วันรุ่งขึ้นในยามซื่อตามกำหนดเวลา เหล่าหญิงงามทั้งหลายก็แต่งกายงดงามมายืนรอเพื่อให้มู่หรงเคออวี่คัดเลือกแล้ว
ชุดที่ว่างดงามนี้ล้วนเป็นชุดสีขาวบอบบางแนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน กระทั่งเผยให้เห็นเนินโยนีและปทุมถันสีชมพูของเหล่าสาวงามที่ดันเนื้อผ้าออกมา
ชุดเหล่านี้ล้วนเป็นจวนอ๋องที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ และเป็นผู้ดูแลหญิงสามคนที่ช่วยพวกนางแต่งกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพิธีคัดเลือกสาวงามเข้าจวน
สาวงามหลายคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ทว่าพวกนางกลับถูกข่มขู่ว่าหากออกจากจวนกลางคันก็นับว่าผิดเงื่อนไขส่งสาวงาม แม้จะตายก็ไม่มีผู้ใดตำหนิจวนอ๋องได้
ด้วยความกลัวตายทุกคนจึงจำใจรอการคัดเลือกด้วยความรู้สึกอดสูที่ถูกหมิ่นเกียรติเพียงนี้ เนื่องจากสาวงามหลายคนหากจะว่ากันไปแล้วเมื่ออยู่ที่บ้านของตนเองก็นับได้ว่าเป็นคุณหนูที่อยู่ดีกินดีมาไม่น้อย
ส่วนตัวเซียวหนานนั้นก็ช่างเถิดเพราะนางรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอสิ่งใด คนที่ฝึกฝนนางมาถึงจุดนี้ล้วนเป็นนางโลมชั้นสูง กระทั่งการร่วมสังวาสกับนางโลมเหล่านั้นนางก็เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
แน่นอนว่าระหว่างการฝึกฝนนั้น การมีอารมณ์ร่วมและการที่มีน้ำสวาทไหลนั้นสำคัญที่สุด ดังนั้นอาการเสียวซ่านจึงนับว่าเป็นเรื่องปกติ และเมื่อต้องปลดปล่อยในเวลานั้นการพึ่งพากันและกันอย่างดุเดือดระหว่างพี่เลี้ยงนางโลมกับบรรดาเหล่านกกระจอกผู้ฝึกฝนจึงมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่เสมอ
ยังคงมีสตีบางส่วนที่มีสีหน้าเมินเฉยกับการสวมอาภรณ์เช่นนี้ นางแน่ใจว่าต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเช่นกันเพื่อเอาตัวรอด
กระทั่งในที่สุดก็ได้เวลา เมื่อประตูถูกเปิดออกบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาภายในเรือน ทุกคนล้วนมองเขาด้วยอาการตกตะลึงด้วยบุรุษผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลา บุคลิกท่าทางสูงส่งแตกต่างจากผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด
แม้ว่าอากาศจะหนาวทว่าเขากลับสวมเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว เปิดเผยรูปร่างแข็งแกร่งให้เห็นอย่างชัดเจน ช่วงหน้าท้องของเขาเผยให้เห็นกล้ามเนื้องดงาม คล้ายกลับบุรุษผู้ดูแลตนเองอยู่เสมอ
ทว่าเขากลับเข้ามาพร้อมกับกลิ่นสุราโชยออกจากร่าง และสายตาที่แพรวพราวราวกับคนเสเพลในยามมองสตรี
ผู้ดูแลจวนหญิงที่ดูเหมือนจะสูงวัยที่สุดและเป็นหัวหน้าผู้ดูแลเอ่ยว่า
“ท่านอ๋องเข้ามาแล้ว พวกเจ้ายังไม่ถวายความเคารพอีก บังอาจนักอยากถูกตัดหัวหรืออย่างไร!”
สาวงามได้สติรีบวางมือที่บั้นเอว ยอบกายอย่างนอบน้อมแล้วก้มหน้าลง เสียงหัวเราะของมู่หรงเคออวี่ดังขึ้น
“ไม่ต้องมากพิธี ลี่หมัวมัวท่านอย่าข่มขวัญสาวงามของข้าเช่นนี้สิ ดูสิพวกนางหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้ว”
“ขออภัยเพคะ ท่านอ๋อง”
“ช่างเถิด”
จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ ท่าทางคล้ายยังไม่สร่างเมาดีนัก จึงนั่งเอนหลังอย่างสบายยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดพนักวางมือทั้งยกมือขึ้นกุมศีรษะ
ลี่หมัวมัวยกน้ำแกงอุ่นให้เขา เอ่ยเบา ๆ ว่า
“น้ำแกงสร่างเมาเพคะ”
สาวงามยืนรออย่างเป็นระเบียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกเซียวหนานเม้มปากคิดในใจว่า
คนผู้นี้ความจริงเขาปฏิบัติต่อบ่าวรับใช้ดีไม่น้อย ไม่ได้วางอำนาจเหมือนที่นางเคยคิดว่าเขาน่าจะเป็น
หลังดื่มน้ำแกงเสร็จ ลี่หมัวมัวจึงรินชาดอกมะลิให้เขาเพื่อดื่มล้างปาก กว่าอ๋องสี่จะมีอารมณ์คัดเลือกสาวงามเวลาก็ผ่านไปจนเกือบจะครึ่งชั่วยามแล้ว
สตรีทั้งสิบเอ็ดคนยังคงยืนอยู่เช่นนั้น แม้ในห้องนี้จะเป็นห้องอุ่นทว่าเมื่อยืนนาน ๆ โดยสวมอาภรณ์บอบบางเช่นนี้ก็รู้สึกหนาวขึ้นมาไม่น้อย
กระทั่งได้เวลามู่หรงเคออวี่จึงลุกขึ้น เขาเดินเข้ามาใกล้สาวงามมากยิ่งขึ้น และเพ่งมองสาวงามทีละคนด้วยสายตาร้อนแรง กระทั่งเขาเดินมาหยุดเบื้องหน้าเซียวหนาน นางกัดปากก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองเขาหยาดเยิ้ม
โอกาสของนางมีเพียงครั้งเดียว นางต้องเข้าจวนอ๋องให้ได้หาไม่แล้ว นางจะกลายเป็นนกกระจอกไร้ประโยชน์ และถูกเบื้องบนสังหารทอดทิ้งโดยไม่ลังเล
บัดนี้ร่างกายของนางมีพิษหนอนไชไหลเวียนอยู่ นางต้องได้รับยาทุกหนึ่งเดือนเพื่อไม่ให้พิษนี้เล่นงานนางจนตาย
มู่หรงเคออวี่หยุดอยู่ตรงหน้านางด้วยความสนใจ ในที่นี่สาวงามทุกคนล้วนมีความงามที่ใกล้เคียงกัน เรียกว่าสุดยอดสาวงามรวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว ทว่าสาวงามที่มีดวงตาร้อนแรงนั้นมีอยู่เพียงสองสามคนเท่านั้น
รวมทั้งนางผู้นี้ด้วย
และในเวลานั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า
“ปลดเสื้อของพวกเจ้าออก”
เสียงฮือฮาดังขึ้นโดยไม่ยินยอม เวลานี้พวกนางสวมใส่เสื้อผ้าบางจนเห็นปลายปทุมถันชัดเจนยังไม่พออีกหรือ ทว่าเซียวหนานกลับทำตามคำสั่งโดยไม่ลังเล และนอกจากนางแล้วก็ยังมีสตรีอีกสองคนที่ทำตามเช่นกัน
เพียงนางปลดเสื้อออก ก็เผยให้เห็นปทุมถันอวบขาวผ่องขนาดใหญ่ห้อยลงมาเบื้องหน้า ส่งผลให้มู่หรงเคออวี่มองนางด้วยสายตาร้อนแรงราวกับไฟที่กำลังแผดเผา จากนั้นเขาก็เดินมาหยุดหน้าสตรีอีกสองคนที่ถูกใจเขา
มู่หรงเคออวี่หันไปมองลี่หมัวมัว จากนั้นก็พยักหน้าลี่หมัวมัวจึงเอ่ยกับผู้ดูแลหญิงทั้งสอง
“เพียงสามคนเท่านั้นที่ถูกใจท่านอ๋อง นอกนั้นส่งกลับไปเสีย”
หนึ่งในสามนั้นย่อมมีเซียวหนานอยู่ด้วย บัดนี้สตรีทั้งสามกำลังช้อนเต้านมของตนเองขึ้นมาตามคำสั่งของลี่หมัวมัว
“คลึงหัวนมของพวกเจ้าให้ท่านอ๋องดู”
เซียวหนานใช้หัวแม่มือคลึงวนหัวนมของตนเองเบา ๆ เพียงพริบตานางก็บังเกิดอาการเสียวซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ลี่หมัวมัวเอ่ยว่า
“ท่านอ๋อง นางผู้นี้ความรู้สึกไวที่สุดเจ้าค่ะ ท่านอ๋องชอบสตรีหน้าอกใหญ่ราวภูเขาหัวนมมีสีชมพูอมแดงสวย คงจะถูกใจนางที่สุดใช่หรือไม่เพคะ”
มู่หรงเคออวี่หัวเราะพึงพอใจ
“ลี่หมัวมัวเข้าใจข้าที่สุดแล้ว”
จากนั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยต่อ
“นางผู้นี้ด้วยเพคะ มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ความรู้สึกไวเพียงนี้”
“เช่นนั้นก็เลือกนางทั้งสอง”
สตรีอีกนางหนึ่งถูกพาออกไปแล้ว เซียวหนานไม่รู้ว่าสตรีพวกนั้นจะมีชะตากรรมอย่างไรต่อไป เพราะสาวงามที่ไม่ถูกท่านอ๋องคัดเลือกจะถูกส่งต่อไปยังเรือนของขุนนางชั้นต่ำรองลงไป กระทั่งท้ายที่สุดเมื่อไม่ผ่านการคัดเลือกจริง ๆ จะถูกนำไปอยู่ในโรงปลดปล่อยของเหล่าทหาร
การคัดเลือกยังไม่สิ้นสุด ทว่านางเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่กึ่งกลางร่างกายของมู่หรงเคออวี่ดันเนื้อผ้าออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาสวมกางเกงผืนบางเพียงชั้นเดียว ขนาดของเขาที่ดันเนื้อผ้าออกมานั้นทำให้เซียวหนานถึงกับตกตะลึง นับว่าใหญ่กว่าแท่งหยกและของที่นางเคยเห็นจากชายอื่นมามากนัก
“บอกชื่อของพวกเจ้ามา”
เซียวหนานเอ่ยก่อน
“ทูลท่านอ๋องข้าน้อยมีนามว่าเซียวหนาน ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีแล้ว บิดามารดาตายจากไปตั้งแต่ยังเด็ก จึงถูกเลี้ยงดูโดยราชสำนักเพื่อมาเป็นสาวงามโดยเฉพาะ”
นางมิได้โกหกบิดามารดาของนางเป็นผู้ใดไม่เคยได้รู้ เพราะนางถูกเลี้ยงดูมาโดยองค์กรลับนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนหน้าที่ของเหล่านกกระจอกเช่นนางก็คือการเป็นสาวงามหาข่าวของคน
ส่วนอีกนางหนึ่งเอ่ยต่อ
“ข้าน้อยมีนามว่าจือจือเพคะ ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีเช่นกัน มารดาขายข้าน้อยมาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะมองว่าหน้าตาพอใช้ได้ให้แก่ราชสำนัก ถูกฝึกฝนมาเพื่อเป็นสาวงามรับใช้”
หลังแนะนำตัวเองเสร็จ ลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า
“พวกเจ้าสองคนนับว่าเป็นสาวงามที่มีรูปร่างเพียบพร้อม ท่านอ๋องพึงพอใจมากบัดนี้เหลือขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เด็ก ๆ นำเก้าอี้และฉากกั้นมา”
พวกนางสองคนถูกแยกให้ออกห่างจากกัน จากนั้นฉากกั้นก็ถูกเลื่อนมากางกั้นระหว่างคนทั้งสอง มู่หรงเคออวี่เลือกที่จะสำรวจเซียวหนานก่อน
ลี่หมัวมัวยืนอยู่ตรงกลางระหว่างฉากกั้น นางจึงสามารถมองเห็นสตรีที่ผ่านการคัดเลือกได้ทั้งสองคน
“กฎข้อห้ามก็คือ พวกเจ้าห้ามแตะต้องพระวรกายของท่านอ๋องแม้แต่ปลายนิ้ว มีเพียงท่านอ๋องที่สามารถสัมผัสพวกเจ้าได้ หากทำผิดกฎคือตายสถานเดียว”
“เจ้าค่ะ”
สตรีทั้งสองรับคำหนักแน่น จากนั้นลี่หมัวมัวก็สั่งให้พวกนางนั่งลงที่เก้าอี้ ลี่หมัวมัวหันมาสั่งเซียวหนานเป็นคนแรก
“เซียวหนานถลกกระโปรงของเจ้าขึ้นมาไว้ที่เอวแล้วแยกขาออก ยกขาพาดกับเก้าอี้เอาไว้ เพื่อให้ท่านอ๋องตรวจสอบ”
เซียวหนานทำตามอย่างว่าง่าย ถึงจะถูกฝึกมาไม่น้อยแต่ทว่านางก็ใบหน้าของนางก็ยังแดงซ่าน นี่คือครั้งแรกที่นางเปิดเผยตัวตนของตนเองให้บุรุษผู้หนึ่งเห็น
มู่หรงเคออวี่เดินเข้ามาใกล้นาง สายตาของเขาย่อมจับจ้องที่เนินเนื้อและร่างกายขาวผ่องงดงามของเซียวหนาน
ในเวลานี้เซียวหนานได้ยินเสียงหายใจของมู่หรงเคออวี่แรงขึ้น อีกทั้งเขายังแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก สายตาเริ่มจากการสำรวจกลีบพูของเซียวหนานไม่วางตา
เพียงเห็นท่าทางและสายตาของเขาเช่นนั้น เซียวหนานก็บังเกิดอาการอยากยั่วเย้าขึ้นมา มือเรียวของนางขยับลงมาด้านล่างจากนั้นก็ใช้สองมือแยกพูกลีบเนินสวาทที่อวบอูมออกจากกันเผยให้เห็นร่องรักและเม็ดเสียวสีแดงสดของนางได้อย่างชัดเจน
“งามมากเม็ดของเจ้าช่างงามมาก เจ้าทำเอาข้าตกตะลึงแล้ว”
มู่หรงเคออวี่ถึงกับเลียริมฝีปากไม่หยุด คนผู้นี้หมกมุ่นในกามารมณ์ในเวลาที่เขาเอ่ยคำนี้ก็ลูบแท่งเนื้อแข็งของตนเองเบา ๆ กลิ่นสุราคละคลุ้งอยู่รอบ ๆ กายของเขา ผสมกับกลิ่นกำยานหอมเย็นสดชื่นให้ความรู้สึกแปลกประหลาดและทำให้นางคล้ายล่องลอยอยู่ในความฝัน
กลิ่นนี้ไม่ธรรมดา เหมือนเป็นกลิ่นกระตุ้นกำหนัดคนให้ลืมเลือนตัวตนของตนเองไป
บัดนี้ เขาก้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ จมูกแทบจะชิดกับเนินเพศสีสวย สูดลมหายใจเข้าลึกกระทั่งได้กลิ่นหอมหวานของหญิงงามลอยเข้ามาแตะจมูก
เขาเป่าลมร้อนใส่เนินเพศของนาง จากนั้นใช้นิ้วเรียวเขี่ยที่เม็ดเสียวเบา ๆ พร้อมกับพูดว่า
“กลีบทั้งสองของเจ้าสมบูรณ์แบบมาก อ้าขาออกกว้างกว่านี้ ใช่เช่นนี้ถูกต้อง ทำได้ดีมาก”
ท่าทางของเขาดูพออกพอใจเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็เลื่อนใบหน้าขึ้นมาหยุดที่หัวนมสีชมพูของนาง มองผ่านเนื้อผ้าขาวผืนบางเข้าไปด้านใน
“นมของเจ้าใหญ่มาก”
พูดพลางใช้มือสองข้างช้อนเต้านมของนางขึ้นมาแล้วใช้หัวนิ้วมือปัดผ่านเบา ๆ หญิงสาวเสียวซ่านจนกระทั่งสูดลมหายใจเข้าออกแรงขึ้น
“เสียแล้วหรือ เพียงข้าปัดเบา ๆ”
นางครางแผ่วแทนคำตอบ
“อื้ออออ”
นางจะไม่เสียวได้อย่างไร เมื่อสักครู่เขาเขี่ยเม็ดของนาง ตอนนี้ยังมาจับและเขี่ยหัวนมอีก ร่างกายเกิดอาการร้อนขึ้นมาใบหน้ากลายเป็นสีแดงจัดทันใด
ชายหนุ่มใช้มือเกี่ยวเสื้อผืนบางออกจากร่างของหญิงสาว จากนั้นก็ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ
“นมของเจ้าทั้งขาว ทั้งใหญ่ หัวนมสวยป้านหัวนมก็น่ารัก ท่าทางว่าหากได้กินคงจะหวานไม่น้อย”
นางแอ่นหน้าอกให้เขา
“แล้วไยไม่ลองทดสอบเล่าเพคะ จะได้รู้ว่าหวานหรือไม่”
“หึ หึ เจ้าช่างกล้านัก ดูสิ เพียงแค่ข้าเป่าลมใส่หัวนมก็แข็งตั้งแล้ว”
แผล่บ แผล่บ!
เขาแลบลิ้นออกมาเลียจริง ๆ ในคราแรกคล้ายจะชิมแต่ดูเหมือนชิมแล้วจะติดใจ บัดนี้จึงก้มลงไปดูดหัวนมของนางแรง ๆ ตวัดลิ้นเลียหนัก ๆ แล้วดูดสลับกันทั้งสองข้าง
“ซี้ด ทรงดูดนมเก่งเหลือเกินเพคะ”
เขาถอนริมฝีปากออกมาเอ่ยกระเส่า
“เจ้าเองก็ยั่วเก่งเหลือเกิน”
หลังจากกินนมอย่างอร่อยไปแล้ว ครานี้มู่หรงเคออวี่ขยับลงมาด้านล่าง พร้อมกับคุกเข่าอยู่ด้านหน้านาง
“ครานี้ข้าจะสำรวจตรงนี้อีกครั้ง”
ฟึ่บ!
เซียวหนานสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกว่าบัดนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่นุ่มและอุ่นร้อนกำลังนาบลงมาที่ติ่งสีหวานของนาง ลิ้นของมู่หรงเคออวี่ตัวเลียไปทั่วความฉ่ำเยิ้มบนเนินเนื้อของนาง
“ซี้ดด อา...”
บัดนี้เซียวหนานเปล่งเสียงครางแผ่วออกมาด้วยความรู้สึกเสียวซ่านร้อนแรง ใบหน้าของเขายิ่งฟุบเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น และนางก็เด้งสะโพกเข้าหาปากและลิ้นของเขาด้วยความไร้ยางอาย นางแทบอยากจับศีรษะของเขากดเข้ามาให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ทว่าคำสั่งห้ามแตะต้องร่างกายของท่านอ๋องยังคงก้องอยู่ในหัว
หากนางทำ นางต้องถูกตัดมือทิ้ง!
ดังนั้นถึงแม้ว่าจะอยากเพียงใดนางก็ได้แต่ต้องอดทนเอาไว้จนถึงที่สุด หญิงสาวเด้งสะโพกเข้าไปใกล้ปากเขามากขึ้นและลิ้นของมู่หรงเคออวี่ก็ตวัดเลียไปรอบ ๆ กระทั่งเลียไปยังรูหลังของนาง
นี่คือครั้งแรกที่นางถูกสัมผัสด้วยลิ้นของบุรุษเช่นนี้ ความร้อนแรงที่เขามอบให้ทำให้เซียวหนานติดใจยิ่งนัก เขาช่างเก่งกาจยิ่ง
เขาขยับลิ้นนาบเลียเน้น ๆ ไปที่กลีบหวาน จากนั้นก็ใช้นิ้วแยงเข้าไปในรูที่ชุ่มฉ่ำของนาง
“ซี้ดดดด ท่านอ๋องเจ้าขา อา...ข้าเสียว อา...ดียิ่งนัก”
“ร่องของเจ้าตอดเก่งยิ่งนัก ดูสิเม็ดของเจ้าก็บวมเป่งสั่นระริก ยิ่งตอนที่ข้าใช้ฟันขบขยี้เช่นนี้เจ้าก็ยิ่งตอบสนอง อา...ดูดนิ้วข้าจนขยับไม่ได้แล้ว”
“ท่านอ๋อง อื้อ...ท่านดูดเม็ดแรงยิ่งนัก ข้า......ซี้ดดดท่านอ๋องเพคะ เสียวเหลือเกิน”
เซียวหนานร้องออกมาพร้อมกับแอ่นสะโพกขึ้นส่งผลให้เม็ดเสียวเด้งถูกนิ้วของเขามากยิ่งขึ้น มู่หรงเคออวี่ขยับนิ้วแล้วขยี้แรง ๆ
“อา...ท่านอ๋อง...บี้เม็ดของหม่อมฉันแรงเช่นนี้หม่อมฉัน...เสียวเพคะ ซี้ดดด”
มู่หรงเคออวี่พอใจมาก เขาดูดเม็ดเสียวของนางแรงขึ้นและดันนิ้วเข้าไปด้านในซอยเข้าไปในร่องหวานถี่ ๆ
“อา...ซี้ดดดด อื้อออ”
เขาดูดเม็ดแรงขึ้นและซอยนิ้วหนัก ๆ แต่ก่อนที่นางจะแตกคามือของเขาเซียวหนานก็พลันดึงมือออกคล้ายจะแกล้งคน
นางหอบหายใจแรงมองเขาดวงตาหยาดเยิ้ม ทั้งกัดปากเบา ๆ
“ท่านอ๋องเพคะ...ทรงจะหยุดแล้วหรือ”
“ทำไมหรือ เจ้าอยากเสร็จหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าถูกใจข้ายิ่งนัก ข้าต้องการสตรีที่ตอบสนองเช่นเจ้า”
เซียวหนานเอ่ยเสียงหวาน
“ท่านอ๋องเพียงข้าน้อยเห็นท่าน ข้าก็ถูกชะตาราวกับว่ารู้จักกันมาเนิ่นนานแล้ว ปกติข้าน้อยไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน ท่านอ๋องข้าน้อยขอเอ่ยตามตรงบัดนี้ข้าน้อยรู้สึกต้องการและทรมานแล้ว ท่านอ๋องท่านดูหัวนมข้าน้อยสิเพคะ ตั้งแข็งเพียงนี้แล้ว แล้วน้ำของข้าก็หยาดเยิ้มเพียงนี้แล้ว”
หญิงสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับบีบบี้หัวนมของตนเอง ร่อนเอวส่ายสะโพกเรียกร้องให้เขาเข้าใจ
“ท่านอ๋องเพคะ ให้เซียวหนานได้ปรนนิบัติท่านนะเพคะ”
ทั้งเสียงที่อ่อนหวานและภาพที่เซียวหนานอ้าขา คลึงหัวนมของตนเองเช่นนี้ กำลังยั่วราคะของเขาอย่างรุนแรงทำให้เขาอดใจไม่ไหวแล้ว
“จะแตกแล้วหรือ....ฮ่า ๆ ๆ สตรีร่านเช่นเจ้า...อืม...เช่นนี้ก็สอบผ่านแล้ว”
เขาดันนิ้วเข้าไปในรูหวานอีกครา พร้อมกับใช้นิ้วจิ้มขยี้ที่ตรงเม็ดเสียว ก่อนจะดึงนิ้วออกอย่างรวดเร็ว เพราะอยากให้นางทรมานด้วยความรู้สึกคั่งค้าง
“ต่อไป ให้เจ้าคิดถึงข้า คิดถึงลิ้นข้า นิ้วของข้า และแท่งหยกของข้า...”
ในตอนที่เอ่ยถึงแท่งหยก เขาจับมือของนางมาแล้วลูบแท่งเนื้อใหญ่ที่แข็งตั้งชี้หน้านางจากใต้ร่มกางเกงเบา ๆ
เพียงได้แตะต้อง ขนาดของมันก็ทำให้นางตกตะลึงพรึงเพริด
“เป็นอย่างไรเล่า ตกใจหรือ เจ้าชอบของใหญ่หรือไม่”
นางรีบพยักหน้า
“เพคะ ไม่ว่าสิ่งใดที่เป็นของท่านอ๋องหม่อมฉันล้วนชอบ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สตรีนางนี้ช่างร่านยิ่งนัก ดีผู้หญิงร่านเหมาะกับคนเจ้าสำราญเช่นข้า”
ในเวลานั้นลี่หมัวมัวก็เอ่ยว่า
“ท่านอ๋องเพคะ สตรีอีกนางหนึ่งยังคงรอท่านอ๋องอยู่นะเพคะ”
มู่หรงเคออวี่หัวเราะในลำคอ เขาแนบปากตวัดลิ้นเลียเนินเพศของเซียวหนานเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเอ่ยว่า
“ใช่ ข้ายังมีอีกคนที่ต้องสำรวจ ส่วนเจ้านับว่าสอบผ่านแล้วลี่หมัวมัว พานางไปเถิด”
“เพคะท่านอ๋อง”