ดาวใจสาวน้อยวัยใสหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักน่าเอ็นดู ลูกสาวคนเดียวของสำเนียงและดอน ความจริงเธอมีพี่น้องฝาแฝด หากแต่ดวงจิตแฝดผู้พี่นั้นได้ตายจากไปตั้งแต่ยังแบเบาะเพราะว่าร่างกายไม่แข็งแรง
สำเนียงและดอนก็เป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับผู้ช่วยสินทรนั่นแหละ ตัวสำเนียงเองเคยกุ๊กกิ๊กกับสินทรหากแต่หล่อนชอบพอดอนมากกว่า พออายุครบ16ปี จึงตกลงออกเรือนไปกับดอน ปล่อยสินทรให้อกหักนอนร้องไห้อยู่เป็นแรมเดือน จากนั้นมาสินทรก็ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน จนคนลือกันว่าสงสัยจะยังรักปักใจกับสำเนียงอยู่
ตกดึกบรรยากาศในหมู่บ้านเงียบสงัด ดาวใจนอนพลิกตัวไปมาบนที่นอนคิดไม่ตกเรื่องเมื่อกลางวัน "เจ็บใจจริงๆ ไม่น่าพลาดท่าเสียทีให้ผู้ใหญ่ใจหมาอย่างสินทรเลย" มีทางไหนหนอที่พอจะเอาตัวรอดจากสินทรได้
“สาธุ! พี่ดวงจิต มาช่วยฉันด้วยเถอะ ไอ้น้าสินมันคงคิดจะหลอกเจาะกินจาวฉันเป็นแน่” ถึงกับต้องนึกถึงพี่สาวที่ตายจาก
ดาวใจทั้งคิดในใจ ทั้งบ่นพึมพำลำพังเหมือนคนบ้า ใครไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้คงไม่รู้ว่ามันจิตตกแค่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าสินทรจะนัดไปทำไม แต่ถ้าไม่ไปก็มีหวังได้ออกเรือนกับคนแก่คราวพ่อ
“ให้ตายฉันก็ไม่เอาน้าสินทำผัวหรอก แต่จะทำยังไงวะ” สาวน้อยนอนเอามือก่ายหน้าผากคิดไปคิดมาจนเผลอหลับ
ฝั่งสินทรวันนี้ไม่ยอมกลับเข้าไปนอนบ้านใหญ่ ค้างแรมที่เถียงนาอีกคืนหวังจะรอกินตับดาวใจในวันพรุ่ง คิดแล้วก็น้ำลายหก ภาพดาวใจวิ่งนมเด้งดึ่งๆ ทั้งเนินเนื้อโหนกอูมใหญ่กว่าฝ่ามือยังคาตา เวลานี้คงได้แต่หยิบกางเกงในของสาวน้อยวัยแรกแย้มขึ้นมาสูดดมกลิ่นอันสุดแสนรัญจวนไปพลางๆก่อน
ทว่าอานุภาพกลิ่นรัญจวนของสาวแรกรุ่น พิษสงเทียบเคียงยาปลุกกำหนัดอ่อนๆ ปลุกความใคร่ผลักดันท่อนเอ็นกลางกายเบียดผ้าโสร่งตุงขึ้นเป็นลำ เวลานี้ต้องอาศัยมือหยาบหนาสอดเข้าไปใต้ชายผ้านุ่ง เพื่อช่วยบำบัดความใคร่ให้ตนเอง
“อู้ย! อีดาวใจ พรุ่งนี้กูจะเอามึงให้ยับเลยคอยดู อู้ยย....ดาวใจ ขย่มแรงๆ อ๊า........”
ในหัวคนทะลึ่งจินตนาการไปว่าดาวใจกำลังขย่มตอให้ นมเด้งดึ่งๆ อย่างที่เห็นในวันนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเรียกอารมณ์กลัดมันให้พลุ่กพล่าน มือสากๆ ยังบำเรอใคร่ให้ตนไม่หยุดหย่อน สาวไปสาวมาในที่สุดก็เคล้นมันจนสำเร็จสมปรารถนา
“อ๊า......อีดาวใจ มึงทำกูได้....ออกมาชะเยอะเลยลูกพ่อ คงเพราะไม่ได้ออกเสียนาน อูยยยย...... ”
สินทรมองน้ำเมือกสีขาวขุ่นที่พึ่งพุ่งออกจากท่อลำเลียงอันเท่าแขนเด็ก เลอะเปรอะผ้าโสร่งจนเจ้าตัวต้องลุกขึ้นถอดมันกองเอาไว้กับพื้นแล้วหยิบเอาผืนใหม่มาใส่
เสียงไก่ขันดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน ปลุกให้ผู้คนขยับตัวตื่นขึ้นมาเตรียมหุงหาข้าวปลาอาหาร บ้างเตรียมตัวออกไปขุดไร่ไถนาทำมาหากินเลี้ยงชีพ บ้างตื่นมาให้อาหารหมูเห็ดเป็ดไก่ในเล้า บ้างก็จูงวัวจูงควายออกไปที่ชายทุ่ง
ดาวใจลุกขึ้นมาช่วยแม่นึ่งข้าวเหนียวและทำกับข้าวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะวันนี้ดอนจะขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์
“รอบนี้พ่อจะไปกี่วันจ๊ะ” ดาวใจเอ่ยถามพ่อผู้ให้กำเนิด
ปกติแล้วการขึ้นเขาไปล่าสัตว์แต่ล่ะครั้ง พวกพรานใช้เวลากันประมาณ 2-5 วัน ถ้าล่าสัตว์ได้เร็วก็จะรีบกลับลงมาที่หมู่บ้าน ด้วยกลัวว่าเนื้อมันจะเน่า แต่ถ้าล่าสัตว์ไม่ได้ก็ต้องนอนค้างแรมอยู่บนภูเขาจนกว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา
“ก็น่าจะประมาณ2-3วัน เตรียมข้าวสารให้พ่อด้วยนะ แล้วปลาร้าบองแม่เอ็งตำเสร็จหรือยัง”
“เสร็จแล้วพี่ เตรียมใส่กระปุกไว้ให้แล้ว เดี๋ยวรอนึ่งข้าวสุกฉันจะย่างเนื้อแห้งให้”
สำเนียงตอบในขณะที่กำลังนั่งผ่าฟืนเติมเชื้อไฟในเตา
“ข้าวสารเท่านี้พอไหมจ๊ะ” ดาวใจยกถุงข้าวสารที่เธอกรอกใส่ถุงเสร็จเรียบร้อยให้พ่อดู
“เอาออกอีกสักนิดก็ได้ เดี๋ยวมันจะหนักเกินไป” ดาวใจเทข้าวสารออกนิดหน่อยตามที่บิดาสั่ง ก่อนจะยกขึ้นให้ดูอีกรอบ
“อืมๆ กำลังดี”
หลังจากเตรียมอุปกรณ์ล่าสัตว์และเตรียมห่อข้าวปลาอาหารเสร็จเรียบร้อย ดอนก็ลาลูกเมียก่อนจะอุ้มไอ้ด่างหมาพรานคู่ใจขับรถเครื่องตรงไปทางภูเขา
ดาวใจจูงควาย4ตัวออกจากคอก แล้วเดินมาหยิบตะกร้าหวายที่แคร่ใต้ต้นชมพู่ ในตะกร้ามีห่ออาหาร ขวดน้ำดื่ม และผ้าคลุม
“ฉันเอาควายออกไปทุ่งก่อนนะจ๊ะแม่”
“แดดมันแรง เอามันไปผูกไว้ตรงที่หญ้าเยอะๆ แล้วก็เข้าไปหลบแดดในเถียงนานะลูก”
“จ้ะแม่”
ช่วงที่ดอนขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์เป็นหน้าที่ของดาวใจต้องพาควายออกไปกินหญ้าในทุ่ง ส่วนสำเนียงต้องขึ้นหูกทอผ้าอยู่บ้านเพราะมีลูกค้าสั่งผ้าไว้เยอะ
ดาวใจเดินจูงควาย4ตัวออกมาจนถึงทุ่งหญ้าใกล้ๆลำธารห้วยโตกโตน มองหามุมหญ้าขึ้นเยอะๆไม่มีร่องรอยวัวควายตัวอื่นเหยียบย่ำแล้วล่ามควายทั้งหมดเอาไว้บริเวณนั้น ล่ามให้ห่างกันหน่อยจะได้ไม่แย่งกันกิน เสร็จแล้วจึงเดินไปที่เถียงนาของตนซึ่งอยู่ไม่ไกล
จากนั้นเด็กสาวก็ผุดลุกผุดนั่ง คิดหาทางเอาตัวรอดจากสินทร
จนกระทั่งพระอาทิตย์ตรงหัวพอดิบพอดี ดาวใจรีบไปเอาควายมากินน้ำที่ลำธาร ก่อนจะล่ามพวกมันเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วเอาฟางข้าวมากองไว้ในพวกมันกิน
“น้าสิน! น้าสิน.....” ดาวใจเดินทอดน่องมาจนถึงเถียงนาของสินทร ซึ่งอยู่ห่างจากเถียงนาของเธอประมาณ1กิโลเมตรแล้วจึงร้องเรียกหาคนเจ้าเล่ห์
เถียงนาน้อยคอยรักของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสินทร ใหญ่โตเกือบเท่าบ้านหลังหนึ่งเลยก็ว่าได้ ใหญ่ที่สุดในบรรดาเถียงนาของคนแถบนี้
“มาแล้วหรือ......อีดาวใจของน้า แหมมาตรงเวลาดีซะด้วยนะเอ็ง ไม่อยากแต่งงานกับข้าขนาดนั้นเชียวหรือวะ”
น้ำเสียงแป้นแล่นของสินทรดังออกมาจากด้านในเถียง ก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่หน้าออกมารับแม่สาวน้อยหอยใหญ่เนื้อนมเยอะ
“ใครจะอยากแต่งงานกับคนแก่คราวพ่อ! ฉันมาแล้ว น้ามีอะไรก็พูดมา ฉันจะรีบกลับไปดูควาย” สาวน้อยพูดจาห้วนๆ หน้าตาบอกบุญไม่รับ
“เออ! คำก็แก่สองคำก็แก่นะมึงนะ เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวมึงจะได้ร้อง ขึ้นมานี่! ” สินทรไม่ชอบใจนักที่โดนดาวใจด่าว่าแก่กรอกหูอยู่บ่อยๆ
ดาวใจจำใจต้องเดินขึ้นกระไดไปบนเถียงนา ตามที่สินทรสั่ง พอขึ้นไปถึงชาน สินทรก็รีบคว้าตัวเธอพาเข้ามาในเถียง ทั้งกอดทั้งหอมทั้งปลุกประโลมขณะที่ดาวใจยังไม่ทันตั้งตัว
“อ๊าย! น้าสิน ปล่อยฉันนะ น้าทำอะไรเนี่ย บ้าที่สุดเลย” ดาวใจดิ้นจนหลุดจากอ้อมแขนกำยำล่ำเป็นสันนั้น
“อ้าว! อีนี่ กูก็จะรีบเอาให้เสร็จๆ มึงจะได้กลับไปดูควายมึงไง”
“เอาบ้าเอาบออะไรน้าสิน! อย่าทำบ้าๆนะ”
ดาวใจเริ่มน้ำตาคลอเบ้าก่อนจะร้องไห้ออกมาในที่สุด
สินทรลืมไปว่าดาวใจพึ่งจะอายุ16-17 คงยังไม่ประสีประสา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นอะไร
“อีดาวใจ....นี่เอ็งไม่รู้จริงๆเหรอว่าข้าให้เอ็งมาทำไม” น้ำเสียงเริ่มแผ่วหวานยิ่งกว่าน้ำตาลอ้อย
“ใครจะไปรู้ ก็น้าบอกให้ฉันมา” ดาวใจรู้อยู่เต็มอก แต่แกล้งไร้เดียงสาเพื่อเอาตัวรอด
“โถๆ เด็กหนอเด็ก ที่น้าเรียกเอ็งมาก็เพราะว่าน้าจะเอาเอ็งไง เอากันแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำ เอ็งจะมีความสุข น้าก็มีความสุข พอเอากันเสร็จก็จบ! น้าก็จะลืมเรื่องที่น้าเห็นหอยเอ็งเมื่อวานไง ดีไหม? ”
คิดว่าดาวใจคงหัวอ่อน หลอกง่าย สินทรจึงพยายามหว่านล้อมให้สาวน้อยเต็มใจแต่โดยดี
“ไม่!” ดาวใจเสียงแข็ง หาได้โอนอ่อนตามที่สินทรคาดเอาไว้
!!!!
“เอ๊ะ อินี่! หรือเอ็งอยากจะให้ข้าเอาเรื่องเมื่อวานไปโพทนา” สินทรยังถือไพ่เหนือกว่า
“ก็ไม่!” ดาวใจเล่นแง่สุดๆ
“ถ้าไม่อยากให้ข้าเอาเรื่องเมื่อวานไปบอกใคร ก็ถอดเสื้อผ้าของเอ็งออกให้ข้าเอาเสียดี ๆ อย่าโยกโย้” สินทรเริ่มรำคาญในน้ำเสียงมีน้ำโห
!!!
“ไม่!” ดาวใจยังดื้อดึง สินทรเหลืออดจึงปรี่เข้าปลุกปล้ำเสียให้จบๆ หากแต่ดาวใจขัดขืนกัดแขนสินทรจมเขี้ยว
“โอ๊ย! อีดาวใจ มึง!” ด้วยความเจ็บจนลืมตัว สินทรง้างมือหมายจะตบ
!!!
“เอาสิน้าสิน! ถ้าน้าทำอะไรฉันหรือขืนใจฉัน ฉันจะร้องให้ลั่นทุ่งเลย คราวนี้คนก็จะแห่มา ฉันจะบอกกำนันเสริมกับผู้ใหญ่เภาว่า น้าฉุดฉันมาที่นี่แล้วก็ปลุกปล้ำฉัน ฉันจะเอาน้าสินเข้าตาราง!”
“อีดาวใจนี่มึง! มึงกล้าขู่กูรึ เออ! งั้นมึงกลับไปเลย ไสหัวไปให้พ้นเลยอีเด็กเวร แล้วค่อยดู....เย็นนี้เรื่องที่กูเห็นหอยเห็นนมมึง ได้กระจายไปทั่วตำบลแน่ มึงเตรียมตัวเข้าพิธีผูกข้อมือเป็นเมียกูได้เลย”
สินทรถึงกับปวดขมับเมื่อเจอฤทธิ์ดาวใจ เด็กสาวไม่ใช่โง่เง่าหลอกง่ายอย่างที่เขาคิด หากแต่ฉลาดและหัวไวอย่างกับลิง
“น้าสิน.... ใจเย็นๆ ฉันก็ไม่ได้ว่าจะไม่ยอมน้านะ แต่น้าต้องให้เวลาฉันหน่อย น้าลองทำให้ฉันยอมน้าแต่โดยดีสิ ไม่ใช่มาใช้กำลังปลุกปล้ำฉันแบบนี้”
ถ้ายืดเวลาออกไปได้ วันข้างหน้าอาจจะหาเรื่องหรือสืบหาความลับอะไรของสินทรมาเป็นข้อต่อรองได้
“ยังไงของเอ็ง! อีลิงหลอกเจ้า เอ็งจะมาไม้ไหนอีก ไสหัวไปเลย ข้ารำคาญเอ็งเหลือทนแล้ว” สินทรว่าแล้วก็ผลักดันร่างบางให้ออกไปที่นอกชาน
“น้าๆ น้าสิน.... ฟังฉันก่อน อย่าพึ่งหงุดหงิดสิน้า ฉันยังเด็กอยู่นะ น้าน่ะอาบน้ำร้อนมาก่อนฉันตั้งนาน น้าจะทำให้ฉันยอมน้าแต่โดยดีไม่ได้เลยหรอจ๊ะ นะ! คุยกันดีดี”
“คุยดีดียังไงวะ นี่ข้าก็ไม่ได้จะแทงๆ เสียบๆ เลยนะโว้ย ข้าจะกอดจะจูบ จะหอม จะดูด จะเลียให้จนกว่าเอ็งจะพอใจเลย มาสิ มานี่!” สินทรฟันกัดพูด พลางดึงแขนดาวใจเข้าไปข้างในอีกรอบ หากแต่ดาวใจรั้งเอาไว้
“ไม่ใช่อย่างงั้นน้า! ถ้าอย่างงั้นมันจะไปมีอารมณ์อะไร มันก็เท่ากับน้ายัดเหยียดให้ฉันนะ น้าสอนฉันก่อนสิ ทำให้ฉันมีอารมณ์อย่างว่า...... เล่านิทานให้ฉันฟังก็ได้ นิทานจากหนังสือปลุกใจที่พวกน้าๆ อ่านกันไง ฉันก็เคยอยากอ่านนะ แต่แม่ด่า! น้าลองเล่าให้ฉันฟังสิ ถ้าฉันมีอารมณ์เมื่อไหร่ ฉันจะยอมให้น้าเอง”
สินทรนิ่งคิดอยู่สักพักก็รับข้อเสนอของดาวใจ คิดว่าถ้าเล่านิทานเสียวสวาทให้ฟัง สาวน้อยคงใคร่กระสันจนยอมมานอนถ่างขาต่อหน้าให้เขาเสพสุขอย่างเต็มใจในที่สุด แบบนั้นคงจะรู้สึกดีไม่น้อย รีบกินไปมันไม่อร่อย ต้องค่อยๆละเลียดเลียลิ้มชิมรสหวานตอดกินไปนานๆ
“ก็ได้! งั้น.....ข้าขอคิดหาเรื่องเด็ดๆก่อน ระหว่างนี้เอ็งเอาผ้ากองนั้นไปซักให้ข้าทีไป”
สินทรชี้ไปที่กองผ้าโสร่งที่เขาทำน้ำรักเปื้อนใส่เมื่อคืนนี้ ในกองนั้นมีเสื้อผ้าที่ใส่แล้วอยู่หลายตัว ทั้งผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า เสื้อกล้าม หรือแม้แต่กางเกงในชาย
“อะไรอ่ะ! ฉันไม่ใช่ขี้ข้าน้านะ” ดาวใจโวยวาย
“จะทำไม่ทำ!”
“ก็ได้ๆ” ดาวใจหน้างอมองหาตะกร้าก่อนจะหยิบเสื้อผ้าพวกนั้นขึ้นมา
“อี้! กางเกงใน!”
สาวน้อยหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นกางเกงในของสินทรรวมอยู่ในกองผ้าด้วย
“เออ! เอาไปซักให้หมดเลย ซักให้สะอาดๆนะโว้ย ล้างออกดีดีด้วยข้าแพ้แฟ้ม!”
คนที่ตกอยู่ในสถานะจำยอม ก้มหน้าก้มตาเก็บผ้าใส่ตะกร้าท่าทางกระฟัดกระเฟียด
“ทุเรศที่สุดเลย....” ดาวใจบ่นในลำคอ หน้าง้ำหน้างอระหว่างเดินเอาเสื้อผ้าไปซักที่ห้วย
ถึงจะรังเกียจแค่ไหนก็จำใจต้องซักให้แต่โดยดี เพราะตอนนี้ไม่มีสิทธิ์จะต่อรองอะไรมาก แค่สินทรยอมรับข้อเสนอไม่รีบร้อนเจาะไข่แดงเธอก็ถือว่าดีถมเถ
“เสื้อผ้าก็สกปรก! คราบอะไรก็ไม่รู้ อี๋!” ซักไปก็บ่นไป
ผ่านไปชักพักก็ซักผ้าได้เกือบหมด เหลือกางเกงในชายตัวขนาดพอเหมาะเมื่อพิจารณาดูแล้ว ตรงเป้าผ้ายืดย้วยออกมามากกว่าบริเวณอื่น ดาวใจเผลอคิดไปถึงขนาดท่อนเอ็นของสินทร
ครั้นพอรู้ตัวสาวน้อยก็หน้าแดงก่ำ!!
“บ้า! คิดอะไรเนี่ย บ้าๆๆ!” ดาวใจรีบขยี้ๆ ก่อนเอาผ้าทั้งหมดล้างน้ำจนสะอาด
“อ้าวซักเสร็จรึยัง! ผ้าแค่นั้นเอ็งจะซักถึงพรุ่งนี้เลยรึไง” เสียงสินทรโวยวายดังมาจากในเถียง
“จ้ะ! เสร็จแล้วจ้ะ จะไปตากเดี๋ยวนี้ล่ะจ้ะ” สาวน้อยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ก่อนจะด่าทอเบาๆในลำคอ
“ไอ้แก่! ไอ้ลามกจกเปรต”
ตากผ้าเสร็จเรียบร้อยดาวใจจึงเดินขึ้นไปบนเถียงนา
“เสร็จแล้วก็เข้ามาในนี้.....” สินทรหมายถึงให้ดาวใจเข้าไปในเถียง
สาวน้อยทำใจดีสู้เสือพาร่างบางเข้าไปในเถียงอย่างว่าง่าย
“มานี่มา.....”
สินทรประคองให้ดาวใจนั่งลงบนเสื่อผืนไม่เล็กไม่ใหญ่
“ข้าพร้อมแล้วที่จะเล่านิทานเสียวสวาทของไอ้หนุ่มบ้านนอกกับอีสาวบ้านนาให้เอ็งฟัง ถ้าฟังแล้วเอ็งอยาก.......ขึ้นมาก็บอกนะ ข้าจะช่วย......”
สินทรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สายตาเจ้าเล่ห์แสนกลปนหื่น ว่าแล้วก็ดึงโสร่งเลิกขึ้น เปิดท่อนเอ็นปูดบวมที่กำลังแข็งตัวใหญ่เท่าแขนเด็กให้สาวน้อยดูเป็นขวัญตา
!!!!
“ว๊าย! น้าสิน นั่นอะไรอ่ะ”
เห็นอย่างนั้นดาวใจก็รีบยกสองมือขึ้นมาปิดตาเอาไว้ทันที สาวน้อยใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะจะโคน ร้อนๆ หนาวๆ คล้ายจะเป็นไข้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
แต่ครั้นจะปิดตาไปเลยก็อยากเห็น แต่พอได้เห็นก็กลัวจนไม่กล้าจะมอง
“เปิดตามาดูเถอะน๊า เอ็งจะได้รู้เรื่อง นี่เขาเรียกว่าไอ้จู๋ ถ้าข้าเล่าว่าไอ้จู๋ ข้าหมายถึงท่อนเอ็นอันนี้แหละ แต่ถ้าข้าพูดว่าหอย ข้าหมายถึงอันนี้ของเอ็ง”
ไม่พูดเปล่าเอื้อมมือไปจับองค์ประกอบการเล่าเรื่องตรงเนินเนื้ออวบอูมกลางหว่างขาเรียว จนเจ้าของมันที่นั่งพับเพียบอยู่สะดุ้งตัวสั่น รีบถอยห่างออกไป.......
“อุ๊ย! น้าสิน คนทุเรศ!” ดาวใจมองคนตรงหน้าราวกับจะกัดจะกิน
โคแก่คิดในใจ ถอยห่างไปก่อนเถอะอีดาวใจเอ๊ย เดี๋ยวไม่นานเอ็งต้องมานอนถ่างหอยให้ข้าแน่ๆ หึหึ!
“ข้าก็บอกให้เอ็งรู้ไง!!! เดี๋ยวฟังแล้วไม่เข้าใจก็มาถามอีก” จะหลอกจับของเด็กมันนั่นแหละแต่เฉไฉ
“เออ! ฉันรู้แล้ว รีบปิด......ไอ้จู๋ของน้า! แล้วก็รีบเล่ามาเถอะ อยากจะเล่าอะไรก็เล่า ฉันจะรีบกลับไปดูควาย”
ดาวใจขยับมานั่งตั้งตัวใหม่อีกรอบ หลังจากสินทรดึงผ้าโสร่งมาคลุมส่วนของความเป็นชายนั้นเอาไว้
“อ่ะๆๆ ข้าจะเล่าแล้วนะ ตั้งใจฟังล่ะ”