ในเวลานี้โรมราชันเริ่มวางแผน เพราะตั้งแต่ที่เขาให้อามิทเข้าไปจีบเพื่อนสนิทของเฌอรีน ซึ่งเพื่อนรักของเขาดันจีบติด จนกระทั่งแอบคบกันมาได้หลายเดือนแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะใช้รินลดาให้เป็นประโยชน์
“อามิทแน่ใจนะว่าเพื่อนของคุณจะไม่ทำให้เฌอรีนเสียหาย”
“ผมมีความลับเกี่ยวกับไอ้โรมจะบอกคุณแต่คุณห้ามบอกใคร แม้แต่คุณเฌอรีน”
“ความลับเหรอคะ”
“ใช่ครับ”
“บอกรินได้หรือยังคะ ความลับอะไรกันแน่ทำไมคุณดูจริงจังขนาดนั้น” หญิงสาวเริ่มแสดงสีหน้าและแววตาสงสัย
“อามิท! อยู่นี่เองกูตามหาตั้งนาน” มิลตันมาทันเวลาเขาได้พูดแทรกข้นทันที เขาจึงไม่มีโอกาสได้บอกหญิงสาวเรื่องอาชีพที่แท้จริงของโรมราชัน
“มีอะไรหรือเปล่ามิลตัน”
“ไอ้โรมเรียกไปพบ บอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย”
“รินนั่งรอผมไปก่อนนะครับ”
“ได้ค่ะ” เมื่อแฟนของเธอเดินออกไปจากห้องทำงาน ทำให้หญิงสาวแอบคิดไปไกล
“หรือว่าคุณโรมเป็นเกย์ แต่ไม่น่าใช่”
รินลดาเริ่มคิดไปต่าง ๆ นานา ทว่าคิดยังไงก็คิดไม่ตกสักที ครั้นจะบุ่มบ่ามเดินเข้าไปถามตรง ๆ ก็กลัวเสียมารยาท
“ตอนแรกตั้งใจจะมาเที่ยวให้ผ่อนคลาย สุดท้ายได้ผัวเป็นเจ้าของโฮสต์เสียเอง” รินลดานั่นบ่นพึมพำคนเดียว พลางนึกถึงใบหน้าของเพื่อนรักอย่างเฌอรีน ซึ่งกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถ้าหากเธอต้องแต่งงานกับผู้ชายอย่างนายธนภัทร
ทางด้านโรมราชันเขากำลังนั่งเครียดอยู่บนโต๊ะทำงาน ขณะที่ชั้นล่างกำลังครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลง ล้วนไปด้วยหญิงสาวมากหน้าหลายตา ซึ่งพวกหล่อนเต็มใจมาเป็นสายเปย์ให้กับหนุ่มหล่อ ที่พร้อมบริการทุกระดับประทับใจจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว
“มึงมีอะไรก็รีบพูดมารินอยู่ห้องคนเดียว”
“เมียมึงมาที่นี่ครั้งแรกรึไง ให้เธอรอไปก่อนกูมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” ใบหน้าและแววตาของโรมราชันดูจริงจัง เสียจนอีกฝ่ายถอนหายใจออกมาอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
“พวกมึงสองคนคุยกันไปก่อนนะ กูขอตัวไปดูแลความเรียบร้อยข้างล่างก่อน”
“อืม...” เมื่อมิลตันเดินออกไป ทำให้โรมราชันหันมาคุยกับอามิทอย่างจริงจัง
“กูไม่อยากให้เธอรู้เรื่องที่กูเป็นเจ้าของโฮสต์”
“ทำไมวะ!”
“กูอยากรู้ว่าเธอคิดยังไงกับผู้ชายอย่างพวกเรา”
“มึงต้องการอะไรจากเธอกันแน่”
“ความรัก” โรมราชันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ขึ้นชื่อว่าโกหก มึงก็ต้องกลายเป็นคนโกหกไปตลอด แล้วแบบนี้มึงยังคิดว่าคุณเฌอรีน เธอจะหาความจริงใจจากมึงได้อยู่อีกเหรอ”
“กูมีวิธีทำให้เธอได้เห็นถึงความจริงใจก็แล้วกัน ว่าแต่มึงเถอะพูดเรื่องนี้กับคุณรินหรือยัง”
“พูดไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคุณเฌอรีนเธอจะโอเคด้วยไหม”
“ผู้ชายอย่างนายธนภัทรขึ้นชื่อเรื่องเสือผู้หญิง ฉันเชื่อว่าคุณเฌอรีนไม่มีทางยอมตกลงปลงใจแต่งงานกับคนพรรค์นั้นหรอก”
“แต่ยอมเอาชีวิตเข้ามาพัวพันกับผู้ชายที่ทำงานอยู่ในบาร์โฮสต์เนี่ยนะ ทำไมฟังดูมันย้อนแย้งจังเลยวะ!” อามิทยังคงไม่ปักใจเชื่อ เรื่องที่โรมราชันจะทำให้เฌอรีนยอมจำนนต่อแผนการของเขาได้อย่างง่ายดาย
“มันไม่ยาก ถ้าหากคุณรินลดายอมตกลงที่จะช่วย”
“เมียกูจะเสียเพื่อนไหมวะ!”
“ไม่หรอกน่า... ยังไงคุณเฌอรีนก็ต้องการความช่วยเหลือจากกูอยู่แล้ว” ชายหนุ่มยังคงเชื่อมั่น เพราะเขาให้คนตามสืบเรื่องราวของเธอมาอย่างละเอียด ก่อนจะใช้รินลดาไปกระตุ้นความต้องการของเธอ
“อีกเรื่องที่กูหนักใจ ยัยซารังอะไรนั่นจะไม่ทำให้แผนแตกแน่นะ”ซารังคือผู้หญิงที่ตามติดชีวิตของโรมราชัน หล่อนตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเจอ อีกทั้งครอบครัวของหล่อนยังสนับสนุนอีกด้วย ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ชายตาแล เพราะเขาได้มอบหัวใจดวงน้อยให้กับสาวรุ่นพี่ไปจนไม่เหลือที่ว่างไว้สำหรับใครได้อีกแล้ว
“พันธะครั้งนี้ไม่ใช่แผนการลวงหลอก แต่มันคือพันธะสัญญาที่กูตั้งใจผูกมัดชีวิตไว้กับคุณเฌอรีนตลอดไป ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าคิดที่จะทำมันพัง” เขาพูดออกมาด้วยแววตามุ่งมั่น จนอามิทยอมใจมิอาจปฏิเสธความต้องการของเพื่อนรักได้
“หวังว่าเมียกูจะโน้มน้าวให้คุณเฌอรีนคล้อยตามได้ไม่ยาก”
“ฝากมึงด้วยแล้วกัน อีกไม่นานกูต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลแล้ว”
“ทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งอย่างมึง รวยเป็นหมื่นล้านทำไมต้องทำให้ชีวิตมันยุ่งยากด้วยวะ! กูไม่เข้าใจมึงเลยจริง ๆ” พูดจบอามิทได้เดินออกไปจากห้องด้วยท่าทีสงสัย เพราะโรมราชันไม่ค่อยชอบออกสื่อ ทำให้คนทั่วไปคิดว่าเขาทำงานเป็นผู้ชายขายน้ำอยู่ในบาร์โฮสต์
เมื่อท่านประธานเทวาซีกรุ๊ป ถูกเพื่อนรักลากเข้าบาร์โฮสต์ เธอเริ่มแสดงสีหน้าวิตกกังวลออกมา พลางเกิดความลังเลในสิ่งที่เพิ่งตัดสินใจลงไป
“กลับเถอะเสียภาพลักษณ์ฉันหมด” หญิงสาวพูดออกมาด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ เธอไม่น่าด่วนผลีผลามเข้ามาในสถานที่แบบนี้เลย ทำไมไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน
ถ้าหากมีภาพหลุดออกไปใครจะเชื่อถือ ซีอีโอสาวผู้ที่ไม่เคยมีข่าวฉาว แต่กลับมาตกม้าตายตอนอายุย่างเข้าเลยสี่ เพราะการโน้มน้าวของรินลดาบวกกับชายหนุ่มมีส่วนคล้ายกับคนที่เธอตามหา จึงทำให้หญิงสาวตอบตกลงอย่างไม่ลังเล พร้อมกับร่างสัญญามาเรียบร้อย
“ฉันจองห้องวีไอพีให้แกรับรองไม่มีนักข่าวคนไหนหาเจอ”
“ฮ๋า... จองห้องเลยเหรอ”
“ก็ฉันจองห้องให้แกสร้างข้อตกลงกับเขาไง คิดอะไรเปล่าเนี่ย”
“คิดดีได้ไหมล่ะ แล้วใครให้แกจองห้องให้ฉัน ชิ!”
“ผู้ชายจากโฮสต์ต้องการแค่เงิน ในเมื่อแกมีเงินก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์สิ สัญญาที่ร่างเอาไว้ได้เอามาด้วยหรือเปล่า”
“คือฉัน...”
“พรุ่งนี้แกต้องหาผู้ชายไปแสดงเป็นแฟนต่อหน้าคุณย่าแล้วนะ นาทีนี้จะไปหาที่ไหนทันล่ะหรือแกอยากแต่งงานกับคุณธนภัทร”
“ผู้ชายที่มีทัศนคติแย่ ๆ แบบนั้น อยู่ด้วยแล้วชีวิตฉันคงเต็มไปด้วยพลังงานเชิงบวกด้านลบ”
“ผู้ชายที่นี่แกสามารถควบคุมได้ แค่มีเงินจ่ายแกเปย์ไหวไหมล่ะเฌอรีน” รินลดาพยายามโน้มน้าวให้เพื่อนรักคล้อยตาม เพราะหล่อนได้ตกปากรับคำโรมราชันไว้แล้ว
ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจเดินเข้ามาในห้องที่รินลดาจองไว้ให้ ซึ่งทำเอาเฌอรีนใจเต้นไม่เบา เพราะโฮสต์คนนี้ช่างหล่อเหลาเอาการน่าดู เธอยังแอบเสียดายที่เขาเอาอนาคตมาฝากไว้กับงานบริการ ซึ่งรายได้อาจจะดีแต่มันไม่มั่นคง ภายในใจลึก ๆ ก็แอบรู้สึกดี ที่ชายหนุ่มคือคนที่เธอเฝ้ารอคอยอยากเจอมาหลายปี
/////////
“สวัสดีครับผมชื่อโรมราชัน คุณอาจจะเรียกผมสั้น ๆ ว่าโรมเฉย ๆ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขาพูดพลางยื่นมือออกไปทักทาย ทว่าหญิงสาวกลับแสดงอำนาจเหนือกว่า ประหนึ่งอยากประกาศให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง ที่เขาคิดจะฉวยโอกาสได้ง่าย ๆ
“ดูจากหน้าตาผิวพรรณคงลงทุนไปเยอะสินะ” เฌอรีนคือผู้หญิงคนแรกที่ทักเขาแบบนี้ หญิงสาวคงคิดว่าเขาผ่านมือหมอมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าในทางกลับเขาโรมราชันมีใบหน้าหล่อเหลาราวกับฟ้าประทานมาตั้งแต่เกิด
“เจ้ก็ปากร้ายไม่เบานะครับ”
“นายเรียกใครว่าเจ้!” เฌอรีนโกรธจนลมออกหู เมื่อเธอถูกชายหนุ่มเรียกออกมาแบบนั้น
“ผมเพิ่งอายุสามสิบ”
“สามสิบ!” เฌอรีนไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนดี ระหว่างอายุของเขากับใบหน้าที่แลดูอ่อนกว่าวัย ถ้าไม่บอกเธอคงคิดว่าเขายังเรียนอยู่ปีสองปีสามด้วยซ้ำ แต่นั่นมันผ่านมาหลายปีแล้ว
“ใช่ครับ แต่คุณเองก็ไม่เหมือนคนอายุสามสิบแปดนะครับ”
“นี่! ไม่ต้องย้ำ ฉันอายุเท่าไหร่ไม่สำคัญหรอก เรื่องสัญญาที่รินลดาส่งให้นายคงอ่านมาอย่างละเอียดแล้วใช่ไหม เพื่อนของฉันคงบอกประเด็นสำคัญให้นายได้ทราบไปแล้ว ตกลงนายจะเอาไง”
“คุณไม่กลัวผมเอาเปรียบเหรอครับ”
“ถึงยังไงรายละเอียดทั้งหมด ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในสัญญา”
“แต่บางข้อผมไม่เห็นด้วย”
“ทำไมล่ะ นายมีแต่ได้กับได้เลยนะ”
“ลูกผู้ชายอย่างผม ไม่ได้เกิดมาเพื่อเอาเปรียบผู้หญิง”
“แต่งานที่นายทำมันดูย้อนแย้งอยู่นะ”
“ผู้หญิงที่ผมพูดถึงคือคุณ ไม่ใช่ทุกคนบนโลกใบนี้”
“นายรับเงินจากฉันถือว่าเราต่างก็ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน” เฌอรีนยังคงไม่เข้าใจกับถ้อยคำเหล่านั้น เพราะเธอคิดว่าสักวันผู้ชายอย่างเขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่า
“ผมเตือนคุณแล้วนะครับ ผมเป็นผู้ชายไม่ใช่นักบุญ ผมต้องการอะไรคุณน่าจะรู้ดี เงินไม่ใช่คำตอบสำหรับผม”
“แล้วที่นายทำงานอยู่ที่นี่ไม่ได้ทำเพื่อเงินหรือไง สรุปแล้วต้องการเดือนเท่าไหร่ฉันพร้อมจ่าย แค่นายลงนามในสัญญาฉบับนี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามเงื่อนไข”
(คุณเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ) โรมราชันคิดในใจ พลางกวาดสายตามองข้อตกลงในสัญญาทุกข้ออีกครั้งอย่างละเอียด
“รายได้ของผมไม่แน่นนอน”
“นายต้องการเดือนเท่าไหร่ก็ว่ามาสิ! กรอกตัวเลขลงไปเลย”
“บอกแล้วไง... ในแต่ละเดือนรายได้ของผมไม่แน่นอน”
“ฉันรู้! นี่ไง ถึงได้เว้นเอาไว้ให้นายใส่ตัวเลขลงไป”
“คุณจ่ายไหวแน่นะ”
“ฉันเป็นใครนายก็น่าจะรู้ดี กลัวฉันไม่มีเงินจ่ายหรือไง”
“ผมรู้ว่าคุณมีเงิน”
“รู้แล้วก็รีบลงนาม ฉันมีงานต้องทำต่อ”
“ตอนนี้เนี่ยนะ คุณไม่คิดจะพักบ้างเลยรึไง”
“ฉันโตมากับธุรกิจ ชีวิตของฉันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่างานอยู่แล้ว รีบ ๆ ลงนามซะ หรือถ้านายไม่สนใจฉันจะได้ไปหาคนอื่น”
“โอเคครับ รายได้ของผม เริ่มต้นที่หกหลักมากสุดก็แปดหลักต่อเดือน”
“ฮะ! บางเดือนรายได้อยู่ที่แปดหลัก นี่นายออกไข่เป็นทองคำรึไง! คิดจะปล้นฉันเหรอ” โรมราชันแทบหลุดขำออกมา เมื่อเห็นสีหน้าของเฌอรีน เธอคงไม่รู้ว่าเขาเป็นถึงเจ้าของบาร์โฮต์ ซึ่งถือหุ้นมากสุด แน่นอนว่ามันมากกว่าอามิทกับมิลตันเสียอีก
“แล้วคุณคิดว่าไง ผมไม่ได้มีดีแค่ไข่ทองคำนะครับ อย่างอื่นถ้าไม่ดีจริงผมคงขายไม่ออก” ถ้อยคำกวน ๆ กับสายตาเจ้าเล่ห์ของเขา ทำเอาเฌอรีนถึงกับเลิ่กลั่ก
“บ้าหรือเปล่า จะเอาเท่าไหร่ก็เติมตัวเลขลงไป ฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับนายหรอกนะ”
“โอเค” โรมราชันพูดพลางคว้าสัญญามาเซ็นอย่างไม่ลังเล เขาได้แต่หวังว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม เพิ่มเติมคือการมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ
“สิ่งที่นายต้องจำให้ขึ้นใจ คือกฎข้อแรกห้ามตกหลุมรักฉันเด็ดขาด เด็กที่เกิดมาฉันมีสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดูแต่เพียงผู้เดียว”
“ได้ไง! นั่นมันเสปิร์มผมนะ อย่างน้อยผมก็ควรมีสิทธิ์ที่จะดูแลเขาในฐานะพ่อ นี่มันสัญญาเสียดุลการค้าผมไม่ยอม” คนทั้งคู่เริ่มทะเลาะกัน ทั้งที่ยังไม่ทันได้ลองใช้ชีวิตร่วมกันด้วยซ้ำ
“เสียดุลอะไร ฉันจ่ายให้นายไปเท่าไหร่ ฉันสิควรเป็นฝ่ายเรียกร้อง แต่ช่างเถอะถึงยังไงคุณย่าก็ต้องบังคับให้ฉันแต่งงานอยู่แล้ว อย่างน้อยนายก็ดูดีกว่าผู้ชายคนนั้น”
“ผมมีดีกว่าที่คุณคิด แล้วไม่ต้องพูดถึงสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดู ยังไงผมก็ไม่ยอมให้คุณพรากลูกพรากพ่อเด็ดขาด”
“เรื่องนั้นพักไว้ก่อน ฉันท้องเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันใหม่” เธอปรายหางตามองเขาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจโรมราชันเท่าไหร่นัก
“คุณคิดว่าผมไม่มีน้ำยาพอรึไง” ถ้าเธอรู้ว่าเขาเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งไม่ต่างจากพี่สาว เฌอรีนจะยังคงมองแรงแบบนี้หรือเปล่า
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ อันดับแรกนายไปตรวจร่างกายให้ละเอียดยิบ มีโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมไหม ที่สำคัญโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ห้ามพลาดเด็ดขาด นายอาจจะเคยนอนกับผู้หญิงมาแล้วมากหน้าหลายตา แต่จากนี้ไปห้ามยุ่งกับใครนอกจากฉันคนเดียว”
“คุณหึงผมเหรอ”
“ฮ่ะ! ฉันเนี่ยนะหึงนาย รอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนเถอะ...ชิ!” เฌอรีนเบ้ปากมองบน เธอผิดหวังอยู่บ้างที่เขาเลือกทำงานแบบนี้ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่คิดที่จะปลูกต้นรักกับใคร
ที่สำคัญหญิงสาวยังคงมีความเชื่อมั่นสูง ผู้ชายอย่างโรมราชันคงไม่มีวันกล้าก่อกบฏ ถึงกับทวงสิทธิ์ของการเป็นบิดา ถ้าหากเธอนั้นเกิดมีลูกกับเขาได้ มันก็คงกลายเป็นแค่ความสัมพันธ์ระยะสั้นเท่านั้น ถ้าวันหนึ่งต้องหย่าขาดคงไม่หลงเหลือความผูกพันให้ต้องคะนึงหาอีกฝ่าย