เจ้าของร่างสูงใหญ่กำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามและวัยสี่สิบสองปีคนนั้นชื่อ “อลังการ” เคยผ่านการหย่าร้างมาแล้ว1ครั้งเมื่อ10ปีก่อน หลังการหย่าร้าง เขากลายเป็นหนุ่มเจ้าชู้ เพลย์บอยเรียกแดดดี๊ เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจการงาน เป็นเศรษฐีด้วยลำแข้งของตัวเอง ทว่ากับเรื่องหัวใจแล้ว ดูท่าจะเป็นคนเรียกได้ว่า ‘ล้มเหลว’
‘บัวชมพู’ หญิงสาวอายุยี่สิบ เธอมาทำงานเป็นแม่บ้านแทนแม่ของตนเองที่ล้มป่วย ไม่สามารถมาทำงานเอง แม่สารภีกลัวจะโดนหักเงินเดือนจึงให้บัวชมพูมาทำงานแทน
หัวใจที่คิดว่าด้านชากลับหวั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง
.....
“อลังการ” เดินโซเซล้วงมือหากุญแจบ้านหน้าบ้านพักริมทะเล ถ้ามีใครสักคนอยู่ตรงที่เขายืนอยู่...จะเห็นทะเลสีครามอยู่ตรงหน้า นกนางนวลโผบินอย่างเสรี ริ้วคลื่นแตกกระจายยามเมื่อจูบหาดทรายที่ทอดตัวยาวไปไกลสุดสายตา...
อลังการขยับตัวมองนาฬิกาที่ข้อมือ เมื่อคืนฉลองกับให้กับคนงานที่เพิ่งได้ลูกชายคนแรก เขาเป็นคอเหล้าก็จริงแต่ไม่ค่อยกับพวกคนงาน แต่นานๆจะสังสรรค์กันทีก็เลยได้เมายาวจนเพิ่งจะได้กลับเอาตอนนี้ ชายหนุ่มไขกุญแจเข้าบ้านแล้ว ถอดรองเท้าออกง่ายๆ แตะรองเท้าไปให้พ้นปลายเท้าแล้วเดินไปทิ้งตัวนอนบนโซฟา
“น้าสารภีอยู่มั้ยครับ” เขาส่งเสียงออกไป “ขอน้ำให้ผมสักแก้ว”
เงียบไปอึดใจใหญ่ๆ อลังการยกมือนวดขมับและหลับตาอย่างเหนื่อยล้า นานแค่ไหนที่ไม่ได้เมามายขนาดนี้ เขารับรู้การเคลื่อนไหวตามมาด้วยเสียงวางแก้วน้ำเบาๆ เขาลืมตาขึ้นเห็นเพียงแก้วน้ำเย็น เขายันกายขึ้นนั่ง ยื่นมือไปคว้าแก้วน้ำดื่มไปจนหมดแล้วทิ้งตัวลงนอนต่อ
“ถ้าน้าสารภีจะกลับแล้วล็อกประตูให้ด้วยนะครับ วันนี้ผมไม่ออกไปไหน” เขาพูดทั้งที่หลับตา ครู่หนึ่งผ้าขนหนูชุบน้ำเจือกลิ่นหอมเย็นวางบนหน้าผากของเขาเบาๆ มันสบายเสียงจนเขาเผลอครางออกมา
“ขอบคุณครับ”
อลังการไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆ ซึ่งเขาก็ไม่แปลกใจ ปกติน้าสารภีเป็นแม่บ้านที่เขาจ้างมาทำความสะอาดสัปดาห์ละสามวัน มาวันไหนบ้างนั้นเขาก็จำไม่ได้แล้ว เขานอนเหยียดขายาวที่โซฟา ฟังเสียงเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลัง ปกติกลางวันเขายุ่งกับฟาร์มไข่มุก เลยไม่รู้ว่ากระท่อมหลังน้อยนี้จะเงียบขนาดนี้ หรือเพราะแม่บ้านของเขาเป็นคนเงียบๆ แทบไม่เคยพูดคุยอะไรกันอยู่แล้ว
ผ้าขนหนูผืนเดิมถูกหยิบออกอย่างเบามือ คนที่นอนอยู่ยังปิดเปลือกตาทำให้อีกฝ่ายได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก มือเรียวเล็กหยิบผ้าขนหนูไปชุบน้ำให้ใหม่ บิดหมาดๆ แล้วนำมาวางบนหน้าผากของเขาอีกครั้ง เพียงหันหลังให้ ร่างของเธอก็ถูกกระชากให้ล้มลงบนอกแกร่งของชายหนุ่ม
“คุณใหญ่!”
“เธอเป็นใคร!”
อลังการจ้องเขม็ง ปกติเขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวาย โดยเฉพาะผู้หญิง แต่กับน้าสารภีนั้น เขาไม่คิดว่าน้าสารภีจะกล้าละเมิดคำสั่งเขาให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอย่างนี้
“หนู...หนู...” หญิงสาวดิ้นขลุกขลักด้วยไม่เคยถูกผู้ชายกอดรัดอย่างนี้ “คุณใหญ่ปล่อยหนูก่อนค่ะ”
“เธอรู้จักฉัน?” อลังการขมวดคิ้วแล้วพลิกเอาคนตัวเล็กลงมาอยู่ใต้ร่างอยู่รวดเร็ว เร็วเสียจนหญิงสาวได้แต่อ้าปากค้างไม่ทันส่งเสียงร้องตกใจ “ใครส่งเธอมา”
“เปล่าค่ะ คุณใหญ่เข้าใจผิดแล้ว” อยู่บนตัวเขาว่าแย่แล้ว พอถูกพลิกลงมาอยู่ต่างร่างแบบนี้เธอยิ่งรู้สึกแย่หนักกว่าเดิม “หนูชื่อบัวค่ะ เป็นแม่บ้านไงคะ”
“บัว? บัวไหน? แม่บ้านอะไร เข้าผิดบ้านหรือเปล่า บ้านนี้มีแม่บ้านชื่อสารภี”
“ใช่ค่ะ สารภีคือแม่ของหนู หนูชื่อบัวชมพูมาทำงานบ้านแทนแม่ค่ะ คุณไม่ได้อ่านโน้ตที่แม่เขียนไว้บนโต๊ะทำงานเหรอคะ”
คราวนี้อลังการนิ่งงันไปเล็กน้อย เขาเงยตัวขึ้นจากร่างหอมกรุ่นมองเลยไปที่โต๊ะทำงานไม่ไกลนัก แล้วก็นึกได้ว่า น้าสารภีเคยบอกแล้วว่าอาจจะไม่สะดวกมาทำงานตามเวลาที่เขากำหนดไว้ เพราะตอนนี้เริ่มไปฟอกไตแล้ว
“คุณใหญ่ช่วยขยับออกไปได้ไหมคะ” บัวชมพูดิ้นขลุกขลัก เธอไม่รู้การดิ้นรนอย่างนี้ยิ่งทำให้ร่างกายแนบชิดอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
“อย่าดิ้น!” เขาตวาดและน้ำเสียงดุดันของเขาทำให้เธอตัวแข็งทื่อแทบกลั้นลมหายใจ อลังการถอนหายใจแล้วขยับตัวออกจากร่างนุ่มนิ่ม หญิงสาวตั้งสติได้ก็ค่อยๆ ยันกายขึ้นแล้วดีดตัวเองไปนั่งบนพื้นอย่างเจียมตัว
“เอาล่ะ ไหนเล่ามาใหม่สิ เอาให้ฉันรู้เรื่องนะ”
บัวชมพูลอบเบ้ปากใส่ แล้วสูดลมหายใจลึก สะกดอารมณ์ตื่นเต้นของตัวเองลงไปแล้วพูดขึ้น
“หนูชื่อบัวชมพู ลูกสาวแม่สารภีที่เป็นแม่บ้านมาทำงานที่บ้านคุณใหญ่สัปดาห์ละสามวัน แล้วแม่สารภีก็บอกคุณใหญ่แล้วว่า ช่วงนี้เริ่มไปฟอกไตแล้ว ถ้าวันไปฟอกไตตรงกับวันที่ต้องมาทำงานที่บ้านคุณใหญ่ จะให้หนูมาทำแทนไปก่อน คุณใหญ่จะดูบัตรประชาชนของหนูก็ได้ค่ะ”
“ไม่ต้อง ฉันนึกออกแล้ว” อลังการนวดขมับ
“คุณใหญ่ไม่หักเงินแม่นะคะ หนูสัญญาว่าจะทำงานให้เต็มที่ คุณใหญ่ต้องการอะไรสั่งหนูได้เลยค่ะ อาหารง่ายๆ หนูก็ทำได้นะคะ ขอแค่คุณใหญ่ยังจ้างเราก็พอ แม่ยังต้องใช้เงินฟอกไตค่ะ”
“พอแล้วๆ” อลังการโบกมือห้าม “ทำอะไรร้อนๆ ให้กินสักชามสิ มาม่าหรือข้าวต้มก็ได้”
“ได้ค่ะ หนูเตรียมข้าวต้มทรงเครื่องแล้ว รอคุณตื่นก็กินได้เลย หนูไปยกมาเลยนะคะ”
“อืม”
อลังการพยักหน้ารับส่งๆ พอร่างเล็กลุกขึ้นเดินเร็วๆ ไปแล้ว เขาก็ลอบมองหญิงสาว เท่าที่จำได้ น้าสารภีมีลูกสาวเรียนมหา’ลัยใกล้จบแล้ว เขาไม่เคยเจอลูกสาวของน้าสารภี และไม่ค่อยสนใจเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่จำได้ว่าน้าสารภีเคยพูดเรื่องนี้ น้าสารภีป่วยเป็นโรคไตอะไรสักอย่าง และถึงขั้นที่ต้องฟอกไตแล้ว
ครู่ต่อมาชามข้าวต้มอุ่นๆ ถูกยกมาวางให้ตรงหน้าพร้อมกับน้ำดื่ม หญิงสาวนั่งพับเพียบบนพื้นเฝ้ารอว่าเจ้าของบ้านต้องการสั่งอะไรเพิ่มหรือไม่
บัวชมพูไม่อยากมาเป็นแม่บ้านแทนแม่เลยสักนิด แต่เพราะงานพิเศษที่เคยทำอยู่ก็ถูกเลิกจ้างกระทันหันเพราะพิษโควิด-19 แม่ต้องใช้เงินในการฟอกไต ต่อให้ใช้สิทธิ์บัตรทองก็มีส่วนต่างที่ต้องจ่ายเอง และเธอก็อยากให้แม่รักษาตัวเองให้สบายๆ ยอมเสียเงินเอง ที่ศูนย์ฟอกไต
“ข้าวต้มไม่ใส่กระเทียมเจียว โรยขิงซอยกับต้นหอมผักชี หนูโรยเกลือกับพริกไทยบ่นนิดหน่อยแล้วค่ะ แต่ถ้าคุณใหญ่อยากเพิ่มอะไร หนูไปเอามาให้ได้”
อลังการตักข้าวต้มที่อุ่นกำลังดีชิมที่ละคำ รสชาติไม่ต่างจากรสมือของสารภี เขาพยักหน้าพอใจ แสดงว่าคนเป็นแม่คงสอนงานมาดี
“นี่เธอมาบ้านฉันครั้งแรกหรือเปล่า” เขาถามอย่างนึกได้
บัวชมพูเงยหน้าขึ้นแล้วชูสามนิ้ว อลังการชะงักไปเล็กน้อย ยัยเด็กนี่คงไม่ได้คิดเรื่องการเมืองอะไรในหัวนะ
“หนูมาทำงานบ้านคุณใหญ่สามครั้งแล้วค่ะ หนูทำทุกอย่างที่แม่สอน คุณรักความเป็นส่วนตัว ห้องนอนแค่เข้าไปทำความสะอาด ห้องน้ำต้องไม่มีกลิ่นอับ เสื้อผ้าไม่ใช่น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นแรง รีดแล้วแขวนไว้ตามเฉดสีให้คุณเลือกหยิบง่ายๆ ของสดในตู้เย็นหนูก็เติมให้ตามที่คุณเขียนไว้ที่กระดานไวท์บอร์ด เปลี่ยนน้ำในตู้ปลา รดน้ำแคนตัส พาไปรับแดด แล้วก็...”
“พอแล้ว” เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคน ‘เยอะ’ ขนาดนี้เหมือนกัน “มีอะไรก็ไปทำเถอะ”
บัวชมพูยิ้มเจือน “ไม่ได้ค่ะ”
“ทำไม?”
“หนูต้องทำความสะอาดห้องนี้ ถ้าคุณใหญ่ขึ้นไปนอนข้างบน หนูถึงจะทำงานเสร็จค่ะ อ้อ! หนูเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้แล้วนะคะ ซักด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อให้เรียบร้อย ไม่มีคราบกาวเลอะเทอะบนที่นอน...”
พรวดดด
“อ๊ะ! คุณใหญ่! น้ำค่ะ” บัวชมพูรีบยกแก้วน้ำส่งให้เขา จู่ๆ ก็สำลักออกมา เหมือนเด็กจริงๆ
“คราบอะไรนะ”
“คราบกาวไงคะ” เธอพูดด้วยสีหน้าใสซื่อแล้วหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้
อลังการนึกถึงคืนก่อนที่พาผู้หญิงมานอน ทุกครั้งที่เสร็จกิจ เขาดึงผ้าปูที่นอนออกโยนใส่ตะกร้ารอแม่บ้านมาเก็บไปซัก ซึ่งไม่เคยมีการพูดถึงคราบใดๆ เขาชอบการทำงานของน้าสารภีก็ตรงที่ไม่พูดมาก ไม่เซ้าซี้ ทำหน้าที่ของตัวเองไปจึงจ้างทำงานได้สามปีแล้ว
“ช่างเถอะแล้วน้า เอ่อ แม่ของเธอเป็นยังไงบ้าง แล้วนี่มาทำงานแบบนี้ไม่เสียเวลาเรียนเหรอ”
“ช่วงนี้มหา’ลัยหยุดค่ะเพราะเรื่องไวรัสโควิดค่ะ งานพิเศษของหนูก็ถูกยกเลิกด้วย หนูเลยมาทำงานแทนแม่ค่ะ”
“อ้อ ลืมไป แล้วทำงานพิเศษอะไรล่ะ”
“เป็นพริ้ตตี้ค่ะ”
พรวดดด
รอบนี้สำลักน้ำ
บัวชมพูขมวดคิ้ว เธอทำอะไรผิดไป เขาสำลักตั้งสองครั้ง
อลังการกวาดตามองร่างของแม่บ้านที่สวมผ้ากันเปื้อนทับเสื้อยืดกับกางเกงขาสามส่วน ไม่มีอะไรให้น่ามองเลยสัก
“เธอนี่นะพริ้ตตี้”
“ใช่ค่ะ หนูมีหลักฐานนะคะ ถ้าคุณใหญ่สนใจเรียกใช้งานหนูได้”
บัวชมพูยิ้มกว้าง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดรูปให้เขาดู อลังการปัดนิ้วไปบนหน้าจอมือถือราคาถูก รูปแต่ละรูปมันเป็น...อะไรล่ะ เรียกอะไรดี ชุดมาสคอต ชุดหมี ชุดกระต่าย ถ้าไม่ถอดหัวออกจะไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ด้านในคือหญิงสาวตัวเล็กคนนี้
“เธอเรียกการใส่ชุดตุ๊กตาว่าพริตตี้เหรอ”
“ใช่ค่ะ” บัวชมพูพยักหน้ารับ “คุณคิดว่าทุกคนจะทำแบบนี้ได้เหรอคะ หนูต้องฝึกฝนตัวเองในชุดร้อนๆ พวกนี้ถึงจะได้รับงานได้นะคะ”
อลังการเห็นแววตาจริงของหญิงสาวแล้วเผลอยิ้มออกมา เด็กคนนี้ตาโตน่ารักดี ดูๆ ไปก็ไม่เลว
เอ...เรียนมหาวิทยาลัยแล้วใช่ไหม แบบนี้เขาก็คงไม่เข้าข่ายพรากผู้เยาว์แล้วสิ
เฮ้ย! ใจเย็นหน่อยอลังการ เดี๋ยวแม่กระต่ายน้อยก็ตื่นตกใจไป!
เสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอกวาดตามองดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เมื่อไม่พบอะไรที่ต้องทำเพิ่มอีกจึงเก็บอุปกรณ์เข้าที่ ล้างมือแล้วปลดผ้ากันเปื้อนออก เตรียมตัวกลับบ้าน หญิงสาวลังเลอยู่เล็กน้อย ควรบอกเจ้าของบ้านก่อนดีไหมว่าเธอจะกลับแล้ว หรือออกไปเลยไม่ต้องบอกเขา สองสามครั้งที่เคยมาทำงานก่อนหน้านี้ เธอไม่ได้พบกับเขาตรงๆ ปกติคุณใหญ่หรือคุณอลังการ จะยุ่งกับงานในฟาร์มไข่มุก เธอมาทำงานแทนแม่
มือเล็กพับผ้ากันเปื้อนใส่ถุงผ้า ในถุงมีกล่องอาหารที่เธอทำมาจากบ้านด้วย ตั้งแต่จำความได้ พ่อทุบตีทำลายแม่อยู่เสมอ จนกระทั่งแม่ทนไม่ไหว อาศัยช่วงจังหวะที่พ่อเมาหลับหอบหิ้วเสื้อผ้าติดตัวมาไม่กี่ชิ้นแล้วจูงแขนเธอออกมาจากบ้านหลังนั้น แม่เคยพาเธอไปไหว้ตากับยายแต่ทั้งสองก็ไม่พอใจที่เห็นแม่กลับมาในสภาพนี้ ผัวทิ้ง ไม่มีเงิน มีลูกติด แม่พยายามทำงานหลายอย่าง ทำข้าวแกงขายตลาดนัด รับจ้างซ่อมแซมเสื้อผ้า จนแม่ตัดสินใจจะไปทำงานที่โรงงาน เธอกับแม่จึงได้ย้ายบ้านกันอีกหน เธอเองก็ช่วยแม่ทำงานมาตลอด งานเล็กๆ น้อยๆ พอได้เงินห้าบาทสิบบาทก็เอาทั้งนั้น การเรียนของเธอแค่ปานกลาง แต่อาศัยขยันหมั่นเพียรจนพอได้ทุนร่ำเรียนช่วยแม่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้บ้าง จนเธอเรียนถึงระดับมหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่ายมากขึ้น และมีคนชักชวนแม่ไปทำงานเป็นแม่บ้าน รายได้ดี เธอกับแม่จึงห่างกัน เธออยู่หอพักและเรียนถึงปี4แล้ว วันหยุด หรือปิดเทอม เธอจะหางานพิเศษทำเสมอ นานๆ จะได้กลับไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัดสักที
แม่ทำงานเป็นแม่บ้านกับบริษัทแห่งหนึ่ง ตารางงานของแม่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไป แต่เธอเคยพบกับ “คุณใหญ่” หรือ “คุณอลังการ” หลายครั้ง แต่เขาไม่รู้จักเธอ แน่ละ คนอย่างเขาจะเหลือสายตามามองผู้หญิงอย่างเธอเหรอ? คุณใหญ่เป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่สมชื่อ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม แถมด้วยเป็นถึงเจ้าของฟาร์มไข่มุกชื่อดัง ฐานะการเงินเรียกได้ว่าระดับเศรษฐี ทุกอย่างเรียกได้ว่าเฟอร์เฟค ยกเว้นแค่เรื่องครอบครัว เท่าที่รู้ คุณใหญ่เคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่แต่งได้ไม่นานก็หย่าร้างกับภรรยาคนสวย หลังจากนั้นก็มีผู้หญิงแวะเวียนมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นมีวี่แววจะแต่งงานใหม่อีกครั้ง
เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรรู้ แต่เธออยากรู้ คุณใหญ่เคยมีสัมภาษณ์ลงนิตยสารธุรกิจหลายฉบับ เธอแอบซื้อเก็บไว้ เธอคิดไว้ว่าสักวัน ถ้าเธอเรียนจบจะลองมาสมัครงานที่ฟาร์มไข่มุกของเขา เธอรู้ว่าผู้หญิงจนๆ อย่างเธอไม่มีอะไรให้เขาชายตามอง ยิ่งความสวยยิ่งไม่มี แต่เขาเป็นคนที่ทำให้เธอรู้สึกอยากเป็นผู้หญิงที่เก่งกว่านี้ ดีกว่านี้ สวยกว่านี้ เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้ยืนข้างเขาอย่างไม่อายใคร มันอาจเป็นแค่ความฝัน แต่ถ้าฝันแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่
แต่ตอนนี้เธอได้มาทำงานให้เขาจริงๆ แต่กลับเป็นฐานะของแม่บ้าน บัวชมพูลอบถอนหายใจอีกครั้ง เธอไม่ได้อยากให้เขาพบเธอสภาพนี้เสียหน่อย แต่เพราะแม่ป่วยและโรคไตของแม่เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ประจวบกับทางมหา’ลัยต้องหยุดการสอนเพราะไวรัสโควิด-19ระบาด เธอเดินทางมาหาแม่ได้ทันก่อนที่จะไม่มีรถออกต่างจังหวัดพอดี แรกทีเดียวแม่ไม่ได้อยากให้เธอมาทำงานแทน แต่เธอหว่านล้อมแม่เอง และที่สำคัญ เรายังต้องใช้เงิน
บัวชมพูตัดสินใจไม่ไปบอกเจ้าของบ้าน เธอเก็บของแล้วหยิบหน้ากากผ้ามาปิดครึ่งใบหน้าใหเรียบร้อย สะพายถุงผ้าขึ้นคล้องไหล่ เดินออกมาอย่างเงียบๆ แล้วตรงไปที่จักรยานของตัวเอง ปั่นจักรยานคันเก่าที่น้ารุ่งรวีให้ยืมมาใช้ปั่นจากบ้านเช่าที่แม่พักอยู่มาทำงานที่บ้านคุณใหญ่ โดยไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองจากหน้าต่างชั้นสองของบ้าน เห็นหญิงสาวร่างเล็กกะทัดรัด รวบผมขึ้นเป็นหางม้าปั่นจักรยานเก่าๆ ออกจากบ้านของเขาไปตามถนนเส้นเล็กๆ จนสุดสายตา
ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที บัวชมพูก็ปั่นจักรยานมาถึงบ้านเช่าที่แม่อาศัยอยู่กับน้ารุ่งรวี แม่กับน้ารุ่งรวีอยู่ด้วยกันมาปีเศษแล้ว เธอเข้าใจความสัมพันธ์ของแม่กับน้ารุ่งรวีดี แม่เจ็บช้ำมามาก หากคนที่ทำให้แม่มีความสุข แม้จะเป็นผู้หญิงด้วยกัน เธอก็ยอมรับได้
หญิงสาวลงจากรถจักรยาน ไขกุญแจรั้วแล้วจูงจักรยานเข้าบ้านเช่า เธอเองก็คิดฝันเสมอว่าสักวันจะมีบ้านเป็นของตัวเอง เธอกับแม่จะได้ไม่ต้องเร่ร่อนเช่าห้องราคาถูกๆ อยู่ ยังไม่ทันไขกุญแจเปิดประตูบ้าน เสียงรถยนต์ก็แล่นมาหยุดที่รั้ว บัวชมพูหันไปมองแล้วรีบเดินเร็วๆ ไปเปิดประตูรั้วให้รถกะบะญี่ปุ่นสีขาวเข้ามาจอดด้านใน
“เพิ่งกลับมาเหรอหนูบัว” รุ่งรวีถามทันทีที่ลงจากรถ
“ค่ะ” บัวชมพูพยักหน้ารับแล้วเปิดประตูรถประคองแม่ลงมา แต่พอรุ่งรวีเข้ามาใกล้ บัวชมพูก็เบี่ยงตัวออกให้รุ่งรวีประคองแม่เข้าบ้าน ส่วนเธอเดินไปปิดประตูรั้วบ้าน ที่บ้านมีแต่ผู้หญิงอยู่กันสามคน เธอต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้หลงลืมเรื่องพวกนี้
“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหมลูก” สารภีถามลูกสาวด้วยความห่วงใยแล้วนั่งที่โซฟาอย่างเหนื่อยล้า
“หนูต้องถามแม่ต่างหาก” บัวชมพูหัวเราะเบาๆ เดินไปรินน้ำดื่มให้แม่กับน้ารุ่งรวี “แม่เป็นไงบ้างคะ”
“ก็เหมือนเดิมนั้นแหละ” แม่ยิ้ม “ทำให้คนอื่นต้องมาลำบากด้วยเลย”
“ลำบากที่ไหนเล่า” รุ่งรวีหัวเราะออกมา “ก็ถือว่าเป็นวันหยุดพักผ่อนไป”
รุ่งรวีเป็นแม่ค้าขายผัดไทตลาดโต้รุ่ง แต่ช่วงนี้รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวทำให้ต้องเปลี่ยนมาขายช่วงเที่ยงไปถึงเย็นแทน บัวชมพูเองก็คอยช่วยงานรุ่งรวีเสมอ ไม่ได้มาอยู่เปล่าๆ ส่วนแม่หลังจากกลับจากทำงาน ถ้าไม่เหนื่อยมากก็มาช่วยเช่นกัน ได้เห็นว่ารุ่งรวีดูแลแม่เป็นอย่างดี บัวชมพูก็สบายใจ
“แล้วบัวละลูก”
“อ้อ! วันนี้หนูเจอคุณใหญ่แล้วค่ะ”
“แล้วคุณใหญ่ว่าอะไรหรือเปล่า”
บัวชมพูนิ่งไปนิด คิดว่าเรื่องที่เจอไม่ควรเล่าให้แม่ฟังเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ อีกอย่าง ท่าทางคุณใหญ่ก็ไม่ได้อยาก ‘กอด’ เธอนักหรอก
“ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่คะ” บัวชมพูยักไหล่แล้วรินน้ำดื่มให้ตัวเอง “ถ้าหนูทำงานมีปัญหา คุณใหญ่คงให้เปลี่ยนคนอื่นมาทำแทนแล้วค่ะ”
รุ่งรวีฟังแล้วก็ถอนหายใจออกมา “น้าไม่อยากให้ยุ่งกับคุณใหญ่เลย”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะน้ารวี คุณใหญ่ก็เป็นคนดี ชื่อเสียงโหดเหี้ยมไปสักหน่อยก็เป็นธรรมดาของคนทำธุรกิจ”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะ เป็นเสือผู้หญิงด้วย”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง” คราวนี้แม่สารภีพูดขึ้น “ถึงจะมีผู้หญิงเยอะ แต่เป็นผู้หญิงอย่างว่า ไม่ได้ไปหลอกผู้หญิงมาฟันเสียหน่อย”
รุ่งรวีขึงตาใส่สารภี “ยังไงก็ต้องระวัง หนูบัวเป็นผู้หญิงด้วยต้องยิ่งระวังไว้ก่อน”
“บัวระวังอยู่แล้วค่ะ ไม่งั้นจะอยู่กรุงเทพฯ คนเดียวได้เหรอ” หญิงสาวหัวเราะออกมา “วันนี้แม่อยากกินอะไร บัวเข้าครัวทำกับข้าวเองค่ะ”
“คนเป็นไรคไตอยู่คนเดียวทำคนอื่นลำบากเรื่องอาหารการกินไปด้วยเลย” แม่อดบ่นไม่ได้
“ก็ไม่เป็นอะไรนี่คะ หนูกับน้ารวีก็ได้ถือโอกาสกินรสอ่อนๆ รักษสุขภาพไปด้วย” บัวชมพูให้กำลังใจแม่ “งั้นเดี๋ยวหนูเข้าครัวทำกับข้าวเลยแล้วกัน วันนี้น้ารวีกับแม่พักผ่อนสบายๆ ให้หนูจัดการเองค่ะ”
รุ่งรวีมองลูกสาวของคนรักเดินออกไปก็ถอนหายใจอีกหน สารภีเป็นฝ่ายยื่นมือมาตบหลังมือของรุ่งรวีเบาๆ แล้วส่งยิ้มบางๆ
“ขอบใจที่เป็นห่วงหนูบัวมากขนาดนี้ แต่แกก็โตแล้ว คิดอะไรเองได้แล้ว”
“ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ รู้ว่าไฟยังเข้าไปใกล้อีก”
“อันตรายมีอยู่รอบตัว ไม่ประมาทและเรียนรู้อย่างมีสติก็พอ”
รุ่งรวีส่ายหน้าไปมา “เธอนี่เป็นแม่ยังไงนะ”
สารภีหัวเราะออกมา “ก็เป็นแม่ไม่ได้ความปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว แถมต้องทำงานพิเศษอีกด้วย”
“ไม่ได้หมายความแบบนั้น” รุ่งรวีบ่นอุบอิบ
“มันก็เหมือนฉันมองตัวเองนั้นแหละ แต่ตอนนั้นฉันมันรั้น พ่อแม่เตือนอะไรไม่ฟัง ฉันก็ไม่อยากบังคับลูกจนลูกเตลิดไป ก็เลยได้แต่คอยบอก คอยดูแล และให้ลูกรู้ว่ายังมีแม่อยู่เคียงข้างเสมอ”
รุ่งรวีพยักหน้ารับอย่างจนใจ เธอคงทำได้แต่แค่เป็นห่วงสินะ เฮ้อ!
บัวชมพูยังคงมาทำงานบ้านแทนมารดาที่บ้านคุณอลังการตามปกติ เขาไม่ร้องเรียนกับบริษัทของแม่ นั้นแสดงว่ายอมรับให้เธอมาทำงานแทนแม่ได้ เธอได้กุญแจสำรองจากรปภ.ไขเข้าบ้านของอลังการเพื่อทำความสะอาดบ้าน หญิงสาวผงะไปเล็กน้อย ในห้องรับแขกอย่างกับมีสงครามเกิดขึ้น ขวดเบียร์เกลือนพื้นห้อง แก้วที่ล้มคว่ำน้ำเจิ่งนอง ข้าวของกระจัดกระจาย หรือว่า
“ขโมยขึ้นบ้าน...”
บัวชมพูพึมพำพอได้สติก็หันซ้ายหันขวาหาอาวุธ จะหยิบมีดก็กลัวเลยคว้าไม้กวาดขึ้นมาชูไว้ เสียงกุกกักดังจากชั้นสองของบ้าน เธอคิดจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่เสียงเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ทำให้ไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่กำไม้กวาดแน่น จนกระทั้งร่างสูงใหญ่เดินลงบันไดผ่านหน้าเธอ ชายหนุ่มถึงกับชะงัก ดวงตาคมจ้องมองไม้กวาดในมือหญิงสาวที่ชูขึ้นเหนือศีรษะทำท่าจะฟาดลง เขารีบยกมือกำด้ามไม้กวาดไว้ก่อน
“เฮ้ย! จะทำอะไร! จะฆาตกรรมเจ้าของบ้านเรอะ!”
“คุณใหญ่!”
บัวชมพูตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะอยู่ในบ้านเวลานี้ อลังการไม่วางใจ กระชากไม้กวาดออกจากมือของหญิงสาว แต่เพราะเธอไม่ทันตั้งตัวยังไม่ได้ปล่อยมือจากด้ามไม้กวาดร่างบางจึงเซถลาเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกำยำของอลังการ ร่างนุ่มนิ่มเข้ามาแนบชิด เขาสวมเพียงกางเกงขายาว ท่อนบนเปลือยเปล่ายังมีหยดน้ำเกาะอยู่ พอได้อยู่ใกล้จึงเห็นว่าเส้นผมของเขาก็ยังเปียกชื้น
“ฉันถาม!” เขาดุแต่ไม่ได้เสียงดังเหมือนครั้งแรก มือแกร่งยังโอบเอวบางไว้ “คิดจะทำอะไร”
บัวชมพูได้สติก็ปล่อยมือจากด้านไม้กวาดแล้วขืนตัวออกจากแผ่นอกกว้าง
“หนูนึกว่ามีขโมยขึ้นบ้านค่ะ”
“หือ?” เขาวางไม้กวาดลงแล้วเลิกคิ้ว
“ก็ดูสภาพห้องสิคะ ยังกับถูกโจรรื้อค้นทรัพย์สิน”
อลังการกวาดสายตามองไปรอบตัว เขาแสร้งกระแอมไอแก้เขินแล้วพูดขึ้น “เมื่อคืนหนักไปหน่อย”
“แบบนี้เรียกหนักมากเลยค่ะ” บัวชมพูเบ้ปากแล้วยื่นมือไปคว้าไม้กวาดจากมือของเขา “คุณใหญ่หลบไปทางอื่นก่อน หนูต้องเก็บเศษซากของพวกนี้”
บัวชมพูใช้ปลายด้ามไม้กวาดเกี่ยวกางเกงชั้นในสีแดงสดขึ้นมาจากพื้น “ต้องให้ซักเก็บไว้คืนเจ้าของไหมคะ”
“ทิ้งไป!” อลังการหัวเสีย เขาเป็นเจ้าของบ้าน ทำไมต้องรู้สึกผิดด้วยนะ “ขอกาแฟร้อนหน่อยสิ”
“คุณใหญ่คะ หนูมาทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดบ้านไม่ใช่แม่บ้านทำอาหารนะคะ”
เธอบ่นขณะทิ้งกางเกงชั้นในลงในถังขยะ พลางคิดในใจว่าเจ้าของกางเกงในออกจากบ้านได้ไงเนี้ย! แต่ถึงปากจะบ่นแต่เธอก็เดินไปเสียบปลั๊กกระติกน้ำร้อนแล้วเดินกลับมาเก็บขวดเบียร์ที่ล้มอยู่บนพื้น
“รู้แล้ว แต่ไม่คิดจะมีน้ำใจให้บ้างหรือไง” คราวก่อนยังหาผ้าชุบน้ำเย็นมาให้เขาได้เลย
“ก็ต้องดูด้วยค่ะว่าคนแบบไหนควรมีน้ำใจให้” เธอบ่นทั้งที่มือยังทำงาน อันที่จริงแค่ชงกาแฟร้อนไม่ใช่เรื่องยุ่งอะไร แต่ก็อดบ่นไม่ได้จริงๆ
อลังการจะโต้เถียงพลันหุบปากนิ่งไป เขาแปลกใจที่ตัวเองนึกเถียงเด็กคนนี้ ปกติเขาไม่ค่อยชอบพูดคุยหยอกเล่นกับใครเท่าไหร่ แม้กับผู้หญิงที่หิ้วมานอนด้วยก็ไม่ได้มีความผูกพันอะไร เขาหาที่นั่งห่างจากจุดที่หญิงสาวทำความสะอาด เอนตัวพิงพนักโชฟา มองร่างเล็กที่ก้มๆเงยๆ เก็บข้าวของบนพื้น จะว่าไป มันก็เหมือนมีคนบุกรุกบ้านเขาจริงๆ
บัวชมพูทำงานอื่นรอจนกระทั่งน้ำร้อนได้ที่แล้วจึงเดินมาชงกาแฟดำให้เจ้าของบ้าน
กาแฟดำค่ะ อยากได้ครีมหรือน้ำตาลไหมคะ”
“ไม่ล่ะ ปกติกินแต่กาแฟดำ”
บัวชมพูขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ค่อยพอใจที่เห็นเขานั่งเกะกะสายตาอย่างนี้ โดยเฉพาะไม่สวมเสื้อ เธออดมองมัดกล้ามของเขาไม่ได้ แล้วสายตาก็ดันไปเห็นรอยข่วนบนหน้าอก เธอหรี่ตาแล้วยื่นหน้าไปมองอย่างไม่รู้ตัว
“มองอะไร เด็กทะลึ่ง” ปกติก็เปลือกอกเป็นประจำ ทำไมจู่ๆ รู้สึกเขินแฮะ
“คุณมีแผล ใส่ยาไหมคะ” เธอใช้นิ้วจิ้มที่รอยแดงๆ นั้น “ต้องไว้เล็บยาวขนาดไหนถึงข่วนเป็นรอยแดงได้ขนาดนี้”
อลังการเห็นอีกฝ่ายทำท่าขนลุกก็ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเบาๆ ผลักให้ถอยห่างออกไป
“ไปเอาเสื้อมาให้ฉันใส่!”
“อ้าว! คุณใหญ่ใส่กางเกงเองได้ ทำไมก่อนลงมาไม่ใส่เสื้อลงมาด้วยคะ” บัวชมพูทำหน้ามุย “แล้วผู้หญิงของคุณออกจากบ้านยังไง กางเกงในไม่นุ่ง”
“ฉันจะไปรู้ได้ไง จ่ายเงินแล้วก็ไล่ๆออกจากบ้านสิ แล้วก็ไม่ใช่ผู้หญิงของฉันด้วย”
พูดแล้วก็ชะงักไป บัวชมพูกวาดตามองเขาอีกครั้งแล้วหมุนตัวเดินเร็วๆ ขึ้นไปหยิบเสื้อที่ชั้นสอง อลังการได้แต่โคลงศีรษะไปมาแล้วยกกาแฟดำขึ้นดื่ม ครู่หนึ่งหญิงสาวเดินลงมาพร้อมเสื้อยืดสีขาว ยื่นส่งให้เขาแล้วหันไปเก็บของในห้องรับแขกและลงมือทำความสะอาด
“ฉันไม่รู้ว่าเธอจะมาวันนี้”
“มันอยู่ในคิวงานอยู่แล้ว คุณใหญ่ลืมวันเอง” เธอพึมพำแล้วหยิบหน้ากากผ้ามาปิดจมูก “คุณจะนั่งตรงนี้เหรอคะ ไปรอบนห้องดีกว่าไหม หรือบนห้องจะพังพินาศไปแล้วคะ”
“เด็กบ้า! มีหน้าที่อะไรก็ไปทำ ฉันจะนั่งตรงไหนก็เรื่องของฉัน” เขาดุแล้วรีบสวมเสื้อยืด
“แล้วทำไมวันนี้คุณใหญ่อยู่บ้านละคะ ปกติอยู่ฟาร์มไข่มุกไม่ใช่เหรอ”
เธอถามแล้วไม่สนใจว่าเขาจะนั่งตรงไหน รีบจัดการทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ ตอนเย็นจะไปช่วยน้ารุ่งรวีเปิดร้านขายกับข้าวอีก
“บ้านฉัน ฉันจะอยู่วันไหนต้องรายงานเธอเหรอ”
บัวชมพูเลิกคิ้ว แล้วยักไหล่ไม่คิดจะพูดอะไรอีก เธอเก็บขวดเบียร์ลงถังขยะแล้วจัดการเช็ดคราบน้ำก่อนจะลงมือถูบ้าน อลังการนั่งมองเธอทำงานไปเงียบๆ เธอหันมาถามเขาว่าต้องการการกาแฟเพิ่มไหม เขาพยักหน้า เธอจึงเช็ดมือแล้วรับถ้วยกาแฟใบเดิมของเขาไปชงให้ให้อีกแก้วแล้วยกมาให้ จะว่าไปเธอก็ทำหน้าที่ของเธอดีแล้ว แต่เพราะเขาหยุดงานตรงกับวันที่เธอมาทำความสะอาดพอดีถึงได้เจอกันแบบนี้
“ข้างล่างเสร็จแล้ว หนูขึ้นไปทำที่ห้องคุณใหญ่นะคะ”
“อืม”
หญิงสาวเดินไปขึ้นไปชั้นบน เขาขยับตัวเอนกายในห้องเพียงลำพัง ฟังเสียงการเคลื่อนไหว เขาไม่ได้จะจับผิดเธอ แต่แค่รู้สึกแปลกๆ ที่รู้สึกว่ามีคนอื่นอยู่ในบ้าน เขาอยู่คนเดียว ไม่ได้ติดต่อญาติพี่น้องมานาน ส่วนใหญ่จะโทรศัพท์หากัน แต่ไม่ได้ไปมาหาสู่สนิทสนมเหมือนแต่ก่อน เขาอยากอยู่คนเดียว เหมือนลงโทษที่ตัวเอง
เสียงออดดังหน้าบ้านเรียกอลังการให้ตื่นจากภวังค์ เขามองเลยไปยังชั้นบนแล้วนึกได้ว่า ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้ยิน และต่อให้ได้ยิน เธอก็คงเถียงเขาฉอดๆ ว่าไม่ใช่คนรับใช้ที่ต้องวิ่งไปทำนั้นทำนี้ให้ อลังการยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ลุกขึ้นไปเปิดประตูบ้าน
“ดีจริง อยู่บ้านด้วย”
“อาปกรณ์” อลังการประหลาดใจแต่ก็เบี่ยงตัวให้ชายร่างสูงใหญ่พอๆกับเขาเดินเข้ามาในบ้าน “จะมาหาทำไมไม่บอกก่อนละครับ”
“บอกให้แกหลบหน้าอาเรอะ!” ปกรณ์เดินเข้ามาด้วยความเคยชิน แต่อดกวาดตามองไม่ได้ อลังการลอบถอนหายใจโล่งอกที่ยัยหนูนั้นทำความสะอาดบ้านได้เรียบร้อยทันเวลา เขาอายุ42แล้ว แต่คนที่บ้านยังคงเป็นกังวลเรื่องของเขาอยู่
อลังการเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบขวดน้ำดื่มออกมา แต่สายตาปะทะกับถังขยะที่มีกางเกงชั้นในสีแดงนอนสงบนิ่งอยู่ เขาลอบสบถแล้วหันซ้ายหันขวาเจอเพียงหนังสือฉบับเก่าวางอยู่ จึงหยิบมันโยนใส่ถังขยะทำให้ไม่เห็นกางเกงชั้นในเจ้าปัญหา ทำไมเมื่อก่อนเขาไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เขาวุ่นวายได้นะ
“บ้านช่องเรียบร้อยดี”
“อาครับ ผมอายุสี่สิบสองแล้ว อาอย่าทำเหมือนผมเป็นเด็กเลย”
“ก็รู้ว่าไม่ใช่เด็ก แต่มีคนเป็นห่วงไม่ดีหรือไง” ปกรณ์รับน้ำเย็นจากอลังการมาดื่ม
“อามาเที่ยวหรือครับ พักที่ไหน ไม่เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าเลย”