หลังเลิกงาน รลินกลับไปที่คอนโดของเธอ เธอซื้ออาหารที่ร้านประจำกลับไปด้วย ระหว่างทางที่เดินไปที่รถเธอตรวจดูว่าได้รับอาหารครบหรือไม่
"เก็บข้าวผัดไว้กินพรุ่งนี้เช้าดีกว่า" ตอนที่เธอพูดเสร็จข้าวผัดก็หายไปจากในถุง เหลือเพียงข้าวต้ม เธอหันซ้ายหันขวาเพื่อดูว่ามีใครเห็นเหมือนที่เธอเห็นไหม แต่บริเวณโดยรอบแม้จะมีคนเดินแต่ไม่มีใครมองเธอเลย
เธอรีบกลับขึ้นรถทันที แม้จะนิ่งแค่ไหน ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาตั้งมากมาย ครั้งนี้เธอยอมรับว่าเธอตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ เธอทดลองเรียกข้าวผัดเข้าออกอีกหลายครั้ง เธอลองเอาสิ่งของต่างๆรอบตัวที่พอจะหาได้ใส่เข้าไปปรากฎว่ามันเข้าไปได้และออกมาได้จริงๆตามที่เธอนึก
เมื่อถึงคอนโดเธอทบทวนคำพูดของคุณยายเจ้าของกำไล ที่บอกว่าเธอมีเวลาแค่สามวัน เธอจะต้องตายหรือทะลุมิติตามพล็อตนิยายที่เคยอ่าน แม้จะไม่มีเวลาว่างจนอ่านนิยายเหมือนคนทั่วไปแต่ก็ยังมีนิยายพวกนี้ติดห้องไว้
เธอจึงตัดสินใจลางานสามวันทันที ที่ลาได้เพราะเธอเคลียร์เคสผ่าตัดไปหมดแล้ว และคนไข้ของเธอก็ไม่มีอาการน่าเป็นห่วง มีเพียงคุณยายเจ้าของกำไลเท่านั้นที่เธอรับเป็นเคสพิเศษ ถ้าหากมีอะไรฉุกเฉินผู้ช่วยของเธอก็คือพยาบาล หมวยจะรีบติดต่อมาทันที คอนโดเธอกับโรงพยาบาลห่างกัน5นาที เธอรีบไปทันแน่นอน
เช้าวันนี้ รลิน เธอนำเงินสดที่ได้จากภารกิจในแต่ละครั้งออกมา แล้วมันก็เยอะมากจริงๆ เพราะเธอไม่เคยนับเลยเธอได้เช่าโกดังใกล้ๆคอนโดไว้เพื่อเก็บสินค้า เธอเริ่มซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าก่อน เพราะเธอไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องพบเจอสภาพไหนในอีกมิติ
เธอจึงซื้อของจำเป็นทุกอย่าง เครื่องครัว ที่นอน หมอน ผ้านวม ผ้าสำหรับทำเสื้อผ้า เครื่องปรุงทุกชนิดอย่างละ 20 ลัง น้ำยาซักผ้า สบู่ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ผ้าอนามัย ชุดชั้นใน สินค้าที่เธอให้พนักงานช่วยยกนั้นมากพอที่จะเปิดร้านค้าได้เลย เธอให้พนักงานส่งสินค้าไปที่โกดังที่เธอเช่าไว้ จากนั้นเธอไปที่ตลาดสดเพื่อซื้อเนื้อหมู เนื้อไก่ ปลา อาหารทะเล อาหารแช่แข็งต่างๆ อาหารแห้ง ผักดอง กิมจิ ไข่ กระทั่งผักผลไม้เธอก็ซื้อจนครบ แม่ค้าพ่อค้ารับออเดอร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บางร้านเธอถึงกับซื้อทุกอย่างในร้าน ส่วนของที่เธอซื้อมากที่สุดคือ ข้าวสาร แป้งทุกชนิด น้ำตาลและเกลือ เธอซื้อมากถึงอย่างละ200กระสอบ เธอจ้างให้คนส่งสินค้าทั้งหมดไปที่โกดังเช่นเคย เธอยังเลือกซื้อเมล็ดผัก ผลไม้และเมล็ดสมุนไพรที่สามารถปลูกได้ พร้อมทั้งอุปกรณ์การเกษตรไปอีกมากมาย เมื่อได้ทุกสิ่งที่เธอต้องการ เธอจึงกลับไปเก็บของทั้งหมดที่โกดังเข้ากำไล
วันที่สอง เธอติดต่อตัวแทนจำหน่ายยาและอุปกรณ์การแพทย์ ทั้งแผนจีนและปัจจุบัน ไม่มีใครสงสัยเธอเพราะคิดว่าเธอจะเปิดคลีนิกเอง เมื่อเตรียมยาและสมุนไพรต่างๆครบตามที่เธอจดมาแล้ว เธอนำเงินที่เหลือทั้งหมดไปมอบให้บ้านเด็กกำพร้า แม้คนดูยังสอบถามถึงเหตุผลของการบริจาคครั้งนี้เพราะมันเยอะกว่าทุกๆเดือนที่เธอให้มา
เธอแจ้งว่าเธอจะต้องเดินทางไปทำธุระไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ ทางองค์กรเมื่อทราบเรื่องที่เธอซื้อของและบริจาคเงินก้อนใหญ่ก็ได้เรียกเธอไปพบ เธอให้เหตุผลว่าสินค้าทั้งหมดเธอซื้อเผื่อบริจาคให้กับศูนย์ช่วยเหลือภัยพิบัติในพื้นที่ชนบท ที่เธอบริจาคเงินก้อนใหญ่เพราะเธอไม่รู้ว่าจะได้ไปที่บ้านเด็กกำพร้าอีกเมื่อไหร่เพราะงานของเธอช่วงนี้ยุ่งมาก แม้เหตุผลจะมีช่องโหว่มากมาย แต่คนขององค์กรก็ปล่อยเธอไป ที่รู้ว่าเธอไม่หนีเพราะเธอหนีไม่ได้ต่างหาก
เช้าวันที่สาม พยาบาลหมวยโทรหาเธอว่าคุณยายห้อง226 กลับบ้านวันนี้แต่คุณยายอยากเจอหมอลินก่อน เธอจึงเดินทางไปโรงพยาบาลทันที ตอนที่เธอใกล้ถึงโรงพยาบาลมีคนวิ่งตัดหน้ารถเธอ สัญชาตญาณทำให้เธอหักพวงมาลัยไปอีกทางเพื่อหลบคน
เธอหลบคนพ้นแต่เธอหลบรถหกล้อที่พุ่งมาโดยเร็วไม่พ้น สติสุดท้ายของรลินเธอกลับรู้สึกว่านี้อาจเป็นสิ่งที่เธอต้องการแม้ไม่ได้ไปที่มิติอื่น แต่การหลุดพ้นจากองค์กรใต้ดินนั้นช่างหอมหวานเหลือเกิน
"โชคดีนะหนูลิน ภพนี้ไม่มีใครให้ห่วง ภพที่หนูกำลังไปมีครอบครัวที่ห่วงหนูรออยู่ ยายขอโทษ" คุณยายเจ้าของกำไลแท้จริงแล้วคือเทพชะตา ที่ส่งเศษเสี้ยววิญญาณของหวังมู่หลิน(เทพแห่งการทำลายล้าง) เพราะทำผิดกฎสวรรค์แม้จะได้รับความเมตตาจากองค์มหาเทพ แต่บทลงโทษก็ยังต้องคงมี เพราะเกิดความผิดพลาดตอนที่ต้องไปเวียนว่ายสังสารวัฏในโลกมนุษย์ ที่ดวงวิญญาณต้องไปในมิติโบราณ ตอนที่โดนทัณฑ์สายฟ้านั้นเยว่เจียอี(เทพธิดาป่าท้อ) เล่นเล่ห์ทำให้เสี้ยววิญญาณหลุดออกไปอีกมิติ
แม้เยว่เจียอีจะโดยองค์มหาเทพทำโทษให้โดยทัณฑ์สวรรค์แล้วเข้าสู่สังสารวัฏเช่นเดียวกันแต่ดวงชะตาของเยว่เจียอีนั้นย่ำแย่กว่าเพราะไม่มีเทพองค์ใดเอ่ยปากช่วยแก้ต่างเลย และไม่มีใครอวยพรมีแต่คนกล่าวโทษสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นแค่ความอิจฉาริษยาของเยว่เจียอีทั้งนั้น
"ท่านแม่ น้องเล็กเป็นอย่างไรบางขอรับ" รลินที่รู้สึกตัวแล้วแต่ยังไม่สามารถลืมตาได้ ได้ยินเสียงพูดคุยของเด็กผู้ชายอายุ15-16ปี กับผู้หญิงอายุประมาณ 37-40ปี
"หลินเออร์ ยังไม่รู้สึกตัว ฮึก.. หลินเออร์ นอนนานไปแล้วลูก ฮึก..." เสียงผู้เป็นแม่ร่ำไห้มือก็ลูบหน้ารลินไปด้วย
"ท่านหมอหู่ว่าอย่างไรขอรับ น้องเล็กจะตื่นเมื่อใด" ผู้เป็นพี่ยังคงถามอาการน้อง แม้จะพยายามเข้มแข็งเพียงใดแต่เสียงที่สั่นนั้นรับรู้ได้ว่ากำลังเสียใจอย่างที่สุดเพราะกลัวคำตอบของผู้เป็นมารดาว่าน้องสาวนั้นจะไม่รอด
"หมอหู่บอกหมดทางช่วยแล้ว ถ้าวันนี้น้องไม่ตื่น ฮึก.. ฮืออออ" ผู้เป็นแม่เอ่ยได้เพียงแค่นั้นก็ร้องไห้เสียงดังจนคนด้านนอกรีบวิ่งเข้ามาดู
"เหมยฮวา หลินเออร์เป็นอย่างไร"ผู้ที่เข้ามาใหม่จากที่รลินฟังน้ำเสียงเป็นชายอายุประมาณ 40-42 ปี
"น้องเล็ก ฮือออออ" เด็กคนนี้อะไร ยังไม่มีใครบอกว่าฉันตายเลยจะร้องอะไรขนาดนั้น รลินที่เริ่มจะหงุดหงิดจากเสียงร้องไห้ก็ขมวดคิ้ว พี่ชายคนโตที่สังเกตเห็นรีบร้องออกมาทันที
"ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องเล็กรู้สึกตัวแล้วขอรับ" พร้อมทั้งกระโดดมาถึงข้างเตียงเพื่อจับมือน้องแล้วเรียกชื่อตลอด
รลินที่รู้สึกว่าถ้ายังนอนนิ่งๆ ต่อไป คนทั้งหมดคงจะพากันร้องไห้มากกว่านี้แน่นอนเลยพยายามลืมตาขึ้นมามองสำรวจ
"น้ำ ขะ ข้าหิวน้ำเจ้าค่ะ"แม้เสียงที่ออกมาจะเบาจนแทบไม่ได้ยิน ผู้เป็นพี่รองรีบวิ่งออกไปหาน้ำให้น้องสาวทันที
"หลินเออร์ฟื้นแล้ว ท่านเทพเมตตาเราแล้ว หลินเออร์ของแม่เจ็บตรงไหนอีกไหมลูก" ผู้เป็นแม่ก้มลงโขกศีรษะกับพื้นสามครั้งเพื่อขอบคุณเทพเจ้าที่ช่วยให้บุตรสาวฟื้นขึ้นมา
"ข้าหายแล้วท่านแม่ ไม่เจ็บปวดแล้ว ท่านอย่าร้องอีกเลย" แท้จะเพิ่งพบเจอแต่ความอบอุ่นที่ทั้งครอบครัวมอบให้รลินรู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้รักเธอจากใจจริง
"หลินเออร์ หิวแล้วใช่หรือไม่ พี่รองต้มข้าวมาให้เจ้า เจ้ากินข้าวแล้วจะได้กินยา" ข้าวต้มที่พี่รองเธอส่งมาให้ผู้เป็นแม่ป้อนนั้น อย่าเรียกว่าข้าวเลยเรียกน้ำข้าวดีกว่า
แต่เธอก็ดื่มเข้าไปเกือบหมด ร่างกายนี้อดอาหารเป็นเวลาหลายวันทำให้กระเพาะนั้นรับอาหารได้ไม่มาก ผู้เป็นแม่ป้อนยาต่อแล้วบอกให้เธอนอนพัก เธอจึงได้มีเวลาสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว
จากความทรงจำของร่างเดิมนั้นบิดาเป็นบุตรของท่านปู่หวังเหล่ย กับ ท่านย่าซูกุ้ย ท่านย่าซูกุ้ยได้เสียชีวิตไปตอนที่บิดาหวังเจียวจิ้นอายุได้สองหนาว ท่านปู่หวังเหล่ยจึงได้แต่งนางจางซิงมาเป็นภรรยาคนที่สอง ได้กำเนิด บุตรชายหญิงอย่างละคนคือ หวังจง และ หวังลี่ถัง
เมื่อมีบุตรของตนเองแม่เลี้ยงก็คือแม่เลี้ยง ลับหลังท่านปู่หวังเหล่ย นางจางซิงก็ทุบตี หวังเจียวจิ้น ใช่งานเหมือนทาส จนหวังเจียวจิ้นแต่งเหมยฮวาหญิงสาวที่ไม่ทราบที่มา
เจียวจิ้นพบเหมยฮวาที่ริมแม่น้ำเลยช่วยชีวิตไว้ เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าความจำเสื่อม เจียวจิ้นจึงดูแลอย่างดีและขอท่านปู่หวังเหล่ยให้ทำการตบแต่งเหมยฮวาให้ นางจางซิงคัดค้านเต็มที่เพราะตั้งใจจะแต่งหลานสาวบ้านเดิมคือนางจางชุนเข้ามาเป็นสะใภ้ตนจะได้ควบคุมได้ง่าย เมื่อคัดค้านไม่สำเร็จงานบ้าน งานในไร่ทั้งหมดจึงตกมาเป็นหน้าที่ของเจียวจิ้นและเหมยฮวา
ส่วนนางจางชุนสุดท้ายจึงได้แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้รองลูกชายของนางจางซิง นางจางชุนเมื่อแต่งเข้ามาก็ไม่หยิบจับอะไรทั้งหมดยิ่งมีนางจางซิงให้ท้ายยิ่งกลั่นแกล้งเหมยฮวาอย่างหนักทุกอย่างก็ได้แต่ทำลับหลังท่านปู่หวังเหล่ยทั้งสิ้น
ท่านปู่เมื่อทราบเรื่องก็ได้แค่ดุด่า และโทษตัวเองที่แต่งงูพิษอย่างนางจางซิงเข้ามา แต่เพราะมีบุตรด้วยกันถึงสองคนจะหย่าก็สงสารบุตรทั้งคู่
จุดแตกหักของหวังเจียวจิ้นกับบ้านใหญ่ เมื่อหวังจงลูกรักของนางจางซิงเล่นพนันแล้วไม่มีจ่าย จนคนทวงหนี้มาทวงที่บ้านนางจางซิงจึงจะขายหวังมู่หลินให้กับบ่อนพนัน หวังมู่หลินที่ไม่ยินยอมจึงโต้เถียงให้นางจางซิงขายบุตรสาวของหวังจงก็คือ หวังผู่เยว่
นางจางซิงกับนางจางชุนโมโหจึงลงมือ ทุบตีหวังมู่หลินจนไม้ในมือนางจางซิงฟาดเข้าที่หัวหวังมู่หลินจนสลบไป จนนอนไม่ได้สติถึงสามวัน ถึงได้จากไปกลายเป็นรลินเข้ามาแทน หวังเจียวจิ้นจึงขอแยกบ้านกับหวังเหล่ยโดยมีชาวบ้านที่สงสารครอบครัวหวังเจียวจิ้นเป็นพยาน
นางจางซิงที่โดนผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูลกดดันทำให้ต้องยินยอมให้แรงงานชั้นดีแยกครอบครัว โดยระบุว่าที่ดินทำกินไม่ยกให้ เงินก็ไม่ให้ให้ออกไปแต่ตัว แต่ท่านปู่หวังเหล่ยไม่ยินยอม สุดท้ายจบที่ยกสินเดิมของท่านย่าซูกุ้ยที่ดินปลูกบ้านติดเขา 5 หมู่ พร้อมเงินสองตำลึง