“ธานินทร์ คุณกีรยาเช็กอินเข้าพักหรือยัง" เควินเอ่ยถาม
ดวงตายังจับจ้องอยู่กับแฟ้มประวัติของหญิงสาวผู้ถูกถามถึงที่ พริ้นต์ออกมาอ่านมาซ้ำไปซ้ำมาเป็นครั้งที่สามที่สี่ตั้งแต่ได้รับอีเมล์จากทางนิตยสารไดมอนสตาร์ ที่เขาได้ขอรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและภาพของเธอเพิ่มมา จึงได้รับรู้ว่าเธอเป็นญาติผู้น้องของมิสซิสเฌอมาลย์(วีรากิตติ์)ลี บรรณาธิการบริหาร
ระหว่างเรียนปริญญาโทเธอมีผลงานดีเด่นสองสามชิ้นเป็น สารคดีท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมวัฒนธรรม งานสัมภาษณ์บุคคลสำคัญทางธุรกิจทางเอเชียสองรายและรายล่าสุดเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ทางกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและเพิ่งเข้าทำงานเป็นนักเขียนคอลัมน์พิเศษให้แก่นิตยสารไดมอนสตาร์ที่เขาเลือกมาเป็นผู้สัมภาษณ์
“ครึ่งชั่วโมงแล้วครับ มีเพื่อนติดตามมาสองคน”
ธานนินทร์ผู้จัดการโรงแรมรับคำสั่งให้ส่งคนขับรถประจำตัวเจ้านายไปรับ กีรยา วีรากิตติ์ มาจากสนามบิน และได้รับรายงานการเข้าเช็กอินจากผู้ช่วยของเขาที่แจ้งว่ามีเพื่อนสาวสองคนติดตามมาด้วย
“มีเพื่อนมาด้วยหรือ ผู้หญิงหรือผู้ชาย" ใบหน้าที่เงยขวับจากแฟ้มเอกสารเคร่งขึ้นทันที
เควินเคยได้ยินเรื่องเล่าจากเพื่อนนักธุรกิจโรงแรมอย่างเขาหลายรายเกี่ยวกับผู้ขอเข้าสัมภาษณ์ ส่วนมากจะพาเพื่อนสนิทเป็นสตรีหรือบุรุษติดตามมาด้วย เพราะรู้ว่าทางโรงแรมของพวกเขาจัดบริการฟรีทุกอย่างต้อนรับ บางรายถึงกับพาครอบครัวติดตามมาก็มี
“เพื่อนสตรีขอครับ”
“สตรี สตรีแบบไหน”
“แบบปกติครับ แต่งเนื้อแต่งตัวดีมีสไตล์และมารยาทสังคมดีเหมือนกับสตรีทั่วไป”
ผู้ถูกถามอมยิ้มกับคำตอบของตัวเอง พลางมองหน้าคนถามอย่างสงสัยใคร่รู้ ดูเจ้านายจะสนใจคุณกีรยาเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะจัดที่พักพิเศษเป็นบ้านรีสอร์ตรับรองไว้แล้ว ยังสั่งให้คนขับประจำตัวนำรถวีไอพีที่จะนำออกใช้เฉพาะบุคคลสำคัญไปรับมาจากสนามบิน และสีหน้าเปลี่ยนเหมือนกับโล่งใจกับคำรายงานเกี่ยวกับเพื่อนสตรีที่ติดตามมา
“พูดอย่างกับตาเห็นเชียวนะ" ผู้กล่าวเริ่มยิ้มออก
“มิได้ครับเจ้านาย ผมได้ข้อมูลมาจากผู้ช่วยของผมอีกที" คนตอบยอมรับหน้าตาเฉย เพราะเขาซักถามหาข้อมูลมาอย่างละเอียด
“ดีมาก" คนชมยิ้มอารมณ์ดีขึ้น
“เอ้อ...แต่คุณกีรยาปฏิเสธจะรับบริการฟรีจากทางโรงแรมครับ บอกว่ามีเพื่อนเดินทางมาร่วมเข้าพักอีกสองคนจึงขอจ่ายค่าที่พักและอาหารเองตามปกติ" ธานินทร์รายงาน
เขาเองก็แปลกใจไม่ต่างจากสีหน้าของคนฟังเพราะปกติไม่มีใครเคยเอ่ยปากปฏิเสธบริการฟรีของทางโรงแรมเหมือนหญิงสาวกลุ่มนี้
“ถ้าเธออยากอวดมั่งอวดมีก็ตามใจ" ว่าประชดประชันทั้งน้ำเสียงคำพูด ไม่พอใจที่กีรยาปฏิเสธสิ่งที่เขายินดีมอบให้ แม้เธอจะพาเพื่อนมาอีกสองคน เขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะโรงแรมแห่งนี้กำลังทำเงินให้เขามากขึ้นทุกวัน
“มิได้ครับ เพื่อนของเธอที่ชื่อ บุษบากร โทณวิบุลย์ทรัพย์ ขอลงชื่อเป็นผู้เข้าพัก และแจ้งความจำนงจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง" ธานินทร์กล่าวรายงานพร้อมส่งแฟ้มเอกสารให้เจ้านายดูรายนามผู้ลงชื่อเข้าพัก
“มาเข้าพักสองคืนเองหรือ”
“ใช่ครับ คืนวันนี้กับคืนวันเสาร์ และจะเช็กเอ้าท์บ่ายวันอาทิตย์ครับ”
“อืม...ให้ผู้จัดการฝ่ายการเงินใช้โปรโมชั่นกรณีพิเศษของเราลดค่าใช้จ่ายให้สามสิบเปอร์เซ็นต์ก็แล้วกัน”
“ได้ครับ”
“ส่วนเรื่องการสัมภาษณ์ ถ้าคุณกีรยาสอบถามมาก็บอกว่าผมจะแจ้งวันเวลาให้ทราบอีกที”
เควินจบการสนทนาด้วยการปิดแฟ้มประวัติคนขอเข้าสัมภาษณ์ แล้วเดินไปยืนมองออกทางนอกหน้าต่าง พลางคิดว่าท้องฟ้ายามพลบค่ำวันนี้ดูสีสวยกว่าทุกวัน ดวงอาทิตย์ยอแสงสีแดงส้มเสมือนภาพดวงไฟกลมโตที่กำลังจมลงสู่มหานที แผ่รัศมีสุกสว่างสู่ท้องฟ้าและท้องน้ำเป็นสีเดียวกัน
เควินนึกเห็นใบหน้าหญิงสาวสวยนาม กีรยา วีรากิตติ์ ปรากฏเด่นชัดขึ้นในใจ เขาได้พบหญิงสาวสวยมามากมาย แต่ไม่เคยติดตาตรึงใจผู้หญิงคนใดเท่าผู้หญิงคนนี้ ...ชอบ...เป็นสิ่งแรกที่เขารู้สึกต่อเจ้าของรูปภาพ อยากเห็นตัวจริงว่าสวยงามเพียงใด แค่ได้เห็นเพียงภาพถ่ายก็หลงใหลได้ปลื้มไม่อาจลืมเลือน ถ้าจะเปรียบเธอเป็นดอกไม้ เธอก็เป็นเสมือนดอกไม้งามอุดมน้ำหวานโอชะยั่วตายั่วใจให้หมู่ภมรลิ้มลอง และเขาก็เป็นภมรหนุ่มผู้ต้องการลิ้มรสหวานอันยั่วยวนชวนซ่านใจนั้น
“เฮ้...นังกากี...ทางนี้...”
กีรยาหันมองตามเสียงเรียกจากสองเพื่อนสาว เห็นกำลังโบกมือไหวๆก็หันกลับรีบเดินเร็วเข้าไปหา โดยตกเป็นเป้าสายตาของหญิงชายหลายสิบคู่ในห้องอาหารโรงแรมหรูสไตล์โมร็อกโคที่จัดบริการลูกค้าออกเป็นสองฟากคือฟากหนึ่งเป็นบริการแบบบุฟเฟ่ต์มีอาหารไทยกับอาหารฝรั่งกินง่ายๆให้เลือกตักกันตามอัธยาศัย และแบบอาหารสั่งตามเมนูสไตล์โมร็อกโค มีโต๊ะโก้หรูสวยงามให้นั่งมองวิวทิวทัศน์ท้องทะเลที่เป็นส่วนตัวได้มากกว่า แต่กีรยาเดินเข้ามาผิดทางจากการเดาใจผิดคิดว่าสองเพื่อนสาวจะเลือกกินอาหารที่ตักเอาตามใจชอบทางฝั่งบุฟเฟต์ตามที่สองสาวมักทำอยู่บ่อยๆ
ขณะที่กีรยาเดินฝ่าฝูงชนขวักไขว่กลับออกมาหางตาได้เห็นคนไทยหลายกลุ่มหันมอง แล้วป้องปากกระซิบกระซาบพากันหัวเราะขำขัน แม้จะเป็นลักษณะอาการอันคุ้นชินยามถูกเพื่อนแกล้งขานชื่อ...กากี...ชื่อเรียกเล่นของกลุ่มเพื่อนเสียงดังให้คนรอบข้างได้ยิน แต่ก็ยังรู้สึกประหม่าอายจนเดินสะดุดขาตัวเอง
“...อุ๊ย...”
กีรยาเซถลาเข้าหาบุรุษร่างสูงที่เผอิญเดินเข้ามาตรงหน้าพอดีและชนเข้าอย่างจังเพราะยั้งตัวไม่อยู่ จากที่อายอยู่แล้วก็ยิ่งอายมากขึ้น
“โอ๊ะ...เกือบไปแล้ว”
คนตัวสูงใหญ่ต้องจับคว้าร่างอรชรที่เซซุนเข้าหากอดประคองเอาไว้ในอ้อมแขนเพื่อกันไม่ให้ล้มลงหน้าคะมำ พลันได้เห็นใบหน้าชัดเจนก็จดจำได้...ตัวจริงสวยกว่าในรูปตั้งเยอะ...เขาคิดขณะใจเต้นระทึก นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอะเจอตัวหญิงสาวที่เขาสนใจก่อนวันนัดหมาย
“เอ้อ...ขอ...ขอโทษค่ะ" กีรยาบอกละล่ำละลัก แม้จะสะดุดหูกับน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่ได้ยินภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำจากหนุ่มร่างสูงเกินมาตรฐานชายไทย แต่ก็อับอายจนไม่กล้ามองหน้าสบตา เพียงหางตาก็เห็นแล้วว่าเขาหล่อเข้มคมคาย และอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบรอบตัวก็ทำให้ใจเต้นแรง
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" น้ำเสียงห่วงใจดึงสายตากีรยาให้มองสบนัยน์ตาคมลึกล้ำสีน้ำเงินเข้มแฝงประกายขบขันเปี่ยมเสน่ห์ราวกับถูกมนต์สะกด
แต่มนต์สะกดวับหายฉับพลันกับการจดจำได้ว่าผู้ที่กอดเธอไว้ในอ้อมแขนเป็นใคร...เควิน โมเลย์วิด...ประธานกรรมการบริหารโรงแรม หรือพูดง่ายๆก็คือ เจ้าของโรงแรมแห่งนี้ และทำให้กีรยาตื่นเต้นจนตัวสั่น
...เขาจำเธอได้ไหม...เป็นคำถามในใจกีรยา
...ไม่น่าจะได้ เธอกับเขาต่างเคยเห็นกันเพียงรูปถ่ายเท่านั้น และเธอก็ไม่ใช่คนสำคัญที่เขาจะจดจำ...คิดได้อย่างนี้กีรยาก็โล่งใจ
แต่ดวงตาคมของเขากลับก่อให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด ดวงตาคมคู่นี้สามารถกระตุกหัวใจกีรยาให้สั่นหวั่นไหว และต้องประหลาดใจมากขึ้นเมื่อเนื้อตัวที่แนบชิดติดกันก่อให้เกิดอาการวาบหวามสนองตอบสัมผัสจากอ้อมแขนแข็งแรงอบอุ่นและทำให้กีรยาเกิดอาการประหม่าอายแทบพูดไม่เป็น
“ไม่...ไม่เป็นไรค่ะ" กีรยาเค้นเสียงออกมาอย่างยากเย็น ตะลึงมองปากรูปส่วยที่คลี่ยิ้มทีละน้อยด้วยความรู้สึกที่เกิดขึ้นฉับพลัน...ปากน่าจูบจัง...
ความรู้สึกของกีรยาไม่ต่างจากเจ้าของปากรูปสวย เขามองเรือนร่างอรชรในอ้อมแขนด้วยสายตาอยากจะกลืนกิน ในเสี้ยววินาทีแรกที่จดจำหญิงสาวได้ เควินก็รู้ทันทีว่า...กีรยาเป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวที่เขาต้องการและเฝ้าฝันหามานาน...จากประสบการณ์ที่พบผู้หญิงมามากมายไม่เคยถูกใจประทับใจใครมากเท่านี้ กีรยามีทุกสิ่งที่เขาต้องการ คือ งดงามจากผลิตผลทางธรรมชาติที่ไม่ได้แต่งเติมด้วยของแปลกปลอม
ใบหน้ากึ่งรูปหัวใจของกรียาถูกจัดวางคิ้วตาจมูกปากรับหน้าผากคางมนอย่างเหมาะเจาะ เครื่องหน้าทุกส่วนสวยเด่นไม่มีที่ติ ดวงตากลมโตล้อมด้วยแพขนตายาวงอน จมูกโด่งพองาม ผิวแก้มนวลแดงระเรื่อด้วยเลือดฝาดของวัยสาว ปากจิ้มลิ้มสีกุหลาบเต็มอิ่มน่าจูบและเนื้อตัวก็น่าเสน่หาเกินใคร
“เอ้อ...ขอบคุณค่ะ" กีรยาดันตัวออกห่าง เคอะเขินจนหน้าตาเนื้อตัวร้อนผ่าวๆ
“ไม่เป็นไร" เขาตอบสั้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแบบเก่า
เมื่อได้รับอิสระจากอ้อมแขนแข็งแรงของอีกฝ่าย กีรยาก็รีบเดินเลี่ยงจากมาด้วยอาการเนื้อตัวสะบัดร้อนสะบัดหนาว โดยพยายามก้าวไปข้างหน้าอย่างคงมั่นกันการสะดุดให้ต้องอับอายขายหน้าซ้ำสอง