แม่รู้ว่าลูกผิดหวังถ้าแม่ประพฤติเช่นนั้นจริง ๆ แต่ขอให้รับรู้ว่า แม่ไม่เคยผิดต่อใคร ไม่ว่าลูกหรือพ่อของลูก...ทรงร่ำร้องในพระหทัยบอกพระโอรสผ่านทางดวงเนตรสีเดียวกันเท่านั้น
เพชฌฆาตเดินมาจับพระพาหา หากแต่ทรงเบี่ยงหลบ พร้อมพระดำเนินไปประทับนั่งยังจุดที่จัดไว้ จุดที่จะฟันฉับเดียวพระศอเล็กนวลเนียนก็คงมีรอยบากและพระเศียรจะล่วงลงพื้น ทรงได้แต่ภาวนาให้เขารับพระเศียรให้ได้ก่อนที่จะล่วงลงพื้นแข็งของตะแลงแกง หรือกระดอนไปตกบนลานกว้างที่แออัดไปด้วยผู้คนที่มารอส่งพระวิญญาณของพระองค์
ช่างเป็นการตายที่น่าดูชมและเอิกเกริกยิ่ง...ทรงนึกขันในพระหทัย
ผ้าขาวเนื้อบางเบาถูกส่งมาถวายให้ผูกพระเนตร เพื่อจะได้ไม่ต้องพบเห็นช่วงเวลาสยดสยองของคมขวานที่เงื้อขึ้นสูง แล้วจะวาดลงมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด แต่พระราชินีมิทรงรับ พระศอนวลเนียนตั้งตรง พระหนุเรียวมนเชิดขึ้น ดวงเนตรสวยพิสุทธิ์ทอดพระเนตรไปข้างหน้าในมุมสูง มิหวังมองลงต่ำเพื่อสบสายพระเนตรของลูกน้อยที่วันนี้ช่างแสดงอาการเย็นชากับแม่เสียเหลือเกิน
เมื่อทรงพร้อม ณ จุดประหาร เพชฌฆาตที่ทำหน้าที่ทรุดลงหน้าพระพักตร์ร่างที่ประทับนั่งคุกพระชานุยกมือประณมขอขมา และลุกขึ้นทำหน้าที่อีกครั้ง ขวานคมวาววับยกขึ้นสูง ก่อนจะวาดลงมาอย่างรวดเร็วเพื่อมิให้เหยื่อของคมขวานนั้นทันตั้งตัวและตกใจกลัวมาก แม้เหยื่อสังหารรายนี้จะไม่เหมือนคนอื่น ๆ ที่พอมาอยู่บนตะแลงแกงก็คร่ำครวญหวนไห้ ทั้งร้องขอชีวิตระงม
ฉึก !
มิใช่เสียงขวานสับพระศอ หากเป็นเสียงคมศรที่พุ่งเร็วและแรงตรงเข้าเสียบอกเพชฌฆาตร่างยักษ์ ร่างใหญ่สะดุ้งสุดตัว ขวานในมือที่ยกขึ้นสูงตกไปทางด้านหลัง พร้อมเสียงม้าเสียงคนดังอึงอล พระราชินีไม่ทรงรับรู้อันใด นอกจากผู้คนมากมายทั้งต่อสู้ ขัดขวางและดึงดัน ท้ายสุดพระองค์ก็ลงมาประทับอยู่เบื้องล่างนอกตะแลงแกง
“เสด็จทางนี้” เสียงที่ทูลเตือนนั้นคุ้นพระกรรณนัก แต่มิทรงทำตาม ยังคงแทรกวรกายผ่านผู้คนที่วิ่งอลหม่านขวักไขว่ไปทั่ว เพื่อมองหาพระโอรส
“ฝ่าบาท ทางนี้พระเจ้าค่ะ” เสียงเดิมเตือนขึ้นอีกครั้ง พร้อมอุ้งมือใหญ่กระชับท่อนพระกรบอบบาง
“หาสุริยการก่อน” พระสุรเสียงร้อนรน สายพระเนตรแลกราด
“เสด็จหนีเถิดพระเจ้าค่ะ” เขาเร่งเสียงระรัว
“เราจะพาลูกไปด้วย” ทรงยืนยันรับสั่ง
นายทหารคนดังกล่าวที่รูปร่างสูงกว่าจึงชะเง้อหา และเพียงไม่นาน พระวรองค์เล็กบอบบางขององค์รัชทายาทก็ปรากฏเบื้องพระพักตร์พระราชินี ที่มีคนชุดดำจำนวนหนึ่งล้อมหน้าล้อมหลัง อยู่ในอาการเฝ้าระวัง
“ไปกับแม่”
“ไม่ !”
รับสั่งสั้นเพียงคำเดียวที่ออกจากพระโอษฐ์ของเจ้าฟ้าชายรัชทายาท ก่อนทรงสะบัดข้อพระกรหลุดจากอุ้งพระหัตถ์พระมารดา ทรงพระดำเนินไปเสียโดยเร็ว แม้จะทรงได้รับการอ้อนวอนและร้องขอจากพระมารดา พร้อมคำเร่งเร้าจากกลุ่มคนชุดดำที่มาช่วยพระองค์จากการถูกตัดพระศอ
“รีบเสด็จเถิดพระเจ้าค่ะ”
“ชายไปกับแม่ ชาย !”
“ไม่ ! แม่เป็นคนไม่ดี เราเกลียดท่าน !”
ถ้อยแถลงที่แสดงความห่างเหิน หยุดพระอาการเว้าวอนและฟูมฟายของพระมารดาเสียสนิท ! คำว่าเกลียดของเลือดในอกยิ่งกว่าถูกตัดพระศอซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าทรงสิ้นพระชนม์ได้ในบัดดลเพื่อแลกกับคำว่ารักจากปากของลูกจะทรงกระทำในทันที
“พระนางเสด็จเถิด พระเจ้าค่ะ...เกล้ากระหม่อมขอประทานอภัย”
นายทหารชุดดำทูลเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะยกพระวรองค์แบบบางขึ้นประทับบ่า พาวิ่งหลบหลีกทหารหลวงที่เพิ่มกำลังเข้ามาอีกระลอก
เจ้าฟ้าชายรัชทายาททอดพระเนตรพระมารดาบนบ่าของคนชุดดำ ที่ต่อให้ตายเป็นผีพระองค์ก็ทรงจำได้ว่านั่นคือ ‘บูรพา’ ราชองครักษ์หนึ่งในชู้รักของพระมารดา ? ร่างกำยำในชุดดำนั้นแม้จะพรางให้โคร่งหรือใส่รัดกุมก็ทรงจำได้แม่นยำ ก็บูรพาคนนี้นี่เล่าที่เคยฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์
‘นะ ๆ บูรพาสอนชายหน่อยนะ ชายอยากขี่ม้ายิงธนูเก่งแบบท่าน’ พระสุรเสียงแหลมเล็กเว้าวอนอยู่ข้าง ๆ องครักษ์รูปงามร่างกำยำที่ทอดพระเนตรอย่างชื่นชม และทรงหวังเป็นอย่างยิ่งจะได้ฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ เล่าเรียนศาสตร์การต่อสู้และเชิงอาวุธ ในบรรดาองครักษ์คนสนิทของ ‘ทูลหม่อมพ่อ’ ทรงปลาบปลื้มและชื่นชมฝีมือของบูรพาเป็นที่สุด
‘นะ ๆ ชายอยากเก่งแบบท่าน’ ทุกครั้งที่ตามเสด็จ ‘ทูลหม่อม’ ทั้งสองพระองค์ เจ้าฟ้าชายองค์น้อยจักให้บูรพานำเสด็จ พระกรน้อยโอบรอบคออย่างชื่นชมแล้วรับสั่ง ‘คอใหญ่จัง’
บ่อยครั้งที่บูรพาจะแกล้งทูลว่า ‘พระเจ้าค่ะ คอ เกล้ากระหม่อมใหญ่สั่งตัดทีเดียวไม่ขาด ต้องตัดหลาย ๆ ครั้ง’
ในครานั้นทรงร้องค้านพระสุรเสียงหลง ‘ไม่ตัด ๆ ชายไม่ตัดหัวบูรพาหรอกนะ ชายอยากให้บูรพาสอนวิชาการต่อสู้ก่อน’
‘รับสั่งเช่นนี้ ทรงหมายความว่า เมื่อใดที่บูรพาคนนี้ ถวายการสอนเสร็จสิ้นจักสั่งตัดหัวหรือ พระเจ้าค่ะ’ คนตัวใหญ่ที่นำเสด็จหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ หากเจ้าฟ้าชายในอ้อมแขนกลับส่ายพระพักตร์วุ่น
‘ยังไงก็ไม่ตัดหรอก สอนชายทีนะ’ สุดท้ายก็ลงอีหรอบเดิม
‘ทูลหม่อมฟ้าชายต้องทรงศึกษาวิชาการปกครอง ต่อไปจะได้ปกครองสินทูรรัฐ แทนพระบิดายังไงเล่า พระเจ้าค่ะ’
พระพักตร์กลมยามเป็นเจ้าชายน้อยมุ่ย รับสั่งอิดออด
‘ชายอยากเรียนการทหารคู่กันไปด้วย’
บูรพายิ้มเต็มใบหน้าเมื่อเห็นพระพักตร์ตูมยามถูกขัดใจของเจ้าฟ้าชายน้อย
แต่ในครานี้ทรงอยากได้พระราชอำนาจมาสั่งตัดหัว ‘บูรพา’ นัก
เจ้าฟ้าชายน้อยทอดพระเนตรตามคนกลุ่มนั้นไป กลุ่มคนที่มานำเสด็จ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยรับสั่งเรียก ‘ทูลหม่อมแม่’ ทหารหลวงที่มีมากกว่าแต่ทำไมสกัดคนพวกนั้นไม่ได้ ก็ใช่สิ ! ในเมื่อบูรพาคือองครักษ์ชั้นเลิศ ฝีมือเยี่ยม ลูกน้องคนสนิทของเขาแต่ละคนนั้นฝีมือมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แม้จะฝ่ากองทัพทั้งกองทัพ ก็ทรงประจักษ์ว่า บูรพาทำได้และเคยทำมาแล้ว
กลุ่มคนชุดดำค่อย ๆ รางหายไปจากสายพระเนตร พร้อมร่างไร้วิญญาณ บาดเจ็บ ของทหารหลวงกลาดเกลื่อนลานกว้าง...