ตอนที่ 2
ดาราเนตรขึ้นมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มโย้ไปเย้มา ดวงตาหลุบมองพื้นด้านล่างแล้วมองขึ้นไปบนเพดานห้องสลับผ่อนลมหายใจออกปากแรง ๆ อยู่หลายรอบ คิดจนสมองแทบจะแตกแล้วแต่ทำยังไงมันก็หาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี่ไม่ได้เสียที
“ฉันว่าแกตีตนไปก่อนไข้หรือเปล่ายายเนตร บางทีนายคนที่คุณตาเลือกมาเป็นเจ้าบ่าวให้แก อาจจะหนุ่มนิสัยดี หน้าตาหล่อเหลาเหมือนกับพระเอกละครไทย หุ่นมาดแมนแอ่นแฮนด์ซั่ม ละลายหัวใจสาวอย่างที่แกอยากได้ ก็ได้นะโว้ย” จารุชาลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่ง เดินมาหาเพื่อน ด้วยใบหน้าทะลึ่งตึงตัง นัยน์ตาพราวระยับอย่างคนที่ไม่ค่อยจะเคร่งเครียดกับเรื่องอะไร
‘ก็ไม่รู้ว่ามันจะเครียดไปทำไมนี่น่า ปัญหาทุก ๆ ปัญหาย่อมที่จะมีทางออกเสมอ ถ้าเราเร่งรีบที่จะหาทางแก้ไข หนทางมันก็ยิ่งตีบตันหาทางออกไม่เจอ ดังนั้นเราควรที่จะปล่อยวาง ทำใจให้สบายๆ ปล่อยให้สมองได้มีเวลาคิด เผลอ ๆ ไม่ต้องทำอะไรทางออกก็มีมาให้เห็นเองแหละ’ เพราะคิดอย่างนี้ เพื่อน ๆ จึงมักมีปัญหามาปรึกษาตลอด เพราะเธอมักจะมีมุมมองแบบแปลก ๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะได้บ่อยครั้ง
“บางทีนะเนตร ตอนที่แกผู้ชายคนนั้นครั้งแรก แกก็อาจจะตกตะลึง หัวใจสะดุดก่อนจะหลอมละลายกลายเป็นน้ำ เผลอเอนตัวไปแอบอิงซบกับแผ่นอกกว้างล่ำสันก็เป็นไปได้” จารุชากระเซ้าเพื่อนรัก พลางกลั้วหัวเราะคอเมื่อได้เห็นแก้มนุ่มมีสีแดงแต้ม
“รูปร่างหน้าตาเขาอาจจะถูกใจ จนแกอยากเร่งวันแต่งงานและชวนเขาขึ้นเตียงก็ได้นะเพื่อน” จารุชายังคงหัวเราะคิก นิ้วเรียวลากไล้บนลำตัวกลมกลึงอวบอัดด้วยวัยสาวสะพรั่งอย่างหยอกล้อ
“แกอยากให้เขาจูบหวาน ๆ แล้วก็ค่อย ๆ เร่าร้อนขึ้น อยากให้เขาจับตรงนี้...” พูดเสียงหวานเซ็กซี่ระคนแหบพร่า นัยน์ตากลมโตพราวระยับหยอก มือเล็กวางบนทรวงอกอวบ
“ให้เขาจับ เขาจูบ แล้วก็...”
“หยุดเลยนะยายจา...หยุดพูดไปเลย แกนี่ชักจะเพี้ยนใหญ่แล้ว ไม่มีใครคิดไม่เข้าท่าเหมือนแกหรอกยะ เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้ เก็บเอามาฝันเป็นตุเป็นตะ” ดาราเนตรตีมือเพื่อนเบา ๆ แม้จะเครียดสักเพียงไหน แต่ก็อดที่จะหัวเราะและส่ายศีรษะกับความคิดบ้อง ๆ ของคนเป็นเพื่อนไม่ได้
“แกหยุดพูดเล่นสักทีเถอะจา มาช่วยฉันคิดดีกว่า จะทำยังไงดี ฉันถึงจะมีลูกโดยที่จะไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น”
ตามพินัยกรรมคุณปู่ระบุไว้ เธอจะไม่แต่งงานกับคนที่ท่านเลือกให้ก็ได้ แต่จะต้องมีลูกภายในหนึ่งปี ไม่ถึงกับจะต้องคลอดออกมาในเวลาที่กำหนดแต่จะต้อง...
ท้อง!!!
แค่คิดว่าจะต้องพุ่งยื่นออกมาและมีเด็กอยู่ในท้อง เธอก็ปวดศีรษะไปหลายตลบแล้ว แต่ก็ยังดีกว่าที่จะต้องมีสามีมาคอยบงการให้ทำโน่นนี่นั่น ถูกจำกัดลิดรอนสิทธิ์ จะไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวกสบายเหมือนคนตัวเปล่า ต้องกังวลอยู่ร่ำไป อันนี้พอทำใจได้นะ แต่กลัวจะมีเหตุให้มีเรื่องหึงหวง ทำให้อับอายขายขี้หน้าชาวบ้านต่างหากละที่เธอรับไม่ได้
ผู้ชายแต่ละคนนะหาดีได้เสียที่ไหน นิสัยดี ๆ หาคนหน้าตาดี ไอ้ที่พาไปวัดไปวาได้ไม่อายใคร ส่วนใหญ่ก็มีเจ้าของเสียแล้วทั้งนั้น ไอ้ที่หล่อ ๆ ส่วนใหญ่นิสัยหมาไม่รับประทานด้วยกันทั้งนั้น เจ้าชู้ พูดจาเลี้ยวลดยิ่งกว่าโค้งบนถนนที่เขาเรียกว่าโค้งร้อยศพเสียอีก ไม่นิยมอยู่กินแบบผัวเดียวเมียเดียว ต่อหน้าละก็ปากหวาน แต่ลับหลังสิ แช่งชักหักกระดูกให้ตายวันละหลายสิบรอบ
แต่ถ้าไม่ทำตามที่พินัยกรรมกำหนดไว้ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะต้องกลายไปเป็นของพีชาริกาและพ่อ ซึ่งเธอยังพอทำใจได้จริง ๆ ...เน้นจริง ๆ เสียงอ่อย แต่ที่ทำใจไม่ได้ก็คือการที่จะต้องตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของพีรัชบิดาของพีชาริกานั่นแหละ แก่จวนจะเข้าโลงอยู่รอมร่อ แต่ยังจะเป็นพวกเจ้าชู้ประตูดิน มือไวยิ่งกว่าทศกัณฐ์เสียอีก เห็นหน้าเห็นตาทีไร ชวนอาเจียนทุกที
“ถ้าอย่างนั้นก็หาผู้ชายที่หน้าตาดูดีหน่อย” จารุชาผุดความคิดขึ้นแบบฉับพลัน หญิงสาวผุดลุกจากที่นั่ง วงหน้านวลผ่องก้มมองพื้น ปลายนิ้วยาวเรียวถูไถปลายคางมน
“แบบว่าเช็คประวัติแล้วว่าไม่มีลูกไม่มีเมีย ร่างกายแข็งแรง ประเภทที่ว่าแบบว่าเปิดปุ๊บก็ติดปั๊บสักคนมานอนด้วยสิยะ แบบว่าครั้งเดียวก็ถึงเป้าหมายเลย ดีไหมล่ะแก”
“อืม...” ดาราเนตรคิดตามคำพูดเพื่อนสาว ก่อนวงหน้ารูปหัวใจจะแย้มยิ้มระเรื่อ ดวงตากลมโตฉายแววสดใสแวววาวเหมือนกับลูกแก้วยามสะท้อนแสงไฟ
“เออ...ความคิดนี้เข้าท่าดีเหมือนกัน ยอมเสียพรหมจารีที่หวงแหงนมาตั้งหลายสิบปี นอนกับผู้ชายสักคืนสองคืนเพื่อที่ฉันจะได้มีลูก แต่ไม่ต้องมีผัวให้มันวุ่นวายมีแต่เรื่องปวดหัว แถมไม่เปลืองเนื้อเปลืองตัวมากด้วย เริดสุด ๆ เลยละแก”
“เอ่อ...” จารุชาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง อึ้งกิมกี่ ก่อนจะส่ายศีรษะอย่างระอา เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับเพื่อนรักตรงหน้าดีแล้ว
“แกคงไม่คิดจะทำอย่างที่ฉันพูดจริง ๆ หรอกนะเนตร” เธอเพียงแค่พูดประชด เพราะดูออกว่าคุณตารักดาราเนตรมากแค่ไหน เพียงแต่ท่านเป็นคนไม่ค่อยพูด อาศัยการกระทำเสียมากกว่า คราวนี้ก็เหมือนกัน จะต้องหาคนดี ๆ สามารถปกป้องคุ้มครองหลานสาวที่ท่านรักให้ปลอดภัยและอยู่อย่างมีความสุขได้ หากตอนนี้เธอได้แต่กลัดกลุ้มเพราะที่เพื่อนรักเห็นเป็นจริงเป็นจังไปกับคำพูดไม่คิดของตัวเอง เฮ้อ!
“จริง เอาตามที่แกพูดมาเป๊ะเลยเพื่อนรัก” ร่างเล็กกลมกลึงผุดขึ้นยืนและเดินไปหาเพื่อนที่กำลังอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง วางมือทาบบนบ่ากว้าง
“ขอบใจนะจา แกนี่ทั้งน่ารักและเก่งที่สุดเลยวะ อย่างนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย” ดาราเนตรยิ้มหวาน นัยน์ตากลมโตพราวระยับ เมื่อพบทางออกของปัญหาที่ทำให้เธอกินไม่ได้นอนไม่หลับมาเป็นอาทิตย์แล้ว
“และตอนนี้ก็ถึงเวลาหาทางทำให้ความคิดแก่เป็นจริง”
หลังจากวันนั้นดาราเนตรก็ลงประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งสามีชั่วคราว รายได้ดีมีสิทธิ์พิเศษ จนถึงวันนี้ก็ย่างเข้าสู่อาทิตย์ที่สองแล้วที่เธอต้องมานั่งสัมภาษณ์ผู้ชายที่ยื่นใบสมัครมาทำหน้าที่...ผลิตลูก! นับสิบคนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครที่จะถูกตาและถูกใจสักคนเลย
“แล้วแกจะทำยังไงต่อไป” จารุชาถาม พลางเอนกายอิงเบาะเก้าอี้หนังนุ่ม
นิสัยดาราเนตรนั้นทั้งดื้อรั้นดันทุรังและชอบเอาชนะ ซึ่งผู้เป็นตาคงเห็นถึงข้อนี้...ถึงได้คิดหาผู้ชายมาดูแลพร้อมปราบพยศ เพราะถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ด้วยความอ่อนใสไร้เดียงสาปนเจ้าเล่ห์นิด ๆ แต่ก็ไม่ค่อยจะทันคน คุณตาเลยกลัวว่าจะมีใครมาหลอกลวงเอาได้
ก็นะ...มรดกที่ดาราเนตรได้รับมีมูลค่ามากมาย เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีนีย่อม ๆ ด้วยไร่ทุเรียนชะนีและหมอนทอง รวมถึงเงาะโรงเรียน แล้วไหนจะที่ดินในตัวจังหวัดซึ่งได้ให้คนเช่าทำอพาร์ตเม้นและศูนย์การค้า รวมไปถึงที่ติดแม่น้ำและตลาดอีกล่ะ
“ก็...หาต่อไปไงแก เอาน่ามันต้องมีสักคนที่เข้าตา” ดาราเนตรลุกจากเก้าอี้เดินไปยืนอิงหน้าต่าง ยกแขนขึ้นสอดไขว้ระหว่างอก สอดส่ายสายตามองออกไปยังด้านนอกซึ่งเป็นสนามหญ้ากว้างขวาง ร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ประดับต้นเล็กต้นใหญ่รวมไม้ดอกไม้ที่อวบสีสันสวยงามพร้อมส่งกลิ่นหอมยั่วหมู่แมลงให้เสาะแสวงหาน้ำหวาน
ตอนที่ 3
“ฉันว่าแกล้มเลิกความคิดนี้ดีกว่าไหมเนตร มันเสี่ยงนะ” จารุชาเอ่ยห้ามด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ถ้าหากคนที่เลือกเป็นคนดีไว้ใจได้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากว่าคนที่ดาราเนตรเลือกได้เป็นคนไม่ดีเล่า...ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เธออาจจะรับรู้เหตุร้ายก็เมื่อมันสายเกินไปแล้ว
“ไม่! ฉันไม่ยอมแพ้หรอก วันนี้ไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้นี่น่า” แม้จะรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง แต่คนอย่างเธอเมื่อตัดสินใจแล้ว...จะต้องทำให้ได้! ไม่ได้ถือว่าตัวเองเก่ง แต่พอจะมีวิชาป้องกันตัวเองอยู่บ้าง ไหนจะฝีมือยิงปืนที่ไม่ด้อยกว่าใคร ใครคิดจะทำอะไรเธอก็ต้องคิดหนักเหมือนกัน
“ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วง ขอบใจนะจา แต่แกก็ต้องเชื่อว่าฉันดูแลตัวเองได้ แกไม่ต้องมาเครียดมากลัวแทนเลย อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เราไปห้ามมันไม่ได้อยู่แล้ว”
“เฮ้อ...ก็ตามใจ ชีวิตแกนี่น่า แกจะลิขิตให้มันเป็นไปยังไงก็ได้ แต่ฉันขออย่างหนึ่งนะเพื่อน”
จารุชาถอนหายใจเฮือกใหญ่ หญิงสาวยกมือขึ้นตบมือเล็กของเพื่อน แม้ความกังวลจะมีอยู่เต็มหัวใจ แต่เธอจะไปทำอะไรได้เล่า ในเมื่อคนที่เป็นเจ้าของชีวิตตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว คงได้แต่พูดจาตักเตือนให้คอยดูแลตัวเองดี ๆ หน่อยเท่านั้นเอง
“จะเลือกใครดูให้ดี ๆ หน่อยละกัน อย่าตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่น หรือเพียงแค่ประชดประชันใคร ฉันกลัวแกจะพลาดพลั้งได้คนที่ไม่ดี แล้วเรื่องที่มันยุ่งอยู่แล้วมันยิ่งยุ่งยากกว่าที่เป็นอยู่นะ”
“อือ...รู้แล้ว” ดาราเนตรพยักหน้ารับ แต่เปล่าเลย คำพูดของจารุชาไม่ได้ซึมซับฝังในสมองเลยสักนิด เป็นเพียงแค่สายลมที่พัดผ่านเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเสียมากกว่า ด้วยในสมองกำลังคิดถึงคนที่คุณตาวางตัวไว้ให้เป็นคู่ครอง อยากรู้นักว่าผู้ชายคนนั้นจะมีหน้าตาเป็นยังไงแล้วอุปนิสัยส่วนตัว จะเข้ากับเธอได้หรือเปล่า คิดแล้วก็อยากจะไปดูหน้าเสียหน่อย
‘เฮ้ย! ฉันคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย’
ดาราเนตรรีบสลัดสะบัดไล่ความคิดบ้า ๆ ออกไปจากสมอง เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ชายหนุ่มอายุสามสิบกว่าจะยังไม่เคยมีแฟน คิดได้อย่างเดียว ไม่ใช้ชายแท้แต่เป็น...
น่าเสียดายจริง ๆ
“เนตร...ยายเนตร แกคิดอะไรอยู่นะฉันเรียกตั้งนานแล้วนะไม่เห็นตอบเลย” จารุชาเปลี่ยนจากร้องเรียกเสียงดังและเขย่าร่างเพื่อนซึ่งยืนเหม่อลอยจนไม่ได้ยินคำถามของเธอ
‘ถามจริง ๆ นะยายเนตร ไม่อยากจะเห็นหน้าฝาละมีในอนาคตบ้างหรือไงแก’
“หือ...เปล่า ๆ ไม่ได้คิดอะไร ว่าแต่แกเถอะ เสร็จจากบ้านฉันแล้วจะไปไหนต่อหรือเปล่า” ดาราเนตรโยนเรื่องที่กำลังหนักสมองทิ้งไปหาเรื่องคลายเครียดนอกบ้านดีกว่า ดูหนังฟังเพลงสักหน่อยพอให้สมองได้ผ่อนคลาย เผื่อจะมีความคิดดี ๆ กลับมาบ้าง
“เปล่า แกมีอะไรให้ฉันช่วยหรือไง” ถามอย่างนี้เชื่อได้เลยมีเรื่องไหว้วานอีกแน่นอน
“เปล่า อยู่บ้านคนเดียวมันน่าเบื่อ...มากเลย” บ้านหลังใหญ่ ที่มีเพียงแค่เธอกับคนทำงานบ้านอีกสองสามคน ขนาดกลางวันก็เงียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ บรรยากาศยามเย็นจึงวังเวงจนคนที่กลัวผีอาจจะกลัวจนขี้ขึ้นสมองก็เป็นไปได้
“ไปหาอะไรทำกันดีกว่าไหม” ไม่ได้กลัวการอยู่คนเดียว แต่ตอนนี้มันเครียดจริง ๆ อยากหาอะไรทำ เพื่อจะได้ไม่อยากให้คิดมากจนกลายเป็นประสาทไปเสียก่อน
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน จำได้ว่าวันนี้มีหนังเข้าใหม่ น่าดูเชียว”
ว่าแล้วจารุชาก็สอดมือคล้องแขนดาราเนตรเดินออกจากบ้านอย่างคนที่ไม่คิดอะไรมาก ต่อให้หนีสุดชีวิต แต่ถ้าเพื่อนเธอกับผู้ชายคนนั้นดวงสมพงศ์และเป็นเนื้อคู่กัน ยังไงก็หนีกันไม่พ้นอยู่ดีนั่นแหละ บางที...มันอาจจะเป็นชะตาลิขิต สร้างเรื่องให้คู่แท้ต้องพบเจอกับเรื่องไม่ดีเสียก่อน ทั้งคู่จะต้องจะต้องฝ่าฟัน เพื่อพิสูจน์ตัวเองพร้อมถักเกลียวเชือกความรักให้มั่นคงแข็งแกร่งก็เป็นได้ ในโลกนี้อะไร ๆ ก็ล้วนแล้วแต่ไม่แน่นอน อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
ชายหนุ่มยกกระเป๋าพายใบใหญ่ขึ้นหลัง ก่อนพาร่างสูงเพรียวก้าวลงจากรถสองแถวหน้าป้ายบอกชื่อบ้านเทเวศร์ ดวงตาคมกริบสีนิลล้อมกรอบด้วยขนตายาวและงอนอย่างที่สาว ๆ หลายคนเห็นแล้วต้องอิจฉาทอดมองเส้นทางเดินที่ทอดยาวไปจนสุดสายตาก็ยังมองไม่เห็นปลายทางที่เขาจะต้องเดินทางไป
“ท่าทางจะไกลไม่เบา”
ชายหนุ่มเหลียวมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นว่าจะมีรถผ่านไปมาให้ติดไปด้วยเลยสักคัน เขาคงจะต้องเดินฝ่าแสงแดดยามบ่ายที่ร้อนระอุจนตับแทบแตกนี้เข้าไปเสียแล้ว เขาแทบอยากจะหันหลัง กวักเรียกรถที่เพิ่งจะผ่านไปให้กลับมารับอีกรอบ แต่เมื่อนึกสิ่งที่จะต้องทำก็ต้องทำใจ
ชายหนุ่มออกเดินทางอย่างไม่รีบร้อน เส้นทางเดินที่ทอดยาวไม่ได้ทำให้เหนื่อยกายเลย แต่เหนื่อยใจกับการที่จะต้องตากหน้ามาสมัครงานในตำแหน่งสามีชั่วคราวของผู้หญิงสิ้นคิดบางคน
คิดแล้วมันก็น่าอายเหมือนกัน เป็นผู้ชายอกสามศอก ร่างกายก็ไม่ได้พิกลพิการเสียหน่อย แต่กลับจะต้องตากหน้ามาให้ผู้หญิงคนหนึ่งดูตัว เธอสนใจรับเขาทำงานในตำแหน่งสามีชั่วคราวหรือเปล่า
“ผู้หญิงบ้าอะไรก็ไม่รู้ เป็นน้องเป็นนุ่ง จะตีให้นั่งไม่ได้เลย”
แต่ก็นั่นแหละ...สุดท้ายเขาก็ต้องมาเพื่อให้เธอเลือกอยู่ดี
ชายหนุ่มขบกัดฟันจนแก้มนูน ดวงตาวาวจ้าและขึ้งเครียด เขาผ่อนลมหายใจเป็นเสมือนก้อนหินที่อัดแน่นอยู่ในปอดออกแรง ๆ ถ้าทุกอย่างผ่านไปได้อย่างราบรื่นก็ไม่เป็นไร เขาก็จะได้เงินก้อนใหญ่ แต่ถ้าไม่ผ่าน...คงต้องคิดหนัก ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดีกับอนาคตที่ค่อนข้างจะมืดมนหาทางออกไม่เจอดี
ชายหนุ่มเดินไปเรื่อย ๆ อากาศร้อนทำให้เริ่มรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมา คิดว่าน่าจะหาที่เหมาะ ๆ เพื่อพักก่อน จนได้พบกับต้นไม้ใหญ่พอมีร่มเงาให้พักเหนื่อย
เพียงแค่เดินไปถึงเขาก็ทรุดตัวลงนั่ง พร้อมกับควานหาขวดน้ำพลาสติกที่จำได้ว่านำติดมาด้วยตอนจ่ายเงินออกจากร้านอาหาร ก่อนจะนึกออกว่าน้ำติดก้นขวดเขาดื่มหมดตั้งแต่อยู่บนรถโดยสาร ถ้าเป็นอย่างนี้ก็คงจะต้องเดินต่อไปจนกว่าจะเจอบ้านคนแล้วละ
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า หวังว่าจะมีเมฆมาบดบังแสงที่แผดจ้า เพื่อเขาจะได้รีบเดินไปให้พบบ้านคนให้เร็วที่สุด
สายลมพัดแผ่วพลิ้วพัดไล่ความร้อนทางกายไป เหลือเพียงความร้อนจากใจ ที่ไม่ว่าจะทำยังไงมันก็ไม่เย็นลงเลย มีแต่จะยิ่งร้อนแข่งกับแสงของพระอาทิตย์ที่แผดแสงออกมา
ชายหนุ่มนามปรมัตถ์เอนตัวอิงกับต้นไม้ คิดถึงผู้หญิงที่กล้าหาญลงประกาศหาสามีชั่วคราวลงในหน้าหนังสือพิมพ์แล้วชักอยากจะเห็นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร จะไร้เสน่ห์จนไม่มีใครกล้ามาสู่ขอไปเป็นภรรยา แต่...ไม่น่าจะเป็นไปได้ อาจจะพวกรูปโฉมสะคราญ เป็นคนมีหน้ามีตาที่เผอิญเกิดพลาดพลั้งมีเหตุไม่คาดคิด
ท้อง! แล้วหาพ่อของเด็กในท้องไม่เจอ เพราะมั่วเปรอะไปหมด ครอบครัวยอมรับไม่ได้ เลยต้องหาทางแก้ไข หาใครสักคนมาเพื่อกู้หน้า ก่อนที่จะต้องแยกย้ายกันไป ทำนองว่าเข้ากันไม่ได้หรือความรักที่เคยมีมันหมดไปแล้ว
เพียงคิดว่าเป็นเช่นนั้น เขาก็รู้สึกผิดหวังไม่น้อย