“ไอ้นี่ มึงนัดพวกกูให้มาประชุมงานไม่ใช่เหรอวันนี้ แล้วยังมีหน้ามาถามพวกกูอีกนะ” โชคชัยด่าเพื่อนพร้อมทั้งรับเบียร์มาถือไว้ จิบเล็กน้อย ตาก็เหลือบมองพิสุทธิ์ที่กระแทกก้นนั่งที่เดิม
“เอ่อ กูขอโทษว่ะ” พิสุทธิ์นั่งลงบนโซฟาตัวเก่า เขาเอนหลังพิงเบาะ ใบหน้าเครียด ๆ หันไปทางหน้าต่าง ดวงตาสีเข้มมองความว่างเปล่าด้านนอกผ่านกระจกใส
“มึงว่าไง พวกกูลงความเห็นกันว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาที่มาฝึกงานนะ มึงโอเคไหมวะ” เอกภพมองหน้าเพื่อนทั้งสอง
“กูแล้วแต่พวกมึงว่ะ” พิสุทธิ์ยื่นมือไปหยิบบุหรี่ของโชคชัยมาดูด แล้วยื่นให้เอกภพ ซึ่งพวกเขาทั้งสามก็ดูดบุหรี่มวนเดียวกันวนไปอย่างนั้น
“งั้นเอาตามที่ไอ้เอกมันพูดนะ จัดเลี้ยงพนักงานต้อนรับน้อง ๆ ที่มาฝึกงานอาทิตย์หน้าละกัน” โชคชัยถามความเห็นของเพื่อนทั้งสอง เพราะถ้าเพื่อนโอเค เขาก็จะได้ให้เลขาส่วนตัวของเขาจัดการทุกอย่างเลย
“นี่มึงฟังไอ้โชคพูดอยู่หรือเปล่าวะไอ้เก้า” เอกภพตกลงตามโชคชัยบอก แต่ไม่ได้ยินพิสุทธิ์พูดอะไร เขาก็เลยหันไปสะกิดเพื่อน
“ฟังอยู่ ก็เอาตามที่พวกมึงว่านั่นแหละ จัดที่ไหนก็บอกกูก็แล้วกัน” พิสุทธิ์บอกเพื่อนทั้งที่ดูดบุหรี่แล้วพ่นควันสีเทาออกมา เหมือนเขากำลังพ่นความทุกข์ในใจออกมาอย่างยากลำบาก
“นี่มุกดาเธอยังไม่กลับมาอีกเหรอวะ” โชคชัยแกล้งถามไปอย่างนั้น
“มุกเขาโทรมาเมื่อกี้บอกว่าพรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว” เพราะเพื่อนชอบพูดถึงมุกดาในเรื่องไม่ดี พิสุทธิ์จึงโกหกเพื่อนไปแบบนั้น
“เมียจะกลับพรุ่งนี้แล้ว มึงจะมานั่งทำหน้าอมทุกข์เหมือนคนอกหักทำไมวะ” เอกภพทำเสียงประชดประชันเพื่อน
“นั่นน่ะสิ ไป! วันนี้กูจะพามึงไปเปิดหูเปิดตา” โชคชัยได้ทีเพราะวันนี้ภรรยาของเขาก็ไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด
“พวกมึงไปกันเถอะ กูรู้สึกเบื่อ ๆ ยังไงไม่รู้ว่ะ” พิสุทธิ์ก้มมองเวลาบนข้อมือก็เป็นเวลาเลิกงานพอดี เขาไม่อยากไปไหนแม้แต่บ้านที่ไม่มีเมียเขาก็ไม่อยากกลับไปนอน
“เอ้ย ได้ไงวะ วันนี้เป็นวันโสดของพวกเรานะโว้ย นี่เมียกูก็ไม่อยู่เหมือนกันว่ะ” เอกภพบอกเพื่อน ๆ
“เมียมึงไปไหนวะ” โชคชัยถามเมื่อเห็นสีหน้าดีใจของเอกภพ
“จอยเขาพายัยน้องน้อยไปหาพ่อแม่ของเขาที่ต่างจังหวัดน่ะ ไอ้เก้าไปดื่มกันนะ นี่กูไม่ได้ออกไปสังสรรค์กับพวกมึงนานแค่ไหนแล้ววะ” เอกภพทำหน้าดี๊ด๊าดีใจบอกเพื่อน
“ลุกสิวะไอ้เก้า เดี๋ยวคืนนี้กูเลี้ยงพวกมึงเอง” โชคชัยชวนเพื่อน ๆ พร้อมทั้งช่วยเอกภพดึงพิสุทธิ์ให้ลุกขึ้น ซึ่งพิสุทธิ์ที่ไม่อยากไปกับเพื่อนก็จำใจลุก เขาถูกเพื่อนทั้งสองดันให้เดินนำหน้าออกจากบริษัทไปขึ้นรถของตัวเอง มุ่งหน้าไปยังสถานที่เริงรมย์สำหรับหนุ่มโสดที่หนีเมียมาเที่ยว…
สองวันต่อมา...
ในขณะที่พิสุทธิ์นั่งคุยงานกับเพื่อน ๆ อยู่นั้น เขาก็รีบลุกแล้วเดินออกไปยืนคุยโทรศัพท์ สีหน้าเมื่อครู่ดูหม่นหมองอมทุกข์ไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย แต่พอได้ยินเสียงของคนที่โทรมาเขาก็ยิ้มจนแก้มแทบแตก พร้อมทั้งรับปากทันทีว่า
“บ่ายสองนี้มุกจะถึงสนามบินแล้วเหรอครับ ได้ ๆ เดี๋ยวผมจะรีบไปรอที่สนามบินเดี๋ยวนี้เลยครับ” ถึงจะถูกทางโน้นโทรมาบอกข่าวและตัดสายไปโดยไม่เอ่ยคำใด ๆ แต่พิสุทธิ์กลับมีความสุข เขาเดินเข้าไปในห้องไม่ยอมบอกอะไรเพื่อน ๆ
“ไอ้เก้า มึงจะไปไหนวะ?” เอกภพถามเพื่อนที่เดินเข้ามาในห้อง แต่เพื่อนกลับเดินไปที่โต๊ะทำงานหยิบเอาเสื้อสูทและพวงกุญแจเดินตรงไปที่ประตูห้อง
“พวกมึงคุยงานกันต่อได้เลย ไม่ต้องรอถามความเห็นจากกูก็ได้นะ พวกมึงว่าอย่างไรกูก็ว่าตามพวกมึงนั่นล่ะ” พิสุทธิ์หันมาบอกเพื่อน
“มึงจะรีบร้อนไปไหนของมึงวะไอ้เก้า” โชคชัยถามเพื่อน
“เมียกูกลับมาแล้วว่ะ เครื่องบินถึงสนามบินบ่ายสอง กูต้องไปรอรับมุกนะ” ถึงจะถูกมองอย่างกวน ๆ แต่พิสุทธิ์ไม่ได้สนใจสายตาล้อเลียนของเพื่อน
“นี่ไอ้เก้า มึงดูเวลาหรือยังวะ นี่มันเพิ่งจะสิบเอ็ดโมงเช้าเองนะโว้ย” ตลอดสี่ห้าวันมานี้ โชคชัยเพิ่งจะเห็นรอยยิ้มดีใจของเพื่อนก็วันนี้แหละ
“นั่นสิวะ มึงจะรีบร้อนไปทำไมวะ มานั่งคุยงานกันก่อนสิ” เอกภพมองหน้าโชคชัยแล้วหันไปมองพิสุทธิ์ที่ยังยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง
“วันนี้กูไม่เข้าบริษัทนะโว้ย พวกมึงมีเรื่องอะไรก็โทรหากูละกัน” พิสุทธิ์โบกมือไม่ยอมฟังเสียงของเพื่อน ๆ
“เออ มึงจะลางานก็ได้นะ พวกกูไม่ว่าหรอก” เอกภพกระซิบเสียงเบามากบอกโชคชัยว่า ‘ปล่อยมันสักวันเถอะ’ ซึ่งโชคชัยก็พยักหน้าให้เอกภพแล้วพูดแหย่เพื่อนรักว่า
“นี่ไอ้เก้า มึงอย่าลืมซื้อน้ำมะพร้าวดื่มด้วยนะโว้ย เขาว่าถ้าดื่มแล้วไอ้นั่นมันจะซู่ซ่าอยู่ตลอดเวลานะมึง...”
“ไอ้เชี่ย! อย่าให้ถึงคราวของพวกมึงละกัน เวลาขาดเมียที่มึงรักชีวิตมันเป็นยังไง” เสียงหัวเราะชอบใจของเพื่อน ๆ ทำให้พิสุทธิ์หันไปชี้หน้าด่าเพื่อน แล้วเขาก็รีบเปิดประตูเดินออกไปจากห้องตรงไปยังรถแล้วขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง…
สนามบินดอนเมือง...
นานหลายชั่วโมงที่เขาเดินวนเวียนอยู่ในโถงขนาดใหญ่ และพอถึงเวลาพิสุทธิ์ก็ไปยืนปะปนกับผู้คนที่มารอรับญาติเช่นเดียวกับเขา
ชายหนุ่มชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟมองหาเมีย แล้วเขาก็ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูเมื่อเห็นเธอเดินออกมา
“มุกทางนี้ครับ” พิสุทธิ์ดีใจมากจนไม่ได้สังเกตว่าเมียของตัวเองเดินมากับผู้ชายอีกคน ซึ่งเขาคนนั้นหน้าตาหล่อและดูดีมาก
“แล้วฉันจะโทรหานะคะ”
เสียงของพิสุทธิ์ดังผสมผู้คนมากมาย ทำให้มุกดาแกะมือของชายคนนั้นออกจากมือ แล้วโบกมือให้สามี
“ผมจะรอคำตอบจากคุณนะครับ...”
“ค่ะ” มุกดายิ้มหวานปานน้ำผึ้งเมื่อถูกชายหนุ่มจูบแก้ม แล้วเธอก็รีบบอกให้ชายคนนั้นรีบไป ก่อนที่พิสุทธิ์จะเดินเข้ามาหา
“ผมช่วยถือกระเป๋าให้นะมุก” สองอาทิตย์ที่มุกดาไปดูงานที่เชียงใหม่ และเมื่อเห็นเมียกลับมาทำให้เขาดีใจจนไม่ได้สนใจผู้ชายอีกคนที่เมียรักยืนคุยให้ความสนิทสนมเหมือนพวกเขาทั้งสองเป็นคนคนเดียวกัน
“ไม่เป็นไรค่ะ มุกถือเองได้ค่ะ” มุกดาเบี่ยงหน้าหนีไม่ยอมให้สามีหอมแก้ม และแม้แต่มือเธอก็ไม่ยอมให้เขาจับ เธอรีบเดินนำหน้าสามีตรงไปที่ลานจอดรถ
พิสุทธิ์หน้าแห้งรีบดันรถเข็นวิ่งตามเมีย และรีบเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่งรอในรถ เขาจัดการขนของใส่ท้ายรถ แล้วชายหนุ่มก็รีบเข้าไปในรถ เอียงหน้าถามเธอ
“กลับบ้านเลยไหมมุก”
“ฉันอยู่ในรถแล้วค่ะ เดี๋ยวถึงบ้านฉันจะบอกข่าวดีกับคุณนะคะ” มุกดาทำเพียงแค่เหลือบตามองด้านข้าง แล้วรีบวางสายทันทีเมื่อเห็นสามีเข้ามานั่งในรถ
“ใครโทรมาเหรอครับ” เพราะรักมากจึงทำเป็นคนโง่ในสายตาของเมีย และต้องทนเจ็บจนหัวใจแตกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อได้ยินเพียงแค่เมียคุยกับคนในสายว่า ‘รอฟังข่าวดีนะคะ’ ซึ่งพิสุทธิ์ก็แกล้งถามพร้อมทั้งขับรถตรงไปบ้าน…
บทที่ 2
เมื่อเมียขอหย่า
เสียงหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ ของหญิงสาวที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ระเบียงนอกห้องอยู่ในสายตาของพิสุทธิ์ตลอดเวลา ซึ่งพิสุทธิ์ไม่รู้เลยว่าเมียของเขาคุยโทรศัพท์กับใคร ทำไมทุกครั้งเธอดูมีความสุขมาก มากกว่าที่ได้อยู่กับเขา
“นี่ฉันเพิ่งจะถึงบ้านเองนะคะ คุณจะให้ฉันออกไปหาคุณอีกแล้วเหรอ?” มุกดาคุยโทรศัพท์ สายตาเต็มไปด้วยความสุขมองไปในห้อง เธอเห็นสามียืนมองอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอหวาดหวั่น สองวันมานี้เธอพยายามทำทุกอย่างให้สามีเห็นว่าเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว
“ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ” มุกดายิ้มใส่โทรศัพท์ เมื่อคนในสายบอกว่า ‘ผมคิดถึงคุณ อยากให้คุณมาอยู่กับผม เป็นของผมคนเดียว’
“บ้า! อย่ามานะ ถ้าคุณมาที่นี่ฉันโกรธคุณจริง ๆ ด้วย” มุกดาทำเสียงเขียวใส่คนในสาย เมื่อชายหนุ่มบอกว่า ‘ถ้าคุณไม่บอกเลิกสามีคุณ ผมจะบุกไปฉุดคุณเดี๋ยวนี้เลย’
“คุณให้เวลาฉันได้คุยกับเก้าหน่อยสิคะ” มุกดารู้สึกใจหายเมื่อมันถึงเวลาที่เธอต้องเลือก ซึ่งเธอก็เลือกที่จะจากสามีที่แต่งงานกันมานานสองปีแล้ว พิสุทธิ์เขาไม่ได้เลวร้าย แต่เขาดีและสุภาพบุรุษเกินไปจึงทำให้เธอเบื่อความจำเจ และยังมีเรื่องเงินทองเข้ามา ซึ่งชายคนที่เธอจะไปอยู่ด้วยเขาให้ทุกอย่างกับเธอ แต่พิสุทธิ์มีแต่รถเก่า ๆ และบ้านที่มีอยู่ เขาก็ยังผ่อนทุกเดือน
“ค่ะ ฉันจะบอกเลิกกับเขา” มุกดาไม่ทันได้พูดจบประโยคว่า ‘แล้วพรุ่งนี้เช้าฉันจะรีบไปหาคุณทันที’ โทรศัพท์ในมือของเธอก็ถูกแย่ง
“ใครโทรมาเหรอครับ” พิสุทธิ์เดินเข้าไปยืนข้างหลังเมีย แขนข้างหนึ่งสอดเข้ากอดเอวคอดกิ่ว อีกข้างก็ถือมือถือของเมียไว้
“อุ๊ย!! เก้า เอามือถือของมุกมาเดี๋ยวนี้นะ” มุกดาย่นหน้าหนี และขัดขืนไม่ยอมให้สามีหอมและได้กอด และพยายามแย่งมือถือของเธอกลับคืนมา
“ยังไม่บอกผมเลย ใครโทรมาเหรอ” พิสุทธิ์ชูโทรศัพท์ขึ้นเหนือหัว เมื่อเมียยื้อแย่งจะเอามือถือคืนเขาก็โยนโทรศัพท์ของเมียทิ้งลงบนโซฟาปรับนอน
“เก้าคะ มุกมีเรื่องอยากคุยด้วยค่ะ” มุกดาพยายามฝืนไม่ยอมเดินถอยหลัง แต่เธอสู้แรงเขาไม่ได้จึงเดินถอยจนหลังชนผนังห้อง
“เมียใครนะทำไมตัวหอมจัง” พิสุทธิ์ยืนคร่อมเมีย ใบหน้าหล่อโน้มเข้าหาจะจูบปากนุ่มของเมีย แต่เมียที่เขารักกลับเมินหน้าหนีจึงทำให้ได้แค่หอมแก้มขาวผ่อง
“เก้าอย่าค่ะ” มุกดาร้องอู้อี้เมื่อถูกสามีจูบกระชากวิญญาณจนเธอหายใจไม่ออก และไม่มีแรงที่จะยืน ต้องใช้มือสองข้างเกาะบ่าหนาไว้แน่น
“ไม่หย่า ยังไงผมก็ไม่หย่ากับมุกแน่นอน” พิสุทธิ์คำรามเหมือนเสือร้ายเมื่อได้ขยี้ริมฝีปากอิ่มเอิบ ชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่ม
“เก้า! ปล่อยมุกก่อนค่ะ มุกมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเก้าจริง ๆ นะ” มุกดาไม่ทันได้พูดเรื่องที่เธออยากจะบอก เธอก็ร้องกรี๊ดเมื่อสามีอุ้มเธอแล้วพาเธอไปวางไว้บนเตียง
“ค่อยคุยได้ไหมครับ ผมอยากรักมุกมาก วันนี้ผมขอนะครับ” พิสุทธิ์ไม่ปล่อยโอกาสให้เมียได้พูด เขากระโจนขึ้นเตียงจัดการตัวเองและเมียให้กลายเป็นเด็กแรกเกิด
“แต่มุก” มุกดาครางเสียงกระเส่าร้องห้ามว่าอย่า ๆ แต่ร่างกายเปล่าเปลือยกลับอ่อนปวกเปียกสั่นระริกเมื่อสามีสัมผัสอย่างนุ่มนวล
“อย่าห้ามผมเลยนะครับ” พิสุทธิ์จูบปากเธออย่างดูดดื่มระคนเรียกร้อง มือสองข้างลูบตั้งแต่สีข้างเข้าไปกอบกุมสองเต้างามที่เต่งตึง
“เก้า” มุกดาครางเสียงสั่นระริก ผิวเนื้อนุ่มนิ่มสั่นสะท้านวาบหวิวจนขนกายทุกรูขุมขนลุกซู่ไปกับสัมผัสซ่านเสียวของสามี
“ผมรักคุณนะมุก” พิสุทธิ์จูบไปตามกายสาวทุกซอกทุกมุม สองมือเคล้นคลึงดอกบัวตูมที่แข็งชูชันรอรับสัมผัสจากริมฝีปากที่ดูดเม้มไปมา ลิ้นอุ่นไล้ลงไปตามหน้าท้องแบนราบแล้วหยุดตรงจุดซ่อนเร้น เขาใช้นิ้วแหวกม่านไหมออกแล้วจึงแยกกลีบบางออกอย่างชำนาญก่อนจะใช้ลิ้นตวัดขึ้นลงไปมา
“อ๊ายย เก้า มุกไม่ไหวแล้วนะ” มุกดาร้องหวีด ๆ เมื่อสามีทำให้เธอซ่านสยิวจนใจแทบขาดและต้องแอ่นสะโพกโยกย้ายไปตามแรงลิ้นหนาที่ปาดเลียไปตามร่องเนื้อสีหวาน