ตอน 2

เสียงรองเท้าหนัก ๆ กระทบกับทางเดินหินอ่อนจากเรือนพักข้ารับใช้ไปยังตัวคฤหาสน์ เซียวเฟิงเพิ่งกลับเข้าห้องพักตัวเองไม่ถึงสองนาทีก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้เป็นนายสั่งให้เขาไปพบที่ห้องทำงาน

ห้องทำงานของหลิวเจี้ยนอยู่ทางปีกตะวันออกของคฤหาสน์อันใหญ่โตหลังนี้ ตอนมาเหยียบที่นี่ครั้งแรกเซียวเฟิงถึงกับตื่นตะลึงไม่คิดว่าตนจะได้อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ เขาได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย แต่ถึงอย่างนั้น สถานะของเขาก็เป็นเพียงการ์ดต่ำต้อย แม้ว่าตำแหน่งของเขาจะค่อนข้างพิเศษกว่าคนอื่น แต่ก็เป็นตำแหน่งที่เปราะบางที่สุดเช่นกัน แค่ก้าวพลาดครั้งเดียว ก็อาจถูกโยนออกจากที่นี่

นั่นยังนับว่าเป็นกรณีที่ดีที่สุดด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นกรณีแย่ที่สุด และคงจะใกล้ความเป็นจริงมากกว่า ซึ่งก็คือเขาอาจถูกพบเป็นศพในที่ใดที่หนึ่งในสภาพศีรษะกระจุย ถูกเลาะฟัน ตัดแขน ตัดขา เพื่อให้ยากต่อการระบุตัวตน คิดดังนั้นก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา ไม่อยากจะจินตนาการ

ลูกน้องคนอื่น ๆ หากทำงานพลาดอาจเพียงแค่ถูกไล่ออก แต่ว่า...หากเขาก้าวผิดเพียงก้าวเดียว นั่นเท่ากับความตาย

หลิวเจี้ยนขึ้นชื่อว่าให้ความสำคัญกับลูกสาวเป็นอย่างมาก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่เคยใส่ใจว่าตนมีลูกสาวอยู่

ชายสูงวัยกำลังเดินไปมาอยู่ริมหน้าต่าง เหมือนที่เขามักจะทำเมื่อมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ เซียวเฟิงเคาะประตูก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปในห้อง เขาสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวบางอย่างข้าง ๆ โต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ จึงเอื้อมมือเตรียมจะชักปืน เมื่อสิ่งนั้นโผล่ขึ้นมาจึงเห็นว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงของเจ้านาย หล่อนแต่งตัวด้วยชุดนุ่งน้อยห่มน้อย หน้าอกหน้าใจล้นทะลัก นั่งคุกเข่าอยู่ แต่สายตาจ้องมาที่เขา แต่เซียวเฟิงรีบหลุบตาต่ำมองพื้นทันที

เขาก้าวเท้าเข้าไปโดยเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของสาวบริการ หลิวเจี้ยนโบกมือเป็นสัญญาณให้ปิดประตูเขาจึงรีบทำตามอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ดีว่าหลิวเจี้ยนไม่ใช่คนที่ชอบพูดให้มากความ

“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับนายท่าน” เขายืนกุมมือ แผ่นหลังตั้งตรง สงบนิ่งรอรับคำสั่ง

“นายไปเก็บของได้แล้ว”

คำพูดนี้เสมือนคีมเหล็กที่กำลังบีบหัวใจของเซียวเฟิง แต่เขาพยายามปกปิดความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงภายใต้สีหน้าเรียบเฉยเย็นชา

“อะไรนะครับ”

ข้อแก้ตัวหลายอย่างกำลังผุดขึ้นในหัว แม้ว่าจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องแก้ตัวเรื่องอะไร ไม่เข้าใจว่าได้ทำอะไรผิดไป หรือพลาดตรงไหน พลันในหัวคิดไปถึงค่ำคืนนั้นที่สระว่ายน้ำ ทว่ามันผ่านมาแล้วสามเดือน หากหลิวเจี้ยนรู้ เขาคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แน่

เมื่อเห็นว่าริมฝีปากของเจ้านายกระตุกขึ้น เขาจึงรู้ว่ากำลังถูกล้อเล่น แต่เขาไม่ขำด้วยเลย

“ฉันหมายถึง ให้นายไปเก็บของของนายซะ เพราะนายจะต้องไปหยวนจิง”

‘หยวนจิง’ นี่มันไม่ใช่ชื่อมหาวิทยาลัยหรอกหรือ?

“มหาลัยหรือครับ”

“ใช่แล้ว ฉันจะให้เหมยไปเรียนที่นั่น”

ตอนนี้เซียวเฟิงชักจะเข้าใจอะไรราง ๆ ตอนแรกคิดว่าชายผู้ซึ่งหวงลูกสาวยิ่งกว่าไข่ในหินจะให้เธอเลือกเรียนมหาวิทยาลัยใกล้ ๆ เพื่อที่จะได้อยู่ในสายตา แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว เขาทำงานกับหลิวเจี้ยนมาหลายปี การที่ส่งเมริสาไปเรียนต่อที่หยวนจิงนับว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของลูกหลานผู้มีอำนาจและมีอิทธิพลที่ร่ำรวยมหาศาล นับว่าเป็นคนในระดับเดียวกัน ดังนั้นในสายตาของหลิวเจี้ยน ที่นั่นย่อมเหมาะสมกว่า

หลิวเจี้ยนหันมาทางเซียวเฟิงอีกครั้ง ดวงตาไร้ร่องรอยอารมณ์ขัน ไม่นับว่าน่าแปลกอะไร เพราะชายคนนี้ไม่ใช่คนที่จะใช้เวลาทั้งวันเพลิดเพลินกับอาณาจักรที่เขาสร้างขึ้น เขาระแวงเกินกว่าจะทำแบบนั้น และเมื่อถึงจุดที่สถานการณ์บีบคั้น เขาก็ไม่ลังเลที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย

และนี่คือเหตุผลที่เขาต้องมาอยู่ที่นี่ หรืออย่างน้อยก็เคยอยู่ ก่อนที่จะถูกมอบหมายให้เป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของเมริสาเมื่อสามปีที่แล้ว

“ฉันคงไม่ต้องบอกนะว่านายต้องทำอะไร” หลิวเจี้ยนเอ่ยเสียงเรียบเหมือนกับครั้งที่สั่งให้เขาไปจัดการสมาชิกแก๊งที่ทรยศ

“ไม่ต้องครับ”

เซียวเฟิงนึกอยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย ทำไมหลิวเจี้ยนไม่เลือกคนอื่น ทำไมถึงต้องเป็นเขา เพราะเขาเองนี่แหละที่อันตรายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด นับวันมาริสายิ่งท้าทายความอดทนเขามากขึ้นทุกวัน แต่เขาไม่สามารถทำในสิ่งที่ปรารถนาได้ เขายังไม่สามารถสลัดภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นที่สระว่ายน้ำออกไปได้เลย

ตอน 3

“คุณหนูทราบเรื่องนี้หรือยังครับ”

หลิวเจี้ยนส่ายหัว “พรุ่งนี้ฉันจะคุยกับเหมย แต่ฉันบอกเรื่องนี้ให้นายรู้ก่อน ฉันรู้ว่าฉันเชื่อใจนายได้”

เซียวเฟิงทำได้เพียงพยักหน้า คำพูดนั้นชัดเจน หากทำเสียเรื่อง ชีวิตแกจบสิ้นแน่

“ผมจะดูแลคุณหนูเอง นายท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ” แม้จะพูดไปแบบนั้น แต่มือที่กุมกันอยู่กำลังกำแน่น โชคดีที่เขาเป็นคนเก็บอารมณ์และสีหน้าเก่ง

“ฉันต้องการให้นายดูแลเธอเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องความบริสุทธิ์...”

“ครับ” เซียวเฟิงคุ้นเคยกับคำสั่งไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ยังอดแปลกใจกับเรื่องนี้ไม่ได้

“ความบริสุทธิ์” หลิวเจี้ยนย้ำอีกครั้ง “นายก็โต ๆ กันแล้ว คงรู้ว่าฉันพูดเรื่องอะไร” เขาแสยะยิ้มแล้วพูดต่อ “ฉันรู้ว่ายัยเหมยยังบริสุทธิ์อยู่ ฉันเคยให้หมอตรวจตั้งแต่ตอนที่ฉันพาเหมยกลับมา หลังจากนั้นก็อยู่ในสายตานายตลอด”

“ครับ”

“ไม่มีผู้ชายที่ไหนใช่มั้ย”

“ไม่มีครับ”

“นั่นไง” หลิวเจี้ยนไหวไหล่ “แสดงว่าเหมยยังบริสุทธิ์ และนั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการให้มันคงอยู่แบบนั้น ถ้าแปดเปื้อนไปแล้วก็คงไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะให้เธอแต่งงานเพื่อเกี่ยวดองทางธุรกิจ”

นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวเฟิงได้ยินเรื่องนี้ แน่นอนว่าการกันเมริสาออกห่างจากผู้ชายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเสมอ ซึ่งเขาคิดว่าเป็นเรื่องที่พ่อทุกคนในตำแหน่งแบบเดียวกับเจ้านายของเขาคงต้องการอยู่แล้ว เพราะไม่อยากให้ลูกสาวตัวเองวิ่งเตลิดไปเสียเงินกับปาร์ตี้และยาเสพติด เหมือนกับที่พวกลูกคนรวยในสถานะแบบเธอบางคนทำกัน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่ากลัวเมริสาเสียราคาที่จะใช้เธอแต่งงานเพื่อผลประโยชน์

“เอาล่ะ ฉันว่านายคงอยากไปนอนพักก่อนที่จะเก็บของ หรือว่านายอยากสนุกกับเจินเจินตรงนี้ก่อนล่ะ” หลิวเจี้ยนยิ้ม ชี้ไปที่ผู้หญิงที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น “เธออาจจะไม่บริสุทธิ์ แต่เธอก็ชอบแกล้งทำเป็นว่าใช่ และร่องก็แน่นจนทำให้รู้สึกแบบนั้นได้” เขาหัวเราะ

เซียวเฟิงเหลือบมองผู้หญิงที่ยิ้มส่งสายตาเป็นประกายให้ หล่อนเชิดอกตูม ๆ ขึ้น พยายามดึงดูดความสนใจ แต่ไม่ว่าจะทำหรือพูดอะไรก็ไม่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นได้เลย เพราะมีหน้าอกแค่คู่เดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาคุมตัวเองไม่อยู่ และถ้าพ่อของเธอรู้เรื่องนี้ คงไม่ส่งเขาทำหน้าที่บอดี้การ์ดส่วนตัวนี้แน่

“ขอบคุณครับนายท่าน แต่นายท่านพูดถูก ผมคงต้องไปนอนพัก เพราะพรุ่งนี้มีเรื่องให้ต้องจัดการอีกหลายเรื่อง”

หลิวเจี้ยนหัวเราะชอบใจ “เห็นไหมล่ะ นี่แหละ ฉันถึงไว้ใจให้นายดูแลเหมย ความคิดนายไม่ได้อยู่ที่ไอ้นั่นเหมือนผู้ชายคนอื่น ๆ”

นายท่านไม่มีทางรู้หรอกครับว่าผมคิดอะไร

หลิวเจี้ยนหันกลับไปที่โต๊ะทำงาน ที่ซึ่งเขาใช้เวลาส่วนมาก ที่ซึ่งดีลต่าง ๆ เกิดขึ้นและถูกทำลาย ที่ซึ่งตัดสินชะตากรรมของใครหลายคนด้วยเช่นกัน

คิดไปแล้ว เซียวเฟิงนึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เลื่อนตำแหน่งจากลูกน้องทั่วไปที่ต้องออกไปเสี่ยงจัดการเรื่องราวดำมืดต่าง ๆ มาเป็นงานง่าย ๆ อย่างการคุ้มกันเด็กสาวคนหนึ่งที่ในหมู่พวกเขาต่างไม่มีใครรู้จักเธอ จนกระทั่งได้พบกับเธอ เขาถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิดไปถนัด

แล้วยิ่งในตอนนี้ ที่จะเหลือแค่เขาและเธอเพียงสองคน ไม่มีใครคอยจับจ้อง ข้ออ้างที่เขาใช้ควบคุมตัวเองไม่ให้แอบชื่นชมเรือนร่างเธอก็ไม่มีอีกต่อไป มันแย่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

การที่ต้องอยู่ใกล้เธอตลอดเวลาในบ้านนี้มันแย่พอแล้ว แต่การอยู่ท่ามกลางสายตาคนอื่นและความเกรงกลัวจะถูกจับได้คอยยับยั้งเขาไว้ ทั้งยับยั้งเธอไว้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขากับเมริสาอยู่ตามลำพัง ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนเห็น แล้วเขาจะอดทนได้มากแค่ไหนกัน

คืนนั้นที่สระว่ายน้ำเขาต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก ตลอดทั้งชีวิตเขาไม่เคยถูกทดสอบแบบนั้นมาก่อน เหมือนกับเธอล่วงรู้ถึงจินตนาการสกปรกในหัวเขานับตั้งแต่เขาได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลเธอ เธอจึงตั้งใจตบรางวัลให้กับเขา

เมริสาไม่ใช่คนที่เรียบร้อยขี้อายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ต่อหน้าเขาเธอเปิดเผยความเป็นตัวตนทุกอย่าง ซึ่งยากจะรับมือ ราวกับว่าเธอต้องการหาเรื่องมาทดสอบความอดทนเขาได้ทุกวัน แต่เขาต้องวางตัวเฉยชาและไม่ใส่ใจ เรื่องในคืนนั้นก็เช่นกัน เขารู้ว่าได้ทำร้ายจิตใจเธออย่างรุนแรง ทำให้เธออับอาย เขาเห็นหยดน้ำตาของเธอ อยากจะดึงเธอเข้ามากอด เขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอ แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว

เธอไม่จำเป็นต้องรู้ว่ายามอยู่คนเดียวเขาจินตนาการถึงเธอว่าอย่างไรบ้าง คิดไม่ออกเลยว่าจะอันตรายแค่ไหนเวลาที่เขากับเธอต้องอยู่ด้วยกันตามลำพัง

แล้วเธอจะต้านทานเขาได้อย่างไรเมื่อเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างเราหายไปแล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED