ตอน 2

พยายามกลั้นหายใจแต่กลิ่นประหลาดนั้นก็ทำให้ร่างที่ดิ้นรนอยู่ค่อยๆ หยุดนิ่งพร้อมดวงตาที่ปิดสนิทลง

“เจ้แน่ใจนะว่าไม่มีปัญหาที่หลัง” ชายคนที่อุ้มร่างที่หมอสติบ่นพึมพำ

“จะมีปัญหาได้ ก็ยัยแม่สั่งมาเองนี่” หญิงสาวคนเดิมพูดแล้วก้มลงเก็บกระเป๋าข้าวของหญิงสาวที่ตกพื้นขึ้น “มัวแต่พูดมากรีบไปได้แล้ว”

“ครับเจ้”

คนสองคนช่วยกันพาร่างคนที่หมดสติเข้าไปในรถตู้ หญิงสาววัยสี่สิบมองใบหน้าคนที่หมดสติไป ใบหน้าหวานรูปร่างบอบบาง ผิวขาวอมชมพูแบบธรรมชาติ หน้าไร้เครื่องสำอางแต่กลับดูน่ามองกว่าเมื่อครู่ที่อยู่บนเวทีเสียอีก

รถตู้พาหญิงสาวที่หมดสติมายังสถานที่แห่งหนึ่ง หญิงเริ่มรู้สึกตัวแต่ยังขยับตัวเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ เธอรู้สึกเพียงว่ามีมือมาจับเนื้อตัวเธอ หญิงสาวพยายามปัดป้องแต่ทำได้แค่คิดเพราะยกมือยังไม่ขึ้น

ดุลยาพยายามตั้งสติ เกิดอะไรขึ้นกับเธอนะ เธอถูกลักพาตัวใช่ไหม? ใครกันเล่า บ้านเธอก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ต้องมีการเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ หญิงสาวรู้สึกว่ามีคนพยุงร่างเธอมาวางบนพื้นพรมหรืออะไรสักอย่างที่ค่อนข้างนุ่ม เสียงพูดเป็นภาษาอังกฤษปนภาษาไทย ทำให้เธอพยายามตั้งใจฟัง และไม่กี่นาทีต่อมา แสงไฟก็เข้ามากระบใบหน้า เธอหยี่ตาแล้วขยับมือยกขึ้นบังแสงสปอร์ตไลน์นั้น เริ่มใจชื้นที่แขนขาขยับได้บ้าง แต่ยังยันตัวขึ้นอย่างยากลำบาก

“เริ่มประมูลที่ห้าหมื่นบาท ท่านใดสนใจหญิงสาวงดงามราวกับหลุดออกมาจากนางในวรรณคดี ขอเชิญเสนอราคากันมาเลยครับ!!!”

ประมูล! ประมูลอะไรกัน!

“อ๊ะ!”

ดุลยาร้องได้เพียงแค่นั้น รู้เพียงแค่มีคนมาจับให้เธอเงยหน้าขึ้น เพียงเธอกวาดสายตาไปเบื้องหน้า หัวคิ้วก็ขมวดยุ่ง อะไรกัน เหมือนกับที่เคยเห็นในภาพยนตร์แต่...นี่มันอะไรกัน คนสวมหน้ากากนั่งจ้องมองเธอราวกับเป็นสัตว์หรือสิ่งของชิ้นหนึ่ง

“หกหมื่น”

เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมชูป้ายหมายเลขของตนเอง ดุลยายังงุนงงอยู่จับต้นชนปลายไม่ถูก เธอมองไปอีกด้านของเวที มีหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยยืนอยู่ราวกับคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี

“เจ็ดหมื่น”

ดุลยาผวาเฮือก เป็นเธอใช่ไหมที่กำลังถูกประมูล

“ไม่ ไม่ เข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้...ว้าย! ”

“เชิญดูสินค้าก่อนได้ครับ รับรองไม่ผิวหวัง สาวไทยแท้ผิวพรรณผุดผ่องครับ”

หญิงสาวหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อมือใหญ่มากระชากเอาสไบที่เธอห่มอยู่หลุดออกไป เหลือเพียงผ้าแทบที่มัดหน้าอกอยู่ เสียงหือดังขึ้น มือเรียวรีบยกมือขึ้นปกทรวงอกที่แม้จะมีผ้าปิดอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ปกป้องเธอมากนัก ผมยาวสลวยคลี่กระจายราวแพรไหม หญิงสาวกลั้นน้ำตา กวาดสายตามองหาคนที่จะช่วยเหลือ เธอสะดุ้งสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองอยู่ มีแววประหลาดใจปนอยู่ในแววตาคู่นั้น

“แปดหมื่น”

“เก้าหมื่น”

ไม่เอานะ หยุดที ฉันฝันไปใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยด้วย ดุลยาได้แต่อ้าปากพะงาบๆ แต่เสียงก็เบาเหลือเกิน นี่ใครเล่นตลกอยู่ใช่ไหม เมื่อครู่...เธอยังอยู่กับเพื่อนๆพี่ๆ เธอเป็นนางรำ มาแสดงโชว์ ไม่ใช่มาขายตัว แล้วเธอก็นึกได้ว่า เธอเดินตามผู้หญิงคนนั้นออกมา แล้วผ้าผืนนั้นก็ปิดที่ปากกับจมูกทำให้เธอหมดสติไป

“สองแสน”

น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น สายตาหลายคู่หันไปมอง ดุลยาพยายามเพ่งมองแต่มองไม่ชัดนัก ม่านน้ำตาทำให้ภาพพร่าเบลอไปหมด

“มีใครให้มากกว่าสองแสนไหมครับ”

มีเพียงเสียงฮือฮาแต่ไม่มีการเสนอราคาเพิ่ม

“สองแสนครั้งที่หนึ่ง”

“สองแสนครั้งที่สอง”

“สองแสนครั้งที่สาม เคาะให้กับคุณหมายเลขสิบสามท่านนั้นครับ”

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ มีชายร่างใหญ่เข้ามาประคองดุลยา หญิงสาวผวาเฮือกกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาเดินยาวๆ เข้ามาดูสินค้า ที่ตนเองประมูลด้วยความไม่ตั้งใจ เขาปัดมือชายคนนั้นออกแล้วก้มตัวลงช้อนตัวหญิงสาวในชุดไทยขึ้นแนบอก

“ปล่อยฉันเถอะ คุณ... ฉัน...ไม่ได้...เป็น...อย่าง...ที่...คุณ...คิด”

น้ำเสียงแหบแห้งปนสะอื้น ชายหนุ่มอุ้มเธอไว้แนบอกแล้วพาลงเวทีไป มือเล็กพยายามที่จะยกขึ้นเพื่อดันเขาออก แต่มันกลับทิ้งลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาพาเธอเดินออมาไกลแค่ไหนไม่รู้ แต่เสียงการประมูลค่อยๆ ห่างออกไปทุกที จนกระทั้งเขาพาเธอเข้าไปนั่งในเบาะหลังของรถ ร่างเล็กขดตัวงอเป็นกุ้ง เธอสะดุ้งเมื่อนิ้วมือของเขาเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกใบหน้า หญิงสาวเม้มปากเน้นไม่ต้องการให้เขารับรู้ถึงความอ่อนแอของเธอ หากเธอขยับตัวได้มากกว่านี้อาจจะปกป้องตัวเองได้บ้าง มิใช่เพียงแค่ร้องไห้อยู่อย่างนี้

“ทำแบบนี้ค่าตัวก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรอกนะ”

ประโยคสนทนาเป็นภาษาไทยแต่สำเนียงติดออกไปทางต่างชาติสักหน่อย เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ใกล้เสียจนได้กลิ่นหอมจางๆจากหญิงสาว และกลิ่น... เหมือนกลิ่นยาสลบ

“โดนวางยารึ”

ดุลยาพยักหน้าแรงๆ หวังใจว่าเขาจะเป็นคนดีที่พอจะช่วยเหลือเธอได้ แต่เธอคงลืมไปว่าคนดีๆที่ไหนจะไปอยู่ในสถานที่ประมูลคนราวกับสินค้าเช่นนั้น เธอไม่รู้ว่าเขานิ่งคิดอะไรอยู่ แต่เขาขยับตัวถอยห่างแล้วปิดประตูรถ เธอพยายามรั้งสติของตัวเองไว้ ทว่าร่างกายและจิตใจที่แบกรับเรื่องราวที่ถาโถมแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ทำให้เธอผล็อยหมดสติไปอีกครั้ง

...

อลัน หยาง ชายหนุ่มเลือดฮ่องกงวัยสามสิบสองเดินเข้ามาดูร่างที่ยังหลับใหลบนเตียงนอนของเขา ดวงตาดุดันมักฉาบรอยเศร้าอยู่เสมอ เขาถอนหายใจอย่างไร้เหตุผล กลับได้กลิ่นหอมละมุนจากเรือนกายหญิงสาวทำให้ต้องถอยห่างออกมาอย่างไม่เข้าใจตัวเองนัก

เขาควรกบดานอยู่เงียบๆ ไม่ให้ใครรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ปล่อยให้คนที่แอบลอบฆ่าได้ใจว่ามีฝีมือสามารถปลิดชีวิตเขาได้ คิดเพียงแค่นี้ใบหน้าแบบหนุ่มเลือดมังกรก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาต้องแสร้งทำเป็นคนตายหลบมาอยู่ไกลถึงเมืองไทย เพียงเพื่อจะได้สืบข่าวได้ว่าใครเป็นคนวางแผนลอบฆ่าเขา เดิมทีเขาคิดจะหลบซ่อนตัวเองในกลุ่มนักท่องเที่ยวแถวพัทยา เพราะต้องการสืบเสาะหาเบาะแสอะไรบ้างอย่าง ทำให้บังเอิญเข้าไปเวทีการประมูลลับๆ นั่น

เดิมที่เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนจิตใจด้านชา ไร้ความรู้สึกไปแล้ว หากแต่เพราะดวงตาฉ่ำน้ำตาเต็มไปด้วยแววอ้อนวอนนั้นทำให้เขาตัดใจทำเป็นไม่สนใจไม่ได้ ยอมเสียเงินสองแสนเพื่อซื้อผู้หญิงคนนี้มา อลันเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวริมระเบียง หยิบแว่นกันแดดที่แหนบอยู่ที่อกเสื้อขึ้นมาสวม เอนกายในท่าสบาย แล้วปิดเปลือกตาพักผ่อน

‘เสียงคลื่น เสียงทะเล’

ดุลยาเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่งทำให้เธอคิดว่าตัวเองฝันไป จวบจนเปิดเปลือกตาและตั้งสติ ไม่ใช่แค่เพียงเสียงเท่านั้น เธอยังสัมผัสลมเย็นๆได้อีก หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน เบื้องหน้าคือระเบียงเล็กๆ ที่ทำให้เธอมองเห็นผิวน้ำสีครามเบื้องหน้า หากไม่เพราะตัวเองยังใส่ชุดนางรำอยู่ เธอคงคิดว่าตัวเองฝันไปแล้วแน่ๆ แต่กระนั้นเธอก็ยังคงก้าวลงจากเตียงเดินผ่านร่างที่เอนตัวบนเก้าอี้ยาวไปหยุดที่ราวระเบียงราวกับต้องมนตร์

“ทะเล”

“ว้าย!”

ดุลยาเผลอร้องอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ใกล้ๆนี่ด้วย เธอพลิกตัวหันมาเผชิญหน้า แผ่นหลังชิดราวระเบียง สายลมที่พัดแรงทำให้ผมยาวปลิวสยายจนเธอต้องยกมือขึ้นรวบผมไว้ เธอเพ่งมองชายหนุ่มที่ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั้งเหมือนแมวเกียจคร้าน เขาจ้องมองหญิงสาวที่ท่าทีตื่นตระหนกก่อนถอนลมหายใจยาวเฮือกใหญ่แล้วถอดแว่นกันแดดออกเปิดเผยดวงตาคมเข้มคู่นั้น แล้วหญิงสาวก็อ้าปากค้าง เขาคือผู้ชายคนเดียวกับเธอที่เคยพบตอนที่เธอไปเดินเล่นที่ชายหาดคนเดียว

ตอน 3

“คุณ!!”

“อลัน” เขาพูดแล้วลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ “ชื่อของผมคือ อลัน หยาง”

ดุลยาอ้ำอึ้งไปไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองแบบนี้

“ตามมารยาทคุณก็ควรแนะนำตัวเองเสียหน่อยนะ อย่างน้อยผมก็ช่วยคุณไว้”

พอโดนเขาจี้เข้าแบบนี้ดุลยาก็ได้สติขึ้นมา

“ชื่อดุลยาค่ะ เรียกดาวก็ได้”

เธอกวาดตามองเขาอย่างไม่เกรงมายาท แต่กลับทำให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมา ก็แน่ล่ะ คนอย่าง อลัน หยาง ไม่เคยถูกมองแบบนี้แน่ หากเป็นหญิงสาวก็ส่งสายตาเชิญชวน หากเป็นผู้ชายถ้าไม่อยากฆ่าเขาก็หวาดกลัวไม่กล้าสบตา

การหัวเราะอย่างเปิดเผยของเขาทำให้ดุลยาขมวดคิ้ว ทำไมล่ะ เขาวิปริตไปแล้วเหรอ จู่ๆ ก็หัวเราะออกมาแบบนี้

“คุณ! หัวเราะอะไรกัน แล้วที่นี่ที่ไหน ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“รีสอร์ทริมทะเล”

เขาตอบจ้องมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาเป็นคนฮ่องกงแต่พูดไทยได้ชัด แต่เป็นสำเสียงไทยปนจีนนั้นแหละ แต่เขาก็ฟังภาษาไทยได้รู้เรื่อง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคลายอาการตื่นตระหนกได้บ้างก็เบาใจลง แต่เพราะใส่ชุดไทยแบบนี้หรือเปล่านะ ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เหมือนเธอหลุดออกมาจากภาพวาดยังไงไม่รู้

“แล้ว?”

“ผมแบกคุณออกมาจากเวทีประมูล” เขาพูดง่ายราวกับว่าเพิ่งไปร้านสะดวกซื้อมา

ดุลยารู้สึกปวดหัวตุบๆ จนต้องหลับตาลงทันที นี่ความจริงใช่ไหม? เธอถูกวางยาสลบแล้วเอาไปเร่ขายเหมือนสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่ง และ ‘เขา’ คือผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ที่อยู่ดีๆ ก็มาซื้อตัวเธอในราคาสองแสนบาท

เดี๋ยวนะ เขาประมูลเธอมาใช่ไหม?

อลันเห็นสีหน้าซีดเผือดของเธอแล้วก็ประหลาดใจ เมื่อครู่ยังเห็นเหมือนเธอจะลุกขึ้นมาตะปบเขาด้วยซ้ำไป ตอนนี้กลับกลายเป็นหนูน้อยผู้อ่อนแอแล้วรึ

“ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ” ดุลยาพยายามอธิบาย “คงจับตัวผิดคนแน่ๆ เลยค่ะ”

“ผมไม่รู้หรอก แค่รู้ว่าเสียเงินสองแสนแล้วต้องได้อะไรตอบแทนคืน”

ดุลยารู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมา ท่าทางของเขาดูราวกับราชสีห์ แม้สวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ แต่ดูแล้วเขาไม่ใช่คนธรรมดาเลย และถ้าให้พูดกันตามตรง เงินสองแสนที่เขาซื้อตัวเธอมา เธอจะหาเงินก้อนนี้มาจากไหนเพื่อมาคืนเขา

อลันเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่ายแล้วลอบยิ้ม ก้าวเดินเข้าไปหาอย่างไม่รู้ตัว ใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้น ดวงตากลมยังมีความสับสนชัดเขน ทั้งตื่นตระหนกและหวาดกลัว รวดเร็วราวงูพิษฉกเหยื่อ ริมฝีปากของเขายื่นมาประกบกับริมฝีปากของเธอแล้ว กว่าจะตั้งสติและยกมือขึ้นดันแผงอกของเขาได้นั้น เรียวลิ้นเจ้าเล่ห์ก็ชิมความหวานจากริมฝีปากเธอหนำใจแล้ว

“คุณ!”

“เอาล่ะ คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า ผมรออยู่ข้างนอกก็แล้วกัน ใจเย็นๆ คิดอะไรได้ค่อยมาคุยกัน หรือจะเตรียมแต่งเรื่องดราม่าให้ผมใจอ่อนก็ได้นะ แต่ผมเชื่อหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง”

เขาหมุนตัวเดินออกไปด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเห็นเรื่องพวกนี้จนชินตา ดุลยาได้แต่ถอนหายใจ ตอนนี้มีเขาคนเดียวที่เธอจะหวังพึ่งพาได้ หรืออาจจะไม่ได้ ดุลยามองเห็นเสื้อผ้าชุดหนึ่งพับวางไว้บนโต๊ะพร้อมผ้าขนหนู เธอรวบทั้งหมดแล้วเดินเข้าห้องน้ำที่อยู่มุมหนึ่งของห้อง อุปกรณ์อาบน้ำครบครัน หญิงสาวถอดชุดนางรำออกแล้วจัดการอาบน้ำอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นก็ยังสังเกตเห็นว่ามีรอยช้ำหลายแห่ง

พ่อกับแม่เลี้ยงจะเป็นห่วงเธอไหม? จะรู้หรือเปล่าว่าเธอหายไป คิดแล้วก็ใจหาย ไม่รู้ว่าหายตัวมากี่วันแล้ว เพื่อนร่วมงานคนอื่นล่ะ ไม่เห็นเธอตามขึ้นรถไปด้วย ป่านนี้อาจจะแจ้งความคนหายแล้วก็ได้ คิดถึงตรงนี้ก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง ถึงพ่อแม่ไม่ใส่ใจ ก็ยังมีเพื่อนและพี่ที่ทำงานด้วยกันมากนานหลายปี คงมีใครสักคนเป็นห่วงเธอบ้างละนะ

ดุลยาคิดพลางน้ำตาเอ่อล้น ความหวาดกลัวแล่นขึ้นจับขั้วหัวใจ แล้วชีวิตเธอต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรเล่า?

ไม่ได้นะ ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องไห้ คนๆ นั้น ถึงจะดูน่ากลัวไปนิด แต่...เขาไม่ได้ฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่ได้สติ แต่เขาอาจแค่หลอกให้เธอตายใจก็ได้ อย่างไรก็อย่าเพิ่งไว้ใจเขานักเลยนะ

หญิงสาวสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ มันเป็นเสื้อยืดกับกางเกงผ้าฝ้ายแบบมีเชือกผูก คนซื้อคงกะขนาดเอวไม่ถูกถึงได้เลือกแบบนี้มา แต่มันก็ใส่สบายดี เสียตรงที่... เธอไม่มีชุดชั้นในตัวใหม่เปลี่ยนนั้นแหละ จำใจต้องซักของเก่าแอบหาที่ตากไว้ในห้องน้ำนั้นแหละ จัดการตัวเองเสร็จแล้วจึงออกมาพบผู้ชายคนนั้นแล้ว

อลันเดินเข้าครัว เขาไม่ใช่ผู้ชายแบบที่ชอบบริการใคร ที่ทำให้เพราะสงสาร หากสายตาเขาไม่ย่ำแย่จนเกินไป ก็มีบ้างอย่างไม่ชอบมาพากลในการปรากฏตัวของหญิงสาวคนนั้นนัก

แต่เพราะเคยเชื่อใจ-ไว้ใจไม่ใช่รึ เขาจึงเกือบตายมาแล้ว

ชายหนุ่มกดน้ำร้อนใส่แก้วกาแฟของตัวเอง ตู้เย็นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเบียร์ขวดเล็กครึ่งโหล ถ้าเธอหิวค่อยว่ากัน ไม่ซิ ยังไงก็คงต้องหิวอยู่แล้วล่ะ โอ๊ย! แย่ล่ะ! ไหนบอกตัวเองว่าเป็นคนไม่สนใจคนอื่น ทำไมถึงเป็นห่วงว่าผู้หญิงคนนั้นจะหิวไปได้นะ

ไม่หรอก เขาไม่ได้เป็นห่วงอะไรนักหรอก แค่...แค่... แค่อะไรดีล่ะ

ยังไม่ทันคิดหาคำตอบของความรู้สึกที่เกิดขึ้น ร่างบางในชุดเสื้อยืดกางกางขายาวเดินเข้ามา ท่าทางเสื้อผ้าที่เขาเลือกให้จะตัวใหญ่ไปนิด ดูท่าทางขัดเขินของเธอแล้วก็กดหัวคิ้วลง เธอดูตัวเล็กกว่าที่คิดไว้มาก หรือเพราะเสื้อผ้าตัวใหญ่เกินไปก็ไม่รู้

“เอ่อ...” ดุลยาไม่รู้ว่าควรพูดขอบคุณเขาไหม เพราะไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของเขา

“หิวไหม?” อลันเพียงพยักหน้าให้ แล้วก็เห็นเธอพยักหน้าน้อยๆ เขาชี้นิ้วไปที่กระติกน้ำร้อน “ดูแลตัวเองไปก่อนแล้วกัน ผมโทรสั่งอาหารให้”

“ขอบคุณค่ะ” เธอเดินไปหยิบแก้วสำหรับใส่น้ำร้อนชงกาแฟ เหลือบมองเห็นเขาถือแก้วกาแฟของตัวเองเดินออกมา ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเขาโทรศัพท์สั่งอาหารให้เข้ามาส่งที่พัก

ดุลยาประคองแก้วกาแฟเดินกลับมาหาที่นั่ง เห็นเขานั่งที่เก้าอี้ยาวริมระเบียงที่มองเห็นวิวทะเล เธอถือวิสาสะเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ว่างอีกตัว

“อีกครึ่งชั่วโมงอาหารจะมาส่ง” อลันพูดง่ายๆ เหมือนไม่มีอะไรสลักสำคัญ

“เอ่อ... ฉันคิดว่าต้องคุยกับคุณเรื่องนั้น”

“ก็เอาซิ” เขาไม่ได้หันหน้ามามองเธอ แต่ยังมองวิวทะเลเบื้องหน้า

“คือ...เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันเป็นนางรำมาทำงานพิเศษที่โรงแรม...เสร็จแล้วกำลังจะกลับแต่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาขอให้ไปถ่ายรูปกับลูกของเธอเป็นที่ระลึก ฉันออกไปแล้วก็เหมือนถูกยาสลบทำให้หมดสติ รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่เวทีประมูลบ้าๆนั้นแล้ว”

เธอเล่าไปตามความจริง หวังให้เขาเข้าใจ แต่ก็เห็นเพียงเขาจิบกาแฟด้วยท่าทีเฉยชา

“ฉันไม่ได้เต็มใจ แล้ว...ก็อาจจะจับตัวผิดคนก็ได้”

“จะอะไรก็ช่างเถอะ แต่ยังไงผมก็เสียเงินไปแล้วสองแสน”

“ฉัน...ฉันจะพยายามหาเงินมาคืนคุณ”

“ด้วยวิธีไหน? โทรไปขอเงินพ่อแม่หรือไง” เขายกกาแฟขึ้นดื่ม

ดุลยาไม่กล้าหวังว่าพ่อกับแม่จะเข้าใจ แต่เธอก็อยากลองดู “ฉันขอใช้โทรศัพท์นะคะ”

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว เขาล้วงโทรศัพท์มือถือของตนออกมา ปลดระบบล็อกแล้วยื่นให้เธอ

“ตามสบาย”

ดุลยากลืนกาแฟไม่ลง เธอรับโทรศัพท์จากเขาแล้วลุกขึ้นเดินไปที่อื่น กดหมายเลขบ้านที่กรุงเทพฯ รออยู่นานจนได้ยินคนรับสายโทรศัพท์

“แม่วาณีหรือคะ” ดุลยากำโทรศัพท์แน่น ไม่อยากเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแม่เลยสักนิด แต่เพราะพ่อบังคับทำให้เธอต้องเรียกแม่

“อ้าว ยัยดาว ทำไมถึงโทรมาได้ล่ะ” ปลายเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงตกใจ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED