ตอน 1

นายอัครเดช รุ่งเจริญทรัพย์ไพศาล อายุยี่สิบแปดปี มีชื่อเล่นว่าเสือ ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้มีคู่ควงไม่ซ้ำหน้าเพราะเขานั้นมีฉายาว่าเป็นเสือผู้หญิง สมกับชื่อเล่นที่บิดาได้ตั้งให้ ที่สำคัญเขาเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย รูปร่างสูงใหญ่ร่างกายบึกบึนเต็มไปด้วยมัดกล้าม จนใครหลายคนคิดว่าเขานั้นเป็นซูเปอร์สตาร์ด้วยซ้ำไป แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยคบกับใครจริงจังสักคน เพราะเขานั้นกลัวเหลือเกินกับการใช้ชีวิตคู่ เมื่อบิดาและมารดาได้แยกทางกัน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น บิดาของเขาได้เอ่ยคำว่าหมดรักมารดาออกมาและกำลังจะไปเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงอีกคน จนเขานั้นไม่คิดที่จะศรัทธาในความรักไปตลอดชีวิต

แต่วันนี้เขากลับต้องมานั่งปวดหัวและกุมขมับที่โต๊ะทำงาน เมื่อนางกวางกมล มารดาของเขาโทรมาจากเชียงใหม่ฝากฝังขวัญข้าวให้เขานั้นช่วยดูแล และสอนงานให้กับเธอ หญิงสาวที่มารดาของเขารักยิ่งกว่าลูกในไส้เสียอีก

นางสาวขวัญข้าว สิริพาขวัญ อายุยี่สิบสามปี รูปร่างสูงขาวสวยหุ่นเซ็กซี่ แต่ทว่าเธอนั้นกลับแต่งตัวเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ เธอสูญเสียบิดาและมารดาไปตั้งแต่อายุสิบสี่สิบห้า เมื่อทั้งคู่เสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย แม่เลี้ยงกวางกมลก็เป็นผู้เลี้ยงดูและอุปการะเธอมาตลอด เนื่องจากมารดาของเธอนั้นเป็นเพื่อนรักกับแม่เลี้ยง จึงไม่ยากที่นางนั้น จะรักขวัญข้าวเหมือนกับลูกในไส้และห่วงใยหญิงสาวมากกว่าเสือหรือชื่อจริงว่าอัครเดช

ซึ่งเป็นลูกชายของนางด้วยซ้ำ หญิงสาวเพิ่งเรียนจบใหม่ดีกรีเจ้าของเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะเศรษฐศาสตร์ แต่แม่เลี้ยงกวางกมลกลับไม่ให้เธอนั้นไปสมัครงานที่ไหน เมื่อหญิงสูงวัยต้องการให้ขวัญข้าวมาช่วยงานลูกชายที่โชว์รูมรถยนต์ในเมืองกรุง เหตุผลของนางเพียงเพราะไม่ไว้ใจใครให้ดูแลขวัญข้าว แต่แม่เลี้ยงกวางกมลจะรู้หรือเปล่าว่ากำลังฝากปลาย่างไว้กับแมว ไม่สิฝากชิ้นเนื้อไว้กับเสือต่างหาก!

ภายในห้องทำงานของบอสหนุ่ม อัครเดชหรือว่าเสือกำลังนั่งจับจ้องไปที่จอคอมพิวเตอร์ ซึ่งในเวลานี้มันแสดงกราฟยอดขาย พุ่งทะยานทะลุเป้าจนน่าพอใจ

Rrrr!!! เสียงสมาร์ตโฟนเครื่องแพงดังขึ้น พร้อมกับโชว์ใบหน้าของมารดา เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา ก่อนที่เขาจะรับสายชายหนุ่มได้ฉีกยิ้มกว้าง มองไปที่รูปในจอสมาร์ตโฟนด้วยความรู้สึกคิดถึงผู้เป็นมารดาอย่างสุดซึ้ง

"สวัสดีคร้าบ คุณนายแม่โทรมาหาผมตั้งแต่ เช้าคิดถึงลูกชายล่ะสิ" เสียงทุ้มพูดจาอ่อนหวานไปตามสาย เพื่อออดอ้อนมารดาอย่างเคย

"ถ้าแม่ไม่โทรหา เสือก็จะไม่โทรหาแม่เลยใช่ไหม ไม่คิดถึงแม่เลยเหรอ ใช่สิ! แม่มันแก่แล้วนี่ คงกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกลืมไปแล้วมั้ง จะไปสู้สาวๆ สวยๆ ข้างกายลูกได้ยังไง ใช่ไหมล่ะ พ่อเสือหนุ่ม" มารดาของเขาพูดออกมาด้วยถ้อยคำกระเซ้าเย้าแหย่ผู้เป็นลูกชาย เพราะนางรู้จักนิสัยของอัครเดชดี ชายหนุ่มมีดีกรีเป็นถึงเดือนมหา'ลัย ด้วยหน้าตาและโพรไฟล์ของเขานั้น มีหรือที่ผู้หญิงจะไม่วิ่งเข้าหา แล้วยิ่งเงินหนาแบบนี้

"โธ่! แม่ครับ ผู้หญิงที่ถูกลืมอะไรกันเล่า แม่เป็นผู้หญิงที่อยู่ในใจของผมเสมอ และเป็นเพียงคนเดียวที่ผมรักและเทิดทูนบูชา ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่เดินผ่านเข้ามาแล้วก็จากไป ผมไม่เคยจริงจังกับใครหรอกครับ" ชายหนุ่มรีบพูดจาอ้อนมารดาออกมาอีกครั้ง จนนางนั้นรู้สึกหมั่นไส้ลูกชายตัวดี นานๆ ทีถึงจะกลับบ้าน ปีละไม่กี่หนด้วยซ้ำ

"ไม่ต้องมาพูดดีเลยนะพ่อเสือ งานที่โชว์รูมเป็นยังไงบ้างช่วงนี้ขายดีไหม" คราวนี้หญิงสูงวัยเปลี่ยนน้ำเสียงเอ่ยถามลูกชายออกมาด้วยความห่วงใย

"ไม่ต้องห่วงหรอกครับแม่ ใครเป็นผู้บริหารนี่นายอัครเดชลูกชายของแม่เลี้ยงกวางกมล บอสหนุ่มที่มากความสามารถ ยอดขายในแต่ละวันพุ่งเกินคาด แม่สบายใจได้ครับ" ชายหนุ่มคุยโม้ออกมาด้วยความพึงพอใจ เมื่อความสามารถของเขานั้น ทำให้ธุรกิจที่ตั้งใจเอาไว้ไปได้สวย เพราะส่วนตัวแล้วอัครเดชเคยเป็นนักแข่งรถมาก่อน ซึ่งทุกวันนี้เขาก็ไปที่สนามบ้างเมื่อมีโอกาส แม้งานจะรัดตัว แต่เขาก็ไม่เคยละทิ้งความชอบในการแข่งรถ

"งานที่โชว์รูมคงยุ่งมากเลยสินะ เหนื่อยไหมลูก พักผ่อนบ้างนะแม่เป็นห่วง" ประโยคคำถามจากมารดากำลังทำให้หัวใจของเขาพองโต เป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ เมื่อคำถามเหล่านั้นเต็มไปด้วยความห่วงใย

"ผมคิดถึงแม่จังเลยครับอยากกอด"

"แม่ก็คิดถึงเสือเหมือนกัน อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมเดี๋ยวแม่จะฝากน้องเอาไปให้" คำว่าน้องที่มารดากล่าวถึง ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย

"ขอเป็นน้ำพริกก็แล้วกันนะครับแม่ แล้วอย่าลืมแคบหมูกับน้ำพริกหนุ่มด้วย ผมอยากกินมากเลยตอนนี้ ว่าแต่น้องที่ไหนเหรอครับใครจะแวะมา" จากน้ำเสียงที่ออดอ้อนเริ่มแฝงไปด้วยความสงสัย เมื่อลางสังหรณ์ของเขานั้นกำลังนึกถึงใบหน้าของหญิงสาว ที่ไม่ได้เจอกันหลายปีเพราะเวลาที่เขากลับบ้าน เธอก็จะไปเรียนในตัวเมืองและพักที่หอหญิง ทั้งสองจึงไม่ได้พบกัน

"ขวัญข้าวเรียนจบแล้ว แม่ห่วงน้อง จะให้ไปทำงานที่ไหนก็คงไม่ปลอดภัยเท่ากับทำงานกับลูก แม่ฝากให้เสือสอนงานให้น้องหน่อยสิ ถือว่าแม่ขอร้อง" จากคำพูดและน้ำเสียงของมารดาทำให้ชายหนุ่มเข้าใจเลยว่า นางรักขวัญข้าวมากแค่ไหน

"แม่ครับเธอโตแล้วนะครับ ขวัญข้าวก็อาจจะอยากมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง แม่ก็ปล่อยๆ เธอไปเถอะ ร้านที่โชว์รูมของผมไม่เหมาะกับเธอหรอก แล้วจะให้เธอพักที่ไหน อยู่บ้านเดียวกับผมน่าเกลียดตายเลยไม่เอาหรอกครับแม่" ชายหนุ่มพยายามพูดหว่านล้อมจิตใจของมารดา เพื่อให้นางนั้นยกเลิกในสิ่งที่ตั้งใจ ที่จะให้ขวัญข้าวมาอยู่กับเขา

" ขวัญข้าวก็เหมือนน้องสาวของเรานะเสือ ลูกจะไม่ดูดำดูดีน้องเลยหรืออย่างไร ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะปล่อยให้ไปเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายในโลกกว้างแม่ทนไม่ได้ แม่เชื่อว่าน้องจะทำงานที่โชว์รูมนั่นได้ดี เสือจะไปสนใจหรือแคร์ใครทำไม ในเมื่อขวัญข้าวก็คือคนในครอบครัวของเรา" ฟังจากคำพูดของมารดาดูเหมือนว่านางนั้นจะไม่ฟัง หรือยอมรับความคิดเห็นใดๆ จากเขาเลย

"แต่ความเป็นจริงเธอก็ไม่ใช่น้องผมนี่ครับแม่ และที่บ้านผู้ชายก็เข้าออกบ่อยๆ เพื่อนผมมักจะมาจัดปาร์ตี้สังสรรค์ที่นี่ เธอทนได้ไหมล่ะครับ คุณหนูขวัญข้าวของแม่จะทนได้หรือเปล่า" ชายหนุ่มรีบหาข้ออ้างขึ้นมา เพื่อให้มารดาเปลี่ยนใจ

"แม่เชื่อใจเสือนะ เชื่อว่าเสือจะดูแลและปกป้องขวัญข้าวได้ ชีวิตของน้องน่าสงสารมากเลยนะลูก ในชีวิตของแม่ มีคนที่รักปานดวงใจแค่สองคน ก็คือเสือและขวัญข้าว แม่ขอแค่นี้เสือทำให้แม่ได้หรือเปล่า" ฟังจากคำพูดและน้ำเสียงของมารดาต่อให้เขาชักแม่น้ำทั้งห้าก็คงไม่เป็นผล สรุปแล้วเขาคงต้องยอมรับขวัญเข้าเข้ามาในชีวิต แม้ว่าเธอนั้นจะมาในฐานะน้องสาว แต่เขาและเธอนั้นก็ไม่ได้สนิทกัน ถึงขนาดเวลาที่เจอกันคงเหมือนคนแปลกหน้าด้วยซ้ำ

"เธอจะมาวันไหนครับแม่" ชายหนุ่มจำใจต้องถามว่าไปแบบนั้น เพราะไม่มีทางเลี่ยงแล้วจริงๆ

"น้องจะไปวันเสาร์เดี๋ยวแม่ขอดูเวลาก่อนแล้วจะโทรไปบอกอีกทีอย่าลืมไปรับน้องที่สนามบินด้วยล่ะ"

"ตกลงครับแม่ แค่นี้นะครับสวัสดีครับ"

"เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งวางสาย" หญิงสูงวัยรีบพูดแทรกขึ้นมาในทันทีก่อนที่ลูกชายจะวางสาย

"มีอะไรหรือเปล่าครับแม่"

"เสือจำเอาไว้ให้ขึ้นใจนะ ขวัญข้าวคือน้องสาวเป็นดั่งแก้วตาดวงใจอีกดวงของแม่ ดูแลน้องให้ดีและที่สำคัญที่สุดอย่าคิดฉวยโอกาสหรือเกินเลยกับน้องเป็นอันขาด น้องไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนน ไม่ใช่ผู้หญิงของเสือ ถ้าเห็นน้องเป็นแค่ของเล่นแล้วละก็ แม่ก็จะคิดว่าเสือไม่ใช่ลูกเช่นกันและจะไม่มีวันอภัยให้ลูกตลอดชีวิต" คำพูดของมารดาทำให้ชายหนุ่มถึงกับส่ายศีรษะไปมา เพราะเขาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่

ตอน 2

"แม่สบายใจได้ครับ ผมไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นกับยัยเด็กกะโปโลนั่นได้หรอก" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับกระตุกยิ้มและหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ เขาจะรู้หรือเปล่าว่าเวลานี้ขวัญข้าวโตเป็นสาวและสวยแค่ไหน

"ขอให้มันจริงแล้วอย่ากลืนน้ำลายตัวเองล่ะ แค่นี้แหละ"

"ครับแม่ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ สวัสดีครับ" พอวางสายจากมารดาบอสหนุ่มถึงกับนั่งเอามือกุมขมับเลยทีเดียว เขายังคงคิดภาพไม่ออกเลยถ้าภายในบ้านของเขามีขวัญข้าว เดินเข้ามาและอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขา ในแต่ละวันชีวิตของเขาจะเป็นยังไง ที่สำคัญอัครเดชและเธอนั้นต้องเจอกันทุกๆ วัน เกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

ขวัญข้าวช่างอาภัพ เธอกำพร้าทั้งบิดาและมารดาตั้งแต่อายุสิบสี่สิบห้า แต่ทว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่มารดาของอัครเดชนั้นเป็นเพื่อนสนิทกับมารดาของเธอ ที่สำคัญน้ำทิพย์มารดาของขวัญข้าวได้ฝากฝังลูกสาวเอาไว้ให้นางช่วยอุปถัมภ์ และดูแลจนกว่าหญิงสาวจะเรียนจบมหา'ลัย น้ำทิพย์ได้ขอร้องแม่เลี้ยงกวางกมลไว้ก่อนตาย จึงทำให้นางนั้นรัก และห่วงใยขวัญข้าวไม่ต่างจากลูกรักในอุทรเลยทีเดียว

"คุณแม่ว่าอะไรนะคะ" ขวัญข้าวเรียแม่เลี้ยงกวางกมลว่าแม่ เพราะนางนั้นไม่อยากให้หญิงสาวมีปมด้อยมากไปกว่านี้

"ขวัญฟังไม่ผิดหรอกจ้า หนูเพิ่งเรียนจบและไม่มีประสบการณ์จะไปทำงานที่ไหนไกลหูไกลตาแม่ก็เป็นห่วง ยิ่งผู้คนสมัยนี้เชื่อใจไม่ค่อยได้ แม่อยากให้หนูไปอยู่กับพี่เสือ ไปทดลองงานที่โชว์รูม เมื่อไหร่มีประสบการณ์หางานทำได้ค่อยว่ากันอีกที" หญิงสูงวัยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย แม้ขวัญข้าวจะไม่อยากไปอยู่กับอัครเดช ชายหนุ่มที่เธอนั้นรู้สึก และสัมผัสได้ว่าเขาไม่ชอบหน้าเธอเลยสักนิด แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถโต้แย้ง หรือคัดค้านอะไรได้เลย

"ขวัญไม่อยากไปเลยค่ะ อยากจะช่วยงานที่ไร่มากกว่า แม้ว่าขวัญจะไม่ได้เรียนเกษตรศาสตร์มา แต่ก็พอมีประสบการณ์ ที่จะช่วยคุณแม่แบ่งเบาภาระที่ไร่อยู่ได้บ้างนะคะ" หญิงสาวพูดจาออดอ้อน พร้อมกับโน้มตัวเข้าไปสวมกอดหญิงสูงวัย

"ไม่ต้องห่วงที่ไร่หรอกลูก แม่มีคนช่วยตั้งเยอะแยะ ขวัญไปทำตามความฝันของตัวเองเถอะนะหนูอยากเป็นโบรกเกอร์สาวไม่ใช่เหรอ ให้พี่เสือสอนงานให้ดีแล้ว พี่เขาเก่งเชื่อแม่นะ"

ขวัญข้าวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เธอถึงอยากจะทำงานเป็นโบรกเกอร์ เพราะเรื่องทุกอย่างมันช่างไกลตัวเธอเหลือเกิน ความจริงเธอควรจะทดแทน แม่เลี้ยงกวางกมลด้วยการใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่นี้คอยดูแลหญิงสูงวัยมากกว่าจะก้าวออกไป โดยที่ไม่รู้ว่าในหนึ่งปีจะได้กลับมาที่นี่กี่ครั้ง

"ถ้าไปอยู่ที่นู่นขวัญคงคิดถึงแม่มากเลยนะคะ" ขวัญข้าวพูดพร้อมกับร้องไห้ออกมา เมื่อนึกถึงวันเวลาที่จะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน ที่สำคัญเธอนั้นต้องไปอยู่ร่วมชายคากับเขา ผู้ชายที่ดูเย็นชาและหมางเมินใส่เธอมาโดยตลอด

"เด็กโง่จะร้องไห้ทำไมเนี่ย...หืม ถ้าคิดถึงแม่ก็บอกให้พี่เสือพามาเยี่ยมบ่อยๆ สิ รายนั้นหนึ่งปีมาไม่กี่ครั้ง ก็ดีเหมือนกันแม่จะเอาหนูเป็นข้ออ้างให้พ่อเสือพากลับมาบ้านบ่อยๆ โอเคไหม" หญิงสูงวัยพูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง นางเองก็รู้สึกใจหายไม่น้อยที่รู้ว่าขวัญข้าวจะต้องจากบ้านไปไกลเป็นแรมเดือนหรือปี ซึ่งยังไม่รู้ว่าลูกชายนั้น จะยอมพาหญิงสาวกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างหรือเปล่า

"แม่ไม่อยากไปส่งขวัญเหรอคะ ไปค้างที่นู่นสักสองสามคืนค่อยกลับก็ได้" หญิงสาวยังคงพูดจาอ้อนออกมา เพราะอยากให้หญิงสูงวัยไปด้วย ซึ่งเธอนั้นรักและห่วงใยนางไม่ต่างจากมารดาแท้ๆ และมีเหตุผลอีกข้อ นั่นก็คือขวัญข้าวไม่รู้ว่าพี่เสือจะแสนดีกับเธอหรือเปล่า เขาจะใจร้ายเห็นเธอเป็นเพียงแค่กระต่ายน้อยหรือไม่ นั่นคือความกังวลที่เกิดขึ้นภายในใจของขวัญข้าวในเวลานี้

"แม่ไม่ชอบสังคมเมือง ที่แสนจะวุ่นวาย แม้ว่าจะไปอยู่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แม่ก็ไม่อยากไปอยู่ดี หนูมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าขวัญ พี่เสือจะดูแลหนูเป็นอย่างดีเชื่อแม่เถอะนะ เพราะแม่ได้คุยกับพี่เขาแล้วสบายใจได้" หญิงสูงวัยพูดออกมาพร้อมกับแววตาที่ได้ซ่อนเรื่องราวบางอย่างเอาไว้ คงไม่มีใครรับรู้ได้นอกจากใจของนาง ต้องมีจุดประสงค์อะไรสักอย่าง ถึงอยากให้ขวัญข้าวไปอยู่กับพ่อเสือหนุ่มแบบนั้น

"ขวัญขอวิดีโอคอลหาแม่ทุกวันได้ไหมคะ" ขณะที่ถามออกมาขวัญข้าวยังคงซุกใบหน้าเข้ากับอกนุ่มของแม่เลี้ยงกวางกมล หญิงสูงวัยที่เธอนั้นรักประหนึ่งว่าเป็นมารดาที่ให้กำเนิดมา

"ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ สำหรับลูกสาวของแม่คนนี้ จะโทรมาตอนไหนก็ได้ สำหรับแม่แล้วยี่สิบสี่ชั่วโมงที่มีแม่ยกให้หนูคนเดียว" หญิงสูงวัยพูด พร้อมกับเอามือลูบลงที่ศีรษะของหญิงสาวด้วยความรักและเอ็นดู

"ถ้าพี่เสือได้ยินแบบนี้คงไม่ชอบหน้าขวัญแน่ ที่แม่เล่นยกยี่สิบสี่ชั่วโมงให้ขวัญคนเดียว" หญิงสาวพูดพร้อมกับ ฉีกยิ้มที่มุมปากแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาหญิงสูงวัย ด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

"ถ้าอย่างนั้นก็แบ่งให้พี่เสือสักชั่วโมงก็คงจะพอ เพราะเขาโตเป็นหนุ่มใหญ่คงไม่สนใจแม่แก่ๆ คนนี้แล้วแหละ" คราวนี้นางถึงกับพูดตัดพ้อลูกชายออกมา เพราะไม่รู้ว่าทำไมอัครเดชถึงชอบเมืองกรุงที่แสนจะวุ่นวายนั้นนักหนา

"ไม่มีใครลืมแม่ได้ลงคอหรอกค่ะ ต่อให้แก่แค่ไหนแม่ก็คือแม่อยู่ดี เหมือนกับที่ขวัญรักแม่ยังไงละค่ะ ไม่แน่นะพี่เสืออาจจะเปลี่ยนใจกลับมาดูแลไร่มาอยู่กับแม่ก็ได้ ถ้าเขาเกิดเบื่อเมืองศิวิไลซ์ขึ้นมา" หญิงสาวพูดจาให้กำลังใจหญิงสูงวัยออกไป ทั้งที่เธอรู้อยู่เต็มอก ว่าลูกชายของนางคงไม่มีวันกลับมาใช้ชีวิตที่นี่อย่างแน่นอน

"ถ้าขวัญพาพี่เสือกลับมาอยู่ที่ไร่ได้คงจะดี" หญิงสูงวัยพูดขึ้นมาลอยๆ ในขณะที่ขวัญข้าวกำลังคิดว่า มันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ เธอไม่ได้มีความสำคัญพอที่จะทำให้ชายหนุ่มกลับมาตั้งหลักปักฐานที่บ้านเกิดได้ ในเมื่อธุรกิจของเขานั้น ก็ไปได้สวย แถมกำไรในแต่ละไตรมาสได้หลายร้อยล้าน หรืออาจจะมากกว่านั้นเธอเองก็ไม่แน่ใจ เพราะเคยแอบเข้าไปส่องในเพจของเขาบ่อยครั้ง รถก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ราวกับแจกฟรี คงเป็นเพราะบอสหนุ่มหน้าตาดี แถมสถานะยังโสดอีกด้วย จึงเป็นที่หมายตาของสาวๆ หลายคน

"อีกไม่กี่วันก็จะเดินทางแล้ว หนูขวัญเตรียมน้ำพริกอ่องและน้ำพริกหนุ่มให้พี่เขาด้วยนะ ของโปรดพ่อเสือเลยล่ะ หนูทำอร่อยก็อย่าลืมทำให้พี่เขากินบ่อยๆ ด้วยนะ"

"ได้ค่ะแม่" ขวัญข้าวตกปากรับคำผู้เป็นมารดา เพราะมันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง หากเธอจะแสดงน้ำใจ ให้กับชายหนุ่มบ้าง ที่เขานั้นอุตส่าห์จะสอนงานให้กับเธอ ที่สำคัญเธอไปอยู่บ้านกับเขาแบบนั้น ก็คงต้องลงมือทำอาหารเองทุกวันอย่างแน่นอน ซึ่งมันเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่งของขวัญข้าว ที่เธอนั้นสามารถจัดอาหารคาวหวานขึ้นมาได้อย่างน่ารับประทาน และรสชาติยังอร่อยหาตัวจับยากอีกด้วย

ตอน 3

บรรยากาศภายในสนามแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบ เพื่อตัดสินแชมป์ประจำปี ซึ่งในเวลานี้สีสันของงานนั้น คงพลาดไม่ได้สำหรับความตื่นตาตื่นใจ ของหนุ่มๆ กับบรรดาเหล่าพริตตี้สาวสวย ที่คัดแบบแจ่มๆ ระดับตัวแม่ของวงการ ซึ่งพวกเธอนั้นพกเอาความสวยและความเซ็กซี่มาประชันกัน เพื่อสร้างสีสันให้กับการแข่งขันในวันนี้ จนบรรยากาศภายในสนามดูสดใสสว่างขึ้นฉับพลันน่ามองไปหมด แต่ใบหน้าของอัครเดชหรือเสือนั้น กลับไม่สดใสเหมือนอย่างทุกวันที่เคยเป็น

"ไอ้เสือวันนี้มึงเป็นอะไรวะ ยอดขายตกเหรอถึงทำหน้าอมทุกข์อยู่ได้ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาแข่งขันแล้วไหวไหมเนี่ย" นั่นคือเสียงของชาร์ล เพื่อนสนิทอีกคนของเสือ

"ชุดกูพร้อมขนาดนี้ไม่ไหวยังไงวะ กูเซตอัพรถ และสภาพร่างกายมาอย่างดี เพื่อการแข่งขันในวันนี้ไม่ต้องห่วงหรอก" เสือยืนยันความมั่นใจให้เพื่อน เพราะเขาคาดหวังที่จะเป็นแชมป์ในวันนี้ ที่สำคัญยังไม่เคยมีใคร แย่งตำแหน่งแชมป์เปี้ยนยอดนักบิดจักรยานยนต์ทางเรียบ จากเข้าไปได้เลย

"แม่ง! มึงดูสิพริตตี้แต่ละคน ใจกูละลายไปหมดแล้ว" เควินเพื่อนสนิทอีกคนพูดขึ้นพร้อมกับสายตาคม ที่จ้องมองไปยังกลุ่มสาวๆ ที่นุ่งน้อยห่มน้อย โชว์เรือนร่างเซ็กซี่ยั่วยวนจิตใจของเขาไม่ให้อยู่กับเนื้อกับตัว จนชายหนุ่มนั้นอยากเดินเข้าไปฉุดสาวๆ ขึ้นรถ ตรงไปที่ห้องให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยทีเดียว

"เควิน! มึงเห็นผู้หญิงไม่ได้เลยนะ! เสือมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ทำไมวันนี้ดูเป็นกังวลจังเครียดเหรอ สู้ๆ นะเดียน่าเป็นกำลังใจให้" เดียน่าคือเพื่อนสนิทของเควิน แต่ทุกวันนี้เธอได้กลายเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ดูจะสนิทกับทุกคนไปแล้ว โดยเฉพาะอัครเดชที่เดียน่านั้นพยายามทำตัวให้สนิทเขามากกว่าเพื่อน ที่สำคัญเธอพยายามกีดกันผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา ราวกับจงอางหวงไข่ก็ไม่ปาน

"ขอบคุณมากนะเดียน่า" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับฉีกยิ้มบางๆ ส่งไปให้หญิงสาวแทนคำขอบคุณ ที่เธอนั้นพูดให้กำลังใจเขามา

"มาเดียน่าซับเหงื่อให้" หญิงสาวพูดพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าถือ จากนั้นเดียน่าค่อยๆ ซับลงไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่มอย่างเบามือ ขณะที่ภายในใจของเธอนั้นได้คิดไปไกล ถ้าหากได้เป็นแฟนของเขา เธอคงจะกลายเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก เพราะอัครเดชหล่อทั้งรวยเพอร์เฟคไปซะทุกอย่าง

"หยุดซับได้แล้วมั้งเดียน่า ไอ้เสือเข้าประจำตำแหน่งจุดสตาร์ทได้แล้วเพื่อน" เควินพูดออกมาพร้อมกับมองไปที่เดียน่าด้วยความหมั่นไส้เพื่อน

ในขณะที่หนุ่มหล่อมาดเท่เดินตรงไปยังจุดสตาร์ท โดยมีพริตตี้สาวสวยคอยกางร่มให้ เวลานี้นักข่าวหลายคน รอถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจ จ้องมองมาที่อัครเดชด้วยสายตาที่ชื่นชม เพราะเขาคือตัวเต็งในการแข่งครั้งนี้ และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง

ซึ่งจะมีการวอร์มรอบสนามหนึ่งรอบ จากนั้นรถจักรยานยนต์ทุกคันก็เข้ามาประจำตำแหน่งยังจุดสตาร์ทอีกครั้ง เพื่อรอฟังสัญญาณจากคณะกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ พร้อมกับสัญญาณแตรดังขึ้น รถทุกคันได้เตรียมออกตัว พร้อมกับเสียงเชียร์ดังเรียกชื่อเสือหนุ่มทั่วทั้งสนาม

"เสือสู้ๆ เสือระวังทางโค้ง! เสียงของเดียน่าตะโกนดังลั่นออกมา แข่งกับเสียงพริตตี้แถวนั้น อย่างไม่มีใครยอมใคร

"พี่เสือ!!"

"พี่เสืออัครเดชสู้เขาค่ะ!" ในเวลานี้เสียงหญิงสาวที่ตะโกนเรียกชื่ออัครเดช หรือว่าเสือนั้นดังก้องไปทั่วสนาม และยิ่งการแข่งเหลือไม่กี่รอบเสียงกองเชียร์ ก็ยิ่งดังกระหึ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

"ตอนนี้โค้งสุดท้ายแล้วนะครับ คุณอัครเดชนำอยู่ โดยมีรถเบอร์สองคุณสุชาติจะแซงได้ไหม อีกนิดเดียว! อีกนิดเดียว! " เสียงคนพากย์ที่ข้างสนาม ยิ่งบีบหัวใจแฟนคลับของเสือหนุ่ม เพราะมันคือสุดท้าย และมีรถอีกคันขับมาบีบจะแซงเขาให้ได้

"พี่เสือ! พี่เสือ! พี่เสืออีกนิดเดียว! " เวลานี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็เชียร์อัครเดชทั้งสนาม พ่อเสือหนุ่มช่างเนื้อหอมเธอเหลือเกิน

"เบอร์เก้า เข้าเส้นชัยไปแล้วครับ ขับโดยคุณอัครเดช รุ่งเจริญทรัพย์ไพศาล ด้วยเวลาสี่สิบสองจุดยี่สิบวินาที รวมคะแนนสะสมหนึ่งร้อยสามสิบเก้าคะแนน Champion ของปีนี้ยินดีด้วยครับ" เสียงประกาศดังกึกก้องขึ้น พร้อมกับธงตาหมากรุกโบกสะบัด เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่าจบการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"กรี๊ด!! พี่เสือ! " สาวๆ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ทุกคนต่างก็ตั้งตารอที่จะถ่ายภาพกับเขา

เวลานี้ชายหนุ่ม เริ่มเป็นกังวลใจมากขึ้น เพราะใกล้เวลาที่ต้องไปรับขวัญข้าวตามที่มารดาได้บอกเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าเขานั้นต้องรอรับถ้วยรางวัล และถ้าหากให้เพื่อนไปรับเธอแทนมารดาของเขา จะว่าอะไรหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังคิดอยู่ในตอนนี้ เพราะเขารู้ดีว่านางกวางกมลรักขวัญข้าวยิ่งกว่าอะไร หรือบางทีนางก็จะรักมากกว่าเขาที่เป็นลูกในไส้ด้วยซ้ำ

"ยินดีด้วยนะเพื่อน มึงเจ๋งวะ" ชาร์ลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ พร้อมกับทำท่าทางประกอบด้วย จนทำให้ทุกคนฉีกยิ้มออกมา โดยเฉพาะเดียน่าในเวลานี้ เมื่อเธอได้เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ที่สามารถใกล้ชิดเสือได้อย่างสนิทใจ

"อย่างนี้ต้องฉลอง" เควินพูดออกมาแต่แววตากลับจ้องมองไปที่พริตตี้

"ร่มไม่ต้องกางแล้วมั้ง" เดียน่าพูดออกมาพร้อมกับทำตาขวางใส่พริตตี้ ทั้งที่มันเป็นหน้าที่ของหญิงสาว ซึ่งจะคอยดูแลเทคแคร์ผู้เข้าแข่งขันเป็นอย่างดี

"เดี๋ยวพะแพงจะพัดให้นะคะ ท่าทางคุณจะเสือจะร้อน" หญิงสาวพูดพร้อมกับกางพัดในมือออก พร้อมกับพัดวีให้พ่อเสือหนุ่ม โดยไม่ได้สนใจเดียน่าด้วยซ้ำ

"เหงื่อออกเต็มไปหมดเลย เดี๋ยวเดียน่าจะซับเหงื่อให้นะคะเสือ" หญิงสาวพูดพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา ซับไปที่ใบหน้าของหนุ่มหล่ออย่างพิถีพิถัน ในขณะที่พริตตี้สาวก็คอยพัดมีให้ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน

"พอแล้วครับ...ขอบคุณมาก" เวลานี้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกรำคาญคนรอบกาย เมื่อภายในใจของเขานั้น จดจ่ออยู่กับการที่ต้องไปรับขวัญข้าว ป่านนี้เธอคงรอเขาแย่แล้ว และที่สำคัญเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องกังวลใจไปด้วย ก็แค่เด็กในบ้าน ที่แม่ของเขานั้นคอยเลี้ยงดูอุปถัมภ์เธอจะรอเขาสักกี่ชั่วโมงจะเป็นไรไป แต่หัวใจของเขานั้นกลับขัดแย้งกันกับความคิดที่มีในเวลานี้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED