ตอน 1

เธอทั้งดื้อทั้งซน และเขาก็บอกตัวเองว่า จะกำราบเธอให้อยู่หมัด

------------

ใบหน้าน่ารักที่เชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่งถือดี และไม่มีท่าทีสะทกสะท้านต่อคำบอกคำสอนใดๆ นั้น แทบจะทำให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ทะยานเข้าไปฉุดให้ลุกขึ้นยืนและฟาดไม้เรียวลงบนสะโพกงอนๆ งามๆ สักสองสามที เผื่อแม่ตัวดีจะสำนึกอะไรขึ้นมาได้บ้าง ไม่ใช่มีแต่หาเรื่องหาราวให้เขากับภรรยาต้องปวดเศียรเวียนเกล้าหลายครั้งหลายคราอยู่แบบนี้

นนท์ สิริลดาวงศ์ เป็นคุณพ่อวัยเกือบกลางคนที่ยังคงหนุ่มแน่นของเด็กสาวคนที่กำลังนั่งกอดอกอยู่ตรงหน้า ยัยตัวแสบของเขากลอกตาไปมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างน่าตีมากๆ

ทั้งที่เขาไม่เคยเลี้ยงดูแบบตามใจอะไรมากเลยสักนิด แต่ทำไมยัยลูกบังเกิดเกล้าคนนี้ถึงได้ดื้อรั้น ไม่ฟังใคร เอาแต่ใจ แถมยังเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่แบบสุดๆ อีกต่างหาก

เชื่อเถอะว่าถ้า นิตยา ภรรยาคนสวยของเขา กลับมาจากข้างนอกแล้วได้รู้เรื่องราวที่ลูกสาวสุดที่รักไปก่อเอาไว้ คงได้เป็นลมล้มพับไปแน่ๆ

“ที่พ่อพูดพ่อบอกไปเนี่ย เราไม่สนใจฟังเลยใช่มั้ยหนูนุ่ม”

ผู้ชายอบอุ่นที่สุดของบ้านเอ่ยถามอย่างระงับอารมณ์ฉุนเฉียว แน่นอนว่าโดยพื้นฐานนิสัย เขาไม่ใช่คนใจเย็นอะไรมากมาย เพราะอย่างนั้นเชื้อใจร้อนและเจ้าอารมณ์จึงถ่ายทอดไปยังสายเลือดคนนี้ได้เต็มที่ เรียกว่าเต็มที่เกินไปด้วยซ้ำ

“นุ่มฟังค่ะ ก็คุณพ่อบังคับให้นุ่มนั่งฟังนิ่งๆ ไม่ให้เถียง ไม่ให้ไปไหน แล้วคุณพ่อจะมาว่านุ่มไม่ตั้งใจฟังทำไมคะ”

หนูนุ่ม หรือ นางสาวนิรดา สิริลดาวงศ์ วัยสิบแปดปี เถียงออกมาในที่สุด หลังจากนั่งฟังพระบิดาเทศนาไปหลายกัณฑ์

“แล้วจะปรับตัวใหม่มั้ย รับปากพ่อก่อนว่าจะไม่ทำอะไรไม่เข้าท่าแบบนี้อีก”

“นุ่มไม่รับปากอะไรทั้งนั้นค่ะ ถ้าใครกล้ามาหือหรือรังแกนุ่ม นุ่มไม่ปล่อยมันไว้ทั้งนั้น”

สาวน้อยคนงามเริ่มหน้าบูดเป็นตูดเป็ดเมื่อถูกตำหนิซ้ำๆ ซากๆ ในสิ่งที่เธอคิดว่าไม่ได้เป็นความผิดของตนทั้งหมด หรือหากจะผิด เธอก็ไม่ชอบเลยสักนิดที่จะต้องโดนดุ แม้ท่าทีจะยียวนเหมือนไม่ได้เกรงกลัวบทลงโทษของบิดา แต่ทว่าในใจนั้นลุ้นยิ่งกว่าผลสอบโอเน็ต

แอบปรายสายตามองไปยังไม้เรียวที่ถูกเก็บไว้ในซอกหนึ่งของห้องรับแขกเป็นระยะ ภาวนาว่าขอพ่ออย่าได้เดินไปหยิบมันมาวางใกล้เธอเลย

“หนูนุ่ม...พ่อเตือนเราแล้วนะ” เสียงบิดาเย็นยะเยือกจนขนบนผิวกายบางใสลุกซู่

ไอ้กลัวก็กลัวอยู่ แต่จะให้ยอมแพ้แม่สาวน้อยก็คิดหนัก เธอไม่ได้เป็นคนผิดก่อนจริงๆ นี่ ที่ทำไปน่ะมันสมควรแล้ว

“ถ้าคุณพ่อจะตีนุ่ม ก็ตีเลยค่ะ ยังไงนุ่มก็จะไม่สำนึก และไม่มีทางไปขอโทษมันด้วย นุ่มไม่ผิด” ลองเสี่ยงดู จ้างให้พ่อก็ไม่กล้าตีหรอก ไม้เรียวมีไว้แค่ใช้ขู่หรอกน่า แต่ดูท่า…เธอคงคิดผิด

ร่างสูงผุดลุกขึ้น เดินลิ่วๆ ไปฉวยไม้เรียวยาวขนาดใหญ่เท่าสายไฟเตารีดแล้วเดินกลับมาทันที ใบหน้าที่ยังมีเค้าความหล่อเหลาไม่จาง แดงก่ำด้วยถึงซึ่งจุดเดือด เขาไม่คิดเลยว่าลูกสาวสุดที่รักที่ใครต่างมองว่าเป็นสาวน้อยบริสุทธิ์แสนดีจะร้ายกาจและแย่ถึงเพียงนี้ ทั้งที่มีพ่อและแม่คอยสั่งสอนสิ่งดีๆ เสมอมา

“ลุกขึ้นมา ในเมื่อพูดไม่ฟัง พ่อก็จะไม่ใจดีกับเราอีก”

เสียงประกาศิตที่เอ่ยกร้าวออกมา ทำให้ใบหน้าที่เชิดอยู่ก่อนนั้นหดลงจนเหลือไม่ถึงสองนิ้ว เอาจริงหรือนี่!

“พ่อบอกให้ลุกขึ้น!” นนท์ประกาศกร้าว ความโมโหโกรธาที่เลี้ยงลูกไม่ได้ดั่งใจ ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความเจ็บปวดในหัวอกพ่อ ที่รู้สึกว่าตนเลี้ยงลูกมาได้ไม่ดีพอ นิรดาจึงก่อปัญหาให้ตามแก้ไม่จบไม่สิ้น

ผลัวะ! ผลัวะ! ผลัวะ!

ตอน 2

เสียงไม้เรียวดังสนั่นยามกระทบกับกระโปรงนักเรียนมัธยมติดกันสามครั้งซ้อน จากหลักฐานเป็นน้ำใสๆ ที่ไหลเปื้อนแก้มขาว คงเป็นคำตอบได้ดีว่าแรงทั้งหมดที่มีของบิดาใส่มาไม่ยั้ง

นนท์อยากจะลงโทษมากกว่านั้น แต่ครั้นเห็นร่างน้อยยืนนิ่ง ไม่มีกระทั่งเสียงสะอื้นหรืออ้อนวอนแม้น้ำตาจะไหลบ่าไม่หยุด ก็สงสารจับใจ

นานแล้วที่เขาไม่ได้ออกแรงตีนิรดาจนสุดกำลังแบบนี้ ทุกๆ ครั้งที่เคยลงโทษ ก็ตีเบาะๆ เพียงทีสองที แค่นั้นแม่ตัวดีก็ร้องจ้า บีบน้ำตาเสียงอ่อนเสียงหวาน และนั่นก็ทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขาใจอ่อนไปเสียทุกรอบ

แต่ครั้งนี้สาวน้อยควรจะได้เรียนรู้ความเจ็บปวดบ้าง จากการกระทำที่ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สมควรแล้วที่ต้องโดนลงโทษ ซึ่งแค่นี้ยังน้อยไป เห็นทีเขาต้องหาวิธีกำราบให้อยู่หมัดเสียแล้ว…

ยิ่งได้รับฟังคำพูดที่บอกเล่าออกจากปากหนาหยักของสามีสุดที่รักเท่าไหร่ นางนิตยา สิริลดาวงศ์ ก็ยิ่งหน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ เท่านั้น ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสาวที่รักปานแก้วตาดวงใจจะร้ายกาจขนาดนี้

ที่ผ่านมาทั้งเธอและสามีคอยอบรมเลี้ยงดูฟูมฟักด้วยความทะนุถนอม ลิ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม อะไรดีอะไรผิดก็ค่อยๆ บอก ค่อยๆ สอนมาโดยตลอด

ไม่นึกว่าแม่หนูนิรดา ที่ฉากหน้าแสนเรียบร้อย นิ่งเฉย และอ่อนหวาน จะกลายเป็นสาวห้าว ทโมน หัวแข็ง ไม่ยอมใคร จนถึงขั้นลงไม้ลงมือไปเสียได้

“แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้างคะนนท์” นิตยาถามสามีถึงนักเรียนหญิงคู่อริกับนิรดา ที่มีปัญหากันจนฝ่ายนั้นโดนนิรดาต่อยคว่ำเสียแก้มช้ำ

“เขาก็ไปฟ้องพ่อแม่เขาให้มาเอาผิดกับลูกเราน่ะสิ อาจารย์ประจำชั้นเพิ่งโทรมาบอก พรุ่งนี้คุณกับผมก็ต้องไปที่โรงเรียนเพื่อไปตกลงกับเขาให้เรียบร้อย พายัยตัวดีไปขอโทษเขาซะ เรื่องจะได้จบๆ แล้วเดี๋ยวก็ต้องช่วยค่ารักษาพยาบาลให้น้องคนนั้นด้วย เห็นอาจารย์เขาบอกว่าหน้าบวมเขียวเลย ดีที่ลูกเขาไม่ฟันหักหรือเป็นอะไรไปมากกว่านั้น”

“โธ่ ไม่น่าเลยนะคะ ทำไมหนูนุ่มถึงได้เกเรแบบนี้ไปได้”

แม้ไม่ได้เห็นด้วยสายตา แต่ก็เชื่อว่าคงไม่มีใครกุเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นมาใส่ร้ายลูกสาวเธอหรอก

ลองว่าอาจารย์ประจำชั้นโทรศัพท์มาต่อว่าเองแบบนี้ คงเข้าขั้นความผิดร้ายแรงเลยทีเดียว โทษฐานทะเลาะวิวาทในสถานศึกษา ทั้งยังเป็นผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ งามหน้านักเชียว เฮ้อ นี่ล่ะนะที่โบราณเขาว่า มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน

ซ้ำร้ายกว่านั้น ยังมีเรื่องกันในวันสอบวันสุดท้ายอีกต่างหาก ฟังจากที่สามีเล่าก่อนหน้า เหมือนว่านิรดาและเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมห้องคนนี้จะไม่ค่อยลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร เป็นคู่แข่งกันทั้งเรื่องเรียนและกีฬามาตั้งแต่มัธยมต้น

แต่จุดแตกหักและกลายเป็นรอยร้าวที่สร้างความเป็นศัตรูถาวรให้แก่คนทั้งคู่ เกิดจากการที่พี่ชายของนักเรียนหญิงคนนั้นมีท่าทีชอบพอในตัวของนิรดา ซึ่งเขาแสดงออกชัดเจนมากเมื่อตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก และตอนนั้นนิรดาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า

นั่นสร้างความไม่พอใจให้แก่เพื่อนนักเรียนหญิงร่วมห้องที่หวงพี่ชายคนเดียวมาแต่ไหนแต่ไร เจ้าหล่อนต่อว่าต่อขานอะไรนิรดาในวันสอบวันสุดท้ายก็ไม่ทราบ ถึงทำให้นิรดาฟิวส์ขาดจนลงไม้ลงมือ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีการปะทะคารมกันเป็นประจำ แต่ไม่เห็นว่าจะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ ออกแนวต่อล้อต่อเถียงกันตามประสาเด็กมากกว่า

แต่ปัญหาจากที่ไปที่มาทั้งหมด มันก็กลายมาเป็นเรื่องที่ทำให้พ่อกับแม่ของนิรดาต้องมานั่งปวดหัวอยู่ตอนนี้ คิดไม่ตกว่าฝ่ายตรงข้ามจะเอาเรื่องอย่างไร อีกทั้งลูกสาวตัวน้อยที่โดนทำโทษไปนั่นเล่า ตอนนี้ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องคนเดียวนับชั่วโมงแล้ว

“แต่จริงๆ แล้ว นนท์ไม่น่าตีลูกแรงขนาดนั้นเลยนะคะ บางทีลูกอาจจะมีเหตุผลหรือไม่ได้ตั้งใจให้มีเรื่องแบบนั้นก็ได้”

“นิด…เอาอีกแล้วนะ” ผู้เป็นสามีท้วงเสียงต่ำ ทำให้อีกฝ่ายรีบก้มหน้าก้มตาหลบอย่างหงอยๆ

แต่ไหนแต่ไรมา ผู้เป็นภรรยาก็รักลูกมาก แม้ต่อหน้าลูก เธอจะไม่ได้แสดงออกถึงอาการตามใจ แต่พอมีเรื่องมีราวอะไรขึ้นมาเมื่อไหร่ เป็นได้แย้งเขาเรื่องลงโทษลูกทุกที

แต่กระนั้นก็ไม่สามารถห้ามผู้เป็นสามีอย่างนนท์ได้ เพราะเขาถือคติว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี จะได้ไม่มีใครมาด่าว่าลูกเขาเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่สั่งสอน

เหมือนอย่างตอนนี้ ใครที่ได้รู้กิตติศัพท์ของนิรดาจากเรื่องที่เกิดขึ้น คงกำลังคิดด่าเขาหรือภรรยาอยู่บ้างแล้วล่ะ ว่าสอนลูกยังไงถึงได้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

ตอน 3

“ยัยนิ่มเป็นยังไงบ้าง หมอบอกว่ายังไง”

นนท์เปลี่ยนเรื่องถามถึงลูกสาวอีกคน เมื่อมองออกไปยังหน้าบ้านผ่านช่องหน้าต่าง เห็นร่างเล็กผอมได้สัดส่วนแต่ติดจะมีเนื้อหนังมังสาเต็มตึงแต่ไม่ถึงขั้นอวบอ้วน สูงราวหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแปลงดอกคุณนายตื่นสายที่เจ้าตัวชอบพรวนดินเล่นอยู่เป็นประจำ

“ก็ปกติดีค่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพียงแต่ต้องให้กินยาสม่ำเสมอเพื่อระวังอาการเหม่อลอยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ”

“อืม ดีแล้วล่ะ…เหนื่อยหรือเปล่า”

มือหนาเอื้อมไปจับมือบางที่ประสานกันอยู่บนตักขึ้นมาแนบกับใบหน้าที่ยังคงหล่อคมไม่เสื่อมคลาย แม้วัยจะล่วงเลยมาจนสี่สิบสี่ปีแล้วก็ตาม

โชคดีที่ทั้งคู่มีลูกทันทีหลังแต่งงาน เรียกได้ว่ามีลูกทันใช้ แต่บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าจะได้ใช้ลูกจริงๆ หรือเปล่า คนที่เพิ่งเป็นประเด็นก็ดื้อเกินใคร อีกคนที่อยู่หน้าบ้านก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราว ไม่ต่างจากเด็กเล็กๆ สักเท่าไหร่

“ทำไมนนท์ถามแบบนี้ล่ะคะ นิดไม่เคยเหนื่อยเลย แค่มีคุณกับลูก นิดก็มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ” ใบหน้าสวยผ่องซึ่งเป็นต้นแบบของความงามอ่อนหวานของบุตรสาวทั้งสอง บอกสามีด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ที่ไม่ว่าจะผ่านทุกข์ผ่านสุขมามากแค่ไหน เธอก็ยังคงมีรอยยิ้มและกำลังใจให้เขาไม่เปลี่ยนแปลง

“ผมก็เหมือนกัน”

ชายหนุ่มดึงแขนเล็กเข้ามาใกล้ ก่อนจะกดศีรษะเล็กให้แนบอยู่กับอกด้วยความตื้นตันใจ เช่นเดียวกับภรรยาที่เต็มใจซุกซบลงซึมซับความอบอุ่นจากกายเขา เหมือนอย่างที่เคยได้รับตลอดมา

ท่ามกลางวันเวลาที่เปลี่ยนไป แต่หัวใจและความรักของคนทั้งคู่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้ชีวิตต้องเจอกับโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ถาโถมเข้ามาพิสูจน์ และถูกลมพายุพัดกระหน่ำไม่ต่างจากต้นไม้ใบหญ้าที่ชูก้านท้าแรงลมจนไหวเอน แต่ทั้งสองก็จับจูงฝ่าฟันกันมาได้ และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป…

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูที่ดังอยู่ด้านนอก ทำให้ร่างเล็กดีดผึงขึ้นจากที่นอนด้วยความหงุดหงิด

ใครอีกล่ะ

เสียงเล็กๆ คิดอยู่ภายในใจ แต่ครั้นคิดได้ว่าไม่ไปดูก็ไม่รู้ เท้าเรียวเล็กจึงก้าวลงจากเตียง แล้วก้าวอาดๆ ไปยังประตู

นิรดาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบกับใบหน้าสวยใสมองเผินๆ ราวพิมพ์เดียวกันกับเธอ ไม่ต่างจากฝาแฝด แต่แท้ที่จริงแล้ว คนตรงหน้าเป็นพี่สาวที่อายุแก่กว่าหนึ่งปี กระนั้นทั้งคู่ก็สนิทสนมกันแบบเพื่อนมากกว่าจะเป็นพี่น้องกัน

“หนูนุ่มทำไมไม่เปลี่ยนชุดลงไปข้างล่างล่ะ จะได้ไปเล่นด้วยกัน”

นิรดาถอนหายใจกับความคิดของพี่สาว ที่ไม่ว่ายังไงก็ห่วงเล่นไม่ต่างจากเด็กเล็กๆ โหยหาความสนุกซนๆ เมื่อไหร่ นางสาวนิรตา สิริลดาวงศ์ จะคิดได้บ้างว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แล้ว

“หนูนิ่มไปเล่นคนเดียวเหอะ นุ่มไม่มีอารมณ์”

“ทำไมอะ แล้วพี่จะเล่นกับใคร ถ้าหนูนุ่มไม่เล่นด้วย” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ และท่าทางจะซักไซ้ไล่เรียงคนไม่มีอารมณ์ไปอีกยาว

“เซ็ง” นิรดาตอบ พลางถอนหายใจอย่างเบื่อๆ โดยไม่เก็บอาการสักนิด

“เซ็งอะไรเหรอ”

“โอ๊ย หนูนิ่มอย่าเพิ่งมาถามอะไรนุ่มตอนนี้ได้มั้ย นุ่มบอกว่าเซ็งก็เซ็งสิ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”

“โอเคๆ พี่ไม่กวนแล้วก็ได้ แต่หนูนุ่มต้องลงไปข้างล่างกับพี่นะ เราจะได้ตีแบดกัน”

คนบอกว่าไม่กวนแล้ว แต่กลับเชิญชวนในสิ่งที่อีกคนไม่ได้อยากจะทำกิจกรรมด้วยเลยสักนิด

ตกลงว่าพี่สาวสมองนิ่มสมชื่อเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดจริงๆ มั้ยเนี่ย!

“ไว้พรุ่งนี้ละกัน นุ่มเล่นไม่ไหวแล้ววันนี้ เจ็บก้นไปหมดแล้ว”

นิรดาอธิบายพลางลูบก้นตัวเองป้อยๆ ยังแสบร้อนไม่หายแม้จะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม

คิดแล้วก็น้อยใจคนลงโทษเธอยิ่งนัก คุณพ่อใจร้าย แค่นี้ก็ต้องตีกันจนสุดแรงด้วย เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ยัยคนนั้นมันปากไม่ดีเองที่มาดูถูกหาว่าเธอไปอ่อยพี่ชายตัวเอง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED