“กรี๊ด...พี่พลทำไมทำแบบนี้กับเปรมล่ะคะ เปรมทำผิดอะไร ทำไมพี่ถึงต้องทิ้งเปรมไปหานังคนใช้นั่นด้วย”
ร่างโปร่งบางเดินเข้าไปหาชายหนุ่มร่างสูงใหญ่
สองมือเรียวจับแขนใหญ่เขย่าและทุบตีอย่างแรงตามอารมณ์ที่ปะทุขึ้น
“พี่ก็รู้ว่ามันไม่คู่ควร มันเป็นเพียงแค่คนใช้ภายในบ้าน”
“ถึงลูกจันทร์เป็นเพียงแค่คนใช้ แต่ก็เป็นคนดีและน่ารัก
ดีกว่าคนบางคนที่หน้าไหว้หลังหลอก คบกันหวังแต่เอารัดเอาเปรียบและผลประโยชน์ส่วนตัว”
ชายหนุ่มร่างใหญ่ตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาดุไล่มองร่างโปร่งบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างดูถูกดูแคลน
“กรี๊ด...พี่พล เปรมจะฟ้องคุณลุงคุณป้าว่าพี่พลด่าเปรม”
ร่างโปร่งกระทืบเท้าแรงๆ พร้อมเสียงร้องแปดหลอดจนแสบแก้วหู ใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อ
ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าและลุกโชน เต็มไปด้วยความรักและเคียดแค้นที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของชายหนุ่ม
“หยุดได้แล้วเปรมยุดา เธอจะมาแสดงตัวเป็นหญิงปากตลาดที่บ้านฉันไม่ได้
ถ้าเธอยังแสดงกิริยาท่าทางแบบนี้ก็กลับไปซะ บ้านนี้ไม่ต้อนรับ”
“กรี๊ด...”
“คัท”
เสียงกรีดร้องบาดแก้วหูของสาวน้อยร่างอรชรอ้อนแอ้นดังขึ้น
พร้อมกับเสียงนุ่มทุ้มของสารัชผู้กำกับหนุ่มไฟแรงแห่งกองละครเรื่องที่แม้กระทั่งตัวนักแสดงเองก็ยังไม่รู้เลย
เพราะชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบทประพันธ์และสปอนเซอร์ในการจัดสร้างละครเรื่องนี้ขอไว้
ให้ทุกคนแสดงตามบทที่เขาส่งไปให้เท่านั้น
แต่ก็นั่นแหละ ใครๆ ก็ย่อมจะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ขอเพียงผลตอบแทนที่ได้รับดีพอและได้ร่วมงานกับนักเขียนหนุ่มมากฝีมือ แถมยังเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ที่ทุ่มงบไม่อั้นในการจัดทำละครเรื่องนี้
แค่นั้นยังไม่พอ ชายหนุ่มยังเสนอให้ทางทีมงานเข้ามาใช้พื้นที่ในรีสอร์ทเพื่อถ่ายทำละครเรื่องนี้อีกด้วย
ที่เพียงได้เห็น ไม่ว่าใครต่างก็ต้องอึ้ง
ทึ่งและตกตะลึงในความโอ่อ่าหรูหราของสถานที่ และที่สำคัญคือคนบุคคลผู้เป็นเจ้าของอย่างโมกข์
สาระสน ที่ไม่แค่ร่ำรวยหากแต่รูปร่างและหน้าตาจัดเข้าขั้นพระเอกหนังไทยได้อย่างสบายๆ
เลยล่ะ
“คุณโมกข์ขา ลิสาทำได้ดีหรือยังคะ” ชาลิสานางร้ายดาวรุ่งดวงใหม่มาแรงถามเสียงหวานเชื่อม
พร้อมกับร่างโปร่งบางวิ่งกลับมาที่จอมอนิเตอร์อย่างรวดเร็ว
เพื่อหาคนที่เธอถามไปเมื่อครู่ ทั้งที่ความจริงแล้วโมกข์เป็นเพียงแค่นักประพันธ์
ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการแสดงเลยสักนิด
ร่างอวบอั๋นในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยทำเอาผู้คนที่อยู่รายรอบต่างก็กลัวว่า
ไอ้ของที่แม่ให้มาที่ใหญ่โตราวกับส้มโอสองผลนั้นจะหลุดออกมาอวดสายตาให้กับคนในกองถ่ายได้เห็น
แต่ดูเหมือนชาลิสาจะไม่สนใจแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่ส่งสายตาหวานเยิ้มและเชิญชวนให้กับโมกข์
ร่างอวบอิ่มเอนตัวไปด้านหน้า หวังให้ชายหนุ่มที่เธอถูกใจ ได้สัมผัสกับความอวบอิ่มเต่งตึงและกลิ่นหอมของเครื่องประทินผิวที่เธออาบลงไป
ก่อนที่จะเข้าฉากอาละวาดใส่พระเอกของเรื่อง ซึ่งกำลังจะทิ้งเธอไปหายายตัวประกอบหน้าใสที่นั่งซับเหงื่ออยู่ไม่ไกล
โมกข์ละสายตาจากการพูดคุยกับสารัชและจอมอนิเตอร์หันมองคนถาม
แต่สายตากลับผ่านไปเห็นหญิงสาวอีกนางที่นั่งทำปากพะงาบๆ เลียนแบบคำพูดชาลิสา
แล้วก็เกิดอาการหมั่นไส้คนที่กำลังทำอยู่เป็นอย่างมาก ดวงตาสองคู่สบกันก่อนที่คนหนึ่งจะทำหน้าหงิกงอใส่แล้วยังเมินหน้าหนี
แค่นั้นยังไม่พอหญิงสาวยังลุกขึ้นและเดินหนีไปอีกทาง
สิ่งที่ได้เห็นทำให้โมกข์หงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เคยมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าใส่
ใครๆ ก็อยากจะอยู่ในอ้อมกอดเขา
แต่แม่สาวคนนั้น...ที่ดูเหมือนว่าเป็นเพียงนักแสดงตัวประกอบที่เขายังไม่รู้จักชื่อ
ดันทำเหมือนกับว่าเขาเป็นไส้เดือนกิ้งกือที่เธอเกลียดและต้องรีบหนีให้ห่าง
เห็นแล้วมันหงุดหงิดและคันยิบๆ ในใจ แล้วคนอย่างเขาก็ยอมไม่ได้ที่จะให้ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าทำแบบนี้ใส่ด้วย
แล้วสมองอันฉลาดและแหลมคมก็เริ่มหมุนวนเป็นลูกข่าง
เขาต้องหาทางเข้าใกล้แม่สาวตัวประกอบจอมหยิ่งนั่น และหาทางสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร
ใบหน้าคมยิ้มกริ่ม ดวงตาคมดุแวววาวจ้องมองตามเหยื่อสาวแสนสวยอย่างที่คนถูกมองต้องหนาวสั่นในหัวใจถ้าได้เห็น
เพราะมันมีทั้งความดูถูกดูแคลน รังเกียจหยามเหยียด
แต่ก็ซุกซ่อนไว้ด้วยไฟปรารถนาอันร้อนแรง
“คุณโมกข์มองดูอะไรอยู่หรือคะ”
ชาลิสาถามและมองตามสายตาคมไปแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดผิดปรกติ
หรือว่ามีใครอยู่ตรงที่สายตาของโมกข์หยุดอยู่สักนิด สองมือเรียวจับใบหน้าคมให้หันมาสนใจตัวเอง
“ว่าไงคะคุณโมกข์ขา ลิสาเล่นดีหรือยังคะ”
หญิงสาวถามย้ำอีกครั้งอย่างต้องการคำชมจากปากเขาให้ชื่นอกชื่นใจ
กายอวบอิ่มเอนตัวลงไปเสียดสีกับกายใหญ่ ทำให้ชายหนุ่มร้อนรุ่มและต้องการได้เธอไปเป็นคนคลายร้อนรุ่มในกายให้
“ไม่ทราบครับ คุณลิสาคงจะต้องถามจากคุณสารัชมากกว่า”
โมกข์ตอบกลับอย่างรำคาญใจและเบื่อหน่าย ถ้าเป็นก่อนที่จะได้เห็นหน้าแม่ตัวประกอบนั่น
เขาก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้ชาลิสาปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาในกาย
แต่พอได้เห็นใบหน้าสวยหวานนั่น...เขาถึงกับลืมหญิงสาวและผู้หญิงอีกหลายคนที่เคยสนิทชิดเชื้อด้วยไปเสียสนิท
สองมือใหญ่ดันกายอวบอิ่มออกห่าง
สายตายังมองตามร่างบอบบางของแม่สาวตัวประกอบที่หายไปยังซอกหนึ่งของตึกเรียบร้อยแล้ว
ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเอง ทั้งที่ระยะทางก็ไม่ได้ใกล้เลยสักนิด
แต่ในสมองและสายตากลับเห็นและจดจำใบหน้าของแม่สาวคนนั้นชัดเจนเหลือเกิน
ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน
จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อ ราวกับกำลังเชิญชวนให้เข้าหา
และมอบจุมพิตแสนหวานให้สักครั้งสองครั้งเป็นการเริ่มต้นทำความรู้จักกันและกัน เพียงแค่คิดเท่านั้นกายใหญ่ก็ปวดร้าวด้วยความต้องการ
ชาลิสาหงุดหงิดที่วันนี้โมกข์ไม่ได้เอาใจใส่เธอเหมือนวันก่อนๆ
หรือเพราะตอนนี้มีอะไรกันแล้ว และเขากำลังจะผละจากเธอไปหาผู้หญิงคนใหม่
แล้วดูเหมือนว่าแม่นางเอกหน้าหวานปานระวีที่เข้าฉากวันนี้ก็ให้ท่าชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน
ใจดวงน้อยร้อนรุ่มราวกับมีไฟกองใหญ่สุม ใบหน้าแดงขึ้น
หายใจเข้าปอดด้วยความรุนแรง
แพ้ใครเธอไม่ว่าแต่ถ้าต้องแพ้ปานระวีผู้หญิงตีสองหน้าเก่ง ต่อหน้าโมกข์ก็ทำตัวเป็นสาวเรียบร้อยอ่อนหวาน
แต่ลับหลังแล้วแม่ค้าในตลาดที่ปากว่าด่าเก่งยังต้องยอมแพ้เลย
ไม่...ต้องไม่ยอมให้ใครมาแย่งโมกข์ไปได้ ชายหนุ่มที่ทั้งรูปหล่อ
ร่ำรวยและทำงานเก่งแบบนี้ใครๆ ก็อยากได้เป็นเจ้าของ ถ้าเขายอมหยุดที่เธอ
นั่นก็หมายความว่า...สบายไปทั้งชาติเลยทีเดียว
ชิ...นังปานระวี คิดหรือว่าฉันจะปล่อยบ่อเงินบ่อทองให้แกง่ายๆ ไม่มีทางหรอกย่ะ
ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มเข้าหากัน สายตาจ้องมองไปที่ร่างโปร่งบางของปานระวี
ที่กำลังเดินเยื้องย่างมาหาด้วยรอยยิ้มหวานเชื่อม ราวกับมีใครทำน้ำตาลตกลงไป
เห็นแล้วชาลิสาก็กำหมัดแน่น วิญญาณนางร้ายในตัวก็เข้าสิงทันที
“หวัดดีค่ะคุณปานระวี เข้าฉากเสร็จแล้วไม่ใช่หรือคะ
ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านล่ะคะ หรือจะอ่อยใครแถวนี้เหรอคะ ยังไงก็ดูให้ดีหน่อยนะ เกิดเจอคนมีเจ้าของ
แล้วเจ้าของเขาทั้งหวงและห่วงจะยุ่งเอานะคะ” ชาลิสาถามแบบจิกกัดไปเต็มที่ ขณะตวัดสายตามองร่างโปร่งบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วก็เบะหน้าให้
ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย หน้าตาก็งั้นๆ พอไปวัดไปวาได้ตอนสายๆ ไม่อายพระอายเณร
ไม่รู้ใครตาถั่วเอามาเป็นนางเอกได้ ฉันสวยกว่าตั้งเยอะ
“ระวีกำลังจะกลับอยู่เหมือนกันค่ะ
แต่พอดีเห็นพี่โมกข์ยังนั่งคุยอยู่กับคุณสารัช ระวีเลยคิดจะมาชวนพี่โมกข์ไปทานอาหารด้วยนะคะ”
ปานระวีบอกยิ้มๆ ด้วยถือว่าครอบครัวของเธอและโมกข์นั้นใกล้ชิดกัน มารดาและบิดาของชายหนุ่มก็ยังรักใคร่เอ็นดูเธอราวกับลูกหลานคนหนึ่ง
และยังเคยเปรยๆ ว่าอยากจะได้เธอไปเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน แต่ติดที่โมกข์ไม่เคยแสดงออกให้รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ
เพราะเหตุนี้เองทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายใช้ความใกล้ชิดขอร้องกึ่งบังคับให้โมกข์พาเธอเข้าร่วมแสดงละครในเรื่องนี้ด้วย
แล้วก็ไม่ใช่เพราะความใกล้ชิดกับครอบครัวโมกข์เพียงอย่างเดียว
แต่เป็นเพราะเธอมีทั้งความสามารถและความสวย เลยทำให้ได้บทเด่นในละครเรื่องที่กำลังถ่ายทำอยู่นี้
ครอบครัวของเธอและโมกข์ต่างก็หวังว่าความใกล้ชิดในครั้งนี้ จะทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจได้เสียทีว่าจะเลือกเธอไปเป็นคนเคียงข้างตลอดชั่วชีวิต
ส่วนตัวเธอเองก็หวังเช่นกันว่าจะได้เป็นคู่ครองคอยปรนนิบัติพัดวีและมอบความสุขให้
“เสียใจด้วยนะคะคุณระวี พอดีว่าคุณโมกข์...”
แขนเรียวยาวสอดเข้าที่แขนแข็งแกร่ง ดึงรั้งให้ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเก้าอี้พับตัวเล็กแต่แข็งแรง
ใบหน้าขาวสวยซบหน้ากับบ่ากว้าง จ้องมองปานระวีอย่างรังเกียจ
“มีนัดทานอาหารกับฉันแล้วค่ะ”
ชาลิสาเงยหน้าส่งดวงตาหวานเยิ้มและยั่วยวนให้กับโมกข์
แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมอย่างไม่กลัวน้ำตาลจะหก “ใช่ไหมคะคุณโมกข์ขา?”
โมกข์พยักหน้ารับ ถึงแม้ว่าจะไม่ไปกับชาสิลา แต่ยังไงก็คงต้องใช้หญิงสาวเป็นกันชนกันปานระวีออกไปจากเขาก่อน
ไม่ใช่ว่ารังเกียจแต่เป็นเพราะเขายังไม่อยากมีห่วงผูกคอในตอนนี้
ชีวิตหนุ่มยังอีกยาวไกล เรื่องอะไรที่จะต้องจมปลักอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียวเล่า
ปานระวีหน้าเสียแต่ก็ปรับสีหน้าได้เร็ว เพราะไม่ต้องการให้อีกคนที่ยืนเคียงข้างโมกข์สมใจ
“ไม่เป็นไรค่ะพี่โมกข์ เอาไว้วันหน้าก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้โมกข์ แต่กลับปลายสายตารังเกียจและสมเพชไปให้กับชาลิสา
คิดหรือว่าแค่นี้จะกันเธอห่างจากโมกข์ได้ ในเมื่อมีแบ็คอัพดีอย่างบิดาและมารดาของโมกข์ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังจะต้องไปกลัวอะไรกับนางร้ายที่คอยไล่จับผู้ชายเล่า
“อ้อ...ระวีลืมบอกพี่โมกข์ไป วันอาทิตย์ถ้าพี่โมกข์ไม่ติดธุระอะไร
พ่อบอกว่าให้พี่โมกข์แวะไปหาที่บ้านหน่อยนะคะ เห็นว่ามีเรื่องงานจะคุยด้วย”
“ขอบใจนะระวี ยังไงพี่ขอดูก่อนแล้วกันว่าติดงานหรือเปล่า”
ชายหนุ่มตอบทั้งที่ในใจนั้นมีคำตอบแล้วว่า เขาไม่ไปหาบิดาปานระวีเด็ดขาด
เพราะไม่ชอบวิธีการพูดและปฏิบัติของชายวัยกลางคน ที่มักใช้ความเป็นผู้ใหญ่และประสบการณ์มากกว่า
ชักจูงชักนำให้คนอื่นทำตามความต้องการ และยังพยายามยัดเยียดปานระวีให้เป็นแฟนเขาอยู่เนืองๆ
“ค่ะพี่โมกข์ งั้นระวีกลับก่อนนะคะ”
หญิงสาวบอกและอย่างรวดเร็วที่ร่างโปร่งบางเดินเข้ามาหาร่างใหญ่
ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดประทับบนแก้มสากระคายก่อนจะเดินไปที่รถ แล้วเมื่อถึงเธอก็ยังหันหน้ามาโบกมือให้โมกข์อีกครั้งเป็นการส่งท้าย
ชาลิสารีบยกมือขึ้นเช็ดรอยแดงบนใบหน้าคมคร้ามด้วยความหงุดหงิดระคนโมโห
แล้วยังบ่นพึมพำเบาๆ จนโมกข์รำคาญใจ พอดีกับที่ผู้จัดการส่วนตัวของหญิงสาวกวักมือเรียกหญิงสาวให้ไปคุยธุระด้วย
โมกข์ถือโอกาสเดินเลี่ยงไปด้านหลัง
เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของหน้างาน สถานที่ในการถ่ายทำละครเรื่องนี้ เกือบจะแปดสิบเปอร์เซ็นต์จะเป็นรีสอร์ทของเขา
ซึ่งแม้ว่าจะยังทำการก่อสร้างอยู่แต่ก็เสร็จไปเกือบจะเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของการเก็บรายละเอียดและการตกแต่งภายใน
ทุกอย่างคงเสร็จเรียบร้อยพร้อมๆ กับละครปิดกล้อง จะได้ถือเอาละครเรื่องนี้เป็นการโฆษณารีสอร์ทไปในตัวด้วย
โมกข์ตาวาว ดูเหมือนว่าจะเป็นความโชคดีของเขา
แม่ตัวประกอบจอมหยิ่งเดินออกจากห้องแต่งตัวพอดี มือใหญ่ยกขึ้นลูบปลายคาง
ขนิษฐาหยุดชะงัก เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ยืนจ้องเธออยู่แล้วก็ให้เบะหน้า
นี่ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการเงินละก็ เธอไม่ยอมมาร่วมงานกับผู้ชายเจ้าชู้คนนี้เด็ดขาด
คิดแล้วก็เซ็ง ทำไมแม่ถึงไม่ยอมฟังกันบ้าง เล่นแต่ไพ่กับหวยจนเป็นหนี้เป็นสิน
แล้วใครล่ะที่ต้องหาเงินมาใช้หนี้ถ้าไม่ใช่เธอ เฮ้อ...หญิงสาวหายใจออกอย่างหนักอก
ก่อนจะยกไหล่ขึ้นแล้วรีบเดินหนีชายหนุ่มที่ไม่ชอบหน้าทันที
อย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว
มือใหญ่คว้าแขนเรียวของคนที่กำลังจะเดินผ่านหน้าเขาไป “จะรีบไปไหนล่ะแม่ตัวประกอบ
หยิ่งนักไม่ใช่หรือเรา ไม่รู้หรือไงว่าถ้าทำให้ฉันไม่พอใจ เธอจะไม่ได้ทั้งงานและเงินน่ะแม่จอมหยิ่ง”
ใบหน้าคมคร้ามถามแนบชิดแก้มนุ่ม จมูกโด่งสูดเอากลิ่นแป้งเด็กและกลิ่นเนื้อนางเข้าปอดเต็มแรง
“ปล่อยฉันนะคุณโมกข์” ขนิษฐาบอกเสียงเข้ม ทั้งไม่พอใจและโกรธเกรี้ยว
ใบหน้าขาวสวยแดงจัด ดวงตาเป็นประกายสีแดงอมส้ม พยายามสะบัดหน้าหนีมือใหญ่ที่ยกขึ้นมาหวังแตะต้องผิวเนื้อขาวเนียน
มือยกขึ้นแกะมือใหญ่ออกจากแขนอย่างรังเกียจ
ผู้ชายนี่เป็นแบบนี้ด้วยกันทุกคนเลยหรือไง
เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่เครื่องบำบัดความใคร่ พอใจเมื่อไหร่ก็เรียกหา
ไม่พอใจเมื่อไหร่ก็ทิ้งขว้าง พ่อเธอก็คนหนึ่งแล้ว มีเมียไปทั่วทุกหัวระแหง
ไม่ว่าเดินทางไปทำงานที่ไหนก็ต้องได้เมียกลับมาเสียทุกครั้ง ดวงตากลมโตมองมือที่จับแขนและใบหน้าคมอย่างโกรธเกรี้ยว
“ปล่อยฉัน...” หญิงสาวย้ำอีกครั้ง
แต่มีหรือที่คนอย่างโมกข์จะทำตาม เสียงหัวเราะดังจากลำคอแกร่ง
และชายหนุ่มดันร่างบอบบางเข้าไปในห้องแต่งตัวและรีบล็อกห้องอย่างรวดเร็ว
“จะให้ฉันรีบไปปล่อยไปทำไมล่ะแม่ตัวประกอบ ก็เธอเองไม่ใช่หรือที่เรียกให้ฉันมาหาน่ะ”
“ปล่อยฉันนะคุณโมกข์
แล้วฉันไปร้องเรียกให้คุณมาหาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” สองมือเรียวทั้งผลักทั้งดันให้ร่างใหญ่ถอยห่างไป
หัวใจเต้นแรงและเร็วเมื่อสบกับสายตาคมวาวของอีกฝ่าย แม้จะไม่กลัวแต่ก็รู้สึกเกรงๆ
ในกิตติศัพท์ความร้ายกาจที่ได้ยินมาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
โมกข์หัวเราะ มือหนึ่งเท้าผนังห้องกันไม่ให้หญิงสาวหลีกหนี
อีกมือลากไล้ไปบนใบหน้าขาวเนียน
ยิ่งได้เห็นใบหน้าและรูปร่างของหญิงสาวอย่างใกล้ก็ทำเอาเรือนกายเขาถึงกับร้อนด้วยไฟปรารถนา
ไม่คิดว่าแม่ตัวประกอบที่เห็นไกลๆ ว่าน่าปรารถนามากแล้ว พอได้เห็นใกล้ๆ ก็ยิ่งสวยงามน่ารักและน่าทะนุถนอมเป็นที่สุด
ใบหน้าคมโน้มลงไปจนปลายจมูกแนบชิดกับใบหน้าเนียน กลิ่นหอมอ่อนๆ
ของสบู่ที่หญิงสาวใช้ผสมกับแป้งเด็กอ่อนๆ เข้าไปกระตุ้นเลือดราคะในตัวโมกข์ให้แทบลุกโพลงในบัดเดียวนั้น
“ก็ทำอย่างที่เธอต้องการไงแม่ตัวประกอบ” เขาพูดชิดพวงแก้มสีแดง
“ทำอะไร” หญิงสาวถามเสียงหลง
เบือนหน้าหนีจมูกโด่งที่กดลงมาหาแก้มนุ่ม หัวใจเต้นแรงและเร็วเหมือนกับกำลังจะทะลุออกจากอก
“ถ้าคุณอยากได้ผู้หญิงสักคนก็ไปหาเอาข้างนอกซิ อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่ชอบ”
หญิงสาวบอกเสียงครัดเครียด พยายามเบือนหน้าหนีจมูกโด่งๆ ที่กดฝังไปบนแก้มนุ่ม
“แน่ใจหรือแม่ตัวประกอบ
ก็ฉันเห็นนี่ว่าเธอกำลังยั่วยวนและเรียกร้องให้ฉันเข้าหา” โมกข์ยังคงเข้าใจว่าความคิดของเขานั้นถูก
มือใหญ่จับปลายคางมนให้หันมาหา ประทับจุมพิตไปบนเรียวปากนุ่มอิ่มเต็ม
เพียงแค่ได้พานพบความหวานหอมปานน้ำผึ้ง
ความบริสุทธิ์แรกแย้มราวกับดอกไม้ที่กำลังเริ่มผลิบาน ยังไม่มีภมรตัวใดได้แตะต้อง
ทำเอาชายหนุ่มถึงสัญญากับตัวเองว่าจะต้องได้เป็นเจ้าของหญิงสาว
ไม่เพียงแค่นั้นเขาต้องได้เธอเป็นคนแรกด้วย
ริมฝีปากหนาบดเบียดเคล้าคลึง มือที่เท้าฝาผนังอยู่เคลื่อนไปโอบรอบลำตัวบอบบาง
ดึงรั้งกายอรชรให้แนบชิดกายใหญ่ อีกมือเคลื่อนไหวซอกซอนไปตามผิวเนียนนุ่ม
เสื้อยืดตัวเล็กที่หญิงสาวสวมใส่อยู่ถูกม้วนขึ้นอย่างช้าๆ
ขนิษฐาตัวสั่นเมื่อถูกจู่โจมอย่างรวดเร็วจากชายหนุ่มผู้ช่ำชอง
กายบอบบางสั่นระริก รีบเบือนใบหน้าหนีริมฝีปากหนา แต่ชายหนุ่มก็ยังตามติด
และจุมพิตราวกับต้องการเอาลมหายใจของเธอออกจากร่าง
มือเรียวเย็นเฉียบจากที่ยกขึ้นดันให้ร่างใหญ่ถอยห่างกลับต้องหยุดชะงัก
คำพูดที่กำลังจะเอ่ยหายไปกับสัมผัสร้อนๆ ที่ลามเลียอยู่ทั่วร่าง
และมันดึงเอาสติออกไปจากตัวเธอเสียจนหมดสิ้น
มือใหญ่เคลื่อนเข้าครอบครองปทุมงามเต่งตึง แม้จะปกคลุมด้วยผ้าอีกชั้นก็ต้านทานความร้อนผ่าวจากมือใหญ่ไม่ได้เลย
โมกข์กดคลึงด้วยความปรารถนา ปลายยอดทรวงนูนเด่นดุนดันเสื้อชั้นในให้มือใหญ่ได้ครอบครองและได้สัมผัสอย่างถนัดถนี่
ปากหนาเคล้าคลึงดูดกลืนความหวาน ปลายลิ้นสากร้อนล่วงล้ำเข้าไปในปากเล็ก
ที่อ้าออกเพื่อสูบเอาลมหายใจเข้าปอด ปลายลิ้นสากแตะแต้มไปตามไรฟัน กระพุ้งแก้ม
ก่อนจะได้พบกับลิ้นเล็กๆ ที่พยายามผลักดันลิ้นหนาร้อนที่ล่วงล้ำเข้าไปในปากออกอีกครั้ง
แต่กลับกลายเป็นการยั่วยุให้ริมฝีปากหนาอุ่นร้อนกดซับลงไปอย่างหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งขึ้น
ลิ้นสากร้อนแต่งแต้มไปทั่วปากเล็ก เกี่ยวกระหวัดเข้ากับปลายลิ้นเล็ก
ริมฝีปากหนาร้อนกดคลึงดูดกลืนความหอมหวานราวกับน้ำผึ้ง
ก่อนที่จะถอนจุมพิตออกและมองหน้าหญิงสาวที่แดงปลั่งอย่างพออกพอใจกับความหวานหอมที่ไม่เคยมีริ้นไรไต่ตอม
ดวงตาคมหวานมองเหมือนต้องการสะกดจิตให้หญิงสาวหลงใหล
มือใหญ่เคลื่อนไปด้านหลังปลดตะขอชั้นในปลดปล่อยทรวงอกเต่งตึงให้เป็นอิสระ
ขนิษฐามองตามสายตาคมที่ไล่มองเธอเรื่อยลงมา
จนได้เห็นว่าชายหนุ่มกำลังทำอะไรกับเรือนกาย ริมฝีปากเล็กอ้าออกสลับกับขบเม้มกลืนน้ำลายลงคอ
ใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับเหมือนดาวบนท้องฟ้า
มือใหญ่ฟอนเฟ้นเนินทรวงอวบอิ่มเต่งตึง ปลายนิ้วไล้วนรอบๆ
ผลทับทิมสีสวย และอย่างรวดเร็วใบหน้าคมเคลื่อนเข้าหา
ริมฝีปากอุ่นร้อนขบเม้มปลายยอดถันสีสวยดึงแล้วปล่อย
ก่อนที่จะให้ลิ้นสากร้อนไล้วนรอบๆ ฟันขาวสะอาดขบกัดทับทิมผลนุ่มจนมันเกือบจะปริแตก
แม้จะพยายามบอกกับใจให้ต่อต้าน อย่ายอมให้ชายหนุ่มทำอะไรตามความต้องการ
แต่กายกลับไม่ยอมฟังคำสั่ง เอนเอียงเข้าหาความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
“คะ...คุณ...” ขนิษฐาตัวอ่อนระทวย ใบหน้าแดงระเรื่อ
ลมหายใจหอบกระเส่า สองมือกำเสื้อชายหนุ่มไว้มั่น เอนกายเข้าหาร่างใหญ่ให้แนบชิดกับเรือนกายนุ่มมากยิ่งขึ้น
กายบอบบางสั่นเทา ปวดร้าวและปั่นป่วน คลื่นความร้อนถาโถมเข้าหาจนรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่มันรัดรึงทำให้หายใจไม่ออก
ใบหน้าคมยังคงซบซุกกับทรวงสล้าง ปากและลิ้นสากร้อนกลืนกินทับทิมผลหวานเชื่อม
มือใหญ่เคลื่อนลงไปตามท้องน้อยเนียนนุ่มไล้วนแผ่วเบา
จนเมื่อได้พบกับขอบกางเกงหนาที่หญิงสาวสวมใส่อยู่ ชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบกำจัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
ดวงตาคมถึงกับเบิกกว้างเมื่อได้เห็นความสวยงามของหญิงสาว
เรือนกายขาวเหมือนกับไข่มุก เนียนนุ่มเหมือนกับแก้มก้นเด็กทารก แล้วเขาก็ได้ลองลิ้มแล้วว่าทั้งหวานและหอมเพียงใด
กายใหญ่เคลื่อนตัวลงไปด้านล่างอย่างเชื่องช้า
ใบหน้าคมเงยขึ้นมองและยิ้มให้กับหญิงสาวที่ยืนตัวแดงเหมือนกับกุ้งต้ม
มือใหญ่ลากไล้ไปตามลำขาเสลา บีบนวดต้นขาด้านใน สลับกับขยำนวดสะโพกงามงอนเต่งตึง
และมันก็ตอบรับสัมผัสจนโมกข์น้อยปวดร้าว อยากจะออกมาเผชิญโลกภายนอกในเร็วไว
ใบหน้าคมซบซุกระหว่างหน้าท้องเนียนนุ่ม มือค่อยๆ
ยกลำขาเสลาแยกออกจากกัน ให้ขาข้างหนึ่งพาดไว้บนบ่ากว้าง
ลมหายใจหอบแรงเมื่อได้เห็นความสวยสดและงดงาม
แม้ว่ามันจะยังซ่อนอยู่ภายในชั้นในสีหวาน แต่บางเบาพอให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน
“สวย...สวยงามมาก...” โมกข์เอ่ยชม
ใบหน้าคมโน้มลงไปให้จมูกได้สูดกลิ่นเนื้อสาวที่กระตุ้นอารมณ์กฤษณาในกายให้ลุกโชติช่วง
ชายหนุ่มส่งปลายลิ้นสากร้อนแตะแต้มกลีบกายอันอ่อนไหวแผ่วเบา สองมือขยำนวดต้นขางามเนียนสลับกับสะโพกงามงอน
ขนิษฐาเข่าอ่อนส่งเสียงร้องผะแผ่วในลำคอ ความรู้สึกแปลกๆ
เอ่อล้นจากกึ่งกลางและแผ่ซ่านไปรอบเรือนกายอย่างรวดเร็ว
มือเรียววางอยู่บนศีรษะทุยได้รูป ปลายนิ้วซอกซอนไปในเส้นผมหนานุ่ม
ท้องน้อยบีบตัวเป็นระลอกคลื่นตามแรงโจมตีของชายหนุ่ม
ลิ้นร้อนๆ ลากไล้ ฟันสีขาวขบกัดกดคลึงเกสรบุปผาบอบบางและอ่อนเยาว์ที่ซุกซ่อนอยู่ในชั้นในสีหวานแรงขึ้นจนชั้นในเปียกชื้น
“คะ...คุณ...คุณโมกข์...” ขนิษฐาร้องเรียกเสียงแหบพร่า
เมื่อความร้อนผ่าวราวกับไฟร้อนโอบล้อมเรือนกาย กายบอบบางเอนอิงผนังห้อง
“ปะ...ปล่อยกวางนะ...”
เสียงร้องหวานเชื่อมกระตุ้นไฟปรารถนาในกายหนุ่มให้ร้อนฉ่า
ลิ้นสากร้อนตวัดลากไล้สอดแทรกระหว่างสองกลีบกุหลาบนุ่ม ทั้งๆ
ที่ยังมีผ้าเนื้อบางขวางกั้นอยู่ ความหวานหอมที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มปวดร้าว
อาวุธร้ายดุนดันกางเกงยีนเพื่อออกมาดูโลกภายนอก
ลิ้นสากร้อนฟอนเฟ้นเกสรนุ่มรัวเร็วจนชั้นในสีหวานเปียกชื้นแนบชิดกลีบบุปผางาม
มือใหญ่เกลี่ยให้ขอบกางเกงเคลื่อนไปอีกด้าน
เพื่อที่จะได้ชิมรสหวานนุ่มของกายสาวอย่างถนัดถนี่
“คะ...คุณ...โมกข์...”