ตอน 1

เสียงเครื่องยนต์ดังครางเบา ๆ คลอเคล้าไปกับเสียงเพลงจากลำโพงรถยนต์ พิมพ์นาราขยับมือหมุนพวงมาลัยขณะสายตาเหลือบมองจีพีเอสที่วางอยู่บนคอนโซล เธอกำลังขับรถเข้าพื้นที่อุทยานฯ เพื่อทำกิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าร่วมกับกลุ่มเพื่อนนักอนุรักษ์ตามที่นัดหมายไว้

แต่ระหว่างที่รถกำลังแล่นไปตามทางหลวงเปลี่ยวในช่วงใกล้เขตตัดเข้าสู่แนวป่า เสียง "ปัง" ดังขึ้นจากล้อรถก่อนที่ทุกอย่างจะสั่นไหวราวกับมีบางอย่างเจาะทะลุยาง

“อะไรอีกวะเนี่ย” เธอสบถ หยุดรถข้างทางอย่างระแวดระวังในบรรยากาศเงียบสงบที่แฝงความเย็นยะเยือกของป่าเขา และเมื่อลงไปดูก็พบว่ายางล้อหน้าขวาแบนแตกล่อนอย่างไม่มีสาเหตุ

“ซวยชะมัด โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณอีก” พิมพ์นาราถอนหายใจ เซ็งจัด มือกำลังจะคว้ากระเป๋าเพื่อเตรียมเดินย้อนกลับไปยังป้อมยามที่ขับผ่านมาเมื่อสักครู่ แต่ทันใดนั้น

“เธอกำลังจะไปไหน”

เสียงทุ้มต่ำ ชวนสั่นสะท้านดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เธอสะดุ้งหันขวับ และสิ่งที่เห็นคือผู้ชายร่างสูงใหญ่ หน้าคมเข้มดุดัน ดวงตาเรียวคมมองมาอย่างเย็นชา

“คุณเป็นใคร” เธอถามกลับเสียงดัง

“ฉันเป็นคนที่เธอควรรู้จัก แต่เธอเลือกจะไม่รู้จักเอง” เขายิ้ม เดินเข้ามาใกล้ในขณะที่พิมพ์นาราเริ่มถอยหลัง หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ว่ากลัวหรือโมโหมากกว่ากัน

“อย่ามายุ่งนะ ฉันจะแจ้งตำรวจ”

“แปลกดีนะ โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ แต่จะโทรหาตำรวจ” เขายิ้มกวน ๆ ก่อนจะยื่นมือกระชากแขนเธออย่างรวดเร็ว จนเธอเซล้มเข้ากับอกแกร่งของเขา

“ปล่อยนะ คุณมันโรคจิต”

“ไม่โรคจิตหรอก แต่ฉันตั้งใจมาลากเธอกลับไปชดใช้” เสียงเขาดุข้างหู ก่อนที่ภาพสุดท้ายที่พิมพ์นาราเห็นจะเป็นใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเขาก่อนที่สติจะดับวูบไปจากเข็มฉีดยาสลบที่เขาแอบใช้

กลิ่นไม้แห้งและความเย็นของอากาศในป่าปะทะเข้ากับจมูก พิมพ์นาราตื่นขึ้นพร้อมอาการปวดหัวตุบ ๆ และร่างกายที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกอย่างแน่นหนาบนเตียงไม้หยาบในกระท่อมหลังหนึ่ง

“ตื่นแล้วเหรอ ยินดีต้อนรับสู่ที่พักของเธอ อย่างไม่มีกำหนดกลับ”

เสียงนั้นอีกแล้ว เสียงที่น่าหมั่นไส้ที่สุดที่เธอเคยได้ยิน

“คุณมันโรคจิตจริง ๆ จะจับฉันมาทำไม ถ้าจะปล้นก็เอาไปเลย”

“ฉันไม่ได้จะปล้นอะไรนอกจาก ตัวเธอ” เขาเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับสายตาที่แทะโลมเธออย่างไม่เกรงใจ

“กรวินทร์ นาย นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่”

“เธอทำให้เพื่อนฉันต้องจบชีวิต เธอคิดว่าจะหนีไปเฉย ๆ ได้งั้นเหรอ” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แววตากลับฉายแววเจ้าเล่ห์เกินกว่าจะเชื่อคำพูด

“เพื่อนนาย อะไรนะ ฉันไม่รู้จักด้วยซ้ำ”

“ก็แปลกดีนะ แต่ถึงไม่รู้จัก ฉันก็มีเหตุผลมากพอที่จะจับเธอมาลงโทษให้สาสม” กรวินทร์ย่อตัวลงมาใกล้ใบหน้าเธอ กลิ่นกายอุ่นร้อนของเขาทำให้เธอหัวใจสั่นพร่า แม้ในสถานการณ์แบบนี้

“นายมันโรคจิต แก้แค้นแบบบ้า ๆ”

“บ้าก็เพราะเธอไงล่ะ” เขากระซิบข้างหู “รู้ไหม ฉันเคยขอจีบเธอ แต่เธอกลับผลักฉันออก ทั้งที่ฉันเห็นแววตาเธอ เธอชอบฉันอยู่นะ”

พิมพ์นารากัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัด แต่ยังแข็งใจสวนกลับ

“อย่าคิดไปเองน่า ฉันแค่ไม่อยากเป็นของเล่นของคนเจ้าชู้อย่างนาย”

“ใครว่าเล่น ถ้าจะเล่น ฉันคงไม่จับเธอมากักไว้กลางป่าแบบนี้หรอก” เขากระตุกยิ้ม ก่อนมือหยาบจะเลื่อนไปลูบแก้มเธอเบา ๆ

“เตรียมใจไว้เถอะ คืนนี้เธอจะรู้ว่า การถูกลงโทษ มันเป็นยังไง”

เสียงลมหายใจของพิมพ์นาราเป็นจังหวะเร็วถี่ราวกับจะระเบิดออกมา ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่ยืนพิงกรอบประตูไม้ ใบหน้าคมเข้มของกรวินทร์ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธออยากกระโดดถีบหน้าหล่อ ๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอด

แต่น่าเสียดาย ร่างกายเธอถูกมัดแน่นไว้กับเตียงด้วยเชือกเส้นหนา

“อย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ นะ กรวินทร์ ฉันแจ้งตำรวจแน่” เสียงเธอสั่นนิดหน่อย แต่ยังคงถือดีอย่างปากเก่ง

เขาหัวเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้ มือแกร่งยกขึ้นไล้ปอยผมที่ปรกแก้มเธอออกอย่างแผ่วเบา

“ถ้าเธอจะแจ้ง ก็คงต้องรอให้กลับเข้าเมืองให้ได้ก่อนนะ แล้วเธอคิดว่าจะหนีออกจากที่นี่ได้ง่าย ๆ เหรอ” เสียงเขาทุ้มต่ำ ขยับเข้าใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายสะอาดและอุ่นร้อน

“นายมันบ้า แก้แค้นอะไรไม่มีเหตุผลทั้งนั้น”

“อืม... บางทีฉันอาจไม่ได้ต้องการเหตุผลอะไรเลยก็ได้” เขากระซิบแนบใบหู ขณะที่ปลายนิ้วไล้ผ่านซอกคอเธออย่างจงใจ

พิมพ์นาราขนลุกวาบ ทว่าพยายามไม่แสดงท่าทีใด ๆ ให้เขารู้ว่าเธอกำลังหวั่นไหว

“นายมันขี้ขลาด ใช้กำลังกับผู้หญิง”

กรวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “งั้นก็เรียกว่า ลงโทษก็แล้วกัน”

เขาก้มตัวลงช้า ๆ มือข้างหนึ่งไล้จากปลายคางของเธอลงสู่เนินอกที่ถูกเสื้อยืดกั้นไว้ ความชื้นอุ่นจากลมหายใจของเขาทำให้เธอสะท้านไหว

“หนูไม่กลัวนะ” เธอพูดเสียงแข็ง ราวกับท้าทาย

เขาหัวเราะอีกครั้ง “ดี งั้นก็ไม่ต้องกลัว เธอจะ ‘ได้เสียว’ ไปทั้งคืน”

เชือกถูกคลายออกช้า ๆ แต่เพียงเพื่อให้เธอขยับตัวได้แค่บางส่วน กรวินทร์จัดการดึงเสื้อเธอออกอย่างแนบเนียน ขณะริมฝีปากไล้ต่ำลงไปตามผิวเนียนราวกลีบกล้วยไม้ เธอหอบสะท้าน แต่พยายามกัดฟันไม่ส่งเสียงใด ๆ ออกมา

แต่กรวินทร์ก็รู้วิธีจะทำให้เธอ 'ยอมขอร้อง'

มือของเขาเลื่อนไปยังจุดอ่อนไหวใต้สะดือ ปลายนิ้วกดแผ่วลงบนรอยแยกนุ่มนิ่มของความสาวที่เริ่มชื้นอย่างน่าละอาย ร่างบางสะดุ้งเฮือก

“ยังจะบอกว่าไม่รู้สึกอีกเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“คุณ มันเลว” เธอครางเสียงเบาเมื่อปลายนิ้วของเขาค่อย ๆ แทรกเข้าไปในร่องรักอย่างชำนาญ

“ใช่ แต่ก็เลวพอที่เธอจะได้เสียวทุกนาที” เขากระซิบ ก่อนจะกดจูบบนยอดอกเธออย่างเร่าร้อน

เมื่อเธอเริ่มเผลอครางเสียงหวาน มือของเขาก็จัดการรูดซิปกางเกงลง เผยให้เห็นความเป็นชายที่แข็งขึงและใหญ่โตจนเธอเผลอกลืนน้ำลาย

ตอน 2

“อย่า... อย่าทำแบบนี้ หนูไม่ยอม”

“เธอไม่ยอม แต่ร่องของเธอกำลังดูดฉันอยู่ทั้งที่ยังไม่เข้าเลยนะ” เขายิ้มร้าย ก่อนจะกดสะโพกเข้าไปช้า ๆ ให้ความเป็นชายแทรกลึกเข้าภายในความสาวที่อบอุ่นเปียกชื้นจนเขาครางต่ำ

“อ๊ะ...อืม” พิมพ์นาราร้องเสียงสั่น ร่างกระตุกจากแรงเสียดสีที่รุนแรงและลึกซึ้ง

“รัดแน่นเหมือนเดิมเลยนะ หรือแน่นขึ้นเพราะคิดถึงฉันกันแน่” เขากระแทกเอวแรงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเนื้อกระทบกันในห้องไม้สะท้อนก้อง สร้างบรรยากาศเร่าร้อนแทบลุกเป็นไฟ

“อย่ามาพูด บ้าๆ อ๊า”

“คืนนี้ฉันเอาทั้งคืน” เขากระแทกอัดแน่นเข้าไปอีกครั้งจนน้ำตาเธอคลอ “จนเธอลืมไปเลยว่าโลกข้างนอกมันเป็นยังไง”

แสงแดดตอนเช้ารำไรลอดผ่านช่องไม้ของกระท่อมกลางไพร เสียงนกป่าขับขานประสานกับเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของสองร่างที่ยังนอนซ้อนทับกันอยู่บนฟูกบาง ๆ พิมพ์นาราขยับกายเบา ๆ แล้วนิ่วหน้าเมื่อสะโพกบอบบางปวดหนึบจากแรงกระแทกทั้งคืน

กลีบอ่อนยังบวมช้ำเล็กน้อยจากการถูกเขาฝังร่างเข้ามาจนลึกทุกครั้ง และหลายครั้ง เสียงครางของเธอก็ดังแข่งกับเสียงลมอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า "หนีไม่พ้น" ทั้งร่างกายและจิตใจ

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเบื้องหลัง ก่อนที่ลมหายใจอุ่นจะเป่ารดต้นคอเธอ

“คุณมันโรคจิต” เธอพึมพำเสียงแผ่ว แต่ใบหน้ากลับแดงจัดยิ่งกว่าแดดยามเช้า

“แต่โรคจิตคนนี้ทำให้เธอ ‘เสร็จ’ ไปกี่ครั้งแล้วนะ” เขากระซิบพร้อมแนบริมฝีปากกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอ ไล่จูบลงมาถึงเอวคอดก่อนจะใช้มือลูบสะโพกกลมแน่นเบา ๆ

พิมพ์นาราขบกรามแน่น “อย่ามาทำหน้าเป็นผู้ชนะไปหน่อยเลย ฉันแค่ โดนบังคับ”

“อืม แล้วร่องของเธอที่ดูดฉันทั้งคืนมันบังคับด้วยไหม” เสียงเขาเจ้าเล่ห์จัด

เธอสะบัดหน้า ร่างบางรีบยันตัวลุกขึ้น ทั้งที่รู้ว่าขาก็ยังอ่อนแรง แต่ความปากเก่งของเธอไม่เคยลดน้อยลง

“อย่าคิดว่าหนูจะยอมอยู่แบบนี้ หนูจะหนีไปแจ้งตำรวจให้มาลากนายไปเข้าคุกแน่”

กรวินทร์นั่งพิงขอบเตียงอย่างไม่ทุกข์ร้อน มุมปากยกยิ้มชอบใจ “งั้นหนีดูสิ”

เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงสาย พิมพ์นาราคอยจังหวะหลอกให้กรวินทร์ออกไปตัดไม้ แล้วเธอก็แอบหยิบมีดเล่มเล็กจากกล่องเครื่องมือในกระท่อม เดินปลีกตัวออกมาตามทางเล็กๆในป่า

เธอรู้ว่าคงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่ถ้าหาทางไปเจอบ้านคน หรือเจอถนนใหญ่ได้ เธออาจรอด

แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น

“คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ พิมพ์นารา”

เสียงคุ้นเคยพร้อมเงาร่างสูงใหญ่โผล่จากพุ่มไม้ข้างทาง ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง

ทว่า เขาเร็วกว่ามาก

“ว๊าย ปล่อยนะ อย่าแตะต้องหนูอีก” เธอร้องกรี๊ดเมื่อเขากระชากเอวเธอจากด้านหลัง แล้วจับเธออุ้มพาดบ่าเหมือนแบกถุงข้าวสาร

“เธอนี่มันดื้อจริง ๆ ต้องลงโทษอีกแล้วใช่ไหม”

กลับมาถึงกระท่อม กรวินทร์ไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจแม้แต่นาทีเดียว

เขาโยนร่างเธอลงบนฟูก ก่อนจะจับเธอพลิกคว่ำ หน้าแนบกับหมอน

“ครั้งนี้จะให้รู้เลยว่า คนดื้อ ควรจะโดนแบบไหนถึงจะจำ”

เขาถอดกางเกงออกอย่างรวดเร็ว ความเป็นชายใหญ่โตเหมือนเมื่อวานยังคงแข็งขึงพร้อมรบ กลีบสาวของเธอแม้ยังเจ็บนิด ๆ แต่ก็เปียกชื้นไปด้วยความรู้สึกอ่อนไหวที่ฝืนไม่ได้

“อ๊ะ! อย่า หนูยังเจ็บอยู่นะ”

“งั้นก็จะ ‘กระแทก’ เบา ๆ ก่อน แต่ถ้าเธอยังดื้ออยู่ ฉันจะเปลี่ยนใจ” เขาขยับสะโพกแนบแน่น ลำกายเสียดสีกับร่องสาวอย่างยั่วเย้า ก่อนจะค่อย ๆ ดันเข้าไปทีละนิด

“อึ๊... อ๊ะ...” พิมพ์นาราร้องเสียงหลง แขนสองข้างยันฟูกไว้แน่น เมื่อความหนาแน่นของเขาค่อย ๆ เติมเต็มเธออีกครั้ง

“แน่นชิบ นี่มันร่องสวรรค์ของฉันชัด ๆ” เขาครางเสียงต่ำ จับสะโพกเธอแน่นแล้วเริ่มขยับเข้าออกอย่างช้าๆ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บ ๆ เร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอเผลอครางเสียงหวานกระเส่าไม่หยุด

“หนีอีกสิ จะได้โดนลงโทษอีกแบบนี้ทุกวัน”

“อ๊ะ... อ๊า บ้า คนบ้า” เสียงครางเธอสั่นระริกในลำคอ ขณะร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว ยิ่งเขากระแทกแรงขึ้น ความรู้สึกซ่านเสียวก็ยิ่งทวีขึ้นจนแทบไม่เหลือแรงจะต่อต้าน

“จำไว้เลยนะพิมพ์นารา ไม่ว่าจะหนียังไง เธอก็จะเป็นเมียฉันอยู่ดี”

เสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไม่ไกล ลมจากป่าลึกพัดแรงเข้ามาปะทะผนังกระท่อมจนไม้ไผ่สั่นคลอน ฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าช่วยระบายความร้อนเร่าที่เพิ่งดับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า

พิมพ์นารานั่งซบเข่าตัวเองอยู่บนฟูกผืนเดิม ผ้าห่มเก่า ๆ คลุมร่างเปลือยเปล่าไว้หลวม ๆ ร่างกายยังคงรู้สึกอ่อนล้าและร้อนวูบวาบจากการ ‘ลงโทษ’ ที่เธอไม่อาจลืมได้เลย

เสียงฝีเท้าและประตูไม้เปิดออกพร้อมกับร่างสูงเปียกปอนของกรวินทร์เดินเข้ามาในสภาพที่เสื้อแนบเนื้อ กล้ามเนื้อเป็นลอนเปียกโชกอยู่ตรงหน้า

“ออกไปตากฝนทำไม” เสียงเธอถามโดยไม่ได้ตั้งใจ สีหน้าดูจริงจังแต่เสียงกลับเบากว่าที่คิด

“ตัดฟืนมาให้เธอไง จะได้ไม่หนาวคืนนี้” เขาตอบเรียบ ๆ พลางวางฟืนลงข้างเตาผิงแล้วเดินเข้ามาหาเธอโดยไม่เช็ดตัว

“อย่ามาทำเป็นคนดี นายมันคนบ้า คนโรคจิต” พิมพ์นารายังไม่ยอมให้ใจง่าย ๆ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะตอนเห็นกล้ามอกเปียกน้ำตรงหน้า

กรวินทร์ยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปหาเธอช้า ๆ ร่างสูงนั่งลงด้านข้าง มือหนาลูบผมเธอเบา ๆ อย่างขัดกับบุคลิกก่อนหน้า

“จะด่าก็ได้ แต่เธอก็รู้ตัวดี ว่าร่างกายเธอมันตอบสนองฉันทุกครั้ง”

“อ๊ะ... อย่าจับ” เธอร้องเบา ๆ เมื่อเขาสอดมือเข้ามาใต้ผ้าห่ม ลูบต้นขาเนียนเบา ๆ ไล่ขึ้นมาถึงสะโพก แล้ววนปลายนิ้วอยู่ใกล้กลีบอ่อนที่ยังอุ่นฉ่ำ

“ฝนตกแบบนี้ เธอควรได้ความอบอุ่นจากฉันอีกสักรอบ ว่ามั้ย”

“คุณมัน อ๊ะ!” เสียงเธอขาดห้วงเมื่อเขาดันร่างเธอลงนอนอีกครั้ง ใต้ผ้าห่มหนาแต่ไม่อาจกันความร้อนของผิวกายทั้งสองที่แนบชิดกันได้

กรวินทร์ขยับตัวแทรกระหว่างเรียวขาเธอ ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดตรงแก้ม ริมฝีปากแตะเบา ๆ ไล้ลงมาที่ซอกคอ ก่อนจะขบเม้มอย่างจงใจ

“ร่างกายเธอมันยั่วฉันทุกครั้ง รู้ไหม”

“อ๊ะ...อืม บ้า” เสียงเธอสั่น ลมหายใจเริ่มไม่สม่ำเสมอ

เขาเลื่อนตัวต่ำลง ใช้ปลายลิ้นกวาดเลียกลีบสาวเบา ๆ พร้อมเสียงครางลึกในลำคอ

“เยิ้มจริง ๆ ยังไม่ทันทำอะไรก็พร้อมรับฉันเข้าไปแล้ว” เขากระซิบเสียงพร่า

“อย่า อื้อ...คุณวินทร์ อย่าทำแบบนี้อีก” เสียงเธอครางเรียกชื่อเขาครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา

ตอน 3

“ฉันชอบตอนเธอเรียกฉันว่า ‘คุณวินทร์’ แบบนั้น” เขาจับเรียวขาเธอแยกออก กดสะโพกแนบเข้าหาเบา ๆ แล้วเริ่มขยับเอวอย่างช้า ๆ ลำกายร้อนผ่าวเสียดสีกับกลีบรักอ่อนนุ่มที่กำลังเต้นตุบ ๆ

เสียงฝนยังคงตก เสียงลมหายใจยังรุนแรง

เขากระแทกเข้าไปทีละนิด จนสุดโคน แล้วหยุดนิ่ง ก้มลงกระซิบข้างหูเธอ

“เธอรู้ใช่ไหม ร่องของเธอ มันเป็นของฉันคนเดียว”

พิมพ์นาราไม่ตอบ แต่ร่างกายเธอกลับโอบกอดเขาแน่น ร่องรักที่ดูดรัดแน่นทุกครั้งที่เขากระแทกเข้า ยิ่งตอกย้ำว่า เธอไม่อาจต้านความต้องการของเขาได้อีกต่อไป

“อ๊า...อึก...คุณวินทร์” เสียงเธอสั่นพร่า เมื่อเขากระแทกอย่างหนักหน่วง เนื้อกระทบเนื้อดังพั่บ ๆ สะท้อนแข่งกับเสียงฝน เธอแตกซ่านใต้ร่างเขาอีกครั้ง และอีกครั้ง จนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

เขาฝังใบหน้าไว้ที่ไหล่เธอ กระซิบเสียงแผ่ว “ฉันจะทำให้เธอติดใจฉัน จนหนีไปไหนไม่ได้อีกเลย”เช้าวันใหม่ในป่าใหญ่ยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมและเสียงนกป่าขับขานเป็นเพื่อน พิมพ์นาราตื่นขึ้นท่ามกลางอ้อมกอดของกรวินทร์ที่ยังนอนหลับนิ่งอยู่ข้างเธอ แขนแข็งแรงของเขาพาดอยู่บนเอวบาง แผ่นอกเปลือยเปล่าของเขาแนบกับแผ่นหลังของเธออย่างแนบชิด

เธอขยับตัวเบา ๆ พยายามจะลุกออกจากเตียง แต่กลับต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเขากระซิบเสียงแหบพร่าใกล้ใบหู

“จะหนีอีกแล้วเหรอ”

“ไม่ได้จะหนี แค่จะลุกไปเข้าห้องน้ำ” เธอประชดเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจเต้นระรัวจากสัมผัสที่ยังอ้อยอิ่งทั่วร่าง

“งั้นฉันจะพาไปเอง กลัวเธอล้ม” เขาขยับตัว ลุกขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปากกวน ๆ มือยังโอบเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอหายไป

เมื่อกลับมาที่กระท่อม กรวินทร์ทำอาหารเช้าให้เธอเองด้วยมือ แม้จะไม่ใช่เชฟหรู แต่ข้าวต้มปลาในหม้อดินกลับหอมกรุ่นเกินคาด

“กินซะ เธอต้องการพลังงาน” เขาพูดพลางตักข้าวต้มใส่ชาม แล้วยื่นให้เธอ

“ให้พลังไว้ ‘หนี’ หรือไว้ ‘โดน’ อีกล่ะ” เธอตอบกลับแต่ก็รับชามมาทั้งที่มือยังสั่นนิด ๆ

“ทั้งสองอย่างเลย” เขาหัวเราะเบา ๆ “แต่เธอคงรู้แล้ว ว่าหนีไม่ได้หรอก”

พิมพ์นารากัดริมฝีปากเบา ๆ หัวใจเต้นถี่อย่างห้ามไม่อยู่

เธอเริ่มรู้ตัวว่า เธอไม่ได้กลัวเขาอีกแล้ว

ตลอดทั้งวัน กรวินทร์ไม่แตะต้องเธอเลยสักครั้ง

เขาพาเธอเดินสำรวจรอบ ๆ ป่า แนะนำพืชสมุนไพรต่าง ๆ พาเธอไปรดน้ำพืชที่ปลูกไว้ริมลำธาร บางครั้งเขาก็หยอกเธอเบา ๆ ให้เธอเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

“นายเคยอยู่ในเมืองไหมเนี่ย” เธอถามขณะกำลังล้างมือในลำธาร

“เคย แต่เบื่อ” เขาตอบ “ในเมืองมันวุ่นวาย ในป่ามีแต่ความเงียบ และมีบางอย่างที่ควบคุมได้”

“หมายถึงฉันใช่มั้ย”

“เปล่า” เขาก้มหน้าลงไปกระซิบใกล้ “หมายถึง ‘ร่องสาว’ ของเธอ ที่ฉันควบคุมได้หมด”

“อี๊! ไอ้โรคจิต” เธอผลักเขาออกทั้งที่หน้าแดงเป็นลูกตำลึง

คืนนั้นเธอเข้านอนก่อนเขา และตื่นมาอีกที ก็พบว่าตัวเองนอนซบอกเขาโดยไม่รู้ตัว

อ้อมแขนของเขาสวมกอดเธออย่างอบอุ่น ความแนบแน่นของผิวกายปลุกบางสิ่งในตัวเธอให้ตื่นขึ้น

“คุณวินทร์” เสียงเธอเบาหวิว

เขาลืมตา ยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ว่าไง”

“คืนนี้จะไม่ลงโทษใช่มั้ย”

เขายกคิ้วเล็กน้อย แล้วกระซิบเสียงพร่าใกล้ริมหู “ไม่ คืนนี้จะ ‘ตบรางวัล’ แทน”

พูดจบ เขาก็ขยับตัวขึ้นคร่อมร่างเธออย่างช้า ๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารินที่แก้ม มือเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างเธออย่างแผ่วเบา และเมื่อเขาแนบริมฝีปากจูบเธอ พิมพ์นาราก็เผลอยกแขนโอบรอบคอเขาโดยไม่รู้ตัว

เสียงเนื้อกระทบเนื้อค่อย ๆ ดังก้องในกระท่อมอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ไม่มีความรุนแรง มีเพียงเสียงกระแทกที่สอดลึกและหนักแน่นจนเสียงครางของเธอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

“อืม... อ๊ะ...คุณมิล” เธอครางเบา ๆ เมื่อเขากดสะโพกเข้าไปลึกจนแนบชิดที่สุด

“คืนนี้ไม่ใช่การทำโทษ แต่เป็นเพราะฉันคิดถึงร่องของเธอทั้งวัน” เขากระซิบแนบใบหู ขณะเอวหนาเริ่มขยับเข้าออกเร็วขึ้น รุนแรงขึ้น จนเสียงกระแทกดังชัดเจน

“อ๊า! อึก...อืม...!”

“อย่ากลั้นเสียงไว้เลย เธอเป็นเมียฉันแล้วนะ ฉันอยากได้ยินเสียงเธอชัด ๆ” เขากระแทกอีกครั้งอย่างแรงจนร่างเธอสะท้านสะเทือน ฟูกไม้แทบจะยุบ

เสียงครางเธอดังก้องไม่แพ้เสียงสายลมในป่า ร่องรักเธอรัดแน่นทุกจังหวะที่เขากดลึก

และเธอก็รู้ว่า เธอไม่เหลือใจจะปฏิเสธเขาอีกแล้ว

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านช่องไม้เล็ก ๆ ของกระท่อมกลางไพร

พิมพ์นาราลืมตาตื่นขึ้นในอ้อมแขนอบอุ่นของกรวินทร์ ที่ยังกอดเธอไว้จากด้านหลังเหมือนกลัวว่าเธอจะหายไปในพริบตา

เธอขยับตัวเบา ๆ พลางข่มความรู้สึกแปลกประหลาดที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในอก

"อย่าขยับสิ เดี๋ยวของฉันมันตื่นอีก"

เสียงแหบพร่าของเขากระซิบจากข้างหู แฝงด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่ทำให้เธอหน้าแดงเถือก

"คุณมิล จะพูดอะไรก็ช่วยเกรงใจตอนเช้าด้วย" เธอดิ้นเบา ๆ แต่ก็รู้สึกถึงบางอย่างที่แข็งดันอยู่ตรงสะโพกเปลือยของเธอจริง ๆ

"ไม่ใช่ความผิดฉัน ร่องเธอมันอุ่นมากเมื่อคืน " เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วโน้มตัวลงมาจูบเบา ๆ ที่ต้นคอเธอ

"อื้อ... จะทำอะไรอีกเล่า" พิมพ์นาราขัดขืนเสียงสั่น มือเล็กยันอกเขาไว้ แต่ใบหน้ากลับร้อนจัด หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ

"ไม่ทำก็ได้ ถ้าเธอขอร้องว่า ‘อย่าทำอีก’ แบบเมื่อคืนไง" เขากระซิบ ขณะที่ปลายนิ้วไล้ผ่านหน้าท้องเนียนของเธอ ลงต่ำเรื่อย ๆ จนแตะกลีบอ่อนที่เริ่มเปียกชื้นอีกครั้ง

"บ้า อย่ามาแตะนะ" เธอพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่เขากลับใช้แขนรั้งร่างเธอกลับมาแนบอก แล้วกระซิบเสียงพร่า

"ถ้าร่างกายเธอไม่อยากให้ฉันแตะ มันคงไม่แฉะขนาดนี้ตั้งแต่เช้าใช่มั้ย"

“คุณมันร้าย” เสียงเธออ่อนระทวยลง ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเขาแทรกปลายนิ้วเข้าไปในร่องรักที่ยังเปียกชื้น

"แล้วเธอก็ชอบความหืนกระหายของฉันทุกคืนใช่มั้ยล่ะ"

ทั้งสองกอดกันอยู่บนฟูกเก่าในกระท่อม มือของกรวินทร์ไล้ไปทั่วร่างอย่างรู้ทุกสัดส่วนที่ทำให้เธอครางหวาน เขาก้มลงดูดกลืนยอดอกสลับซ้ายขวา แล้วฝังตัวเข้ามาอีกครั้งแบบไม่ให้เธอตั้งตัว

"อ๊า... อึก... อื้อ" พิมพ์นาราร้องเสียงหลงเมื่อเขากระแทกกายเข้ามาอย่างรุนแรง สะโพกหนาแนบสนิทกับหน้าท้องเธอ ร่องรักรัดตอดเขาแน่นจนเขาครางต่ำในลำคอ

"ร่องแน่นทุกเช้าเลยนะเธอเนี่ย" เขากระแทกเข้าออกช้า ๆ จนร่างเธอสั่นระริก

เสียงเนื้อกระทบเนื้อปะทะกันเป็นจังหวะ เสียงครางสลับเสียงหอบในยามเช้าท่ามกลางสายลมและกลิ่นใบไม้ในป่า มันไม่ใช่แค่การลงโทษอีกแล้ว

มันคือการ เสพติด ร่างกายกันและกันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

หลังจากผ่านตอนเช้าแสนเร่าร้อน พวกเขานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ลำธาร

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED