ผับ Storm Night
ชายวัยกลางคนกำลังโดนเหล่าชายฉกรรจ์ชุดดำรุมกระทืบซ้อมจนกระอักเลือดนอนกองจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้อง ใบหน้าเหยเกไปด้วยความเจ็บ
“เอามันออกไป!”ชายหนุ่มเจ้าของผับที่ยืนหันหลังให้กับเหล่าชายหนุ่มชุดดำพูดออกคำสั่งเสียงแข็ง
“ครับ”หัวหน้าชายชุดดำขานรับคำของเจ้านาย พร้อมกับโค้งตัวลาและส่งสัญญาณให้กับลูกน้องที่เหลือของเขาพามันออกไป
สายฟ้าชายหนุ่มหน้าตาดีใบหน้าหล่อเหลาก็ได้เดินสวนเข้ามาเจอเข้าพอดี เขาจึงได้ออกปากถามไปยังชายผู้เป็นเจ้าของคำสั่งที่ยืนหันหลังยกดื่มแก้วเหล้าในมืออยู่
“อะไรกันว่ะพี่ ไอ้นี่คือ?”
เขาที่โดนถามจึงได้หันหลังกลับมาแล้วมองดูไปยังสายฟ้าและเริ่มพูดแถลงว่าคนเมื่อกี้มันเป็นใครกัน
“ลูกหนี้กูเอง มันติดหนี้กูอยู่ 5ล้าน”
“อืม แล้วช่วงนี้เป็นไง เห็นเงียบๆไปกูเลยแวะเข้ามาดู พ่อเป็นห่วงมึงไอ้พายุ”สายฟ้าเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาแล้วพูดถามผู้เป็นพี่ออกไปด้วยความเป็นห่วง เพราะช่วงหลังๆพี่ชายของเขาเงียบหายไป
“หึ! ช่วงนี้งานเยอะก็เลยไม่ค่อยได้เข้าไปบ้าน”
เจ้าของผับที่นี่ก็คือ พายุ เขาเป็นลูกชายคนโตของบ้าน จิรกุลชัย มีน้องชาย1คนนั่นก็คือสายฟ้า (จากเรื่องสัญญารักมัดใจเธอ)
เขากับน้องชายอายุห่างกัน 3ปี พวกเขาถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กผู้ชายแมนๆจึงทำให้ทั้งสองรักและสนิทกันเป็นอย่างมาก
“อาทิตย์นี้มึงไปไหนมั้ย? แม่อยากให้พวกเราไปกินข้าวที่บ้าน”สายฟ้าที่พอรู้ถึงสาเหตุแล้วว่าทำไมพี่ชายของเขาถึงได้เงียบหายไปก็พยักหน้ารับรู้และถามและยังบอกเขาไปอีกว่าแม่ต้องการให้พวกเขานั้นเขาไปกินข้าวที่บ้าน
“เดี๋ยวกูดูก่อนก็แล้วกัน แล้วนี่มึงมาหากูแค่นี้?”พายุเจ้าของผับเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานของเขาและเอ่ยพูดบอกน้องชายตนเองกลับไป
สายฟ้าที่มาหาพี่ชายตนเองด้วยความเป็นห่วงแล้วก็ยังมีเรื่องที่จะพูดถามเขาอีกหนึ่งเรื่องอยู่เหมือนกัน เขาจึงได้เริ่มพูดมันออกมาและจ้องมองไปยังพี่ชายตนเองที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
“มีเรื่องคุยนิดหน่อย มึงจำไอ้แม็คได้มั้ย?”
“ไอ้แม็คที่ติดหนี้พนันบ่อนกูอ่ะนะ ทำไมว่ะ?”เขาลองนึกอยู่สักพักจนเมื่อคิดออกก็เอ่ยถามน้องชายอีกครั้งว่าเพราะอะไรถึงได้ถามหามัน
“กูจะใช้หนี้แทนมัน!!”สายฟ้าจึงได้เริ่มพูดความต้องการของตนเองออกมาอย่างตรงไปตรงมากับพี่ชาย
“มึงเล่ามาเลยดีกว่าว่าเพราะอะไร”พายุรู้ว่าน้องชายต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอนจึงได้เอ่ยปากถามและบอกให้เขานั้นเล่ามาเลยดีกว่า สายฟ้าจึงได้เริ่มพูดอธิบายความต้องการของเขาให้พี่ชายได้ฟังทั้งหมด
พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของน้องชายตนเองก็ถึงกับหลุดขำออกมา เขารู้นิสัยของน้องชายเป็นอย่างดีว่าถ้าต้องการหรือล็อคเป้าหมายอะไรแล้ว ของสิ่งนั้นจะไม่สามารถหลุดหรือหายไปจากเขาได้ทั้งนั้น
“หึ! คงจะถูกใจมึงมากเลยสินะ ถึงได้ยอมควักตังค์จ่ายหนี้แทนให้ก่อน”
สายฟ้าลอบยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของยัยคุณหนูอลิสที่ชอบทำหน้ายู่และชอบหลบหน้าหลบตาเขาแต่ถ้าเขาจะเอาซะอย่างเธอก็ไม่มีทางปฏิเสธเขาได้ เขาเปลี่ยนเรื่องคุยกับพี่ชายตนเองทันทีพาเข้าเรื่องของพี่ชายเฉย
“แล้วมึงล่ะเมื่อไหร่จะมีแฟนสักที นี่พ่อบ่นแล้วนะว่าอยากอุ้มหลาน”
“ข้ามไปรอลูกของมึงได้เลย”พายุจึงรีบบอกออกมาเลยว่าไม่มีทางและอย่ามารอเขาเลยให้ข้ามไปรอน้องชายอย่างสายฟ้าซะจะยังดีซะกว่า
สายฟ้าถึงกับส่ายหัวออกมาเมื่อได้ยินในคำตอบของพี่ชายที่บอกว่าข้ามมารอลูกของตนได้เลย
“มึงนี่นะ เมื่อไรจะเจอคนที่ใช่กับเขาสักที กูยังไม่เคยเห็นมึงเข้าใกล้หรือคบกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย”
“พวกผู้หญิงวุ่นวาย กูไม่ชอบ ขออยู่คนเดียวดีกว่า”
“แล้วกูจะคอยดูว่ามึงจะอยู่คนเดียวไปได้อีกนานแค่ไหน กูกลับก่อนแล้วกัน ไปหาเมียกูก่อน”เมื่อพูดจบสายฟ้าก็ลุกขึ้นยืน ยกมือโบกลาพี่ชายพร้อมกับเดินออกไป
“เมีย เต็มปากเต็มคำเลยนะมึง..ไอ้สายฟ้า”เมื่อเห็นน้องชายพูดเมียออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำเขาจึงรีบพูดตะโกนตามหลังไปติดๆ
ครืด ~ เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นระงม
พายุหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วก็กดรับสาย“อืม ว่าไง”
“กูอยู่ที่ร้าน อยากจะเข้าก็เข้ามาได้เลยแล้วไอ้นีโอกับไอ้ขุนพลล่ะ?”
“อือ ตามนั้น กูทำงานก่อน”
สวัสดีครับ ผมพายุ พชรวิชญ์ จิรกุลชัย เป็นเจ้าของกิจการที่นี่ ปีที่ผมก็เข้าอายุ 25ปีแล้ว ครอบครัวของเราเปิดกิจการแบบนี้มานานมากแล้วตั้งแต่รุ่นพ่อ พอผมเรียนจบแล้วอยู่ว่างๆพ่อจึงได้มอบหมายให้ผมได้เข้ามารับหน้าที่บริหารงานต่อจากเขา ผมน่ะเรียนจบบริหารมาก็จากมหาลัยCHนั่นแหละ
ผมมีเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาอยู่สามคน นั่นก็คือ ไอ้เจมส์ ไอ้ขุนพล และคนสุดท้ายไอ้นีโอ พวกเราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายจนถึงมหาลัย และที่โทรเข้ามาเมื่อกี้ก็คือไอ้เจมส์ ที่โทรมาบอกว่าพวกมันทั้งสามกำลังจะเข้ามานั่งกินนั่งเล่นกันที่ร้านของผม
ตอนมหาลัยผมก็ถือว่าเป็นหนุ่มฮอตอยู่พอสมควรมีพวกผู้หญิงเข้ามาหาผมอยู่เรื่อย แต่ผมไม่สนใจใครสักคน ผมมองว่าผู้หญิงพวกนี้ดูน่ารำคาญและต่อไปอาจทำให้วุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด จึงเลือกที่จะอยู่คนเดียวซะยังจะดีกว่า เอาจริงนะตั้งแต่เล็กยันโตผมยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคนและต่อไปก็คงจะไม่มีเลยล่ะมั้ง
แต่ถ้าถามว่าไม่มีแฟนแล้วมีอารมณ์พวกนั้นมั้ย มันก็มีนั่นแหละครับ ผมก็ใช้นิ้วมือทั้งห้าของผมจัดการมันก็จบแล้วไม่ต้องมายุ่งยากกับใครด้วย
ผับ Storm Night
“กรี๊ดมึง ผู้ชายคนนั้นเขาหล่อมากอ่ะ กูอยากได้เขา” หญิงสาวสวยหุ่นบอบบางแต่งตัวด้วยชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสุดเซ็กซี่พูดขึ้นหลังจากที่กลุ่มของพวกเธอได้เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะภายในร้าน พลางชี้มือไปที่ชายหนุ่มที่มีใบหน้าสุดหล่อเหลาคมคายชุดดำ ซึ่งนั่งกันอยู่ในโซนVIPกับกลุ่มเพื่อน
“เออจริงด้วย หล่อมาก กูเชียร์ มึงเข้าไปขอเบอร์เขาเลย” เพื่อนของเธอมองตามมือของเธอไปก็พบเข้ากับชายหนุ่มคนที่เพื่อนของเธอพูดถึง มันจริงดั่งคำที่นางกล่าว ผู้ชายคนนี้กราวใจดูแบดบอยมาก มีรอยสักอยู่ที่คอและตรงช่วงหน้าอก รีบหันมาพูดเชียร์เพื่อนสาวคนสวยให้เข้าไปจีบผู้ชายคนนั้น
“อือ~ กูดูสวยหรือยังว่ะ” ร่างบางสุดเซ็กซี่ลุกยืนขึ้นขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่หันไปหาเพื่อนๆว่าให้ช่วยมองให้ทีว่าดูดีหรือยัง
เมื่อเพื่อนบอกผ่าน หญิงสาวก็เดินเข้าไปยังโต๊ะที่มีชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งกันอยู่ถึง4คนด้วยความมั่นใจไปกับหน้าตาที่ดูสวยเซ็กซี่ของตัวเอง ในใจเธอคิดว่าถ้าไม่ได้คนที่เธอหมายตาไว้ก็ขอใครสักคนใครก็ได้ใน3คนนี้ที่เหลือเพราะแต่ละคนก็งานดีกันทั้งนั้น
“สวัสดีค่ะ ขอนั่งด้วยคนจะได้มั้ยคะ” หญิงสาวที่หมายตาในชายหนุ่มก็ได้พูดขึ้นขยับกายเดินเข้ามาใกล้เขาเข้าไปเรื่อยๆ ใบหน้าสุดเย้ายวนยิ้มอ่อยชายหนุ่มชุดดำอย่างเต็มที่
“….” พายุก็คือคนที่เธอหมายตาเอาไว้ เขาก็เงียบพลางใช้หางตามองเธอเพียงนิดแล้วเบือนหน้าเมินหนีไปทางอื่นอย่างคนที่ไม่คิดจะสนใจไปกับผู้หญิงประเภทนี้ ที่ผ่านมาเขาเจอแต่กับผู้หญิงที่มักจะเข้ามาหาเขาก่อนเสมอยังไม่เคยเจอผู้หญิงดีๆที่เขาเป็นฝ่ายสนใจก่อนสักที
“ถ้าไม่ว่าอะไรถ้างั้นพิมขอนั่งเลยนะคะ คุณชื่ออะไรคะ พวกเรามาทำความรู้จักกันดีไหมเอ่ย” เมื่อเห็นว่าเขาเงียบและยังหันหน้าไปทางอื่น เธอเริ่มเสียเซลฟ์จึงพยายามปลอบใจตนเองโดยการพูดกลบเกลือนและนั่งลงยังด้านข้างของเขา เกิดมาเธอไม่เคยเจอผู้ชายที่ปฏิเสธเธอแบบนี้มาก่อนเลย เขาเป็นคนแรกที่เมิน
“ออกไปให้ห่างฉัน!” พายุที่รู้สึกได้ถึงเบาะที่ยวบลงเพราะมีคนมานั่ง เขาจึงพูดขึ้นเพื่อให้เธอขยับตัวหรือลุกขึ้นเดินออกไปจากตรงนี้
“ว่าไงนะคะ” แต่เธอทำเหมือนไม่ได้ยินไปกับคำพูดของเขาซะอย่างนั้น มิหนําซ้ำเธอยังพูดถามเขากลับไปอีกครั้ง
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง ฉันบอกให้เธอลุกออกไป!” พายุที่ชักจะโมโหแล้วจึงได้หันหน้ามาตะโกนด่าผู้หญิงคนนี้เสียงดังฟังชัดจนเธอนั้นสะดุ้งโหยงไปด้วยความตกใจไม่คิดว่าเขาจะป่าเถื่อนได้ถึงขนาดนี้ แต่เธอก็ยังใจดีสู้เสือตอบกลับถามเขาไปอีกสักครั้ง
“ทำไมล่ะคะนี่พวกเรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลยนะ”
“ฉันไม่ชอบผู้หญิงตอแหลแบบเธอ! ออกไปซะ” พายุพูดเสียงดังฟังชัดตอกกลับเธอไปด้วยคำพูดรุนแรง จนคนที่ได้รับฟังก็ดูอึ้งไปไม่น้อยเหมือนกัน ใบหน้าสวยโกรธจัดแต่ทำอะไรไม่ได้ค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากโต๊ะของพายุและกลุ่มเพื่อนสนิท
“มึงนี่ก็นะ ผู้หญิงเข้าหาก็ตั้งเยอะแต่แม่งไม่เอาสักกะคน” นีโอ ชายหนุ่มหน้าตาดีหนึ่งในเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งกินเหล้าด้วยกันพูดขึ้นหลังจากที่หญิงสาวลุคเซ็กซี่คนนั้นได้เดินออกไปจากบริเวณโต๊ะของเขาแล้ว
“เออจริง ตั้งแต่รู้จักกันมากูยังไม่เห็นมึงชอบใครสักคน หรือมึงไม่ชอบผู้หญิง?” ขุนพล เพื่อนสนิทของพายุก็ได้เอ่ยพูดขึ้นกับเขาพร้อมทั้งยกแก้วเหล้าในมือเอาขึ้นมาดื่ม
“สัส! ผู้หญิงน่ารำคาญ กูไม่มีความอดทนพอให้กับเรื่องพวกนี้หรอก” พายุที่มักจะสนใจไปกับเรื่องของงานและเรื่องของเพื่อนซะมากกว่าก็ได้พูดขึ้นอย่างคนที่ไม่คิดอะไรไปกับเรื่องของผู้หญิง
“เอาเหอะ กูจะรอดูวันที่มึงเผลอตัวชอบใครขึ้นมาสักคน” เจมส์เพื่อนคนสุดท้ายของกลุ่มก็เผลอขำออกมาไปกับท่าทางที่ดูไม่ชอบผู้หญิงของพายุและได้พูดกับเขาว่าตนเองนั้นจะรอดูวันนั้น วันที่พายุเริ่มชอบผู้หญิงสักคนขึ้นมา
“ไม่มีวัน” พายุวางแก้วเหล้ากระแทกลงที่โต๊ะและรีบพูดตอบกลับไปยังเจมส์ เพื่อนสนิทของเขาทันที เหอะ ผู้หญิงก็คงจะเหมือนๆกันหมดนั่นแหละ น่ารำคาญชะมัด
“ขออนุญาตครับ ไอ้เสี่ยวิชัย มันจะขอเบิกเงินเพิ่มครับ” เสียงดังฟังชัดของลูกน้องคนสนิทอย่างวีรวิทย์ได้ดังขึ้น ชายหนุ่มในลุคบอดี้การ์ดชุดดำได้เดินเข้ามาโค้งคำนับและพูดขึ้นกับเจ้านายของเขา
“มันขอก็จัดให้มันไป แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย” พายุหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิท เอ่ยปากบอกกับเขาว่าตกลงที่จะให้เงินกับคนพวกนี้ไปแต่ถ้าไม่มีจ่ายเมื่อไรก็คงจะได้เห็นดีกัน
“ครับ” วีรวิทย์ขานรับพร้อมกับโค้งคำนับและเดินถอยหลังออกไปจัดการเรื่องที่นำมาแจ้งกับทางเจ้านาย
ครืด ~ เสียงโทรศัพท์มือถือของพายุดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงที่กำลังเปิดอยู่
พายุหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากเสื้อสูทสีดำมองดูไปที่หน้าจอก็พบว่าเป็นเบอร์ของแม่จึงเอ่ยปากบอกไปยังเพื่อนในกลุ่มให้รับรู้แล้วเดินขึ้นไปยังห้องทำงาน
“เดี๋ยวกูมา ไปรับสายแม่กูก่อน”
ห้องทำงานพายุ
“ครับแม่” พายุกดรับสายของผู้เป็นแม่ทันทีที่เดินเข้ามาภายในห้องทำงานแห่งนี้ เขาเดินไปหย่อนตัวนั่งลงยังเก้าอี้ทำงานสีดำตัวโปรด
(ทำอะไรอยู่ลูก แม่คิดถึง เมื่อไรจะเข้ามาหาแม่กับพ่อที่บ้านสักที)
“ครับ ผมก็คิดถึงแม่กับพ่อเหมือนกันครับ ยังไงผมขอดูงานก่อนแล้วกันนะครับ”
(เป็นวันเสาร์นี้ได้มั้ยลูก เรียกสายฟ้ามาด้วย รายนั้นแม่ก็ไม่ค่อยได้เห็นตัวเหมือนกันกับเรานั่นแหละ)
“เฮ้อ ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะนัดกับน้องเองครับ”
(จ้ะลูก งั้นแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะเข้านอนแล้ว)
พายุกดวางสายผู้เป็นแม่ ใบหน้าฉายแววถึงความไม่ค่อยสบายใจ รู้อยู่ว่าแม่นั้นโทรมาหาด้วยเรื่องอะไร เขาหยัดกายลุกขึ้นออกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องเดินลงมายังโต๊ะเดิมที่มีเพื่อนๆของเขานั่งสังสรรค์กันอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาทำสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับเริ่มยกแก้วเหล้าที่วางเอาไว้บนโต๊ะหยิบมันขึ้นมายกดื่ม
“ดูทำหน้า แม่มึง เขาโทรมาว่าไง” นีโอที่เห็นสีหน้าของพายุก็ได้พูดถามไปยังเจ้าตัวทันทีว่าแม่ของเขานั้นโทรมาว่าอย่างไรบ้าง
“เขาอยากให้กูกับไอ้สายฟ้าเข้าไปหาที่บ้าน” พายุถอนหายใจและบอกไปตามความเป็นจริงถึงสิ่งที่แม่ของเขาได้โทรมาหา
“แม่มึงเขาก็คงคิดถึงมึงนั่นแหละ ก็วันๆนึง มึงเล่นอยู่แต่ที่ผับไม่ก็ที่คอนโด” เจมส์เพื่อนสนิทของเขาก็ได้พูดขึ้นมาหลังจากที่พายุนั้นได้พูดจบลงไปแล้ว
“ก็พวกท่านชอบเร่งกูให้รีบหาแฟนและที่นัดให้เข้าไปพบนี่ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องแบบนี้อีกชัวร์” พายุพูดออกมาอย่างที่เบื่อมากๆกับเรื่องพวกนี้แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เขาพูดบอกในสิ่งที่พ่อกับแม่ชอบเร่งรัดเขาให้พวกเพื่อนๆได้รับฟัง
“พวกท่านก็คงเป็นห่วงมึงนั่นแหละ คนเหี้ยไรบอกผู้หญิงน่ารำคาญ ถามจริงหรือว่ามึงไม่ได้ชอบผู้หญิง?” ขุนพลที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้นมาบ้าง เขารู้นิสัยของพายุเป็นอย่างดีเพราะรู้จักและเป็นเพื่อนสนิทกันมานานแต่ก็ยังอยากที่จะถามย้ำๆให้ได้ยินกับหูอีกสักครั้ง
“กูยังชอบผู้หญิงเหมือนเดิมแต่แค่ยังหาคนที่ใช่ไม่ได้ก็เท่านั้น” พายุจึงได้ตอบกลับเน้นน้ำเสียงดังฟังชัดแน่นอนไปยังเพื่อนๆของเขาให้ได้รับรู้ให้แน่ชัดอีกครั้ง
คอนโดพายุ
เช้าวันต่อมา
7.30 น.
เมื่อคืนพายุกับเพื่อนดื่มกันจนเกือบจะโต้รุ่ง เขาได้กลับมานอนยังคอนโดของเขาและนอนได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปทำงานยังบริษัทของผู้เป็นพ่อ มันเหมือนเป็นความเคยชินไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหนก็ตามพายุก็จะตื่นเช้าอยู่เสมอ
พายุหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด 10นาทีผ่านไป เขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อเชิ้ตสีดําแบรนด์ดังนำขึ้นมาสวมใส่ ทุกๆอย่างในห้องนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยสีดำไปซะส่วนใหญ่
ในตอนเช้าถึงช่วงเย็นเขาเป็นถึงรองประธานบริษัทแต่พอช่วงดึกๆเป็นต้นไปก็จะกลายเป็นเจ้าของผับดูแลควบคุมสั่งการกิจการร้านผับ บ่อนคาสิโน และธุรกิจสีเทาอีกหลายอย่าง
แต่งตัวเสร็จอะไรเสร็จก็เดินออกจากห้องเพื่อไปทำงานที่บริษัทของผู้เป็นพ่อก่อนในทันที
บริษัทธันเดอร์กรุ๊ป
พายุได้เดินทางมาถึงยังที่บริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาจอดรถสปอร์ตคันหรูตรงโซนลานจอดรถวีไอพีของทางบริษัทที่จัดเอาไว้ให้สำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ ชายหนุ่มเดินขึ้นลิฟท์มายังชั้นระดับผู้บริหาร เดินมาถึงบริเวณหน้าห้องก็ต้องพบกับเลขาของผมที่ใครๆก็ต่างพากันบอกว่าเธอนั้นสวย ดูดี เซ็กซี่ แต่สำหรับเขาคือไม่ เขาไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้ และเธอคนนี้มีชื่อว่า ฮันน่า
“สวัสดีค่ะคุณพายุ” หญิงสาวที่ใส่กระโปรงสัั้นรัดรูปก็ได้รีบลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินเข้ามาเสนอหน้าทักทายผู้เป็นเจ้านายของเธอเสียก่อน
“อืม” พายุตอบกลับในลำคอพร้อมกับเดินเปิดประตูแล้วเข้าไปในห้องทำงานของตนเองทันที
“จะรับกาแฟเลยมั้ยคะ ฮันน่าจะได้ไปชงมาให้เลย” เลขาสาวรีบเดินตามท่านรองประธานเข้าไปในห้องทำงานทันที พูดถามอย่างคนที่พร้อมจะเอาอกเอาใจ
“วันนี้ผมขอกาแฟดำ” พายุเปิดดูเอกสารที่อยู่บนโต๊ะแล้วพูดตอบเธอกลับไปว่าเขาต้องการที่จะดื่มอะไรในตอนเช้าๆแบบนี้ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสนใจไปกับความสวยความสาวของเลขาของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ได้ค่ะ คุณพายุรอฮันน่าสักครู่นะคะ” ร่างบางสุดเย้ายวนพูดบอกไปยังเจ้านายหนุ่มสุดหล่อของเธอพร้อมกับเดินทอดน่องออกจากห้องทำงานของพายุเพื่อไปชงกาแฟมาให้กับเขา
“อ้าววันนี้เข้ามาทำงานด้วยเหรอเจ้าลูกชาย” เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นพร้อมกับเขาที่เดินเปิดประตูเข้ามายังภายในห้องทำงานของลูกชายคนโต
“ครับ ผมมีเอกสารสำคัญที่ต้องเซ็น” พายุเงยหน้าขึ้นมองไปยังผู้เป็นพ่อที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเอ่ยบอกไปยังพ่อของตนถึงสาเหตุที่เขาได้เข้ามาทำงานในวันนี้ เพราะปกติพายุนั้นไม่ได้เข้ามาทำงานที่นี่ทุกวันจะเข้ามาก็ต่อเมื่อมีงานสำคัญและเอกสารที่ต้องเซ็นก็เท่านั้น
“แล้วได้เจอกับน้องบ้างมั้ย เจ้านั่นมันหายหัวไปเลย” พ่อของเขาพยักหน้ารับรู้ไปกับคำพูดของเจ้าลูกชายคนโตแล้วก็ได้ถามไถ่ไปยังเจ้าลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้ไม่ค่อยติดต่อหรือเห็นหน้าคร่าตาเลย
“ช่วงนี้มันติดหญิงนะครับก็เลยไม่ค่อยได้เห็นหัว” พายุพูดบอกพ่อไปตามความเป็นจริงว่าน้องชายของเขานั้นตอนนี้ติดผู้หญิงคนนึงอยู่
“หึ แล้วแกล่ะ เมื่อไรจะมีสาวๆกับเขาบ้าง นี่แม่แกก็ถามๆอยู่” พ่อถึงกับหลุดขำออกมาไปกับคำพูดของเจ้าลูกชายที่กำลังพูดแซวน้อง เสียงทุ้มถามไปยังพายุอีกครั้งว่าเมื่อไหร่จะถึงตาของพายุบ้างที่จะได้มีสาวๆเข้ามาในชีวิตเหมือนอย่างเช่นน้องชาย
“จริงๆผมยังไม่อยากที่จะคิดเรื่องพวกนี้หรอกครับ ผมอยากทำงานมากกว่า” พายุถอนหายใจออกมาและสบตาบอกกับพ่อของเขาให้เข้าใจอีกสักครั้งว่าตอนนี้เขานั้นยังไม่อยากคิดอะไรไปกับเรื่องแบบนี้
“ยังไม่คิดก็เริ่มคิดได้แล้ว ฉันอยากอุ้มหลาน” ชายวัยกลางคนพูดสวนกลับไปยังลูกชายคนโตในทันที
‘จะมาบอกว่าไม่คิดได้ยังไงกันอายุก็เริ่มเยอะแล้ว ไม่มีตอนนี้แล้วจะมีเมื่อไหร่’
ได้แต่คิดเอาไว้ในใจไม่ได้พูดบอกเจ้าลูกชายออกไป
“พ่อรอไอ้สายฟ้ามันจะดีกว่าครับ รายนั้นน่าจะพร้อมมากกว่าผม” พายุก้มหน้าเริ่มเปิดดุเอกสารขึ้นมาอีกครั้งบอกให้ผู้เป็นพ่อรอหลานจากทางไอ้สายฟ้าน่าจะดีกว่า
“กาแฟได้แล้วค่ะ อุ้ย ท่านประธานสวัสดีค่ะ” เสียงหวานใสดังกังวานขึ้นมาพร้อมกับร่างบางของฮันน่าเลขาสาวสุดสวยของพายุที่ได้เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟดำในมือ แต่เมื่อเดินเข้ามาก็พบว่าท่านประธานบริษัทก็อยู่ด้วย เธอจึงทำได้เพียงกล่าวคำสวัสดีพร้อมกับยิ้มทักทายให้กับผู้เป็นเจ้าของบริษัท
“สวัสดี งั้นพ่อไปทำงานก่อนก็แล้วกัน” พ่อพายุหันไปส่งยิ้มรับกับเลขาของลูกชายและหันมาบอกกับพายุ ในเมื่อพูดออกไปแล้วเจ้าลูกชายตัวดีก็ยังเฉยไม่รับรู้ใดๆก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เป็นแม่บ้างแล้ว พ่อพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปยังห้องทำงานของตนเอง
“ขอบคุณ วางไว้ตรงนั้นเดี๋ยวผมเดินไปกินเอง” พายุหันมองไปทางฮันน่าบอกให้เธอวางแก้วกาแฟดำของเขาเอาไว้ที่โต๊ะรับแขก
“ค่ะ แล้วมีอะไรให้ฮันน่าช่วยมั้ยคะ” ฮันน่าวางแก้วกาแฟดำลงไว้ที่โต๊ะตามคำสั่งของชายหนุ่มและส่งยิ้มพูดถามค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม
“มี ช่วยออกไปทำงานของคุณ” พายุเอ่ยปากรีบบอกว่ามีและนั่นก็คือให้เธอนั่นออกไปทำงานของตัวเองที่อยู่ด้านนอกห้องของเขานั่นเอง
“ค..ค่ะ” ฮันน่าดูอึ้งไปเล็กน้อยกับคำพูดหยาบและตรงของชายหนุ่มหน้าตาคมคายที่ชื่อว่าพายุแต่ก็ต้องรีบเดินออกไปตามคำสั่งของเขาทันที
“น่ารำคาญชะมัด” ปากหนาส่งเสียงพูดบ่นพึมพำออกมาอย่างคนที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้เอาเสียเลย ในทันทีที่เลขาสาวได้เดินออกไปจากห้องทำงานของเขาแล้ว เขาบอกกับตัวเองว่าให้รีบๆทำงานแล้วจะได้รีบไปร้านไปนอนพักเอาแรงที่ห้องทำงานจะดีกว่า ขืนอยู่ที่นี่ก็ต้องเจอกับอะไรแบบนี้ เดี๋ยวเดินๆเข้ามาอยู่ได้
ผับ Storm Night
21.00 น.
เมื่อเช้าพอทำงานเสร็จในช่วงตอนบ่ายๆชายหนุ่มก็รีบออกมาจากที่ทำงานทันทีและเขาก็ขับรถไปยังร้านผับบาร์ของเขา ในตอนนี้พายุกำลังไล่ดูความเรียบร้อยอยู่ภายในร้าน เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูก็แผดเสียงดังขึ้น
“ฮัลโหลว่า”
(ทำไรอยู่ครับไอ้พายุ)
“กำลังวุ่นๆกับงานที่ร้านอ่ะดิ มึงมีอะไร”
(เสาร์ อาทิตย์นี้ มึงว่างมั้ย? กูจะชวนไปเที่ยว)
“ชวนกูเนี่ยนะ มีอะไร มึงบอกกูมาเลยดีกว่า”
(หึ! สมกับที่เป็นพี่น้องกันดีจริงๆ เอาตรงๆก็ กูอยากจะให้มึงไปช่วยเป็นไม้กันหมาให้หน่อย)
“ไอ้สัสพูดซะกูไม่อยากช่วยเลย”
(ช่วยกูหน่อย เดี๋ยวกูจ่ายค่าตอบแทนให้อย่างงาม)
“ดีล ตามนั้น มึงพูดแล้วนะ”
(เออแค่นี้ก่อนแล้วกัน ไปที่ไหนเดี๋ยวกูส่งข้อความไปบอกอีกที)
“เออ”
เมื่อกดวางสายจากน้องชาย ชายหนุ่มก็ได้เดินขึ้นไปยังห้องทำงานของตนเอง หึ! ไม้กันหมาอย่างงั้นเหรอ ไอ้เด็กนี่ถ้าไม่ติดว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้กับเขา เขาไม่มีวันไปด้วยเด็ดขาด