ตอน 2

ใบหน้าเหวอๆ ของเธอทำให้คนที่เพียงชำเลืองมองมาต้องหันกลับไปสนใจกับสิ่งตรงหน้าตามเดิม เพราะรู้จากพี่ยามแล้วว่าจะมีคนมาสัมภาษณ์ร่วมกันอีก 1 คน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้หญิง กฤปมัยไม่ได้พูดอะไรแม้จะรู้ว่าเธอยังคงมองดูเขาอยู่อย่างสำรวจตรวจตราก็ตาม

‘คนหล่อๆ ต้องทำคะแนนๆ ดีดี้ เอ๊ย! แกอาจจะได้ลงจากคานก็งานนี้ล่ะวะ เอาวะ! เป็นไงเป็นกันใกล้ขบวนสุดท้ายเข้าไปทุกที หล่ออย่างนี้ปล่อยไปก็โง่ตายล่ะ’

“เอ่อ...สวัสดีค่ะ มาสัมภาษณ์เหมือนกันใช่มั้ยคะ”

แม้ความคิดในใจนั้นจะหมายมั่นปั้นมือว่าต้องสานสัมพันธ์กับผู้ชายหล่อๆ ตรงหน้านี้มากมายเพียงใด แต่เอาเข้าจริงบทจะต้องพูดดาวินีก็รู้สึกประหม่าจนแก้มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อจนได้

กฤปมัยชำเลืองมองผู้หญิงตัวเล็กกะทัดรัดข้างกาย แม้รู้ว่าเธอต้องการสร้างสัมพันธ์แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะร่วมด้วยในตอนนี้เพราะสิ่งที่เขาต้องเจอในอีกไม่กี่วินาทีต่อไปนี้มันต้องใช้สมาธิอย่างมาก การตัดสิ่งที่อาจทำให้หัวใจไขว้เขวเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ

“ดีดี้ มาสัมภาษณ์เหมือนกันค่ะ”

คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันทำให้เธอรู้ว่าเขาเริ่มไม่พอใจ ดาวินีรู้สึกเหมือนเลือดลมจะขึ้นหน้าเมื่อความอายมาเยือนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะอาการของเขามันแน่ยิ่งกว่าแช่แป้งว่าเขาไม่พร้อมจะตามเกมของเธอแน่นอน

‘คนบ้า! จะพูดหน่อยก็ไม่ได้ กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือไงนะ เชอะ! คิดว่าง้อเหรอ สวยเลือกได้อย่างฉันไม่ง้อย่ะ!’

ดาวินีพูดค่อนขอดคนหน้าหล่ออยู่ภายในใจ ก่อนจะยิ้มแหยๆ เมื่อคนตรงหน้าเหมือนจะอ่านความคิดเธอออกว่ากำลังสวดเขาอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะเห็นได้จากสายตาขุ่นเขียวแต่หล่อชะมัดคู่นั้น

“ขอโทษทีนะครับที่ต้องทำให้รอนาน”

ชายร่างท้วมหัวล้านเลี่ยนที่เดินเข้ามาใหม่นั้นเธอจำได้ ‘คุณนิกร’ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ที่ให้เธอเขียนใบสมัครงานทิ้งไว้วันก่อน ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อให้เธอมาสัมภาษณ์งานในวันนี้ ดาวินีลุกขึ้นยืนพร้อมพนมมือไหว้อย่างอ่อนช้อยที่สุดที่คิดว่าจะทำได้ ทว่าหางตาดันตวัดไปมองคนที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม ไม่เพียงเขาจะไม่ทักทายคุณนิกรแต่กลับยิ่งทำหน้าเฉยๆ เข้าไปใหญ่

‘หรือเขาจะรู้จักกันแล้วนะ’ สิ่งที่คิดไว้ก็คงเป็นไปตามนั้นเพราะจากสิ่งที่คุณนิกรพูดตามมาก็คงจะยืนยันได้เป็นอย่างดี

“คุณกฤปมัยครับ ท่านประธานเชิญที่ห้องครับ”

กิริยาโค้งกายท้วมๆ นั้นอย่างเกรงอกเกรงใจยิ่งทำให้ดาวินีเสียวสันหลังวาบยามดวงตาคมเข้มนั้นตวัดขึ้นมองเธออย่างกรุ่นๆ อะไรสักอย่าง

“คุณดา เอ่อ...”

“ดาวินีค่ะ” สีหน้าครุ่นคิดชื่อของเธอทำให้ดาวินีชิงพูดต่อให้ก่อนที่นิกรจะเรียกชื่อเธอจนเพี้ยนและจะยิ่งอายคนหล่อที่ชื่อกฤปมัยนี้มากยิ่งขึ้น

“อืม...คุณดาวินี รอสักครู่นะเดี๋ยวผมมา”

ดาวินีรับคำก่อนจะค่อยๆ นั่งลงอย่างแหยงๆ เพราะไม่รู้ว่าไปปล่อยไก่หรือทำกิริยาอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า ดูท่าแล้วเขาจะเป็นคนสำคัญของที่นี่ไม่น้อย หรือว่าเธอเข้าใจผิดไปเอง พนักงานใหม่ที่จะเข้าสัมภาษณ์งานในวันนี้พร้อมๆ กันกับเธอ...คงไม่ใช่เขา

“ไอ้ดี้เอ๊ย! แกเสร็จแน่ แล้วอย่างนี้เขาจะรับแกเข้าทำงานเหรอวะ”

นิ้วมือเกาศีรษะตัวเองไปมา ก่อนจะค่อยๆ ชำเลืองมองเขาที่เดินพ้นประตูไป ทว่าดวงตาคมเข้มคู่นั้นยังไม่วายมองตรงมาที่เธออย่างเอาเรื่องเช่นกัน

เจ้าของห้องเงยหน้าจากเอกสารขึ้นในทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา ก่อนจะลุกขึ้นและผายมือไปที่ชุดรับแขกด้านหน้า ใบหน้าที่เคร่งเครียดจนหัวคิ้วยับย่นคลายออกและมีรอยยิ้มน้อยๆ เข้ามาแทนที่ รวมไปถึงแววตาคมเข้มคู่นั้นที่แม้จะร่วงโรยและอ่อนล้าไปตามวันเวลา ทว่าขณะนี้มันกลับฉายแววยินดีในอะไรบางอย่างจนเปี่ยมล้น

“นั่งสิดิน นิกรขอบคุณมากที่ไปตามมาให้ ไปเหอะ เดี๋ยวผมสัมภาษณ์ให้เอง” เจ้าของห้องพยักหน้าให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพียงนิดก่อนจะส่งรอยยิ้มทั้งหมดนั้นมาที่เขา

‘คุณเกียรติกร รัตนโอฬารสภา’ เถ้าแก่หรือท่านประธานก็แล้วแต่ว่าพนักงานจะเรียกกัน ซึ่งพนักงานรุ่นเก่าหน่อยก็จะเรียกว่าเถ้าแก่ แต่ถ้าเป็นพนักงานรุ่นใหม่โดยมากแล้วก็จะเรียกว่าท่านประธานกันทั้งนั้น เจ้าของบริษัท เกียรติกรเพลสพาร์ท จำกัด ในวัย 55 ปี แต่ยังดูหนุ่มกว่าอายุอยู่มาก ทว่าในรอบ 3 ปีนี้ เกียรติกรกลับต้องเผชิญกับภาวะสถานการณ์ธุรกิจที่ไม่ค่อยมั่นคงและยังต้องเผชิญกับสารพัดโรคที่เริ่มจะมาเยือน ทำให้เขาดูแก่ไปมากกว่าครั้งล่าสุดที่พบกัน

“สวัสดีครับ” กฤปมัยยกมือไหว้ก่อนจะนั่งลงตามที่ท่านเชื้อเชิญ

“เป็นไง ขับรถมาเหนื่อยมั้ย” สายตาห่วงใยและน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างที่สุดส่งตรงไปยังคนที่นั่งอยู่ในฝั่งตรงกันข้าม คำทักทายที่ไม่ได้ต่างไปจากการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ทว่าคนถามก็รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจยิ่งนัก แค่ได้เห็นเขาในอาณาจักรนี้

“ไม่เหนื่อยครับ แค่ไม่กี่ชั่วโมง” ดวงตาคมเข้มไหววูบลงเพียงนิดเพราะรับรู้ในบางสิ่งที่เจ้าของอาณาจักรแห่งนี้พยายามจะสื่อออกมา แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ของเขา สถานที่แห่งนี้มีเจ้าของโดยชอบธรรมอยู่แล้ว

“ขอบใจและขอโทษนะที่ทำให้ต้องลำบาก แต่...” น้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะก้อนความรู้สึกบางอย่างกำลังปะทุ ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งนั้นเสมือนกระจกย้อนเวลาไปสู่อดีตที่เขากำลังใช้สายตาพร่าเลือนตามวัยและพร่าเลือนเพราะหยาดน้ำบางอย่างเพ่งมองให้เต็มตา

“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ” เพราะท่าทีลำบากใจที่จะเอ่ยนั้นทำให้เขาเป็นฝ่ายชิงพูดเสียเอง เพราะบางสิ่งบางอย่างก็ไม่อยากรื้อฟื้นขึ้นมาให้กระทบกระเทือนจิตใจกันและกัน

ตอน 3

“กระเป๋าเสื้อผ้ามีเยอะมั้ยจะได้ให้เด็กไปยก เดี๋ยวจะพาไปดูห้อง”

“ท่านครับ...”

เกียรติกรชะงักกับคำเรียกขานของเขา สีหน้ามีแววเศร้าเพียงนิดก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มอย่างรอคอยสิ่งที่เขาจะพูดออกมา

“ผมเช่าห้องไว้แล้ว อยู่ด้านหลังโรงงานนี่แหละครับ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเขาคิดว่าสุภาพที่สุดแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนความรู้สึกกันและกันไปมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะปฏิเสธความหวังดีนั้น แต่เพราะไม่อยากสร้างความยุ่งยากที่เริ่มก่อเค้าให้มากไปกว่านี้

สิ่งที่เขาพูดเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว ทว่าแววตาผ่านพ้นวันเวลาที่ฉายแววเจ็บปวดชั่วครู่ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ความสูงที่เขามองเห็นแล้วว่ามันไม่ได้แตกต่างกันเลย ไหล่หนาตั้งตรงดั่งคนพร้อมไปด้วยอำนาจสิทธิ์ขาด สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นแต่คนอื่นจะไม่มีวันเห็นก็คือ แรงกดทับแห่งภาระที่ไหล่หนาตั้งตรงนี้แบบรับไว้และภาระนั้นกำลังจะเปลี่ยนมือ

ดวงตาผ่านโลกมาเนิ่นนานมองตรงไปยังเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่คงอยู่ในวัยไล่เลี่ยกับบุตรสาวของเขาพร้อมประเมินสิ่งที่ต้องการไปด้วย แววตากระตือรือร้นและดูไม่ยอมคนนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะเห็น และเขาก็หวังว่าเธอจะเป็นดั่งที่เขาคาดคิด

“คุณดาวินี คุณจบอะไรมานะ”

ชายหัวล้านเลี่ยนร่างอ้วนฉุส่งคำถามมายังเธอ คำถามที่ทำให้ดาวินีนึกฉุน

‘มันก็เขียนอยู่ทนโท่ ทำไมไม่อ่านนะ’

สายตาหลุบต่ำมองใบสมัครงานที่อยู่ในมือเขา ทำให้นิกรชะงักค้างก่อนจะก้มลงมองข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ประกอบการสมัครงานของหญิงสาวตรงหน้า

“ก็รู้น่ะว่าเขียนไว้แล้ว แต่ขั้นตอนการสัมภาษณ์ก็คือการสัมภาษณ์ ถ้าให้ผมมาอ่านที่คุณเขียนไว้ ก็ไม่ต้องเรียกมาสัมภาษณ์แล้วสิ ว่าไง...เรียนจบอะไรมา” เสียงถามย้ำอย่างกลัวเสียฟอร์ม พลางลูบเส้นผมที่มีอย่างน้อยนิดบนศีรษะไปมา

“การตลาด เอกการจัดการทั่วไปค่ะ” ใบหน้ายิ้มทว่าเหงื่อเหมือนจะไหลซึมที่ฝ่ามือมากยิ่งขึ้น เพราะกลัวช่วงเวลาแห่งการสัมภาษณ์งานที่สุด ทำไมนะเธอถึงไม่เจอบริษัทที่อ่านเฉพาะใบสมัครโดยไม่ต้องสัมภาษณ์บ้าง

“ตำแหน่งที่มาสมัครนี่ อืม...เจ้าหน้าที่จัดซื้อ ที่ทำงานเก่าของคุณก็ดีอยู่แล้วนี่ ทำไมถึงออกล่ะ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น ก็ผมบอกแล้วว่ามันเป็นขั้นตอนการสัมภาษณ์”

ดาวินีรู้สึกเหมือนจะหัวเสียขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจอคำถามปราบเซียนอย่างนี้ คำถามที่ไม่เหลือช่องว่างสำหรับมารยาทต่อกันแต่ก็ช่างเป็นคำถามยอดฮิตเสียจริง เพราะ 3 บริษัทที่ไปสัมภาษณ์มาก็ถามคำถามนี้กันทั้งนั้น และคำตอบของเธอก็ดันเป็นตัวชี้วัดที่จะได้งานหรือไม่ได้เสียด้วย

“เอ่อ...” อาการน้ำท่วมปากเหมือนจะเกิดขึ้นดื้อๆ เธอควรพูดออกไปใช่ไหม หรือควรคิดประดิษฐ์คำใหม่เอาให้สวยหรู เพื่อหวังผลการได้งานในวันนี้ เธอควรจะพูดแบบไหนออกไปดี

“ตอบมาตรงๆ ได้เลย ผมชอบคนตรง”

ใบหน้าอูมที่เธอคิดว่าเหมือนซานตาคลอสที่ไร้เส้นผมเลิกคิ้วสูงเชิงอนุญาตช่างบีบคั้นให้เธอต้องพูดตัวชี้วัดว่าจะได้งานหรือไม่ได้งานในวันนี้เสียจริง และเธอก็ต้องตัดสินใจ

“มีปัญหากับเจ้านายค่ะ ก็เลยต้องออก” น้ำเสียงแผ่วเบาออกจะหงอยเหงาเสียด้วยซ้ำเปล่งคำตอบที่ทำให้เธอต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ งานที่ต้องเสียไปเพราะความไม่ยอมคน ไม่ยอมทำในสิ่งที่ผืนความรู้สึกตัวเองจนสุดกู่ และครั้งนี้ก็คงไม่รอด

‘น้าน! ตอบแบบนั้นล่ะไอ้ดี้ แกชวดอีกงานนึงแล้ว’

แต่ตรงหน้าที่เห็น ซานตาคลอสของเธอเหมือนจะชะงักจนในคำพูดไปชั่วครู่ ดวงตาสอดรู้มากด้วยประสบการณ์เพ่งมาที่เธออย่างกำลังประเมินมองสิ่งแปลกประหลาดอะไรสักอย่าง ดาวินีรู้สึกถึงเสียงหัวใจตัวเองที่เริ่มดังขึ้นๆ จนทำให้เธอทนไม่ไหวอีกแล้ว

“ดิฉันลาล่ะค่ะ ขอบคุณที่กรุณาเรียกดิฉันมาสัมภาษณ์” ร่างบางพนมมือไหว้ก่อนจะลุกพรวดอย่างเร็ว ท่าทางอ้าปากหวอนั้นมันสั่นประสาทจนดาวินีต้องหลับตาปี๋

‘ต้องไปให้พ้นเร็วๆ ไอ้ดี้ เอ๊ย!’

“เดี๋ยวก่อนๆ คุณดาวินี ผมยังสัมภาษณ์ไม่เสร็จเลย” นิกรลุกพรวดตามพร้อมร้องห้ามรัวเร็ว กิริยาที่เธอทำเหมือนจะทำให้นิกรฝันค้างไปไกล มือไม้ส่งไปราวจะคว้าตัวไว้ให้ได้แต่ก็คว้าไว้ไม่ทัน เพราะสาวน้อยหายากกว่าเพชรในตมที่ประเมินค่าได้ในเวลานี้กระโดดทีเดียวก็ถึงประตูทางออก

“เออ...ดิฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระค่ะ ดิฉันลาล่ะค่ะ” มือจับลูกบิดประตูเตรียมเปิด ท่าทางอยากคว้าตัวเธอของนิกรทำให้ดวงตากลมโตฉายแววแขยงขน นี่เธอกำลังจะถูกบีบคอหรือไงที่ดันพูดจาขวากผ่าซากออกไปแบบนั้น

‘ใครจะอยู่รอเชือดล่ะ ไปหาตายเอาดาบหน้าดีกว่า บรื้อ...’ อาการขนลุกขนพองแล่นวาบไปทั้งร่าง

“คุณจะไม่ฟังระเบียบบริษัทและอัตราเงินเดือนก่อนเหรอ”

น้ำเสียงกลั้วขำออกจะเอ็นดูที่ได้ยินทำให้ดาวินีชะงักหันควับทันที ดวงตากลมโตมองตรงไปยังเจ้าของฉายาซานตาคลอสอย่างไม่ยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่รอยยิ้มพร้อมใบหน้าที่พยักน้อยๆ ของนิกรก็แทบจะทำให้เธอร้องไชโยออกมาดังๆ

“คุณนิกร จะรับดิฉันเข้าทำงานหรือคะ จริงๆ หรือคะ” รอยยิ้มระบายไปทั่วใบหน้า แม้จะได้ยินในสิ่งที่นิกรบอกแต่เธอก็อยากได้ยินให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครั้งนี้เธอคิดถูกที่พูดตามใจนึก

“อืม...นั่งลงก่อนสิ ก็ผมบอกแล้วไงว่าชอบคนตรง คุณสมบัติของคุณข้อนี้...ผ่าน”

นิกรผายมือไปด้านหน้าใบหน้ายกยิ้มอย่างสมใจ เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของพนักงานใหม่ที่เขาเพิ่งตัดสินใจได้เมื่อครู่ หวังว่าสิ่งที่เขาคิดไว้จะเป็นจริงและสำเร็จได้ตามที่ใจนึก เมื่อได้ ‘ผงซักฟอก’ ตัวใหม่มาลองใช้ และดีไม่ดีอาจจะแปลงร่างเป็น ‘สก๊อตช์ไบรต์’ ได้ด้วย และนั่นมันคือสิ่งที่ต้องลุ้นอย่างสุดๆ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED