ตอนที่2
เรื่องซวยๆ
แพนถูกจัดให้มานั่งข้างๆ คนใจร้ายที่ชี้นิ้วสั่งให้คนอื่นมาขืนใจเธอเมื่อห้านาทีที่แล้วอย่างมึนนงง พร้อมกับนั่งดูหญิงสองชายหนึ่งที่กำลังร่วมรักกันอย่างร้อนแรง โดยที่ทั้งสามไม่สนใจสายตาเธอและผู้ชายใจร้ายตรงหน้าเลย เธอทำงานอยู่ในผับแห่งนี้มาร่วมปี เธอได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มามาก แต่ก็ไม่เคยเห็นกับตาเหมือนกัน
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น เสียดายขึ้นมาหรอ” เสียงทุ้มถามขึ้นเมื่อเห็นแพนนั่งตาโตมองภาพตรงหน้าอย่างไม่กระพริบตา
“บ้าหรอ ฉันไม่ใช่โรคจิตเหมือนคุณนะ”
“ที่นั่งมองตาโตนี่ ไม่เคยเห็น หรือยังไม่เคยโดนเอา”
“……” คำถามแบบนี้เธอควรจะตอบคนบ้าตรงหน้ายังไงดีนะ
“ทั้งสองสินะ น่าสนใจ” ชายหนุ่มที่พอจะเดาคำตอบจากสายตาเธอออก ถึงจะแปลกใจที่เธออายุไม่ถึงเกณฑ์ ก็มาเลือกทำงานแบบนี้แล้ว และสถานที่นี้กลับรับเธอเข้าทำงาน ทั้งที่มันเสี่ยง แถุมเธอกลับยังกระแดะทำเหมือนรังเกียจเรื่องพวกนี้ ทั้งที่สถานที่แบบนี้ มันก็ต้องคู่กับเรื่องบนเตียง ใส่ซื่อจริง หรือแค่แอ๊บอั๊บค่าตัวกันแน่
แต่พอดูๆ เธอก็ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ทำงานอยู่ที่นี่ ทั้งผิวพรรณและการพูดจา แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
ชายนุ่มรูปหล่อมองหญิงข้างๆอย่างสนใจ
-ทำตัวเหมือนนางเอกในละครน้ำเน่า ไร้เดียงสาจริงหรือแค่สร้างภาพนะ-
“อือ..ไวน์ ข้าวเสียวไม่ไหวแล้ว” เสียงครางจากคู่ขาของเขาทำให้มาวินหลุดพ้นจากความคิดของตัวเอง
“อ๊า” เสียงครางในลำคอของไวน์ ทำให้มาวินเองเริ่มนั่งไม่ติด เขาเองไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่เห็นอะไรแบบนี้แล้วจะไม่เกิดอารมณ์
ปึก-ปึก-ปึก
เสียงขย่มของไวน์ที่นั่งค่อมบนตัวรุ่นพี่สาวสวย เอวสอบขยับเข้าออกรัวๆ จนทำให้รุ่นพี่ที่ช่วยเหลือเธอตัวโยนไปตามจังหวะ ผลัดกับเสียงครางไม่ได้ศัพท์จากตัวรุ่นพี่ ทำให้แพนรู้สึกสับสนว่าเธอควรรู้สึกผิดไหมที่เป็นตัวต้นเหตุให้รุ่นพี่มาอยู่ในสถาณการณ์แบบนี้ แต่สีหน้าและแววตาของเธอ ไม่ได้มีความเศร้าเสียใจเลย
ลิ้นนุ่มเผลอเลียรอบริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว เมื่อโดนเสียงและภาพตรงหน้าปลุกกล่อมเธอ ความเสียวซ่านเริ่มเข้ามาครอบงำจิตใจเด็กสาววัยรุ่น หน้าผากเริ่มมีเหงื่อเม็ดๆ ออกมาตามรูขุมขน ทั้งที่แอร์ในห้องเย็นปรกติ เสียงหายใจเริ่มเปลี่ยนจังหวะ โดยที่ตัวเธอเองไม่รู้ตัว แต่ชายหนุ่มที่นั่งดูการกระทำที่เธอแสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัวของเธอกับยิ้มอย่างพอใจ เขาเห็นทุกอย่าง ตั้งแต่ลิ้นนุ่มชมพูเริ่มออกมาเลียริมฝีปากบางจนลิปสติกเริ่มหลุด และเหงื่อตามรูขุมขนบนใบหน้านั่นอีก มันช่างเป็นภาพที่เขารู้สึกอยากจะบดขยี้ร่างบางตรงหน้าเขา
“ถ้าได้จูบปากนั่นจะเป็นไงนะ” เสียงความคิดเริ่มดังในใจ
“เป็นอะไร ร้อนหรอ” มาวินกระซิบข้างหูขชองแพน จนเจ้าตัวสะดุ้งโยง ลมหายใจอุ่นๆ ที่กระทบต้นคอของเธอ ทำให้เธอขนลุกและเสียววาบที่ท้องน้อย ประดุจมีผีเสื้อร้อยๆ ตัวบินอยู่ในนั้น
“ป่าวค่ะ” เธอตอบกลับเสียงแผ่วเบาและหอบเบาๆ ด้วยความตกใจ ที่ถูกปลุกออกจากภวังที่เธอหลุดเข้าไปอย่างลืมตัว
“อยากลองไหม”
“อะไรนะคะ”
“อุ๊บ” ทันทีที่เธอเงยหน้ามาถามกลับเขา เป็นจังหวะเผลอที่ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ปล่อยโอกาศแบบนี้ไปแน่นอน ริมฝีปากหนารีบกดจูบและบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างหิวโหย เขาอยากจะลิ้มรสลิปสติกนี้จนใจแทบขาด ปรกติเขาไม่เคยต้องรอใครหรือรอจังหวะอะไรบ้าๆ แบบนี้ แต่กับผู้หญิงคนนี้ มันกลับแตกต่าง ตื่นเต้นดี
แพนที่ไม่ได้ตั้งตัว พยายามใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบไปที่อกแกร่ง แต่อารมณ์ที่พลุกพล่านก่อนหน้านี้มันทำให้เธอสับสนไม่น้อย เผลอส่งลิ้นนุ่มแลกลิ้นกับอีกฝ่าย
มือหนาค่อยๆ ดันร่างบางให้นอนราบไปกับโซฟา ก่อนจะผละจากริมฝีปากบางอย่างน่าเสียดาย เขาต้องปล่อยให้ปากบางเป็นอิสละก่อนจะขาดใจตายจากแรงบดขยี้ของเขาจนทำให้เธอหายใจไม่ทัน
ปากหนาซุกไซร้ไปยังคอระหง ขบเม้นและสูดดมกลิ่นกายของเธอ เป็นกลิ่นกายที่เขาได้เผลอดมเข้าตอนที่เธอชนกับเขา ไม่รู้ว่าเธอใช้น้ำหอมอะไร แต่มันทำให้เขาไม่มีอารมณ์ร่วมกับผู้หญิงเซ๊กซี่ตรงหน้าที่ขย่มเขาอย่างบ้าครั่ง เขานึกถึงแต่กลิ่นนี้ จนทำให้เขาต้องรีบกลับมาดมซ้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
“อ๊าแตกแล้ว” เสียงไวน์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงขย่มที่ดังสนั่นห้องเงียบไป ทำให้แพนที่หลุดไปในภวังได้สติ รีบผลักชายที่นอนทับร่างกายเธออยู่ออกอย่างร้อนรน เธออายจนหน้าแดง เขาไม่ได้บังคับเธอเลย เธอสมยอมทุกอย่าง “น่าอายชะมัด”
“ต่อสิ หยุดทำไม” นาวินที่ถูกขัดจังหวะอย่างงุนงง รีบเข้ามาไกล้เธอเพื่อจะทำมันต่อ
-เพี๊ยะ-
หญิงสาวตบหน้ามาวินเสียงดัง จนสามคนที่นอนหอบด้วยความเหนื่อยรีบหันมามองที่ทั้งสอง
“เลว” แพนพูดทิ้งท้ายก่อนจะลุกหนีออกไปจากห้อง
นาวินที่ยังไม่เข้าใจ ก็ตอนแรกเธอสมยอมเองนี่ แถมยังเป็นคนส่งลิ้นมาให้เขาก่อนอีก แต่นั่นแหละ มาวินมองเลือดบนนิ้วโป้งที่เขาเช็ดมันตรงขอบปากที่โดนเธอตบ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ที่คาดเดาไม่ได้ออกมา
“คืนนี้สนุกดี ว่าไหมไอ่ไวน์”
................................................
ตอนที่3
หนี
“ตื่นแล้วหรอ ทำไมถึงนอนตื่นสายขนาดนี้”
“เมื่อวานแพนทำงานเลิกดึกค่ะ”
“รีบไปทำความสะอาดบ้านเร็ว วันนี้จะมีแขกมาที่บ้าน”
“ใครหรอคะคุณน้า”
“คนที่จะมาช่วยให้บ้านเราหลุดพ้นจากความจนไงล่ะ”
ถึงจะไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่เลี้ยงบอก แต่เธอก็ไม่อยากจะถามอะไรมากนัก เดี่ยวจะโดนด่าฟรีป่าวๆ
“อ้อ แล้ววันนี้แกจะไปเยี่ยมพ่อแกไหม”
“ไปช่วงบ่ายค่ะ”
“งั้นแกรีบทำความสะอาดละอย่าลืมทำกับข้าวด้วยล่ะ และถ้าแกออกไปเยี่ยมพ่อ แกก็หยิบชุดทำงานไปทีเดียวเลยนะ ”
“ทำไมล่ะคะ”
“จะได้ไม่ต้องไปๆ มาๆ ไง นั่งรถเมล์ไปๆ มาๆ สนุกหรอ ร้อนจะตาย”
แพนทำความสะอาดบ้านที่ไม่ได้เล็กแต่ก็ไม่ได้ใหญ่หลังนี้อยู่เป็นประจำ โดยที่เธอไม่เคยเบื่อหรือเหนื่อยกับสิ่งนี้เลย เวลาทำความสะอาดบ้านหลังนี้เป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขด้วยซ้ำ เวลาเธอหยิบจับหรือเช็ดข้าวของต่างๆ เธอจะนึกถึงในช่วงที่แม่เธอยังอยู่กับเธอเสมอ ที่เธอต้องทำความสะอาดบ้านหลังนี้คนเดียวไม่ใช่เพราะกลัวแม่เลี้ยงเธอหรอก แต่เป็นเพราะ บ้านหลังนี้คือบ้านที่แม่เธอรักและหวงมากต่างหาก
“คนอะไร ปากนุ่มชะมัด” แพนที่ไม่สามารถลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ จนทำให้เธอนอนไม่หลับทั้งคืน เรื่องราวเมื่อคืนมันฉายซ้ำอยู่ในหัวเธอตลอด
“ลมหายใจก็อบอุ่น” หญิงสาวเผลอยิ้มคนเดียวในห้องน้ำ เมื่อนึกถึงรสสัมผัสบนปากของเธอ ที่ทั้งอ่อนโยนและร้อนแรง จนอยากให้ริมฝีปากหนานั้นสัมผัสจุดอื่นดูบ้าง
“อี่แพนนนนนน มึงคิดอะไรของมึง” แพนที่เผลอเห็นตัวเองในกระจกที่ยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า รีบดึงสติตัวเองกลับมา จับนู่นจับนี่มาเช็ดกระจก ที่มีหน้าตาตัวเองในนั้น แววตาสายตาของตัวเองในกระจกคือความจริงในใจที่เธอพยายามกลบเกลื่อนว่าเกียด ว่าไม่ชอบ แต่ความจริงนั้น
ลืมไม่ลง จดจำ และต้องการ
“พี่แพน”
“อะไร๊”
“พูดอะไรอยู่คนเดียว” น้ำพิงที่เห็นท่าทีแปลกประหลาดของพี่สาวต่างแม่ ได้ทักทายจนทำเอาแพนสะดุ้งตกใจ
“ออ ป่าว น้ำพิงมีอะไร”
“หิวแล้ว ไปทำไรให้กินหน่อยสิ”
“ทำเองดิ โตแล้ว”
“ในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย” ประโยคสุดท้ายทำเอาแพนต้องถอนหายใจ เธอก็แปลกใจที่น้องสาวต่างแม่มาคุยกับเธอ ทั้งๆ ที่ปรกติแล้วแทบจะเหยียบหัวเธอด้วยสายตา หรือต่อให้คุย ก็คุยกับเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน แต่สองอาทิตย์มานี้ น้ำพิงคุยกับเธอมากขึ้น แถมคุยดีด้วย
มันแปลกทั้งแม่ทั้งลูก
โรงพยาบาล
ห้องผู้ป่วยชายรวม
“แพนมาเยี่ยมพ่อแล้วนะคะ สองสามวันมานี้ แพนยุ่งๆ เลยไม่ได้มาหา พ่อเป็นไงบ้าง”
“ตอนนี้แพนรู้แล้วค่ะ ว่าพ่อเหนื่อยทำงานแค่ไหน แพนเข้าใจพ่อแล้วค่ะ”
“แพนจะตั้งใจทำงานเก็บเงินเยอะๆ แล้วแพนจะพาพ่อไปรักษาที่โรงพยาบาลดีๆ นะคะ ตอนนี้แพนเริ่มหาเงินได้เยอะแล้ว”
“ตั้งแต่พ่อป่วย แพนก็เป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้าน แพนรู้แล้ว ว่าพ่อของแพนเก่งมากแค่ไหน”
“คุณน้าเค้าไล่ป้าสมรออกแล้วนะคะ คุณน้าบอกจ่ายค่าแรงไม่ไหว ตอนนี้แพนเลยต้องมาทำความสะอาดบ้านเองด้วย แต่พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ ป้าสมรบอกว่าป้าหางานใหม่ได้แล้ว”
“แพนเหนื่อยจังเลยค่ะพ่อ ” น้ำใสๆ ไหลอาบแก้ม ความในใจและความเศร้าที่ถูกฝังกลบไว้ได้ท้วมท้นออกมา เธอไม่ได้เก่งอะไร แต่สถาณการณ์รอบข้างบีบบังคับให้เธอต้องโตในชั่วข้ามคืน ถึงเธอจะอายสายตาคนรอบข้างที่มองเธอพูดคนเดียว แต่เธอเหนื่อยเกินกว่าจะเก็บมันไว้ในใจแล้วจริงๆ
ความรู้สึกในตอนนี้ ไม่อาจปกปิดไว้เลย ถึงแม้ว่าญาติคนไข้ทุกคนต่างมองมาที่เธอ ทั้งสงสารทั้งเห็นใจ แต่การที่ได้มาอยู่ในห้องผู้ป่วยรวม สถานการณ์ของแต่ละคนคงไม่ได้ต่างกัน
*สถานที่ทำงานผับดังใจกลางเมือง
“มาแล้วหรอแพน” รุ่นพี่คนสนิทสะกิดแพนเมื่เห็นนเธอเดิมเหม่อเข้ามานัยตาเศร้าๆ
“ค่ะพี่”
“มาวันนี้พี่แต่งหน้าให้” แพนอึกอักเล็กน้อย เมื่อเห็นหน้าของรุ่นพี่ พลันทำให้นึกถึงเรื่องราวเมื่อวานนนี้
“เป็นอะไร”
“เรื่องเมื่อวานแพนขอบคุณมากนะคะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้พี่....”
“พี่ก็นึกว่าเรื่องอะไร เรื่องนี้เอง”
“เพราะแพนพี่เลยซวย”
“ซวยหรอ555 เด็กหนอเด็กน้อย”
“ซวยอะไร เป็นวันดีเลยต่างหาก นานๆ จะเจอของดี ทั้งติ๊บหนักทั้งลีลาเด็ด "
"งานแบบพวกเราน่ะเลือกลูกค้าไม่ได้ นานๆ ทีถึงจะได้ของแรไอเท่มบบนี้” ข้าวรุ่นพี่สาวอีกคนที่เดินมาได้ยินพอดี รีบสวนตอบด้วยแววตาแพรวพราว
“พวกพี่ชอบหรอคะ มันน่าอายจะตาย”
“แพนยังไม่เคยไง พวกพี่เลือกอาชีพนี้แล้ว พวกพี่ก็ต้องสนุกกับมัน ส่วนแพนน่ะ รีบๆ กอบโกย และไปหางานดีๆ ทำ แพนเก่งพี่เชื่อว่าแพนไปได้ดีแน่ๆ”
“ส่วนพวกพี่อะ เป็นพวกหื่นกาม ขี้เงี่ยน ชอบเอา ขออยู่ที่นี่ยาวๆ ได้เงิน และก็ได้ทำในสิ่งที่ชอบ” ข้าวรีบสวนกลับและทำท่าทีล้อเลียนท่าทางที่ทำเมื่อวาน ทำเอาสองสาวขำตาม
“แต่เมื่อวานพี่เห็นแพนจูบกับคุณนาวินนะ”
“เออออ........” แพนมองซ้ายทีขวาทีคิดหาข้ออ้างในหัว
“ตอนไหน ทำไมพี่ไม่เห็น”
“ก็แกมัวแต่ก้มดูดลูกๆ คุณไวน์อยู่ไง”
“อะไรลูกๆ คุณไวน์”
“ก็ดูดเอ็นอยู่ไง”
“บ้า แล้วจูบกับคุณนาวินจริงหรอแพน” รุ่นพี่ทำหน้ามึนใส่เพื่อสาวและหันมาถามรุ่นน้องคนสนิท
“แหม เห็นอะไรแบบนั้นต่อหน้า ใครมันจะไปอดใจไหว ยิ่งวัยนี้นะ สะกิดนิดเดียว แต่น่าแปลกที่คุณนาวินยอมจูบกับแพนนี่แหละ”
“ทำไมหรอคะ”
“พี่มีอะไรกับคุณนาวินมาหลายครั้ง คุณนาวินไม่เคยยอมจูบพี่เลย แถมยังไม่เคยสัมผัสอะไรพี่มากมาย นอกจากนอนให้พี่ทำเอง บางครั้งนะ ฉันเห็นหน้าคุณนาวินนะ เหมือนคนไม่มีอารมณ์ด้านนี้อะ พี่ยังแอบคิด ว่าเค้ากำลังค้นหาเพศสภาพที่แท้จริงของตัวเองอยู่รึป่าว” ข้าวกระซิบให้เพื่อนสาวทั้งสองฟังถึงความลับที่เธอรู้มาและต้องปกปิดไว้ตลอดมา
“หมายความว่าเค้าอาจจะไม่ชอบผู้หญิงหรอคะ”
“ไม่มั่นใจ แต่ของเค้าก็แข็งนะ ลีลาดีด้วย ใหญ่มากด้วย” ข้าวยังคงตบท้ายด้วยมุก
“ไม่น่าล่ะ ถึงได้เก็บกด มาลงกับคุณไวน์ของฉัน”
“ฉันต้องเห็นแกถึงฝั่งพร้อมคุณไวน์ มาหลายครั้ง เก็บกดเหมือนกันนะยะ ส่วนฉันถึงฝั่งก็จริง แต่ไม่สนุกเหมือนแกกับคุณไวน์เลย”
“นี่พวกพี่เคยทำแบบนี้มาแล้วหรอคะ”
“ใช่ คุณนาวินน่ะ ชอบดูหนังสด ”
“โรคจิตชัดๆ”แพนอุทานในใจ ถึงเธอจะพอเข้าใจว่านี่คือรสนิยม ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การที่เธอได้ยินอะไรแบบนี้มันก็รู้สึกแปลกใหม่และยิ่งไปกว่านั้น คือมันน่ากลัวสำหรับเธออยู่ดี
........................................................