ตอน 1

ยั่วรักสามีฝรั่ง

ผู้เขียน : วรนิษฐา

จัดทำ : สิงหาคม 2564

จำนวนหน้า : 160 หน้า

บรรณาธิการ : วรนิษฐา

ออกแบบปก : Kirakorn Design ออกแบบปก จัดหน้านิยาย

พิสูจน์อักษร : ศิรัญญา

E-Mail : Mindnui@gmail.com

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้

รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าในรูปแบบหรือวิธีการใดๆ ในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

ตอน 2

รถมินิคูเปอร์สีขาว แล่นมาจอดริมรั้วหน้าตึกยุโรปทรงสวย ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ห้า ตึกแห่งนี้อยู่ท่ามกลางตึกสมัยใหม่ที่ตั้งตระหง่านขนาบทั้งซ้ายขวา

เมื่อจอดรถเสร็จ ร่างเล็กๆ ก็ก้าวลงมาจากรถ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวมองตึกยุโรปผ่านแว่นกันแดดสีดำ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดมารดาถึงอยากได้ตึกตรงหน้านี้นัก ถึงขั้นกำชับให้เธอซื้อต่อจากเจ้าของเดิมให้ได้ แถมยังขู่อีกว่าหากเธอทำไม่สำเร็จจะตัดออกจากกองมรดก

เพราะห่วงมรดก เอ้ย! ห่วงมารดา ทำให้ บัวบูชา นิธิหิรัญ สาวร่างเล็ก ผิวสีแทนต้องมายืนอยู่ที่นี่ ในเวลาเที่ยงตรงพอดิบพอดี เวลาที่แดดแสนจะร้อน อย่างกับยืนอยู่กลางทะเลทรายซาฮาร่า

“เฮ้อ!” คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาหนักๆ นั่นเพราะมาที่นี่กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ไม่เคยเจอเจ้าของบ้าน หรือใครให้เธอติดต่อซื้อบ้านได้เลย

“สงสัยจะถูกตัดออกจากกองมรดกก็งานนี้ล่ะ แม่จ๋า ลูกพยายามแล้วนะแม่” บัวบูชาเอ่ยไปก็ชะเง้อชะแง้มองเข้าไปภายในตึก แล้วเดินคอตกกลับไปยังรถ

จังหวะที่กำลัง เอื้อมมือไปสตาร์ทเครื่องยนต์ สายตาก็มองเห็นรถเก่าๆ คันหนึ่งแล่นไปจอดยังหน้าประตูทางเข้าตึก ก่อนที่คนขับรถจะก้าวลงมาแล้วเอาป้ายประกาศขายบ้านไปแขวน นั่นทำ ให้บัวบูชาถึงกับกรีดร้องอย่างเสียสติ

“ในที่สุด ฟ้าก็เมตตาฉัน กรี๊ด” เอ่ยจบก็รีบเปิดประตูแล้วก้าวยาวๆ ตรงไปหาคนดังกล่าว ที่ลักษณะภายนอกบ่งบอกว่าน่าจะอายุอานามเกือบๆ หกสิบเข้าไปแล้ว

“ฉันขอซื้อตึกหลังนี้ค่ะ” บัวบูชาเอ่ยอย่างมั่นใจ ก่อนจะคว้าป้ายประกาศขายบ้านไปกอดไว้ทันที นั่นเพราะกลัวว่าหากยังเอาป้ายมาแขวนไว้ จะมีคู่แข่งมาแย่งซื้อบ้านกับเธอ

นิคมมองหน้าหญิงสาวคนข้างๆ อย่างงุนงง วันนี้เขาแวะมาแขวนป้ายประกาศขายบ้าน ตามคำสั่งของเจ้านายคนใหม่ที่ได้บ้านหลังนี้จากมรดกตกทอด แต่กลับเลือกที่จะขายอย่างไม่ใยดี

“ราคาแพงเอาเรื่องอยู่นะครับ” ที่เอ่ยออกไปแบบนี้นั่นเพราะนิคมรู้ราคาขายบ้านหลังนี้มาคร่าวๆ เขาในฐานะทนายส่วนตัว แม้ต้องทำตามคำสั่งผู้เป็นนาย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้าจะมีเงินซื้อบ้านหลังนี้ได้ด้วยหรือ

“แพงก็จะสู้ค่ะ ฉันบัวบูชา นี่ค่ะนามบัตรฉัน” เอ่ยจบก็ยื่นนามบัตรให้นิคมไป เขารับนามบัตรมาจากเธอ ก่อนจะหยิบนามบัตรตัวเองออกมายื่นกลับไปบ้าง

“ผมนิคมครับ เป็นทนาย”

“ว่าแต่ฉันคุยเรื่องนี้กับคุณได้เลยไหมคะ” เรื่องนี้คือเรื่องซื้อขายตึกยุโรปแสนสวยตรงหน้า นั่นเพราะบัวบูชาอยากจัดการให้เสร็จก่อนจะถึงวันเกิดของมารดา

“คุยได้แค่คร่าวๆ ครับ ส่วนคนที่จะตกลงขายหรือไม่ขายคือเจ้านายผมอีกที” นิคมส่ายหน้าให้กับความใจร้อนของคนตรงหน้า

“งั้นฉันจะติดต่อเจ้านายคุณนิคมได้ยังไงคะ”

“อาทิตย์หน้าเจ้านายผมก็จะมาเมืองไทย ไว้ถึงตอนนั้นผมจะนัดหมายวันให้คุณบัวบูชาเข้าไปคุยรายละเอียดกับท่านอีกที”

“ขอบคุณมากค่ะ” บัวบูชายิ้มกว้างอย่างปิดความดีใจไม่อยู่จริงๆ นั่นเพราะตั้งแต่ได้รับคำสั่งจากมารดาเธอก็แวะเวียนมาตึกนี้บ่อยมาก บ่อยจนเก็บเอาไปฝันก็เคยมาแล้ว

“ด้วยความยินดีครับ” นิคมเอ่ยรับแค่นั้นก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้าย บัวบูชายิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี นั่งร้องเพลงมาตลอดทางกลับคอนโดมิเนียม

ก่อนจะปรับโหมดเข้าสู่ความเงียบขรึม เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ตั้งไว้ว่าเป็นสายมาจากมารดา ก่อนจะกดรับก็กระแอมสองสามครั้ง

“ว่าไงคะแม่จ๋า”

“เรื่องซื้อตึกหลังนั้นไปถึงไหนแล้วบัว” ทันทีที่บุตรสาวคนเดียวรับสาย บัวฟ้าก็ถามถึงความคืบหน้าของการซื้อตึกยุโรปหลังนั้นทันที

“หูย… น่าน้อยใจ แม่จ๋าโทร มาก็ถามถึงแต่ตึกนั่น ไม่ถามถึงลูกบ้างเหรอว่ากินข้าว กินน้ำหรือยัง อากาศร้อนมั้ย น้ำหนักขึ้นบ้างหรือเปล่า”

“ไม่ถาม เพราะถ้าเราไม่สบาย คงไม่พูดจ้อเป็นต่อยหอยใส่แม่แบบนี้หรอก สรุปว่ายังไง ติดต่อขอซื้อตึกได้หรือยัง” คำพูดของมารดา ทำเอาบัวบูชาแสร้งส่งเสียงสะอื้นให้ปลายสายได้ยิน แต่ดูเหมือนมุกนี้จะใช้ไม่ได้ผล เพราะมารดาเธอไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กลับมา ส่งผลให้บัวบูชาต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยนท่าทีเสียเอง

“ยังเลยค่ะ”

“เฮ้อ! ยังอีกเหรอ”

“แม่จ๋า บัวขอถามอะไรหน่อยสิ ทำไมแม่ถึงอยากได้ตึกนั่นจัง มีความหลังอะไรหรือเปล่าคะ”

“ซื้อมาให้ได้ก่อน แล้วแม่จะเล่าให้ฟัง” บัวฟ้าบ่ายเบี่ยง ทำเอาคนฟังแทบไปไม่เป็น แต่ก็ยิ่งกระตุ้นให้เธอต้องซื้อตึกนั่นมาให้จงได้ ไม่ได้กลัวว่าหากทำไม่ได้จะถูกตัดออกจากกองมรดก แต่อยากรู้มากกว่าว่ามารดามีความหลังฝังใจอะไรกับตึกนั้น

“หงะ”

“อ้อ… ลืมไป ถ้าซื้อไม่ได้ ก็เตรียมตัวตกกระป๋องซะนะ แม่จะยกมรดกทั้งหมดให้การกุศล”

“แม่อ่ะ” น้ำเสียงงอนๆ ที่ดังมาตามสายทำให้คนฟังอดที่จะยิ้มไม่ได้ ป่านนี้คงทำให้บัวบูชาเครียดอย่างถึงที่สุด แต่ให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอไม่มีทางอื่นนอกเสียจากวิธีนี้ หวังว่าบัวบูชาจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง

“ว่างๆ ก็ขึ้นมาเยี่ยมแม่กับพ่อบ้าง ปล่อยให้สองตายายอยู่กันเหงาๆ มันบาปนะรู้ตัวไหม”

“ก็กำลังหาเวลาว่างอยู่ค่ะ” ใช่ว่าบัวบูชาไม่อยากขึ้นไปเยี่ยมแม่พ่อที่เชียงราย แต่เพราะงานมันรัดตัวเหลือเกิน ก็ใครกันล่ะที่โอนทุกอย่างให้เธอดูแลตั้งแต่เรียนจบ แล้วพากันหนีขึ้นไปอยู่เชียงรายปลูกไร่ชา กระหนุงกระหนิงกันสองคน ทิ้งให้เธอซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวที่แสนจะบอบบาง เผชิญความเหงาอยู่ที่กรุงเทพฯ

“ไม่ต้องมาตอบอ้อมๆ แอ้มๆ โตจนป่านนี้แล้ว เมื่อไหร่จะแต่งงานเสียที คนอื่นเขาแต่งงานจนมีลูกเข้าอนุบาลแล้วนะบัว”

“แม่จ๋าสัญญาณไม่ดีเลย แม่จ๋าได้ยินบัวมั้ย แม่จ๋า จ๋าๆๆๆ” บัวบูชาแกล้งยื่นโทรศัพท์ออกห่าง พร้อมกับพูดคำว่าจ๋ายาวเป็นหางว่าว จากนั้นก็กดตัดสายไปแล้วยกมือขอโทษมารดา นั่นเพราะไม่อยากคุยเรื่องแต่งงานอะไรนั่นอีก คุยทีไร ไมเกรนขึ้นทุกที

ไหนจะเรื่องซื้อตึกให้ได้ ถ้าไม่ได้นี่เธอถูกตัดออกจากกองมรดกแน่ๆ เพราะมารดาพูดคำไหนคำนั้นมาตลอด ไหนจะเรื่องแต่งงาน

‘โอ๊ย! ชีวิต ทำไมมันอีรุงตุงนังแบบนี้ หนีไปบวชชีซะดีไหมเนี่ย งื้อออ’

ตอน 3

“มีคนสนใจตึกนั่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเป็นภาษาไทยอย่างฉะฉานผ่านโทรศัพท์ นั่นเพราะเขาพึ่งให้ทนายส่วนตัวซึ่งเป็นคนไทยและยังเป็นญาติห่างๆ ติดประกาศขายตึกเก่าๆ ของมารดาไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่กลับมีคนสนใจที่จะซื้อเร็วเกินคาด

“ใช่ครับ คุณเซดริกสะดวกให้ผมนัดเธอมาคุยรายละเอียดตอนที่มาเมืองไทยเลยไหม”

“ได้สิ นัดวันมาได้เลย” เซดริก ไคลน์ เอ่ยรับ เขาคือเจ้าของตึกยุโปรหลังนั้น แต่เพราะตัวตึกทรุดโทรมและล้าสมัยในสายตาเขา เขาเลยไม่อยากเก็บอาคารเก่าๆ ไว้อีก จึงประกาศขายเพื่อนำเงินไปสร้างรีสอร์ตสวยๆ ติดชายหาดแทน

“ครับ” นิคมเอ่ยรับ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นญาติกัน แต่เขากับครอบครัวเซดริกก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมายนัก ก่อนจะหวนนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มลูกครึ่งไทย – อิตาลี ที่ตนกำลังคุยสายอยู่ด้วย แถมยังมีดีกรีเป็นถึงนายแบบชื่อดัง เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของจันทร์ฉาย ญาติห่างๆ ฝั่งมารดาของเขา

เมื่อไม่มีธุระอะไรอื่นต้องคุยต่อ ทั้งคู่จึงวางสายจากกัน เซดริคที่ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่น กำลังนอนแช่ออนเซ็นอย่างสบายอกสบายใจ อาชีพนายแบบอย่างเขา แม้จะต้องเดินทางไปที่นั่นที่นี่บ่อยๆ เพื่อทำงาน แต่มันก็คุ้มที่จะเดินทาง เพราะแต่ละสถานที่นั้นพิเศษเฉพาะตัวจริงๆ

วิวตรงหน้าเซดริคตอนนี้คือภูเขาไฟฟูจิ ที่มองยังไงก็ไม่เคยเบื่อ เขาหลับตาผ่อนคลาย ปล่อยให้สมองคิดเรื่องนั้น เรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะที่ปากหยักจะผุดรอยยิ้มขึ้นมาจนเห็นลักยิ้มบนแก้มเมื่อนึกถึงเรื่องในวัยเด็ก

“ไอ้เด็กหัวทอง ไอ้เด็กหัวทอง” แม้สีผมบนศีรษะของคนถูกเรียกกว่า ‘เด็กหัวทอง’ จะออกสีน้ำตาลเหลือบบลอนด์นิดๆ แต่เด็กชายก็ยังคงถูกเรียกว่าแบบนั้น

“หลีกไป” ภาพเด็กชายเซดริคอายุแปดขวบที่พึ่งบินมาเยี่ยมครอบครัวมารดาที่เมืองไทย และออกมาวิ่งเล่นตามประสาเด็กที่อยากรู้อยากเห็นกำลังถูกแก๊งหัวเกรียนเจ้าถิ่นรังแก พูดจาร้ายๆ ใส่จนทำตัวไม่ถูก หลบไปทางไหนก็ถูกขวางจนหลังพิงกำแพง

เกิดมาจนอายุเจ็ดขวบ เซดริคไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร เขาไม่รู้วิธีการเอาตัวรอดจากการถูกรังแก นั่นยิ่งทำให้แก๊งเด็กหัวเกรียนที่มีสมาชิกสี่คนซึ่งรุมล้อมอยู่รอบๆ ตัวเซดริค สนุกสนานกับการได้แกล้งเด็กชายลูกครึ่ง นัยน์ตาสีเขียวเข้ม หน้าตาก็หล่อ หล่อจนชวนให้หมั่นไส้

“ไม่หลีก ไอ้เด็กดอย ไอ้ฝรั่งขี้นก” แม้จะฟังไม่เข้าใจ แต่จากแววตาและท่าทางที่แสดงออก เซดริครู้ว่าคงไม่ใช่คำชมเป็นแน่

“เราบอกให้พวกนายหลีกไป”

“ไม่หลีก มีอะไรมั้ย” เอ่ยจบเด็กชายคนที่ตัวโตสุดก็ผลักไหล่ของเซดริคเสียเต็มแรง นั่นทำให้เด็กชายลูกครึ่งหน้าหล่อล้มไปนั่งกองกับพื้น

“ไอ้ฝรั่งพูดไทยได้ด้วยแบบนี้ มันจะไปฟ้องแม่ๆ เราหรือเปล่า” เด็กชายคนหนึ่งเอ่ยถาม นั่นเพราะไม่คิดว่าเซดริคจะพูดและฟังภาษาไทยออก

“ถ้าเอ็งไปฟ้องแม่ๆ พวกข้า เอ็งโดนแบบนี้แน่” เอ่ยจบ เด็กชายตัวโตสุดและอาจเป็นหัวหน้าแก๊งหัวเกรียนก็ทำท่าจะต่อยเซดริค แต่ต้องหยุดเมื่อมีอะไรกระแทกเข้าที่แผ่นหลัง

“โอ๊ย! ใครว่ะ”

“เราเอง” คนที่เอ่ยตอบเสียงห้วนๆ คือเด็กหญิงตัวเล็กผิวออกจะคล้ำหน่อย มัดผมแกละ เธอสวมชุดกระโปรงสวยน่ารัก แต่กลับใส่กางเกงวอร์มขายาวไว้อีกตัว ท่าทางเอาเรื่องไม่น้อย

“ยัยดำตับเป็ด”

“พูดไม่เพราะ เดี๋ยวเราก็ปาหินใส่หัวแตกเลย” ขณะที่เอ่ยเด็กหญิงก็ทำท่าจะปาก้อนหินในมือใส่คนที่ชอบพูดประโยคนี้ใส่เธอประจำ

“คิดว่าพวกข้ากลัวเหรอ”

“ไม่กลัวใช่มั้ย นี่แน่ะๆ” เด็กหญิงคนดังกล่าวไม่ทำแค่ขู่ เพราะตอนนี้เธอเริ่มหยิบหินในตระกร้าหน้ารถจักรยานออกมาปาใส่แก๊งหัวเกรียนไม่ยั้งมือ ทำให้แก๊งหัวเกรียนกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง นั่นเพราะพวกตนไม่อยากมีเรื่องกับหลานสาวเจ้าของหมู่บ้านนักหรอก เพราะมีเรื่องกันครั้งใดก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้ตลอด

เมื่อแก๊งหัวเกรียนพากันปั่นจักรยานออกไปแล้ว เด็กหญิงจึงเข้าไปดูคนที่เอาแต่นั่งกอดเข่ากับพื้น เมื่อกี้มันจังหวะชุลมุน ดีไม่ดีเธออาจปาก้อนหินพลาดถูกเด็กชายเข้าให้

“เป็นอะไรมั้ย”

“ไม่” เสียงห้วนๆ เอ่ยตอบ แม้ปากจะบอกว่าไม่ แต่น้ำเสียงก็เหมือนจะปนสะอื้นอยู่ นั่นทำให้เธอคว้าอะไรออกมาจากกระเป๋าชุดกระโปรงสวยๆ แล้วยื่นให้

“เอ้านี่ผ้าเช็ดหน้า”

“ไม่เอา” น้ำเสียงห้วนๆ ยังคงเอ่ยบอกเช่นเคย พร้อมกับปัดผ้าเช็ดหน้าจนหล่นไปจากมือของเด็กหญิง นั่นทำให้เธอเท้าสะเอวมองอย่างเอาเรื่อง

“ไม่เอาก็ตามใจนายสิ ไป” คำว่าไป ทำให้เซดริคเงยหน้าขึ้นมอง นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของเด็กหญิง ที่อาจหาญเข้ามาช่วยเขาจากแก๊งหัวเกรียนเมื่อครู่ ตัวก็เล็กแค่นี้ แต่ทำไมใจถึงใหญ่ กล้าสู้กับสี่คนนั่นได้ ส่วนเขาที่ตัวโต กว่าเธอกลับใจปลาซิว

“ไปไหน”

“ขึ้นซ้อนท้าย เดี๋ยวจะพาไปส่งบ้าน”

“เธอรู้เหรอว่าบ้านเราอยู่ไหน” เซดริคเอ่ยถามอย่างงุนงง

“ไม่รู้ แต่นายก็บอกทางเราได้นิ ไปเร็วเข้า เดี๋ยวพวกนั้นย้อนกลับมาอีก” เด็กหญิงเร่งเร้า นั่นเพราะไม่อยากให้คู่กรณีหวนกลับมา

“ไปก็ไป” เอ่ยจบก็ลุกขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายจักรยานสีชมพูหวาน ก่อนที่เด็กหญิงจะออกแรงปั่นจนแก้มป่อง ปั่นเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาตามคำบอกของคนซ้อน ไม่นานก็มาจอดยังบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ห่างจากซอยบ้านของตัวเองพอสมควร

“ขอบใจนะ” เมื่อก้าวลงจากรถจักรยาน เสียงเล็กๆ ของเด็กชายก็เอ่ยบอก แววตาแสดงออกถึงความชื่นชมในตัวเด็กหญิงอยู่ไม่น้อย

“ไม่เป็นไร นี่บ้านนายเหรอ”

“เปล่า บ้านป้าเรา เธอชื่ออะไร”

“ไว้เจอกันครั้งหน้าเราจะบอก ไปก่อนนะ เย็นแล้ว เดี๋ยวแม่เราตามหา”

“อื้อ” เซดริคเอ่ยรับแค่นั้น แล้วยืนมองเด็กหญิงที่ตอนนี้กำลังปั่นจักรยานออกไปด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ผิดกับเขาที่ปั่นเจ้าสองล้อนั่นยังไม่เป็น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED