ตอน 2

“พวกเอ็งแยกกันเอาของพวกนี้ไปขาย แล้วค่อยเอาเงินมาแบ่งกัน” เสียงของเก่งดังขึ้น เพราะต้องการเปลี่ยนจากสิ่งของเป็นเงินให้เร็วที่สุด

บ้านของเก่งคืออู่ซ่อมรถ ที่เปิดบังหน้างานอีกอย่างที่มักจะทำเพื่อหารายได้เสริม เมื่อก่อนดูเหมือนว่าอาชีพเสริมนี้จะเป็นอาชีพหลักของเก่งก็ว่าได้ ก่อนจะผันตัวมาเปิดอู่

“จ้ะพี่เก่ง” บรรดาลูกน้องของเก่ง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้านหรือไม่มีครอบครัวขานรับอย่างพร้อมเพรียง เก่งนั้นถูกนับถือเป็นหัวหน้าแก๊ง ซึ่งระยะหลังๆ ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป้าหมายนิดหน่อย เพราะเน้นยกเค้าบ้านของตำรวจเป็นหลัก

“กล่องนี้พี่ให้เอ็ง เห็นว่ามันสวยดี เอาไปสิ” เอ่ยจบเก่งก็ยื่นกล้องไม้ที่พึ่งปล้นมาได้ให้มีนา เด็กสาวที่อยู่กับเก่งมาได้หลายปี ซึ่งครั้งแรกที่เก่งพบมีนาคือตอนที่เขาถูกแก๊งอันธพาล รุมกระทืบจนเกือบตาย

ตอนนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนว่า ‘ตำรววจมา’ ดังขึ้น จนทำให้แก๊งอันธพาลถึงกับวงแตกไปคนละทิศคนละทาง และเมื่อไม่มีใครมีนาก็โผล่หน้าออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมส่งยิ้มแห้งๆ ให้เขา แล้วเฉลยว่าเธอเป็นคนพูดประโยคเมื่อครู่เอง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เขากับมีนาได้รู้จักกัน

ถามไถ่กันอยู่นาน เก่งถึงได้รู้ว่ามีนาหนีออกจากบ้าน เพราะถูกพ่อเลี้ยงหมายจะข่มเหงและคงไม่กลับไปที่นั่นอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เก่งสงสารจึงชวนมาอยู่ด้วยกัน ไปๆ มาๆ ก็นับถือเป็นพี่น้องมาจนถึงทุกวันนี้ นับเวลาจากวันนั้นจนถึงตอนนี้ก็ย่างเข้าปีที่สาม

“ไม่เป็นไรจ้ะพี่เก่ง ฉัน...”

“ถ้ามีนมันไม่เอา พี่ให้ฉันก็ได้นะพี่” กุ้งนางเอ่ยขัดขึ้น นั่นเพราะอยากได้กล่องไม้นั่นเช่นกัน แม้จะไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรอยู่บ้างก็ตาม

“กูให้มีนมัน เกี่ยวอะไรกับเอ็ง” เก่งหันมาเอ็ดกุ้งนางที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียตัวเอง แต่กลับไม่เคยออกไปช่วยงานอะไรสักอย่าง วันๆ ได้แต่แต่งหน้าทำผม สวยไปวันๆ

“แล้วถ้าเกิดในนั้นมีทองหรือเงินสด มีนก็ได้เยอะกว่าพวกเรานะสิ” กุ้งนางพูดราวกับตาเห็น ทั้งๆ ที่เธอเองก็ไม่ได้ไปช่วยงานอะไร

“ถ้ามีอย่างที่เอ็งพูด มีนมันสมควรได้ เพราะมันเข้าไปในบ้านหลังนั้นเป็นคนแรก ถ้าไม่ได้มันเข้าไปตัดสายกล้องวงจรปิด ป่านนี้ตำรวจคงได้แห่กันมาที่นี่แล้ว” แต่เก่งก็ตัดรำคาญ ด้วยการเปิดกล่องไม้ออกให้กุ้งนางได้เห็น ซึ่งข้างในมีแค่รูปถ่ายกับสร้อยคอเงินพร้อมจี้ธรรมดาๆ แค่เส้นเดียวเท่านั้น

“เห็นหรือยังว่าข้างในมันมีอะไร” น้ำเสียงห้วนๆ ของเก่งเอ่ยถามขึ้น

“เห็นแล้ว” กุ้งนางเอ่ยรับด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะมองมายังมีนาที่มักจะได้อะไรๆ มากกว่าเธอเสมอ ถือว่าเป็นน้องรักของเก่งหรือยังไง สักวันเถอะเธอจะเฉดหัวมีนาออกไปให้พ้นๆ

“เห็นแล้วก็หุบปากไปซะ”

“หุบก็หุบ...เชอะ” เอ่ยจบมีนาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที เก่งได้แต่ส่ายหน้าให้กุ้งนาง ใจหนึ่งก็อยากจะเลิกให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจก็นึกสงสาร

“เอาไปสิ”

“ขอบใจจ้ะ” มีนาเอ่ยขึ้นหลังจากยื่นมือไปรับกล่องไม้นั้นมาจากเก่ง

“ส่วนของที่อยู่ข้างใน เอ็งจะเก็บไว้หรือทิ้งก็ตามใจเอ็ง”

“จ้ะ”

“พี่ก็เป็นแค่โจร ไม่มีของขวัญวันเกิดดีๆ ให้เอ็งหรอก” เก่งเอ่ยขึ้น ใจจริงก็อยากซื้อของแพงๆ ให้มีนาเหมือนกัน แต่ยังไม่มีเงินมากขนาดนั้น เพราะเงินที่ได้มาจากปล้นแต่ละทีก็ต้องเอามาเลี้ยงลูกน้อง ที่ตอนนี้มีอยู่ห้าหกคน จะทิ้งพวกมันไปเสวยสุขคนเดียวก็ทำไม่ลงอีก เพราะอยู่กันมานานหลายปี

เงินที่นายใหญ่ให้มาใช้แต่ละก้อนก็เจียดมาเป็นค่าใช้จ่ายนั่นนี่อีกหลายรายการ การเป็นเสาหลักของครอบครัวมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

“แค่นี้ก็พอแล้วจ้ะ”

“เอ็งคิดผิดคิดถูกกันที่จะมาอยู่กับพี่...หืม”

“อืม...เหมือนจะคิดผิด” คำตอบของมีนาทำเอาคนฟัง เหวอ

“อ้าว! นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องร่วมสาบาน พี่เตะเอ็งปลิวไปนู่นแล้วนะ” เก่งไม่ได้พูดอะไรเกินจริง นั่นเพราะตั้งแต่มีนาช่วยชีวิตเขาไว้ครั้งนั้น ทั้งสองคนก็สาบานเป็นพี่น้องกัน

“ฉันล้อเล่นน่ะพี่เก่ง”

“แล้วไป”

“พี่เก่ง ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ”

“ว่ามา” เก่งนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้เพื่อรอฟัง

“ทำไมพักหลังๆ พี่ถึงเน้นปล้นแต่บ้านตำรวจ”

“พี่ว่าแล้วว่าเอ็งต้องสงสัย” นั่นเพราะเก่งรู้ว่ามีนาเป็นคนฉลาด แต่มักจะไม่โอ้อวด

“ก็มันน่าสงสัยนี่” มีนาสงสัยเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะได้ถามเท่านั้นเอง ทั้งๆ ที่นี่คือความเสี่ยงที่อาจทำให้ตำรวจสาวมาถึงตัวในเร็ววัน เพราะเหมือนไปเหยียบจมูกถึงที่แบบนั้น

“คำสั่งนายใหญ่นะ” คำว่านายใหญ่ทำให้มีนานึกถึงอดีตนายทหารคนนั้น คนที่ภายนอกดูขาวสะอาดแต่ทว่าเบื้องหลังกลับดำสนิท เธอเคยพบนายใหญ่แค่ครั้งเดียวหลังจากนั้นก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปพบอีก

“แต่ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมนายใหญ่ต้องสั่งให้พี่ปล้นบ้านตำรวจแบบนี้ด้วย” แม้จะเข้าใจว่านี่คือคำสั่งของนายใหญ่ ซึ่งก็คือคนที่คุ้มครองเก่งอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นมีนาก็อดที่จะสงสัยไม่ได้

“สร้างสถานการณ์”

“สร้างสถานการณ์ สร้างไปทำไมกันจ๊ะ”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่การที่เราทำงานได้ดี ก็ได้รับคำชมมานะ โดยเฉพาะเอ็งมีน”

“ฉันเหรอ” มีนาชี้นิ้วมาที่ตัวเอง

“ใช่...นายใหญ่ฝากชมเอ็งมาว่าทำงานได้รอบคอบดี จบงานจะตบรางวัลให้”

“อ๋อจ้ะ” เอ่ยจบก็ส่งยิ้มแห้งๆ ให้เก่ง คำว่าตบรางวัลทำให้เธอรู้สึกขนลุกบอกไม่ถูก นั่นเพราะนายใหญ่ของเก่งดูไม่น่าเข้าใกล้อย่างถึงที่สุด ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

“แล้วนายใหญ่จะให้เราปล้นบ้านตำรวจอีกกี่หลังหรือว่าพอแล้ว”

“อีกสองสามหลัง”

“อีกตั้งสองสามหลังเชียวเหรอ” มีนาอุทานออกมา เพราะไม่คิดว่าต้องไปปล้นบ้านตำรวจอีก

“ทำไม...หรือเอ็งกลัว”

“ฉันก็ยอมรับว่ากลัว เพราะเราไม่ได้ปล้นบ้านคนธรรมดาแต่กลับไปปล้นบ้านตำรวจ ถูกหมายหัวแน่ๆ”

“ไม่หรอก อย่าลืมสิว่านายใหญ่ที่หนุนหลังเราอยู่เป็นใคร” เก่งยิ้มอย่างมั่นใจ เพราะต่อให้อนาคตจะถูกจับได้ขึ้นมา ก็คงไม่ต้องติดคุกติดตะรางหรือเสียประวัติ นายใหญ่ต้องยื่นมือมาช่วยพวกเขาอย่างแน่นอน

“แต่ฉันว่า...” ยังไม่ทันที่มีนาจะได้เอ่ยอะไร เก่งก็ชิงพูดแทรกขึ้นเสียก่อน

“แล้วนี่เอ็งสอบเสร็จหรือยัง”

“ใกล้แล้วจ้ะ”

“เอ็งเรียนปีสุดท้ายแล้วสินะ” แววตาของเก่งสื่อความหมายว่าภูมิใจในตัวมีนามาก ถึงแม้จะไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน แต่เก่งก็รักมีนาเหมือนน้องสาวแท้ๆ มีนาเองก็รักเก่งเหมือนพี่ชาย เพราะรักจึงหวังดีอยากเปลี่ยนทางเดินของเก่งให้ดีขึ้นจากที่เป็นอยู่

นั่นเพราะสิ่งที่เก่งทำอยู่ตอนนี้มันเสี่ยงมาก การมีนายใหญ่คอยหนุนหลังอาจเป็นเรื่องดี แต่ถ้าวันหนึ่งเก่งหมดประโยชน์ขึ้นมา คิดแล้วมีนาก็ได้แต่กังวล

“จ้ะ”

ตอน 3

“สอบเสร็จก็ไปพักสมองบ้าง” เก่งเอ่ยปรามเพราะก่อนหน้านี้มีนามักจะทำงานหาเงินตลอดเวลา ไหนจะงานที่ร้านกาแฟที่เป็นของตัวเอง ไหนจะงานพิเศษที่ทำร่วมกับเขาและชาวแก๊งอีก บอกให้หยุดเพื่อตั้งใจเรียนอย่างเดียวก็ไม่เคยทำตามเขาเลยสักครั้ง

“แล้วใครจะดูร้านล่ะจ๊ะ" ร้านที่มีนาเอ่ยถึงคือร้านกาแฟเล็กๆ ที่อยู่ถัดไปจากอู่ซ่อมรถของเก่งไม่ไกลนัก เป็นมินิมอลล์เล็กๆ แต่ทว่าก็สร้างรายได้ให้มีนาได้พอสมควร

"พี่ไง...แต่อย่าเลย เดี๋ยวไปไล่ลูกค้าเอ็งเสียเปล่าๆ" เอ่ยจบก็ส่งยิ้มแห้งๆ ให้มีนา นั่นเพราะทุกครั้งที่เก่งเข้าไปช่วยงานที่ร้านกาแฟ บรรดาลูกค้าเด็กๆ ต่างกลัวจนแทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

“มีน...พี่นะอยากให้เอ็งเรียนสูงๆ เพราะพี่ไม่มีโอกาสได้เรียน พี่อยากเห็นเอ็งสวมชุดครุยรับปริญญา”

“พี่เก่งก็รักษาตัวเองให้ดี ต้องไปงานรับปริญญาของฉันนะ”

“พี่ยังไม่รีบตายหรอกนา จะอยู่กับเอ็งจนหัวหงอกกันไปข้าง พี่ง่วงแล้ว ขอไปนอนพักสักงีบ พรุ่งนี้มีนัดส่งรถลูกค้าอีก” เอ่ยจบเก่งก็ส่งยิ้มให้มีนาจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องนอนตัวเองไป มีนาได้แต่นั่งถอนหายใจออกมาเฮือกๆ ก่อนจะเดินถือกล่องไม้ที่ได้รับจากเก่งกลับห้องของตัวเองเช่นกัน

เธอหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงขนาดสามฟุตครึ่ง แล้วเปิดกล่องไม้ในมือออกดู รูปถ่ายเด็กทารกวัยแบเบาะกับเด็กชายที่อายุราวๆ แปดขวบไม่ได้ดึงความสนใจของเธอได้มากเท่ากับสร้อยคอพร้อมจี้ ที่วางอยู่มุมหนึ่งของกล่องไม้

“ทำไมถึงเหมือนกับของเราเลย” มีนาดึงสร้อยคอที่สวมติดตัวอยู่ตลอดเวลาออกมาเปรียบเทียบ มองมุมไหนสร้อยทั้งสองเส้นก็เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน แถมด้านหลังจี้ยังสลักตัวอักษรตัวเอ็มเป็นภาษาอังกฤษไว้อีก ซึ่งเธอรู้และเข้าใจมาตลอดว่านี่คืออักษรย่อชื่อของเธอ

“แค่ความบังเอิญมั้ง สร้อยแบบนี้คงมีขายออกถมเถไป” นี่คือคำตอบที่มีนาให้กับตัวเอง ก่อนจะเก็บของใส่กล่องไม้ไว้อย่างเดิม และไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก

หนึ่งอาทิตย์หลังจากถูกโจรยกเค้าบ้าน ในที่สุดนายตำรวจหนุ่มเมฆาก็ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมาอยู่ในมือ ภาพของผู้หญิงต้องสงสัยคนหนึ่งที่เข้ามาในหมู่บ้านหลายครั้ง และมักจะเดินสอดส่องด้วยท่าทางไม่น่าไว้วางใจอยู่รอบๆ บ้านของเขา นั่นทำให้ชายหนุ่มสนใจเธอเป็นพิเศษ

ก่อนที่ภาพจะตัดมายังวันเกิดเหตุ ผู้หญิงคนเดิมตรงมายังบ้านของเขาอย่างไม่ลังเล แม้จะมองไม่เห็นหน้าเลยสักมุม แต่ลักษณะท่าทางรวมไปถึงรูปร่างที่เห็น เมฆามั่นใจว่าต้องเป็นคนเดียวกันไม่ผิดแน่ และไม่นานเธอก็ปีนกำแพงเข้ามาภายในบ้านได้สำเร็จ

“ปีนกำแพงได้ซะด้วย” เสียงทุ้มเอ่ยบอกตัวเอง พร้อมจับตามองภาพที่เห็น เพราะทันทีที่เข้ามาในบ้านได้ เธอก็เริ่มทยอยตัดสายกล้องวงจรปิดทิ้ง บางตัวที่ตัดไม่ได้ก็ใช้วิธีบิดหน้ากล้องจนจับภาพอะไรไม่ได้เช่นกัน

“ดูเป็นมืออาชีพไม่น้อย คงไม่ได้ลงมือคนเดียวแน่ และคงรู้แม้กระทั่งเวลาของสายตรวจว่าจะมาประมาณกี่โมงสินะ” เมฆายกมือขึ้นกุมคางตัวเองพร้อมสันนิษฐานไปด้วย

ยิ่งได้เห็นภาพขณะโจรลงมือก่อเหตุแบบนี้ก็ยิ่งเจ็บใจจนอยากตามจับให้ได้เสียวันนี้พรุ่งนี้ แต่ทุกอย่างมันก็มีขั้นมีตอน ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำได้ ต่อให้เขาเป็นถึงตำรวจก็เถอะ สายสืบที่ส่งลงพื้นที่ก็กำลังทำงานกันอย่างหนัก เพราะระยะหลังๆ บ้านนายตำรวจมักจะถูกโจรยกเค้าบ่อยขึ้น

ไหนจะงานที่สถานีตำรวจที่เขาต้องรับผิดชอบอีกหลายงาน โดยเฉพาะงานใหญ่ที่พึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาเมื่ออาทิตย์ก่อน

“เฮ้อ!” นายตำรวจหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ นั่นเพราะแต่ละงานไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างหลังที่ดูเหมือนจะอันตรายถึงชีวิต

เมฆานั่งทำงานจนดึกดื่นอย่างเคย ก่อนจะกลับบ้านที่ตอนนี้ดูเหมือนจะโล่งเป็นพิเศษ นั่นเพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พอจะขายได้ก็ถูกยกเค้าไปจนหมด ขนาดจะต้มมาม่ายังทำไม่ได้เพราะไม่มีไมโครเวฟ

นายตำรวจหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวอย่างคนหมดแรง ตั้งใจจะนอนพักสายตาสักหน่อย แต่ไปๆ มาๆ กลับหลับสนิทแบบไม่รู้ตัว ก่อนจะสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ในตอนเช้า เมฆางัวเงียคว้ามากดรับสายทั้งๆ ยังไม่ได้ลืมตาขึ้นดูหน้าจอด้วยซ้ำ แต่เสียงเรียกเข้าที่ตั้งไว้แบบเฉพาะตัวก็รู้ได้ไม่ยากว่าคือใคร

“ครับแม่”

“ตื่นหรือยังเมฆ” ผกาเอ่ยถามออกไป

“ยังครับ ว่าแต่แม่มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไร แค่โทรหาลูกชายคนเดียวเพราะคิดถึง” นั่นเพราะหลายอาทิตย์มานี้ เมฆาแทบไม่ได้แวะกลับมาที่บ้านเลย ทั้งๆ ที่กรุงเทพฯ กับราชบุรีก็ไม่ได้ไกลกันขนาดนั้น

“ผมก็คิดถึงแม่ครับ พ่อด้วย”

“คิดถึงก็แวะมาหาแม่บ้าง”

“พอดีช่วงนี้ผมยุ่งๆ อยู่นะครับแม่” นายตำรวจหนุ่มรีบ แก้ต่างให้ตัวเอง แต่พักนี้เขาก็ยุ่งกับงานมากจริงๆ

“พ่อก็ยุ่ง ลูกก็ยุ่ง รู้แบบนี้แม่ไม่น่ายอมให้เราเป็นตำรวจเหมือนพ่อซะก็ดี” ผกาเอ่ยออกมาอย่างน้อยอกน้อยใจ ชีวิตเธอแต่งงานกับนายตำรวจก็พอทำใจได้เรื่องงานว่าไม่ค่อยมีเวลา ติดราชการนั่นนี่บ่อยๆ แต่พอมีลูกแทนที่จะได้อยู่ด้วยกัน กลับเลือกจะเป็นนายตำรวจเหมือนผู้เป็นพ่ออีก

“โธ่แม่ครับ”

“เอาเป็นว่าเย็นนี้แม่จะรอกินข้าว ตกลงนะ”

“เย็นนี้เลยเหรอครับแม่” คนฟังอุทานออกมาเพราะมันปุบปับเกินไปหน่อย

“ใช่จ้ะ แล้วก็อย่ามาอ้างว่าต้องไปทำงาน เพราะแม่รู้ว่าวันนี้และพรุ่งนี้คือวันหยุดลูก” ที่รู้เพราะผกานั้นโทรสอบถามกับลูกน้องของเมฆามาแล้วนั่นเอง

“แม่ดักผมซะทุกทางขนาดนี้แล้ว ไปก็ได้ครับ”

“ดีมากจ้ะ” ผกายิ้มกว้างออกมา ร้อยวันพันปีเธอไม่เคยมัดมือชกลูกชายแบบนี้สักเท่าไหร่นักหรอก แต่ครั้งนี้มันคิดถึงมากจริงๆ รวมทั้งอยากถามเรื่องที่เธอได้ไหว้วานให้เมฆาทำด้วย ว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

เมฆาคุยโทรศัพท์กับผู้เป็นแม่อีกครู่หนึ่งก็กดวางสาย จากนั้นก็ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย แต่ไม่ได้ตรงเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว

นายตำรวจหนุ่มเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อออกกำลังกายอย่างที่เคยทำ ทั้งซิทอัพ วิดพื้น ยกเวทและอื่นๆ กระทั่งผ่านไปสองชั่วโมงจึงกลับขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัวแล้วกลับลงมาที่ชั้นล่างอีกครั้ง เพื่อทำอาหารเช้าง่ายๆ กิน

“เอ้า! กาแฟหมด” เมฆาเอ่ยเซ็งๆ นั่นเพราะเขาติดกาแฟ หากวันไหนไม่ได้รับคาเฟอีนก็เหมือนชีวิตนั้นขาดอะไรไป อย่างเช่นในเช้านี้ที่นายตำรวจหนุ่มดูจะไม่ค่อยสดชื่นอย่างที่ควร

เมฆากินข้าวเช้าแบบลวกๆ ก่อนจะหยิบกุญแจรถบิ๊กไบค์มาถือไว้ในมือ ปิดบ้านเสร็จก็เดินตรงไปยังรถคู่ใจ ก่อนจะขี่ออกไปจากบ้านโดยเป้าหมายของวันนี้คือราชบุรี ระหว่างนั้นก็กวาดสายตาผ่านหมวกกันน็อคใบใหญ่เพื่อมองหาร้านกาแฟอยู่เป็นระยะๆ แต่ไม่มีจังหวะได้เลี้ยว

กระทั่งขี่รถออกมานอกเมือง สายตาของเมฆาก็มองเห็นป้ายร้านกาแฟอยู่ไม่ไกล คราวนี้นายตำรวจหนุ่มจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังหน้าร้านอย่างไม่รีรอ เมื่อจอดรถบิ๊กไบค์เสร็จก็ถอดหมวกกันน็อคออก ก่อนจะถือติดมือเข้าไปภายในร้านด้วย

“เอสเพรสโซ่ร้อนแก้วนึงครับ”

“ได้ค่ะ” เจ้าของร้านที่เวลานี้ยืนอยู่หน้าเครื่องทำกาแฟเอ่ยรับ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ลูกค้าหนุ่มตามมารยาทที่ทำอยู่ทุกๆ วัน แล้วเดินมาคิดเงินอีกมุม

“เท่าไหร่ครับ”

“ห้าสิบห้าบาทค่ะ” มีนาเอ่ยบอกราคากาแฟที่ลูกค้าสั่งเมื่อครู่ เมฆาจึงหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นให้เธอ จากนั้นก็รอรับเงินทอน เมื่อได้ครบก็เดินมานั่งรอกาแฟที่สั่งยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ร้านกาแฟขนาดกลางที่ตกแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ มีพื้นที่เอาท์ดอร์เล็กๆ ให้ลูกค้าได้นั่งรอหรือดื่มกาแฟด้วย

ที่นี่คงเป็นมินิมอลล์เปิดใหม่เพราะเขาไม่คุ้นตาว่ามันเคยมีมาก่อน หรือเพราะเขาไม่เคยสังเกตว่ามันมีก็ไม่รู้เหมือนกัน จะว่าไปมุมที่เขานั่งสามารถมองเห็นผู้หญิงคนเมื่อครู่ได้อย่างชัดเจน

เมฆาไม่เคยรู้สึกสนใจที่จะมองขั้นตอนการชงกาแฟเท่าครั้งนี้มาก่อน ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างการชงกาแฟกับคนชงอะไรน่าสนใจกว่ากัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เพิ่มความสูงด้วยการขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ไม้ซึ่งเวลานี้วางอยู่กับพื้น เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้คงเพราะอยากให้ตัวเองสูงเท่ากับระดับของเครื่องทำกาแฟกระมังหรือไม่เธอก็คงถนัดกว่ายืนบนพื้น ดูไปแล้วก็ตลกและน่ารักในเวลาเดียวกัน

“เอสเพรสโซ่ร้อนได้แล้วค่ะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED