ตอน 1

“เม! รับไว้!”

สิ้นเสียงชาตรี กระเป๋าสีดำใบกระทัดลัดก็ลอยละลิ่วมาเข้ามือน้อยๆ ของเมลดาแบบไม่ทันตั้งตัว เล่นเอาเธอเกือบรับไม่ทัน!

“นี่มันอะไรกันอ่ะคะพี่ชา”

“ไม่ต้องถาม! วิ่งก่อนเลย ไปเร้ว... วิ่ง!!”

เขาสั่งน้ำเสียงลุกลี้ลุกลน พร้อมผลักร่างหญิงสาวให้ออกห่าง

“ไปเร็ว! อย่าให้พวกนั้นเอากระเป๋าไปได้” เมลดาหันมองตาม แล้วเห็นว่าชายร่างกำยำสองคนวิ่งกรูเข้ามาประชิดตัวชาตรี เหมือนกับกำลังจะหาเรื่อง

‘เอาอีกแล้วเหรอเนี่ย! เที่ยวกลางคืนทีไรชอบมีเรื่องตลอดพี่ชาอ่ะ ไม่รู้ล่ะบอกให้วิ่งก็วิ่งก่อนแล้วกัน!’ หญิงสาวคิด

ชายร่างใหญ่สองคนเข้าประชิดตัวชาตรีอย่างรวดเร็ว แสดงกิริยาข่มขู่คุกคามอย่างดุดัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชาตรีกลัวเลยแม้แต่น้อย

“ไง... ตามฉันมาทำไมล่ะเพื่อน” ชาตรีถามเสียงยียวน

“ส่งของมา!!” ชายคนหนึ่งออกคำสั่งแกมขู่บังคับจะเอาอะไรบางอย่างจากชาตรี

“ของอะไรคร้าบบบ ผมไม่ได้ขโมยอะไรออกมาจากพวกพี่นี่ครับผม” ชาตรีลากเสียงราวกับตั้งใจจะกวนอารมณ์

“ก็แกทำอะไรผิดกฎในร้านล่ะ ไม่รู้หรือไงที่เที่ยวที่นี่เขามีคนมีชื่อเสียงมาเที่ยวกันเยอะ พวกเขาต้องการความเป็นส่วนตัว อะไรที่แกเอาออกมานั่นแหล่ะคือสิ่งที่แกต้องคืน”

“คืนอะไร? ก็ผมไม่ได้เอาอะไรไปนี่ครับคุณ” ชาตรียังไม่เลิกยียวน

“แกพูดแบบนี้ อยากมีเรื่องเรอะ?” จากนั้นชายคนหนึ่งก็เข้าประชิด หวังจะล็อคตัวชาตรีไว้ แต่ชายหนุ่มไหวตัวทัน กระโดดหลบเสียก่อน

“พวกคุณไม่เห็นรึไง ผมก็มีแต่ตัว จะค้นกันมั้ยล่ะ? แต่ถ้าไม่เจออะไรที่พวกคุณกล่าวหา ผมแจ้งความคุณนะ ข้อหาหมิ่นประมาทหาว่าผมขโมยของน่ะ” ชาตรีเสียงเข้มเข้าใส่ หวังทำใจดีสู้เสือไปอย่างนั้น เพราะลำพังสองรุมหนึ่ง เขายับแน่ๆ

“มันพูดจากวนตีนไปแล้วว่ะ กระทืบมันตรงนี้เลย ถึงไม่ได้ของคืน อย่างน้อยก็ฝากรอยตีนไว้กับมันซะหน้าร้านนี่ล่ะ” ชายร่างกำยำ การ์ดของสถานบันเทิง อดไม่ไหวตั้งท่าจะซัดชาตรีให้น่วม

“ของอยู่ในกระเป๋าใช่มั้ย ข้าเห็นแกโยนส่งให้ผู้หญิงสวยๆ ที่มากับแก เธอหนีไปแล้วสิ” ชายร่างบึ้กกำลังหมายถึงเมลดา

“งั้นก็ลุยมันก่อนเลย”

ทันทีที่สิ้นเสียง ทั้งสองก็รุดเข้าจะทำร้ายร่างกายชาตรี ต่างฝ่ายต่างตะลุมบอน ออกแรงแลกหมัดเข้าสู้กันบริเวณหน้าร้าน จนเริ่มเป็นจุดสนใจคนเที่ยวแถวนั้น แต่ก็ไม่มีใครแสดงตัวเป็นพลเมืองดีออกมาช่วยใคร

ฝ่ายเมลดากึ่งเดินกึ่งวิ่ง พาตัวเองออกมาจากย่านสถานบันเทิงไฮโซ กะว่าพ้นปากซอยจะเรียกแท็กซี่และตามคนมาช่วย ใจก็ห่วงรถที่จอดอยู่แถวหน้าร้าน เกิดเรื่องทีไร เป็นอย่างนี้ทุกที แต่ใครจะกล้าแจ้งตำรวจ มีเรื่องในย่านนี้ต้องเอาผู้ใหญ่มาคุยเท่านั้นถึงจะรอด คิดหาทางรอด อยู่ๆ ก็เหมือนมีใครตามมา ทำเอาพะว้าพะวงคอยหันหลังกลับไปมองตลอดทางอย่างหวาดระแวง

“อ๊ะ!!” แต่ไม่ทันแล้ว เมื่อจู่ๆ ก็มีใครบางคน โผ

ล่มาดักตัวเธอ ตรงมุมหนึ่งของถนน ก่อนที่จะพ้นย่านสถานบันเทิงแถวนั้น ทำเอาเมลดาตกใจอุทานออกมาเสียงดัง เนื้อตัวสั่นเทา เธอไม่เคยกลัวอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย อีกอย่างเธอก็ไม่รู้ว่าชาตรีไปก่อเรื่องอะไร ทำไมเธอต้องรับผิดชอบกระเป๋าสีดำใบนี้ และต้องหนี... หนี... แล้วก็หนี...

“จะรีบไปไหนครับ?” คำถามภาษาอังกฤษจากชายร่างสูงโปร่ง แต่งตัวแบบผู้ชายเมโทรเซ็กชวล สวมหมวกไหมพรมคลุมผมเหมือนเด็กฮิปฮอป และเขาสวมแว่นตาดำแม้จะเป็นเวลากลางคืน!

การแต่งตัวลึกลับของเขานี่ล่ะ ที่ทำให้หญิงสาวหวาดกลัวเพิ่มขึ้นไปอีก

“คุณตามฉันมา ต้องการอะไร!” เมลดาทำใจดีสู้เสือถามออกไป แววตาเขียวปั๊ดตั้งใจจะขู่เอาไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าเขา เป็นคนดีหรือคนเลว แต่คนดีที่ไหนจะตามผู้หญิงมาอย่างนี้ คงเป็นพวกโรคจิตอารมณ์หื่น ที่ออกล่าเหยื่อแถวนี้มากกว่า

“ผมตามมาเอากระเป๋าใบนั้น”

“อยู่ดีๆจะมาเอาไปทำไม นี่มันของๆพี่ที่ออฟฟิศฉันนะยะ” เมลดาแหวกลับ พร้อมขึงตาเขียวปั๊ดใส่อย่างมิหวั่นเกรง

“พวกคุณคงเป็นนักข่าวสินะ” ชายหนุ่มตรงหน้าสันนิษฐาน

“คุณรู้ได้ยังไง?” เมลดาครางเบาแผ่ว มันมีป้ายแสดงอาชีพบนหน้าผากเธอหรือไง ใครๆ จึงรู้กันทั่ว

“รู้สิครับ ก็ผมเป็นคนที่แฟนคุณแอบถ่ายภาพ ไว้ในกล้องนี้... ในกระเป๋าน่ะ” เขาหยุดเว้นจังหวะการพูด เพื่อดูอาการหญิงสาวว่าจะแก้ตัวอย่างไร

เมลดาได้ยินอย่างนั้นก็อึ้ง พยายามตั้งสติคิดตาม... ‘ปาปารัซซี่งั้นหรือ แล้วพี่ชาปลีกตัวไปแอบถ่ายชาวบ้านเขาตอนไหนล่ะเนี่ย?’ เธองงไปหมดแล้ว ชอบทำอะไรไม่ปรึกษา เดือดร้อนกันไปตามๆ กัน

“นะ... นั่นพี่ชา... เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่แฟน พี่เขาเพิ่งมาช่วยงานฉัน”

‘ไม่รู้อะไรจริง ยังจะพูดอีก’

“เอาเถอะ... จะยังไงก็ช่าง! ส่งเมมโมรีการ์ดมาได้แล้ว ผมไม่อนุญาตให้คุณเอาภาพผมไปเผยแพร่เด็ดขาด” เสียงเขาจริงจัง ฟังดูดุดันอย่างยิ่ง

“คุณเป็นใครกัน! แล้วทำไมฉันต้องให้สิ่งนี้กับคุณด้วย”

“ผมขอร้องดีๆ เพราะถ้าเป็นเพื่อนผม มันจะไม่ขอคุณดีๆ แบบนี้ เพราะในร้านของเพื่อนผมถือเป็นสถานที่ส่วนตัว การที่คุณแอบถ่ายดาราแบบนี้ ก็ผิดกฎมากพอแล้ว” เขาขู่ พร้อมขยับร่างสูงโปร่งเบียดเข้ามาใกล้หญิงสาวมากยิ่งขึ้น ทำเอาเมลดาถอยหลังพิงกำแพง

เขาเข้าใกล้... จนแทบจะหายใจรดต้นคอได้อยู่แล้ว

“คืนให้ผมซะดีๆ อย่าให้ต้องบังคับ” เขาพูดเสียงเรียบเฉย พลางถอดแว่นตาดำที่ใส่เพื่อปกปิดใบหน้าที่แท้จริงมาตั้งนาน นาทีที่หญิงสาวรู้ว่าเขาเป็นใคร เมลดายิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ นิ่งงันเหมือนต้องคำสาป

ซุปเปอร์สตาร์เกาหลี!

“ว่าไงครับ” เขาทวง “จะคืนได้หรือยัง?” แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หากในประโยคฟังดูแสนคุกคาม

จนหญิงสาวยอมจำนน ควักกล้องถ่ายรูปของชาตรีขึ้นมา แล้วส่งคืนให้เขา

“แต่ว่า.. มันไม่ได้มีแต่รูปคุณนี่นา มันไม่ยุติธรรมกับคนทำงานนี่ มันอาจมีงานที่พี่ชาถ่ายไว้เยอะแยะและกองบรรณาธิการรองานอยู่”

“งั้น.. ผมเอาไปลบรูปผมออก เสร็จแล้วจะรีบส่งคืนให้” เขายังมีน้ำเสียงเรียบเฉยไม่แคร์ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง

“แต่ว่าตอนนี้ คนของคุณคงกำลังทำร้ายพี่ชาอยู่ คุณได้สิ่งที่ต้องการไปแล้ว ช่วยบอกให้คนของคุณหยุดทำตัวนักเลงกร่างใส่คนของฉันบ้างได้แล้ว” เมลดาฉุนใส่ขอออกคำสั่งบ้าง

“ที่คุณถอดมาให้ผม ผมชักไม่แน่ใจว่ามันใช่รูปทั้งหมดที่เพื่อนคุณถ่ายไว้รึเปล่า ส่งมาทั้งกระเป๋านั่นล่ะ” เขาสั่งเสียงเข้ม

“เอ๊ะ คุณนี่ยังไงนะพี่ชาเขาไม่มีการ์ดสำรองหรอก ฉันรู้นิสัยเขาดี อีกอย่างคุณยังไม่ดังมากมายอะไรในเมืองไทยหรอก ลงข่าวไปไม่รู้จะขายได้รึเปล่าเลย อย่ามาทำนิสัยอย่างนี้นะ” เมลดาแว๊ดเสียงใส่ จะด้วยความรำคาญรึก็ใช่ เขาเห็นท่าทางดุดันของหญิงสาวก็อดขำไม่ได้จึงแกล้งเบียดตัวเข้ามาใกล้จนเธอถอยหลังร่นไปอีกจนล้มลงแทบหงายหลังดีที่เขาคว้าร่างบางไว้ทัน

“นี่.. นายจะทำอะไรเนี่ย”

“ก็เห็นอยู่ว่าคุณจะล้มลงหงายหลังนี่ผมช่วยคุณไว้นะ ไม่ได้อยากจะแตะต้องตัวคุณนักหรอก ดุยังกะอะไร” เขาว่าท่าทางยียวน

“...” เมลดาเงียบ อึ้งกำลังคิดว่าจะจัดการยังไงกับตัวเอง

“เกิดอะไรขึ้น?” เขาถามมือที่หนึ่งก็ประคองร่างบางไว้ มืออีกข้างที่ถือการ์ดความจำอยู่ก็ล้วงเข้าไปเก็บในกระเปากางเกง

“รองเท้าชั้น... โธ่! ดูสิส้นมันหักน่ะ” เมลดาตอบเสียงเบาใจรึก็อยากร้องไห้ทั้งเสียดายทั้งเจ็บใจ คำตอบทำให้เขาหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

“หัวเราะเยาะชั้นเหรอ? ก็เพราะคุณนั่นแหล่ะ” เมลดาโวยวายป้ายความผิด ดูซิแล้วจะเดินกลับไปหาพี่ชายังไงล่ะเนี่ย ป่านนี้โดนอัดหน้ายุบไปแล้วมั้ง “คุณได้ของไปแล้วก็โทรไปห้ามคนของคุณซี่ ว่าอย่าทำอะไรพี่ชา หยุดกันได้แล้ว” เมลดายังโวยวายเสียงดังได้อยู่

“โอเคๆ” ว่าแล้วเขาก็ต่อมือถือถึงปลายสาย “ปุณณ์นะ ชั้นได้เมมการ์ดแล้ว ไงก็อย่าเพิ่งซ้อมหมอนั่นล่ะ กำลังจะกลับเข้าไปแล้ว พร้อมสาวสวย” เขาวางสายสายตาก็เจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่ม ทำเอาเมลดาอดไม่ได้ที่จะด่าในใจซะให้สา “มองหน้าชั้นทำไมอีตาตี๋บ้า หน้าชั้นเหมือนญาติแดนกิมจินายนักรึไง”

“โอ๊ย.... แล้วนี่ชั้นจะเดินยังไงล่ะเนี่ย?” หญิงสาวโวยวายร้องลั่นทำเอาคนแถวนั้นต้องหยุดมองแต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะคงแฟนคู่รักหนุ่มสาวที่เง้างอนกันปกติทั่วไป

“เอางี้” เขาเสียสละด้วยการถอดรองเท้าผ้าใบออกให้หญิงสาวใส่พลางๆระหว่างทางที่ต้องเดินกลับไปที่ร้านสถานบันเทิงที่เกิดเรื่อง

“ไซค์มันใส่ด้วยกันได้ที่ไหนเล่า ดูเท้าคุณสิ” ยังไม่เลิกโวย

“ก็ดีกว่าคุณเดินเท้าเปล่านี่ รึอยากจะให้ผมอุ้ม” เขาไม่เลิกกวนประสาท เมลดารำคาญถอดรองเท้าส้นสูงของตัวเองที่ข้างหนึ่งส้นหักไม่มีชิ้นดีแล้วก็สวมเท้าเรียวบางที่ขนาดเล็กเหลือเกินเข้าไปในรองเท้าของเขา แต่มันก็พอเดินได้แต่ไม่คล่องนักเพราะมันหลวมและเหลือ จากนั้นเขาก็ก้มลงหยิบรองเท้าของหญิงสาวขึ้นถือให้ ส่วนเขาดีที่มีถุงเท้าอีกชั้นเดินระหว่างตรงนี้กลับไปร้านก็คงไม่ทำให้เจ็บเท้าเท่าไหร่

“อย่าคิดนะ ว่าทำแค่นี้ฉันจะหายโกรธคุณน่ะ”

“งั้นต้องทำไงอีกล่ะถึงจะพอ กระชากกล้อง ทำลายกล้อง เหมือนดารานักร้องคนอื่นทำกับนักข่าวรึ?”

“คุณมีความคิดอย่างนั้นเหรอ? ก็ลองสิชั้นจะอัพรูปของคุณขึ้นทวิตเตอร์ให้มันเป็นข่าวนาทีนี้เลย” เมลดาขู่ฟ่อ

“นั่นไง คุณก็แอบถ่ายผมไว้เหรอ”

“นี่ อย่าเข้ามาใกล้นะ ไม่งั้นชั้นอัพโหลดขึ้นทวิตเตอร์แน่ๆ ไว้ถึงร้านแล้วแน่ใจว่าพี่ชาปลอดภัยไม่น่วมหน้ายับล่ะก็ชั้นถึงจะลบรูปคุณ” เมลดาเสียงเข้มเข้าขู่มือรึก็ชูมือถือแบล็คเบอร์รี่เป็นหลักฐานว่าจะทำจริง มีที่ไหนล่ะอีตาบ้าเอ๊ย ชั้นก็ขู่ไปงั้นแหล่ะ เมลดาบ่นในใจส่วนเท้ารึก็เดินตามต้อยๆ พี่ชานะพี่ชาจะปาปารัซซี่แอบถ่ายดาราก็ไม่บอกไม่กล่าวไม่ปรึกษา ดูสิให้เขาตามล่าได้ อีตานี่มันนักร้องซุปเปอร์สตาร์เกาหลี สังกัดเขาถนอมยังกะไข่ในหิน ช่างไม่รู้อะไรเล้ย.... พี่ชา!!

ตอน 2

ภาพถ่ายเลือนรางพร่ามัว บรรยากาศกอดรัดฟัดกันให้เหวี่ยงของคู่รักหลังมุมเสาในสถานบันเทิง แม้จะมัวไปด้วยแสงไฟที่สลัวแต่ก็สามารถดูรู้ว่าคนในภาพเป็นใคร ภาพดังกล่าวถูกส่งมาทางโปรแกรมสนทนาในมือถือส่วนตัวของเมลดา ภาพชายหนุ่มที่เห็นทำเอาเธออึ้งอยู่ชั่วครู่ พร้อมสายที่โทรตามมาติดๆ

“ว่าไงคะพี่เม เขากำลังรอพาดหัวจากพี่อยู่อ่ะค่ะ อีกสิบห้านาทีเขาจะปิดงานกันแล้ว”

“ใจเย็นๆได้ไหมยายผึ้ง พี่ก็เร่งอยู่นี่แล้วไงไว้สิบห้านาทีพี่โทร.กลับ” เมลดาย้ำชัดเสียงดังที่จะฟังว่าอารมณ์เสียเพราะถูกตามงานอยู่ก็ได้ เธอนั่งเพ่งมองภาพดังกล่าวในจอมือถือ สมองรึก็แล่นระดมความคิดสรรหาถ้อยคำพิสดารมาตั้งพาดปกให้เร็วอย่างปัจจุบันทันด่วนภายในเวลาเสี้ยวหายใจที่กำหนด ให้ตายสิ นี่มันคือการทำงานหรือเล่นเกมส์โชว์แนวควิสเกมส์กันแน่เนี่ย? ใครก็ได้บอกฉันที!!

“ซอกตึกระทึกสวาท นักร้องหนุ่มแดนโสมแพร่คลิปจูบสะท้านหลังเสา”

“คลิปโผล่ จูบหวิว โฉ่งแล้ว !! แฟนตัวจริงซุปเปอร์สตาร์แดนกิมจิ เธอคนนั้นคือใคร ในเล่ม!!!”

“ย้ำชัด เปล่าเก้ง หักหัวใจชาวสีม่วง จีอึนโชว์คลิปจูบหวิวยืนยันไม่ใช่เกย์ เตรียมแฟนคลับสับเละหลังภาพลับถูกเผยแพร่!!!”

เมลดากดเบอร์ออฟฟิศอย่างเร็ว เสียงน้องคนเดิมรับสายฟังเสียงแล้วรู้ได้ถึงอาการร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด ก็ไหนถอดเมมโมรี่การ์ดให้อีตานั่นไปแล้ว ทำไมภาพปาปาราซซี่มาโผล่ได้ไงเนี่ย?? ตายละ!!

“จากรูปหื่นของอีตานั่น พี่คิดพาดหัวข่าวให้ 3 หัวข้อ ให้พี่เรเน่เลือกเอาแล้วกันนะว่าใช้อันไหน พี่ไม่มีเวลาแล้ว เดี๋ยวส่งเข้าเมลล์ตามให้แล้วกัน”

“ไม่เอาดีกว่าค่ะพี่เม มันไม่ทันแน่ๆอ่ะ บอกมาเดี๋ยวผึ้งจดตามค่ะพี่”

“โอเคได้ ตามใจเตรียมจดนะ” เท่านั้นแหล่ะแล้วเธอก็ไล่รายละเอียดพาดหัวข่าวตามๆกันไป ให้น้องน้ำผึ้งผู้อยู่ปลายสายวุ่นวายตามจด หลังจากวางสาย เมลดาก็จ้องดูภาพป่วนชีวิตภาพนั้น อีตาพระเอกนักร้องตาตี่ต่างชาติที่ตอนนี้ชีวิตของฉันต้องมาวุ่นวายกับการทำข่าวเขาไม่เว้นแต่ละวัน น่าเบื่อที่สุด!

“น้ำผึ้ง พี่ชาอยู่แถวนั้นมั๊ย?” เมลดากรอกเสียงไปตามสายโทรศัพท์

“ค่ะ”

“พี่ขอสายหน่อยสิ”

“ว่าไง?” ช่างภาพหนุ่มคว้าทาศัพท์ขึ้นมาพูด

“พี่ชา ภาพปาปารัซซี่เล่มล่าสุด ฝีมือพี่ใช่มั๊ย? ไหนอุนจีอึนเข้าแย่งเอาเมมโมรี่การ์ดไปแล้วไง ภาพมาโผล่ได้ไงเนี่ย?”

“ก็จะไม่โผล่ได้ไง มันเอาเมมภาพงานอิเว้นท์ไปอ่ะ เมมภาพปาปารัซซี่แอบถ่ายดาราพี่ถอดเก็บไว้ที่ตัว”

“โอ... ตายแล้ว เมื่อคืนพี่ใช้เมวิ่งล่อเป้าเหรอน่ะ ทำไมไม่โดนซ้อมให้หน้ายับเลยนะ ร้ายขนาดนี้เนี่ย” เมลดาพ้อ

“แล้วอย่างนี้ต้นสังกัดอุนจีอึนไม่ฟ้องเอาเหรอ?”

“จะฟ้องได้ไง พี่ไม่รู้จักหน้าตาอุนจีอึนด้วยซ้ำ พี่ไม่รู้ว่าผู้ชายน่ะเป็นนักร้องซุปเปอร์สตาร์เกาหลีนะ พี่เคยทำแต่ข่าวดาราไทย ที่พี่ถ่ายน่ะ พี่ตั้งใจถ่ายดาด้า นักร้องสาวคนที่นัวกันในภาพ”

“โอย... พี่ชานะพี่ชา” จากนั้นคุยกันอีกสองสามคำก็ล่ำลาวางสายเพราะเดี๋ยวก็คงเจอกันที่ออฟฟิศอยู่ดีจะงานเข้าจะงานงอกมั๊ยเนี่ยเรา

“เมลดา” เหยี่ยวข่าวสาวแสนสวย ประจำคอลัมน์ “เอเชียน ไอดอล” ของสำนักข่าวบันเทิงอันดับต้นๆของเมืองไทย คอลัมน์นี้ที่เป็นกระแสและกำลังท็อปฮิตติดชาร์จได้รับความนิยมอย่างแรงส์จากการพัดพาของกระแสเกาหลีฟีเวอร์ ชนิดที่เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่เสียแล้วและเขา..พระเอกนักร้องดาวรุ่งเกาหลีซีรี่ส์ดังที่เพิ่งลาจอไปทางช่องฟรีทีวีในเมืองไทย “อุนจีอึน”

‘เชอะ! ซุปเปอร์สตาร์งั้นเหรอ!??’ เมลดานึกหมั่นไส้ในใจ ตารึก็เพ่งมองพาดหัวข่าวที่โชว์หลาภาพปาปาราซซี่จากข่าวบนอินเตอร์เน็ต ชายหนุ่มและหญิงสาว ที่กำลังกอดรัดฟัดกันนัวระยะสุดท้าย ฝ่ายชายรึก็โน้มตัวก้มลงคล้ายๆว่ากำลังแสดงบทรักอย่างดูดดื่มซะเหลือเกิน จะให้มองกี่ทีๆใครๆก็รู้ว่าชายหนุ่มในภาพคือดารานักร้องหนุ่มแดนกิมจิที่เข้ามาทำมาหากินในเมืองไทย “อุนจีอึน”!! ที่เพิ่งมีเหตุให้วิวาทะหน้าสถานบันเทิงเมื่อไม่นานมานี้ เขาช่างมาแย่งพื้นที่ทำกินของศิลปินไทยเสียจริง แต่ถ้าจะว่าไปแล้วเรื่องหน้าตา ศิลปินเกาหลีเขาแซงหน้าไปหลายโขขุมเหมือนกันล่ะนะเอาเข้าจริงๆดารานักร้องเกาหลีก็หน้าตาดีกว่าถึงจะพึ่งศัลยกรรมก็เถอะ เท่านั้นยังไม่พอ แค่รูปโฉมภายนอกหนุ่มเกาหลีเขาหล่อโลดแล้วยังพกพาความสามารถเต็มเปี่ยมที่มากล้นไปด้วยสเน่ห์ เข้าไปอีก อย่างนี้ถ้าไม่ชนะใจบรรดาแฟนคลับสาวไทยน้อยใหญ่ ชะนี เก้ง กวางทั่วฟ้าเมืองไทยแล้วจะให้ว่ายังไงได้ มันคงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้สินะ ก็ทำไมนักร้องไทยถึงไม่พัฒนาบ้างเลย น้อยคนที่จะมีความสามารถจริงๆที่เห็นๆก็ขายหน้าตาร้องเพลงทีฟังแล้วสะเทือนขี้หู

ส่วนเจ้าตี๋นี่ ดูๆไปจะดังเพราะผลงานน่ะเหรอ ไม่ใช่แน่ๆ แต่ที่เป็นกระแสอยู่ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ช่างขยันเป็นข่าวซะจริง... มันล้วนแต่เป็นข่าวคั่วข่าวคาวกับบรรดาสาวๆทั้งนั้น และภาพข่าวที่โปรยมาให้เห็น ก็เป็นภาพลับแอบถ่าย แบบรัวชัตเตอร์ในระยะเผาขนที่ไม่ทันให้พ่อหนุ่มแดนโสมได้ทันตั้งตัวทันเสียด้วย

“นางเอกหน้าหวาน ปัดชัด แค่เพื่อน.....”

“จีอึน หลุด สวมกอดนางเอกหน้าหวาน ประกาศชัดเปล่า “เก้ง””

“พบแล้ว ตัวจริง พระเอกแดนกิมจิ สาวไทยมัดใจ กลับแดนโสมไม่ถูก ....”

ท่าทางจะไปไหนไม่รอดจริงๆแล้วนะอีตาตี๋ตาตี่ สาวไทยนี่ก็บ๊อง คลั่งกะเทยจำแลงอยู่ได้.... ผู้ชายหน้าตาดีสมัยนี้ ไว้ใจได้ที่ไหน คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นเกย์น่ะ เคยได้ยินกันบ้างไหม? เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้จริงๆ ที่เป็นข่าวกับสาวๆได้ไม่เว้นแต่ละวันนี่ คงหวังกลบกระแสข่าวเกย์ล่ะสิ ....

“นี่มันเวรกรรมอะไรของฉันกันนะที่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็ง ปั่นเรื่องของนายเนี่ย?” เมลดาเห็นรูปบนหน้าจอที่เป็นรูปอีตาพระเอกนักร้องคนนี้ทำท่ายั่วยิ้ม แววตาซนปนทะเล้นแล้วมันหมั่นไส้จนอดไม่ได้ บ่นไป คิดไป พิมพ์ไป บ้างก็พักอ่านทบทวนต้นฉบับข้อเขียนเนื้อหาในสกู๊ป ปากรึก็พลางโซ้ยบะหมี่ลวกปะทังความหิวกลางดึกอย่างนี้ เป็นนักข่าวเนี่ยมันแสนลำบากนายรู้ตัวมั่งมั๊ยหา? นายอุนจิ เอ๊ย! อุนจีอึน

“นี่นั่งหน้าหงิกอะไรครับน้องเม” เสียงนั่นทำเอาเมลดาแทบจะสะดุ้งเฮือกกับเสียงทักทายของพี่ชา ช่างภาพหนุ่มใหญ่อารมณ์ดี ที่ส่งเสียงมาจากข้างหลัง ทำเอาคำบะหมี่อุ่นร้อนที่กำลังโซ้ยอยู่ร่วงลงไปยังถ้วยคัพที่เดิมของมัน แหม.. พี่ชานี่ กำลังจะอร่อยอย่างในโฆษณา มาไม่บอกไม่กล่าวจริงเลย

“ก็นั่งเซ็ง เซ๊ง เซ็ง อีตานักร้องดาวรุ่งคนนี้สิคะพี่ชา ดังนัก ดังจนสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง ไม่ได้หลับไม่ได้นอนอยู่นี่ยังไงคะ” เมลดานบ่นพ่นพิษด้วยความเอือมระอา บ่นไปงั้นเอง แต่ถามว่าทำไหมงานน่ะ ก็ทำอยู่ดี ก็อาชีพเหยี่ยวข่าวสาวแสนสวยอย่างฉัน มันเป็นความฝันสูงสุดเมื่อครั้งสมัยยังร่ำเรียนคณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน จบมาก็อยากทำงานผู้สื่อสารให้มวลชนได้เข้าใจถึงความคืบหน้าและเป็นไปของคนในวงการบันเทิง โลกมายาที่ใครๆก็ให้ความสนใจอยากรู้

“ทำไงได้ มันอาชีพนี่จ๊ะสาวน้อย อยากเป็นนักข่าวไม่ใช่เหรอ ใจรักไม่ใช่หรือเรา ปากก็เคยพูดอยู่ ฮ่าๆๆ” พี่ชาพูดไปพลางระเบิดเสียงหัวเราะ ไม่รู้จะฟังเป็นเสียงหัวเราะอย่างพี่ชายเอ็นดูน้องสาวหรือว่าจงใจจะหัวเราะเยาะแกมหยอกยั่วน้องให้อารมณ์เสียดีนะเนี่ย

“มันก็ใช่ค่ะ แต่ถึงจะรักในวิชาชีพยังไง เล่นให้ไม่ได้กลับบ้านกลับช่องแบบนี้ก็ไม่ไหวนะคะ ก็รู้ว่าหน้าที่อยู่เหนืออิสรภาพ แต่คนเรามันควรจะมีเวลาส่วนตัวกันบ้างไม่ใช่เหรอคะ นี่ต้องมานั่งทำสกู๊ปใหญ่ นักร้องที่ชื่อว่าดังที่สุดของเมืองไทย เต็มที่ก็สองหน้าสี่สีนะคะสกู๊ปข่าวอ่ะ แต่อีตานี่สิ แปดหน้ายังจุเรื่องของเขาไม่หมด เยอะเหลือเกินแล้วข่าวอีพ่อเจ้าประคุณรุนช่อง” เมลดาบ่นอย่างคนอารมณ์เสีย

“ฮ่าๆๆ คนมันดังช่วยไม่ได้อ่ะนะน้องเม” พี่ชาตอบยั่วยิ้มยังกับตัวเองเป็นพ่อนักร้องนักรักเทวดาคาสโนว่านั่นเสียเอง

“โห ดังเดิงอะไรกันคะ ที่เป็นข่าว มีแต่ข่าวฉาวโฉ่ทั้งนั้น พี่ชาก็ดูสิคะ ภาพหลุดงี้ ภาพฟัดกันนัวงี้ ภาพแอบจูบิหลังเสากลางห้างงี้ มีแต่ข่าวไม่ไหวจะเคลียร์ทั้งนั้น เรื่องงานน่ะไม่ค่อยจะมีกับเขาหรอก” เมลดาละเอือมพ่อพระเอกนักร้องคนดังคาสโนว่าตัวพ่อคนนี้เหลือเกิน! มันกรรมอะไรที่ฉันต้องมาทำคอลัมน์อีตานี่ ไม่เข้าใจ เธอบ่นในใจ

“ไม่หรอกมั้ง... ละครเขาเพิ่งจะลาจอไปนี่นา ข่าวผลงานก็คงเริ่มซา ทางสังกัดก็เลยเล่นเรื่องส่วนตัวไปอย่างที่เห็น ยุคนี้เรื่องความรักดาราคนดังมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจสุดแล้ว ใครๆก็อยากรู้” พี่ชาให้เหตุผลพร้อมยิ้มที่มุมปากอย่างพี่ชายผู้ใจเย็น

“มันก็จริงอ่ะค่ะ แต่สงสารก็แต่เยาวชน เด็กๆที่เสพย์ข่าวเขาเข้า เขาจะรู้ตัวบ้างมั๊ยคะว่าการเป็นไอดอลคนสาธารณะต้องทำตัวให้มันดีๆหน่อย ไม่ใช่คาวได้ไม่เว้นวันอย่างนี้น่ะ”

“ฟังดูเราอคตินะเนี่ย”

“อคติอะไรกันคะ คนเรา เลือกจะเป็นคนของประชาชนแล้ว ก็ต้องทำตัวให้ดี เพราะมีเด็กๆดูและพร้อมจะเอาเยี่ยงอย่างอยู่ตลอดเวลา ทำตัวอย่างเขามันตามใจตัวเองเกินไป ไม่น่าสนับสนุน ต้นสังกัดไม่รู้จักสอนสั่งซะบ้างเลย จริงๆนะคะ”

“ก็เขาเป็นนักร้องต่างชาตินี่จ๊ะ” ยั๊ง ยังไม่เลิกเข้าข้าง!

นี่พี่ชาไปเป็นผู้จัดการส่วนตัวของอีตานี่มารึยังไง แล้วก็ตั้งแต่เมื่อไหร่เลยด้วย รู้สึกจะออกตัวแทนเหลือเกิน เมลดานึกประชดในใจ

“นั่นล่ะค่ะ ยิ่งต้องมีสามัญสำนึก มาทำมาหากินบ้านคนอื่น มันยิ่งต้องทำตัวดี มีที่ไหน มาโกยแต่เงิน แต่ไม่ทิ้งอะไรดีๆไว้เลย สงสารก็แต่นักร้องไทย ดาราไทยดีๆหลายๆคน ไม่มีข่าวคาว ไม่มีกระแสก็ไม่มีคนจ้าง โลกนี้นี่ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย”

“ฮ่าๆ ก่อนสงสารใคร พี่ว่าเราสงสารตัวเองก่อนดีไหม ดูสิ ตาปรือ...ท่าจะง่วงจัด ใกล้เสร็จยังเถอะต้นฉบับเราน่ะ นี่พรุ่งนี้เช้าก็ต้องส่งพี่เรเน่แล้วไม่ใช่เหรอ?” พี่ชาถามเป็นการกระตุ้นเตือนเมลดาขึ้นมาทันที

“นั่นสิคะ เมชักเริ่มสงสารตัวเองแล้วสิคะ ว่าแล้วเมขอตัวทำงานก่อนดีกว่า ก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้นฮ่าๆๆ” เมลดารีบออกตัว ก่อนที่จะตั้งหน้าตั้งตางุดๆกับต้นฉบับคอลัมน์สกู๊ปของพ่อซุปเปอร์สตาร์นักรักอย่าง อุนจีอึน ต่อไป

ส่วนพี่ชาก็เอี้ยวตัวเดินไปที่มุมโต๊ะทำงานของตน ที่รกรุงรังไปด้วยภาพสไลด์ แผ่นฟิล์ม อุปกรณ์ถ่ายภาพ โต๊ะพี่แกสามารถรกได้อีก ขาตั้งกล้องแทบจะทับตายได้อยู่แล้ว ในบรรยากาศยามดึก ภายในห้องกองบรรณาธิการข่าวมีนักข่าวหลายคนที่ยังไม่ได้กลับบ้าน ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ ในเวลาดึกสงัดราตรีนี้ไม่มีเหงา เพราะคนข่าวอย่างพวกเรา ยังคงทำงานก้าวข้ามราตรีนี้ไปพร้อมกัน

ใกล้เช้าของวันใหม่ ภาพนักข่าวบางคนนอนคุดคู้อยู่ในถุงนอนส่วนตัวที่เตรียมมาจากบ้าน “ในเมื่อไม่ได้กลับบ้าน ก็ต้องยกบ้านมาไว้ที่ออฟฟิศ” มีน้องนักข่าวคนนึงเคยเปรยไว้ ส่วนพี่ชาช่างภาพหนุ่มใหญ่ใจดีแสนดีก็หลับผล็อยไปคาโต๊ะทำงานตัวโตที่ตอนนี้เล็กและแคบลงไปถนัดตาเพราะถูกยึดพื้นที่โดยหนังสือ อุปกรณ์ถ่ายภาพต่างๆยั๊วเยี๊ยะไปหมด ภาพนักข่าวหามุมหลับในออฟฟิศจึงเป็นภาพชินตาในเวลาปิดต้นฉบับ ส่วนคนที่งานไม่เสร็จน่ะรึ ก็คงต้องนั่งเคาะแป้นพิมพ์หน้าจอคอมพิวเตอร์กันต่อไป และแน่นอนหนึ่งในนั้นรวมเมลดาเข้าไปด้วย อีกนิดเดียวคอลัมน์ใหญ่สกู๊ปข่าวเด็ดของเธอก็จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียวเท่านั้น

และแล้วแสงของพระอาทิตย์ แสงแห่งรุ่งเช้าก็มาถึง มาพร้อมๆกับเสียงรองเท้าส้นสูงย่ำเท้าเป็นจังหวะการเดิน ส่งเสียงดังต๊อกแต๊กๆ จังหวะการเดินแบบนี้ มีคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ เสียงการย่ำเท้าถี่ๆ ประมาณว่าขาคงสั้น เลยต้องจ้ำเท้าบ่อยๆ ไม่กี่วินาทีผ่านไป สาวใหญ่ร่างเล็กบอบบาง แววตาใจดีเปี่ยมอารมณ์ขันอยู่ในทีก็เยี่ยมหน้าเข้ามาในห้องกองบรรณาธิการข่าวของสำนักข่าวบันเทิงชื่อดังและติดอันดับต้นๆของประเทศไทย

“สวัสดีค่ะพี่เรเน่” เสียงทักทายเหล่านั้นมาจากบรรดากระจอกข่าวรุ่นน้องดังขึ้นเป็นระยะๆ แสดงให้รู้ว่าเธอเป็นคนมียศมีตำแหน่งพอสมควร แน่ละ เธอเป็นถึง บอ.กอ. นิตยสารบันเทิงชื่อดัง เธอมาหยุดร่างเล็กบางอยู่ด้านหลังโต๊ะของฉัน ทันทีที่รู้ว่าพี่เรเน่มาถึง แน่นอนเป็นเวลาส่งงานที่เมลดาทุ่มทุนสร้างอย่างอลังการ ด้วยการอดหลับอดนอนเพื่อนั่งปั่นต้นฉบับหลังขดหลังแข็งมาตลอดทั้งคืน และตอนนี้ ได้เวลาคลอดคอลัมน์สุดฮอทที่เหล่าสาวๆแฟนคลับเฝ้ารออ่านและติดตาม ฉันมั่นใจ เมลดาคอนเฟิร์ม!

“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่เร่เน่ นี่! ต้นฉบับของสกู๊ปพิเศษอุนจีอึน เพชฌฆาตตาตี่ที่กระชากหัวใจสาวไทยทั่วเมือง”

“นี่ยัยเม!” พี่เรเน่ บอ.กอ.สาวใหญ่แววตาใจดีทำหน้าคล้ายจะต่อว่าในตอนแรกที่ได้ยินคำขยายความของสกู๊ปข่าวใหญ่ที่ฟังยังไงมันก็ลิเก๊.. ลิเก แต่เมื่อก้มลงมองและกวาดสายตาอ่านงานที่นักข่าวสาวแสนสวยมาส่งทำให้ก็เกิดแววตาพึงพอใจตามมาทันทีจึงชมขึ้นในเวลาต่อมาเพียงวินาทีสั้นๆ

“โอเคจ้ะ เรียบร้อยดี... เนื้อหาน่าสนใจดีนะ สมกับที่เป็นสกู๊ปข่าวใหญ่ จากปลายปากกาของนักข่าวรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งสำนักข่าวบันเทิงแนวหน้าของเมืองไทยจริงๆเลย รับรองว่าฉบับนี้ที่พร้อมวางแผง เรื่องราวของซุปเปอร์สตาร์นักรักอุนจีอึนต้องกระชากใจสาวๆแฟนคลับแน่ๆ” พี่เรเน่ว่าพลางอมยิ้ม แววตาชวนนึกฝันถึงยอดขายถล่มทลายของนิตยสารบันเทิงที่กำลังจะวางแผงสัปดาห์หน้า

“นี่เราอยู่ออฟฟิศทั้งคืนเลยเหรอจ๊ะ?” พี่เรเน่ถาม แววตาแปลกใจ แต่ฉันว่า พี่เขาไม่น่าถามด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่ว่าถึงคราวปิดเล่มทีไร นักข่าวทั้งหลายไม่เป็นอันได้กลับบ้านกลับช่องอยู่แล้ว

“ค่ะ อยู่ทั้งคืน ก็อย่างที่พี่เรเน่เห็นนั่นล่ะค่ะ ที่เห็นพวกเราอยู่กันเต็มห้องกองบอ.กอ.ข่าวนี่ ไม่ใช่มาเช้าหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะไม่ได้กลับบ้านเลยตั้งแต่เมื่อวานต่างหาก” หญิงสาวตอบ ใจรึก็อยากจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาด้วยแล้วเชียว ดีนะที่กลั้นไว้อยู่ ไม่ได้จะประชดนะ แต่มันความจริงทั้งนั้นนะที่พูดน่ะ นายจ้างหรือไม่ก็ผู้บังคับบัญชาควรรู้ไว้ ว่าพวกเราทุ่มเทกันแค่ไหน แต่กับบางบริษัท เวลาพนักงานทำงานล่วงเวลาให้ ทุ่มเทให้กับงานให้กับบริษัทแต่บริษัทกลับไม่เห็นค่า โอทีเงินค่าล่วงเวลาไม่มี ยังไม่พอ ที่ร้ายไปกว่านั้นนะ หากถ้าพนักงานมาสายเพียงแค่หนึ่งนาทีหักเงินกันทันทีเลยทีเดียว หัวใจน่ะมีบ้างไหม? ไม่คิดบ้างเหรอว่าที่มาสายเพราะกลับดึกอันเนื่องมาจากปิดงานให้คุณทั้งคืนนั้นแหล่ะ

รู้ไว้... แต่โชคดีที่ไม่ใช่สำนักข่าวชั้นนำที่ฉันสังกัด แต่เมลดาก็ไม่ควรพาดพิงถึงใครจริงไหม?ฮ่าๆ

“ต้นฉบับสกู๊ปเด็ดก็ส่งเรียบร้อยแล้ว พี่ว่าวันนี้เมกลับไปพักก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวบ่ายๆ ค่อยมาประชุมกัน” พี่เรเน่ออกความเห็นแกมออกคำสั่ง รึจะเรียกว่าออกคำสั่งดี มาคิดดูแล้วเมลดาคิดว่ากลับไปจะได้พักไหม เต็มที่คงได้แค่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้ามากกว่า มีงานรออยู่เพียบขนาดนี้ เธออดประท้วงในใจไม่ได้จริงๆ

“มีประชุมอะไรหรือคะ?” เมลดาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชานิ่งลึกสุดฤทธิ์ อาการไม่มองหน้าทำทีเป็นหยิบจับคุ้ยเขี่ยหาเอกสารหมายงานที่จะไปทำข่าวเย็นนี้ไปพร้อมกัน

“มีข่าวมาว่าทางนายใหญ่จะเปิดสื่อเพิ่ม จากที่คุยๆกันเห็นว่าอาจจะเป็นช่องเคเบิ้ลทีวี ซึ่งรายละเอียดก็ยังไม่มีใครรู้ เราจึงต้องเข้าประชุมกันไงจ๊ะ อีกอย่างรู้สึกว่าทางบริษัทของเราจะมีบอร์ดบริหารเข้ามาเพิ่มด้วย แว่วว่าเป็นตระกูลไฮโซเงินหนานามสกุลดังเสียด้วยล่ะ ที่ประชุมครั้งนี้ก็คงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับสำนักข่าวของเราเหมือนกัน” พี่เรเน่เปรยเหตุผลสำคัญที่เมลดาต้องเข้าประชุมในวันนี้

“พี่เรเน่คะ เมคงเข้าประชุมไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะเย็นๆ ที่อาร์. ซี. เรดคอร์ด จะมีแถลงข่าวคอนเสิร์ตความสัมพันธ์ไทย-เกาหลี เมต้องไปน่ะค่ะ” เมลดาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ก็มันจริงไม่เชื่อดูหมายข่าวไหมล่ะนี่ไงเจอพอดีเลย เธอตั้งใจว่าจะไปงานแถลงข่าวเลยในตอนเย็นและอยากโดดประชุมเต็มที ก็จะไม่ให้อยากโดดได้ไงเล่า ประชุมทีไรเมลดามักจะได้งานเพิ่มทุกทีไป จะว่าไปเพราะด้วยความสวยรวยเก่งที่มีในตัวเธอ มันก็ไม่เท่าไหร่หรอกที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา แต่งานเพิ่มเงินไม่เพิ่ม กำลังใจมันออกห่างน่ะ ที่ทำงานทุกวันนี้เพราะมีใจรักและศรัทธาในงานที่ทำหรอก หมดใจก็หมดไฟ มีที่ใหม่มาจีบให้ไปร่วมงาน ก็คงจะไปนานแล้วถ้าหากหมดใจกับที่นี่น่ะนะ แต่ก็ไม่เข้าใจเลย ทำไมรักที่นี่นักนะ คงเพราะเพื่อนร่วมงานดีๆหลายคนล่ะมัง เมลดาคิดเข้าข้างราวกับตกอยู่ในห้วงมนตร์อะไรสักอย่างที่ทำให้ไม่กล้าพอที่จะออกไปจากสำนักข่าวบันเทิงชื่อดังแห่งนี้

“จริงสิ! พี่ลืมไปได้ไงนะ งั้นเมไม่ต้องเข้าประชุมก็ได้จ้ะ รีบกลับไปพักเถอะเดี๋ยวจะไม่ไหวเอา” ดูพี่เรเน่จะเป็นห่วงเป็นใยในสุขภาพของเมลดาขึ้นมาทันทีเลยนะเนี่ย หลังจากส่งงานให้พี่เรเน่เรียบร้อยแล้ว เมลดาก็รุดไปที่โต๊ะทำงานที่ความรกก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าโต๊ะของพี่ชาเลย เธอรีบเก็บข้าวของและพับเก็บคอมพิวเตอร์แลบท็อปคู่ใจ พลางโกยอ้าวออกจากกองข่าวทันที อารมณ์ตอนนี้ง่วงเต็มทีได้ที่แล้ว อยากนอนมากๆ เต็มที่กับชีวิต เต็มที่กับงาน เต็มที่ให้โลกเห็นแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะได้พักผ่อนเต็มที่บ้างสักที ตื่นมาก็มีงานรออีก ฉันช่างเป็นเหยี่ยวข่าวสาวที่ฮอท งานชุกชนิดที่มือไม่ว่างเสียจริงๆ

“ไปแล้วเหรอเม” พี่ชาถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางเมลดากำลังจะออกจากออฟฟิศไป ตื่นขึ้นมาตอนไหนเนี่ย เมื่อกี้ยังเห็นหลับอยู่เลยนี่นาพี่ชายหุ่นหมีพูห์

“ค่ะ” หญิงสาวตอบน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ขับรถไหวไหมเราน่ะ ไม่ได้นอนทั้งคืน พี่ขับรถให้ไหม?” ท่าทางพี่ชาออกอาการเป็นห่วงเมลดาเอามากๆ นั่นสินะ ง่วงจะแย่ ถ้ามีคนขับรถให้ก็คงดีไม่น้อย แต่พี่ชาก็มีงานเพียบรออยู่ อย่าดีกว่า ความขัดแย้งเกิดขึ้นในใจแถมทะเลาะกันเองในใจของเมลดาเงียบๆอีกด้วย ท่าหญิงสาวจะง่วงเต็มทีไม่ก็ปัญญาอ่อนมาแต่กำเนิด

คิดได้!

“ไหวค่ะ ไม่เป็นไรค่ะพี่ชา ขอบคุณมาก”

“แน่ใจนะ”

“ค่ะไว้เจอกันที่งานแถลงข่าวเย็นนี้ที่อาร์. ซี. เรคคอร์ด เลยนะคะพี่ชา”

“โอเค ตามนั้นจ้ะ พี่เองก็อดห่วงเราไม่ได้ แน่ใจนะว่าขับรถไหวน่ะ” พี่ชาถามซ้ำเพื่อย้ำชัดให้แน่ใจ

“แน่ใจสิคะ คอนโดอยู่ใกล้แค่นี้เอง บ๊าย บายค่ะ ไว้เจอกันเย็นนี้ที่อาร์.ซี. เรคคอร์ดค่ะ” เมลดาล่ำลาก่อนพาร่างบางของตัวเองก้าวออกมาจากห้องข่าวกองบรรณาธิการ สำนักข่าวบันเทิงชื่อดัง

รถคันเล็กเล่นไปอย่างคล่องตัวบนท้องถนน มันเป็นรถคันเล็กคู่ใจที่หญิงสาวรักที่สุด แม้มันจะเป็นรถญี่ปุ่นราคาเพียงไม่กี่แสน แต่เธอก็รักมาก เพราะมันเป็นคันแรกที่เธอได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งเงินของใคร โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ

ภาพนอกหน้าต่างรถยนต์คันเล็ก ที่มองไปก็มีแต่รถยนต์แออัดขวักไขว่บนท้องถนน ต่างก็รีบเร่งในยามเช้าของชั่วโมงเร่งด่วนแบบนี้ ในขณะที่คนอื่นต่างมุ่งหน้าไปทำงาน ทำมาหากินในยามเช้า แต่เมลดากลับเพิ่งจะได้เวลากลับบ้าน บนถนนเลนตรงข้าม มองเห็นรถยนตร์ที่มากมายเหล่านั้นจอดแน่นิ่งเสียสนิท ด้วยสภาวะการจราจรในยามเช้าแบบนี้ล่ะ ก็มันเป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่าถนนในกรุงเทพไม่ว่าจะไปทางไหนรถก็ติดทั้งนั้น กรุงเทพของแท้ก็ต้องอย่างนี้ล่ะ ว่าแล้วเมลดาก็ยื่นปลายนิ้วเรียวงามเล็บสีชมพูสุขภาพดีของตัวเองไปเปิดวิทยุคลื่นโปรด เพราะสภาพคนใกล้ง่วงอย่างที่เมลดาเป็นตอนนี้ ถ้าอยู่เงียบๆบนท้องถนนแบบนี้มีหวังได้อยู่ในอาการหลับในเป็นแน่ สภาวะอันตราย ต้องหาอะไรฟังเป็นเพื่อนระหว่างทางกลับบ้าน

ระยะเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง เมลดาก็มาถึงคอนโดหรูใจกลางเมือง ด้วยสภาพอ่อนล้าของร่างบอบบางของเธอแทบจะร่วง แต่ต้องพยุงร่างที่เหนื่อยมาเต็มทีให้ถึงห้องพัก

“อ่ะโห... วันนี้กลับเช้าเชียวนะคะคุณหนูเมลดา” แม่บ้านคนคุ้นเคยประจำคอนโดส่งเสียงทักซะชื่อเต็มยศของฉันเลย พร้อมกับเดินเข้ามาช่วยถือข้าวของทันทีเมื่อหล่อนเห็นเมลดาหอบเอกสารข้าวของพลุงพลังผ่านหน้าเธอไปยังลิฟท์ขนส่ง

“ใช่ค่ะวันนี้กลับเช้าเลย... เมื่อคืนอยู่ปิดต้นฉบับน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบน้ำเสียงเหนื่อยเต็มที

“เหนื่อยแย่เลยสินะคะ” น้ำเสียงฟังดูเป็นห่วงเป็นใยจากแม่บ้านใจดี

“นิดหน่อยค่ะคุณป้า เดี๋ยวเมลดาของคุณป้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ เหนื่อยแล้วก็ง่วงเต็มทีแล้ว” หญิงสาวขอตัวตามมารยาทด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่แสดงออกถึงความเหนื่อยล้าอย่างที่สุดแต่ก็ยังแอบใส่ความขี้เล่นลงไป ก็เธอเป็นคุณหนูเมลดาของป้าเขาจริงๆนี่นา เจอทีไรเรียกชื่อเต็มทุกทีจนบางทีเล่นเอาเมลดาเขิน ก็ชื่อมันเชยนี่นา

“ตามสบายเลยค่ะ แล้วคุณหนูเมลดาจะทานอะไรก่อนนอนมั๊ยคะ จะได้หลับสบาย เดี๋ยวป้าไปซื้อมาให้” ป้าแกยังไม่เลิกแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใย

“ไม่หรอกค่ะ ไม่หิวเลย เมลดาของคุณป้าง่วงมากกว่า” ตาสองข้างจะขยับเข้าหามาปิดกันให้สนิทให้ได้อยู่แล้วเชียว

“หากอยากได้อะไรก็โทรมาเรียกป้าที่ประชาสัมพันธ์ได้นะคะ ป้ายินดีบริการค่ะ เดี๋ยวป้าก็ทำความสะอาดแถวๆนี้ล่ะค่ะ” ป้าแม่บ้านผู้ใจดีตอบแย้มยิ้มแววตาห่วงใยอบอุ่น

“ขอบคุณมากค่ะป้า” เมลดาตอบ ทันทีที่ลิฟท์มาพอดี หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไป สักพักแค่นับหนึ่งถึงสิบ เธอก็พาร่างบอบบางที่อ่อนแรงมาถึงห้อง และแล้วทันทีที่แง้มเปิดประตูเท่านั้น ข้าวของก็ถูกวางลงที่โต๊ะทำงานตัวโปรดที่มุมโต๊ะทำงานของห้อง ในเวลาไม่นานร่างบางก็ร่วงพรูลงกลางเตียงนอนอันอ่อนนุ่มราวกับตุ๊กตาไขลานที่หมดลานเอาเสียดื้อๆ หมดแบบไม่เหลือแม้แต่น้อย ไม่น่าเชื่อที่ร่างกายและสมองของฉันถูกสั่งการให้หลับได้โดยง่ายภายในเวลาอันรวดเร็วที่แทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่และในที่สุดก็เข้าสู่ห้วงแห่งการหลับลึกและเข้าสู่การพักผ่อนที่แท้จริงสักที

ตื๊ดดด....

เสียงมือถือดังขึ้นเป็นระยะ พอที่จะเป็นเสียงปลุกให้ฉันลุกขึ้นตื่นมาได้จากห้วงนิทราแห่งการหลับใหลที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องสักเท่าไหร่ อาการงัวเงีย หัวฟูผมไม่เป็นทรง เนื้อตัวมอมแมมหมดท่าสิ้นฤทธิ์ที่หลับลงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ร่างบางถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่มสีขาวครีม มีแต่มือเรียวเล็กบางสีอมชมพูที่ป่ายเปะป่ะออกมานอกผ้าห่มผืนหนาเพื่อควานหาเจ้าของเสียงที่รังควานการหลับใหลอย่างเพลิดเพลินที่ผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

“ฮะโหลคะ?” เสียงที่ส่งออกไปยังปลายสาย ฟังเสียงตัวเองแล้วยังรู้เลยว่าเพิ่งตื่นนอนนะเนี่ย ปรายสายจะทุเรศกับเสียงที่ได้ยินไหมนะ

“ไงบ้างน้องเม? นี่พี่ชาเองนะคะ ยังไม่ตื่นนอนล่ะสิ พี่กำลังจะออกจากออฟฟิศไปงานแถลงข่าวที่อาร์. ซี. เรดคอร์ดเย็นนี้ เดี๋ยวพี่จะเข้าไปรับนะครับ น้องเมจะได้ไม่ต้องขับรถเองไงครับ ดูแล้วปิดต้นฉบับทั้งคืนทำเอากลับเช้า นอนก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง พี่ว่าเราขับรถเองมันจะอันตรายเอา ช่วงนี้ยิ่งงานเยอะๆอยู่ด้วย ..”

“...” เมลดาเงียบ มันยังหลับอยู่หรือกำลังฟังอย่างตั้งใจ นี่เธอเป็นอะไรไป?

“เม ... ฟังพี่อยู่ไหม? พี่เป็นห่วงเรานะครับ” พี่ชายังย้ำ น้ำเสียงเอาใจใส่เป็นห่วงเป็นใย

“โอเค .. ตามนั้นค่ะพี่ชา แล้วเมจะรอนะคะ” ชีวิตอยากหลับต่อสักสามวันสามคืน

“ตื่นได้แล้วเด็กน้อย~” พี่ชาส่งประโยคเย้าที่ฟังดูช่างอบอุ่นมาตามสาย

“ตื่นนานแล้วค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”

“บาย บายจ้ะ” พี่ชาส่งท้ายก่อนวางสาย ช่างเป็นน้ำเสียงที่อบอุ่น ห่วงใยและเอาใจใส่

ทันทีที่วางสาย ร่างบางของฉันก็ลุกพรวดขึ้นจากเตียงนุ่มและผ้าห่มอุ่นหนาราวกับตัวเองเป็นหุ่นยนตร์โรบอท นี่โปรแกรมชีวิตประจำวันที่บ้างานของฉันที่ถูกตั้งขึ้นได้เริ่มขึ้นอีกแล้วสำหรับวันใหม่

กริ๊ง ง ~

นี่.. พี่ชามาเร็วเกินไป หรือเธอมัวชักช้าโอเอ้อยู่แต่กับการชื่นชมกับเรือนร่างของตัวเองกันแน่?

“ไปแล้วค่า ไปแล้วๆๆ” หญิงสาวส่งเสียง เผื่อพี่ชาที่รออยู่หน้าประตูจะรับรู้และได้ยินว่า เมลดารีบแล้วนะ แล้วความเร็วจากการวิ่งรุดๆ ก็พาตัวร่างบางมาปรากฏตรงหน้าประตู พอเปิดประตูเท่านั้นล่ะพี่ชาก็ทำหน้ายังกับเห็นผี นี่อย่ามาทำหน้าแบบนี้นะ เพราะเมลดาเธอสวย ขนาดเป็นนางเอกเอ็มวีได้เชียวนะ พี่ชาทำหน้าตาหยาบคายอีกแล้ว

“ทำไมทำหน้างั้นล่ะคะพี่ชา?” หญิงสาวถามเพราะคาใจน่ะสิ

“น้องเม ... สวยยย” พี่ชาตอบตะกุกตะกักอย่างที่ไม่เคยเป็น แล้วทำไมต้องหน้าแดงขนาดนั้นด้วยอีตาพี่บ้าเอ๊ยยย

“อ่าว .. เหรอคะ เมนึกว่าพี่ชาตกใจเมซะอีก” เมลดานางเอกของเราก็เขินเป็นนะ อีตาพี่บ้า อาการแก้เก้อของเมลดาแก้ไขด้วยการคว้ารองเท้าส้นสูงหรูหราราคาแพง ที่เข้ากันเหลือเกินกับชุดสวยของเธอ คงต้องลงทุนสวยหน่อยล่ะ เพราะนี่มันงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตกระชับความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีนี่นา ก็ต้องไปพบเจอคนเกาหลี เดี๋ยวไปแบบงงๆ เซอร์ๆ คนเกาหลีจะเอาไปเม้าท์ข้ามชาติได้ ว่าสาวไทยไม่สวย ชิส์

“อ่อ.. พี่ชา แปปนึงค่ะ เมลืมหมายงาน” เท่านั้น เมลดาก็วิ่งหัวฟูกลับเข้าไปในห้อง ณ มุมโต๊ะทำงาน ตรงที่ข้างเครื่องคอมพิวเตอร์มีบอร์ดขนาดเล็กไว้สำหรับติดหมายงาน กระดาษต่างๆ และแปะโพสต์อิทกันลืมหลากหลายสีสัน ใครนะช่างใช้งานสาวน้อยมาดคุณหนูอย่างฉันซะคุ้มราคาค่าตัวค่าจ้างเหลือเกิน ใครจะรู้บ้างไหมว่าเธอทำงานเกินเงินเดือน ทำให้เขาคุ้มค่ามากแค่ไหนเนี่ย? จะรู้บ้างไหม? บ่นไปใครจะได้ยิน เป็นมลภาวะพิษร้ายในจิตใจมากกว่า ไม่เอาน่า เราเป็นเหยี่ยวข่าวสาวสวยแห่งวงการบันเทิง ชีวิตต้องบันเทิงเข้าไว้

พี่ชามองหญิงสาวด้วยสายตาที่หยาดเยิ้มกว่าปกติแฮะวันนี้ นี่มันอะไรกันเนี่ย? เมลดาไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองเลยว่าพี่ชาคิดอะไรกับเธอรึเปล่าเนี่ย เพราะต่างก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันมานานเหลือเกินตั้งแต่หญิงสาวเป็นเด็กฝึกงาน และความรู้สึกที่เธอมีต่อพี่ชา ก็มีเพียงความรู้สึกดีอบอุ่นเท่าที่น้องสาวที่แสนดีจะมีให้พี่ชายได้

ชั้น 23 อาคารค่ายเพลงอาร์. ซี. เรดคอร์ด RCA

ทั้งเมลดาและชาตรีเดินทางมาถึงงานก่อนเวลาพอสมควร เมื่อลงทะเบียนสื่อมวลชนตามระเบียบ ภายในสถานที่จัดงานเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานแถลงข่าวและเปิดอัลบั้มใหม่ของศิลปินในค่ายเป็นประจำ ภายในเป็นห้องโถงบุด้วยวัสดุเก็บเสียงอย่างดีทำให้ได้ระบบเสียงที่รอบทิศและได้อรรถรสในการฟังเพลงมากขึ้น เมลดากับพี่ชาจึงคุ้นเคยเพราะมาทำข่าวที่ชั้นที่ยี่สิบสามนี้บ่อยๆ ด้านในจึงมีเลี้ยงอาหารของว่างและเครื่องดื่มไว้สำหรับรับรองบรรดากระจอกข่าวอย่างพวกเรา บูธกาแฟสดก็ทำหน้าที่ส่งกลิ่นอันหอมกรุ่นของกาแฟสดมาแตะปลายจมูกอยู่ได้ทั้วทั้งคุ้งบริเวณการจัดงานแถลงข่าว ซึ่งดูรอบๆแล้วนักข่าวมากันเยอะ ยิ่งสายบันเทิงแทบจะมากันครบทุกสำนักสื่อ สมกับที่เป็นงานแถลงข่าวเปิดมิติใหม่ของการทำงานเพลงเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีจริงๆเลย

“น้องเมคะ เดี๋ยวพี่มานะ” พี่ชาสั่งก่อนที่จะพาร่างบึกบึนสูงโปร่งออกไปยังเวิ้งระเบียงอาคารบริเวณที่จัดไว้สำหรับให้บรรดานักข่าวสิงห์อมควันได้ระบายควันให้ฉ่ำปอด ดูแล้วปอดท่าจะพังมากกว่า มันบั่นทอนชัดๆบุหรี่น่ะ

“อย่านานนักนะคะพี่ชา ดูจากหมายงานแล้วเหลือเวลาอีกนิดเดียวงานก็จะเริ่มแล้ว” เมลดาเอ่ยกำชับ เพราะถ้าตัวเองถ่ายรูปได้ออกมาสวยก็คงไม่ต้องง้อตากล้องมือฉมังแต่ขี้ยาอย่างช่างภาพหนุ่มหรอก

“ครับบอส” ชาตรีพูดล้อเลียน

“ทะลึ่ง!” เมลดาค้อนขวับเข้าให้กับอาการขี้เล่นเกินเหตุของพี่ชายเพื่อนร่วมงาน ก่อนที่คนตัวโตจะเดินออกไปและทิ้งไว้เพียงฉันให้ซุกซนเดินไปเดินมาเพื่อหาอะไรทานรองท้องภายในงานไปพลางๆที่รอพี่ชาช่างภาพหนุ่ม

สักพักจากนั้นบริเวณด้านหน้าเวทีก็มีการปรับแสงสลัวลง ทางนักข่าวและตากล้องช่างภาพต่างรุดเข้าไปรวมตัวกันด้านหน้าเวที เป็นสัญญาณว่าใกล้ได้เวลาแถลงข่าวแล้ว นักข่าวจากทุกสำนักข่าวต่างจับจองพื้นที่การทำข่าวเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุดและพี่ชาก็มาสแตนบายยืนอยู่ด้านหลังเมลดาแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทันรู้สึกตัวเลย ก็ดีรู้งานไม่ต้องตาม สักพักก็มีพิธีกรประกาศเปิดงานและชายร่างสูงโปร่งดูภูมิฐานเดินออกมาสองคน ตามด้วยชายรูปร่างดีสูงโปร่งหน้าตาดีที่คุ้นตา พ่อซุปเปอร์สตาร์อุนจีอึนที่พวกเราชาวกระจอกข่าวทั้งหลายเฝ้ารอคอยนั่นเอง!

ในระหว่างที่ผู้บริหารจากค่ายอาร์. ซี. เรดคอร์ดขึ้นกล่าวในงานแถลงข่าวนั้น จุดประสงค์โครงการคอนเสิร์ตความสัมพันธ์ไทย - เกาหลี ฝ่ายช่างภาพก็รัวชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพอุนจีอึนซุปเปอร์สตาร์นักรักกันใหญ่ รอยยิ้มหวานที่มุมปากที่สาวๆที่ไหนก็หลงใหลได้ปลื้มไปกับเขา รอยยิ้มนั้นยังปรากฏอย่างไม่คิดจะเหน็ดเหนื่อย ดูแล้วเขาช่างเป็นศิลปินที่มีอีคิวดีใช่ย่อย เป็นกันเอง เอ็นเตอร์เทนเก่งหาตัวจับยาก มีสเน่ห์ไม่เฉพาะกับแฟนคลับเท่านั้นแม้กระทั่งกับนักข่าวเขาก็ดูจะเอาใจใส่ ดูแล้วก็กลัวใจจะอดเป็นแฟนคลับไปไม่ได้ ถ้าไม่ผิดจรรยาบรรคงเป็นแฟนคลับดารานักร้องสักคนก็คงจะดีแต่ติดตรงที่เป็นนักข่าวนี่สิ เราต้องเป็นกลางไม่ใช่หรือ เราอย่าได้หลงปลื้มอีตานี่เชียว ดูแววตาสิ เจ้าชู้ตัวพ่อแท้ๆ ยังไม่ทันที่ความคิดจะจางหายไป พ่อซุปเปอร์สตาร์นักรักก็โปรยรอยยิ้มยั่วนั้นตรงมาที่หญิงสาว “นี่ฉันเป็นนักข่าวนะไม่ใช่ปิศาจและเขาก็ไม่ได้งอกขึ้นมาบนหัวฉันด้วย นี่นายตั้งใจจะมองหน้าหาชื่อพ่อฉันรึยังไงนะอีตาพระเอกบ้าเอ๊ย...” เมลดาสบถในใจ ส่วนพี่ชาเว้นวรรคจากการรัวเก็บภาพบนเวที พลางก็ส่องมองดวงหน้าสวยๆของฉันปนอมยิ้มยั่วเย้าแปลกๆ

“นี่เมรู้สึกอะไรไหม?” พี่ชาถามรอยยิ้มยังเปื้อนบนใบหน้า

“รู้สึกอะไรคะ?” เมลดาถามกลับน้ำเสียงนิ่งเรียบท่าทีเฉยเมยแบบว่าไม่ได้ใส่ใจว่าไอ้ที่มองมาน่ะซุปเปอร์สตาร์เชียวนะ

“ก็ไอ้ตาตี่นั่นมันจ้องเมอยู่ได้ พี่รู้สึกได้นะ” พี่ชาบอกเล่าเหมือนจะเม้าท์ๆแกมฟ้องอยู่ในที

“พี่ชาไปรู้ได้ยังไงว่าเขามองเมอยู่ล่ะคะ คนตั้งเยอะตั้งแยะ เขาก็ต้องมองตรงลงมาที่นักข่าวด้านหน้าเวทีอยู่แล้ว”

“แต่แววตามันฟ้องนี่นา พี่สังเกตุหลายครั้งแล้ว มันจ้องเมใหญ่เลย สงสัยเมจะหน้าเหมือนญาติผู้ใหญ่ฝั่งเกาหลีละมังท่า ฮ่าๆ” เท่านั้นพี่ชาก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาแต่พองาม เพราะเกรงว่าจะเสียมารยาทกลางงาน

“มองก็มองไปสิ ใครสนล่ะ” เมลดาพูดออกอาการค้อนๆเขินๆ ก็มันไม่ชอบการถูกเป็นเป้าสายตานี่นา

เมื่อการแถลงข่าวก็สิ้นสุดลง ผู้ใหญ่ท่าทางสุขุมที่เป็นผู้บริหารค่ายก็แยกออกมาให้นักข่าวสายเศรษฐกิจได้สัมภาษณ์ ส่วนพ่อซุปเปอร์สตาร์นักรักอุนจีอึนก็แยกมาให้นักข่าวรายการโทรทัศน์และนิตยสารหนังสือพิมพ์ได้สัมภาษณ์

นิตยสารของเมลดาได้คิวให้ได้สัมภาษณ์อุนจีอึนก่อน ด้วยความยิ่งใหญ่ของหัวหนังสือ และก็เมลดาใช้เวลาไม่นานเพราะไม่มีประเด็นอะไรมากมายหวือหวา เพราะมีเรื่องต้องสัมภาษณ์ยาวในงานหน้าคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มนั่นเลย แต่ขณะที่เมลดากำลังสัมภาษณ์อีตานี่อยู่ก็รู้สึกแปลกๆ มันไม่เคยประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าดารามาก่อนเลย แต่กับอีตานี่ก็กลับตื่นเต้นประหม่าเอาเฉยๆ แต่ดีที่วันนี้สัมภาษณ์แค่สั้นๆ อาการเหล่านั้นก็ยังสามารถเก็บซ่อนเอาไว้ได้ ความรู้สึกนี้มันสร้างความแปลกใจให้กับหญิงสาวไม่น้อย

บ้าจริงเชียว! ทำไมต้องมีอาการบ้าบอนี่ด้วยนะ! ทำไมต้องตื่นเต้นกับอีตานี่ด้วย!?!! ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

ทันทีที่สัมภาษณ์เสร็จ ทั้งเมลดาและพี่ชาช่างภาพหนุ่มใหญ่ก็ออกจากอาร์ซีเรดคอร์ดมุ่งตรงกลับเข้าออฟฟิศเพื่อปิดต้นฉบับซึ่งกว่าจะถึงออฟฟิศก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ทันทีที่ถึงโต๊ะทำงานตัวเดิม เมลดากดปุ่มสตาร์จเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์คู่ใจ ภาพสกินหน้าจอคอมพ์เป็นซุปเปอร์สตาร์นักรักอุนจีอึนนั่นเองไม่ใช่ใครที่ไหน นี่เธอคงไม่ได้ปลื้มเขาหรอกใช่ไหม สักพักเครื่องก็พร้อมให้ใช้งาน พลางก็เปิดเครื่องเอ็มพีสามที่บันทึกการสัมภาษณ์ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ที่เขาเรียกว่าการถอดเทปนั่นเองทั้งบทสัมภาษณ์ก็ต้องเขียนรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมเข้าไปด้วย

“พี่โหลดรูปลงเครื่องกลางไว้แล้วนะจ๊ะน้องเม เดี๋ยวยังไงเวลาจะใช้ก็ดึงโฟล์เดอร์รูปมาใช้ได้เลยนะ” พี่ชาบอกรายละเอียดที่โหลดรูปถ่ายของอุนจีอึนที่พี่ชาถ่ายในวันนี้

“ได้ค่ะ”

“นี่แกะเทปได้ไปเยอะแล้วนี่ สักพักก็เสร็จแล้วสิ” ชาตรีมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเมลดา เห็นเนื้อข่าวอันยาวเฟื้อยก็ทำนายว่าคอลัมน์ใกล้เสร็จเต็มทีแน่นอน

“ใช่ค่ะ นี่เดี๋ยวตบท้ายสกู๊ปอีกนิดเดียวเอง” นักข่าวสาวตอบ

“งั้นเสร็จแล้วพี่ไปส่งน้องเมนะครับ แต่เราไปแวะหาอะไรอุ่นๆทานก่อนนะ พี่หิวมากเลยตอนนี้”

“ได้สิคะ”เมลดาตอบพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นเพียงไม่กี่นาที แทบจะไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ งานก็จบเมลดาส่งเมลล์กดเซนต์ถึงพี่เรเน่และฝ่ายอาร์ทเวริ์คกองบรรณาธิการให้จัดเรียงหน้าคอลัมน์พร้อมไกด์เลือกรูปถ่ายของอุนจีอึนเพื่อประกอบคอลัมน์ เป็นอันเสร็จพิธี ปิดคอมพ์ที่ยังคงเป็นภาพหน้าจอของหนุ่มซุปเปอร์สตาร์นักรักอุนจีอึน ส่งสายตาเจ้าชู้ยิ้มยั่ว หญิงสาวเหล่มองนิดแค่เพียงอึดใจก่อนที่จะตัดใจปิดมันซะเลยจะตีสามอยู่แล้ว เธอรีบกุรีกุจอเก็บข้าวของพร้อมออกจากออฟฟิศ

“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ชา” เสียงหวานเจือแววตื่นเต้นอย่างมีความสุข ดุจว่าได้รับอิสรภาพจากโซ่ตรวนอะไรบางอย่าง

“ไปกันจ้ะ” แล้วทั้งเมลดากับพี่ชาก็ก้าวเดินออกมาจากอาคารออฟฟิศของสำนักข่าวบันเทิงแนวหน้าของเมืองไทย รถของพี่ชาก็พาเราไปหาอะไรอุ่นๆทานรองท้องก่อนเข้านอน ก่อนที่จะไปส่งเมลดาที่หน้าคอนโดที่พัก

ตอน 3

ติ๊ดดด

“ค่ะคุณป้า” เมลดาเอื้อมมือเรียวบางล้วงลงไปหยิบมือถือขึ้นรับปลายสายที่เป็นป้าแมว

ป้าแมวเป็นป้าแท้ๆของเมลดาท่านเป็นสาวใหญ่ในวงสังคมไฮโซ เพียงแต่ท่านไม่ชอบออกงานสังคมบ้าบอที่จ้างให้ไฮโซทั้งหลายไปออกงานเพื่อโชว์ตัวอะไรนั่น ท่านชอบอยู่แบบเรียบง่ายและสงบ หน้าตาผิวพรรณที่ยังดูดีแม้วัยจะก้าวย่างสู่วัยห้าสิบแล้ว นั่นคงเป็นเพราะการคิดดีทำดีและอยู่อย่างสงบเรียบง่ายนี่เองกระมัง กาลเวลาก็มิอาจสร้างการร่วงโรยของผิวพรรณลงได้ซึ่งต่างจากสาวใหญ่ในวัยเดียวกันที่มักจะตระหนกกับริ้วรอยที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา สิ่งเล่านั้นทำอะไรป้าแมวไม่ได้เลย จะมีก็แต่ความงดงามแห่งศิลปะและวัฒนธรรมอย่างไทยๆเท่านั้นล่ะที่ตรึงความสนใจของป้าแมวให้ขลุกอยู่กับสิ่งเหลานั้นโดยไม่สนใจวันเวลาเลย ที่ว่าลุ่มหลงในวัฒนธรรมของไทย และความเป็นชาตินิยมโดยเฉพาะวัฒนธรรมไทยล้านนา ป้าแมวจะลุ่มหลงมากแค่ไหน ก็เห็นได้จากเพลงที่เปิดบรรเลงทั่วร้านกอปรกับสไตล์การตกแต่งร้านอาหารของป้าแมวเอง

“ทำไมรับช้าจังล่ะลูก ยุ่งงานอยู่หรือไง”

“เมเพิ่งกลับถึงห้องเองค่ะคุณป้า” อ้อมแอ้มตอบไป

“วันนี้ แม่เราแวะมาที่ร้านนะ มานั่งพูดคุยหลายเรื่องเลย รวมทั้งเรื่องเราด้วย ไม่ค่อยกลับบ้านหรือเราน่ะ งานยุ่งอะไรกันนักหนา แม่เราเขากลัวหนูจะเบี้ยวไม่กลับบ้านวันหยุดนี้น่ะสิ ยังไงก็ไปให้เขาเห็นหน้าบ้างเถอะนะ พ่อเราน่ะยังไงเขาก็พ่อ” ป้าแมวเป็นธุระสื่อกลางเรื่องที่คุณพ่อจะมาที่บ้านวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เราได้ยินป้าคะยั้ยคะยอดังนั้นก็รู้สึกอึดอัดใจยังไงบอกไม่ถูก

“ไว้เมเคลียร์งานให้เรียบร้อย แล้วค่อยดูอีกทีนะคะป้าแมว เมไม่อยากรับปากคุณแม่น่ะค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบาแผ่ว

“เฮ้อ เรานี่นะ มันทิฐิเหมือนใครก็ไม่รู้ อ้อแล้วเมื่อตอนเย็นเกมส์เพื่อนเราเขาโทรมาจองโต๊ะไว้ด้วยนะ เห็นบอกวันสองวันนี้จะมาสังสรรค์”

“ค่ะคุณป้า เราจะมีประชุมงานกันนิดหน่อยค่ะ เวลาลงตัวพี่เกมส์คงคอนเฟิร์มอีกที แล้วคืนนี้ที่ร้านเป็นไง ลูกค้าเยอะไหมคะ?”

“ไม่เลว นี่ก็กำลังเก็บร้าน ป้าว่าจะแวะไปเดินดูของร้านตรงข้ามด้วยสักหน่อยเห็นมาเปิดใหม่หลายวันแล้วแต่มียายแก่ๆอยู่ดูร้านคนเดียว ป้าว่าจะไปทำความรู้จักไว้หน่อย ส่วนเราไงก็รีบเข้านอนล่ะ งานเยอะไม่ใช่เหรอช่วงนี้” ป้าแมวเตือนด้วยความเป็นห่วง

“ค่ะ ขอบคุณค่ะป้าแมว” หญิงสาวรับคำและคุยร่ำลานิดหน่อยก่อนจะวางสายไป

ป้าแมวมองเข้าไปยังร้านขายของเก่าโบราณจากทิเบตที่เพิ่งมาเปิดร้านใหม่เมื่อไม่กี่วันมานี่เอง เจ้าของร้านเป็นคุณยายหญิงสูงวัยหน้าตาใจดี เด็กๆแถวร้านรวมทั้งพนักงานเสริ์ฟต่างก็เรียกแทนตัวแกว่าคุณยาย ป้าแมวเองก็เลยถือโอกาสเรียกสรรพนามแทนตัวท่านว่ายายก็แล้วกัน เพราะท่านน่าจะอายุเยอะแล้ว แววตายิ้มเย็นใจดีหากแต่ก็แฝงไว้ด้วยความลึกลับ วันหนึ่งคุณยายคนดังกล่าวเดินเข้ามาในร้านแล้วก็ฝากธูปหอมไว้ให้ทดลองใช้ ถ้าป้าแมวชอบก็จะลดราคาให้เป็นพิเศษ ธูปที่ว่ามีกลิ่นหอมชวนหลงใหลเป็นพิเศษคล้ายสมุนไพรและมวลดอกไม้นานาพันธุ์ให้ความรู้สึกชื่นใจทุกครั้งที่ได้กลิ่น

“ลองเอาไว้ใช้นะจ๊ะ นี่เป็นธูปหอมโบราณจากทิเบตเชียวนะ ทำจากสมุนไพรและดอกไม้หายากของทิเบตเขาเลย”

“ขอบคุณมากค่ะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยนะคะคุณยาย”

“ไม่ลำบากหรอกจ้ะ ยายยินดี ไว้ว่างๆไปเดินเล่นเยี่ยมชมข้าวของโบราณจากทิเบตนะจ๊ะ ไม่ต้องซื้อหาหรอกคิดซะว่าไปเดินเล่นคุยเล่นอยู่เป็นเพื่อนคนแก่คนหนึ่ง”

“แล้วคุณยายเป็นเจ้าของร้านนี้เลยหรือเปล่าคะ ทำไมมาดูแลร้านคนเดียว อย่างนี้ไม่เหงาแย่เหรอ?” ป้าแมวถามเหมือนจะเป็นการซักไซ้ไล่เลียง แต่ใจป้าแมวก็นึกห่วงที่คนแก่จะต้องมาดูร้านคนเดียว

“ก็มาดูให้เขาดีกว่าอยู่ว่างๆน่ะหนู ลูกหลานเขาเปิดร้านเพราะความที่ชอบของโบราณกัน ยายว่ามันก็เพลินดี อยู่กับของสวยๆงามๆที่เรารักที่เราสะสม ได้อยู่ดูแลทำความสะอาดบ้าง รักษาของบ้าง เราชื่นชมนความงดงามของมัน ถึงแม้จะขายไม่ได้นะในบางวัน ได้นั่งมองมันเฉยๆ ก็เป็นสุขใจแล้วล่ะ มันคุ้มค่าทางใจน่ะ แค่นี้ยายก็ถือว่าคุ้มค่าเช่าร้านแล้วล่ะ” ยายตอบพลางยิ้มใจเย็น

“ท่าทางครอบครัวคุณยายจะชอบของเก่านะคะ”

“ใช่จ้ะ ของทิเบตนี่ชอบมาก แหมมันก็พอๆกับที่หนุหลงใหลของไทยล้านนาโบราณนั่นล่ะลูก คนเราได้ชอบใจอะไรเข้า ได้อยู่ใกล้ชื่มชมเมียงมอง แม๊ มันก็มีความสุขว่าไหม๊?” คุณยายเสวนาอารมณ์ดี ไม่นานการพูดคุยกันก็จบลงเพราะความที่ดึกมากแล้ว ป้าแมวก็กำลังจะกลับบ้านส่วนคุณยายก็เตรียมเก็บร้าน งานเลี้ยงมีวันเลิกรา ป้าแมวได้ธูปหอมจากคุณยายมาก็ขอบคุณอยู่ไม่หยุด

“ไว้มาคุยกับคนแก่บ่อยๆนะจ๊ะหนู” คุณยายบอกลา

“แล้วแมวจะแวะไปค่ะคุณยาย” ป้าแมวตอบพลางก็ค่อยๆก้าวพาร่างตัวเองออกมา แต่สายตาก็มองชื่นชมของโบรารรอบๆร้าน

ภายในร้านมืดสลัวกลิ่นอบอวลไปด้วยความหอมจากธูปที่ว่า แล้วยังเต็มไปด้วยข้าวของจากทิเบต ผ้ายันตร์ กระเป๋าผ้าสาน รองเท้าผ้าสานที่ทำด้วยมือ ตามเรื่องเล่าของทางทิเบตมันเป็นประเพณีที่แม่จะสานรองเท้าให้ลูกสาวในวันแต่งงานเพื่อเป็นของขวัญในวันเริ่มต้นชีวิตคู่ของลูกสาวอันเป็นที่รัก

เมื่อป้าแมวเดินจากร้านขายของโบราณจากประเทศทิเบตมา แต่สายตาก็คงยังมองไปที่ร้านด้วยใจนึกห่วงว่าคุณยายจะกลับยังไง เพราะอย่างว่าคนแก่เพียงคนเดียว และไม่นานนักก็มีรถญี่ปุ่นที่ดูเก่าและคาดว่าจะเป็นรถมือสองมือสามเข้าไปนู่นเลย เพราะเก่ามาก แล่นมาเทียบหน้าร้านช้าๆและจอดรอจนคุณยายก้าวขึ้นรถไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED