิดอยู่ออกก็ยิ่งส่งกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนจนรู้สึกคลื่นเหียนจนท้องใส่ปั่นป่วนไปหมด
นางเห็นร่างสูงยืนแข็งค้างอยู่ในเงามืดหลังพุ่มไม้หนาทึบ มือข้างที่จับมีดกำแน่นขึ้นกว่าเดิมจนน่าหวาดหวั่น ท่าทางโกรธจัดของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต คาดว่าภายในใจของเขาตอนนี้คงอยากปาดคอนางแล้วจับหมกลงไปในถังอาจมเป็นแน่
“ท่านรีบซ่อนเร็วเข้าเถิด อีกเดี๋ยวข้าจะต้องเข็นถังนี่ออกไปประตูท้ายจวน หากไม่มีอะไรผิดพลาดพอถึงนอกเมืองท่านก็จะหนีออกไปอย่างปลอดภัยไร้กังวลแล้ว” หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น
หากเป็นโจรขโมยทั่วไปที่รักตัวกลัวตาย แน่นอนว่าวิธีนี้ก็คงไม่เลวนัก อดทนเพียงนิดก็จะสามารถมีชีวิตรอด ทว่าโจรผู้นี้กลับต่างออกไป แผ่นหลังของเขายืดตรง ท่วงท่าทะนงตน ท่าทางจะเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีไม่หวาดเกรงความตาย การบังคับให้เขากระทำเรื่องเช่นนี้ย่อมไม่ต่างจากการดูถูกเหยียดหยามอย่างร้ายแรง
“ข้าจะฆ่าเจ้าซะ” เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน
ร่างในเงามืดทำท่าจะกระโจนเข้าใส่ลู่ซิงเหยียนจริง ๆ หญิงสาวรีบหลับตาลงรอรับความเจ็บปวด นางเข้าใจดีว่าการให้เขาแอบซ่อนอยู่ในถังอาจมนั้นไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกนึกแค้น ทว่านี่เป็นวิธีเดียวที่นางจะช่วยเหลือให้เขาหลบหนีออกไปจากจวนเจ้าเมืองได้
โชคดีที่มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นด้านหน้าจวน ทำให้ร่างสูงรีบหลบเข้าไปซ่อนด้านหลังพุ่มไม้ตามเดิม ได้ยินเสียงทหารยามตะโกนไล่ตามผู้บุกรุกไปอีกฝั่งหนึ่งของจวน จากนั้นไม่นานในบริเวณจุดซักล้างด้านหลังเรือนนอนบ่าวรับใช้ก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบ ยามนี้บ่าวในเรือนถูกสั่งให้หลบอยู่ด้านในห้ามออกมาข้างนอก มีเพียงลู่ซิงเหยียนคนเดียวที่พ่อบ้านเหอยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ
“พรรคพวกของท่านหรือไม่” คำถามของสาวใช้ทำให้ร่างสูงตวัดดวงตาคมกลับมามองนางอย่างนึกสงสัย
“หากท่านไม่อยากใช้วิธีการของข้าหลบหนีออกไปก็ช่างเถิด รอให้พรรคพวกของท่านถูกจับได้ ท่านก็ไปรับโทษพร้อมกับพวกเขาก็แล้วกัน” หญิงสาวกล่าวอย่างจนใจ ก่อนจะเดินไปปิดฝาถังไม้เตรียมตัวเข็นรถไปประตูด้านหลังจวนตามหน้าที่
“ช้าก่อน...”
ลู่ซิงเหยียนหยุดการกระทำก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่อยู่หลังพุ่มไม้ สายตาดุดันอ่อนลงเล็กน้อย เขามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวังก่อนจะค่อย ๆ เผยตัวออกมาจากที่ซ่อน
“ทำตามวิธีของเจ้าซะ” เขาออกคำสั่งเสียงแข็ง
ลู่ซิงเหยียนถอนหายใจ ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างฝืดเฝื่อน จากนั้นจึงเปิดฝาถังอาจมออกและกระโดดขึ้นไปบนรถลาก ถังไม้นี้ใหญ่พอให้คนผู้หนึ่งซ่อนตัวอยู่ได้สบาย ๆ ทว่าด้านในบรรจุของเหลวน่าสะอิดสะเอียนไว้เกือบเต็ม เหลือที่ว่างอยู่นิดหน่อยให้พอหายใจได้เท่านั้น
มือเล็กกวักเรียกให้อีกคนขึ้นมาบนรถลาก ร่างสูงหายใจแรงอย่างหงุดหงิดก่อนกระโดดตามขึ้นไป ในใจรู้สึกขมฝาด ทั้งเดือดดาลทั้งขบขัน ชีวิตนี้ไหนเลยจะคาดคิดว่าบุคคลสูงส่งมากอำนาจเช่นตนเองต้องมากระทำการหลบซ่อนอย่างน่าอดสูเช่นนี้
“ท่านกลั้นใจแล้วรีบลงไปเสียเถิด” นางกล่าวหน้ายี้ขณะจ้องมองลงไปภายในถัง
เห็นท่าทางเช่นนั้นของสาวใช้แปลกประหลาดยิ่งทำให้รู้สึกอัปยศอดสูมากขึ้นไปอีก สุดท้ายจึงกลั้นใจปีนลงไปในถังไม้ เมื่อร่างกายสัมผัสของเหลวพร้อมกับกลิ่นคลื่นเหียนตีขึ้นจมูก ขนทั้งร่างลุกชัน รู้สึกเกินจะอดทนคิดโก่งคออาเจียนออกมา
ขณะจะดึงผ้าคลุมหน้าออกมือเรียวเล็กก็รีบยกขึ้นปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ผู้บุกรุกพยายามดิ้นรนแต่กลับถูกกดศีรษะลงไปในถังแทน จากนั้นหญิงสาวก็รีบเอาฝามาปิดปากถังไว้โดยไม่ให้โอกาสได้ขัดขืน
“เตรียมตัวเสร็จแล้วหรือไม่” เสียงของพ่อบ้านเหอดังขึ้น ก่อนที่ร่างอ้วนท้วนจะปรากฏตัว
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่ซิงเหยียนยิ้มจาง ๆ ก่อนจะตบเบา ๆ ลงบนถังไม้สองสามทีคล้ายกับจะส่งสัญญาณให้คนด้านใน จากนั้นจึงกระโดดลงมาจากรถลากเตรียมพร้อมติดตามพ่อบ้านเหอออกนอกจวน
“ท่านหญิงสั่งให้ข้าไปส่งเจ้าออกนอกจวนด้วยตนเอง หากมิใช่เพราะท่านหญิงเห็นแก่ความกตัญญูของเจ้าก็คงไม่อนุญาตให้เจ้าออกไปอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้”
“ท่านหญิงงดงามจิตใจเมตตาเสียจริง ๆ แต่อย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณพ่อบ้านเหอที่ช่วยออกหน้าแทนข้า หากมิใช่เพราะท่านช่วยพูด ท่านหญิงก็คงไม่อนุญาตใช่หรือไม่” ลู่ซิงเหยียนเอ่ยพลางยิ้มหวาน
“เจ้าไม่ต้องมาประจบประแจงเอาใจข้า เดี๋ยวอีกครู่หากยามเฝ้าประตูต้องการตรวจค้น เจ้าก็อย่าทำตัวมีพิรุธใดไปเล่า”
“ขะ ข้า ข้าจะทำตัวมีพิรุธอันใดกัน ตรวจก็ตรวจสิ ข้าก็แค่กลับบ้านไปดูแลมารดาเหมือนทุกที ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูล้วนเป็นคนคุ้นเคยกันทั้งสิ้น” ลู่ซิงเหยียนแสร้งพูดเสียงดังขึ้น ไม่รู้คนในถังไม้จะได้ยินเรื่องการตรวจค้นก่อนออกนอกจวนหรือไม่
“โจรที่บุกเข้ามาขโมยของในจวนวันนี้ฝีมีร้ายกาจนัก จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวเอาไว้ได้แม้แต่คนเดียว ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูล้วนเป็นคนของหัวหน้าเจี้ยนคังหาใช่ทหารยามที่เจ้าคุ้นเคยไม่”
ได้ยินพ่อบ้านเหอที่เดินนำหน้ากล่าวเช่นนั้น ลู่ซิงเหยียนรู้สึกน้ำลายเหนียวฝืดคอ มือสองข้างที่เคยลากรถอย่างสบาย ๆ ครั้งนี้บรรทุกน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยแถมในใจยังหวาดหวั่นพรั่นพรึงจึงออกแรงได้ไม่เต็มที่นัก นางส่งเสียงรับคำเบา ๆ ไม่กล้ากล่าวสืบต่อ