“ขอบคุณค่ะ” ดารินยกมือไหว้อย่างน่ารัก รติรสจึงให้ทางโรงเรียนโทร. ไปแจ้งทางบ้านของดารินเรื่องที่ไม่ได้เดินทางกลับกับรถโรงเรียน ซึ่งประภพเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
พงศ์อินทร์และรติรสขับรถไปจอดหน้าบ้านของประภพ ทั้งสองเอ่ยขออนุญาตพาดารินไปที่บ้าน ประภพเอ่ยอนุญาตเพราะเห็นว่าสองสามีภรรยาเป็นคนอัธยาศัยดีและมีน้ำใจเสมอมา
“เดี๋ยวจะพามาส่งนะคะ” รติรสเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ฝากยายรินด้วยนะครับ” ประภพฝากฝัง
“ได้ค่ะ” รติรสพาเด็กหญิงทั้งสองขึ้นรถ ก่อนที่สามีจะมุ่งหน้ากลับบ้าน
พอถึงบ้าน เจ้าของบ้านตัวน้อยรีบดึงมือเพื่อนวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วโดยมีเสียงมารดาพูดไล่หลังมาว่าให้เดินดีๆ อย่าวิ่งเดี๋ยวสะดุดหกล้มเอา
“นี่ห้องนอนของเราเอง” มาหยาอวดห้องนอนสีโอลด์โรสให้เพื่อนดู
“ห้องน่ารักจังเลยจ้ะ” ดารินวางกระเป๋าเป้ลายการ์ตูนลงบนเตียงนอนน่ารักของเพื่อน ด้านในมีชุดที่นำมาเปลี่ยนด้วย
“แม่ของเราทำกับข้าวอร่อยที่หนึ่งเลย”
“อิจฉาคนมีแม่จัง เราไม่มีแม่ พ่อก็ไม่เคยทำกับข้าวให้กิน” ดารินพูดตามที่คิด
“ไม่ต้องอิจฉาหรอก เดี๋ยวเราแบ่งแม่เราให้เป็นแม่ของดารินด้วยดีไหม”
“จริงเหรอ” ดารินเขย่ามือเพื่อนอย่างดีใจ
“จริงสิ เราไม่มีพี่น้อง ถ้ารินมาเป็นลูกของแม่เรา เราก็จะได้เป็นพี่น้องกันไง” มาหยารู้สึกถูกชะตากับเพื่อนตัวน้อยวัยเดียวกันเป็นอันมาก
“ดีจัง”
“ไปอาบน้ำกันเถอะจ้ะเด็กๆ” เสียงของรติรสเดินเข้ามาในห้องก่อนจะต้อนเด็กน้อยทั้งสองไปอาบน้ำ
“คุณแม่ขาเป็นแม่ของดารินด้วยนะคะ ดารินอยากมีแม่” มาหยาเอ่ยขึ้นขณะที่มารดาฟอกสบู่ให้
“ได้สิจ๊ะ”
“คุณแม่” ดารินเรียกอย่างดีใจ มีความสุขที่รติรสช่วยอาบน้ำให้ ตอนอยู่บ้านพี่เลี้ยงหรือสาวใช้ที่บิดาจ้างมาเป็นคนอาบน้ำให้ แต่คนพวกนั้นไม่ได้มีท่าทีรักเธอเหมือนอย่างที่รติรสผู้เป็นมารดาของมาหยาทำเลยสักนิด นั่นทำให้เด็กน้อยคิดเปรียบเทียบอยู่ในใจ
“ขอบคุณนะคะ” ดารินยกมือไหว้หลังจากที่รติรสเช็ดเนื้อเช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้
“ขอบคุณอะไรแม่จ๊ะ”
“ที่ยอมเป็นแม่ของหนูน่ะค่ะ หยาใจดีจังแบ่งแม่ให้เราด้วย”
“แม่เรากอดได้ด้วยนะ กอดอุ่นด้วย” มาหยาอวดแม่ โผเข้ากอดให้ดู ดารินมองอย่างอิจฉานิดๆ รติรสดึงเด็กน้อยมากอดด้วยเช่นกัน ดารินหลับตาพริ้มรู้สึกว่าอ้อมแขนนี้ช่างอบอุ่นเหลือกำลัง
อาหารเย็นที่บ้านของมาหยาทำให้ดารินมีความสุขเป็นอันมาก ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แม้แต่เขตต์ที่ชอบแกล้งเพื่อนก็ยังเล่นกับมาหยาอย่างสนุกสนานเหมือนกับว่าทั้งสองไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน
คนสอนการบ้านไม่ใช่ใครอื่น พงศ์อินทร์กับรติรสยกให้เป็นหน้าที่ของเขื่อน นักศึกษาปีสุดท้ายคณะแพทย์ศาสตร์วัยยี่สิบสี่ที่ค่อนข้างเอ็นดูเด็กๆ
การเรียนอนุบาลสามนั้นมีการเรียนภาษาไทยผ่านนิทานกับเพลง เริ่มเขียนคำที่มีสระ จับคู่คำโดยเชื่อมโยงภาพเข้ากับคำและใจความ ส่วนวิชาคณิตศาสตร์นั้นเด็กจะเริ่มรู้จักค่าและเปรียบเทียบความมากน้อยตั้งแต่ 1-50 การบวกลบหนึ่งถึงสองหลัก จากสิ่งของและรูปภาพต่างๆ
“เราจะทำการบ้านวิชาอะไรกันก่อนครับ” เขื่อนเอ่ยถามเด็กๆ
“ทำการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ก่อนค่ะ” มาหยาเป็นคนตอบ เด็กๆ ทั้งสามนั่งล้อมหน้าล้อมหลังเขื่อนอยู่
“เปิดสมุดการบ้านเลยครับ” การบ้านวิชาคณิตศาสตร์คือการบวกลบตัวเลข ซึ่งจะมีรูปภาพต่างๆ ทั้งผลไม้บ้าง ผักบ้าง สัตว์บ้างอยู่ด้านหนึ่ง มีเครื่องหมายเท่ากับอยู่ตรงกลางให้แปลงรูปภาพเป็นตัวเลขแล้วนำมาบวกลบกัน จะได้ผลลัพธ์ในช่องสุดท้าย
“ข้อที่หนึ่งนี่ลูกอะไรครับ” เขื่อนชี้ไปที่สมุดการบ้านเด็กๆ พลางเอ่ยถาม
“หนูตอบค่ะ หนูตอบ ผมตอบ”
“ตอบทีละคนครับ เขตต์ตอบก่อนแล้วกัน”
“ชมพู่ครับ”
“เก่งมาก” เขื่อนหอมแก้มหลานชายฟอดใหญ่ เขตต์ อมยิ้มแก้มพองที่ได้รับคำชม
“นี่เครื่องหมายอะไรครับ”
“มาหยาหรือดารินตอบดี”
“รินตอบได้ไหมคะ” ดารินเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจ
“ได้ครับ” เขื่อนพูดอย่างใจดีโยกศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดู
“เครื่องหมายบวกค่ะ”
“เก่งมากครับ” เขื่อนเอ่ยชม
“แล้วนี่ผลไม้อะไรครับ” เขาชี้รูปผลไม้สองภาพหลังเครื่องหมายบวก
“แอปเปิ้ลค่ะอาหมอก็จะได้สามบวกสองค่ะ” มาหยาตอบเสียงดังฟังชัดเขียนเลขสามบวกเลขสองลงในช่องถัดไป มาหยาติดเรียกเขื่อนว่าอาหมอเพราะบิดามารดาบอกว่าเขื่อนเป็นหมอ
“เก่งมากครับ” เขื่อนเอ่ยชม
“หอมแก้มหยาด้วย” มาหยาเอ่ยขอเพราะเห็นว่าเขตต์ตอบถูกเขื่อนก็หอมแก้ม
“เค้าไม่ให้อาของเค้าหอมแก้มตัวหรอก” เขตต์ขึ้นไปนั่งตักอย่างหวงๆ
ตอนนั่งมาในรถมารดาสอนมาหยาว่าให้เห็นใจเขตต์เพราะเขตต์ไม่มีพ่อแม่ พ่อแม่ตายหมดก็เลยเกเร มาหยาเลยขยับไปหอมแก้มเขื่อนแทน เขื่อนหน้าแดงเล็กน้อยที่โดนเด็กหอมแก้ม
“ตัวมาหอมแก้มอาเขื่อนของเค้าได้ยังไง”
“ทำไมล่ะ เค้าจะหอมแก้มอาของตัว” มาหยายิ้มยิงฟันให้เพื่อน
“งั้นรินก็หอมแก้มอาหมอได้ใช่ไหมคะ รินไม่เคยหอมแก้มคุณพ่อเลย อยากหอมจะแย่” ดารินมองแก้มใสๆ ของเขื่อนไม่วาง
“เค้าไม่ให้ใครหอมแก้มอาเขื่อนของเขานะ” เด็กชายอ้วนตุ๊บขี้หวงพูดขึ้น
“ขี้หวงจริง ถ้านายให้รินหอมแก้มอาหมอ พรุ่งนี้เราจะแบ่งหมูปิ้งให้ก็ได้ แม่เราจะทำหมูปิ้งด้วยแหละ” มาหยาสงสารดารินเพราะอยากหอมแก้มเขื่อนบ้าง เลยเอาของกินมาหลอกล่อเขตต์
“ก็ได้ๆ แต่ให้หอมทีเดียวนะ” คนขี้หวงยังไม่ยอมง่ายๆ แต่นึกถึงหมูปิ้งก็เลยยอมใจอ่อน มาหยาแอบขำเพราะรู้จุดอ่อนของเพื่อนตัวอ้วนเห็นแก่กิน
ดารินหอมแก้มเขื่อนฟอดใหญ่แล้วเริ่มทำการบ้านต่ออย่างมีความสุข
“สามบวกกับห้าได้เท่าไหร่ครับ” เขื่อนเอ่ยถามเด็กทั้งสาม
“สามบวกกับห้า” มาหยายกนิ้วขึ้นนับ
“แปดค่ะ”
“เก่งครับ” เขื่อนขยับเข้าไปหอมแก้มเด็กน้อยยิ้มๆ มาหยาคุ้นชินกับโดนอาหมอหอมแก้มในขณะที่นั่งก้มหน้าก้มตาเขียนเลขแปดลงไปในเส้นประสุดท้ายซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการบวกเลข
“ข้อต่อไปเป็นอะไร”
“เป็นลบค่ะ” ดารินเอ่ยตอบ เขื่อนนึกชมอยู่ในใจว่าเด็กทั้งสามนั้นหัวดี
“ม้าห้าตัวลบไก่สองตัวเหลือสามตัวครับอาเขื่อน” เขตต์รีบเอ่ยตอบ
“เก่งมากครับ” เขตต์ก้มลงไปหอมแก้มป่องๆ ของหลานชาย ตอนนี้เขตต์ยอมให้ผู้เป็นอาหอมแก้มเพื่อนทั้งสองเพราะเห็นแก่หมูปิ้งแสนอร่อยในวันพรุ่ง
หลังจากจบวิชาคณิตศาสตร์ก็ทำการบ้านวิชาภาษาไทยต่อ โดยให้โยงเส้นจับคู่ภาพ นิ้วเล็กๆ ป้อมๆ ของเด็กๆ รีบชี้ไปยังรูปภาพ
“อันนี้กาค่ะ ถูกไหมคะอาหมอ” มาหยาจิ้มนิ้วเล็กๆ จับคู่ภาพในสมุดการบ้าน
“ถูกครับ เก่งมากเลยครับ” แก้มใสๆ ของเด็กน้อยโดนหอมอีกฟอดใหญ่
“อันนี้ม้าครับ” เขตต์เบียดเข้าไปหาผู้เป็นอาอยากให้ผู้เป็นอาหมอแก้มบ้าง
“ใช่ครับ” เขื่อนใจดีแจกการหอมแก้มให้เด็กน้อยทั้งสามไม่อั้น
“อันนี้ตาค่ะ”
“ใช่ครับ ตออาตา” เขื่อนให้เด็กๆ หัดสะกดคำด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นพยัญชนะและสระง่ายๆ
“เหลือการบ้านวิชาศิลปะเป็นวิชาสุดท้ายใช่ไหมครับ” เขื่อนเอ่ยถามหลังจากทำการบ้านวิชาภาษาไทยเสร็จแล้ว
“ใช่ค่ะอาหมอ คุณครูให้วาดภาพระบายสีค่ะ”
“ใช้สีอะไรครับ” เขื่อนเอ่ยถาม
“สีไม้ค่ะ”
“งั้นจัดเลยครับ หยาจะวาดภาพอะไร” เขื่อนเอ่ยถามเด็กน้อย
“ภาพบ้านค่ะ แล้วก็มีภูเขา มีต้นไม้ มีไก่ตัวเล็กๆ ด้วยค่ะ” มาหยาอยากวาดภาพธรรมชาติ จัดการวาดรูปภูเขาที่มีน้ำตกไหลลงมา มีที่นาเป็นสี่เหลี่ยมผืนเล็กๆ มีต้นไม้ มีไก่ และต้นมะพร้าวที่มีลิงปีนขึ้นไปเก็บลูกมะพร้าวอย่างสนุกสนาน
“รินวาดรูปอะไรครับ” เขื่อนเอ่ยถามดารินบ้าง
“รูปพ่อแม่ลูกค่ะ มีเพื่อนใหม่ด้วย หยากับเขตต์” สำหรับดารินแล้วการมีเพื่อนใหม่ มีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นความปรารถนาสูงสุดของเธอ เธอวาดรูปพ่อแม่จับมือกัน เธออยู่ตรงกลาง มีเขื่อน มาหยาและเขตต์อยู่ในภาพด้วย
“นี่อาหมอค่ะ นี่หยาแล้วก็เขตต์” ดารินชี้ให้เขื่อนดู เขื่อนโยกศีรษะเล็กๆ ของดารินอย่างเอ็นดู เด็กน้อยมีแววเศร้าในดวงตาอย่างเห็นได้ชัด
มาหยาใส่ใจเพื่อนในทุกๆ เรื่อง แม้จะเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ แต่กลับมีน้ำใจต่อเพื่อนเสมอ เขานึกนิยมชมชอบพงศ์อินทร์กับรติรสที่เลี้ยงลูกได้น่ารักเช่นนี้ สอนให้ลูกมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น สอนให้กล้าแสดงออกและมีความเป็นผู้นำ
“นายเขตต์วาดรูปอะไร” มาหยาชะโงกหน้าไปดูก่อนจะร้องว้าว
“ไก่ย่าง ผลไม้ มีแต่ของกิน ไม่สงสัยเลยว่าทำไมอ้วนตุ๊บเป็นหมูตอนแบบนี้” มาหยาหัวเราะร่วน
“อย่ามาว่าเราอ้วนนะยายหน้าซาลาเปา”
“เราไม่ได้หน้าซาลาเปานะ” มาหยาแยกเขี้ยวใส่ทันที
“ไม่เอาครับอย่าทะเลาะกัน หยาก็วาดสวย เขตต์ก็วาดสวย” เขื่อนยุติปัญหาด้วยการหอมแก้มคนละที ศึกหย่อมๆ จึงยุติลงอย่างง่ายดาย
หลังจากเด็กๆ ทำการบ้านกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว รติรสก็พาดารินไปส่งบ้าน วงเหล้าของประภพยังไม่เลิกรา รติรสจึงขออนุญาตพาดารินขึ้นไปส่งบนห้องนอนเพราะดารินรบเร้าอยากให้ไปส่งขึ้นนอน
“ห้องของรินน่ารักเหมือนกัน รินชอบสีฟ้าเหรอ” มาหยาที่ตามติดมารดามาส่งเพื่อนตัวน้อยเอ่ยถามขึ้น
“จ้ะ มันสดใสดี”
“ก่อนนอนหนูต้องแปรงฟันก่อนนะจ๊ะ ตอนทำการบ้านหนูกินขนมเข้าไปเยอะมาก ไหนจะน้ำหวานอีก ไม่งั้นฟันจะผุเอาได้” รติรสรีบบอกเด็กน้อย ดารินรีบทำตามอย่างว่าง่าย
“ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ” รติรสจุ๊บหน้าผากของดาริน มาหยาก็หอมแก้มเพื่อนด้วย
“ค่ะ” ดารินรับคำเมื่อมารดาของเพื่อนห่มผ้าให้จนถึงต้นคอ ก่อนที่อีกฝ่ายจะงับประตูปิดอย่างเบามือ
“ลุงภพชอบดื่มเหล้า” มาหยาเอ่ยขึ้นหลังออกมาจากบ้านของดารินเรียบร้อยแล้ว
“หนูรู้ได้ยังไงจ๊ะ” รติรสเอ่ยถามบุตรสาวขณะเดินกลับบ้านกับมารดา
“ก็รินเล่าให้ฟัง แต่คุณพ่อของหยาไม่ชอบดื่มเหล้า”
“ดื่มเหล้าไม่ดีต่อสุขภาพจ้ะ”
“ไม่ดีแล้วทำไมคุณพ่อของรินถึงดื่มล่ะคะ”
“อาจจะมีเพื่อนฝูงมาหา เลยจำเป็นต้องดื่มสังสรรค์น่ะจ้ะ โตขึ้นหนูจะเข้าใจเองแหละ แต่สิ่งไหนที่ไม่ดีต่อสุขภาพเราก็ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวนะจ๊ะ”
“ค่ะคุณแม่” มาหยาเข้านอนพร้อมด้วยนิทานก่อนนอนที่มารดาเล่าให้ฟังทุกคืน เธอกอดตุ๊กตาหมีน้อยตัวโปรดที่บิดามารดาซื้อให้ พงศ์อินทร์และรติรสหอมแก้มของบุตรสาวตัวน้อยเบาๆ ก่อนจะห่มผ้าให้จนถึงคอและปิดไฟในห้องนอนให้
วันรุ่งขึ้นมาหยาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ นำหมูปิ้งนมสดที่มารดาใส่ปิ่นโตมาให้เขตต์กับดารินรับประทาน
“แม่เธอทำกับข้าวอร่อย” เขตต์กินหมูปิ้งอย่างเอร็ดอร่อย
“จริงๆ ด้วย” ตอนนี้ดาริน เขตต์และมาหยาเป็นเพื่อนกันเป็นที่เรียบบร้อยแล้ว ดารินค้นพบว่ามาหยากับเขตต์ชอบทะเลาะกัน ไม่นานก็ญาติดีกันเหมือนเดิมแบบนี้ทุกวัน
ตกเย็นเด็กๆ มาเล่นกันที่สนามเด็กเล่นอย่างสนุกสนาน มาหยาเอ่ยถามดารินว่าวันนี้กลับยังไง
“วันนี้กลับยังไงเหรอริน”
“คุณพ่อบอกว่าจะมารับ”
“งั้นเดี๋ยวเรารอเป็นเพื่อน” มาหยาเล่นชิงช้ากับดารินอย่างสนุกสนานในขณะที่เขตต์เล่นกับเด็กผู้ชายอยู่อีกด้าน
“นั่นอาของเรามาแล้ว” เขตต์ร้องขึ้นอย่างดีใจ
“หยากลับกับอานะ วันนี้พ่อกับแม่ติดธุระเลยฝากฝังให้อามารับแทน” เขื่อนหันไปพูดกับเด็กน้อย
“แล้วรินล่ะคะ หยาไม่อยากทิ้งเพื่อนไว้คนเดียว” เพราะว่าเด็กๆ หลายคนกลับบ้านกันหมดแล้ว ครูเวรก็ต้องยืนรอจนเด็กๆ กลับบ้าน จะทิ้งเด็กเอาไว้คนเดียวก็ไม่ได้
“พ่อบอกว่าจะมารับ” ดารินพูดแล้วทำท่าจะร้องไห้เนื่องจากกลัวเพื่อนทิ้ง
“ไม่ร้องนะริน โทร. หาพ่อเลย” มาหยารีบบอกเพื่อน ดารินรีบกดโทรศัพท์หาบิดาทันที ปลายสายกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทร. ของบุตรสาว
“รินเหรอลูก พ่อยังไม่เสร็จงานเลย รออีกหน่อยได้ไหม”
“พ่อบอกว่าให้รอค่ะ” ดารินบอกเขื่อนแต่สายตาบ่งบอกว่าไม่อยากอยู่คนเดียว
“อาหมอพารินกลับบ้านด้วยนะ” มาหยาขอร้อง
“ใช่ครับอาเขื่อนสงสารริน” เห็นดารินตาแดงๆ เขตต์ก็นึกสงสารไม่น้อย
“เดี๋ยวกลับกับอาแล้วกัน เอาโทรศัพท์มาให้อาสิครับ อาจะคุยกับพ่อของรินเอง” ว่าที่คุณหมอหนุ่มรับโทรศัพท์จากเด็กหญิงมาคุยกับปลายสาย ประภพขอบอกขอบใจเป็นการใหญ่รีบฝากฝังบุตรสาวเอาไว้กับเขื่อนในทันที
“งั้นไปกันเลยครับ เดี๋ยวพาไปกินไอศกรีมอร่อยๆ”
“เย่... อาหมอใจดีจังเลย” มาหยากระโดดไชโยอย่างดีใจ ดารินยิ้มออกไม่ร้องไห้อีก เขื่อนนั่งลงตรงหน้าเด็กๆ แก้มของเขาถูกปากแดงๆ หอมกันคนละฟอดสองฟอด
“หยาจะกินไอติมช็อกโกแลต” มาหยาพูดหลังจากขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว ส่วนเบาะหน้าข้างคนขับนั้นเป็นที่ประจำของเด็กชายตัวอ้วนอย่างเขตต์ เขื่อนรัดเข็มขัดนิรภัยให้เด็กๆ อย่างใส่ใจ หลังจากอุ้มเด็กๆ ขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว เขื่อนขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ ทำอะไรต้องทำอย่างเท่าเทียมเด็กๆ ทั้งสามอ้อนให้อุ้ม เขาก็ต้องอุ้มทุกคน แม้ว่าเจ้าหลานชายตัวอ้วนจะน้ำหนักเยอะจนเอวแทบเคล็ดก็ตามที
ดารินนั่งอยู่ทางเบาะหลังใกล้ๆ กับมาหยา เด็กหญิงทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนาน เขตต์เองก็หันไปคุยกับเพื่อนทั้งสองทางเบาะหลังด้วย
เขื่อนพาเด็กๆ มารับประทานอาหารและไอศกรีมอร่อยๆ ก่อนกลับบ้าน เย็นนี้เขาต้องรับหน้าที่สอนเด็กๆ ทำการบ้านอีกเช่นเคย
“อร่อยจังเลย อาหมอชิมดูสิคะ” มาหยาตักไอศกรีมป้อนให้เขื่อน
“อร่อยจริงๆ ด้วยครับ”
“ไอ้หมูตอน นั่นวารุณีนี่นา” มาหยาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินไอศกรีม
“ไหน” เขตต์รีบเงยหน้าขึ้นมองหน้าตาเลิ่กลั่ก
“คิกๆ” เสียงหัวเราะของมาหยาทำให้เขตต์หันขวับไปมอง ทำสีหน้าบึ้งตึงใส่ทันที
“ยายหน้าซาลาเปานี่เธอหลอกเราเหรอ”
“แล้วตัวเองยอมรับเหรอว่าเป็นไอ้หมูตอน”
“ยายหน้าซาลาเปา!” เขตต์พูดอย่างโกรธๆ
“เราไม่ได้หน้าซาลาเปา เราไม่รับ” มาหยาแยกเขี้ยวใส่
“วารุณีคือใครเหรอครับ” เขื่อนนั่งมองเด็กๆ อยู่นานเลยเอ่ยถาม
“เพื่อนในห้องน่ะค่ะ นายหมูตอน เอ๊ย! นายเขตต์แอบชอบอยู่” วารุณีเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารักพ่อแม่เป็นเศรษฐีร่ำรวย ที่มาหยาและทุกคนรู้เพราะว่าวารุณีชอบอวดรวยไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ และค่อนข้างหัวสูงเป็นอันมาก เวลาเขตต์เห็นวารุณีก็จะมีท่าทีเขินๆ ไม่กล้ามองตรงๆ แถมเป็นเด็กหญิงคนเดียวในห้องที่เขตต์ไม่แกล้งอีกด้วย
“ตัวกะเปี๊ยกเดียวจะมีแฟนแล้วเหรอ” เขื่อนโยกศีรษะหลานชายอย่างเอ็นดู
“ไม่ใช่ซะหน่อยครับอาเขื่อน ยายหน้าซาลาเปาชอบใส่ความผม” เขตต์รีบปฏิเสธหน้าแดงหูแดงไปหมด เขื่อนกะพริบตาปริบๆ เด็กเดี๋ยวนี้หนอ... แก่แดดเสียเหลือเกิน สมัยก่อนเขาอายุเท่านี้ยังนั่งเล่นเป่ากบอยู่เลย อาจเพราะเด็กสมัยนี้เล่นโทรศัพท์มือถือเป็นแล้ว มีอินเตอร์เน็ตจึงเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้ง่าย ทั้งการ์ตูน นักร้อง ศิลปินที่ชอบ หนังหรือละครที่ชอบ แม้กระทั่งเกมออนไลน์ที่มีให้เล่นมากมาย เขาจึงพยายามเลี้ยงหลานชายอย่างระมัดระวังไม่ให้เป็นเด็กติดเกมโดยหากิจกรรมอย่างอื่นให้ทำร่วมกันบ่อยๆ ไม่ปล่อยให้อยู่กับโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
เขื่อนพาเด็กๆ มาสอนการบ้านเพราะถูกฝากฝังเอาไว้ เด็กน้อยในชุดอนุบาลวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน
“เขตต์... พวกเราอยากไปดูห้องนาย” มาหยาเอ่ยขึ้น ดารินนั้นไม่ค่อยพูด มาหยาทำอะไรก็ทำตาม
“ห้องเรามีของเล่นเยอะแยะเลย จะพาไปดู” เด็กชายตัวอ้วนอวดนิดๆ พาเพื่อนทั้งสองวิ่งขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง
“อย่าวิ่งครับเดี๋ยวตกบันได” เขื่อนส่ายหน้าไปมา มองตามขึ้นไปอย่างเอ็นดูไม่น้อย พอได้ยินประโยคนั้นเด็กๆ ก็เปลี่ยนจากวิ่งเป็นเดินเบาๆ แทน
“นี่คือห้องของเรา” เขตต์กระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงกลิ้งตัวไปมาอย่างมีความสุข พร้อมกับอวดของเล่นมากมาย
“อาเขื่อนกับคุณปู่คุณย่าซื้อให้เรา” ของเล่นแบบเด็กผู้ชายคือหุ่นยนต์ รถบังคับและเครื่องบินบังคับ “พวกเธอมีแบบเราไหม” เขตต์เอ่ยถาม
“เต็มเลย บ้านเรามีตุ๊กตาหลายตัวเลย” มาหยาอวดบ้าง
“แหวะ! เราไม่เล่นตุ๊กตา”
“เราก็ไม่เล่นหุ่นยนต์” มาหยาส่ายหน้าไปมา
“แต่เราเล่นได้หมดเลยนะ พ่อก็ซื้อให้” ถึงแม้ว่าบิดาจะไม่ค่อยมีเวลาและชอบผิดสัญญาบ่อยๆ แต่บิดาก็ใจดีให้เงินทีละเยอะๆ รวมถึงซื้อของเล่นให้ไม่อั้น แต่เงินของเธอโดนพี่เลี้ยงริบไปหมด โดยพี่เลี้ยงให้เหตุผลว่าจะเป็นคนให้เงินเองทีละนิด เธอจะได้ไม่ใช้เงินเกินตัว ดารินไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ยิ่งเวลาพี่เลี้ยงเล่าให้ฟังว่าเดือดร้อนเรื่องเงินต้องส่งเงินไปที่บ้านเพราะบิดามารดาป่วย เธอก็ยิ่งเห็นใจตามประสาเด็ก
“วันเกิดปีนี้อาเขื่อนซื้อชุดซูเปอร์แมนให้เราด้วย” เขตต์หนีหายเข้าห้องน้ำ เพื่อไปเปลี่ยนชุดก่อนจะออกมาด้วยชุดซูเปอร์แมน
“ซูเปอร์แมนมาแล้ว แคว่ก!” เสียงเป้ากางเกงขาดทำให้เด็กหญิงทั้งสองหันไปมอง
“นายเขตต์เป้าขาด นายเขตต์ใส่กางเกงในสีชมพู คิกๆ” มาหยาชี้ไปยังเป้ากางเกงของเขตต์ เพราะชุดที่ผู้เป็นอาซื้อให้มันหลายเดือนมาแล้ว เขตต์กินจนน้ำหนักขึ้นจึงต้องยัดชุดซูเปอร์แมนตอนสวมใส่ พอฉีกแข้งฉีกขาทำท่าเหมือนฮีโร่ในหนังก็เลยเป้าขาด
“อย่ามองนะอย่ามอง” เขตต์ยกมือขึ้นปิดเป้าวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป