ตอน 1

Siren & Tier 1

เจอกันครั้งแรก

“ฮะแฮ่กพ่อ..ชะช่วยหนูด้วย..”

“ทะเทียร์แกไปแบกศพใครมา!” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยความตกใจมองลูกสาวตัวน้อยใบหน้าสวยผู้มีสีผมน้ำตาลอ่อนที่กำลังหิ้วปีกชายร่างใหญ่เข้ามาในบ้าน” ดวงตกลมโตหอบหายใจอย่างหมดแรงก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงพร้อมกับชายปริศนาที่เธอพามาจากข้างกองขยะหน้าบ้าน

“นะ...หนูก็ไม่รู้เขามานอนอยู่...หน้าบ้าน” หญิงสาวบอกด้วยความหอบเหนื่อยในจังหวะที่กำลังจะเปิดประตูเข้าบ้านเธอก็ได้ยินเสียงร้องแปลก ๆ ตอนแรกคิดว่าตัวเองหูแว่วแต่เสียงก็เริ่มชัดขึ้นเลยเดินไปดูก็เจอชายคนนี้นอนสลบพร้อมหัวที่แตกจนเลือดเปื้อนเต็มหน้า เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลยแบกเข้าบ้านมาก่อน

“ยัยลูกคนนี้นี่หาแต่เรื่องมาให้ไม่เว้นวันจริงๆ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นด้วยความเบื่อหน่ายเพราะลูกสาวของเขามักจะเป็นคนจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่นแต่ช่วยด้วยการพาเอามาเป็นภาระให้ผู้เป็นพ่อตลอด เมื่อไม่กี่วันก่อนก็อุ้มเต่าตัวใหญ่เข้าบ้านจนเขาตกใจซึ่งลูกสาวบอกว่าเห็นมันนอนตากแดดอยู่กลัวมันร้อนกระดองเลยพาเข้ามาในบ้าน เขาแทบจะกุมขมับกับความรู้น้อยของลูกสาวเขาเสียจริง

“เลิกบ่นหนูแล้วมาช่วยดูก่อนได้ไหมคะ เขาไม่หายใจเลย” เทียร์เอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนผู้เป็นพ่อถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะก้มลงตรวจสอบ เขาเคยเป็นหมอมาก่อนแต่หลังจากสูญเสียภรรยาก็ลาออกมาเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่เทียร์อายุ 7 ขวบ จนตอนนี้ 23 ปีแล้ว

“อืม..ลมหายใจอ่อนมากส่วนบาดแผลก็ลึก เทียร์ช่วยพ่ออุ้มเขาขึ้นเตียงหน่อยลูก”

“ได้ค่ะ” เทียร์ตอบรับในทันทีก่อนจะช่วยผู้เป็นพ่อพาชายร่างใหญ่ไปนอนที่เตียง หลังจากนั้นพ่อของเธอก็สั่งให้เตรียมอุปกรณ์ทำแผลและน้ำอุ่นซึ่งเธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย

เทียร์มองพ่อที่เช็ดเลือดออกจากใบหน้าของอีกฝ่าย เธอมองหน้าที่แท้จริงของเขาแล้วตกตะลึงเล็กน้อยใบหน้าที่ไร้รอยเปื้อน ผิวของเขาเนียนละเอียด คิ้วคมเข้มจมูกโด่งคมสันแถมริมฝีปากยังหนาได้รูป เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ดูเป็นทางการเหมือนผู้บริหารใหญ่โต

“พ่อ..นี่หนูไม่ได้ไปพาดาราดังมาหรอกใช่ไหม ไม่สิ เขาหล่อเกินกว่าจะเป็นดาราอีกนะพ่อ ! เรียกว่าเทพบุตรเลยก็ว่าได้” มือบางเขย่าแขนผู้เป็นพ่ออย่างตื่นเต้น ผู้ชายคนนี้หล่อเกินจะบรรยายเสียเหลือเกิน

“หยุดดีดดิ้นแล้วมาช่วยพ่อก่อน” ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะล้างมือและสวมถุงมือจากนั้นมือหนาสำรวจบาดแผลและลมหายใจแล้วประเมินอาการ เขาลากถังออกซิเจนออกมาก่อนจะสวมใส่ที่ช่วยหายใจให้กับผู้ชายตรงหน้าแล้วเริ่มทำแผลให้อย่างชำนาญจากวิชาชีพของหมอที่มีมากว่า 30ปี เทียร์มองการกระทำของพ่ออยู่ไม่ห่างแม้ว่าอีกฝ่ายจะบ่นเรื่องที่เธอมักจะนำภาระมาให้เขามากแค่ไหนแต่ชายคนนี้ก็มักจะช่วยหรือหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับเธอได้เสมอ

แม้ว่าการจากไปของแม่จะทำให้ทั้งสองมีความสุขในชีวิตน้อยลงแต่เธอก็รับรู้ได้ว่าพ่อของเธอสนใจเธอมากขึ้น จากที่ทำแต่งานกลับบ้านมาก็เหนื่อย ไม่เคยเล่นกับเธอสักครั้งแต่พอแม่เสียพ่อก็ลาออกจากงานมาดูแลเธอไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกินเสื้อผ้าหรือแม้แต่กระทั่งสภาพจิตใจของเธอตาม

“เทียร์หยิบผ้าก๊อซให้พ่อที” เทียร์ทำตามในทันทีก่อนจะส่งผ้าก๊อซตผืนใหม่ให้ เธอมองชายไร้ชื่อแตมีใบหน้าหล่อที่กำลังหลับใหลอยู่ถ้าเป็นอาการที่พ่อของเธอพอจะช่วยได้แสดงว่าอาการของเขาไม่ได้หนักถึงขั้นเสียชีวิตแต่อย่างใด

ผ่านไปเกือบชั่วโมงทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยชายไซเรนที่นอนหมดสติได้พ่อของเธอรักษาจนกลับมาหายใจได้เป็นปกติอีกครั้ง เธอยิ้มด้วยความโล่งใจที่อีกฝ่ายปลอดภัยดี

“ลูกออกไปก่อนพ่อจะเปลี่ยนชุดให้เขา” ดวงตาของคนหน้าสวยโตขึ้นเล็กน้อยกับคำว่าเปลี่ยนชุด ภาพในหัวของเธอผุดขึ้นมาถึงชายหนุ่มกล้ามโตที่เคยเห็นทั่วไปพลางคิดว่าผู้ชายที่หล่อเหลาขนาดนี้หุ่นจะเป็นอย่างไรแค่คิดเธอก็น้ำลายไหลย้อยมาแบบไม่รู้ตัวเสียแล้ว

“นะหนูขออยู่ด้วยย อ๊ากก!” คนตัวเล็กร้องลั่นเมื่อโดนพ่อเขกมะเหงกกลางหน้าผากอย่างแรง เธอบู้ปากด้วยความเจ็บมองสายตาดุของพ่อด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินตึงตังออกไป แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายมากก็ตามที่อดเห็นรูปร่างของชายคนนั้น

ตอน 2

Siren & Tier - 2

ผู้หญิงแกร่ง 

เช้าวันต่อมา

เทียร์ตื่นแต่เช้าเพื่อไปมหาวิทยาลัย ในตอนนี้เธอเป็นเด็กสาวปีที่ 4ของคณะสื่อสารมวลชนแล้ว เหลือเวลาแค่ 2 เดือนในการฝึกงานเธอก็จะเรียนจบอย่างสมบูรณ์ มือบางเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ชายคนนั้นอยู่อย่างแผ่วเบาเพื่อดูอาการ เขาสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีน้ำเงินซึ่งน่าจะเป็นเสื้อผ้าของพ่อ แม้ว่าอีกฝ่ายจะแต่งตัวธรรมดาขนาดนี้เธอก็ยังคิดว่าเขาดูดีมากอยู่เลย

เทียร์เดินเข้าไปช้าๆ มองใบหน้าหล่อที่หลับตาพริ้มก่อนจะนั่งลงสำรวจใบหน้าของเขาอีกครั้ง แผลบนหัวได้รับการรักษาเป็นอย่างดีแม้ว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาจะดูซีดกว่าปกติเล็กน้อยก็ตาม

“ออกไปนะไอ้ยุงบ้า” เธอปัดยุงด้วยความหงุดหงิดจ้องเขม็งไปยังยุงตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนปลายจมูกโด่งคมสันของอีกฝ่าย ใบหน้าของเธอก้มต่ำจ้องมองยุงตัวนั้นด้วยสายตาอาฆาตที่บังอาจมาดูดเลือดคนป่วย สองมือยกขึ้นหมายจะตบมันให้แหลกจนกระทั่ง

แปะ!

“เยสสำเร็จ!” ใบหน้าสวยเอ่ยด้วยความดีใจที่ตบยุงตัวนั้นได้สำเร็จเธอกางมือออกก่อนจะเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายลืมตาขึ้นมาและกำลังมองเธออยู่

“กรี๊ดดดดดด”

“อ๊ากกกกกก” เสียงร้องของทั้งสองทำให้ผู้เป็นพ่อที่กำลังทำกับข้าวอยู่หลังบ้านรีบวิ่งเข้ามาดูก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าลูกสาวของตัวเองกำลังโดนผู้ชายคนนั้นขึ้นคร่อมอยู่

“มึงทำอะไรลูกสาวกู ฮะไอ้หน้าหล่อนี่!” ตาคมมองชายมีอายุที่ถือมีดพร้อมแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนเขาตกใจรีบเด้งตัวกลับไปนั่งดีทันทีเป็นจังหวะเดียวกับที่เทียร์ค่อย ๆ ลุกขึ้นหลังจากที่โดนเขากระโจนใส่เพราะคิดว่าเธอจะมาทำร้ายตัวเอง

“พะพ่อใจเย็นก่อนเขาแค่ตกใจหนู” เทียร์เอ่ยบอกกับพ่อแล้วคว้ามีดที่อยู่ในมือของพ่อและวางมันให้ห่างตัว เธอมองพ่อที่เดินเข้าไปใกล้ผู้ชายคนนั้นก่อนถามขึ้น

“อาการเป็นยังไงบ้าง”

“พวกคุณเป็นใครครับแล้วที่นี่ที่ไหน” เทียร์มองใบหน้าหล่อที่พูดขึ้นเขาเบ้หน้าพลางจับไปที่หัวของตัวเอง

“ผมถามว่าอาการเป็นยังไงบ้าง” พ่อของเธอเอ่ยย้ำน้ำเสียงดุจนชายคนนั้นชะงักไปชั่วครู่ เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ

“เจ็บหัวนิดหน่อย..แค่นั้นครับ” พ่อพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับมาหาลูกสาวอีกครั้ง

“เดี๋ยวพาเขาออกมาทานข้าวด้วยแล้วกัน ลูกก็ถามเขาด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นบุคคลอันตรายก็รีบวิ่งออกมาบอกพ่อนะเข้าใจไหม?”

“ค่ะ!” เทียร์ตอบรับสั้น ๆ กับประโยคอันยาวเหยียดของพ่อตัวเองแล้วเดินไปหาอีกฝ่ายที่กำลังนั่งเหมือนนึกอะไรอยู่

“เอ่อไม่ทราบว่าคุณโดนอะไรมาหรือคะ” เธอเอ่ยถามอย่างสุภาพใบหน้าหล่อหันมามองเธอ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยมองเด็กสาวในชุดนักศึกษาผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอตรงสวยใบหน้าของเธอเล็กเท่ากำปั้นของเขา ตานิดจมูกหน่อยเรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงลุคน่ารักที่พร้อมจะแหลกคามือเขาได้เสมอ

“เธอช่วยฉันงั้นเหรอ?” เขาถามกลับอย่างแปลกใจ จำได้ว่าตัวเองกำลังเดินกลับบ้าน แต่โดนดักทำร้ายจนหมดสติไปทันทีตื่นมาก็มานอนอยู่ตรงนี้แล้ว

“ค่ะคุณมานอนสลบอยู่หน้าบ้าน ฉันเลยแบกคุณเข้ามา”

“แบก? ตัวเล็กๆ แบบนี้อะนะ?” เขาเอ่ยด้วยความประหลาดใจ หุ่นของเธอเพรียวบางแขนขาก็เล็กไปหมดแต่เธอสามารถแบกเขาที่มีน้ำหนัก70 เกือบ 80 กิโลกรัมได้เนี่ยนะเหลือเชื่อจริง ๆ

“ถึงหนูจะตัวเล็กแต่หนูแรงเยอะมากเลยนะคะ ดูนี่สิคิก ๆ” เธอพูดขึ้นแล้วถกแขนเสื้อเบ่งกล้ามแขนให้อีกฝ่ายดูอย่างโอ้อวด ใบหน้าหล่อตะลึงกับภาพที่เห็นแม้กล้ามแขนของเธอจะไม่ใหญ่มากแต่ก็รับรู้ได้ว่ามันเกิดขึ้นจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องจริง ๆ ก่อนจะนึกถึงคำพูดของลูกน้องที่เคยถามเขาเมื่อหลายวันก่อน

(สเป็กผู้หญิงของคุณไซเรนผู้แข็งแกร่งต้องเป็นแบบไหนหรือครับ)

(เอิ่ม..ก็คงจะเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งกว่าฉันน่ะนะ)

(ครับ? …มันจะมีผู้หญิงแบบนั้นที่ไหนกัน ก็มีแต่ผู้หญิงจากหนังมาร์เวลยอดมนุษย์เท่านั้นแหละ)

หรือว่าเขาจะเจอผู้หญิงคนนั้นแล้วหรือเปล่านะ ผู้หญิงที่แข็งแรงแม้จะตัวเล็กนิดเดียว ผู้หญิงที่ช่วยชีวิตเขาจากการโดนซุ่มโจมตี ผู้หญิงคนนี้…คือเธอสินะ ใบหน้าหล่ออมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะมองเทียร์ที่ส่งยิ้มให้เขาอย่างน่ารัก

ตอน 3

Siren & Tier 3

ทำความรู้จัก

“คุณชื่ออะไรเหรอคะ?” เทียร์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มในขณะที่มองคนตัวสูงนั่งกินข้าวฝีมือพ่อของเธอเงียบ ๆ

“เทียร์มีมารยาทหน่อย เขากินข้าวอยู่” ผู้เป็นพ่อเอ่ยดุลูกสาวกับการเสียมารยาทของเธอ ใบหน้าสวยเบ้ปากเล็กน้อยด้วยความไม่ชอบใจ เธอเพียงแค่อยากรู้ชื่ออีกฝ่ายแค่นั้น ไซเรนมองเธอเล็กน้อยก่อนยกยิ้มกับความน่ารักของเธอ

“ผมชื่อไซเรนครับ ขอโทษที่มาเป็นภาระ” ไซเรนเอ่ยตอบอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะกระดากปากเล็กน้อยก็ตามเพราะปกติพ่นคำหยาบออกมาแทบจะทุกประโยคแต่สำหรับผู้มีพระคุณทั้งสองเขาจะพูดเช่นนั้นไม่ได้

“ว้าวชื่อเท่มากเลยค่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นกับชื่อที่แปลกของอีกฝ่าย

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้” ไซเรนมองใบหน้าของชายมีอายุแต่ยังคงสุขุมเงียบ ๆ เขาวางช้อนหลังจากเริ่มอิ่มคิดในใจว่าโชคดีเหลือเกินที่ตัวเขาได้มาเจอสองคนนี้ หลังจากกลับไปเขาคงต้องรีบกลับมาตอบแทนให้อย่างงามเสียแล้ว

“ไม่ทราบว่าเสื้อผ้าของผม?” ไซเรนเอ่ยถามเทียร์จึงลุกขึ้นไปหยิบให้ทันทีเพราะเธอเป็นคนเอาเสื้อผ้าของอีกฝ่ายไปซัก ไซเรนรับเสื้อผ้าของตัวเองจากมือบางก่อนจะล้วงไปด้านในกระเป๋าเพื่อหามือถือติดต่อลูกน้องแต่ก็ไม่พบ

“คือว่ามือถือ..”

“ไม่มีนะคะ ตอนที่หนูเอาเสื้อผ้าไปซักในนั้นไม่มีอะไรเลย” เทียร์เอ่ยขึ้นเพราะก่อนจะเอาผ้าลงเครื่องก็เป็นปกติที่ต้องตรวจหาสิ่งของก่อนแต่ก็พบว่าไม่มีอะไรเลย ร่างสูงถอนหายใจเบา ๆ ไม่ใช่แค่โดนซุ่มโจมตีแต่ยังโดนปล้นอีกด้วย

“ไปแจ้งความไว้ก็ดีนะครับ” ไซเรนพยักหน้าตอบรับความเป็นห่วงของอีกฝ่ายแต่สำหรับเขาไม่จำเป็นต้องถึงมือตำรวจก็สามารถหาตัวคนร้ายได้เพียงไม่กี่วันแถมยังทำให้พวกมันไม่ต้องไปกินข้าวแดงในคุกแต่เปลี่ยนมาเป็นต้องทำบุญให้แทนถึงจะได้กินข้าวเสียมากกว่า

“หนูไปก่อนนะคะพ่อ”

“ไปก่อนนะครับ” ผู้เป็นพ่อมองลูกสาวและชายแปลกหน้าที่กำลังจะออกจากบ้านเมื่อเห็นว่าไปทางเดียวกันเลยให้ไปพร้อมกันเสียเลย ไซเรนมองชายมีอายุที่ควักเงินออกมายัดใส่มือของเขา

“เอาไว้กลับบ้านนะครับ” เขามองเงินในมือนิ่ง ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องให้ใครมาช่วยขนาดนี้ เขายิ้มอ่อนก่อนจะเอ่ย

“ขอบคุณครับไว้ผมจะกลับมาตอบแทนอย่างแน่นอน” เขาพูดขึ้นด้วยความสุภาพก่อนจะเดินจากไปโดยมีเทียร์เดินเคียงข้างไปด้วย

“ว่าแต่อายุเท่าไหร่เหรอคะ?” คนตัวเล็กเปิดประเด็นทันทีหลังจากเดินออกจากบ้านมาได้ไม่เท่าไหร่

“ปีนี้ก็ 29 แล้ว” เขาตอบอย่างไม่คิดอะไร ก่อนจะมองคนตัวเล็กที่เบิกตากว้างเล็กน้อย

“แต่หน้าคุณอ่อนกว่าอายุมากเลยค่ะ นึกว่าจะอายุใกล้ ๆ กันเสียอีก” เขายิ้มออกมาเล็กน้อยกับคำยอของเธอเทียร์ฉีกยิ้มสดใสให้เขาก่อนจะเดินต่อเงียบ ๆ

โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!

“หยุดเห่าเลยนะไอ้เฉาก๊วย” เทียร์เอ่ยเสียงดุมองหมาสีดำตัวโตที่เป็นหมาจรอยู่แถวนี้ ไซเรนมองหมาแล้วเบ้หน้าด้วยความไม่ชอบใจเพราะมีภูมิหลังที่ไม่ดีกับหมาเขาเคยโดนกัดตั้งแต่เด็กเลยเลี้ยงหมามาโดยตลอด

“กลัวหมาเหรอคะ..ไม่ต้องกลัวนะคะ มันแค่เห่า” เทียร์เอ่ยเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายที่ถอยหลังทุกครั้งเมื่อหมาเดินเข้าไปใกล้

“คะคือ..ช่วยไล่ไปหน่อยได้ไหม..” เขาเอ่ยอย่างขอร้องนี่เป็นจุดอ่อนเดียวที่เขามีในชีวิตนี้คือการกลัวหมานั่นเอง

“มาค่ะ หนูจะเดินคุ้มกันให้เอง” เทียร์เอ่ยอย่างมั่นใจแล้วเดินไปประชิดตัวไซเรนคอยกันหมาที่จะเข้ามาทักทายคนแปลกหน้า ไซเรนมองการกระทำของเธอด้วยความทึ่งในตอนนี้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอกำลังปกป้องผู้ชายอย่างเขาอีกแล้ว ใบหน้าหล่อยิ้มขำเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายไล่หมาตลอดทางทั้งยังเดินประชิดตัวเขาไม่ห่างจนกระทั่งหมามันเลิกตามไปเอง

“เฮ้ออ ไอ้เฉาก๊วยนี่ตื๊อไม่เลิกจริง ๆ” เทียร์เอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยใจกว่าที่มันจะยอมเลิกตามก็ทำเอาเธอต้องดุไปหลายต่อหลายครั้งทีเดียว ตอนนี้ทั้งคู่เดินมาถึงถนนใหญ่แล้ว

“ถ้างั้นหนูไปเรียนก่อนนะคะ” ไซเรนมองคนตัวเล็กที่เดินไปทางป้ายรถเมล์ มือบางยกขึ้นโบกลาเขาด้วยรอยยิ้มสดใส เขายกมือขึ้นโบกลาเธอเช่นกันมองคนตัวเล็กที่ขึ้นรถเมล์ไปแล้วยังไม่วายชะโงกหน้ามาคุยกับเขาต่อ

“อย่าลืมไปหาหมอด้วยนะคะ กลับบ้านปลอดภัยค่ะ” เขายืนยิ้มมองรถเมล์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับรอยยิ้มของเธอจนมันลับหายไปเขาเดินไปตามริมถนนก่อนจะเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้านของตัวเองบ้าง

“เอ่อ..คุณลูกค้าใช่ทางนี้แน่ ๆ ใช่ไหมครับ” ไซเรนมองคนขับแท็กซี่ที่เอ่ยขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เขาไม่แปลกใจหรอกเพราะคนที่จะเข้ามาถนนนี้ได้ต้องได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น ไซเรนไม่ตอบก่อนจะมองสองข้างทางที่มีแต่ป่าแต่อีกไม่นานภาพตรงหน้าก็จะกลายเป็นสวรรค์ของความสวยงาม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED