ออร่ารอบตัวของเนี่ยเหยียนเซินเริ่มเยือกเย็นลงทีละนิด สายตาเฉียบคมราวกับมีด
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมีสองหน้า ที่ปฏิบัติอย่างรู้ความและว่านอนสอนง่ายก่อนหน้านี้ก็เป็นการเสแสร้งแกล้งทำนี่เอง
“คุณแน่ใจนะว่า จะเจรจากับผมแบบนี้?”
“แน่ใจ”
เหยียนซีจ้องมองตากับเขา
เธอรู้ว่าเขาเกลียดการถูกข่มขู่ที่สุด แต่แล้วมันยังไง เธอเกลียดการนอกใจในชีวิตแต่งงานที่สุด
“ได้” ดวงตาของเนี่ยเหยียนเซินลุ่มลึก สีหน้าเย็นยะเยือก “ผมจะให้คุณ แต่ถ้าการหย่าในครั้งนี้เป็นไปอย่างไม่ราบรื่น คุณก็น่าจะรู้ถึงผลที่จะตามมา”
“คุณเนี่ย นี่คุณกำลังข่มขู่ฉันอยู่งั้นเหรอ?” เหยียนซีเอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้ ในดวงตาที่สามารถแยกแยะถูกผิดได้ชัดเจนนั้นเต็มไปด้วยความจริงจังตั้งใจ
ท่าทางแบบนี้
เนี่ยเหยียนเซินไม่เคยเจอมาก่อน
ตลอดสองปีที่แต่งงานกันมา เหยียนซีรู้ความ เชื่อฟัง อ่อนโยนมาโดยตลอด ไม่เคยต่อต้านเขาแบบในตอนนี้มาก่อน
“เปล่า” เนี่ยเหยียนเซินคิดวิธีจัดการรับมือเอาไว้แล้ว น้ำเสียงเย็นชา “บ้าน รถ เงินผมจะให้กับคุณทั้งหมด ไปหย่ากันวันจันทร์”
เหยียนซีกลอกตา ก่อนจะค่อยๆ พูดขึ้น “ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง”
“ว่ามา” ความอดทนของเนี่ยเหยียนเซินเริ่มหมดลงทีละนิด
“พรุ่งนี้ไปช้อปปิ้งด้วยกันกับฉัน” เหยียนซีราวกับไม่รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่อยู่รอบตัวของเขา “เดี๋ยวช้อปปิ้งเสร็จฉันก็จะกลับไปที่คฤหาสน์เก่าด้วยกันกับคุณ ไปคุยเรื่องหย่าของพวกเรากับพวกผู้ใหญ่ เหตุผลในการหย่าก็คือ ฉันไม่ได้ชอบคุณแล้ว”
“ตกลง” เนี่ยเหยียนเซินตอบตกลงแล้ว
หลังจากพูดจบ
เนี่ยเหยียนเซินก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว เขาจึงเดินออกไปข้างนอกพร้อมด้วยออร่าที่เย็นยะเยือก
ก่อนที่จะมาเขาถึงขนาดที่กำลังคิดว่า ถ้าเหยียนซีรับไม่ได้กับเรื่องหย่า เขาสามารถให้เวลาเธอได้ปรับตัวให้คุ้นชินสักหน่อย
ตอนนี้มาคิดดูแล้ว
เธอไม่ได้รับมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เธออยากจะหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้แบ่งทรัพย์สินกับเขา
ถ้าเหยียนซีรู้ความคิดนี้ของเขา เกรงว่าจะต้องหัวเราะแน่นอน ‘เงินเล็กน้อยแค่นั้น คิดว่าฉันอยากได้มันมากงั้นเหรอ?’
“คืนนี้ผมไม่กลับนะ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าจะรับคุณไปช้อปปิ้ง” ตอนที่เดินมาถึงประตู เนี่ยเหยียนเซินก็หยุดลง ก่อนจะพูดขึ้น “คุณลิสต์สถานที่ที่คุณอยากจะไปเอาไว้เลย”
“คุณจะไปหาซูเจียหย่วนเหรอ?”
“มันไม่ใช่เรื่องของคุณ”
“ฉันไม่ชอบถูกสวมเขา” หลังจากที่เหยียนซีตัดความสัมพันธ์กับเขาแล้วก็ไม่เสแสร้งอีกต่อไป “ก่อนจะหย่ากัน คุณอย่าไปนัดมีอะไรกับเธอจะดีที่สุด”
สีหน้าของเนี่ยเหยียนเซินดำมืด
เขาหันหลังแล้วเดินกลับมาอยู่ตรงหน้าของเหยียนซี มองเหยียดลงไปที่เธอ
เหยียนซีไม่ได้สะทกสะท้านจากแรงกดดันแม้แต่น้อย “ทำไม เหลืออีกแค่สองวันครึ่งคุณก็อดใจรอไม่ไหวแล้วเหรอ?”
“ผมรู้ว่าคุณโกรธแค้นอยู่ภายในใจ ไม่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้เพื่อกระตุ้นอารมณ์ของผมหรอก” เนี่ยเหยียนเซินไม่ได้ระเบิดโมโหออกมา หลังจากที่คิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ถ้าเกิดให้เขารับมือกับเรื่องแบบนี้ เขาอาจจะสุดโต่งกว่าเธอ “พวกเราเพียงแค่หย่ากันเท่านั้น ไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตกัน”
เหยียนซี “……”
หน้าไม่อายเลย
“รีบพักผ่อนเถอะ” หลังจากพูดจบ เนี่ยเหยียนเซินก็จากไป
ขณะนั้นประตูก็ปิดลง
ข้อตกลงการหย่าวางอยู่บนโต๊ะอย่างเงียบๆ เหยียนซียืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อนอยู่นานสองนาน
จะบอกว่าอารมณ์ไม่แปรปรวนเลยก็โกหกเกินไป
วินาทีที่รู้ว่าตัวเองเป็นตัวตายตัวแทนของคนอื่นตั้งแต่เมื่อครึ่งปีก่อน เธอก็รู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อย
ไอ้เลวเนี่ยเป็นรักแรกในช่วงอายุยี่สิบสี่ปีของเธอ ก่อนที่จะมีโทรศัพท์สายนั้น นอกจากความเงียบขรึมแล้ว เขาก็เป็นสามีที่สมบูรณ์แบบในทุกๆ เรื่อง ใจเย็นอ่อนโยน แทบจะไม่ทำให้เธอกลัดกลุ้มใจเลย
ด้วยเหตุนี้วินาทีที่รู้ว่าเขามีคนอยู่ภายในใจอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะรับมันไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไปขอหย่ากับเขา ให้เขาได้ไปหารักแรกของเขา เลือกที่จะตอบสนองความต้องการของเขา
แต่ไอ้เลวเนี่ยไม่ตกลง
เหตุผลนั้นช่างง่ายดายมาก ก่อนที่ซูเจียหย่วนจะกลับมา จำเป็นต้องมีคนช่วยเขารับมือกับพวกผู้ใหญ่ในตระกูล แล้วเธอก็เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่และปู่ของเขาพอดี เหมาะสมที่สุด
บางครั้งเธออยากจะถามเขามาก
เธอดูเหมือนคนโง่มากเลยเหรอ?
ไม่อย่างนั้นทำไมไอ้เลวเนี่ยถึงมั่นอกมั่นใจมากว่าเธอจะเต็มใจช่วยเขาปกปิดเรื่องที่เขานอกใจกับพวกผู้ใหญ่
ตอนนี้จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าอกอยู่ไม่น้อย
ถึงแม้ว่าจะเตรียมใจมาเป็นเวลาครึ่งปีแล้ว ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นผู้ชายสารเลว แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกอยู่บ้าง
หลังจากค่อยๆ ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก เธอก็เดินไปนั่งลงบนโซฟาแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา
เปิดวีแชท หารายชื่อผู้ติดต่อที่หมายเหตุเอาไว้ว่า “หนูขาวตัวน้อย” จากนั้นก็เปิดช่องสนทนาที่ไม่ได้ติดต่อกันมาสองปี แล้วพิมพ์ข้อความหนึ่งลงไป:【ไปสืบมาหน่อยว่า ช่วงนี้เนี่ยซื่อ กรุ๊ปเผชิญกับปัญหาความลำบากอะไรหรือเปล่า แล้วก็เนี่ยเหยียนเซินป่วยระยะสุดท้ายใช่หรือไม่ 】
หลังจากที่ส่งข้อความเสร็จ อีกฝ่ายก็แทบจะตอบกลับมาในทันที
หนูขาวตัวน้อย:【 !!!! 】
หนูขาวตัวน้อย:【พี่ซี พี่เป็นศพกระตุกหรือเปล่าเนี่ย? 】
หนูขาวตัวน้อย:【พระเจ้า คิดไม่ถึงว่าตลอดชีวิตนี้จะยังมีโอกาสได้รับข้อความจากพี่อีก ตลอดสองปีที่ผ่านมาพี่หายไปไหนมา ทำไมถึงหายไปไม่ปรากฏตัวนานหลายปีขนาดนี้? 】
หนูขาวตัวน้อย:【พี่รู้ไหมว่า พวกเราเกือบจะสร้างอนุสาวรีย์ให้พี่แล้วนะ 】
เหยียนซี “……”
เธอไม่ได้อธิบายอะไรมากมาย เธอเพียงแค่ตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์เท่านั้น:【ไปสืบ 】
หนูขาวตัวน้อย:【รับทราบครับ! 】
เหยียนซีวางโทรศัพท์ไว้ตรงนั้น แล้วรอข้อความตอบกลับมา
ถ้าไอ้เลวเนี่ยวางแผนที่จะหย่ากับเธอเพราะกลัวว่าจะทำให้เธอพลอยเดือดร้อนไปด้วย เธอก็จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป ถึงขนาดที่สามารถช่วยเหลือเขาได้อีกด้วย แต่ถ้าเขาเป็นคนสารเลวจริงๆ เธอก็จะถีบหัวส่งอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง โทรศัพท์ก็มีข้อความเข้าอีกครั้ง
หนูขาวตัวน้อย:【ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ได้ป่วยระยะสุดท้าย แล้วก็ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บด้วย 】
หนูขาวตัวน้อย:【พี่ซี พี่ให้ผมสืบเรื่องนี้ไปทำไม? 】
หนูขาวตัวน้อย:【จะว่าไปแล้วเนี่ยเหยียนเซินหน้าตาดีมีความสามารถแล้วก็ร่ำรวยมาก พวกพี่สองคนเหมาะสมกันมาก พี่ชอบคนที่หน้าตาดีไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่ลองดูสักหน่อยล่ะ 】
เหยียนซีเมินเฉยใส่คำถามของเขา ก่อนจะตอกกลับไปอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด:【นายเองก็เหมาะกับคนเลวๆ เหมือนกันนะ 】
หลังจากที่ตอบกลับไปแบบนี้แล้ว เธอก็กดออกจากวีแชท
ในเมื่อไม่มีปัจจัยจากภายนอก ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเพียงแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น ไอ้เลวเนี่ยเป็นคนสารเลวจริงๆ !
หนูขาวตัวน้อยถูกตอกกลับจนสับสนมึนงงไปหมด
ทำไมพี่ซีถึงเกรี้ยวกราดขนาดนี้นะ?
ตอนนี้เขาไม่สามารถหาคำตอบของคำถามนี้ได้
เหยียนซีกวาดสายตามองข้อตกลงการหย่าบนโต๊ะ หยุดลงสักพัก สุดท้ายก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงไป หลังจากที่เซ็นเสร็จก็โยนทิ้งเข้าไปในตู้ภายในห้อง ส่วนตัวเองก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ
อาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำ
เห็นว่าข้อความในวีแชทมีมากกว่าเก้าสิบเก้าข้อความ และมีสายที่ไม่ไดรับอีกสามสิบสองสาย
เหยียนซี “……”
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไป๋จิงเอาเรื่องที่เธอติดต่อหาเขาไปป่าวประกาศให้กับทุกคนได้รู้กันหมดแล้ว
มือข้างหนึ่งของเธอจับผ้าขนหนูเช็ดผมดำขลับที่เปียกโชกและยุ่งเหยิง มืออีกข้างถือโทรศัพท์ไว้ กะจะเปิดดูข้อความในนั้น
เธอยังไม่ทันปลดล็อก
โทรศัพท์สายหนึ่งก็โทรเข้ามา มีคนโทรมาหาเธอ:พ่อชั่ว
เมื่อเห็นคนที่ไม่ได้ติดต่อมาสองปีเต็มๆ คนนี้ เหยียนซีก็บอกไม่ถูกว่าเธอรู้สึกเช่นไร
ตอนนั้นเธอออกมาจากเมืองตี้ตูเนื่องจากเรื่องแม่ของเธอ เธอไม่ได้ติดต่อเขา เขาเองก็ไม่ได้ติดต่อเธอ ทั้งสองต่างเข้าใจตรงกันดี
หลังจากที่ลังเลซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายก็รับสาย
เสียงของเหยียนซีเรียบเฉยอย่างมาก “ฮัลโหล”
หลังจากที่สิ้นสุดเสียง
ปลายสายก็เงียบสนิท ไม่มีเสียงเลยแม้แต่น้อย
เหยียนซีหมดความอดทนกับเขาแล้ว เธอกำลังจะวางสาย อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “อาจิ้ว”
คำพูดง่ายๆ เพียงแค่สองคำ
มันขุดคุ้ยความทรงจำที่ลึกที่สุดของเหยียนซีขึ้นมา
เธอเองก็ไม่ได้ตอบสนองกลับไป เพียงแค่ถามขึ้นมาอย่างสงบนิ่งเท่านั้น “มีธุระอะไร?”
“พ่อได้ยินหนูขาวตัวน้อยบอกว่า ลูกติดต่อหาเขา” เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นมาต่อ ฟังออกถึงความรู้สึกผิดจากในน้ำเสียงนั้น “เขาบอกว่าลูกกำลังสืบเรื่องของเนี่ยเหยียนเซิน ต้องการให้พ่อช่วยอะไรไหม”