ห่าฝนตกลงมาพร้อมความหนาวเหน็บยะเยือกเข้าไปในหัวใจ กระจกใส ๆ บนหน้าต่างมีไอน้ำจับเกาะเป็นฝ้าหนา ความรู้สึกหม่นเศร้าเข้ามาจับจิตใจของอินทุภาอีกหน
สายฝนที่สาดเทลงมาเหมือนหยาดน้ำตาที่เคยหลั่งริน เฉกเช่นดั่งความเจ็บช้ำในใจของเธอ มือน้อย ๆ ของหญิงสาวกวาดลูบไปทั่วเตียงกว้างใหญ่กว่าเจ็ดฟุต มันช่างอ้างว้างและเงียบเหงาในหัวใจเสียนี่กระไร
อินทุภาเจ็บปวดกับความเฉยชาจากธีรุตม์ สามีที่เธอแต่งงานด้วย เธอเป็นคนน่ารังเกียจมากหรืออย่างไร จนธีรุตม์ไม่คิดที่จะแตะต้องเธอซ้ำอีก ไม่ใช่อะไร เธออยากมีตัวตนอยู่ในสายตาของเขาเท่านั้น ใครไม่อยู่ในที่นั่งของเธอตอนนี้ ก็คงจะไม่เข้าใจหัวอกของหญิงสาวได้
ธีรุตม์ทำเหมือนไม่มีความต้องการ และขยะแขยงเธอ เขาไม่เคยคิดจะมาเฉียดใกล้อินทุภา หรือต้องการตัวเธออีกเลย
เขาทำตัวเป็นแค่เพียงสามีในนามที่จดทะเบียนสมรสกับเธออย่างถูกต้องตามกฎหมายก็เท่านั้น และยังได้จัดการตบแต่งจัดงานแต่งงานเสียใหญ่โต
ใครไม่มาอยู่ ณ จุดนี้จะไม่เข้าใจเลย แล้วถ้าเขาเกลียดเธอ ธีรุตม์จะตอบตกลงมาแต่งงานกับเธอทำไม คนเกลียดชังกันก็ควรจะอยู่ห่างไกลกันสิ หญิงสาวได้แต่ทดท้อในหัวใจ
อินทุภาได้คำตอบ เธอคือผลผลิตจากความชิงชัง
มารดาของเขาไม่ได้ต้องการให้ธีรุตม์แต่งกับผู้หญิงที่ท่านไม่ยอมรับ มายาวี ผู้หญิงทะเยอทะยาน และอยากจะเกาะลูกชายของท่านเท่านั้น
ส่วนอินทุภา เธอเป็นเพียงลูกสาวบริษัทยาเล็ก ๆ และไม่ได้เป็นเมียเดิมของบิดาด้วยซ้ำ คุณนิราชผู้เป็นบิดาได้เป็นหนี้คุณหญิงทับทิมจำนวนไม่น้อย
คุณหญิงทับทิมจึงตัดสินใจเอ่ยปากขออินทุภาให้มาแต่งงานกับลูกชายของท่านเพื่อชดใช้หนี้สินที่มีอยู่ หนี้ก้อนนั้นถือว่าเป็นสินสอด โดยที่คุณพ่อของเธอไม่ต้องชดใช้หนี้ก้อนนี้ให้กับคุณหญิงอีก เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าพ่อจะตอบตกลง ทั้งที่เธอก็ได้ปฏิเสธไปแล้วว่า เธอไม่อยากแต่งงานกับเขา
ทั้งพ่อนิราชและคุณรักษณีแม่เลี้ยงของเธอ ต่างก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่า นี่เป็นการตอบแทนบุญคุณ เพราะพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่อินทุภาอายุห้าขวบ
แต่ในตอนที่แม่อรุณีของเธอป่วยหนัก พ่อนิราชกับแม่เลี้ยงก็ออกค่ารักษาให้ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นบุญคุณใหญ่หลวง เธอรู้ว่าการรักษาแม่หมดเงินไปเยอะมากพอสมควร แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของแม่เอาไว้ได้
ข้อกล่าวอ้างนี้ทำให้อินทุภาปฏิเสธไม่ได้ นอกจากต้องกลายมาเป็นตัวกลางคั่นความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกชายที่บาดหมางลึก แล้วอินทุภายังมีค่าเป็นเพียงแค่ตัวกลางเพื่อสะสางหนี้สินก็เท่านั้น
แสงจากไฟหน้ารถสาดเข้ามาผ่านสายฝนที่เริ่มซาเม็ดแล้วกระทบกับกระจกห้อง
หกเดือนที่ผ่านมา อินทุภาได้ยินเสียงรถคันนี้ทุกวัน ธีรุตม์เขากลับมาแล้ว หัวใจของอินทุภาเต้นแรง เธออยากจะทำหน้าที่ของภรรยานะ แต่ในเมื่อเขาไม่ต้องการ หญิงสาวก็แค่อยู่ห่าง ๆ ห่างเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไม่ต้องให้เขาเห็นหน้าก็คือดีที่สุด
ด้านล่าง วิภาคนรับใช้ของคุณหญิงวิ่งเปิดประตูออกไปต้อนรับธีรุตม์ หลังจากที่เฝ้ารอการกลับมาของธีรุตม์จนกระทั่งล่วงเลยเข้าเที่ยงคืนกว่า ๆ
“วิเป็นห่วงอยู่เลยค่ะ ฝนฟ้าก็ตกหนักเสียจนไม่ลืมหูลืมตา” วิภาก้มลงไปถอดรองเท้าให้กับธีรุตม์
ใบหน้าชายหนุ่มดูมีความสุขอิ่มเอม เขายิ้มแย้มให้กับวิภา นานครั้งจะได้เห็นเจ้านายอารมณ์ดี หลังจากที่แต่งงานออกเรือนไปแล้ว เขาก็แทบจะไม่ยิ้ม
“ทำไมไม่นอนอีกล่ะ จะอยู่รอทำไม”
“ต้องรอสิคะ เป็นหน้าที่ของวิค่ะ แต่เอ๊ะ! ทำไมวันนี้กลับช้าจังคะคุณรุต งานยุ่งมากหรือคะ”
“ยุ่งไม่ยุ่ง ก็ไม่ควรมานั่งรอ แล้วใครบอกให้มานั่งรอ ผมเคยสั่งหรืออย่างไร” เขาพูดเย้าทีเล่นทีจริง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสอง
‘ผู้หญิงคนนั้นน่าจะมาทำหน้าที่นี้มากกว่า’ ธีรุตม์คิด
“เปล่าค่ะ เพียงแต่วิแค่จะบอกว่า วันนี้มีกับข้าวอร่อย ๆ ที่คุณรุตชอบค่ะ” คนที่ช่างเอาใจพูดให้ฟัง
“คุณแม่ลงครัวเองสินะ” ธีรุตม์นึกถึงมารดา
ท่านชอบทำอาหาร จนบางทีเขาต้องแขวนท้องกลับมากินข้าวที่บ้าน แม่ก็คือแม่ แม่เคยทำแบบไหนก็จะทำแบบนั้นตลอด นี่คือสาเหตุที่เขาไม่อยากทำให้แม่เสียใจ
“ใช่ค่ะ คุณหญิงท่านลงครัวเองเลยค่ะ มีปูผัดผงกะหรี่ที่คุณรุตชอบด้วยนะคะ”
“เวลานี้อะนะ มันกี่โมงกี่ยามแล้ว คงจะเย็นชืดหมดแล้วมั้ง” เขาชี้ให้วิภาดูที่นาฬิกา นางทำสีหน้าผิดหวัง
“ก็นั่นนะสิ วิก็ไม่คิดว่าคุณรุตจะกลับมาเสียดึกนี่คะ เอาไว้กินพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” วิภาตั้งใจจะเข้าไปเก็บตามที่บอก
ธีรุตม์นั้น… ก่อนหน้านี้ เขาก็มีนัดกับมายาวีเพื่อกินข้าว แต่เพราะงานรัดตัว เขาจึงได้ปฏิเสธไป
อีกทั้งเขาเพิ่งเซ็นสัญญากับบริษัทยักษ์ใหญ่ของฮ่องกง ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นใหญ่ที่อดทนเฝ้ารอมานานหลายปี หลังเซ็นสัญญา ก็มีปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จจนคู่ค้าธุรกิจเมาปลิ้น เขาถึงได้กลับมาบ้าน
“เดี๋ยววิ กินก็ดีนะ เพราะยังไม่ได้กินอะไรมาเหมือนกัน ยกขึ้นโต๊ะเลย ผมจะไปนั่งรอ” ของโปรดแค่ได้ยินชื่อน้ำลายก็สอแล้ว อีกอย่างเขาไม่อยากทำร้ายน้ำใจคนรอ
“ได้ค่ะ คุณรุตรอวิแค่ห้านาทีนะคะ” สีหน้าตื่นเต้นและดีใจ คนเป็นเจ้านายถึงกับยิ้มตาม ธีรุตม์เดินไปนั่งรอยังโต๊ะอาหาร
ไม่นานนักสำรับกับข้าวก็ถูกอุ่นเสร็จสรรพ พร้อมเสิร์ฟให้คนที่นั่งรออยู่แล้ว วิภารู้ใจคุณชายใหญ่ของบ้านเป็นอย่างดี เพราะเป็นคนดูแลมาตั้งแต่เขาเล็ก ๆ เรียกว่าเลี้ยงมากับมือ ไม่เรียกแม่นมก็เสมือนแม่นม
ธีรุตม์ตั้งหน้าตั้งตากิน จนข้าวที่วิภาตักมาให้หมดจาน
“อร่อยที่สุด ฝีมือคุณแม่ไม่มีตกเลยจริง ๆ วิช่วยเติมข้าวให้ผมอีกทัพพีนะ” ปรกติถ้าดึกแบบนี้ธีรุตม์จะไม่กินเยอะ แต่วันนี้คงจะอร่อยจริง ๆ
วิภาแสดงสีหน้าดีใจอีกที “เห็นคุณรุตชอบแบบนี้ วันหน้าจะบอกคุณอิน…” วิภาสะดุ้งเพราะดีใจมากจนเผลอเอ่ยบอกความจริงไป แต่ก็หยุดพูดทันทีก่อนข้อความอื่น ๆ จะหลุดออกมาอีก วิภารีบยกมือขึ้นปิดปาก
“อะไรนะ!” แค่ได้ยินชื่อคนที่ไม่ต้องการจะได้ยิน อารมณ์ก็ขุ่นเคืองขึ้นทันตาเห็น
วิภาผงะตกใจ งานเข้าเสียแล้ว
เคร้ง… เสียงโยนช้อนลงไปบนจาน
ธีรุตม์มองตาขวางไปทางชั้นบน เขายกน้ำขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว แล้วผละออกจากโต๊ะ ชายหนุ่มเดินดิ่งขึ้นไปบนชั้นสอง
“คุณรุตคะ คุณรุต…” วิภาเรียกตาม แต่เท้าไม่กล้าขยับเข้าไปห้ามเขา เวลาธีรุตม์โมโห ใครจะกล้าเข้าหน้าชายหนุ่มได้
วิภาตบปากตัวเองเสียแรง “ไม่น่าเลย… ปากพาจนแล้วไง”
ธีรุตม์เดินขึ้นชั้นสอง เขาตรงไปที่ประตูห้องที่เขาไม่เคยคิดเปิดเข้าไปแม้จะเป็นเวลาไหนก็ตาม แต่เขาโมโห เขาเคยพูดกับเธอแล้วว่า อย่าทำอะไรให้เขากิน
ผลัวะ… ประตูห้องถูกเปิดแรงจนคนเป็นเจ้าของตกใจ
อินทุภาเตรียมใจไว้อยู่แล้ว หลังจากได้ยินเสียงดังลั่นของเขา ธีรุตม์ไม่เคยปิดบังความรู้สึกในความชังน้ำหน้าเธอ เขาแสดงให้เธอรู้เสมอ
อินทุภาถลันตัวลุกขึ้นนั่ง และหันมองไปทางธีรุตม์ สีหน้าของเขาเครียดขึงไม่พอใจ หญิงสาวได้แต่พ่นลมหายใจ
‘เขาจะมาหาเรื่องเธอในเวลานี้น่ะนะ’ ใบหน้าสวยหวานของอินทุภาเฉยเมย เธอจ้องมองธีรุตม์อย่างเหนื่อยหน่าย ทั้งที่ภายในใจ เธอหวาดหวั่นและเกรงกลัวเขา
ธีรุตม์เผยยิ้มหยัน ๆ ออกมาจากมุมปาก ดวงตาของเขาเฉยชาไม่ต่างกัน เป็นอาการที่บอกอีกฝ่ายว่า เขาไร้ซึ่งความรักต่อเธอ
“คุณรุตคะ ถ้าคุณจะด่าจะว่าอิน เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ”
คนตัวโตที่กำลังไม่พอใจใช้มือดึงบานประตูให้ปิดสนิท เขาเดินหน้าเข้าหา และมาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง
ในหัวใจของอินทุภาร้อนรุ่มเต้นรัว
“ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพยายาม ไม่ต้องเสนอหน้ามาทำอะไรให้ฉันทั้งนั้น แค่ฉันยอมแต่งงานกับเธอ ใช่ว่าเธอจะเป็นเมียอย่างที่เธอต้องการนะ เธอไม่ต้องเสนอหน้า ไม่ต้องมาทำหน้าที่ภรรยาอะไรทั้งนั้น เพราะฉันไม่ต้องการ อีกอย่างฉันทนไม่ได้ที่ต้องกล้ำกลืนกินของสวะพวกนั้นลงไปในท้อง เพราะมันเป็นมือของคนชั้นต่ำแบบเธอทำมัน”
อินทุภาถึงกับหน้าเสียลงทันที ธีรุตม์ช่างเก่งที่จะใช้คำพูดทำร้ายจิตใจของเธอนัก
“ของกินดี ๆ ทั้งนั้นแหละค่ะ กินเข้าไปแล้ว คุณรุตก็ไม่ตายนี่คะ ที่จริงคุณหญิงแม่ท่านขอร้องให้อินทำเองค่ะ ที่ผิด... อาจจะผิดเพราะเพียงแค่เป็นมือของคนชั้นต่ำที่ลงมือทำ เอามือที่คุณรุตกล่าวหาว่ามันสกปรกลงไปเกลือกกลั้วสิ่งเหล่านั้น แต่ก็เอาเถอะค่ะ ถ้าคุณรังเกียจ อินมีคำแนะนำนะคะ เพียงแค่คุณรุตไปที่ห้องน้ำ แล้วไปล้วงคอให้อาเจียนออกมาสิคะ แค่นี้ก็จบเรื่อง แต่ให้คุณรุตทราบเอาไว้เถอะค่ะ อินทำ... ก็เพราะคุณหญิงแม่ท่านบอกว่าอยากกินก็เท่านั้นเอง อินก็ไม่คิดว่า คุณรุตจะกินมันเข้าไปด้วย ทั้งที่เวลานี้ไม่ใช่เวลากินข้าว”
เธอเงยหน้ามองนาฬิกาเพื่อให้เขาเห็นถึงความชัดเจน
“มันเป็นแผนของเธอนะสิใช่ไหม ฉันยังคิดสงสัยว่าเธอจะใส่ยาสั่งหรือยาเสน่ห์ลงไปในอาหารพวกนั้นหรือเปล่า ฉันไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับเธอหรอกนะ อีกอย่างนี่คือบ้านของฉัน ของทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านฉัน ฉันก็ต้องกินต้องใช้ จะเวลาไหนก็ได้ทั้งนั้น มีเพียงแต่เธอ เป็นข้อยกเว้นแค่อย่างเดียวที่ฉันจะไม่กิน ไม่ใช้” เขาจงใจเหน็บแนม ดูถูกคุณค่าความเป็นคนของเธออีกแล้ว
ใบหน้าสวยของอินทุภาเจื่อนลง แต่หญิงสาวก็พยายามปรับมาให้มันเป็นปรกติ
“อะไรหรือคะ ที่จะไม่กิน ไม่ใช้”
ธีรุตม์มองอินทุภาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างรังเกียจ เธอจึงลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเหนียว ๆ
“เธอจะต้องให้ฉันพูดไทย แล้วแปลเป็นไทยให้ฟังอีกหรือ”
“อินเข้าใจค่ะว่าคุณรุตทั้งเกลียด และรังเกียจเดียดฉันท์ เอาที่คุณรุตสบายใจเถอะค่ะ คุณรุตอยากดูถูกอะไรอินก็เชิญค่ะ เชิญคุณพูดออกมาเถอะ ถ้าหากมันจะทำให้คุณสบายใจ และหายบ้า อินอยู่ที่นี่ไม่ใช่ในฐานะสิ่งของหรือสัตว์ชั้นต่ำที่ไร้หัวใจ หากถ้าคุณรุตแน่จริง ก็เอาของกินของใช้ที่คุณรักชอบและคลั่งไคล้มาก หรือเธอคนนั้นที่คุณมีใจรักมั่นเพียงเธอ อย่าให้เธออยู่นอกบ้านเลยค่ะ คุณก็พาเธอเข้ามาอยู่ที่นี่สิคะ อินจะได้ไปเสียที” เธอท้าทาย
ใช่ว่า… ธีรุตม์จะทำให้เธอเจ็บได้เพียงคนเดียวเสียเมื่อไร เขาควรรู้ว่าเธอคือคนที่มารดาของเขาเลือก ที่ไม่ใช่ผู้หญิงที่ชื่อมายาวี สุดที่รักของเขา
“เธออย่ามาสาระแน เรื่องนั้นคือเรื่องส่วนตัว และก็อย่าลามปามไปถึงผู้หญิงของฉัน อ้อ... ฉันกินเฉพาะอาหาร แต่ผู้หญิงผัดผงกะหรี่อย่างเธอนั่น…” ธีรุตม์เว้นระยะ
“ฉันไม่ชอบ ทั้งถูก ทั้งแถม และหากจะมองก็ไม่ต่างจากผู้หญิงขายตัว”
‘ผู้หญิงขายตัว’ อินทุภาสะอึก
ใครจะไปคาดคิดว่า ผู้ชายหน้าตาดี ฐานะสูงส่ง อีกทั้งการศึกษาสูง ธีรุตม์จบปริญญาโทมาจากต่างประเทศ เขาจะสามารถงัดคำพูดร้ายกาจออกมาทำร้ายจิตใจผู้หญิงได้อย่างไม่ละอาย อินทุภากลืนความขมขื่นลงลำคอ เธอเจ็บปวดไปกับคำดูถูกของเขา
ใช่… เขาพูดไม่ผิด แต่ผิดที่ราคาค่าตัวของเธอมันแพงกว่าผู้หญิงหาเงินพวกนั้นต่างหาก
อินทุภาอารมณ์หวั่นไหว น้ำใสๆ คลอเต็มหน่วยตา แต่เธอจะทำสิ่งใดได้ นอกจากก้มหน้าทน เพราะทั้งบุญคุณและหนี้ก้อนใหญ่นั้นค้ำคอ หากตัดสินใจเอาแต่ใจตัวเอง เธอคงจะโบยบินหนีจากที่นี่ไปตั้งแต่วันที่เจอคำถากถางของเขาตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว
ธีรุตม์สะดุดใจไปเหมือนกัน ที่เห็นน้ำในตาของอินทุภา เขาอึ้งและนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง
“ด่าว่าอินพอแล้วหรือคะ จะด่าจะว่าอินอีกก็ได้นะคะคุณรุต แต่ถ้าคุณพอใจแล้ว อินก็ขอเชิญคุณรุตกลับออกไปจากห้องของอินค่ะ วันนี้อินเหนื่อยมามากแล้ว คุณรุตเองก็คงจะเหนื่อยจากงานเช่นกัน เชิญคุณรุตกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ ไว้พรุ่งนี้ถ้าคุณรุตยังไม่หายโกรธอิน ค่อยมาหาอินอีกทีที่นี่ หรือจะเรียกไปด่าที่ไหนก็ได้ค่ะ เอาที่คุณสะดวกใจ หรือว่าคุณรุตจะจองเวลาเอาไว้เลยไหมคะ” อินทุภายอกย้อนกลับ เธอเคยนิ่งมาแสนนาน แต่วันนี้ เวลานี้ เธอไม่อยากจะทน
“สำคัญตัวเหลือเกินนะ คิดว่าจะหลอกล่อให้ฉันมาติดกับดักของเธอถึงห้องหรือ เพื่อที่อยากพาเธอขึ้นเตียง หรือมีอะไรกันกับเธอ เชอะ... ริอ่านเหมือนกันนะ ถึงกับออกปากบอกคุณแม่ว่าอยากท้องและมีลูกกับฉัน นี่อินทุภา... เธอน่ะไม่รู้ตัวหรืออย่างไร ผู้หญิงอย่างเธอมันมีค่าเหมือนกระดาษทิชชูก็เท่านั้น ครั้งเดียวก็เกินพอ”
คำพูดของเขาทำให้เธอนึกย้อนไปในคืนแรก ที่คุณหญิงทับทิมวางยาธีรุตม์และขังเขาเอาไว้กับเธอทั้งคืน เขาไม่แม้จะแสดงความหวาน แต่ที่เขากระทำกับเธอทั้งเจ็บและทารุณ เพราะการกระทำของเขาในคืนนั้น เขาเห็นเธอเป็นแค่ที่ระบาย
อินทุภาไม่อยากจดจำ แต่เธอก็ไม่สามารถลืมคืนนั้นได้ สำหรับอินทุภา คืนนั้นคือการตอกย้ำว่าเขาคือสามีและเจ้าของร่างกายของเธอ ทว่าตอนนี้… ธีรุตม์พูดถูกต้อง เขาไม่แคร์ ไม่ใส่ใจ มองเธอยิ่งกว่ากระดาษเช็ดก้นที่ใช้แล้วทิ้ง
‘คุณจะด่าฉันให้เจ็บทุกคำใช่ไหม กระดาษชำระที่ใช้แล้วทิ้งอย่างนั้นหรือ แล้ว… พรหมจรรย์ ที่เขาพรากไป ไม่มีค่าแม้ให้จดจำ’ อินทุภาถามเขาในใจ
ธีรุตม์ยังไม่ไหวติง อินทุภาจึงเอ่ยปากอีกครั้ง
“คุณรุตคะดึกมากแล้วค่ะ อินอยากพักผ่อน คุณช่วยกลับไปที่ห้องของคุณด้วยเถอะนะคะ” เธอเสียงอ่อนลง และบิดหน้าหนีซ่อนน้ำตา
“ทำไมรับไม่ได้สินะ ทั้งที่แต่งงานกันมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่ฉันไม่เคยคิดอยากแตะต้องเธออีกเลย”
“ดีแล้วค่ะ อินเองก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกขยะแขยงตัวเองให้มากกว่าที่เป็นอยู่”
“เธอพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงอินทุภา คิดจะแดกดันฉันใช่ไหม เธอมันร้ายใช่เล่น มีเพียงคุณแม่ที่ตาบอด หลงใหลได้ปลื้มไปกับลูกสะใภ้อย่างเธอ ยกยอเกินความจริง”
“เปล่านะคะ อินไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย คุณรุตอย่าหาเรื่องค่ะ เวลานี้ดึกแล้ว ทุกคนก็นอนกันแล้ว คุณออกไปเถอะค่ะ” หญิงสาวสะบัดมือโบกไล่
“ยิ่งเธออยากไล่ ฉันยิ่งไม่อยากออกไปนะ บ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านของฉัน ที่ที่เธอนั่งนอนอยู่อย่างสุขสบาย ก็ล้วนแต่อยู่ในอาณาเขตบ้านวิเศษชิตของฉันทั้งนั้น”
อินทุภากล้ำกลืนกับศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำนับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้เธอเลือกที่จะสู้
“อินบอกให้กลับออกไป ได้ยินไหมคะ” หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ ไล่น้ำตาให้ไหลย้อนกลับลงไป ก่อนจะสาดสายตาไม่พอใจให้เขาเห็น ดวงหน้าน้อย ๆ โกรธจนหน้าขาวใสกลายเป็นออกสีแดง
“อินทุภา เธอคิดว่าฉันไม่กล้าลงมือรึไง เธอมันก็แค่…”
“แค่อะไรคะ?”
“กล้าตีฝีปากนะ นับวันยิ่งกล้าดี ได้เลย… ได้… อินทุภา ฉันจะสั่งสอนให้รู้ว่า ฉันคือผู้ชายประเภทที่เธอไม่ควรกล้าต่อล้อต่อเถียง ต่อปากต่อคำ และเธอควรอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว” ชายหนุ่มไม่รีรอ ธีรุตม์ย่างสามขุมเข้าหา
“อย่าเข้ามานะคะ อินบอกให้ถอยออกไป ไม่ได้ยินหรือคะ คุณรุต” อินทุภาตั้งท่าผลักไส แต่เธอกลับถูกธีรุตม์ผลักจนล้มหงายหลังลงไปบนเตียงกว้าง สายตาของเขาเหมือนในคืนที่ส่งตัวเข้าหอไม่ผิดเพี้ยน เขาไม่เพียงเหยียบย่ำเหยียดหยาม เขาก็ยังไม่เคยทำตัวเป็นสุภาพบุรุษกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
อินทุภาทั้งจิกตีเพื่อไม่ให้ร่างของอีกฝ่ายคร่อมทับร่างของตนได้ แต่ลำพังเรี่ยวแรงของหญิงสาวตัวเล็กๆ จะประคองสู้ไปได้สักเท่าไหร่
“ถ้าจะอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข อย่าเผยอผยอง ถือว่าคุณแม่ให้ท้าย” ธีรุตม์จับเธอขึงพืด
“อินไม่ได้ อุบ…” ธีรุตม์ไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดอีกแล้ว ริมฝีปากหาทั่งบดขยี้และจุมพิตหนักหน่วง
อินทุภาได้รู้ความจริงอย่างหนึ่ง ธีรุตม์เมา กลิ่นแอลกอฮอล์กรุ่นออกมาจากลมหายใจของเขา
อีกหนึ่งความคิด หรืออาจจะเป็นเหมือนคืนนั้น คุณหญิงทับทิมวางยาเขา เพื่อให้เขามีอะไรกับเธอ ท่านอยากให้หญิงสาวมีลูก และตั้งท้องลูกของธีรุตม์ เพื่อที่เขาจะเปลี่ยนไป
‘แต่ทำไม’ คำถามที่ผุดพราย
ธีรุตม์ทำไมทำกับเธอย่างนี้ ทั้งที่รังเกียจจะมาแตะต้องกันทำไม
“อยากท้องหรือ ฉันจะจัดให้ แต่อย่าหวังนะว่า จะได้รับความรักจากฉันนะ เธอก็แค่เมียในนาม เข้าใจไหม หัวใจของฉันมีแต่มายาวีเท่านั้น” เขาประกาศก้อง