บทที่1.หนุ่มแปลกหน้าที่เข้ามาพร้อมกับความโชคดี
“ยัยมัฟฟิน...แกรู้ยัง...มีร้านกาแฟเปิดใหม่ตรงหน้าซอยร้านแกอะ!!”
เสียงพราวฟ้าเพื่อนสาวคนสนิท เพื่อนคนเดียวที่ยังทนคบกับเธอ หลังวันวาด (มัฟฟิน) กรรณารายากจนลง สาเหตุเพราะบิดาถูกฟ้องล้มละลาย เมื่อกิจการที่ฝ่าฟันมานานหลายสิบปีอับปางลงเพราะพิษเศรษฐกิจ จากคุณหนูลูกสาวคนเดียวของเศรษฐีร้อยล้าน กลับกลายมาเป็นแม่ค้าขายขนม ในร้านเล็กๆ ริมถนนใหญ่บนพื้นที่ของมารดาที่ไม่ได้ถูกยึดทรัพย์ไปด้วย
“ก็พอรู้...แต่แน่ใจตอนแกบอกนี่ล่ะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยออกไปไหน นอกจากออกไปส่งขนม” มือเรียวบางหยิบขนมอบที่เย็นสนิทใส่ลงไปในโหลแก้วเพื่อเอาไว้จำหน่ายเนื่องจากมีคนสั่งจอง
“แกเอ๋ย...คนอะไรไม่รู้ แต่ละคน...หล่อวัวตายควายล้มเลยอะแก!! อย่างนี้...ฉันต้องแวะมาหาแกบ่อยขึ้นแล้วแหละ จะได้แอบไปเหล่บาเรตต้าที่ร้านกาแฟเปิดใหม่นั่น”
วันวาดเกือบหัวเราะ มีผู้ชายคนไหนบ้างที่แม่เพื่อนสาวสุดแสบไม่ชม สายตาของหล่อนไม่เพี้ยนก็ไร้รสนิยมแหละ ตั้งแต่คบกันเป็นเพื่อน นับตั้งแต่มัธยมต้นยันจบมหาวิทยาลัยเพื่อนสาวของเธอคลั่งไคลบรรดาหนุ่มหล่อมาเป็นร้อยๆ แต่ไม่เคยเห็นลงเอยกับใคร ทำตัวเป็นผีเสื้อแสนสวยโฉบไปโฉบมา กรี๊ดกราดไปวันๆ แบบไม่มีพิษมีภัย
“อืม...หล่อขนาดไหน? เท่าชีวอน เจฮุน คิมยอก จงอิน ที่แกปลื้มนักหนาได้ไหมล่ะ?”
บรรดานักร้องบอยแบรนด์เกาหลีที่เพื่อนเธอปลื้มหนักปลื้มหนา ตามติดข่าวสารทุกนาทีไม่ยอมพลาดสักช็อตเดียวและเป็นชายในฝันที่พราวฟ้าคลั่งไคลอย่างหนัก
เสียงตอบอุบอิบ “คนล่ะแบบกันยะ นั่นน่ะซุปตาร์’ นี่คนธรรมดารัศมีคนล่ะแบบกัน แต่หล่อละลายเหมือนกันเปี๊ยบ”
“อ๋อ!! ไว้จะแวะไปส่องดูนะว่าจะสมคำชมของแกไหม...แต่วันนี้ลมอะไรหอบแกมาได้ล่ะ งานแกยุ่งจะตาย” สาวใสแต่มือฉมัง เป็นดีไซเนอร์ชื่อดังเพราะมีโอกาสได้ทำงานในร้านตัดเสื้อขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นพราวฟ้าจึงไม่ค่อยมีเวลาว่าง นานๆ จะโผล่หน้ามาหาเธอสักที
“แหมๆ ร้านกาแฟหนุ่มหล่อ กับร้านเบเกอร์รี่สาวโสด มันช่างเหมาะเหม็งอะไรแบบนี้” สาวสวยยกมือขึ้นกุมที่หว่างอก กะพริบเปลือกตาวิบวับทำตาเคลิ้มฝันจนเธออดหมั้นไส้ไม่ได้
“พอๆ ไม่ต้องมาคิดแทนฉันเลยแก...ฉันเข็ดแล้วล่ะ กลัวผิดหวังอีก”
หญิงสาวพูดเสียงเย็น ประสบการณ์หมาดๆ ยังเจ็บไม่ทันจาง มันทำให้เธอปิดตายหัวใจ ไม่อยากสานสัมพันธ์กับชายคนใด ให้หัวใจเจ็บช้ำเพิ่มขึ้น
พราวฟ้าชะงัก เธอลืมไปว่าวันวาดพึ่งจะอกหักรักคุด เพราะแฟนหนุ่มสุดหล่อ อนาคตไกล สถาปนิกของบริษัทยักษ์ใหญ่รายได้ปีละหลายแสนพึ่งสลัดเพื่อนเธอทิ้ง หันไปคบกับลูกสาวหุ้นส่วนในบริษัททั้งที่รักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ วันวาดเปลี่ยนสถานภาพจากลูกสาวของเศรษฐี กลายมาเป็นยาจกเต็มตัวไร้ญาติขาดมิตร เพราะบรรดาพี่ๆ น้องๆ หันหลังให้เพราะเกรงว่าจะต้องมีส่วนในหนี้ที่บิดาของหญิงสาวก่อไว้ ปริญทอดทิ้งเพื่อนของเธอทันที เขาไม่กล่าวแม้แต่คำลา ไม่เคยบอกเหตุผล แต่วันวาดรับรู้ได้เองจากภาพข่าวทางสังคมและหญิงสาวไม่เคยถามไถ่ถึงสาเหตุ ได้แต่กล้ำกลืนเก็บไว้ในอก
“ไอ้ผู้ชายใจหมาแบบนั้น... ไม่ต้องไปเสียดายหรอกฟิน!! ฉันเจอมันที่ไรเห็นแล้วสมเพชแทน...ยอมเป็นเบ้ให้ยัยคุณหนูนั่น เดินตามต้อยๆ เหมือนลูกหมา มันทิ้งแกไปน่ะดีแล้ว ดีกว่าตกลงปลงใจกันแล้วลายมาออกทีหลัง มันจะเจ็บหนักกว่านี้อีก”
“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ...นับว่ายังโชคดีไม่ได้เออออไปตอนนั้น ไม่อย่างนั้นฉันคงเจ็บหนักกว่านี้แน่ๆ”
“ว่าก็ว่านะฟิน...ฉันว่าแกไม่ได้รักปริญหร๊อก!! ฉันไม่เห็นแกร้องไห้สักเอะ...คนอกหักน่ะมันต้องฟูมฟายเป็นเหมือนคนบ้า แต่แกกลับเงียบเฉย” พราวฟ้าวิเคราะห์จากสิ่งที่เห็น เธอคาดว่าวันวาดไม่ได้รักไอ้ผู้ชายคนนั้นในฐานะคนรัก เพียงแต่ผูกพันเพราะคบกันมานาน เธอคิดว่าเพื่อนของเธอยังไม่รู้จักหรอก...ไอ้ความรู้สึกรักนี่น่ะ...
“มันก็วูบไปบ้าง เสียเซลฟ์นิดๆ แต่ไม่ได้เจ็บหนักอะไรมากนี่ ฉันบอกแกแล้วนี่นาว่าฉันคิดกับปริญแค่เพื่อน พวกแกยุกันดีนักฉันก็เลยตกลงไปงั้นเอง”
สมัยเรียนกลุ่มเพื่อนยุให้เธอรับปริญเป็นแฟน เพราะต้องการตัดรำคาญและไม่ต้องการให้ผู้ชายคนใหม่เข้ามาเกาะแกะ เพราะอยากตั้งใจเรียน ปริญจึงเป็นกันชนชั้นดี จนเธอหลงลืมไปเลยว่าความรู้สึกวูบวาบ เนื้อตัวเต้นเวลาเจอคนที่ถูกใจเป็นอย่างไรเพราะชินกับการที่มีปริญอยู่ข้างๆ
“ฉันล่ะอยากรู้จังเล๊ย!! ว่าคนที่ทำให้นางพญาหิมะอย่างแกหลงรักได้ จะเป็นคนแบบไหน เจ้าชายผู้แสนดี หรือว่ามหาโจรสุดหล่อ”
พราวฟ้าพูดประชด เธออยากให้วันวาดมีใครสักคนอยู่ข้างๆ เพื่อนจะได้ไม่อ้างว้างและโดดเดี่ยวแบบทุกวันนี้
“ไม่รู้สิ!! ถึงเวลามันก็มาเองมั้ง แม่ฉันบอกไว้นะแก ‘บทจะมามันก็มาเอง ไม่ต้องไปวิ่งไล่หรอก’ คำพูดมารดาลอยเข้ามาในหัว ในวันหนึ่งตอนที่เริ่มเป็นสาว เธอถามมารดาเรื่องนี้ และคำตอบที่มารดาอธิบายให้ฟังนั้นชี้ชัดจนเธอเข้าใจแจ่มแจ๋ว จึงได้แต่รอ...แต่ก็ยังไม่เคยพบผู้ชายคนไหนที่ทำให้เธอหัวใจเต้นสักคน...เธออาจจะเป็นปิศาจหิมะเหมือนที่พราวฟ้าบอกก็ได้...เพราะหัวใจตัวเองเย็นชากับเพศตรงข้าม ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน เธอไม่เคยหวั่นไหวเลยสักครั้ง
“แปปนะแก ฉันไปสั่งกาแฟกินก่อน เอาป่ะ เพื่อโชคดีได้เบอร์โทรฯ บาเรตต้าหล่อๆ มาสักคนสองคน”
พราวฟ้ากระเด้งตัวลุกขึ้นยืน เธอพูดเสียงขี้เล่น แต่วันวาดคิดว่าเจ้าหล่อนเอาจริง เมื่อดวงตาที่เคยขี้เล่นกลับจริงจังจนน่าตกใจ
“เอาจริงอะ!!”
“เอาป่ะเดี๋ยวหิ้วมาเผื่อ กาแฟนะยะหล่อน บาเรตต้าน่ะแกต้องไปสอยเอง”
“เอสเปรสโซ่เย็นเผื่อแก้วก็ได้...ฉันกำลังอยากเหมือนกัน” หญิงสาวฉีกยิ้ม มองตามหลังเพื่อนสาวที่เดินลิ่วๆ ไปอย่างเร็ว จนอดคิดไม่ได้ว่า วันไหนมีเวลาว่างๆ จะต้องออกไปส่องร้านกาแฟร้านนั้นดูบ้าง เธอเคยเห็นแต่ตอนที่มันปิดแล้ว เพราะกว่าจะเคลียร์ร้าน ทำความสะอาดพื้นเสร็จ ไฟฟ้าตามร้านรวงก็ปิดเกือบหมด มีร้านเธอร้านเดียวที่เลิกดึกสุด เพราะหญิงสาวสาละวนทำงานเพลินเกินไป
กรุ๊งกริ๊ง!!
เสียงกระพรวนดอกไม้เหนือประตูหน้าร้านสั่นดังกราวใหญ่!! พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของผู้ชายผิวขาว สวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใบหน้าเขาชวนมองเชียวแหละ เพราะมันกระจ่างใส แถมริมฝีปากสีสดยังมีรอยยิ้ม จนเธออดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วย
“รับอะไรดีคะ ขนมอบใหม่ๆ ทำออกมาร้อนๆ เลยค่ะ ไม่ทราบจะรับอะไรดีเอ่ย มีคิดไว้บ้างหรือเปล่าคะ ฟินจะได้แนะนำให้” งานขายต้องมาก่อนเมื่อมีลูกค้าเข้ามาเยือน เธอส่งยิ้มให้แล้วจึงชี้ชวนให้คุณลูกค้าดูสินค้าที่มีวางจำหน่าย
มกรานิ่งอึ้ง ทุกอย่างรอบตัวเหมือนภาพสโลโมชั่น แค่เพียงผู้หญิงตรงหน้ายิ้มสดใสให้ กว่าที่เขาจะควานหาคำพูดตัวเองเจอ เวลาก็เคลื่อนผ่านไปหลายนาที
“ไม่ทราบว่าคุณเป็นเจ้าของร้านเองหรือเปล่าครับ?”
เสียงทุ้มๆ นุ่มสั่นพร่าเอ่ยถาม เขามองหน้าเธอและคงรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“ค่ะใช่ค่ะ... มีอะไรหรือเปล่าคะ”
หญิงสาวเอียงคอมอง...ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ได้มีเจตนาเข้ามาซื้อขนมขบเคี้ยว วันวาดมองชายหนุ่มที่แต่งกายสะอาดสะอ้านตรงหน้า เธอหลุบเปลือกตาลง และแอบสำรวจเขาช้าๆ เขาสวมรองเท้าหนังมันวับ แต่งกายสะอาดดูสำอางและเป็นผู้ดี
ชายหนุ่มหมุนตัวไปรอบๆ เมื่อได้คำตอบจากเธอ สายตาของเขามองขนมขบเคี้ยวที่วางโชว์เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
“ขอโทษทีครับ ผมลืมแนะนำตัว ผมชื่อมกรา เรียกเรียวก็ได้ครับ... ผมพึ่งเปิดร้านกาแฟตรงเยื้องๆ ร้านขนมของคุณ...”
“วันวาดค่ะ แล้ว?...” หญิงสาวร้องอ๋อในใจ นี่ไงเจ้าของร้านตัวจริง ดูเขาสุขุมและจริงจังมาก คงกำลังไฟแรงเมื่อเปิดธุรกิจของตัวเอง
“คือว่า...ผมอยากได้ขนมอบสักสองสามอย่าง ให้คุณทำไปส่งที่ร้านทุกวัน...ไม่ทราบว่าจะรับทำไหมครับ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ แต่อยากได้แบบไหนคะ หรือต้องคิดใหม่เพื่อเป็นคอนเซ็ปของทางร้านคุณ มันจะได้ไม่เกร่อเกิน” เธอออกความเห็นเมื่อขนมอบมีเกลื่อน ร้านกาแฟน่าจะมีเอกลักษณ์สักหน่อย เพื่อจะได้ไม่ซ้ำกับร้านอื่นๆ
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ไม่เสียแรงที่เดินมาคุยด้วยตัวเอง เขาได้กลิ่นขนมจากร้านของเธอโชยไปที่ร้านทุกวัน นับตั้งแต่เปิด คิดไว้ในใจว่าสักวันจะเข้ามาเจรจา เพราะแค่กลิ่นที่ลอยฟ่องยังชวนกิน นับประสาอะไรกับรสชาติ คงไม่ต้องชิมให้เสียเวลา เขาฟันธงได้เลยว่าอร่อยชัวร์ แถมเจ้าของร้านยังสวยถูกใจ เธอดูเรียบๆ เฉยๆ ไม่ได้หยิบโหย่งเหมือนที่กลัว
“ลองแนะนำหน่อยได้ไหมครับ หลักๆ เลยขอเค้กวันละสองก้อน...ส่วนอย่างอื่นค่อยว่ากัน”
“พายกรอบไหมคะมีหลายไส้ เดี๋ยวฟินออกแบบรูปลักษณ์ให้จะได้ไม่ซ้ำกับที่อื่น...แล้วก็คุ้กกี้ผลไม้รวม...เครปต่างๆ แล้วแต่ทางคุณต้องการเลยค่ะ”
“มีแบบให้ดูไหมครับ ผมขอลองชิมด้วยได้ไหม?”
“มีค่ะ ฟินทำขายอยู่เหมือนกัน ลองเครปกล้วยหอมนะคะ พึ่งทำเสร็จ ส่วนพายกรอบจะลองทานไส้อะไรดีคะ”
มีออเดอร์มาลอยอยู่ตรงหน้า แม้จะเหนื่อยเพิ่มขึ้น วันวาดก็ไม่ได้รีรอที่จะกระโจนใส่ เพราะมันหมายถึงจำนวนเงินที่จะลอยเข้ามาในกระเป๋า เธอจะได้เอาไปจ่ายหนี้ที่ยังคงค้าง จะได้ปลดแอกที่แบกไว้สักที
มกราสูดกลิ่นหอมๆ กลิ่นที่ไม่ใช่กลิ่นขนม มันลอยรวยรินออกมาจากร่างบอบบางตรงหน้า กลิ่นหอมชื่นใจสะอาด ผิดกับสาวๆ ที่เขารู้จัก ส่วนมากจะใช้น้ำหอมกลิ่นนอก และประโคมใส่เสียจนฉุนกึก กลิ่นที่กำลังสูดดมอยู่นี่กลิ่นหอมเย็นๆ ชวนให้สดชื่น มันคงเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของเธอนั่นเอง
“นั่งก่อนค่ะ ขอเวลาฟินหยิบแปปค่ะ”
หญิงสาวยิ้มแป้น เธอหมุนตัวไปจัดการ จัดขนมอบที่อีกฝ่ายต้องการชิมใส่ในจาน ก่อนจะยกมาเสิร์ฟถึงที่
“ลูกค้าเยอะไหมครับ?”
ชายหนุ่มถามแก้เก้อ เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองทำงานผิดปรกติ มันกระตุกและเต้นถี่ๆ
“พอได้ค่ะ ช่วงเย็นจะยุ่งหน่อย หลังจากนั้นก็ซาๆ”
“เปิดมานานยังครับนี่...ดูคุณคล่องแคล้วดีจัง”
“ไม่นานหรอกค่ะ แต่ก็เกือบปีแล้วล่ะ” เสียงตอบสั่นนิดๆ และชายหนุ่มจับสังเกตได้ เพียงแต่เขาไม่ได้ซักถาม
วันวาดผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความหลังฝังใจก็มักจะทำให้เธอเศร้าได้เสมอ ก็ทุกคนที่เคยเป็นครอบครัวล้มหายตายจากไปทีละคน...จนเวลานี้เหลือแค่เธอคนเดียว ที่ยังต้องผจญกับความทุกข์อยู่บนโลกเบี้ยวๆ ใบนี้
“เอาแบบนี้เลยครับ...ผมชอบทุกอย่างเลย พายนี่เอาทุกไส้ที่คุณทำได้เลยนะครับ...ขอวันละ...”
หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างๆ เธอรีบจดออเดอร์ของใหม่ลงในสมุดจดข้างตัว ไม่น่าเชื่อว่าคนแปลกหน้าจะมาพร้อมกับข่าวดี นับว่าวันนี้เธอได้รับของขวัญ เป็นแรงใจอีกอย่าง...จะได้มีแรงฮึดสู้ในวันต่อๆ ไป
“นี่ราคานะคะ ฟินลดให้ คุณจะได้พอได้กำไรบ้าง เราจะได้ค้าขายกันนานๆ”
หญิงสาวยื่นใบเสนอราคาให้เขาพิจารณา เพื่อจะมีการต่อลอง ลดหรือเพิ่ม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลง
“คุณไม่มีคนช่วยเหรอครับ ผมเห็นมีแค่คุณคนเดียว”
“ค่ะ ฟินทำคนเดียว ไม่ได้เยอะนี่คะ รับแค่พอทำได้...” เธอพูดตอบก่อนจะหมุนตัวกลับไปจัดการกับคุ้กกี้ที่ทำเสร็จ ตามออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งทำไว้ วันๆ เธอทำงานยุ่ง หัวไม่วางหางไม่เว้น แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่คิดอะไรวุ่นวาย
ชายหนุ่มนั่งชิมขนมเงียบ รสอร่อยกลมกล่อมและเขาคิดว่าน่าจะมีลูกค้าหลายคนชอบ และมันจะเป็นตัวทำเงินให้เขาอีกอย่างหนึ่ง มันน่าจะเพิ่มลูกค้าอีกแบบไม่ใช่มีแต่คนที่เข้ามาเพื่อชิมกาแฟ บรรดาลูกหลานที่ตามติดผู้ปกครองมาจะได้มีอะไรทานแก้เหงา ระหว่างที่รอพ่อหรือแม่ชิมกาแฟ
“มัฟฟิน!! วู้ๆ แก หล่อระเบิดเลยอะแก ไม่เสียงแรงลากสังขารไปส่อง”
เสียงพราวฟ้าดังแจ๋วๆ เสียงกระดี๋กระด๋าจนวันวาดอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขัน เพราะตัวเจ้าของร้านนั่งปั่นจิ้มปันเจ่ออยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง
“ฟิน...แกเชื่อไหม? นักร้องเกาหลี บอยแบรนด์ของฉันกระเด็นหวือเลยอะแก... เมื่อเจอกับบาเรตต้าสุดหล่อที่ร้าน Coffee Time ตัวฉันละจะลอย คนอัลไล!! หล่อไม่บันยะบันยัง...”
วันวาดหมุนตัวมา เธอชี้นิ้วไปยังชยหนุ่มคนเดียวในร้าน เขากำลังฟินจัดกับขนมอบในจาน และเขากำลังมองเพื่อนของเธอยิ้มๆ
“เป็นอะไร!! ชี้โบ ชี้เบ้ มีอะไรหรือเปล่า?” พราวฟ้าขมวดคิ้ว เธอมองมือเพื่อนสลับกับคนแปลกหน้า ใบหน้าสวยหวานเหลอหรา เมื่อไม่เข้าใจความนัยที่เพื่อนสาวพยายามส่งให้ “เอสเปรสโซ่เย็นแก...อะลองชิม รสดีอยู่เหมือนกันแหละ ไม่ได้แย่อย่างที่หวั่นๆ นึกว่าหล่อแต่ไม่เอาอ่าว”
“พอเลยยัยบ้า ปากจัดนะเรา... เอาขนมนี่ไปนั่งกินเงียบๆ เลย นี่เจ้าของร้านกาแฟที่แกไปส่องหนุ่มมาไง คุณมกรา...นินทาไม่ดูตาม้าตาเรือ”
วันวาดรับแก้วกาแฟทรงสูงมาจากมือของพราวฟ้า เธอกระซิบรอดไรฟัน ก่อนจะแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน โดยที่ชายหนุ่มได้แต่นั่งยิ้ม “เพื่อนฟินเองค่ะ ชื่อพราวฟ้า...”
อุต๊ะ!! พราวยกมือทาบอก แหมๆ หนุ่มในฝันของแท้นั่งอยู่ตรงหน้านี่เอง หล่อแบบเนิร์ดๆ ลุคคุณชาย เรียบง่ายแต่ดูดี
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ แล้วก็ขอบคุณที่แวะไปอุดหนุน...หวังว่าคงชอบนะครับ”