“แม่คะ แม่ทำใจดี ๆ ไว้นะคะ แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ ได้ยินเสียงป่านไหมคะแม่ ... ฮือๆๆ” สายป่านสาวน้อยวัย 18 ปี ร้องเรียกนางสายสุนีย์ผู้เป็นมารดา ที่เป็นลมหมดสติอยู่บริเวณห้องโถงของบ้าน หลังจากที่เธอเพิ่งกลับมาจากโรงเรียนเมื่อครู่นี้เอง
“พ่อ!! .. พ่อคะ พ่ออยู่ไหน ช่วยแม่ด้วยค่ะ”เธอพยายามตะโกนเรียกพ่อของเธอ แต่ไร้เสียงตอบกลับใด ๆ เธอยกศีรษะของมารดาขึ้นหนุนกับตักเล็กของตนเอง แล้วรีบกดโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลในทันที
@ รพ.bkk
“คุณหมอคะ แม่ของหนูอาการเป็นอย่างไรบ้างคะ” เด็กสาวเอ่ยถามทันทีที่เห็นคุณหมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนคุณหมอเองยังอดสงสารเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้
“คุณแม่ของหนูตอนนี้ปลอดภัยแล้วนะครับ แต่คนไข้มีอาการอ่อนเพลียและความดันขึ้นสูงมาก ตอนนี้หมอขอให้คนไข้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการก่อน เพราะความดันยังไม่ปกติ ยังถือว่าอันตรายอยู่มากครับ” คุณหมอท่าทางใจดี อธิบายให้เด็กสาวได้เข้าใจเกี่ยวกับอาการของนางสายสุนีย์ผู้เป็นมารดา
ขณะนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลก็ได้เข็นเตียงของนางสายสุนีย์ออกมาจากห้องฉุกเฉิน เพื่อพาไปห้องผู้ป่วยหญิง สายป่านจึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไป หลังจากแม่ได้เข้ามาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยแล้ว สายป่านก็นั่งลงข้างเตียงผู้เป็นแม่ นางสายสุนีย์กำลังนอนหลับด้วยฤทธิ์ยา และคงเป็นเพราะอาการอ่อนเพลียมากอย่างที่คุณหมอบอก ทำให้แม่เธอหลับไปหลายชั่วโมง
สายป่านเผลอซบหน้าหลับไปที่ข้างเตียงของนางสายสุนีย์ นานเท่าไรไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงเรียกที่ข้างหู พร้อมกับตัวที่ถูกเขย่าเบา ๆ
“ป่าน .. ป่าน ” เธอตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้างัวเงีย ยกมือเล็ก ๆ ขึ้นขยี้ตาเบา ๆ
“พี่ยศ พี่มาได้ไงคะ” สายป่านเอ่ยถามกิตติยศ ชายหนุ่มอายุ 22 ปี ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ เขาเป็นลูกของอากิตติศักดิ์ ซึ่งเป็นน้องของพ่อ สร้างบ้านอยู่บนที่ดินผืนใหญ่ ผืนเดียวกันกับบ้านพ่อของเธอ โดยปู่เป็นคนยกให้อากับพ่อนั่นเอง
“”ตอนที่กลับมาจากมหาลัย พอดีพี่แวะที่ซื้อข้าวที่ร้านป้ามาลี ป้ามาลีบอกพี่ว่าป่านเรียกรถพยาบาลมารับป้านี แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พี่ก็เลยรีบตามมาที่โรงพยาบาลนี่แหละ แล้วนี่ลุงเวชไปไหนล่ะ พี่ไม่เห็นเลย” กิตติศักดิ์เอ่ยถามถึงนาย ปิยะเวช ซึ่งเป็นลุงของเขา เพราะที่บ้านก็ไม่อยู่ ที่โรงพยาบาลก็ไม่เห็นมี
สายป่านชวนกิตติยศออกมาคุยกันที่ด้านนอก เพราะไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของแม่ และเกรงใจคนไข้คนอื่น เพราะห้องพักฟื้นนี้เป็นห้องรวม เธอยังติดต่อพ่อไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
“ป่านยังติดต่อพ่อไม่ได้เลยพี่ยศ โทรไปก็ปิดเครื่องตลอด ป่านว่าคงจะไปกกอยู่กับอีรัมภาตามเคยนั่นแหละ ทำไมพ่อถึงเป็นแบบนี้ล่ะพี่ ทำไมพ่อไม่สงสารแม่บ้างเลย คอยดูนะถ้าป่านเจออีรัมภาเมื่อไหร่จะตบล้างน้ำให้หายโสโครกเลย เป็นคนดี ๆ ไม่ชอบ ชอบเป็นบุ้ง ... บุ้งร่านนนน ร่านได้ร่านดี” สายป่านพูดกับพี่ชาย จนพี่ชายต้องร้องห้าม เพราะไม่อยากให้เธอก้าวร้าวมากเกินไป
สายป่านกัดฟันกรอด เธอสงสารแม่ และเจ็บใจพ่อที่หลงผู้หญิงคราวหลาน ที่ชื่อวิไลรัมภาชนิดหัวปักหัวปำ จนไม่สนใจแม่ของเธออีกเลย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงได้ยอมพ่อทุกอย่างโดยไม่มีปากมีเสียงอะไรสักนิด ทั้งที่พ่อก็ทำให้แม่เจ็บใจอยู่ทุกวัน เธอเคยบอกให้แม่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ของตัวเองบ้าง แต่แม่ก็บอกว่าให้ปล่อยเขา ช่างเขา จนบางครั้งเธอเองก็หงุดหงิดในความไม่สู้คนของแม่เหลือเกิน ถ้าเป็นเธอล่ะก็ บ้านได้พังไปนานแล้ว ถ้าต้องทำเฉยๆ แบบแม่เธอล่ะก็นะ ...เธอคงจะอกแตกตาย
วิไลรัมภาเป็นสาวสวยอายุอานามแค่ 28 ปีเท่านั้น ส่วนนายปิยะเวชพ่อของเธออายุ 45 ปี ถือว่ายังเป็นหนุ่มใหญ่ที่ดูดีและแข็งแรงอยู่มาก ทั้งสองเพิ่งจะรู้จักและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเมื่อราว ๆ สามเดือนก่อน ทั้ง ๆ ที่วิไลรัมภาก็รู้ทั้งรู้ว่าพ่อของเธอมีลูกเมียอยู่แล้ว แต่หล่อนก็ยังยอมตกเป็นเมียน้อยของพ่อ แถมยังกล้าไปไหนมาไหนอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่ได้เกรงกลัวเวรกรรมเลย คงจะเป็นเพราะกลิ่นเงินของพ่อเธอมันหอมหวานนั่นแหละ ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่ารัมภาเข้ามาในชีวิตพ่อเพราะหวังอะไร พ่อเป็นเจ้าของสัมปทานปางไม้รายใหญ่ของที่นี่ ไม่แปลกเลยที่ผู้หญิงมักง่ายอย่างวิไลรัมภาจะใช้ความสาวสวยเข้าหาพ่อของเธอก่อน แต่ก็น่าแปลกใจ ตรงที่พ่อของเธอกลับไม่รู้ หรือบางทีอาจจะรู้แต่แกล้งไม่รู้ก็เป็นได้
กิตติยศลูบหัวน้องสาวเบา ๆ และบอกให้สายป่านใจเย็น ๆ ถึงแม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของลุง แต่เขาเองก็เป็นคนนอก ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องในครอบครัวคนอื่น เขาทำได้แค่เพียงคอยดูแลสายป่าน ซึ่งเป็นน้องสาวคนเดียวของเขาเท่านั้น เพราะทั้งเขาและสายป่าน ต่างก็เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ทั้งคู่ พวกเขาจึงสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะต่างคนต่างก็ไม่มีเพื่อน สองพี่น้องเลยเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่แปลกเลยที่สายป่านจะมีนิสัยห้าวๆ เหมือนผู้ชายและเป็นคนที่ไม่กลัว และไม่ยอมใคร
“เดี๋ยวพี่อยู่ที่นี่ดูป้านีให้ก่อน ป่านกลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมข้าวของมาเฝ้าแม่แล้วกันนะ” กิตติยศส่งกุญแจรถจักรยานยนต์ของเขาให้น้องสาว ระยะทางจากรพ.กลับไปถึงบ้านไม่ไกลนัก ราว ๆ 5 กม.เท่านั้นเอง
สายป่านขี่รถมาถึงบ้านก็เห็นรถยนต์ของพ่อจอดอยู่ในบ้าน แสดงว่าพ่อคงกลับมาแล้ว เธอรีบเข้าไปในบ้านเพื่อพบกับพ่อทันที พ่อกำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟาโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลย ว่าลูกเมียหายไปไหนกันหมด
“พ่อคะ พ่อไปไหนมา หนูโทรติดต่อพ่อก็เป็นสัญญาณปิดเครื่อง พ่อรู้ไหมว่าแม่เป็นลมหมดสติอยู่ในบ้านตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ หนูกลับมาจากรร.ก็เห็นแม่หมดสติแล้ว ตอนนี้หมอให้นอนที่โรงพยาบาลนะคะ” สายป่านรีบบอกพ่อของเธอ หวังว่าเขาจะมีอาการเป็นห่วงเป็นใยแม่ของเธอบ้าง แต่พ่อกลับพยักหน้ารับรู้เฉย ๆ เท่านั้น จนสายป่านเริ่มจะหมดความอดทน
“นี่พ่อไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ แม่ไม่สบายอยู่รพ.พ่อไม่คิดจะถามไถ่ หรือคิดจะไปเยี่ยมไปหาบ้างเลยหรือไง” สายป่านพูดกับผู้เป็นพ่อ เธอรู้สึกผิดหวังในการกระทำของพ่อที่แสดงต่อแม่เป็นอย่างมาก
“นี่แกอย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะ!! ฉันก็มีธุระของฉันบ้างสิ แม่แกก็อยู่ที่รพ.แล้วนิ ถึงฉันไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ฉันไม่ใช่หมอ” สายป่านหู้อื้อ ตกตะลึงกับคำตอบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินออกมาจากปากของคนเป็นพ่อ เธอกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น ๆ
“ธุระสำคัญ !! อย่านึกว่าหนูไม่รู้นะว่าพ่ออยู่ที่ปางไม้กับอีผู้หญิงโสโครกคนนั้น พ่อใจดำกับแม่มากเกินไปแล้ว ป่านเกลียดพ่อ” สายป่านตะโกนออกมาอย่างสุดทน แล้วเดินปึงปังขึ้นบ้านไป
นางสายสุนีย์ต้องนอนดูอาการอยู่ที่รพ.ถึงสามวัน กว่าหมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ วันนี้กิตติยศขับรถยนต์มารับป้าสะใภ้และน้องสาวกลับบ้าน เพราะสายป่านติดต่อพ่อไม่ได้อีกตามเคย เธอถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ที่พ่อไม่เคยเห็นแม่อยู่ในสายตาบ้างเลย เมื่อแม่กลับถึงบ้านแล้ว เธอก็ดูแลแม่เป็นอย่างดี ส่วนพ่อเธอ หลังจากกลับมาบ้านก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรลูกเมียตัวเองเลยสักคำ เดินขึ้นห้องส่วนตัวที่แยกกันนอนกับแม่ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน ก่อนที่แม่จะป่วยนั่นแหละ ดังนั้นอาการป่วยของแม่เธอก็คงไม่พ้นจากอาการตรอมใจแบบที่ใคร ๆ เขาพูดกัน เพราะแม่เองก็รู้ดีถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของพ่อกับผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น แต่แม่เลือกที่จะเงียบ และไม่ตอบโต้อะไร สายป่านก็ย้ายไปนอนกับแม่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
“แม่คะ ตอนนี้หนูปิดเทอมแล้วนะคะ เดี๋ยวก็จะได้เรียนมหาลัยแล้ว หนูจะเรียนคณะบริหารธุรกิจเหมือนแม่ ดีไหมคะ” สายป่านนอนหนุนตักมารดา ในขณะที่นางสายสุนีย์ยิ้ม พลางลูบหัวบุตรสาว สายป่านเป็นเด็กเรียนดี และขยันตั้งแต่เด็ก ๆ ใครๆ ก็เอ็นดูเธอ ปีนี้เธอเป็นสาวเต็มตัวแล้ว แถมรูปร่างหน้าตายังสะสวย สูงโปร่ง อกเอวสะโพกกลมกลึงสมส่วน ผิวขาวอมชมพูเหมือนแม่ เธอยิ้มสวย และเป็นคนพูดเก่ง ใครเห็นใครก็รักทั้งนั้น จะติดอยู่หน่อยก็ตรงนิสัยห้าวหาญ และไม่ยอมใคร จนทำให้นางสายสุนีย์ต้องคอยปรามลูกสาวคนเดียวของเธอบ่อยๆ
วันนี้สายป่านนัดกับเพื่อน ๆ ไว้ว่าจะไปดูมหาลัยที่หมายตากันไว้ว่าจะไปเรียนต่อกันที่นั่น เธอจึงนัดกับกลุ่มเพื่อนไปพร้อมๆ กัน หลังจากที่ดูรายละเอียดคณะที่จะเรียนกันแล้ว เธอก็ขอตัวกลับทันทีเพราะเป็นห่วงแม่ที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว โดยพ่อบอกว่ามีธุระด่วนอีกตามเคย ช่วงหลัง ๆ นี้พ่อเธอมักจะไปค้างที่ปางไม้บ่อย ๆ โดยอ้างว่างานยุ่ง แต่สายป่านเองก็รู้เหตุผลที่แท้จริงนั้นดี เพราะคนที่ปางไม้หูตายังกับสัปปะรด แถมปากยื่นปากยาวเสียยิ่งกว่าอะไรซะอีก ไม่ว่าพ่อจะทำอะไรก็มักจะมีพวกปากสว่างคาบข่าวมาบอกเป็นประจำ แต่เธอก็ยังคงเก็บเงียบไว้ ไม่ได้บอกอะไรให้แม่รับรู้
ในขณะที่เธอกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เธอมองที่หน้าจอเห็นชื่อกิตติยศก็รีบกดรับทันที
“ว่าไงคะพี่ยศ โทรเช็คป่านอีกแล้วนะ กำลังจะกลับแล้วค่ะ ไม่เถลไถลที่ไหนหรอกน่า”สายป่านกรอกเสียงตอบกลับไปยังปลายสาย เพราะวันนี้เธอฝากให้กิตติยศช่วยดูแม่แทนให้ ในระหว่างที่เธอไม่อยู่
“ป่าน .. ป่านอยู่ไหนรีบมารพ. ด่วนเลยนะ ป้าณีอยู่รพ.” กิตติยศบอกกับน้องสาว สายป่านตกใจมาก เธอรีบไปที่รพ.ทันที
ที่หน้าห้องฉุกเฉินของรพ. BKK สายป่านรีบวิ่งเข้ามาหากิตติยศที่นั่งรออย่างกระวนกระวายใจ เธอวิ่งเข้าไปกอดพี่ชายแล้วถามถึงอาการของแม่ทันที
“เมื่อตอนกลางวันพี่เอาข้าวไปให้ป้าณี แกก็กินข้าวปกติ หลังจากนั้นพี่ก็เลยเก็บจานชามไปล้างในครัว อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงป้าณีร้องเรียกเลยวิ่งไปดู เห็นแกนอนอยู่ที่พื้นแล้วก็หมดสติไป พี่เลยรีบพาแกมารพ.นี่แหละป่าน” กิตติยศบอกน้องสาว
ในขณะที่ทั้งสองรออย่างใจจดใจจ่ออยู่นั้น สักพักหนึ่ง คุณหมอก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน สองพี่น้องรีบตรงเข้าไปหาหมอทันที
“ญาติคุณสายสุนีย์ใช่ไหมคะ” สองพี่น้องพยักหน้ารับคำ คุณหมอทำหน้าไม่สู้ดีนัก ทำให้สายป่านถึงกับใจหาย
“หมอไม่อยากต้องมาแจ้งข่าวแบบนี้เลย แต่ก็ต้องบอกญาติตามความเป็นจริงนะคะ คนไข้มีอาการหัวใจวายเฉียบพลันและหยุดหายใจก่อนหน้าที่จะมาถึงรพ.แล้วค่ะ หมอพยายามปั๊มหัวใจและช็อตไฟฟ้าช่วยแล้ว แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตคนไข้ให้กลับมาได้ หมอพยายามจนถึงที่สุดแล้วค่ะ เสียใจด้วยนะคะ ” สายป่านยืนนิ่งไม่ไหวติง หัวสมองรู้สึกมันอื้ออึงและดูงง ๆ จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก รู้แต่ว่าน้ำตาไหลออกมามากมาย สักพักเธอก็ร้องไห้โฮ แล้วล้มตัวลงนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นทางเดินนั่น โดยมีกิตติยศกอดปลอบอยู่ไม่ห่าง
สายป่านพยายามติดต่อพ่อเพื่อทำเรื่องรับศพแม่กลับไปบำเพ็ญกุศล แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เธอจึงขอให้กิตติยศขับรถพาเธอไปที่ปางไม้ เพราะมั่นใจเหลือเกินว่าพ่อของเธอจะต้องอยู่ที่นั่นแน่นอน เมื่อรถขับมาจอดยังปางไม้ สายป่านก็เห็นรถของพ่อจอดอยู่ที่นั่นจริง ๆ เธอรีบเปิดประตูรถ และเดินดุ่ม ๆ ไปที่บ้านพักของปางไม้ทันที โดยมีกิตติยศกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไป เมื่อถึงบ้านพัก เธอเห็นพ่อกับวิไลรัมภากำลังนั่งคุยกันอยู่ โดยที่ผู้หญิงหิวเงินคนนั้นกำลังนั่งตักของพ่อเธอ เมื่อหล่อนเห็นสายป่านเดินเข้ามาก็แกล้งทำเป็นไม่เห็น และออดอ้อนพ่อของเธอต่อไป สายป่านเดินเข้าไปกระชากผมของวิไลรัมภาอย่างแรง จนร่างนั้นเซถลาลงพื้น นายปิยะเวชผู้เป็นพ่อรีบถลันเข้าไปช่วยประคองชู้รัก และต่อว่าลูกสาวทันที
“แกเป็นบ้าอะไรฮะ !! ยัยป่าน” พ่อตะคอกเธอเสียงดัง พลางประคองชู้รักยืนขึ้น วิไลรัมภาแกล้งทำเป็นเจ็บเพื่อเรียกร้องความสนใจ จนสายป่านถลันเข้าไปทำท่าจะตบอีกฝ่าย จนกิตติยศต้องเข้าไปรวบตัวน้องสาวเอาไว้
“พ่อ .. พ่อรักมัน ปกป้องมัน พ่อรู้ไหม แม่ตายแล้ว แม่ตายแล้วได้ยินไหม สมใจพ่อรึยัง ฮือๆๆๆ” สายป่านทิ้งตัวลงร้องไห้ที่พื้นอย่างหมดแรง หัวใจเธอเจ็บเหมือนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เธอก้มหน้าร้องไห้สะอื้นไม่หยุด นายปิยะเวชเข้ามากอดปลอบลูกสาวไว้ด้วยความสงสาร โดยมีวิไลรัมภายืนยิ้มอย่างสะใจอยู่ข้าง ๆ
งานศพของนางสายสุนีย์ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สายป่านเองยังคงทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้ เมื่อไม่มีแม่แล้ว เธอก็เหมือนอยู่ตัวเดียว ในช่วงแรกตอนที่แม่เสียใหม่ ๆ พ่อก็ยังอยู่ที่บ้านกับเธอทุกวัน และนอนที่บ้านทุกคืน แต่พอเวลาผ่านไปได้ราว ๆ สักสองสัปดาห์ พ่อก็เริ่มไม่กลับบ้าน แต่สายป่านไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังมีกิตติยศ ที่ยังคอยมาดูแลเธออยู่เสมอ
เช้าวันนี้สายป่านตื่นมาหุงหาอาหารและใส่บาตรในตอนเช้าเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้แม่เหมือนกับทุก ๆ วัน หลังจากนั้นก็เข้าไปเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เธอได้ยินเสียงรถยนต์ของพ่อแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
“กลับมาได้สักทีสินะ หายไปตั้งหลายวัน” เธอคิดอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จากนั้นก็ได้ยินเสียงพ่อเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับเสียงพูดคุยกับใครบางคนดังแว่วมา “พ่อมากับใคร?”เธอจึงเดินออกไปดูต้นเสียงนั้น
“พี่เวชแน่ใจนะคะว่าจะให้วิมาอยู่กับพี่ที่นี่ได้ ลูกสาวพี่จะยอมเหรอ” วิไลรัมภาเอ่ยถามหลังจากเดินตามหลังนายปิยะเวช ที่กำลังถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตของเธอเข้าไปในบ้าน
“ที่นี่มันบ้านพี่นะ พี่มีสิทธิ์จะให้ใครอยู่หรือไม่ให้ใครอยู่ก็ได้” นายปิยะเวชตอบเสียงหนักแน่น ทำให้วิไลรัมภายิ้มอย่างพอใจ
“ทีนี้แหละ.. จะได้เห็นคนอกแตกตายกันบ้าง หึหึ” เธอนึกกระหยิ่มอยู่ในใจ นั่นไง... ยัยตัวร้ายเดินมานั่นแล้ว..
สายป่านเดินออกมา เธอมองด้วยความไม่พอใจทันทีที่เห็นพ่อพาวิไลรัมภาเข้ามาที่บ้าน เมื่อเห็นกระเป๋าสัมภาระเยอะแยะแบบนี้เธอก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้
“พ่อ .. นี่มันอะไรกันคะ พาผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบ้านเราทำไม” เธอเอ่ยกับบิดาเสียงแข็ง แสดงความไม่พอใจอย่างเต็มเปี่ยม
“ไม่เอาน่าป่าน แม่เขาก็ตายไปแล้ว วิเขาก็มีสิทธิ์ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ เพราะเขาก็เป็นเมียของพ่อ ป่านก็น่าจะรู้ดี” นายปิยะเวชบอกกับลูกสาวที่ยืนจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง
“แต่แม่เพิ่งจะเสียไปได้ไม่กี่อาทิตย์เองนะพ่อ” สายป่านพูดเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลออกมา
“พ่อจะให้วิอยู่ที่นี่ บ้านเราก็ใหญ่โตกว้างขวาง แกก็อยู่ในส่วนของแก เขาก็อยู่ในส่วนของเขา พ่อไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาตรงไหน อย่าทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่นะป่าน” พ่อดุเธอเสียงเขียว ทำให้ผู้หญิงคนนั้นยิ้มเยาะเย้ย และเบะปากใส่สายป่าน
“ก็ได้ แล้วแต่พ่อเลย ในชีวิตนี้แค่มีผู้หญิงคนนี้อยู่กับพ่อ พ่อก็คงพอใจแล้ว ไม่ว่าจะไม่มีแม่ หรือไม่มีหนู พ่อก็คงจะไม่สนใจหรอก ต่างคนต่างอยู่ อย่ามาล้ำเส้นหนูก็แล้วกัน” สายป่านพูดจบก็เดินกลับเข้าห้องไป
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สายป่านก็ไม่เคยอยู่แบบสงบอีกเลย เพราะอีกฝ่ายชอบทำตัววุ่นวายเจ้ากี้เจ้าการในบ้าน เสมือนเป็นเจ้าของบ้านซะเอง ส่วนเธอก็พยายามหลีกเลี่ยง ต่างคนต่างอยู่ ถึงแม้บางทีจะมีถกเถียงกันบ้าง แต่สายป่านก็พยายามไม่ยุ่ง เพราะอยากมีปัญหาอะไร
วันหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่นเพลิน ๆ อยู่ ก็ได้กลิ่นเหมือนผ้าไหม้ เธอจึงเดินออกไปหาที่มาของกลิ่นนั้น มันมาจากดงกล้วยที่หลังบ้าน มีกลุ่มควันขนาดย่อม ๆ กำลังไหม้อะไรอยู่สักอย่าง สายป่านเดินเข้าไปดู ด้วยคุ้น ๆ กับกองสิ่งของนั้น ... เสื้อผ้า !! .. นั่นเสื้อผ้าของแม่นี่ .. ใครเป็นคนเอามาเผา แล้วสายป่านก็นึกออกในทันที ..เธอกัดริมฝีปากแน่นๆ อีวิไลรัมภา
เท้าเร็วเท่าความคิด เธอรีบเดินเข้าไปในบ้าน เห็นตัวคนก่อเหตุกำลังนั่งไขว่ห้างดูทีวีอย่างสบายใจอยู่ เมื่อหล่อนเห็นสายป่าน ก็ปรายหางตามองแค่เพียงนิดหน่อย แล้วก็ทำเป็นไม่สนใจ
“แกเอาเสื้อผ้าแม่ฉันไปเผาทำไม แกมีสิทธิ์อะไร .. ห๊า!! ” สายป่านตะคอกเสียงดัง อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนพลางเชิดหน้า
“ก็เสื้อผ้าคนตาย จะเก็บเอาไว้ทำไมให้เป็นเสนียดล่ะ เผาๆ ไปซะให้หมดน่ะดีแล้ว นี่ยังไม่หมดเลยนะ ยังเหลืออีกตู้นึง ฉันว่ากำลังจะไปเอามาเผาอยู่พอดี” วิไลรัมภาพูดจบก็เดินนวยนาดเข้าไปในห้องนอนของนางสายสุนีย์ เธอหยิบเอาเสื้อผ้าที่พับอยู่ในตู้ออกมาแล้วโยนออกมานอกห้อง แล้วเอาเท้าเขี่ย ๆ ให้มากองรวมกัน เพื่อที่จะเอาไปเผา
เท่านั้นเอง .. ฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลง สายป่านหมดความอดทนอีกต่อไป เธอถลาเขาไปลากวิไลรัมภาออกมาจากห้องของ ฝ่ามือหนัก ๆของเธอตบเข้าที่หน้าของอีกฝ่ายดังฉาดใหญ่ เท่านั้นยังไม่สาแกใจ เธอทั้งต่อย ทั้งเตะ และกระทืบร่างนั้นจนล้มลงไปกองกับพื้น โต๊ะเก้าอี้ล้มเสียงดังสนั่น สายป่านตรงเข้าไปนั่งคร่อมร่างที่ล้มกลิ้งนั้นแล้วตบ ซ้าย ขวา เข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายรัวๆ จนหล่อนร้องวี๊ดว๊ายเสียงดัง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะป่าน แกเป็นบ้าอะไร ไปตบวิเขาทำไมเนี่ย!! ” นายปิยเวชที่ได้ยินเสียงดังโครมครามเลยเดินเข้ามาดู เห็นบุตรสาวนั่งคร่อมเมียของตนและตบซ้ำ ๆ แบบไม่ยั้ง เขารีบจับสายป่านแยกออกจากวิไลรัมภาทันที
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”นายปิยะเวชตะคอกเสียงดังด้วยความโมโห เมื่อเห็นหน้าตาของเมียเด็กของตนปูดบวม ปากแตก และมีเลือดซึมออกมา ผมเผ้ายุ่งเหยิง นั่งกุมท้องตัวเอง เพราะจุกที่โดนทั้งเข่าทั้งศอกของสายป่านไม่ยั้ง
“มันเอาเสื้อผ้าแม่ไปเผาหมดตู้เลย มันมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายในห้องแม่ มาเผาของของแม่” สายป่านพูดไปร้องไห้ไปด้วยความโมโห
“ก็หนูเห็นว่าเป็นของคนตายน่ะพี่ ไม่ควรเอาไว้ในบ้าน ก็เลยเอาไปเผาทิ้ง ไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้ลูกสาวพี่จะทำกับวิขนาดนี้ ถ้าพี่ไม่อยู่ มันไม่ฆ่าวิตายไปเลยเหรอ” วิไลรัมภากอดสามี ร้องไห้สะอึกสะอื้น ... ตอแหลจริงๆ
“คนที่ไม่ควรเอาไว้ในบ้านคือแกนั่นแหละ เป็นแค่คนอาศัย แต่ยุ่งวุ่นวายไม่หยุด บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ต่างคนต่างอยู่ อย่ามาล้ำเส้นกัน ถ้าทำไม่ได้แกก็ไม่ต้องอยู่ ออกไปจากบ้านนี้เลย” สายป่านตะโกนไล่วิไลรัมภาทันที
“แกนั่นแหละออกจากบ้านฉันไปเลย” นายปิยะเวชกล่าวเสียงดังด้วยความโมโห
“อะ .. อะไรนะพ่อ?? นี่พ่อถึงขนาดไล่หนูออกจากบ้านเลยเหรอ พ่อเลือกมัน แต่ไม่เลือกลูกของตัวเองงั้นเหรอคะ” สายป่านพูดพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอไม่คิดว่าคำพูดนี้จะออกจากปากของคนเป็นพ่อ
“พ่อรู้มั้ยที่แม่ต้องตายเพราะพ่อนั่นแหละ พ่อนอกใจแม่ไปมีเมียน้อยทำให้แม่เสียใจจนป่วยตายไง คนอย่างพ่อสักวันเวรกรรมต้องตามทัน ระวังเมียน้อยพ่อจะทำเหมือนที่พ่อทำกับแม่ก็แล้วกัน ” สายป่านตะโกนว่าพ่อด้วยความปวดร้าว
“เพี๊ยะ” เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น สายป่านหน้าชา หูอื้อเพราะแรงตบ เธอหยุดร้องไห้ จ้องหน้าพ่อด้วยแววตาแข็งกร้าว แล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองทันที
Write Talk : สายป่านมือตบ จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้แม่เลี้ยงตัวเองซะเยินไปเลย ส่วนคนเป็นพ่อนั้นนนน...
เห้อ.. สงสารสายป่านจริง ๆ เลยค่ะ