“โอเคค่ะ น้องพลอยเป็นผู้หญิงเรียบร้อยรักนวลสงวนตัว”
“พี่ปราบจะให้หนูทำงานอะไรบอกมาได้เลยค่ะ” ท่าทีกระตือรือร้นของเธอทำให้ปราบนิ่งคิด
เขาไม่ได้คิดจะให้เธอทำงานอะไร คิดแค่ว่าจะให้มานั่งสบาย ๆ อยู่ในห้อง แล้วก็พาไปกินข้าวก่อนจะส่งกลับบ้าน
“น้องพลอยพิมพ์เอกสารหรืออะไรก็ได้ค่ะ” พอเธอถามเขาก็เลยต้องหางานให้เธอทำ
เธอเป็นเด็กแก่เรียน เห็นคุณยายของเธอชมว่าเธอเรียนจบในเทอมนี้คงได้เกียรตินิยมเพราะเรียนเก่งมากได้เอทุกวิชา เขาก็คิดว่าอย่างนั้น เพราะเห็นเอาแต่อ่านหนังสือ เขาไปที่บ้านสวนของเธอหลายครั้งจึงเห็นว่ากิจวัตรประจำวันของเธอไม่อ่านหนังสือก็ทำอาหาร เย็บผ้า ร้อยมาลัย และปลูกต้นไม้ เป็นชีวิตที่น่าเบื่อและจำเจสุด ๆ เท่าที่เขาเคยเจอมา
ชีวิตไร้สีสันจืดชืด พูดน้อยคำ เวลาคุยกับเขาก็ยืนเสียห่างยังกับกลัวเขาจะสิงร่าง ถ้าเขาต้องแต่งงานใช้ชีวิตกับพลอยฟ้า เขาน่าจะเหี่ยวเฉาและตายไปอย่างอนาถ
บิดามารดาเคยพูดเรื่องแต่งงานแต่เขาบ่ายเบี่ยง พวกท่านก็เลิกคุยเรื่องนี้ไปนานหลายปีจนเขาเรียนจบกลับมาจากเมืองนอก ท่านบอกว่าอยากได้ที่ดินของคุณยายพิมพ์จันทร์ และอยากทำตามสัญญาที่เคยให้เอาไว้กับบิดาของพลอยฟ้า เพราะบิดาของพลอยฟ้าเคยมีบุญคุณช่วยเหลือบิดาของเขาเอาไว้ ถ้าเขาทำยังไงก็ได้ให้พลอยฟ้าแต่งงานด้วย จะยกบริษัทให้เขาและยอมลงจากตำแหน่ง เมื่อแต่งงานแล้ว หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรบิดาไม่ได้บังคับอีก เขาก็ตอบตกลงในทันทีเพราะมีแต่ได้กับได้ แถมยังโดนเพื่อนรักอย่างปองภพท้าทายว่าถ้าเขาทำให้พลอยฟ้ารักได้ มันจะยอมเสียเงินให้เขาหลักล้าน
เขาทำให้พลอยฟ้ารัก แต่ห้ามรักพลอยฟ้าไม่งั้นจะแพ้พนันเพื่อน
ในเมื่อโดนท้าทาย และค่าตอบแทนจากบิดาและเพื่อนรักหอมหวานขนาดนี้เขาก็เลยต้องกระโดดลงมาเล่นเกมนี้ แค่ทำให้พลอยฟ้า ผู้หญิงที่เชยแสนเชยรักมันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย มันง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ ผู้ชายเพียบพร้อมทั้งชาติตระกูล ฐานะ หน้าตาและคารมดีแบบเขาไม่ว่าสาว ๆ คนไหนก็ต้องยอมสยบแทบเท้า
“งั้นพี่ให้ช่วยทำเอกสารพิมพ์งานให้พี่ก็แล้วกันนะคะ”
“ได้สิคะ พลอยพิมพ์งานเร็วนะคะ เคยเรียนพิมพ์ดีดแบบสัมผัสมาน่ะค่ะ”
“เหรอครับ” เขาเชื่อว่าเธอพิมพ์สัมผัสได้ เพราะเธอทำตัวเหมือนมนุษย์ป้าที่เกิดสมัยที่คนส่วนใหญ่ยังใช้พิมพ์ดีดแทนที่จะเป็นคอมพิวเตอร์เช่นนี้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอโดดเด่นอะไรขึ้นมาหรอกนะ เขาคิดว่าผู้หญิงไม่ต้องเก่งอะไรขนาดนั้นก็ได้ แค่เอาใจเก่ง เรื่องบนเตียงลีลาเด็ด แค่นี้ก็คงเพียงพอแล้ว
“งั้นพิมพ์เอกสารนี้ให้พี่ก็แล้วกันครับ” เขาพูดคะขาน่ารัก บ้างก็ใช้คำว่าครับแล้วแต่อารมณ์ ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ค่ะ แล้วโต๊ะทำงานของพลอยอยู่ไหนคะ”
“ตายแล้วพี่ลืมค่ะ เดี๋ยวพี่ให้จักรยกโต๊ะทำงานเข้ามาให้น้องพลอยนะคะ น้องพลอยไปนั่งรอที่โซฟาตัวนั้นก่อนค่ะ วันนี้วันแรกฉุกละหุกนิดนึงนะคะ”
“พี่ปราบจะให้หนูนั่งทำงานในห้องพี่เหรอคะ”
“ใช่ค่ะ น้องพลอยมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
“อ้อ... ไม่มีน่ะค่ะ แต่พลอยคิดว่าพี่ปราบจะให้นั่งทำงานด้านนอกกับคุณจักรเสียอีก” พลอยฟ้าก็แทนตัวเองว่าพลอยบ้างหนูบ้างตามสมควร เพราะเคยรู้จักกันตอนเด็ก อายุก็ห่างกันพอสมควร จนแทนตัวเองว่าหนูกับเขาได้เลย เขาอายุห่างจากเธอถึงหนึ่งรอบ
“นั่งในห้องพี่ดีกว่าค่ะจะได้สบายแล้วก็เป็นส่วนตัวดีค่ะ” ปราบพาเธอไปกดให้นั่งลงบนโซฟาตัวยาว ก่อนที่ในห้องจะวุ่นวายเล็กน้อยเพราะต้องให้คนยกโต๊ะกับเก้าอี้เข้ามาในห้อง
พลอยฟ้านั่งมองคู่หมั้นหนุ่มที่สั่งโน่นสั่งนี่คนงานให้วุ่น
“พี่ปราบคะ”
“ค่ะ น้องพลอยว่าไงคะ” ปราบรับคำ หันไปมองคู่หมั้นแสนเชยที่กำลังดึงเสื้อสูทของเขาเหมือนเด็ก ๆ
“พี่ปราบไม่ต้องวุ่นวายเพราะหนูขนาดนี้ก็ได้นะคะ เอาแค่โต๊ะทำงานกับเก้าอี้ธรรมดาก็พอค่ะ”
“ไม่ได้ค่ะ โต๊ะทำงานต้องได้ระดับ เก้าอี้ต้องดีที่สุด ไม่อย่างนั้นน้องพลอยของพี่จะปวดหลังเวลาทำงานค่ะ”
เขาจับไหล่บอบบางของเธอเอาไว้ พลางพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลห่วงใย
“ขอบคุณค่ะ” พลอยฟ้ารู้สึกว่าเขาดีมากจนเธอนึกเกรงใจ
“เที่ยงแล้วค่ะ เราออกไปหาอะไรกินกันดีกว่านะคะ” ยังไม่ได้ทำงานอะไรในช่วงเช้า ก็เที่ยงเสียแล้ว พลอยฟ้ายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ก็เห็นว่าได้เวลาพักพอดี
“เราจะออกไปกินข้าวกันที่ไหนคะ ที่ศูนย์อาหารของบริษัทหรือคะ” พลอยฟ้าเอ่ยถาม
บริษัทของปราบเป็นบริษัทเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้างและวางระบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ จึงได้งานประมูลใหญ่ ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างและโครงการใหญ่ ๆ ต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
“ไปกินข้างนอกค่ะ จะไปนั่งเบียดกับพนักงานทำไมกันคะ เราไปกินอาหารอร่อย ๆ ข้างนอกกันดีกว่า” เขากุมไหล่ของเธอทำเอาไว้ พลอยฟ้าพยายามไม่สะบัดออก พยายามทำตัวให้ชิน เพราะเขาเป็นคู่หมั้น เดี๋ยวเขาจะหาว่ารังเกียจเอาอีก
ปราบเห็นท่าทีของคู่หมั้นสาวเขาก็ยกยิ้มมุมปาก คิดว่าไม่ยากอะไรที่จะหลอกล่อพลอยฟ้า เพราะเธอดูซื่อบื้อจะตายไป พูดจาหวานนิดหวานหน่อย เอาอกเอาใจกันสักนิด ขี้คร้านหล่อนจะรักเขาจนหมดใจ
เขาไม่มีวันพาเธอออกไปนั่งกินข้าวด้วยกันให้พนักงานในบริษัทเห็นหรอก เพราะมันจะเป็นที่สนใจ ถ้าใครรู้ว่าพลอยฟ้าคือคู่หมั้นของเขาคงจะแอบหัวเราะเยาะและขบขันเขาไปทั่วที่มีคู่หมั้นโคตรเชยขนาดนี้
แค่จะควงไปไหนมาไหนก็อายแสนอาย จะให้รู้ว่าเป็นอะไรกันไม่ได้เด็ดขาด
“เดี๋ยวน้องพลอยไปรอพี่ที่เดิมนะคะ พี่จะให้คนขับรถวนรถไปรับค่ะ” เขามีข้อตกลงกับเธออยู่อย่าง ขณะทำงานอยู่ที่บริษัทห้ามบอกใครว่าเป็นคู่หมั้น และเธอก็เห็นด้วยเพราะไม่อยากถูกหาว่าเป็นเด็กเส้น ถึงได้มาฝึกงานอยู่ใกล้ชิดกับปราบ
“ค่ะพี่ปราบ แต่จริง ๆ น้องพลอยกินข้าวที่ศูนย์อาหารของบริษัทก็ได้นะคะ จะได้ไม่ต้องรบกวนพี่ปราบ” เธอพูดอย่างเกรงใจ ไม่อยากต้องให้เขาพาไปกินข้าวร้านแพง ๆ ให้ต้องสิ้นเปลือง
“ไม่ได้สิคะ น้องพลอยมาฝึกงานวันแรก พี่ก็ต้องดูแลให้ดีสิคะ จะให้คู่หมั้นตัวเองไปกินข้าวแออัดกับพนักงานได้ยังไงกัน”
“ค่ะ” เธอรับคำไม่อยากขัดเขาอีก เดี๋ยวเขาจะหาว่าเธอเรื่องเยอะ
ปราบพาหญิงสาวมากินอาหารร้านหรูหราราคาแพง เพราะอยากเอาใจ ตอนแรกคิดว่าเธอจะทำให้เขาขายหน้าเสียอีก แต่ที่ไหนได้เธอก็รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหารอย่างดี วางตัวดี เพราะจริง ๆ แล้วเมื่อก่อนครอบครัวของเธอก็เคยรวยมาก่อน
แม้ตอนนี้จะไม่รวยแล้วเพราะล้มละลาย พ่อแม่ฆ่าตัวตายจนหมด เหลือแต่ยายคอยดูแล แต่ยายของพลอยฟ้าก็คงจะสอนหลานสาวมาดี เพื่อไม่ให้อายใครในที่สาธารณะ
“น้องพลอยต้องกินเยอะๆ นะคะ อาหารร้านนี้อร่อยมากค่ะ” เขาตักอาหารให้เธออย่างเอาใจ
“ความจริงเราไปกินอะไรง่าย ๆ ก็ได้นะคะ ร้านนี้ท่าทางจะแพงมาก พลอยเกรงใจน่ะค่ะ” เธอรู้ว่าเขารวยมาก จะเหมาอาหารทุกเมนูที่มีในร้านยังได้ แต่เธอไม่อยากให้เขาต้องมาสิ้นเปลืองหรือลำบากเลี้ยงเธอแบบนี้
“ไม่เอาหรอกค่ะ สำหรับพี่ต้องดีที่สุด น้องพลอยกินเถอะค่ะ” ปราบนึกระอาใจ แต่ปากก็พูดจาหวานหู คะขาไปเรื่อย
“ไอ้ปราบ” เสียงเรียกของปองภพ ปิติภัทร เพื่อนรักของปราบทำให้ชายหนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง
“อ้าวไอ้ภพมากินข้าวร้านนี้เหมือนกันเหรอ”
“ใช่ ขวัญก็มา แต่ขอไปเข้าห้องน้ำ”
“แกสองคนมาด้วยกันมีอะไรกันรึเปล่าวะ”
“มีบ้าอะไรของแก เป็นเพื่อนกันเฉย ๆ โว้ย!” ขวัญหรือดวงขวัญ เจิดจันทร์คือเพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่ม ที่คบกันมานานแล้วตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
“น้องพลอยคะ จำไอ้ภพเพื่อนพี่ได้ไหมคะ” ปราบรีบเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพลอยฟ้านั่งเกร็งอยู่อีกด้าน
“จำได้ค่ะ สวัสดีค่ะพี่ภพ” พลอยฟ้ายกมือไหว้ปองภพ ชายหนุ่มรับไหว้ก่อนจะยิ้มกว้างให้หญิงสาวแสนเชยตรงหน้า
“สวัสดีครับน้องพลอย วันนี้มาฝึกงานวันแรกเหรอครับ” ประโยคคำถามของปองภพทำให้พลอยฟ้าต้องขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความแปลกใจ
“พี่ภพรู้ด้วยหรือคะ”
“ไอ้ภพมันสนิทกับพี่ คุยกันบ่อยพี่เลยบอกว่าน้องพลอยมาฝึกงานกับพี่วันนี้วันแรกน่ะค่ะ” ความจริงเมื่อคืนเขาออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ทั้งยังบ่นว่าวันนี้ต้องต้อนรับพลอยฟ้าให้ดีเพราะมาฝึกงานวันแรก
พลอยฟ้าเองเคยเห็นปองภพไปมาหาสู่กับปราบหลายครั้ง จึงพอรู้ว่าทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก
“อ้อ... ค่ะ” พลอยฟ้ารับคำ
“แกมากินข้าวเหรอ นั่งกินด้วยกันสิ ฉันเพิ่งสั่งอาหารเอง อยากกินอะไรสั่งเลย ฉันเลี้ยง” ปราบรีบเอ่ยชวนเพื่อน
“งั้นไม่เกรงใจนะโว้ย” ปองภพพูดขำๆ แต่เขาก็ร่ำรวยอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เพื่อนเลี้ยงก็ได้ แต่เพราะเห็นเพื่อนอยากจะเลี้ยงก็ไม่ขัด รอบหน้าก็จะเลี้ยงคืน
ดวงขวัญมาร่วมรับประทานอาหารกับทุกคนด้วย เธอยิ้มให้พลอยฟ้าด้วยท่าทีเอ็นดู ตักโน่นตักนี่ให้ ทำตัวเป็นกันเอง ทำให้พลอยฟ้าหายเกร็งไปได้มาก
พลอยฟ้ารู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าเธอไม่ค่อยเหมาะกับสังคมของปราบ อาจเพราะเขาชอบสังสรรค์ดื่มกิน ในขณะที่เธอไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเที่ยวกลางคืน
ปราบเปิดเผยให้เธอได้รับรู้นิสัยตรงส่วนนี้แต่แรก ไม่ได้สร้างภาพเป็นคนดี พลอยฟ้าจึงคิดว่าเขาจริงใจ แต่หารู้ไม่ว่าปราบไม่ได้อยากทำถึงขนาดเป็นคนดีไม่กินเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนจนกว่าจะบรรลุแผนการ
“ขอให้น้องพลอยฝึกงานอย่างมีความสุขนะคะ” ดวงขวัญอวยพร
“ค่ะพี่ขวัญ ขอบคุณพี่ขวัญมากๆ นะคะ”
“ปราบก็อย่าดุน้องมากล่ะ น้องทำอะไรไม่เป็นก็ค่อย ๆ สอน” ดวงขวัญหันไปพูดกับเพื่อนหนุ่ม
“ฉันนี่นะจะไปว่าอะไรน้องพลอย น้องพลอยเขาเก่งทุกเรื่อง เรียนก็เก่ง เรียนจบได้เกียรตินิยมแน่นอนใช่ไหมคะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” พลอยฟ้าถ่อมตัว
“ไม่ถึงขนาดนั้นได้ยังไงครับ ไอ้ปราบนี่มันเล่าว่าน้องพลอยเรียนเก่งมากนะครับ ไอ้เอทุกวิชา ถ้าไม่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง มหาวิทยาลัยก็คงไม่มีมาตรฐานแล้วล่ะครับ” ปองภพเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทำให้พลอยฟ้ามองสบตากับปราบก่อนที่เธอจะยิ้มอย่างเขินอาย ไม่คิดว่าเขาจะเอาเธอไปชื่นชมให้เพื่อน ๆ ของเขาฟังด้วย เธอรู้สึกดีที่เขาพูดถึงเธอในทางที่ดีลับหลังแบบนี้
“พลอยขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” พลอยฟ้าเอ่ยขอตัว เพราะทุกคนเริ่มอิ่มกันแล้ว และกำลังจะเตรียมตัวกลับ
“ให้พี่เดินไปส่งไหมคะ” ปราบรีบอาสา
“ไม่ต้องหรอกค่ะ พลอยไปเองได้” พลอยฟ้ารีบเอ่ยบอกอย่างเกรงใจ
“เดินดี ๆ นะคะ” ปราบยังพูดให้พลอยฟ้ารู้สึกดีต่อไปอีก
“เดินดี ๆ นะคะ พี่ไปส่งนะคะ” ปองภพเลียนเสียงของเพื่อนหลังจากที่พลอยฟ้าเดินไปเข้าห้องน้ำแล้ว
“พอเลยไอ้ภพ”
“มึงพูดจาเลี่ยนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้ปราบ นี่ถ้ากูไม่ได้ยินกับหูคงคิดว่ามึงโกหก ที่บอกว่าต้องเอาอกเอาใจน้องเชยสารพัด” ลับหลังของพลอยฟ้า ปองภพเรียกพลอยฟ้าว่าน้องเชย เพราะอีกฝ่ายแต่งตัวมิดชิด ใส่แว่นตาหนาเตอะ พากระเป๋าผ้าใบใหญ่เหมือนมนุษย์ป้าขี้บ่นที่เขาเคยเห็น
“ถ้าไม่พูดแบบนี้น้องเชยของแกจะหลงรักกูเหรอวะ”
“นี่มึงต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ เพื่อให้ได้ที่ดินของน้องเชย ทำไมแกไม่เดินไปขอซื้อตรง ๆ ล่ะวะ”
“พ่อกูส่งคนไปขอซื้อยายของพลอยฟ้าแล้ว ไปหยั่งเชิงดู ยายแกตอบมาว่าให้ราคาเท่าไหร่ก็ไม่ขาย พ่อกูอยากได้มาก เพราะเมื่อก่อนเคยจะซื้อแต่พ่อของพลอยฟ้าชิงซื้อตัดหน้าไปก่อน!”
ปองภพพอรู้ว่าสองพ่อลูกมักได้ที่ดินสวย ๆ ไว้ทำบ้านพักตากอากาศ มีที่ดินแถวจังหวัดเศรษฐกิจภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยาและหาดใหญ่ ได้ค่าเช่าที่ต่อวันหลายล้านบาท ยิ่งเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต แค่บ้านพักครึ่งไร่วิวทะเลก็มีเศรษฐีมีเงินเข้าพักทุกวัน ค่าเช่าวันนึงหลักแสนบาท
ปราบได้พ่อมาเต็ม ๆ ทำงานเก่ง มีคอนเน็กชั่นเยอะ สามารถหาคนมาเช่าพักผ่อนได้ทุกวัน แม้ว่าเศรษฐกิจจะแย่แค่ไหน แต่คนที่รวยและมีเงินเยอะก็ยังใช้จ่ายกันได้อย่างสบายไม่เดือดร้อนอะไร
“ที่สำคัญการแต่งงานกับพลอยฟ้าจะทำให้ฉันได้ตำแหน่งประธานบริษัทมาครองด้วย”
“แกแต่งกับเขาแล้วจะเลิกเลยเหรอวะ”
“ได้ทุกอย่างเรียบร้อยฉันก็พร้อมเลิก ใครจะไปทนอยู่กับผู้หญิงเชยๆ กันล่ะ ดีไม่ดีชวนฉันสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น ได้อกแตกตายกันพอดี”
“ที่สวยมากเหรอวะ ที่พ่อแกอยากได้”
“ก็สวยนะ แต่ทำเลโคตรดี วิวหลักล้าน มีหมอกจาง ๆ ให้ดูบนยอดเขา ถนนหนทางก็โอเคว่ะ ปรับปรุงเสียหน่อยก็ใช้ได้ สองยายหลานก็ไม่ได้ทำอะไร เล่นตัวฉิบ ไม่ยอมขายสักที” ปราบบ่นอุบ
“ท่าทีน้องเชยจะชอบแกแล้วว่ะ” ปองภพเอ่ยขึ้น
“แล้วถ้าน้องพลอยรู้ว่าปราบหลอกเขา มิเสียใจแย่เหรอ” ดวงขวัญเอ่ยถาม มองเพื่อนอย่างจริงจัง
“เสียใจอะไร ได้ควงคนหล่อแบบฉัน วาสนาดีแค่ไหนแล้ว หน้าตาบ้าน ๆ เชย ๆ แบบพลอยฟ้า จะมีผู้ชายดี ๆ ที่ไหนกล้ามาจีบ ถ้ามีก็คงกรรมกรแถวบ้านว่ะ”
“โหย... แรงอะ” ดวงขวัญค้อนเพื่อนหนุ่ม
“ฉันซื้อที่ก็ให้เงินนะโว้ย ไม่ได้จะหลอกเอาฟรี ๆ เสียหน่อย ฉันเอาเปรียบเขาตรงไหน” ปราบเอ่ยถามเพื่อน
“
“แต่ฉันกลัวว่าถ้าเลิกกัน น้องเชยจะร้องไห้ขี้มูกโป่ง กอดแข้งกอดขาไม่ยอมเลิกกับแก ถึงเวลานั้นแกจะไม่สงสารหรือใจอ่อนกับเขาเหรอวะ”
“แค่เห็นหน้าก็เบื่อ ระอาเต็มที ที่ต้องพูดจาคะขาคบด้วยก็เกินพอแล้ว โชคดีหน่อยว่าพ่อแม่ของฉันกับเขาเคยตกลงหมั้นหมายกันเอาไว้ ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปทวงสิทธิ์เข้าหาได้ ไม่อย่างนั้นยายของพลอยฟ้าไม่ให้ฉันไปยุ่งกับหลานสาวของเขาหรอก”
“ท่านดุมากเหรอ”
“ไม่ได้ดุหรอกใจดี แต่หวงหลานสาวมาก ยิ่งกว่าไข่ในหิน ไปเรียนต้องรีบกลับอย่าไปเถลไถล สอนให้หลานสาวนักนวลสงวนตัว นี่ถ้าฉันไม่เข้าไปจีบ ขนาดจับมือคงไม่มีใครกล้า พลอยฟ้าคงต้องหันไปบวชชีรักษาพรหมจรรย์แทน”
“พลอยฟ้ายังจิ้นอยู่เหรอวะ” ปองภพเอ่ยถามอย่างทะลึ่ง