เย็นวันสุดท้ายของปีการศึกษา ดาริน ไกรคำแหง สาวน้อยในชุดนักเรียน หน้าตาสะสวย หุ่นบางอรชรอ้อนแอ้น วิ่งออกจากรั้วโรงเรียนพร้อมเพื่อนสาวสนิทคนเดียวของเธอ
“ดาเรียนจบแล้ว จะเรียนต่อที่ไหนเหรอ ที่สมัครทิ้ง ไว้ พิมคงสอบไม่ติดแหงๆ เลย” พิมฐา สาวน้อยหน้าตาน่ารัก เอ่ยขึ้นกับดารินด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ยี่หระมากนักกับผลสอบของเธอในอนาคต เพราะฐานะทางบ้านอย่างเธอคงเลือกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่ไหนสักแห่งได้สบายๆ อยู่แล้ว
“ดาเองก็ยังไม่รู้เลยจ๊ะพิม ป้าบอกว่าจะให้เรากลับไปอยู่ชลบุรีกับตาและยาย” ดารินเอ่ยขึ้น จากแววตาสดใสเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเหม่อลอยคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ไม่นะ ถ้าดาไปแล้วพิมก็คงไม่มีเพื่อนเหลือบนโลกนี้แล้วล่ะ” พิมฐาพูดพลางทำหน้าเศร้า
“เดี๋ยวนะ….เราแค่ย้ายกลับไปชลบุรี ไม่ได้หายสาบสูญจากโลกนี้ไปซะหน่อย” สาวน้อยพูดพร้อมน้ำเสียงและแววตาที่กลับมาสดใสดั่งเดิม และทั้งคู่ก็พากันหัวเราะร่วนเสียงดัง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
ไกลออกไปประมาณสองบล็อกของช่วงตึก รถเก๋งคันหรูจอดรออยู่
“เจอกันอาทิตย์หน้านะ เดี๋ยวฉันจะไปรับที่บ้าน” พิมฐาตะโกนไล่หลังมา สาวน้อยหันหน้าไปพยักหน้าตอบรับเพื่อน “อืมมมม” ก่อนจะก้าวขึ้นรถที่จอดรอเธออยู่
“สวัสดีค่ะพี่ภาค” สาวน้อยยกมือไหว้ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ที่นั่งรอคอยเธอนานกว่าครึ่งชั่วโมง
ภาคยิ้มกว้างให้อย่างอารมณ์ดี ภาค หรือ ภากร วงศ์เสวต ชายหนุ่มวัย 26 ดีกรีนักเรียนนอกทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลวงศ์เสวต หนุ่มหล่ออนาคตไกล ในแวดวงธุรกิจไม่มีใครไม่รู้จักเขา ภาคเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งรองประธานบริหารของบริษัทซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเขาจะเข้ามารับช่วงต่อจาก พาสกร วงศ์เสวต ผู้เป็นพ่อและมีฐานะเป็นสามีของ โฉมลดา ซึ่งเป็นป้าแท้ๆ ของดารินและมีฐานะเป็นแม่เลี้ยงของ ภากร
พาสกรกับโฉมลดาต่างก็ไม่มีลูกด้วยกันทั้งคู่เป็นหม้ายมีลูกติด ข้างโฉมลดามีลูกติดเป็นผู้หญิง ชื่อ เมลดา วงศ์เสวต ใช่แล้วหล่อนใช้นามสกุลเดียวกับภากร เพราะคุณพาสรับเมลดาเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่เมลดาอายุได้เพียงแค่ 3 ขวบ เมลดาจึงมีฐานะเป็นน้องสาวของภากรอีกคนและพ่วงตำแหน่งลูกสาวคนโปรดของคุณพาสไปโดยปริยาย
ส่วนดารินนั้นย้ายมาอยู่ในครอบครัวนี้ตอนอายุ 15 เพราะตากับยายอยากให้ดารินเข้ามาเรียน ม.ปลายในกรุงเทพและต้องการให้อยู่ในความดูแลของป้า แต่เธอไม่ใช่หลานรัก บ่อยครั้งป้ามักจะดุและทำโทษดารินเสมอๆ ตั้งแต่เด็กๆ จนโต นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ดารินค่อนข้างสนิทกับภากรและเมลดา โดยเฉพาะเมลดามักปกป้องน้องสาวเสมอและต่อต้านแม่อย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่รถหรูแล่นมุ่งตรงกลับไปยังบ้าน เสียงอ่อนโยนก็เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ
“ดาหาที่เรียนไว้หรือยัง แล้วคิดไว้หรือยังว่าจะเรียนอะไรต่อ”
“ดาคงไม่ได้เรียนต่อแล้วล่ะค่ะพี่ภาค ไม่ก็อาจกลับไปหาวิทยาลัยแถวชลบุรีค่ะ”
“ทำไมไม่เรียนต่อ แล้วทำไมจะต้องกลับไปอยู่ชลบุรี” ภากรถามขึ้น อย่างเป็นกังวล
“คือ..เอ่อ.. ป้าอยากให้ดากลับไปอยู่ชลบุรีค่ะ” ดารินตัดใจตอบภากรออกไป แววตาหม่นลงเล็กน้อย
“ถ้าไม่อยากกลับ ก็ไม่ต้องกลับ ไปหาที่เรียนให้เรียบร้อย เดี๋ยวพี่จะส่งดาเรียนเอง และถ้าต้องอยู่หอพักพี่ก็จะดูให้” ชายหนุ่มหันมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พี่ภาคพูดจริงๆ นะคะ เย้..พี่ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ ดารักพี่ที่สุด” ภากรยิ้มออกมากับความประจบของดาริน
“ไม่ต้องประจบเลย พี่ไม่จ่ายให้เราฟรีๆ หรอกนะ” พูดพลางเอามือขยี้หัวของสาวน้อยน่ารักอย่างเบามือ
“ต่อไปนี้ถ้าไม่ติดอ่านหนังสือหรือเรียนหนัก ทุกเย็นวันศุกร์ก็ไปเจอพี่ที่บริษัท พี่จะให้เราช่วยงานแลกกับค่าเรียน ไปช่วยพี่กฤตจัดการพวกเอกสารที่ออฟฟิศ พอจะทำได้มั้ย”
“รับทราบและทำได้ เจ้าค่ะ” ดารินตอบรับคำอย่างอารมณ์ดี ในใจก็เอ่ยขอบคุณเขา ขอบคุณนะคะพี่ภาค พี่เป็นสิ่งดีๆ ไม่กี่อย่างบนโลกใบนี้สำหรับดาจริงๆ ค่ะ
ช่วงหัวค่ำในวันเดียวกันนั้นเสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมาจากห้องห้องหนึ่ง และทุกอย่างก็เงียบลงเมื่อประตูห้องได้เปิดออก
“หัวเราะอะไรกันดังลั่นไปทั่วบ้าน” โฉมลดาเดินเข้ามาในห้องของลูกสาว
“คุณแม่ ช่วยเมพูดกับยัยดาหน่อยค่ะ เด็กหญิงดารินของเราจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกแล้วค่ะแม่”
“แกจะไปอยู่ที่ไหน” ป้าถามขึ้นเสียงสูง
“คืองี้ค่ะแม่ พี่ภาคจะส่งดาเรียนมหาลัยและจะเช่าห้องให้ด้วย เมไม่อยากให้น้องออกไปอยู่ข้างนอกแม่ช่วยห้ามหน่อยสิคะ” โฉมได้ฟังแล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นที่หลานสาวจะออกไปอยู่ข้างนอก เดิมทีหล่อนตั้งใจจะให้ดารินกลับไปเรียนต่อที่ชลบุรี
“ก็ดีแล้ว ที่แกจะออกไปอยู่ข้างนอก อยู่ที่นี่ก็สิ้นเปลือง ฉันเกรงใจคุณท่าน” โฉมพูดออกมาด้วยท่าทีที่โล่งใจอย่างมาก ดารินถึงแม้จะดีใจที่ได้เรียนต่อและได้ออกไปอยู่ข้างนอกแต่ลึกๆ ก็เสียใจที่ป้าแสดงออกชัดเจนเหลือเกินว่าอยากให้หล่อนออกไปจากบ้านหลังนี้ ดารินเพิ่งอายุ 18 นี่ป้าไม่ห่วงเราเลยเหรอ
“แม่ !!!! ทำไมแม่พูดงี้ล่ะ ดาไม่ต้องไปฟังใครทั้งนั้น สิ้นเปลืองอะไรกัน ถ้าดาไม่อยากไปอยู่ข้างนอก ก็อยู่ที่นี่กับพี่เนี่ยแหละ” เมลดาโวยวาย
“พี่เมคะ ดาเต็มใจออกไปอยู่ข้างนอกค่ะ อีกอย่างเดี๋ยวพี่ก็จะไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว ให้ดาไปเถอะนะ” ตอนนี้ เมลดางอนหนักกว่าเดิม เพราะทั้งแม่และน้องสาวทั้งคู่เห็นต่างกับเธอกันหมด หลังจากแจ้งข่าวกับป้าแล้ว ดารินก็ขอตัวกลับห้องด้วยสีหน้าเศร้าๆ เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้านอกจากตากับยายแล้ว ป้ากับพี่เมคือครอบครัวที่เหลือของเธอ ลึกๆ เธออิจฉาเมลดา ที่ได้รับความรักความ เอาใจใส่จากโฉมลดาอย่างมาก พอคิดถึงตรงนี้ก็แอบรู้สึกผิดเพราะเมลดาปกป้อง ดูแลเธอมาตลอดที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้
ดารินกำพร้าพ่อตั้งแต่เกิดโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าพ่อคือใคร ทุกๆ คนบอกเธอเพียงแค่ว่า พ่อเธอตายไปแล้ว ส่วนแม่ของดารินเป็นน้องสาวแท้ๆ ของโฉมลดา แม่ของดารินตายตั้งแต่ดารินอายุได้ 2 ขวบ ความทรงจำของเธอเกี่ยวกับแม่จึงมีไม่มากนัก ดารินอาศัยอยู่กับตาและยายที่ชลบุรีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ป้าจะไปเยี่ยมที่บ้านทุกๆ 2 เดือน และทุกครั้งจะพาเมลดาไปด้วย เหตุนี้ทำใหทั้งคู่สนิทสนมรักใคร่กันตั้งแต่เด็กๆ ด้วยอายุที่ใกล้เคียงกันห่างกันแค่ 2 ปี แต่ทั้งคู่นิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดารินค่อนข้างเก็บตัว พูดน้อยและขี้อาย และค่อนข้างหัวอ่อน อ่อนต่อโลกมาก จนอายุครบ 15 ดารินจึงย้ายมาเรียนต่อ ม.ปลายที่กรุงเทพและอาศัยอยู่ที่นี่
“ดารินคิดถึงชีวิตตัวเองในวัยเด็ก ก็นึกน้อยใจในโชคชะตาเมื่อเธอนึกถึงความจริงอย่างหนึ่ง ที่ทุกคนพยายามปกปิดเธอมาโดยตลอด โดยเฉพาะป้าของเธอ ทำไมกันนะ ทำไมป้าต้องโกหกดาด้วย…..”
ภากร วงศ์เสวต นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอนาคตไกล ดีกรีนักเรียนนอก ขวัญใจสาวๆทั่วกรุง เขาเข้ามารับตำแหน่งสำคัญของบริษัท หลายๆคนยังไม่ยอมรับในตัวเขามากนัก เพราะเขาอายุยังน้อยและคิดว่าที่มาถึงจุดนี้ได้เพราะเส้นสายของพ่อ
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนขณะที่เขาไปศึกษาต่อที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาได้รู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเอง และได้รู้ว่าแม่แท้ๆที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วเพราะเหตุการณ์ไฟคลอกยังมีชีวิตอยู่ ภากรต้องการทวงความเป็นธรรมให้ผู้เป็นมารดากับเหตุการณ์ในอดีต ในขณะที่สถานการณ์การขึ้นรับตำแหน่งของเขาเป็นที่ไม่พอใจของคนบางกลุ่มในบริษัท เกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย การพบการทุจริตหลายๆโครงการ
โดยเฉพาะโครงการในภูเก็ตช่วงที่ พาสกร บริหารงาน ภากรจำเป็นต้องร่วมมือกับใครคนหนึ่งที่เขาได้พบตอนอยู่ที่ลอนดอน เพื่อมาช่วยคลี่คลายความจริงทั้งในเรื่องของธุรกิจและเรื่องภายในครอบครัวรวมทั้งการจัดฉากฆาตรกรรมแม่ของเขาเมื่อ 26 ปีก่อน
ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
ดารินและพิมฐาที่กำลังเดินเล่นอยู่นั้น
“พิม ดาว่าดาเห็นพี่ภาคนะ เหมือนพี่ภาคมากับสาวที่ไหนก็ไม่รู้ แถมสวยมากด้วย” ดารินเห็นภากรเดินมากับสาวสวยคนหนึ่งท่าทางสนิทสนมกันมาก ซึ่งเธอไม่เคยเห็นภากรใกล้ชิดกับผู้หญิงที่ไหนมาก่อนเลย
“ไหนๆๆ พี่ภาคของพิมมีแฟนแล้วเหรอ” พิมฐาเอ่ยขึ้นเสียงสูง เพราะไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะพูดเรื่องจริง เพราะพิมค่อนข้างปลื้มภากรมาก เพราะความใจดีของเขาที่มักจะช่วยเหลือและอ่อนโยนกับเธอเสมอ ที่สำคัญเพราะความหล่อกระชากใจของเขา
“ หายไปไหนแล้วล่ะ หรือพี่ภาคจะอายดา” ดารินพึมพำกับตัวเอง
“จ๊ะเอ๋… พี่ภาค ดาเห็นนะคะว่าพี่เดินหลบดา”
สาวสวยหน้าหวานจีบปากจีบคอยื่นหน้าไปพูดใกล้ๆหน้าหล่อคมเข้มของเขาพร้อมเกาะแกะควงแขนชายหนุ่มร่างสูง ที่วันนี้เขาแต่งตัวและเซ็ตผมหล่อแปลกตากว่าทุกวัน อีกทั้งกลิ่นโคโลญจน์กลิ่นใหม่ที่หอมแตะจมูก ชายหนุ่มตกใจกับกริยาของสาวน้อยตัวเล็กน่ารัก พร้อมพยายามแกะมือที่เกี่ยวแขนของเขาออก สายตาเลิ่กลั่กหันรีหันขวางมองหาสาวเจ้าที่ควงมาด้วยก่อนหน้านี้
“พี่มีแฟนแล้วเหรอ คุณลุงรู้มั้ยเนี่ยว่าพี่ไม่กลับบ้านแต่มาเดินห้างกับแฟนเนี่ย” ดารินแซวเขาต่อพร้อมกระชับวงแขนแน่นกว่าเดิม
“แก่แดด.. ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดอะไร แต่ฉันขอเตือนเธอควรถอยออก ไปก่อน” ชายหนุ่มพูดเสียงเข้ม นัยน์ตากร้าวจ้องหน้าหวานเขม็ง จนดารินรู้สึกหวาดหวั่นและรีบผละออก ทันใดนั้นสาวร่างงามก็เดินมาประกบเขาและเอ่ยขึ้นเหยียดๆ
“ใครคะคิน”
“คิน…โอ๊ะมีเปลี่ยนชื่อเวลาอยู่กับสาวด้วย” ดารินพึมพำก่อนตอบไปว่า
“อ่อ ดิฉันจำคนผิดค่ะคิดว่าเป็นพี่ชายของฉัน เขาชื่อ ภากร ค่ะ !! หน้าตาคล้ายแฟนคุณมากๆเลยค่ะ” ดารินแกล้งย้ำชื่อภากรเพื่อหวังจะยั่วโมโหเขา เพราะนึกหมั่นไส้ท่าทางของเขาและรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้หญิงที่ยืนข้างๆเขาเอาเสียเลย ชายหนุ่มถึงกับหันขวับมองมาที่ดารินแกมดุเธอว่าหยุดได้แล้วแม่ตัวดี
พิมฐาที่ยืนหมดอาลัยตายอยาก คล้ายหัวใจแตกสลายอยู่นั้นก็รีบมาลากเพื่อนสาวออกไป
“เฮ้ออออ พี่ภาคคคค หักอกไอ้พิมจนได้ นี่ฉันอุตส่าห์เลือกผู้ชายที่เจ้าชู้น้อยที่สุดในโลกแล้วนะ” พิมฐาได้แต่บ่นกระปอดกระแปด
“หึ พี่ภาคนะทำเป็นเมินดาแถมยังดุใส่อีก ดาโกรธพี่จริงๆแล้วนะ” ดารินเองก็ห่อเหี่ยวไม่แพ้เพื่อนสนิท แถมตอนนี้หน้าหงิกสุดๆเมื่อนึกถึงภาพที่ภากรเดินควงแขนกระหนุงกระหนิงกับสาวแซ่บเมื่อสักครู่
ค่ำวันเดียวกันดารินที่ยืนรอภากรอยู่ที่ระเบียงบ้าน ทันทีที่รถหรูแล่นมาจอดในบ้านก็พบกับร่างสูงหล่อก้าวขาออกมาจากรถ ดารินมองลงมาจากระเบียงก็รู้ได้ว่าชายหนุ่มกำลังคุยโทรศัพท์หน้าเครียด ดารินยังสังเกตได้ว่าชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าบ้าน
“รอพี่เหรอ ดา” หนุ่มหล่อพูดขึ้นเมื่อเดินมาหยุดที่หญิงสาว
“เปล่าค่ะ ดายืนรับลมเฉยๆค่ะ งั้นดาขอตัวนะคะ พี่คิน” ดารินแกล้งเรียกชื่อนี้เพราะยังหมั่นไส้เขากับเรื่องเมื่อตอนบ่าย ภากรหัวเราะอารมณ์ดีออกมา
“พี่ขอโทษ ถ้าดายังงอนพี่เรื่องเมื่อตอนบ่าย คือพี่ยังไม่มีคำอธิบายกับเรื่องนั้นนะ แต่พี่ขอโทษจริงๆ” พูดพลางทำสายตาเว้าวอนให้สาวเจ้าหายงอล
“ดาไม่ได้งอนนะคะ แต่พี่ภาคทำเพื่อนดาอกหักรู้ตัวมั้ยคะ” ดารินรีบแย้งให้พ้นตัว
“อ่อ น้องพิมเหรอ เดี๋ยวพี่ชดเชยให้เราทั้งคู่ดีมั้ย อยากกินอะไรว่ามาได้เลย” ภากรพยายามง้อต่อ
“ก็ได้ค่ะ นี่ไม่ได้เห็นแก่ของกินนะคะ เห็นแก่ความสัมพันธ์พี่น้องของเรา ดาจะยกโทษให้ครั้งหนึ่งละกัน” ภากรยิ้มกว้างหลังได้ฟังคำตอบของเธอ
“ช่วงนี้ถ้าดาเห็นพี่แปลกๆไป พี่ขอโทษและหวังว่าดาจะไม่ใส่ใจกับการกระทำของพี่มากนัก ช่วงนี้งานพี่เยอะน่ะ” ภากรพยายามอธิบายแก้ตัวให้ตัวเองล่วงหน้า
“ไปเที่ยวกับสาว เกี่ยวอะไรกับงานเยอะคะ อ่อ…ดานึกออกแล้ว พี่คงขี้เกียจอธิบายแฟนพี่ว่าดาเป็นใครใช่มั้ยคะ” ใช่สิ ความสัมพันธ์ของเขาและเธอมันค่อนข้างซับซ้อน
“อื้มมมม” ภากรคิดว่าปล่อยให้ดารินเข้าใจแบบนั้นน่าจะดีที่สุดในตอนนี้ ขืนอธิบายมากกว่านี้ ความลับแตกแน่
“พรุ่งนี้ดาว่างหรือเปล่า พี่จะพาดาไปดูอพาร์ตเมนต์ใหม่ มันใกล้กับบริษัทและมหาลัยของดา ดาจะได้เดินทางสะดวก เพราะตั้งแต่อาทิตย์หน้าพี่อาจจะไม่ว่างยาวเลย”
“ว่างค่ะ ว่างทั้งวันค่ะ แต่ช่วงเย็นดาไปฉลองเรียนจบกับเพื่อนๆที่แถวๆโรงเรียนนะคะ ขากลับพิมจะมาส่งดาที่บ้านค่ะ” ดารินรีบตอบออกมาอย่างดีใจจนลืมเรื่องที่งอลเขาไปหมดสิ้น
“โอเค งั้นพรุ่งนี้ช่วงบ่ายให้ลุงชัชขับรถไปส่งที่ออฟฟิศพี่”
“ค่ะ” หลังนัดแนะกันทั้งคู่ก็แยกย้ายเข้าห้องนอนของตัวเอง
สำหรับดารินแล้ว ภากรเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อน เป็นคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิตของดาริน การมาอยู่ในบ้านหลังนี้ การปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆมันไม่ง่ายเลย นอกจากเมลดาแล้วก็มีภากรที่ดีกับเธอเสมอมา
“ฝันดีนะคะพี่ภาค พี่ชายของดา”
ด้านของภากรเมื่อกลับเข้ามาในห้องนอนหลังอาบน้ำเสร็จ เขาก็คุยโทรศัพท์กับใครบางคน
“พรุ่งนี้เย็นมาเจอกันหน่อยดีมั้ย ฉันมีอะไรจะให้นายดู และตั้งแต่อาทิตย์หน้านายอาจจะต้องเข้ามาในบริษัท เพราะคืนพรุ่งนี้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงฉันจะบินลงไปดูโครงการที่ภูเก็ต งานทางนี้ไอ้กฤตจะช่วยนายเอง”
“ได้สิ นายส่งโลเคชั่นสถานที่นัดพบมาละกัน”
ปลายสายตอบรับนัดหมายของภากร หลังวางสายภากรก็ส่งโลเคชั่นสถานที่นัดเจอพรุ่งนี้ให้ผู้ช่วยที่เพิ่งวางสายไป เรื่องนี้เขาต้องทำทุกอย่างรัดกุมที่สุด ฉะนั้นเขาจะต้องจัดการเรื่องของดารินให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ก่อนที่เขาจะลงไปภูเก็ต