ตอนที่ 2 สลับร่าง / เฮียมังกร
@มังกร
เหตุการณ์ก่อนหน้า
ผมมางานแต่งโดยถูกเชิญให้มา ในขณะที่กำลังนั่งดื่มกับเพื่อนร่วมโต๊ะอยู่นั้น อยู่ๆผมก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาจึงเดินไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำกับหอประชุมตรงที่จัดงานมันดันอยู่ไกลกัน อยู่ๆเม็ดฝนก็เกิดปรอยลงมา ผมรีบก้มหน้าเดินเพื่อจะได้ถึงห้องน้ำเร็วๆแต่อยู่ๆในระหว่างนั้น...
“ปัก! ว๊าย!! ตุบ!” ผมกำลังจะล้ม สัญชาตญาณทำให้ผมเลือกที่จะคว้าเอาเธอลงมาด้วย จากนั้นริมฝีปากของเราก็ประกบกัน แรงกระแทกทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของผม
“อี๋!! ลุกออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” แต่!ผมเกิดได้ยินเสียงตัวเองทั้งๆที่ยังไม่ได้พูด ผมจึงค่อยๆตั้งสติ...เกิดอะไรขึ้น?
ทำไมผมถึงเห็นตัวเองยืนอยู่ตรงหน้า ผมเริ่มก้มหน้าสำรวจตัวเอง...จับเข้ามับ! ที่หน้าอกทั้งสองข้าง มีนม...แถมยังสวมกระโปรง รองเท้าส้นสูง
ดื่มไปไม่มากเท่าไหร่ เมาแล้วเหรอวะเนี่ย แต่ผมคิดว่าผมยังไม่ได้เมานะ ผมเริ่มตั้งสติคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง...
ปัจจุบัน
“เกิดอะไรขึ้นกับฉัน” น้ำมนต์ในร่างของมังกร เอ่ยถามตัวเองที่กำลังยืนมองหน้ากันอยู่ ท่ามกลางเม็ดฝนที่กำลังปรอยลงมา
“นั่นสิ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ทำไมร่างของผมถึงไปอยู่ที่คุณได้” ผมลองพูดดูบ้าง...เสียงเล็กๆของผู้หญิง นี่มันไม่ใช่ผม...หรือว่าใช่วะ! เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย ตอนนี้ผมสับสนไปหมด ซึ่งคนที่อยู่ตรงหน้าก็คงรู้สึกไม่ได้แตกต่างไปจากผม สีหน้าตอนนี้ของเธองุนงงปนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้แตกต่างไปจากผมเลยสักนิด
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฝันหรือเปล่า แต่ก็ไม่น่าจะใช่นะ” ฝันได้ยังไง น้ำฝนที่หยดลงมาโดนผิวมันคือของจริง ฉันคิดว่าฉันมาอยู่ในร่างสูงนี้ ส่วนเจ้าของร่างที่แท้จริงก็คงไปอยู่ในร่างของฉัน...เราสลับร่างกัน!
“หลบฝนก่อน ไปคุยกันตรงโน้นดีกว่า” ผมเอื้อมมือไปจับแขนของตัวเอง พาเดินมาหลบฝนตรงชายหลังคาของอาคารเรียน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราคงต้องคุยกันยาว เธอเป็นใคร บ้านอยู่ไหน ผมรู้สึกเหมือนยังไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนเลย
“ร่างของฉันทำไมถึงไปอยู่กับคุณได้ แล้วร่างของคุณทำไมถึงมาอยู่ที่ฉัน” พากันมาหยุดยืนหลบฝนสำเร็จ เธอก็ยิงคำถามใส่ผมทันที
“ผมจะไปรู้ได้ยังไง” ตอนนี้ผมทำตัวไม่ถูก เหมือนกำลังยืนคุยอยู่กับตัวเองอย่างไรอย่างนั้น ผมก้มมองดูตัวเองอีกครั้ง กระโปรงแค่หัวเข่าสวมรองเท้าส้นสูง ผมรีบสะบัดรองเท้าออกจากเท้าทันที ปวดเท้าชะมัดใส่เข้าไปได้ยังไง!
“นี่คุณจะทำอะไรน่ะ” ก็ถอดรองเท้าไงถามได้...
“เหมือนยืนเขย่งอยู่ตลอดเวลาเลย ผมเมื่อย” ซึ่งฉันก็ไม่ได้อยากจะว่าอะไรเขา สิ่งที่เขากำลังกระทำอยู่มันยิ่งตอกย้ำความจริงว่าสิ่งที่ฉันกับผู้ชายคนนี้เผชิญอยู่มันคือเรื่องจริง!
“คุณ ฉันกลัว...” ผมมองตัวเองที่กำลังทำท่าเหมือนจะร้องไห้...อย่านะ ห้ามร้องเด็ดขาด เฮียมังกรผู้ยิ่งใหญ่จะมายืนร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงแบบนี้ไม่ได้!
“ใจเย็นๆนะคุณ ผมว่าเราน่าจะสลับร่างกัน”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง มันเหลือเชื่อมากนะคุณ” สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ฉันเองก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงฉันจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง แล้วอาชีพคุณครูของฉันล่ะ
“คุณเป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน ผมเป็นเจ้าของฟาร์มบ้านอยู่หลังหมู่บ้านนี่เอง”
“ฉันเป็นคุณครูสอนอยู่ที่โรงเรียนนี้ เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ พักอยู่ที่บ้านพักครูตรงโน้น” ฉันชี้นิ้วไปทางบ้านที่ฉันพักอาศัยอยู่ได้สองอาทิตย์แล้ว โอ๊ย…ทำไมเสียงตัวเองทุเรศจัง! ทั้งใหญ่ ทั้งแหบ ยกมือขึ้นจับลำคอ งื้อ...มีลูกกระเดือกด้วย
“ครูชื่ออะไร”
“ฉันชื่อน้ำมนต์ค่ะ”
“ผมชื่อมังกรนะ เราต้องหาที่คุยกัน คุยกันที่บ้านครูมั้ย ใกล้ดี”
“ไม่ได้! ถ้าเกิดใครเห็นเข้าคงดูไม่ดี” ฉันจำผู้ชายคนนี้ได้ คนที่พี่หลิวบอกว่าเขาเจ้าชู้มาก
“ถ้างั้นไปบ้านผม คุณคงไม่คิดจะทิ้งร่างกายของคุณให้ผมดูแลหรอกนะ เพราะผมเองก็จะไม่ยอมให้คุณเอาร่างกายของผมไปใกล้สายตาเด็ดขาด เกิดคุณไปทำเรื่องไม่ดีเข้า เสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางขึ้นมาผมจะทำยังไง”
เขาพูดมีเหตุผล ฉันไม่ควรจะออกห่างจากร่างกายของตัวเอง...เขามันไม่น่าไว้ใจ!
“ที่พูดมาทั้งหมดนี่ ฉันหรือเปล่าที่ต้องเป็นฝ่ายกลัว”
“จะไปไม่ไป ดูสภาพผมกับคุณตอนนี้สิ เราควรทำความรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายเอาไว้...จริงมั้ย” ก็จริง...
“ก็ได้ค่ะ แต่ขอมือถือในกระเป๋าเสื้อด้วย” รองเท้าที่ถอดออกเมื่อสักครู่ ถูกหยิบเอาขึ้นมาสวมไว้อีกครั้ง น้ำมนต์ส่งข้อความไปหาครูหลิวบอกว่าขอกลับก่อน
“ตามมา” ผมเดินนำหน้าเธอไป
“นี่คุณ เดินให้มันดีๆหน่อย ฉันไม่ได้เดินขาถ่างแบบนี้นะ” เป็นเพราะรองเท้าส้นสูงทำให้ผมเดินไม่ถนัด จะถอดออกแล้วเดินเท้าเปล่าก็ไม่น่าจะได้
“ทีคุณเดินหนีบแถมยังบิดซ้ายบิดขวาผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลย”
“ฉันเดินปกติ!”
“ผมก็เดินปกติ...ขึ้นรถ!” เขาสั่งเสียงเข้มแต่นั่นมันเสียงของฉันนะ ใครได้ยินเข้า อับอายตายเลย
“เฮีย...จะกลับแล้วเหรอครับ” ทำไมจะต้องมาเจอคนรู้จักตอนนี้ด้วยนะ แต่มันไม่ได้ทักผม...
“ค่ะ เอ๊ย! ครับ” ที่จริงต้องตอบว่าเออ...เพราะไอ้เด่นมันเป็นลูกน้องในฟาร์มของผมเอง ไม่จำเป็นต้องพูดดีกับมัน ตอบแล้วก็ตอบไป
“ขึ้นรถ!” ผมสั่งอีกครั้ง
“ทำไมวันนี้นายพูดกับผมเพราะจังครับ สงสัยจะเมาแล้วใช่มั้ย” กูลืมเมาตั้งแต่สลับร่างกับยัยเตี้ยนี่แล้ว…ผมมองหน้าไอ้เด่นลูกน้องคนสนิทของผมแล้วคิดในใจ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ปั้ง!” ฉันไม่รอช้า รีบขึ้นรถแล้วปิดประตูรถทันที ก่อนที่ผู้ชายคนที่เดินเข้ามาทักจะถามในสิ่งที่ฉันตอบไม่ได้
“เฮีย...ทำไมให้ผู้หญิงขับรถให้นั่งล่ะครับ” เสียงของไอ้เด่นยังคงไม่เลิกถาม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจรีบขับรถออกไปเลย ระหว่างทางคนข้างๆนั่งเงียบเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ พอรถเลี้ยวเข้าถนนหน้าบ้านเธอก็เริ่มพูด
“ฉันจะเชื่อใจคุณได้มั้ยเนี่ย”
“คุณกลัวอะไรลงเรือลำเดียวกันขนาดนี้แล้ว”
“...........”
“โน่นบ้านผม เข้าไปคุยกันข้างใน”
“ทำไมต้องคุยกันข้างใน คุยกันตรงนี้ก็ได้” ฉันเป็นผู้หญิงนะ แต่ตอนนี้ไม่น่าจะใช่ และที่สุดของที่สุดก็คือตอนนี้ฉันปวดฉี่มาก...
“ยุงตัวเท่าแมลงวัน กว่าจะคุยกันรู้เรื่องทั้งครูทั้งผมได้เป็นไข้เลือดออกตายก่อนแน่ๆ...ตามมา!” ฉันไม่ไว้ใจเขาเลยสักนิด พี่หลิวบอกว่าให้ฉันอยู่ห่างๆผู้ชายคนนี้เอาไว้ แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันไม่มีทางเลือกจริงๆ
ตอนที่ 3 ยอมรับความจริง / เฮียมังกร
ฉันยอมเดินตามเขาเข้าไปในบ้าน ในแบบไม่มีทางเลือก กวาดสายตามองไปรอบๆบ้าน ภายในบ้านสะอาดสะอ้านเรียบร้อย กว้างขวางเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว
“นั่งลงสิ มองอยู่ได้ จะกลัวอะไรนักหนา บ้านคนนะครับไม่ใช่บ้านผี ไม่ต้องกลัว” ตอนนี้อะไรๆมันก็เริ่มชัดเจนขึ้น เธอคงไม่ได้ดื่มเหล้า ซึ่งผมก็คงไม่ได้เมา สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริง
“คุณ...” ตอนนี้ฉันปวดฉี่จนจะอั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้ว แต่ฉันกลัว...ในสมองตอนนี้คิดดีไม่ได้จริงๆ ทำไมเรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้นกับฉันด้วยนะ
“เป็นอะไรยืนบิดอยู่ได้” บอกให้นั่งลง เธอก็ไม่ยอมนั่ง
“ฉันปวดฉี่...” อ้าว...ผมลืมไปสนิทเลย เธอคงอั้นไว้นานแล้วเพราะตอนที่ผมเดินชนกับเธอ ผมกำลังจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันได้เข้าดันเกิดเรื่องขึ้นซะก่อน
“ก็ไปฉี่สิ ใครห้ามครูล่ะโน่นห้องน้ำ” น้ำเสียงสบายๆของเขาทำให้ฉันเม้มปากแน่นหนักกว่าเดิม...เขาไม่เข้าใจ!
“ฉันไม่กล้า...”
“เป็นอะไรกลัวผีเหรอ ที่นี่ไม่มีผีหรอกมีแต่ตุ๊กแก” บ้านป่าบ้านดงจิ้งจกตุ๊กแกมันเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งหน้าฝนแบบนี้ ตะขาบแมงป่องก็เยอะ...ผมไม่ได้โกหก
“ว้าย!! ตุ๊กแกเหรอฉันกลัว” ฉี่จะราดแล้วนะ!
“ทำท่าให้มันแมนๆหน่อย แบบนี้ผมรับไม่ได้ เสียชื่อเฮียมังกรหมด” ท่าทางอ้อนแอ้นของเธอกระโดดเข้ามาเกาะแขนผมเอาไว้แน่น ผมรีบแกะมือของเธอออก ใครมาเห็นเข้าคงเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นตุ๊ด
“ฉันกลัวจริงๆนะ ฉี่จะราดแล้วด้วย”
“ตกลงคุณกลัวอะไรกันแน่น” ผีหรือจิ้งจกตุ๊กแก
“ฉันกลัว...ไอ้นี่ของคุณ” ฉันก้มหน้าลงชี้มาที่เป้ากางเกงของตัวเอง จะทำยังไงดีฉันไม่อยากเห็น!
“มันน่ารักจะตาย จะจับจะมองตามสบายเลยผมไม่หวง แต่อย่าทำร้ายมันก็พอ” ไอ้บ้านี่! คนกำลังจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาพูดเล่นอีก
“ฮื่อๆๆ” ฉันร้องไห้จริงๆ ฉันกลัว ฉันอึดอัด ฉันไม่ชิน ทำไมชีวิตของฉันจะต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยนะ
“ครูใจเย็นๆนะ ไม่ต้องร้อง ผมไม่อยากเห็นตัวเองร้องไห้ คุณฟังผมนะ คุณต้องทำใจยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ ไปฉี่เถอะ หรือจะให้ผมช่วยก็ได้”
“ฉันต้องทำใจยอมรับความจริง จริงๆเหรอเนี่ย” ตัวผมเองก็ต้องทำใจยอมรับความจริงเหมือนกัน
“ไปๆผมพาไป เดี๋ยวคุณหลับตา ผมจะปลดกางเกงให้” ผมพาเธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องน้ำแล้วเอ่ยถามเธออีกครั้ง...
“แน่ใจนะว่าจะไม่ทำเอง นอกจากฉี่แล้วอย่างอื่นคุณก็ต้องทำเองอยู่ดี” วันนี้ไม่ทำ พรุ่งนี้ก็ต้องทำเองอยู่ดี สิ่งเดียวที่จะทำให้เธออยู่กับมันได้คือทำใจยอมรับความจริงให้ได้
“อย่างอื่นอะไร” ทุกอย่าง! ทุกเรื่อง!
“คุณจะไม่อาบน้ำหรือไง” ผมยกตัวอย่าง...เพราะมันไม่ได้มีแค่นี้
“ฉันไม่อาบ!”
“จะบ้าเหรอ!”
“ก็ได้ๆ...ตอนนี้ฉันไม่ไหวแล้ว” ฉันรีบเข้าห้องน้ำ แล้วปิดประตูล็อคกลอนทันที
“ผมรออยู่ข้างนอกนะ จับมันด้วยล่ะระวังจะฉี่ลดเท้า” ผมตะโกนคุยกับเธออยู่หน้าห้องน้ำ ด้วยน้ำเสียงขบขัน
“ไอ้บ้า! ฉันนั่งย่ะ” เธอตะโกนกลับมา...ซึ่งผมก็ยังคงยืนพิงผนังหน้าห้องน้ำรอเธออยู่
“ครับๆ คุณครูจะนั่งหรือจะยืนก็ตามสบายเลย”
ฉันเข้ามายืนอยู่ในห้องน้ำได้ รีบปลดตะขอกางเกงออก รูดซิปลง และกดขอบกางเกงชั้นในลงด้วยความรีบร้อน พยายามไม่มองมัน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร จากที่ฉันรู้สึกอึดอัดอยู่แล้ว มันแข็งขืนชูคอสูงออกมาทันที
“ว๊าย!!!”
“ครูเป็นอะไร!” เงียบ...ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่อย่างใด ไม่ใช่ว่าเป็นลมไปแล้วล่ะ
สักครู่เธอก็เปิดประตูเดินออกมา ตาลอยๆ เหมือนคนไม่มีจิตวิญญาณอย่างไรอย่างนั้น
“เสร็จแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง”
“ใหญ่...” เธอตอบคำถามด้วยสายตาลอยๆ มังกรน้อยของผมออกจะน่ารักดูทำหน้าเข้า
“ไม่ใช่! ผมหมายถึงว่าฉี่เสร็จแล้วเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย”
“โล่ง...” ฉันเกือบจะช๊อกตาย นี่ฉันจะต้องอยู่กับมังกรน้อยของเขาจริงๆเหรอ...ฉันไม่โอเคเลยสักนิด!
“ต้องการอะไรอีกมั้ยเดี๋ยวจะดึก เราต้องคุยเรื่องสำคัญกัน” เธอพยักหน้า ผมจึงเดินนำเธอมานั่งลงที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้าน
“คุณอยู่กับใคร”
“ผมอยู่คนเดียว”
“คุณไม่มีพ่อแม่พี่น้องเหรอ”
“มี...แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่กับผม ถามเรื่องพวกนี้ก็ดี เราจำเป็นต้องรู้เรื่องของกันและกันแบบละเอียดได้ยิ่งดี”
“ทำไมฉันจะต้องบอกเรื่องส่วนตัวกับคุณด้วย”
“แล้วครูคิดว่ายังไงล่ะ” ผมเลิกคิ้วถาม...เพราะอะไรไม่น่าถาม คุยกับผู้หญิงนี่มันน่าเบื่อจริงๆ
“ก็ได้ คุณก่อน...”
“ได้...แต่ก่อนอื่นเราต้องมาตกลงกันก่อน คุณอยู่บ้านพักครูกับใคร”
“ฉันอยู่คนเดียว”
“ดีเลย งั้นคุณย้ายมาอยู่กับผมที่บ้านหลังนี้” เพราะผมจะไม่มีทางยอมให้ร่างกายของผมออกห่างจากสายตาของผมเด็ดขาด ถ้าไม่จำเป็น
“ไม่มา ทำไมฉันจะต้องย้ายด้วย” ยังจะถามคำถามแบบนี้อีก ผมเริ่มจะหมดความอดทนแล้วนะ
“ดูสภาพของคุณกับผมตอนนี้สิ คุณต้องทำงานคุมลูกน้องแทนผม ผมต้องไปสอนหนังสือแทนคุณ...หรือเปล่า” ผมเริ่มโมโห พูดยากพูดเย็น น้ำเสียงจึงฟังดูดุไปหน่อย แต่เสียงหวานๆของเธอที่ผมเปล่งออกไปทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด
“เรื่องนี้...ฉันไม่เลี้ยงวัวแน่!” แค่คิดก็เหม็นแล้ว ฉันทำไม่ได้หรอก
“แล้วครูคิดว่าผมอยากจะไปสอนหนังสือเด็กหรือไง ถ้าคุณไม่ทำงานของผม ผมก็จะไม่ทำงานของคุณ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ที่จริงผมมีลูกน้อง มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก ขอแค่ให้เธอเปิดใจยอมรับมันสักหน่อยก็เท่านั้น
“ฉันต้องทำอะไรบ้าง แค่นึกก็เหม็นแล้ว” ดูทำท่าเข้า ถ้าลูกน้องในฟาร์มของผมเห็นเข้าคงต้องสงสัยแน่...สงสัยว่าผมป่วยหรือไม่ก็เป็นผู้ชายกลับใจ
“ก่อนอื่นเลย ห้ามทำท่าดัดจริตแบบนี้อีก โดยเฉพาะต่อหน้าคนอื่น ทางที่ดีฝึกเป็นผมให้ได้”
“นี่คุณ! กล้าดียังไงมาว่าฉันดัดจริต มันไม่แรงไปหน่อยเหรอ เกิดมายังไม่เคยมีใครเคยว่าฉันแบบนี้เลยนะ”
“โอเคๆ คุณก็แค่อ้อนแอ้นไปหน่อยเท่านั้น ตอนนี้คุณต้องเป็นผม ช่วยรักษาหน้าผมหน่อยจะได้มั้ย ขอร้องล่ะ”
“.............”
“เอาล่ะ ผมมีคนงาน เอาอย่างนี้แล้วกัน ก่อนอื่นเลยช่วยทำตัวแข็งแรงกว่านี้หน่อยได้มั้ย นั่งไม่ต้องหนีบ เห็นแล้วขัดตาจริงๆ”
“นี่! ฉันเป็นผู้หญิงนะ นายนั่นแหละ นั่งให้ดีๆ นั่งแบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน น่าเกลียดมากเลย” ผมรีบหุบขาทันทีลืมไปเลยว่าใส่กระโปรงอยู่
“ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นคุณ แต่คุณก็ต้องเป็นผมให้ได้เหมือนกัน”
“ข้อนี้ฉันเห็นด้วย แต่เรื่องที่ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับคุณ ฉันจะบอกทุกคนยังไง”
“บอกทุกคนไปว่าเราเป็นผัวเมียกัน...แค่นี้ก็จบ” ห๊ะ! พูดง่ายจัง สถานะอื่นยังมีให้เลือกอีกตั้งเยอะ
"เป็นน้อง เป็นญาติห่างๆได้มั้ย" ฉันเสนอ...
"โอ้ย...ไม่ได้หรอกคุณ คนแถวนี้เขารู้จักผมกันหมดทั้งตำบล ยิ่งพูดออกไปแบบนั้นคนยิ่งจับตามอง บอกไปแบบนี้แหละดีแล้ว" ร้อยวันพันปีไม่เคยมีน้อง พี่ผู้หญิงก็ไม่เคยมี ชีวิตเพลย์บอยของผมที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงที่เข้ามาอยู่ในบ้าน ใครจะเชื่อ...บอกวัวในฟาร์มมันยังไม่เชื่อเลย
“แต่ฉันไม่ได้อยากเป็นเมียคุณ”
“ผมก็ไม่ได้อยากเป็นผัวครูสักหน่อย”
“.........” ชีวิตของฉันมันจะไม่มีทางเลือกอื่นให้ฉันได้เลือกแล้วเหรอ
“เอาน่า เอาตามนี้ไปก่อน ถ้าเราคืนร่างกันได้เมื่อไหร่ ก็ต่างคนต่างไป คุณว่าแบบนี้เป็นไง”
“แต่ฉันแคร์สายตาคนรอบข้าง...เขาจะคิดยังไง ย้ายมาที่นี่แค่สองอาทิตย์ก็มีผัวซะแล้ว” ทำแบบนี้ฉันคงเสียหาย...ดีที่ที่นี่ไม่มีคนรู้จัก จะมีก็แต่เพื่อนร่วมงาน ต่อจากนี้ไปฉันคงต้องหัดหน้าหนาเข้าไว้สินะ
“คนที่ถูกมองไม่ดีคือผมต่างหาก เพราะผมอยู่ในร่างคุณ เอาน่าทำใจให้สบาย ทางนี้เป็นทางเดียวที่ทำให้ร่างกายของผมสามารถอยู่ที่บ้านของตัวเองได้ ส่วนคุณช่วงเช้าก็ขับรถไปทำงาน ไม่สิ...ผมจะขับรถไปทำงาน แทนคุณ”
“คุณสอนหนังสือเด็กเป็นเหรอ”
“ก็เพราะอย่างนี้ไง เราถึงต้องอยู่ด้วยกัน คุณก็สอนผมเป็นวันๆไป ส่วนงานที่คุณต้องทำผมก็จะค่อยๆสอนให้” ข้อเสนอนี้ฟังดูไม่เลว
“ฉันไม่มีทางเลือก...”
“คุณมีรถขับมั้ย”
“มีค่ะ ฉันขับรถเก๋ง”
“ไปเอารถของคุณมา เพราะผมต้องใช้รถคุณ ส่วนคุณใช้รถผม คุณน่าจะขับรถผมได้แหละ อ่อ...เสื้อผ้า ข้าวของทุกอย่างของคุณด้วย เอามาให้หมด”
“ยังไปตอนนี้ไม่ได้ ที่โรงเรียนจัดงาน คนน่าจะเยอะ รอดึกๆหน่อยแล้วกัน”
“อือ...รอบคอบดี”