• ACTION •
คฤหาสน์มาเฟีย...
แง~ แง~
เสียงเด็กน้อยวัยสามเดือนร้องงอแงอยู่ไม่หยุด ไม่มีใครทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไรถึงทำให้เขาร้องไห้จนหน้าแดงเช่นนี้ และสิ่งที่ไม่รู้เหตุผลนี้ก็ยิ่งทำคนเป็นย่าใจจะขาด
“โอ๋ๆ ~ ไม่ร้องนะคะคนเก่งของย่า ...หยุดร้องเถอะลูก ย่าใจจะขาดอยู่แล้ว”
คุณหญิง ‘ภาดา’ นายหญิงใหญ่ของบ้านอุ้มหลานชายขึ้นมาปลอบขวัญให้เสียงร้องงอแงนั้นหยุดลง และใกล้ๆ กันนั้นก็มี ‘ศิธา’ ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอยืนมองดูการกระทำของผู้เป็นแม่อยู่ ซึ่งเขาก็เป็นพ่อของ ‘ศรันย์’ หนุ่มน้อยวัยสามเดือนนี้ พ่อที่เพิ่งรู้ก่อนหน้าสามเดือนว่าตนมีลูกน้อย
“แม่ครับ ผมไปทำงานก่อนนะ” เสียงเข้มของคนนิ่งขรึมพูดบอกกับแม่ของตน แต่ยังไม่ทันจะเดินออกจากบ้าน ผู้เป็นแม่ก็อุ้มเด็กน้อยเดินเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ก่อน
“เดี๋ยวตาศิธา ช่วยแม่ปลอบตาหนูหน่อยสิ ร้องงอแงตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่หยุดเลย” เธอพูดบอกลูกชายสีหน้าเป็นกังวลเพราะเป็นห่วงหลานชาย และการที่เด็กน้อยร้องอย่างไม่มีสาเหตุแบบนี้ก็ทำให้เธอจิตตกตามไปด้วย
“จะให้ผมปลอบเด็กเหรอครับ ผมเนี่ยนะ?”
“ใช่ แกเป็นพ่อตาศรันย์นะ โอ๋ลูกหน่อยสิ” พูดจบเธอก็พยายามยัดเยียดให้ลูกชายอุ้มเด็กน้อยที่เกิดจากอสุจิของเขาแต่ไม่ใช่ความรัก
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ลูกของแก’ ทีไร ศิธาเป็นต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยใจกับแม่ของตน เพราะเขาไม่เคยเต็มใจที่จะมีลูกชายคนนี้เลย หากแต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแผนการของคุณหญิงภาดาทั้งหมด
“เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม?” เขาทำเสียงแข็งท่าทางไม่อ่อนโยนใส่หนุ่มน้อยร่างเล็กจิ๋วที่อุ้มอยู่ ทว่าหนูน้อยกลับเงียบเสียงงอแงลง และเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเมื่อเห็นท่าทางดุๆ ของศิธา ความเกรี้ยวกราดที่เหมือนกับยักนั้นทำหนูน้อยระบายยิ้มออกมาทีละนิด จนเห็นเหงือกสีชมพูที่อยู่ด้านในโพรงปากเล็กจิ๋ว
“เงียบแล้วเห็นไหม หลานย่าเก่งที่สุด~”
“งั้นผมไปทำงานก่อนนะครับ” เขาทำท่าจะคืนหนุ่มน้อยให้กับผู้เป็นแม่ แต่เธอก็รีบพูดหยุดลูกชายไว้
“เดี๋ยวก่อนสิ อยู่เล่นกับลูกแกก่อนไม่ได้หรือไง ไปช้าสักวันลูกน้องแกคงไม่ประท้วงไล่แกออกจากบริษัทหรอก”
“เด็กนี่ไม่ใช่ลูกของผมครับ แม่หลอกให้ผมไปรีดน้ำเชื้อ พอผ่านไปเก้าเดือนก็พาเด็กนี่เข้ามาที่บ้าน แล้วก็พูดกรอกหูผมทุกวันว่าเด็กนี่เป็นลูกของผม...”
เขาพูดความอัดอั้นนั้นออกมา เพราะเขารับไม่ได้ที่จู่ๆ ผู้เป็นแม่จะยัดเยียดเด็กคนนี้ว่าเป็นลูกของตน หลังจากที่หลอกให้ตนไปฝากไข่แต่กลับได้มาเป็นตัว และเขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าเด็กคนนี้เกิดจากหญิงสาวคนไหนที่ให้กำเนิด
“แต่ยังไงเขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของแกนะ แกก็ให้ความรักกับเขาหน่อยสิ” ถึงจะรู้ว่าตัวเองทำไม่ถูกที่แอบทำเรื่องอุ้มบุญหลานชายแบบลับๆ หลอกให้ลูกชายอย่างศิธาเซ็นเอกสารมากมาย แต่เธอก็อยากให้ผู้เป็นพ่อให้ความรักกับเด็กน้อยบ้าง เพราะหวังจะให้หลานชายเติบโตมาด้วยความรักและความอบอุ่นที่ครอบครัวมอบให้
“แม่เป็นคนอยากมีหลาน ก็ให้ความรักเองแล้วกันนะครับ วันนี้ผมมีประชุม ขอตัวไปทำงานก่อน” ร่างเล็กจิ๋วถูกส่งคืนให้กับคุณหญิงภาดาผู้เป็นย่า ก่อนที่คำพูดทิ่มแทงใจดำจะหลุดออกจากปากของผู้เป็นแม่
“เพราะแกบ้างานแบบนี้ไง แฟนแกถึงได้ทิ้งไป”
“…”
เธอพูดจี้ใจดำลูกชายจบ ก็หอบหลานชายขึ้นชั้นสองของบ้านไป เพราะหงุดหงิดกับลูกชายแสนใจดำของเธอที่ไม่มีหัวใจรักใครไม่เป็น แม้กระทั่งลูกแท้ๆ ที่เธอเป็นคนจัดสรรมาให้
บนรถ ระหว่างเดินทางไปทำงาน...
คำพูดจี้ใจนั้นทำให้ศิธาหวนคิดถึงใครบางคนที่จากเขาไปเมื่อสองปีก่อน คนที่ทำให้เขาไม่สามารถเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับใครได้อีก เพราะยังติดอยู่กับเธอคนนั้น
“ได้ข่าวเธอหรือยัง?” เสียงเข้มของผู้เป็นนายเอ่ยถามกับ ‘ทีม’ ลูกน้องคนสนิทถึงเรื่องที่เขาสั่งให้ตามสืบ
“ยังไม่ได้ข่าวอะไรเลยครับนาย ผมพึ่งให้เพื่อนช่วยตามสืบ ถ้าได้เรื่องยังไงจะบอกทันทีเลยนะครับ”
“...อือ”
ภายใต้ใบหน้านิ่งขรึมนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมาย แม้เขาไม่เคยแสดงออกหรือพูดอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีลึกๆ แต่แววตาโดดเดี่ยวที่เต็มไปด้วยความคิดถึงใครบางคนก็ปิดไว้ไม่อยู่...
เพนท์เฮ้าส์หรูใจกลางเมือง...
‘ธัญ ธัญญาดา’ สาวร่างเล็กนั่งปั๊มนมอยู่ที่กลางห้องนั่งเล่นสุดหรู สถานที่ที่เธอใช้อยู่อาศัยเป็นการชั่วคราว และจะจากไปหลังจากงานสิ้นสุดลง ซึ่งก็อีกไม่นานนี้...
“ธัญต้องปั๊มนมอีกกี่ถุงคะพี่ว่าน?”
“อีกห้าถุงค่ะ” เสียงของ ‘ว่าน’ สาวหน้านิ่งเจ้าระเบียบ เอเจนซี่และผู้ช่วยส่วนตัวของธัญ พูดตอบถึงสิ่งที่เธอต้องทำอยู่เป็นประจำทุกวัน
“เฮ้อ~”
เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายกับหน้าที่ที่ต้องทำซ้ำเดิมทุกวันตลอดสามเดือนที่ผ่านมา คือลุกขึ้นมาปั๊มนมวันละหลายๆ ถุงเพื่อส่งมอบให้กับลูกชายที่เธอถูกว่าจ้างจากคนรวยให้อุ้มบุญ
เต้าอวบทั้งสองข้างของเธอถูกปั๊มนมนานถึงยี่สิบนาที และหยุดพักสิบนาที เพื่อทำสิ่งนั้นต่อไปจนกว่านมจะเกลี้ยงเต้า ราวกับเธอเป็นเครื่องจักรผลิตนม
ซึ่งตั้งแต่ที่คลอดลูกออกมา เธอไม่ได้มีโอกาสได้เห็นหน้าของเด็กน้อยที่เธออุ้มท้องมาถึงเก้าเดือนเลย และก็ไม่รู้ว่าใครคือผู้ว่าจ้าง รู้เพียงแค่เธอจะได้เงินมากถึงสิบล้านในการอุ้มบุญครั้งนี้ ซึ่งเป็นราคาที่มากกว่าราคาทั่วไปที่เขาจ้างอุ้มบุญกัน
เพราะผู้ว่าจ้างต้องการแม่พันธุ์ที่ดีที่สุด ตรงตามที่วางไว้ทั้งรูปร่าง หน้าตา สีผิว พื้นฐานความรู้ รวมถึงประวัติคู่นอนต้องเคยผ่านผู้ชายไม่เกินหนึ่งคน และจากผู้หญิงที่เข้ามาสมัครเป็นสิบๆ คน เธอเป็นคนเดียวที่ผ่านการคัดเลือก และถูกตาต้องใจผู้ว่าจ้างมากที่สุด
เงินมากมายที่เธอนั่งนับวันรอจะได้รับ ชีวิตอิสระที่เธอต้องการจะได้ใช้ หลังจากที่จบงานนี้เธอก็จะย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศลำพัง
“ถึงเวลาอาหารว่างแล้ว เดี๋ยวฉันมานะคะ”
“อาหารว่างมื้อนี้เป็นอะไรเหรอคะ?”
“ฟักทองนึ่งค่ะ”
“เอ่อ..ขอเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ไหมคะ ธัญเบื่อฟักทองนึ่งแล้ว”
“งั้นเป็นผลไม้รวมแล้วกันนะคะ”
“ได้ค่ะ” สาวผิวขาวแก้มป่องพูดบอกกับผู้ช่วยของเธอ คนที่อยู่กับเธอตั้งแต่วันแรกก่อนตั้งท้องจนถึงตอนนี้
เธอจะได้รับอาหารที่ครบห้าหมู่อยู่เสมอในทุกวัน อาหารที่มีประโยชน์ที่สุด น้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยที่สุด วิตามินบำรุงราคาแพง และอีกมากมายที่เธอได้รับและต้องกินของพวกนั้นทุกวัน ทำสิ่งนั้นเป็นประจำซ้ำๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด เช่นนมจากเต้าที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อเด็กน้อย
และทุกอย่างนี้เป็นการดูแลจากผู้ว่าจ้างของเธอทั้งหมด จนกว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลง เมื่อนั้นเธอจะได้รับเงินส่วนที่เหลือและได้มีชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการ
“ธัญต้องอยู่ที่นี่อีกแค่อาทิตย์เดียวใช่ไหมคะ?”
“ประมาณนั้นค่ะ” ผู้ช่วยเจ้าระเบียบพูดตอบน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง แม้จะอยู่ด้วยกันนานนับปีแต่ทั้งคู่ก็ดูเหมือนคนที่ไม่สนิทกัน
เมื่อได้ยินคำยืนยันนั้น ธัญก็มองภาพในจอมือถือที่ปรากฏให้เห็นรูปบ้านที่เธอจะย้ายเข้าไปอยู่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า บ้านหลังใหม่ที่อยู่ประเทศเกาหลี เส้นทางใหม่ของชีวิต...
“อีกแค่อาทิตย์เดียว...”
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
เธอเฝ้ารอที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น และได้พบกับใครสักคนที่รักและใส่ใจเธอ ไม่มองข้ามแม้เรื่องเล็กน้อยและไม่ปล่อยให้เธอน้อยใจจนหายเอง เหมือนกับรักครั้งเก่าที่ผ่านมา ผู้ชายที่เป็นรักครั้งแรกและครั้งเดียวของเธอ
“คนใจดำ...”
สาวแก้มป่องนึกถึงภาพคนใจดำที่ว่า และก็อดไม่ได้ที่จะน้อยใจเขากับทุกสิ่งที่ผ่านมา จนอยากจะทิ้งทุกสิ่งที่นี่ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองนอก
ห้องน้ำในห้องนอน...
ธัญใช้เวลาไปกับการแช่อยู่ในอ่างน้ำเป็นครึ่งชั่วโมงเพื่อผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้า เพราะเธอต้องผลิตนมเหมือนสัตว์เช่นนี้ทุกวันไม่ได้พัก แถมน้ำนมที่มีก็มากพอที่จะให้เธอนั่งปั๊มนมจนก้นชา
“อือ~ เมื่อยจัง”
แม้จะรู้ว่าการอุ้มบุญนี้จะทำให้ชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งร่างกายและสภาพจิตใจ แต่ก็เป็นงานที่ได้ค่าตอบแทนสูงกว่างานทั่วไป เพราะทำแค่เพียงปีเดียวก็ได้ผลตอบแทนมหาศาล เทียบไม่ได้เลยกับงานออฟฟิศที่ต่อให้ทำเป็นปีๆ รวมโบนัสก็ไม่ได้เงินมากมายเท่านี้
ซึ่งมันก็เป็นทางเดียวที่จะสารฝันของเธอให้ได้ไปอยู่เมืองนอกได้เร็วขึ้น ไม่ต้องทำงานเก็บเงินหลายปีอย่างแผนการแรกที่เคยวางไว้
“ไปถึงเกาหลีเมื่อไหร่ ฉันจะรีบหาแฟนโอปป้าทันทีเลยคอยดู…”
ความฝันของสาวน้อยใหญ่หลายคน ก็คงจะเป็นผู้ชายอบอุ่น โรแมนติก น่ารักอย่างพระเอกในซีรีส์เกาหลี ธัญเองก็มีความฝันเช่นนั้นไม่ต่างกัน รักดีๆ จากผู้ชายอบอุ่นสักคน...
คฤหาสน์มาเฟีย ช่วงหัวค่ำ...
เวลานี้เป็นเวลาที่ศิธากลับถึงบ้านพอดี หลังจากยุ่งอยู่กับงานที่บริษัททั้งวัน เพราะอีกไม่นานเขาต้องขึ้นรับตำแหน่งที่บริษัทและขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียแทนพ่อของเขา เพื่อบริหารทั้งงานถูกกฎหมายและผิดกฎหมายที่ครอบครัวของเขาดูแลอยู่
“ทำไมวันนี้กลับบ้านช้าจัง” เสียงเข้มของท่าน ‘ศิลา’ พ่อของชายหนุ่มร่างสูงหน้าดุเอ่ยถามกับลูกชายของเขาที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน และกลับช้ากว่าทุกวัน
“มีงานให้ต้องจัดการนิดหน่อยครับ...”
“อีกสามวันแกต้องบินไปที่ภูเก็ตใช่ไหม?”
“ครับพ่อ มีงานสำคัญที่ผมต้องไปจัดการด้วยตัวเอง อาจจะไปสองสามวัน” ความบ้างานที่เขาเป็นอยู่ ถูกถ่ายทอดผ่านสายเลือดจากพ่อสู่ลูก ซึ่งเขาทำงานหนักมาตั้งแต่อายุเพียงแค่สิบแปดปีเท่านั้น เรียนหนักกว่าเด็กคนอื่น ฝึกฝนหนักกว่าเด็กคนอื่น เพื่อให้เป็นคนที่ดีกว่าคนอื่นๆ ในทุกๆ ด้าน
แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้ไม่ดีก็คงจะเป็นเรื่องความรัก ที่ไม่ว่าคบหากับใครก็ต้องเลิกกันในไม่ช้า ส่วนสาวสวยที่คบกันมานานถึงสองปีก็ต้องเลิกรากันไปเหมือนกับสาวสวยคนอื่นๆ ที่ทนอยู่กับคนเย็นชาเช่นเขาไม่ได้ ง้อไม่เป็น ตามใจไม่เป็น พูดเสียงแข็ง หน้านิ่งดุอยู่ตลอดเวลา สิ่งนั้นดูเท่ห์เร้าใจก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงทุกคนจะต้องการให้คนรักเป็นตลอดเวลาที่คบกัน
และรักที่ยาวนานที่สุดครั้งนั้น ก็เป็นรักที่เขาจดจำเธอไม่ลืม ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เข้ามาแล้วก็จากไปพร้อมกับคืนความรู้สึกที่มีไปด้วย ทว่าเธอคนนี้ที่ไม่ว่าจะทิ้งเขาไปนานแล้วแต่เธอยังไม่เคยหายออกไปจากใจของเขาเลย
“พ่อกลับมาแล้ว~” เสียงคุณหญิงภาดาดังขึ้นที่บันได ก่อนจะอุ้มหลานชายสุดที่รักมาวางลงที่ตักของคนเป็นพ่อ “เล่นกับลูกแกหน่อยสิ ตาหนูร้องงอแงหาแกทั้งวันเลย”
“เด็กยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ แม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าเด็กนี่งอแงหาผม” ทุกการกระทำเกิดขึ้นอย่างไม่เต็มใจ ซึ่งเขาก็ไม่อาจใจร้ายถึงขนาดปล่อยให้เด็กหงายหลังล้มตึงไปต่อหน้าได้ จึงใช้มือหนาประคองหลังเด็กน้อยไว้ไม่ให้ล่วงจากตัก
“แม่แกมโนไม่รู้หรือไง?”
“เดี๋ยวเถอะคุณ!” คุณหญิงเค้นเสียงดุสามีของเธอที่พูดจาไม่น่ารักใส่เธอผู้เป็นเมีย คนที่มีอำนาจเหนือใครในบ้านหลังนี้
ในระหว่างที่พ่อและแม่เถียงกัน ศิธาก็มองหน้าเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักของตน หนุ่มน้อยมีใบหน้าสดใสขึ้นเมื่ออยู่ใกล้คนหน้าดุที่เป็นพ่อของเขา แม้ท่าทางของเขาจะไม่อ่อนโยนอย่างคุณหญิงย่าแต่เขาก็ชอบที่จะอยู่กับคนหน้าดุนี้มากกว่า
“^^”
“ยิ้มอะไร ฉันไม่ใช่พ่อนายนะจำไว้”
“นี่! พูดกับลูกดีๆ สิ พูดแบบนั้นได้ยังไง”
“ผมพูดเรื่องจริงครับ เด็กนี่โตขึ้นมาจะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นพ่อเขาจริงๆ”
เปรี๊ยะ! กล้ามโตถูกระบายความโมโหใส่เต็มแรงเพราะคำพูดใจดำของลูกชาย “แค่เป็นพ่อให้หลานฉันมันจะตายหรือไงฮะไอลูกบ้า! ใจร้ายใจดำจริงๆ เลย”
“ก็แม่ใจร้ายกับผมก่อนหนิครับ เล่นเอาเชื้อผมไปฟักไข่ออกมาเป็นตัวแบบนี้ แม่เด็กนี่เป็นใครผมก็ไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้ว่าไปเอาป้าที่ไหนมาอุ้มบุญลูกผม”
“ไม่ใช่พวกป้าๆ หรอกน่า เธอยังสาวยังสวยอยู่ แม่เป็นคนเลือกแม่พันธุ์เองกับมือ…”
“จ่ายไปเท่าไหร่ล่ะครับ ลูกผมถึงได้ออกมาหน้าตาแบบนี้” เขาไม่ปฏิเสธว่าหนุ่มน้อยคนนี้มีเค้าโครงหน้าตาดีตั้งแต่เด็ก จึงอยากรู้ราคาค่าตัวของแม่พันธุ์เด็กคนนี้ว่าสูงแค่ไหน
“นั่นสิคุณ จ่ายไปเท่าไหร่?” ผู้เป็นสามีเอ่ยถาม เพราะเงินทั้งหมดเขาฝากไว้ให้เมียเป็นคนจัดการ ตนจึงไม่ทราบเรื่องค่าใช้จ่ายของหลานชายที่เขาไม่เคยเห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไรผู้เป็นภรรยา
“เท่าไหร่นะ?”
คุณหญิงแสร้งทำท่าจำไม่ได้กับค่าใช้จ่ายที่เธอจ่ายไป เพราะไม่รู้จะพูดบอกสามีและลูกชายยังไงว่าเธอยอมจ่ายเพิ่มยี่สิบเท่าเพื่อให้ได้ผู้หญิงที่ตรงตามคุณสมบัติที่เธอต้องการ
“สองล้านเหรอครับ?” ศิธาถามแม่ของเขาด้วยการพูดจำนวนเงินที่คิดว่าน่าจะถูกต้องและเหมาะสมที่สุดสำหรับการอุ้มบุญของลูกคนรวย
“...เท่าไหร่นะ~”
“ห้าล้านเหรอคุณ?” ผู้เป็นสามีเอ่ยถามด้วยจำนวนเงินที่มากขึ้น
“อือ~ จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่”
“เจ็ดล้าน?” ศิธาขมวดคิ้วถามด้วยจำนวนเงินที่เขาคิดว่าเยอะเกินความจำเป็น
“น่าจะประมาณนั้นแหละมั้ง”
“ถ้าแม่ไม่บอก ผมจะจับเด็กนี่ฟาดกับกำแพงบ้าน” เขาพูดขู่พร้อมกับทำท่ารวบข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างของหนุ่มน้อยด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว
“นี่!! ไอลูกบ้า ฉันจ่ายไปสิบล้านไม่รวมค่าฉีดตัวอ่อน ค่าทำคลอด แล้วก็ค่าเอเจนซี่ ทั้งหมดก็ยี่สิบล้านใครมีปัญหาไหม?!” เธอพูดอย่างใส่อารมณ์เพื่อกลบเกลื่อนความผิดที่ใช้เงินจำนวนหลายสิบล้านไปอย่างไร้ประโยชน์เพื่อเด็กคนนึงที่เธออยากได้มาเป็นหลาน
“เอาหลานฉันมานี่” เธอฉกหลานชายออกมาจากตักลูกชายตัวร้ายที่พูดขู่ว่าจะทำร้ายเด็กน้อยอย่างเลือดเย็น
“ขออนุญาติครับท่าน” เสียงทีมลูกน้องคนสนิทของศิธาเดินเข้ามาขัดวงสนทนาของเจ้านายเพื่อต้องการบอกเรื่องสำคัญกับนายใหญ่ของตน
“ว่าไง?”
“เรื่องที่นายให้ไปสืบได้เรื่องแล้วครับ...” เขาพูดเสียงกระซิบบอกกับเจ้านายของเขา เพื่อไม่ให้นายใหญ่และนายหญิงได้ยินเรื่องที่ว่า
“ผมออกไปคุยธุระก่อนนะครับ”
ด้านนอกบ้าน...
“ได้เรื่องว่าไง?” ชายร่างสูงหน้าดุเอ่ยถามกับลูกน้องของเขาทันที เพราะต้องการรู้ข่าวคราวของคนที่เขาให้ไปตามสืบ
“ได้ข่าวมาว่าเธอเพิ่งคลอดลูกเมื่อสามเดือนก่อนครับ...”
“...มีลูกแล้วเหรอ?”
“ครับ...ตอนนี้เธอพักอาศัยอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์หรูย่านอโศก ผมกำลังให้คนสืบต่ออยู่ว่าสามีของเธอคือใคร แต่ดูจากที่อยู่แล้วต้องเป็นคนมีฐานะมากระดับนึง เพราะถ้าจะครอบครองที่นั่นได้นอกจากจะต้องมีเงินแล้วยังต้องมีอำนาจอีกด้วย คุณหญิงเองก็มีที่พักอยู่ที่นั่นเหมือนกันนะครับ ราคาสูงถึงร้อยล้านเลย”
“...ไม่ต้องหรอก กูไม่อยากรู้อะไรแล้ว”
แค่เพียงได้รู้ว่าเธอมีลูกมีครอบครัว ผมก็ไม่อยากที่จะรู้อะไรไปมากกว่านี้แล้ว ผมคงทิ้งเวลาไว้นานเกินไปคงจะตามง้อเธอกลับมาไม่ทันแล้ว ทุกอย่างคงสายเกินไปแล้วจริงๆ ...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
เขาปล่อยให้เธอหายออกไปจากชีวิตโดยไม่คิดจะตามหา เพราะคิดว่าเธอคงน้อยใจไม่นานก็คงกลับมาเหมือนทุกครั้ง แต่ความจริงแล้วมันนานมากจนทำเขาเริ่มเป็นกังวลว่าเธอจะไม่กลับมา
ซึ่งเมื่อรู้ตัวว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อตามเธอกลับมา เขาก็ปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเป็นปี จนตอนนี้ก็เริ่มแน่ชัดแล้วว่าทุกอย่างมันสายเกินไป...
ห้องนอนศิธา...
ชายหน้าดุเข้มบนเตียงนุ่มกว้างของเขาเวลานี้ กำลังคิดไม่ตกกับเรื่องที่ได้ยิน และอดที่จะคิดโทษตัวเองไม่ได้ที่ปล่อยเธอหลุดมือไป...
เขาเคยชินกับการที่เธอน้อยใจ แล้วเธอก็หายงอลเอง สิ่งนั้นวนลูปอยู่แบบนั้นนานเป็นเวลาสองปี จนเมื่อนึกได้อีกทีเขาก็ไม่อาจเรียกคืนเด็กสาวคนนั้นมาเป็นของตนได้อีกแล้ว
“เธอกล้าดียังไงไปมีผัวใหม่ แล้วทิ้งฉันไว้แบบนี้...”
เวลานี้ใบหน้าร้ายกาจปรากฏให้เห็นถึงความเศร้าใจเพราะเขาไม่อาจเรียกคืนทุกอย่างกลับมาให้เป็นเช่นเดิมได้อย่างที่อยากให้เป็น แม้ลึกๆ แล้วจะรู้ว่าต้นเหตุเกิดมาจากเขาเองที่เป็นคนผิด...
สองปีก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะเลิกกัน...
“วันนี้รีบกลับบ้านนะคะ” เสียงขี้อ้อนของสาวแก้มป่องพูดบอกกับแฟนหนุ่มนักธุระกิจของเธอ ที่กำลังจะออกจากคอนโดหรูเพื่อไปทำงานเหมือนกับทุกวัน
“อือ ฉันไปก่อนนะ...”
ท่าทางและสีหน้านิ่งขรึมที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้เธอดูไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ และไม่รู้ว่าเขาจำได้หรือเปล่าว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอะไรของเธอ แต่เธอก็คิดเข้าข้างตัวเองไปว่าเขาคงจะมีเซอร์ไพรส์เตรียมไว้แล้ว
“แต่งบ้านรอดีกว่า^^”
สาวหน้าหวานลากกล่องของตกแต่งบ้านที่เธอซื้อมาเก็บแอบไว้ เพื่อเปลี่ยนคอนโดหรูให้กลายเป็นงานปาร์ตี้วันเกิดเล็กๆ ของเธอ ที่จะมีแฟนหนุ่มเป็นแขกผู้มาร่วมงานคนเดียวที่สำคัญที่สุดของเธอเวลานี้
ครืดด~
“ฮาโหลค่ะ”
“มีของมาส่งคุณธัญค่ะ เดี๋ยวให้พนักงานเอาขึ้นไปส่งให้ที่ห้องนะคะ”
“ได้ค่ะ...” เธอตอบรับนิติคอนโดปลายสายไป และพยายามนึกว่าตัวเองสั่งของอะไรไว้ ซึ่งก็นึกไม่ออกจนเมื่อของนั้นมาส่งถึงหน้าห้อง
ติ๊งต่อง!
บานประตูเปิดออกทำให้เห็นของที่ว่า และมันก็เป็นของชิ้นใหญ่จนเธอดูออกว่านี่เป็นของขวัญวันเกิดของเธอ “หมีอีกแล้วเหรอ^^”
เธออุ้มหมีตัวใหญ่เข้ามาด้านในห้องเพื่อพามันไปหาคู่ของมัน ที่เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีก่อน และนั่นก็เป็นของขวัญที่แฟนหนุ่มของเธอซื้อให้ ซึ่งก็เป็นหมีเช่นกัน
เธอมองดูของขวัญสองชิ้นที่คล้ายกัน จะต่างก็ตรงที่หมีตัวแรกเป็นตัวผู้ชาย และหมีตัวที่เพิ่งได้มาใหม่เป็นตัวผู้หญิง
“ปีหน้าคงไม่ซื้อลูกหมีให้หรอกนะ…”
ถึงจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่เพราะได้ของขวัญคล้ายเดิมกับปีก่อน แต่เธอก็ชอบใจกับของขวัญที่ได้รับจนต้องถ่ายรูปคู่ของหมีสองตัวที่นั่งอยู่ข้างกันเก็บไว้ในมือถือ “น่ารักจัง^^”
เวลาหนึ่งทุ่มของวัน...
เวลานี้ไม่เพียงแค่สถานที่ถูกจัดเตรียมพร้อมสำหรับดินเนอร์สำคัญ แต่สาวแก้มป่องก็เตรียมตัวสวยรอแฟนหนุ่มของเธอกลับบ้านแล้วเช่นกัน เพราะคิดว่าเวลานี้เขาคงขับรถใกล้ถึงแล้ว
“อาหารพร้อมแล้ว เค้กก็พร้อมแล้ว เทียนก็พร้อมแล้ว ขาดอะไรอีกไหมนะ?”
เธอพยายามนึกถึงสิ่งที่ขาดในปาร์ตี้สำคัญนี้ ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นแฟนหนุ่มของเธอ คนสำคัญที่เธอรอเขากลับมาอยู่...
บริษัทพ่อของศิธา เวลาสามทุ่ม...
“นายครับ ผมว่ากลับบ้านได้แล้วนะครับ” ลูกน้องคนสนิทพูดบอกกับนายของตนเมื่อเห็นว่าเลยช่วงเลิกงานมาหลายชั่วโมงแล้ว
“งานฉันยังไม่เสร็จไม่เห็นหรือไง?”
“แต่วันนี้วันเกิดคุณธัญนะครับ ผมซื้อของขวัญส่งไปให้เธอตอนเช้าแล้วเพราะคิดว่านายน่าจะลืม ถ้ากลับช้ากว่านี้เธอจะงอนเอานะครับ”
ทีมพูดอย่างรู้ใจนาย เพราะในหลายๆ ครั้งเขาก็ทำหน้าที่แทนนายอยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อยที่ศิธามักจะเผลอมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วก็เป็นเรื่องสำคัญกับนายของเขาเช่นกัน
“วันเกิดธัญเหรอ?” เขามองดูปฏิทินบนโต๊ะทำงาน และมองดูนาฬิกาที่ข้อมือจึงเห็นว่าตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้วหากจะกลับถึงบ้านก็คงสี่ทุ่ม ซึ่งคาดว่าเมื่อกลับไปถึงคงจะโดนเธองอนเหมือนเคย “งั้นไปเตรียมรถรอ เดี๋ยวฉันลงไป”
เวลาสี่ทุ่มที่คอนโด...
“ฮึก ฮือๆ ~” เสียงร้องไห้ของสาวร่างเล็กที่กำลังกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ร้องไห้ ดวงตาสวยบวมปูดใบหน้าแดงก่ำเพราะร้องไห้อยู่เป็นเวลานาน
“เป็นแบบนี้อีกแล้ว คนใจร้าย ฮือ~”
ความน้อยใจที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมานั้นทำเธอบอบช้ำจนอยากตัดใจหนีไปจากชายคนรักจริงๆ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอคิดจะทำเช่นนั้น ซึ่งทุกครั้งที่เธอหนีไป เธอก็เป็นฝ่ายร้องงอแงที่จะกลับมาหาเขาเอง แต่ความรู้สึกของครั้งนี้ต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ ...
เวลาต่อมาที่คอนโด...
เมื่อเปิดเข้ามาด้านในบ้าน ศิธาก็เห็นสิ่งของมากมายที่แฟนสาวของเขาตกแต่งไว้รอร่วมปาร์ตี้กับตน ทั้งอาหารและเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะทานข้าว ทุกอย่างยังคงวางอยู่แบบนั้นแต่กลับไร้เงาของแฟนสาวทั้งนอกห้องและในห้องนอน
“เห็นไหมครับ เธอหนีไปอีกแล้ว” ทีมผู้เป็นลูกน้องพูดอย่างรู้ใจแฟนสาวขี้งอนของนาย ซึ่งเขาก็เข้าใจดีที่เธอจะน้อยใจอยู่บ่อยๆ “ให้ผมไปตามหาเธอไหมครับ?”
“ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้เดี๋ยวก็กลับมา” เขาพูดปฏิเสธที่จะให้ลูกน้องออกตามหาแฟนสาว เพราะคิดว่ารุ่งเช้าเธอก็คงจะกลับมาเหมือนทุกทีที่หายออกจากบ้านไป
“นายครับ...”
“เอาตามนั้น” คนเย็นชาพูดจบก็เดินกลับเข้าห้องนอนไป เพื่อไปอาบน้ำเตรียมเข้านอนและรอแฟนสาวของเขากลับมา เพราะคิดว่ารุ่งเช้าก็คงจะเห็นเธอมานอนหันหลังให้เขาอยู่บนเตียงเหมือนทุกที
แต่ทว่าเช้านี้ที่เขาตื่นขึ้นกลับไม่มีแม้แต่เงาของเธอ ความว่างเปล่านี้ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยชิน จึงลุกออกไปดูด้านนอกห้องและเห็นว่าสภาพบ้านยังคงเป็นเช่นเดิม ซึ่งเธอก็ไม่ได้อยู่ด้านนอกอย่างที่คาดหวังว่าจะเป็น...
เธอทิ้งเขาไปนานนับปี ส่วนเขาก็เฝ้ารอว่าเธอจะกลับมาอย่างคนโง่ โดยไม่คิดที่จะสั่งลูกน้องออกตามหาหรือคิดจะง้อขอโทษเธอแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อรู้ตัวอีกทีว่าตัวเองควรทำอย่างไร ก็ไม่อาจเรียกคืนทุกอย่างกลับมาให้เหมือนเดิมได้อีกแล้ว...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]