ตอน 1

ตอนที่ 1

ประตูเหล็กดัดสูงสองเมตรครึ่ง ถูกขนาบข้างซ้ายขวาด้วยรั้วคอนกรีดฉาบสีขาวสูงเมตรครึ่ง ต่อด้วยรั้วเหล็กเป็นซี่สูงหนึ่งเมตรเป็นแนวยาวสี่สิบเมตร ตามหน้าที่ดินสองไร่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวไปด้านหลัง ทำให้ผู้คนผ่านไปมามองเห็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่หรูหราทรงคลาสสิค แบบเรอเนซองส์ได้ดียิ่ง

บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าของเป็นผู้มีฐานะดี มีหน้ามีตาในสังคมระดับสูง หากมองเผินๆ หรือแบบผ่านๆ นั้น บ้านหลังใหญ่มีความหรูหราคล้ายกับปราสาทราชวังในต่างประเทศ หรือในเทพนิยายกรายๆ เสากลมหล่อคอนกรีตต้นใหญ่ หัวแบบคอเรียนเทียล ยิ่งส่งช่วยให้ดูยิ่งใหญ่ตระการตาขึ้นไปอีก

ต้นไม้ใหญ่โดยรอบไม่มีขึ้นให้เห็นบริเวณส่วนหน้าบ้านแต่อย่างใด ราวกับเจ้าของจงใจจะไม่ปลูกไว้บดบังความสวยงามของบ้านยังไงยังงั้น ผิดกับรั้วคอนกรีตข้างบ้านทั้งสองฝั่ง กลับทึบและสูงถึงสองเมตรครึ่ง นั่นบ่งบอกว่าไม่ปรารถนาจะให้เพื่อนบ้านทั้งซ้ายขวามารบกวนอย่างเห็นได้ชัด

หลังรั้วคอนกรีตทึบฝั่งซ้ายของบ้านนั้นคือหมู่บ้านจัดสรรราคาไม่แพงมาก จึงมีชนชั้นกลางมาจับจองเป็นเจ้าของ ส่วนฝั่งขวาเป็นซอยตัน มีถนนคอนกรีดเล็กๆ ผ่านเพื่อให้เจ้าของที่ดินแปลงในมีทางออก จึงไม่ค่อยมีใครได้มองเห็นความเป็นมาและเป็นไปของคนอยู่บ้านหลังใหญ่หรูหรามากมายนัก

แต่ทุกครั้งที่มีรถยุโรปคันงามตาม จำนวนของบรรดาผู้อยู่ในบ้านหลังนี้แล่นออกนอกรั้วเมื่อไหร่ ก็มักจะเรียกความสนใจของผู้คนได้ดีทีเดียว เพราะรถแต่ละคันนั้นล้วนแล้วแต่ราคาหลายล้าน ไม่ต้องมีใครเดาก็รู้ว่า เจ้าของบ้านหลังนี้เป็นผู้มีอันจะกินจนเกิน

“หล่อนกล้าดียังไงยะ ถึงบุกมาขอเงินฉันถึงนี่และตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ฉันสั่งว่าไม่ให้หล่อนกับแม่หล่อนเหยียบมาถ้าฉันไม่อนุญาตไง”

หญิงวัยห้าสิบแปดปี ทรวดทรงองเอวราวกับสาวรุ่นนามอังคณา รักษ์สันติ กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาสไตล์บาร็อค บุด้วยผ้ากำมะหยี่เพชรสีครีมในห้องอ่านหนังสือ จ้องมองเจ้าของร่างผอมบางในชุดกางเกงขาสั้นระดับเข่าสีขาว กับเสื้อยืดสีเทานั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นห่างออกไปเป็นเมตร

“ก็เดียร์รอคุณผู้หญิงเอาไปให้ไม่ไหวนี่คะ หมดกำหนดผ่อนผันแล้ว ต้องรีบเอาไปจ่าย ไม่งั้นจะไม่มีสิทธิ์สอบค่ะ”

หญิงสาวผู้เก็บปากเก็บคำไว้ตั้งแต่แจ้งความจำนงไปแล้วนามปริยกร รักษ์สันติ พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสุด เท่าที่เคยทำมา เพราะไม่อยากมีปัญหาใดๆ

“คุณแม่ไม่ได้บอกมันไว้หรอกเหรอคะ ว่าคุณพ่อสั่งงดจ่ายค่าเทอมมันนานหลายเดือนแล้ว”

หญิงสาวสวยสมบูรณ์แบบ แต่งหน้าเนี๊ยบไม่ต่างจากชุดทำงานเรียบหรู นั่งไขว้ห้างอยู่ไม่ห่างจากแม่นาม อลิยา รักษ์สินติเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เน้นหนักตรงสรรพนามเรียกคนนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า สายตาที่มองไปนั้นแม้ไม่ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความชิงชังเหมือนสายตาของคนเป็นแม่ แต่ก็ไร้ซึ่งความเป็นมิตร

“ทำไมจะไม่ล่ะ แม่ให้นังอ้วนบอกมั้นตั้งแต่ตอนเอาเงินไปให้เทอมก่อนโน่น มันรู้อยู่แก่ใจแต่ทำหน้ามึน ทำตีเนียนมาขอเหมือนเดิม คงคิดว่าแม่จะใจอ่อนล่ะมั้ง ฝันไปเถอะ”

เด็กสาวผู้ไม่รู้เรื่องงดจ่ายเงยหน้าขึ้นมองสองแม่ลูกด้วยความงุนงง ในหัวก็พยายามทบทวนความจำ ว่ามีถ้อยคำเหล่านี้หลุดออกจากปากของแม่บ้านร่างอ้วน ตอนเอาเงินไปให้ครั้งก่อนบ้างไหม แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก

“ป้าอ้วนไม่ได้ออกอะไรเดียร์เลยนะคะ เอาเงินยื่นให้แล้วก็กลับค่ะ”

“นังอ้วน! แกจะว่าไง”

คนเป็นคุณผู้หญิงปรายตาไปหาแม่บ้านคู่ใจ ที่อยู่รับใช้กันมายี่สิบกว่าปีทันที

“แกจะมาว่าฉันไม่บอกได้ยังไงยะ ก็ฉันถอดเอาคำพูดของคุณผู้หญิงไปหมดทุกคำ แกนั่นล่ะจำไม่ได้เอง แล้วอย่ามาตู่นะ ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

แม่บ้านนั่งคุกเข่าอยู่ไม่ห่างรีบสวนกลับทันทีและด้วยน้ำเสียงอันดัง เพื่อข่มอีกฝ่ายไม่ให้กระด้างกระเดื่องใส่ แม้ตัวเองจะอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าก็ตาม แต่เมื่อมีคุณผู้หญิงถือหางและให้ท้าย ก็ใหญ่ได้ไม่แพ้ใคร

“ป้าอ้วนไม่ได้บอกค่ะ แค่เอาเงินให้แล้วก็กลับเลย ถ้าบอกเดียร์ก็ต้องรีบไปทำงานหาเงินมาไว้จ่ายค่าเทอมสิคะ คงไม่มารบกวนคุณผู้หญิงแบบนี้หรอกค่ะ”

“ฉันไม่สนว่าหล่อนจะเตรียมตัวหรือไม่ยังไง แต่ฉันบอกไปแล้วหลายเดือนด้วย อย่ามาปักปำคนของฉันนะ แล้วก็อย่าสะเออะเอาไปฟ้องคุณพี่ด้วย เพราะนี่เป็นคำสั่งตรงจากคุณพี่ ฉันจำเป็นต้องทำตาม”

“แล้วเดียร์จะไปหาเงินที่ไหนทันคะ คุณผู้หญิงจ่ายให้เดียร์ก่อนไม่ได้เหรอคะ เดียร์สัญญาว่าเทอมหน้าจะไม่รบกวนค่ะ เดียร์จะไปหางานทำเองค่ะ”

“ฉันก็อยากจะจ่ายให้หล่อนอยู่หรอกนะ แต่ติดตรงที่ฉันไม่มีเงินมากพอน่ะสิ หล่อนไม่รู้เหรอว่าตอนนี้สถานการณ์ในบริษัทกำลังแย่ คุณพี่ตัดรายจ่ายไม่จำเป็นออกเกือบหมด ต่อไปอีกไม่กี่เดือน ฉันก็จะต้องให้คนในบ้านออกสักครึ่ง ค่าข้าว ค่าอาหารก็ต้องลดลงให้เหลือครึ่งหนึ่งด้วย แล้วฉันจะเอาที่ไหนมาจ่ายให้หล่อนยะ จะไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าหล่อน อารมณ์เสีย!”

“แล้วเดียร์จะทำยังไงล่ะคะ เดียร์ไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอมนะคะ เดียร์จะไม่มีสิทธิ์สอบนะคะ”

“นั่นมันเรื่องของหล่อน อย่ามาเซ้าซี้น่ารำคาญ ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ถ้าไม่ไป ฉันจะให้นังอ้วนลากไปแทนนะ”

เมื่อรู้ว่าไม่มีทางที่คุณนายบ้านใหญ่จะช่วยแล้ว หญิงสาวผู้กำกลัดกลุ้มก็ไม่รู้จะทำอะไรได้ นอกจากหันหลังเดินออกจากไป เลยไม่มีโอกาสได้เห็นสองแม่ลูกหันไปมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ แม่บ้านร่างอวบก็ยิ้มอย่างประสบสอพลอเจ้านายไม่ต่างกัน

“อยากจะรู้จัง ว่าถ้าไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอมแล้ว มันจะทำยังไง”

“ก็หมดสิทธิ์สอบน่ะสิคะคุณแม่”

อลิยาเอ่ยด้วยสีหน้าพึงพอใจกับการกลั่นแกลงลูกบ้านน้อยของแม่ แล้วลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายยีห้อดังราคาเรือนแสนเตรียมไปทำงาน จนคนเป็นแม่อดสงสัยไม่ได้

“ทำไมเข้าสายล่ะแอล”

“ลูกค้านัดคุยที่ร้านไม่ไกลบ้านเท่าไหร่ค่ะคุณแม่ แอลเลยขี้เกียจขับรถไปขับรถมา เข้าตอนคุยเสร็จแล้วดีกว่า งั้นแอลไปแล้วนะคะ”

ว่าแล้วลูกสาวคนกลางก็ยกมือไหว้แม่ แล้วหิ้วกระเป๋าออกบ้านหลังใหญ่โตหรูหราไปหารถยุโรปคันงาม ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ตอน 2

ผิดกับอีกคนกำลังก้าวเดินกับไปหาบ้านหลังน้อยอย่างเชื่องช้า ในหัวก็ให้กลัดกลุ้มกับปัญหาที่เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่นาทีนี้ ว่าจะทำยังไง จะไปขอหยิบยืมจากใครได้ และแม้จะกลุ้มยังไง แต่พอเข้าบ้านได้

ปริยกรก็ไม่คิดจะบอกแม่ ที่นอนป่วยอยู่ในห้องนอนแต่อย่างใด กลับรีบเข้าครัวทำกับข้าวง่ายๆ ไว้ให้แทน

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผัดผักบุ้งไฟแดง กับยำไข่เค็ม พร้อมข้าวต้มขาว ถูกตักใส่ถ้วยใบย่อม ลำเลียงลงถาดพลาสติกเก่าเก็บแต่สะอาดสะอ้าน มีน้ำไม่เย็นหนึ่งแก้วตบท้าย ก่อนจะถูกสองมือบางขาวเรียว ยกจากครัวเล็กๆ ของบ้าน เข้าไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนของแม่อย่างตั้งอกตั้งใจ

“แม่จ๋า! ลุกมากินข้าวก่อนนะจ๊ะ จะได้กินยา เดียร์ยกมาให้แล้วนะ” หยิงสาวเอ่ยแผ่วเบา คนนอนซมอยู่บนเตียงก็เปิดเปลือกตาขึ้นมองลูกสาวแล้วยิ้มจางๆ ให้

“ขอบใจมากลูก ไปเรียนเถอะ เดี๋ยวจะสาย”

เพราะเห็นว่าลูกยังอยู่ในชุดเมื่อคืน ปรียา ม่วงรอด เลยรีบเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ด้วยเรี่ยวแรงในตัวหดหายในทุกครั้ง เมื่อถูกความเคลียดเข้าเล่นงาน ทำให้อาการโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เป็นมาหลายปีกำเริบขึ้นแทบทุกครั้งไป

“จ้ะ! งั้นเดียร์ไปอาบน้ำแต่งตัวนะจ๊ะแม่จ๋า”

ลูกสาวยิ้มบางๆ แล้วรีบออกไปห้องตัวเอง ใช้เวลาอาบน้ำกับแต่งตัวไม่นาน ก็โผล่หน้าเข้ามาในห้องแม่อีกครั้ง สองมือบางยกขึ้นไหว้ด้วยความเคยชิน แล้วรีบออกจากห้องไป ความคิดที่จะเอ่ยถามบางเรื่องกับแม่นั้น ถูกพับเก็บเอาไว้อย่างมิดชิด ด้วยรู้ดีว่าแม่ไม่อาจจะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างแน่นอน เลยไม่อยากทำให้อาการป่วยของแม่ย่ำแย่ลงไปกว่าที่เป็น

ประตูบ้านแบบน๊อกดาวน์ถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา แล้วเดินออกทางด้านหน้า แทนการใช้ประตูหลังอย่างที่เคยเป็น ด้วยคาดหวังว่า อาจจะเห็นพ่อบ้าง แต่เมื่อมองไปยังโรงจอดรถกลับไม่มีของพ่ออยู่เลย ดูนาฬิกาเรือนละร้อยห้าสิบตรงข้อมือ ก็พบว่าจะเก้าโมงแล้ว พ่อคงอยู่ที่ทำงานแล้ว

นิสิตสาวในชุดกระโปรงพลีทระดับเข่า เลยก้าวยาวๆ เพื่อให้ผ่านคฤหาสน์หลังงามไปโดยเร็ว เพราะไม่อยากให้คนบ้านใหญ่เห็น แล้วเอาไปเหน็บแนมใส่แม่ ผู้เจ็บออดๆ แอดๆ มาหลายปีต้องกลัดกลุ้มหัวใจเข้าไปอีก ความเคลียดยิ่งไม่ค่อยถูกกับโรคที่แม่เป็นอยู่ตอนนี้

รองเท้าคัชชูส้นเรียบสีดำคู่ใจ ช่วยให้การเดินไปหาปากซอยไกลถึงแปดร้อยเมตรไม่เหน็ดเหนื่อยมากมายนัก ดวงตาคู่สวยเศร้า อดหันไปมองคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้าปากซอยไม่ได้

เมื่อเดินผ่านไปยังป้ายรถเมย์ แม้จะไม่เคยเสวนาพาทีกับเจ้าของเลยสักครั้ง แต่ก็รู้รายละเอียดของคนในบ้านนี้ดีไม่น้อย ผ่านปากแม่ หรือบริวารของพ่อหรือแม้แต่คุณนายใหญ่ของบ้าน

กว่าปริยกรจะเอาชีวิตรอดมาจากรถเมล์แข่งกับผู้คนมามายเบียดเสียดกันนั้น ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง จึงมายืนอยู่หน้าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐก็เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะรีบร้อนเลยสักนิด เพราะไม่มีเรียนคาบเช้าด้วยซ้ำ ที่ต้องรีบตื่นเพียงเพื่อหวังจะไปเบิกเงินเท่านั้น

แต่เมื่อไม่เป็นดังหวัง เลยตั้งใจว่าจะลองไปหาพ่อที่บริษัทตอนสี่โมงเย็น หลังเรียนวิชาสุดท้ายจบลงแทน กะว่าจะชวนเพื่อนคู่ใจไปด้วย จะได้คอยปรึกษาหารือ เผื่อมีทางช่วยแก้ไขปัญหาอันหนักอึ้งและใหญ่หลวง เกินกว่านิสิตผู้ไม่มีรายได้เป็นของตัวเองแม้แต่บาทเดียว

“ตกลงได้เงินหรือเปล่าเดียร์”

พิมลแข ผู้เป็นเพื่อนรักยิงคำถามแรกเมื่อเดินมาหา ปริยกรถอนหายใจหนักๆ แล้วเดินไปทรุดกายลงนั่งตรงม้าหินใต้ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาแก่เหล่านิสิตเรื่อยมา

“ยังเลย!”

“ทำไมล่ะ”

“คุณผู้หญิงบอกว่าคุณพ่องดจ่ายค่าเทอมเรานานแล้ว”

“อ้าว! ตกลงยังไงกันแน่” ปริยกรถอนหายใจหนักๆ อีกครั้ง แล้วเปิดปากบอกกล่าวเรื่องราวให้เพื่อนรักรับรู้ ด้วยท่าทีกลัดกลุ้มไม่น้อย

“จะทำยังไงล่ะทีนี้”

“เราว่าจะชวนมลไม่ออฟฟิศคุณพ่อหน่อย”

“เอางั้นเลยเหรอ”

พิมลแขตามไปนั่งตรงข้ามเพื่อน ทำสีหน้าและท่าทางเข้าใจความกลัดกลุ้มของเพื่อน ประหนึ่งเป็นเรื่องของตัวเองดี เพราะเคยประสบปัญหาแบบนี้มาแล้ว

“ฮื่อ! นี่ครบกำหรดผ่อนผันแล้ว เราไม่อยากเสี่ยง อีกแค่เทอมเดียวก็จะจบแล้ว”

“ก็ดีเหมือนกัน จะได้รู้ว่าผลจะออกมายังไง ถ้าไม่ได้เรื่องเราก็ต้องหาทางใหม่”

ปริยกรมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยความใจเสีย ด้วยรู้ความหมายโดยนัยดีว่า ‘ทางใหม่’ นั้นคืออะไร แต่ก็เอาความหวังทั้งหมดไปกองไว้ที่พ่อ เพราะคิดว่าจะแก้ปัญหาให้ลูกคนนี้ได้ แม้จะรู้จนเต็มอกว่าพ่อไม่ชอบใจก็ตาม

“แล้วมลว่างไปเป็นเพื่อนเราป้าว”

“วันนี้มี เพราะเป็นวันหยุดเรา แต่พรุ่งนี้ไม่ได้เลย ที่ร้านมีงานแต่ง ต้องไปแต่หัววัน”

นับตั้งแต่จำความได้ ปริยกรเคยมายืนอยู่หน้าบริษัทรักษ์สันติภาพของพ่อเพียงสองครั้ง รวมครั้งนี้เป็นสาม ไม่ใช่เพราะไม่อยากมาแต่อย่างใด หากเป็นเพราะลูกบ้านเล็กบ้านน้อย หรือลูกเมียคนใช้ที่คุณนายบ้านใหญ่ตราหน้าไว้นั้น ถูกสั่งห้ามกรายๆ ว่าห้ามมาข้องเกี่ยวต่างหาก

เลยรู้เพียงคร่าวๆ ว่าธุรกิจของบริษัทเป็นศูนย์บริการเหล็กครบวงจร โดยผลิตและจำหน่ายเหล็กม้วน ทั้งชนิดรีดร้อน และชนิดรีดเย็น รวมทั้งเหล็กรูปพรรณ ได้แก่

ท่อเหล็กและเหล็กโครงสร้างรูปตัวซี ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งรับตัดและจำหน่ายเหล็กแผ่น และเหล็กม้วนสลิต ตามขนาดที่ลูกค้าสั่งซื้อเท่านั้น

ปริยกรรู้จากการอวดอ้างของแม่บ้านกิตติมศักดิ์ว่า คุณแอลลี่ก็เข้ามาทำงานในบริษัทตั้งแต่เรียนจบปริญญาโทจากอเมริกาเมื่อปีก่อน ในตำแหน่งอะไรนั้น ไม่อาจจะรู้ได้

และก็ภาวนาขออย่าให้การมาครั้งนี้ รู้ถึงหูคุณหนูคนกลางของบ้านเลย ไม่งั้นก็คงจะเอาไปบอกคุณผู้หญิง แล้วก็จะมีเรื่องราวใหญ่โตตามมาอีก แต่ถึงมีก็จำต้องเสี่ยงเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน

ตอน 3

หญิงสาวกับเพื่อนถูกเลขานุการวัยถึกของพ่อ มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ขณะยกโทรศัพท์กดเข้าไปถามเจ้านายในห้อง สีหน้าก็แสดงอาการไม่ชอบใจนิดๆ เพราะรู้ดีว่าลูกบ้านน้อยกำลังจะนำเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาให้เจ้านาย ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

“จะมาทำไม! ไม่รู้หรือไงว่าฉันกำลังยุ่ง บอกให้นั่งรออยู่ตรงนั้นล่ะ”

นั่นคือเสียงที่ดังมาจากลำโพงซึ่งผู้เป็นเลขาจงใจกดให้ฟังเอาเอง หัวใจที่มีความหวังเพียงริบหรี่เหือดแห้งลงทันที พร้อมอาการเจ็บหนึบหนับ ราวกับก้อนเท่ากำปั้นกำลังถูกมือหนาๆ ของใครบางคนบีบรัด หมายจะให้แหลกคามือยังไงยังงั้น และมือนั้นก็ไม่ใช่ของใคร เป็นมือของพ่อผู้ให้กำเนิดแบบไม่ตั้งใจนั่นเอง

ปริยกรพยายามสกัดกลั้นน้ำตาที่อยากจะไหลออกมาอวดผู้คนในออฟฟิศพ่อเอาไว้ สั่งให้มันไหลอยู่ภายในแทน แล้วหันไปพยักหน้าชวนเพื่อนเดินไปนั่งยังชุดรับแขก ตามมือเลขานุการหน้าย่นชี้ไป พิมลแขไม่เอ่ยอะไรออกมา ด้วยรู้ดีถึงรายละเอียดของครอบครัวของเพื่อน

“ต้องรออีกนานแค่ไหนเดียร์”

แต่หลังจากนั่งนิ่งมาเกือบชั่วโมงแล้ว ไม่มีอะไรคืบหน้า เลยทนไม่ได้ตามนิสัยคนทนอะไรไม่ค่อยจะได้นาน จึงกระซิบกระซาบถามทันที ส่วนคนถูกถามที่กำลังครุ่นคิดหาทางออกอื่นเอาไว้อยู่นั้น ก็ไม่รู้จะตอบอะไร แม้ในใจจะเดาได้แล้ว ว่าแสงอันริบหรี่ ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายนั้นกำลังจะมอดดับลง

“หล่อนมาทำอะไรที่นี่ยะ อย่าบอกนะว่าจะมาขอเงินคุณพ่อ”

เสียงของคุณหนูแอลลี่ดังมาจากหน้าหลัง ทำเอาคนนั่งอยู่สะดุ้งโหยง ยังไม่ทันได้ตอบ เลขาพ่อก็เดินตรงมาและด้วยท่าทีนอบน้อม มากกว่าตอนเห็นกันครั้งแรกจนปริยกรแปลกใจ

“แม่นี่มาทำอะไรเหรอพี่แหว๋ว”

แล้วก็ได้คำตอบว่า ท่าทีนั้นไม่ได้เกรงลูกบ้านน้อยอย่างเธอสักนิด หากแต่เพราะมีคุณแอลลี่ยืนอยู่ เลขาเลยท่าทีเปลี่ยนไป แถมยังยิ้มเจื่อนๆ ออกมา

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะคุณแอล เขาไม่ได้พี่ว่ามาทำไม”

“แล้วคุณพ่อให้เข้าไปหรือเปล่าคะ”

“ค่ะ”

เลขาตอบผู้อำนวยการขายและการตลาดสาวสวยด้วยท่าทีนอบน้อม แต่พอหันมาหาสองสาวนักศึกษานั่งอยู่ ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นมองหมิ่นๆ

“เชิญ”

เสียงนั้นก็ห้วนและแข็งอย่างเห็นได้ชัด กระนั้นปริยกรก็หันไปพยักหน้าชวนเพื่อน เลขาเห็นดังนั้นก็เดาออกว่าจะเข้าไปทั้งสองคน เลยรีบท้วงไว้

“แค่คนเดียวนะ ท่านให้เวลายี่สิบนาทีด้วยค่ะ มีประชุมต่อ”

ปริยกรผ่อนลมหายใจหนักๆ แล้วหันไปส่งสายตาบอกให้เพื่อนรออยู่จุดเดิม อลิยายิ้มอย่างเหยียดหยันไปหา แล้วเดินนำไปยังห้องพ่อ โดยไม่สนใจว่าใครจะว่ายังไง เพราะอยากรู้ว่าธุระของลูกเมียเก็บของพ่อคืออะไร แม้จะเดาออกแต่ก็อยากเข้ามาฟังอยู่ดี ปริยรได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาอีกครั้ง แล้วเดินตามไป

“คุณพ่อคะ แอลจะมาคุยเรื่องลูกค้าที่ไปพบมาเมื่อสายๆ น่ะค่ะ แต่คุณพ่อคุยธุระก่อนก็ได้ค่ะ แอลรอได้ค่ะ”

อลิยาส่งน้ำเสียงนุ่มนวลไปหา ก่อนจะปรายตามาหาอีกคน

“อืม!”

ปรีชา รักษ์สันติ รับคำลูกสาวคนกลางเบาๆ ก่อนจะหันไปมองลูกอีกคนด้วยความไม่สบอารมณ์นัก เพราะไม่ชอบให้ใครมากวนเวลาทำงาน

“มีอะไรอีกล่ะ มาถึงนี่เลย”

เสียงห้วนๆ ของพ่อส่งมา แม้ลูกจะยังไปไม่ถึงโต๊ะทำงาน มีเอกสารร้อยแปดกองอยู่ตรงหน้าก็ตาม หัวใจนั้นสั่นสะเทือนด้วยความเจ็บเพิ่มระดับขึ้นอีก กับคำที่ว่า ‘อีกล่ะ’ ในเมื่อนับตั้งแต่จำความได้ ลูกนอกสายตาคนนี้ เพิ่งจะได้มาหาพ่อเพียงสามครั้งเท่านั้น

อลิยาพึงพอใจในคำพูด น้ำเสียงและท่าที ที่พ่อสื่อสารกับลูกอีกบ้านไม่น้อย เลยยิ้มหยันๆ ให้ ก่อนจะเดินไปทรุดกายลงนั่งกับชุดรับแขก คว้านิตยสารวงการเหล็กขึ้นมา แต่ก็ดูไปอย่างนั้น เพราะความสนใจทั้งหมดอยู่ที่ว่าพ่อจะใจอ่อนควักเงินออกจากกระเป๋าให้ไปหรือจะว่ายังไงต่อ

“มีอะไรก็รีบบอกๆ มา ฉันมีเวลาให้แค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น ฉันมีงานต้องทำอีกมาก มีอีกเป็นร้อยๆ ปากร้อยๆ ท้องรอกินด้วย”

อีกครั้งที่พ่อส่งเสียงห้วน และไม่แม้แต่จะเสียสละเวลาเพียงสองสามวินาที เงยจากเอกสารมามองหน้าลูกด้วยซ้ำ ส่วนคนเป็นลูกนั้น ก็อยากจะเดินกลับทางเดิมด้วยซ้ำ ถ้าไม่คิดถึงจุดที่ว่า ต้องการเงินเพื่อไปจ่ายค่าเทอมที่ค้างไว้ จะได้มีสิทธิ์เข้าสอบ จะได้รีบๆ จบ รีบๆ หางานทำ แล้วรีบๆ พาแม่หนีไปจากขุมนรกนั้นสักที

“เดียร์มาขอเงินไปจ่ายค่าเทอมค่ะคุณพ่อ วันนี้ครบกำหนดผ่อนผันแล้ว ถ้าเลยนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องให้เดียร์พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา แล้วไม่มีสิทธิ์เข้าสอบ ต้องลงทะเบียนเรียนใหม่เทอมหน้าค่ะ”

คนเป็นลูกกลั้นใจบอกธุระสำคัญไปอย่างรวบรัดสุด ส่วนคนเป็นพ่อนั้น ผ่อนลมหายใจออกมาดังพรืด แล้วยอมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่สบอารณ์

“ค่าเทอมอีกแล้วเหรอ! นี่ฉันต้องจ่ายให้พวกแกไปถึงเมื่อไหร่กัน วันๆ พวกแกเคยเอาเงินมาให้ฉันบ้างมั้ย ดีแต่มาขอ ดีแต่เอาเรื่องต้องจ่ายนั่นนี่มาให้”

“เดียร์เพิ่งเคยมาขอคุณพ่อสองครั้งเองนะคะ”

“มันจะต่างกันตรงไหน แล้วทำไมไม่ไปขอคุณผู้หญิงโน่น เรื่องเล็กๆ หยุมหยิมแค่นี้ ทำไมแกจะต้องถ่อสังขารมากวนฉันถึงนี่ แล้วบอกกี่ครั้งกี่หนแล้ว ว่าถ้าไม่จำเป็นอย่ามา หรือแกอยากประจานฉันให้คนในบริษัทรู้ ไปๆๆ ระบบระเบียบที่ฉันตั้งไว้มียังไงก็ไปทำตามนั้น อย่ามาทำให้มันรวน แค่นี้ฉันก็ปวดหัวจะแย่แล้ว”

มือพ่อโบกปัดไวๆ เป็นการไล่ลูกด้วยอาการเบื่อหน่าย แล้วน้ำตาลูกก็ไหลพรากออกมา เมื่อไม่อาจจะสกัดกลั้นมันเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว สองมือยกขึ้นปาดออกจากแก้มลวกๆ แล้วตัดสินใจอธิบายกับพ่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED