เสียงคลื่นที่ครวญตามแรงลมสาดซัดเข้าหาชายฝั่ง สลับกับเสียงนกทะเลกู่ร้องแว่วมาให้ได้ยิน เป็นสัญญาณเตือนว่าวันใหม่กำลังจะเริ่มต้น ส่งผลให้คนซึ่งนั่งนิ่งซบใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาลงกับหัวเข่า ต้องพยายามแหงนขึ้นมองความเปลี่ยนแปลงรอบตัว
ยามเมื่อฝ่าเท้าก้าวลงจากรถ ก่อนจะเหยียบย่ำลงบนผืนทรายแห่งนี้ ความมืดดำยังคงอยู่รอบกาย แต่ว่าในขณะนี้กลับกลายเป็นว่ามีแสงสว่างจางๆ ปรากฏขึ้นอยู่ ณ เส้นขอบฟ้า ทำให้สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากขึ้น
คราบน้ำตาที่ทอดตัวลงเป็นสายขนาบสองข้างแก้ม เธอจำต้องปล่อยให้มันไหลออกมาอีกครั้ง เมื่อความทุกข์ระทมนั้นเข้าโหมกระหน่ำซัดเข้าใส่ จนไม่อาจต้านทานหยาดน้ำแห่งความเจ็บช้ำไว้ได้ไหว เพื่อช่วยชะล้างหัวใจที่กลัดทุกข์ให้ผ่อนคลายลงบ้าง หัวใจที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่ามันแหลกสลายจนไม่มีชิ้นดี น่าแปลกที่มันก็ยังคงเต้นอยู่ทุกขณะ แม้ในขณะนี้ก็เช่นกัน
ทว่าค่ำคืนที่ผ่านมา ความทุกข์นั้นไม่เพียงยังคงอยู่ แต่มันกลับทำให้เธอยิ่งตอกย้ำถึงความผิดพลาดและความล้มเหลวในชีวิตมากขึ้น และมีบ้างบางเสี้ยวเวลาที่เธอแอบคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความฝันที่พัดผ่านเข้ามา และเมื่อเธอตื่นขึ้น ‘ทุกข์’ เหล่านั้นก็จะจางหายไป แต่สัมผัสจากแรงลมทะเลที่พัดผ่านเข้าหาตัว บวกกับความชื้นฉ่ำที่รับรู้อยู่บนผืนทรายก็ทำให้เธอต้องบอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่ความฝันอย่างที่เธออยากให้เป็น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความจริงที่เธอต้องยอมรับ ด้วยหัวใจที่ยังคงทิ้งรอยเจ็บ
ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร จากนนทบุรีมาประจวบคีรีขันธ์ไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยสักนิด เมื่อตลอดทั้งเส้นทางนั้นเธอมีหยาดน้ำตาเป็นเพื่อนร่วมทาง ความเข้มแข็งที่เธอแสดงออกให้ใครหลายคนได้เห็นจึงพังทลายลงเมื่อต้องอยู่กับตัวเอง เพราะแท้ที่จริงแล้วหัวใจเธอนั้นบอบช้ำเสียจนเธออยากจะหันไปหาหลักยึด อยากทบทวนในสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิต อยากปลอบใจตัวเองว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นเธอได้คิดและตัดสินใจอย่างถูกต้องแล้วที่สุด อยากปลดปล่อยหยาดน้ำตาให้เคล้าคลอไปกับเสียงทะเลและเกลียวคลื่น อยากคร่ำครวญโหยไห้ไปกับคลื่นลมให้สาสมกับโชคชะตา ที่ชักพาความรักเข้ามาทักทาย ก่อนจะฝากรอยจารึกที่ไม่มีวันลบออกไปไว้ให้เธอดูต่างหน้า และความทุกข์นั้นก็โหมซัดเสียจนดวงตาแดงก่ำบอบช้ำ จนต้องปิดเปลือกตาลงอีกครั้งเพราะไม่อาจสู้แสงที่เริ่มจะปรากฏ ณ เส้นขอบฟ้านั้นได้
แสงสว่างที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาบนท้องฟ้า ทำให้เปลือกตาซึ่งบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักต้องกะพริบถี่ขึ้น เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างและความเจิดจ้า
แสงสีส้มจางที่มองเห็นได้สุดสายตาค่อยๆ เคลื่อนขยายตัวจนเป็นวงกว้างมากขึ้น แม้จะยังไม่เห็นสิ่งทรงอำนาจที่มอบความอบอุ่นให้แก่พื้นโลก แต่แค่เพียงรัศมีที่แผ่ออกมาก็ทำให้ความเย็นยะเยือกในยามค่ำคืนและความหนาวสะท้านในหัวใจค่อยๆ มลายหาย
เกาะแก่งที่เคยมืดทึบอยู่ในทะเลปรากฏออกมาเบื้องหน้าราวภาพฝัน ดวงตาที่ทอดมองไปไกลค่อยๆ กะพริบถี่ขึ้นเพราะความเจ็บช้ำที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจนั้นคล้ายจะป่าวร้องว่า...เมื่อใดที่แสงสว่างมาเยือนจนมองเห็นสิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้ได้ชัดเจน เมื่อนั้นก็จะมองเห็นถึงจุดด่างดำในชีวิตของใครบางคนชัดเจนขึ้นไปด้วย รวมทั้งตัวเธอ
ร่างผอมบางที่กลับมามีทรวดทรงอวบอิ่มไม่ต่างจากนางแบบซึ่งมีสรีระงดงามกอดกระชับหัวเข่าตัวเองดั่งจะเรียกร้องหาความอบอุ่น ปล่อยให้เส้นผมสีดำหยักศกได้ทิ้งตัวยาวสยายกระจายไปตามแรงลม ชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวฉลุลายลูกไม้ราคาแพงลิบจากดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทยกำลังเปียกชื้นไปด้วยน้ำทะเลที่ซัดสาดเข้าใส่
เธอสั่นสะอื้นอีกครั้งราวกับจะปลดปล่อยทุกข์ทั้งหลายให้มลายไปกับแสงแรกแห่งวัน ให้ความทุกข์นั้นได้สลายไปกับระลอกคลื่นที่สาดซัดในทันทีที่กระทบเข้าหาฝั่ง
ดวงตาซึ่งเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตามองตรงไปข้างหน้าคล้ายจะดื่มด่ำกับภวังค์ความทุกข์ ที่แม้จะบอกตัวเองให้เข้มแข็งไว้ดังใจคิด และหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะหลงลืมความเจ็บปวดนั้นได้ แต่ยิ่งพยายามลืมเท่าไรกลับยิ่งจดจำ เมื่อฝ่ามือยังอดไม่ได้ที่จะสัมผัสไปยังหน้าท้องตัวเองไปมาด้วยความโหยหาในสิ่งนั้น...สิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่ามี แต่แล้วก็มี และเมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นมี ก็กลับมาจากไปอย่างที่เธอไม่สามารถจะยื้อไว้ได้ ไม่ต่างอะไรจากชื่อเสียงและเกียรติยศ
ภาพแห่งเกียรติยศและชื่อเสียงที่เคยเกิดขึ้นก่อนที่จะหลุดลอยไป ภาพแห่งความรักหวานละมุน และภาพแห่งความทุกข์มหาศาลต่างหมุนเวียนเปลี่ยนวนกันเข้ามาให้เธอหวนคะนึงหาไม่รู้จบ และตราบจนสิ้นลมหายใจนี้ เธอก็คงจะลืมไม่ลง
ฝ่ามือยังคงวางทาบไว้บริเวณหน้าท้องของตัวเอง หยาดน้ำตาไหลรินเป็นสาย พยายามคิดว่าใครบางคนนั้นเข้ามาเพียงเยี่ยมเยือนและก็จากไป ใครบางคนที่คงทำบุญร่วมกันมาไม่พอ จึงได้มาพบและจากลากันอย่างง่ายดาย และก็เป็นใครบางคนที่ทำให้เธอเลือกที่จะหักดิบหัวใจตัวเอง
เธอรู้ว่ามันเจ็บเจียนตาย แต่สุดท้ายเธอก็มั่นใจว่าเธอยังหายใจได้อยู่ เพียงแต่ต้องใช้เวลาเท่านั้น อาจจะหนึ่งเดือน สองเดือน หรืออาจยาวไปถึงหนึ่งปี สองปี หรืออาจยาวนานไปจนตลอดชีวิต แต่เธอก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งบาดแผลที่ยังคงความสดเหล่านี้จะกลับกลายเป็นแผลเก่าและตกสะเก็ดไปได้เองตามกาลเวลา อาจจะคันปนแสบนิดๆ ซึ่งหากเธอทนไม่ได้ที่ต้องไปแกะเกาด้วยความคิดซ้ำๆ ตอกย้ำความผิดในวันวาน ทว่าในวันหนึ่งมันก็ต้องหายเจ็บอย่างแน่นอน แม้ว่าจะทิ้งร่องรอยของบาดแผลไว้ให้เห็นบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าที่จะปล่อยให้แผลสดนั้นกลัดหนองจนอาจกลายเป็นเนื้อร้ายที่สามารถคร่าชีวิตเธอได้
“ฟ้าสวยดีนะครับ”
เสียงทุ้มดังขึ้น พร้อมกับใครคนหนึ่งนั่งลงที่ด้านข้าง ทำให้ใบหน้าฉ่ำชื้นไปด้วยวาวน้ำตาหันมองหาที่มาของเสียง หัวคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นครุ่นคิด ก่อนดวงตาซึ่งอ่อนล้าจะปิดลงเพราะเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินที่จะคิดถึงสิ่งใดในยามนี้ เธอเหนื่อยล้าเหลือเกิน
เสียงปรบมือจากแขกผู้มีเกียรติดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับผู้ที่กำลังถูกจับตามองอยู่ในขณะนี้เป็นบุคคลสำคัญ และเหมาะสมแล้วสำหรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับ ตลอดทั่วทั้งงานประดับประดาไปด้วยไฟและแสงสีเสียงอันยิ่งใหญ่อลังการ
ภายในงานประกอบไปด้วย ดารานักร้อง ดีเจ วีเจ พิธีกร ผู้จัดละคร ผู้กำกับ ผู้จัดรายการโทรทัศน์ ผู้จัดรายการวิทยุ เจ้าของสถานี นักประพันธ์ดนตรี นักประพันธ์เพลง บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่มีรายชื่อเสนอเข้าชิงรางวัล ตลอดจนทีมงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากนี่คืองานมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ผู้ที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนให้วงการวิทยุและโทรทัศน์ไทยได้ก้าวไกลและผลิตผลงานดีที่มีคุณค่าออกมาให้ประชาชนคนไทยได้ชื่นชมอย่างต่อเนื่อง ได้รับความเพลิดเพลินเจริญใจ และให้ประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างไม่ขาดสาย
แสงไฟที่สาดส่องมา รวมทั้งตากล้องและช่างภาพของงานเหมือนจะพุ่งความสนใจมายังเธอเป็นจุดเดียว รวมทั้งเสียงประกาศจากพิธีกรหญิงชายที่ดังซ้ำบนเวทีพร้อมเอ่ยแซวที่เธอมัวแต่ดูจินตลีลาประกอบเพลงจนเพลิน จึงไม่ได้ยินประกาศว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลประเภทเพลงประกอบละครยอดเยี่ยมแห่งปีประจำปีนี้คือ ตัวเธอเอง ‘เพราโพยม ภัทรนันท์’
หญิงสาวดูเหมือนจะตื่นตกใจไปชั่วขณะ เมื่อจุดโฟกัสภายในงานที่ยิ่งใหญ่อลังการในค่ำคืนนี้ ดูจะย้ายความสนใจมาที่เธอเป็นจุดเดียว
เสียงเพลงประกอบละครที่เธอจดปากกาสรรค์สร้างดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือกึกก้อง เมื่อเรือนร่างงามระหงยืนขึ้น ชุดผ้าไหมแก้วเกาะอกเข้ารูปตัวยาวแต่แอบมีรายละเอียดบริเวณช่วงสะโพกด้านหน้าคล้ายเป็นผืนผ้าบางเบาเนื้อเดียวกับชุดนั้นอ้อมมาผูกเป็นปมและทิ้งชายยาวจดพื้น ทำให้ชุดนั้นดูเรียบหรูสง่างาม อันเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ดีไซเนอร์ชื่อดัง ซึ่งช่วยขับให้ผู้สวมใส่นั้นดูสง่างามและควรค่าแก่เทศกาลพรมแดงนี้อย่างที่สุด และเมื่อเธอก้าวเดิน เนื้อผ้าบางเบาพลิ้วเรียบรื่นก็แนบขนาบไปกับทรวดทรงของหญิงสาว ด้วยสีเปลือกมังคุดของชุดนั้นก็ช่วยขับเน้นผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนของเธอให้เจิดจรัสในยามแสงไฟจากเวทีสาดส่องลงมา
สายตาชื่นชมหลายคู่มองตรงมาที่เธอ เพราะทั่วทั้งเนื้อกายนวลเนียนนั้น นอกจากชุดที่สวมใส่จะสะท้อนรสนิยมแล้วก็ไม่ได้มีเครื่องประดับอื่นใดอีก เพราะเส้นผมหยักศกสีดำยาวสยายที่ทิ้งตัวขนาบไล้จนเกินแผ่นหลังนั้นก็ให้ความสวยงามไม่ต่างไปจากเครื่องประดับอันมีค่า บวกกับต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยวรูปทรงหยดน้ำนั้นก็ให้ความงามแบบพอดีโดยไม่มากหรือน้อยไป และยังขับให้ใบหน้างามคมขำตามสไตล์สาวมอญนนทบุรีผสมแขกอยุธยายิ่งดูงดงามโดดเด่นเกินกว่าดาราสาวบางคนที่สวยเพราะคมมีดศัลยกรรมเสียอีก
“ขอแสดงความยินดีกับ ‘คุณเพราโพยม ภัทรนันท์’ นักประพันธ์บทเพลงเจ้าของนามปากกา ‘นางฟ้า’ ผู้ประพันธ์บทเพลงประกอบละคร ‘วิมานนางฟ้า’ ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครยอดนิยมแห่งปีที่แฟนๆ ร้องกันได้ทั่วประเทศด้วยค่ะ” พิธีกรสาวมากความสามารถเอ่ยแนะนำ เมื่อมองเห็นเธอกำลังเดินตรงมายังเวที
“ใช่ครับ และนางฟ้า หรือพี่ฟ้าของเราท่านนี้ไม่ธรรมดานะครับ สำหรับท่านที่พิสมัยภาพวาด ขอบอกเลยครับว่าพี่นางฟ้าของเราท่านนี้ก็คือบุคคลคนเดียวกับเจ้าของลายเซ็น ‘Angel’ ศิลปินสาวชาวไทยที่กวาดรางวัลภาพวาดระดับโลกมาแล้วอย่างมากมาย และหากท่านสนใจภาพเขียนของ Angel ก็ต้องรอคอยกันอีกนานนะครับ”
“อ้าว ทำไมล่ะคะคุณขา”
“ก็งานของ Angel ของพี่ฟ้าเรา ได้ถูกจองโดยนักสะสมนานาชาติหมดแล้วน่ะสิครับ แต่หากท่านไหนสนใจจริงๆ ผมขอแนะนำว่าท่านต้องสั่งจองผ่านเอเจนซีที่ ‘มงต์มาร์ท’ เท่านั้น เห็นมั้ยล่ะครับว่าผลงานของศิลปินสาวไทยของเราท่านนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ” พิธีกรหนุ่มที่ล่ำลือกันว่าแอ๊บแมนสุดฤทธิ์เน้นทำว่า ‘มงต์มาร์ท’ ในสำเนียงฝรั่งเศส เรียกเสียงหัวเราะจากแขกผู้มีเกียรติด้านล่าง และก็ได้รับแววตาหมั่นไส้จากพิธีกรสาวด้านข้างไปอีกคน
“โห คุณพี่ขา คุณพี่ทำได้ยังไงคะ ทั้งสวย ทั้งสาว ทั้งมากความสามารถ แต่งเพลงก็ได้ วาดรูปก็สวย โอย...คุณน้องเพลียค่ะ”
เพราโพยมอมยิ้มให้พิธีกรหญิงชายที่เอ่ยแนะนำตัวเธอพร้อมหยอกเย้าด้วยความเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศแห่งความอึดอัดดูจะผ่อนคลายลงไปได้มาก ร่างบอบบางสง่างามเดินเข้าไปประคองรางวัล ณ บัลลังก์ ก่อนจะเดินมาหยุดในจุดที่มีไมโครโฟนเป็นเสาแท่งเล็กซึ่งดัดโค้งโผล่ขึ้นมาจากกลางเวที ดวงตาคมเฉี่ยวจากการแต่งแต้มมีแววอ่อนโยน มองตรงไปข้างหน้า สูดลมหายใจเข้าลึก ไหล่ตั้งตรง ลำคอระหงเชิดสง่างามและอมยิ้มน้อยๆ
เธอดูไม่ต่างจากผึ้งนางพญาที่กำลังเมียงมองไปยังผึ้งงาน แม้จะเคยผ่านเมืองนอกเมืองนาทั้งยังมีเพื่อนฝูงเป็นระดับมหาเศรษฐีในประเทศมหาอำนาจหลากหลายคนเพราะรสนิยมทางศิลปะที่ตรงกัน ทว่าการอยู่ท่ามกลางเหล่าคนบันเทิงก็ทำให้เธอประหม่าเหลือเกิน เพราะทั่วทั้งงานแทบจะมีแต่คนหล่อคนสวยที่เดินเกือบชนกัน แต่เธอก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่หญิงสาววัย 37 ปี อย่างเธอจะทำได้
“ก่อนอื่นดิฉันต้องขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่กรุณามอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้แก่ดิฉันนะคะ ดิฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างสูงสุดค่ะ และดิฉันก็ต้องขอขอบคุณคณะผู้จัดละครและทีมงานทุกท่าน ที่กรุณาให้ดิฉันได้มีโอกาสเขียนเพลงให้ละครเรื่องนี้ ขอบคุณพี่นกยูงที่ช่วยขับร้องเพลงนี้ได้อย่างไพเราะและงดงาม รางวัลนี้ไม่ได้เป็นของดิฉันเพียงคนเดียว แต่เป็นของทีมงานทุกๆ ท่านด้วยนะคะ เพราะถ้าไม่มีทุกท่านให้โอกาส ดิฉันก็คงไม่มีวันนี้ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากที่สุด”
เสียงปรบมือกึกก้องอีกครั้ง เพราะทุกคำพูดที่เธอถ่ายทอดได้สร้างความประทับใจให้แก่คนฟังได้ดีจริงๆ ใบหน้ายิ้มละไมทอดสายตามองลงไปเบื้องล่าง ก่อนเรือนร่างงามระหงดุจนางพญาเยื้องย่างจะเดินมาจนถึงโต๊ะรับรอง ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดี การพูดคุยทักทาย และสายตาชื่นชมอย่างเปิดเผยของเหล่าบรรดาชายหนุ่ม ณ ที่นี้
พิธีการอันทรงเกียรติเทียบชั้นงานพรมแดงของต่างประเทศทำให้ในค่ำคืนนี้เป็นเสมือนสถานที่รวมของเหล่าดารานักร้อง ไฮโซ เซเลบ ผู้จัด ผู้กำกับ ตลอดจนผู้มั่งคั่งทางฐานะและชื่อเสียงของเมืองไทย แขกผู้มีเกียรติทุกท่านต่างแต่งกายกันด้วยชุดราตรีเริดหรูทั้งหญิงชายเพื่อให้ตนเองได้กลายเป็นจุดเด่น เรียกแสงแฟลชวูบวาบจากช่างภาพทุกสถาบันได้ เพราะงานในค่ำคืนนี้ก็ไม่ต่างจากงานแจ้งเกิดในวงการ หากจะมีใครที่โดดเด่น ก็ไม่พ้นที่จะได้รับโอกาสดีๆ ในวงการบันเทิงต่อไป
พิธีกรชายหญิงคู่ใหม่ขึ้นมารับช่วงพร้อมกับประกาศรางวัลอันทรงเกียรติอันดับต่อไปพร้อมนักร้องชายชื่อดังก้าวขึ้นสู่เวทีเพื่อขับกล่อมผู้ร่วมงานให้ได้รับความเพลิดเพลิน...เธอก็เช่นเดียวกัน
ดวงตากลมโตล้อมกรอบไปด้วยแพขนตาหนางอนงามรับกับแนวคิ้วโก่งไล้สีอย่างเป็นระเบียบก้มมองรางวัลแห่งเกียรติยศในมือ เพราะนี่ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เธอคว้ามาได้ด้วยความสามารถ นอกเหนือจากรางวัลภาพวาดที่ส่งไปประกวดยังต่างประเทศ จนทำให้เธอมีชื่อเสียง กลายเป็นศิลปินวาดภาพสีน้ำมันอันดับต้นๆ ของโลก
ริมฝีปากอวบอิ่มแต่งแต้มด้วยลิปสติกเฉดชมพูกะปิอมยิ้มน้อยๆ สายตาชื่นชมไปยังตุ๊กตานางฟ้าโลหะที่อยู่ในท่วงท่าร่ายรำอ่อนช้อยในมือ...รางวัลอันทรงเกียรตินี้สร้างความสุขให้เธอมากมายเหลือเกิน นอกจากอาชีพหลักคือวาดภาพเพื่อส่งให้เอเจนซีที่ปารีสแล้ว งานแต่งเพลงก็ถือเป็นงานอดิเรกอีกหนึ่งที่เธอชื่นชอบ เพราะทุกครั้งที่เธอวาดภาพเธอมักจะเปิดเพลงคลอไปด้วยทุกครั้ง และในยามพักเธอก็มักจะคว้าเอาเครื่องสายติดมือมานั่งบรรเลงที่ริมน้ำข้างบ้านเสมอ การแต่งเพลงจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผ่อนคลายอารมณ์ และเมื่อเธอลองส่งให้เพื่อนๆ ได้ทดลองฟัง ก็ปรากฏว่าได้รับความสนใจ
เพื่อนซึ่งอยู่ในแวดวงดนตรีจึงแนะนำให้เธอลองหัดแต่งเพลง โดยใส่ท่วงทำนองไปตามความรู้สึก และเธอก็พบว่างานแต่งเพลงก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เธอชอบ และสามารถทำควบคู่ไปกับการวาดภาพได้เป็นอย่างดี
และเมื่อบทเพลงของเธอถูกคัดเลือกให้เป็นเพลงประกอบละครหลังข่าวเรื่องดัง ก็ทำให้ชื่อเสียงในด้านการแต่งเพลงของเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น และที่ต้องขอบคุณที่สุดก็คงจะเป็น ‘มยุเรศ หรือ นกยูง’ นักร้องสาวสวยของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่
มยุเรศเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย และเป็นรูมเมตกับเธอเมื่อครั้งไปเรียนต่อที่ปารีส ซึ่งเธอนั้นสอบได้ทุนไปเรียนต่อและหาประสบการณ์ด้านการวาดภาพไปด้วยในตัว ส่วนมยุเรศนั้นเรียนเรื่องการออกแบบ ปารีสจึงเป็นจุดหมายเดียวกันของพวกเธอ ต่างกันก็เพียงที่ตัวเธอได้ทำงานไปตามความฝัน ส่วนมยุเรศนั้นก็ได้ดิบได้ดีกับงานร้องเพลงจนกลายเป็นหนึ่งใน ‘เจ้าแม่ดีวา’ แห่งวงการเพลงเมืองไทย
หลังงานประกาศรางวัลสิ้นสุด เพราโพยมได้รับเชิญจากคณะผู้จัดละครเพื่ออยู่ต่อให้นักข่าวได้ถ่ายรูปและสัมภาษณ์เล็กน้อย ซึ่งเนื้อหาของการสัมภาษณ์ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าประเด็นที่ว่า คนไทยจะได้มีโอกาสชื่นชมแกลอรีภาพวาดของเธอที่เมืองไทยบ้างหรือไม่ พร้อมคำถามยอดฮิตเรื่องหัวใจว่ามีวี่แววว่าจะมีใครมาจับจองบ้างแล้วหรือยัง เพราะตัวเธอนั้นก็จัดได้ว่าเป็นสาวโสดที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้
“หึๆ...สงสัยเนื้อคู่ฟ้าคงไม่มาเกิดแล้วละค่ะ อยู่แบบนี้ก็ดีนะ เย็นสบายและมั่นคงดี” ศิลปินสาวคนสวยตอบยิ้มๆ อย่างติดตลกและอารมณ์ดี
“แต่แอบเห็นมีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบซาลาเปานะครับ”
นักข่าวหนุ่มเอ่ยถามดวงตาเป็นประกาย เพราะศิลปินสาวคนนี้ถือได้ว่าเธอเป็นคนที่สร้างความสุขให้แก่ผู้ที่อยู่ใกล้ได้ดีจริงๆ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ รวมทั้งการตอบคำถามอย่างสุภาพและติดตลก ทำให้เธอยิ่งดูเป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์มากๆ แต่ทำไมเธอถึงยังโสด เธอไม่มีใครจริงๆ หรือเพราะว่าเธอบกพร่องในด้านไหน เขาจึงไม่เคยได้ข่าวเรื่องความรักของเธอกับผู้ชายคนไหนเลยสักครั้ง
“แหม ตาไวนะคะ คงต้องขายกันจนเบื่อไปเลยละ เพราะฟ้าน่ะซื้อไม่เป็น”
เพราโพยมตอบคำถามยิ้มๆ นึกชื่นชมนักข่าวหนุ่มที่ตาไว เพราะมีคนมาขายขนมจีบให้เธอจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหนุ่มใหญ่ หรือพระเอกยอดนิยมที่อายุอ่อนกว่าเธอเกินรอบ และนักร้องเจ้าเสน่ห์ที่ขยันส่งยิ้มให้เธอตาเป็นประกายเมื่อเขาร้องเพลงสื่อความหมายถึงเธออยู่บนเวที แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหว เพราะหัวใจดวงนี้ของเธอบรรจุไว้แต่เพียงคำว่า ‘ภาพวาด บทเพลงและก็ธรรมชาติ’ เท่านั้น ในชีวิตมีเพียงสามสิ่งนี้เธอก็มีความสุขดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคนรักหรือหาใครมาร่วมแชร์พื้นที่หายใจของเธออีก