สาวน้อยในวัยแรกแย้มเป็นดาวเด่นในหมู่นักกีฬาทั้งภายในและนอกค่าย ถือว่าเป็นตัวดึงดูดลูกค้าให้เข้ามา ไม่เพียงแค่ความสวยน่ารักและความเก่งกาจของเธอ ชื่อเสียงของเธอไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ชานิศาไม่ได้เก่งเพียงแค่ด้านกีฬาหลากหลายแขนงทั้งมวยไทย ยูโด เทควันโด ฟันดาบ ฯลฯ หากเธอยังพูดสื่อสารได้ถึง 5 ภาษา ทั้งไทย อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ความสามารถของเธอส่งผลให้มีตัวแทนจากหลายหน่วยงานอยากดึงตัวไปร่วมทีมเป็นนักกีฬาทีมชาติกันให้พรึ่บ
แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะเอาดีทางด้านการกีฬา สาวน้อยมีความเฉลียวฉลาดเกินเด็กสาวในวัยเดียวกัน ในช่วงมัธยมปลายเธอเรียนออนไลน์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังควบคู่ไปกับการเรียนภาคปกติจนจบคณะวิศวกรรมเคมีไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงสามารถผลิตโลชั่นและน้ำหอมของตัวเองได้
เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย กลุ่มชายวัยฉกรรจ์นับสิบคนต้องเดินทางกลับมาทำงานตามปกติหลังจากไปฝึกที่ค่ายมวยชื่อดังจนได้วิชาติดตัวมาเพียบ พร้อมกับบาดแผลคนละเล็กละน้อย ก่อนที่เขาจะก้าวขาขึ้นรถตู้ของทางค่าย ซึ่งมีบริการรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ไปยังสนามบิน ก็มีมือมือหนึ่งยื่นขวดน้ำหอมขนาดจิ๋วส่งให้ บิลแบมือรับเจ้าสิ่งนั้นด้วยความงุนงง
‘ขอเบอร์หน่อยได้ป่ะ’ ณ ตอนนั้นเขายอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยว่าหัวใจมันพองโตคับอก ที่สาวน้อยมหัศจรรย์ไอดอลของหมู่ภมรทั้งไทยและเทศต่างก็อยากได้เบอร์ของเธอ หากตอนนี้เจ้าหล่อนกลับมาขอเบอร์เขาแถมให้น้ำหอมที่ทำเองกับมืออีกต่างหาก มันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเลยด้วยซ้ำที่จะเป็นไปได้
หลังจากขึ้นเครื่องมาจนถึงกรุงเทพฯเพื่อนๆ ในคณะก็แซวมาตลอดทาง เขาหวังอย่างยิ่งว่าสาวน้อยจะโทรมาหาหรือมีช่องทางให้ติดต่อกลับ แต่ก็ไม่มีวี่แววใด ๆ เลย งานที่เขาเป็นบอดี้การ์ดที่ต้องทุ่มเทเต็มที่บางครั้งก็ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ในที่สุดเขาก็ลืมเรื่องราวของสาวน้อยนัยน์ตาคมนั้นไปเสียสนิท หากอยู่มาวันหนึ่งก็มีเบอร์แปลก ๆ โทรเข้า
“ฮัลโหลครับ บิลพูดสายครับ”
“ช่วยหาคอนโดที่อยู่ใกล้มหาลัยฯ..ให้หน่อยสิ แล้วก็..อยากหางานพาร์ทไทม์ทำเอาที่บริษัทพี่ก็ได้” เสียงเล็กน่ารักบ่งบอกแบบฉบับของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสาวน้อยผู้เก่งกาจ ที่ตอนนี้ทุกคนมักเรียกว่าชาไข่มุกไปแล้ว นับตั้งแต่วันนั้นเธอก็เข้ามาทำงานในบริษัท Security Guard ในฐานะพนักงานพาร์ทไทม์ เป็นล่ามและการ์ดพ่วงด้วยไกด์ไปในตัวควบคู่กับเรียนในระดับมหาวิทยาลัยสาขาวิศวกรชีวการแพทย์จนถึงปัจจุบัน
เรียนหนักงานเหนื่อยไม่ได้ทำให้สาวน้อยคนนี้แสดงความอ่อนแอให้เห็นบ่อยนัก แม้จะเห็นสีหน้าอิดโรยในบางครั้งแต่เธอก็ไม่เคยบ่นสักคำ ชานิศาค่อย ๆ ปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่ใหญ่ขึ้น นิสัยที่มักเก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับใครก็แปรเปลี่ยนไป ใบหน้าสวยหวานละมุนมีรอยยิ้มมากขึ้นเรื่อย ๆ ชานิศากลายเป็นขวัญใจของเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ แม้กระทั่งเจ้าของบริษัทเองยังมองเห็นความน่ารักสดใสของเธอ มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่ไม่เคยรับรู้ถึงเสน่ห์อันล้นเหลือของตัวเองเลยสักนิด
ความสนิทสนมกลมเกลียว ร่วมหัวหกก้นขวิดในเรื่องงานมาด้วยกันเป็นเวลานานทำให้ชานิศาค่อย ๆ เปิดใจกับเขามากขึ้นเป็นพิเศษ แต่ในความพิเศษนั้นถูกจำกัดให้เขาเป็นได้แค่พี่ชายที่แสนดีเท่านั้น มีเขาเพียงคนเดียวที่เธอยอมให้เข้าถึงได้รับรู้ความลับของเธอที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนแม้กระทั่ง..
แกรก ๆ ซ่า..เสียงวอที่ดังออกจาก Earphone ทำให้ทุกคนรีบเอามือจับกระชับที่หูฟังโดยอัตโนมัติ
“รายงานจากนอกอาคาร ทุกคนเข้าประจำที่คุณชาอึนซอกและคุณ..แกรก..กำลัง..แกรก..เดินทางเข้าอาคารขาเข้าแล้ว โปรดทราบ..” เสียงคลื่นวิทยุสื่อสารติดขัดเล็กน้อยอาจเพราะข้างนอกมีคลื่นรบกวน
“รับทราบค่ะ..ครับ” บอดี้การ์ดมืออาชีพทุกคนเอ่ยขานรับอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะเดินเข้าไปยังจุดที่ตัวเองได้รับมอบหมายไว้ตั้งแต่แรก
“โอเคนะเจ้าชาไข่มุก” บิลยังคงกำชับถามเพื่อนรุ่นน้องอีกครั้ง มือใหญ่วางบนศีรษะทุย พร้อมกับก้มลงไปมองสบดวงตาดำขลับอีกรอบ เพราะเขาสังเกตเห็นว่าวันนี้สาวน้อยคนเก่งมีท่าทางไม่ค่อยสู้ดีนัก
“อื้อ..โอเคค่ะ” หากตอบว่า ไม่โอเคก็คงโดนเพ่นกบาลเป็นแน่ เป็นไงเป็นกันก็แค่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนแล้วช่วยพาเขาเข้าไปยังห้องรับรองภายในสนามบิน อาจคุยกันไม่กี่ประโยคก็คงแยกย้ายเข้าที่พักเหมือนคนดังที่เคยเดินทางมาเยือนประเทศไทยแดนสยาม
เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กแต่ใจใหญ่พยักหน้ารับด้วยความมั่นใจแล้ว บิลลี่จึงค่อย ๆ เดินห่างออกมาจากจุดที่ยืนคุยกันเมื่อครู่เพื่อเข้าประจำ ตำแหน่งทันที หากสายตาคมกริบกลับไม่ได้ห่างจากร่างเล็กบางเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ร่างเล็กสมส่วนอยู่ในชุดสูทสีดำพอดีตัวแลดูทะมัดทะแมง ผมดกดำยาวสลวยถูกมัดขึ้นสูงจนเรียบตึงปล่อยปลายหางม้าไว้ด้านหลังเพื่อความสะดวกเวลาทำงาน เวลาก้าวเดินเร็ว ๆ มันมักจะแกว่งไกวไปมาแลดูน่ารักดี ชานิศาก้าวเข้ามายืน ณ จุดแรกที่ได้กำหนดไว้ด้วยความมั่นใจ พลางยืดอกที่มีอยู่น้อยนิดขึ้น ดึงเสื้อสูทตัวใหม่เอี่ยมให้เรียบตึงอีกครั้งผลุบสายตาก้มลงไปมองนาฬิกาข้อมือสลับกับจับหูฟังสีขาวให้กระชับกับใบหูอีกครั้ง
มือเล็กล้วงลงไปหยิบภาพใบเล็กที่พกติดกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูอีกรอบ พยายามเพ่งพินิจรายละเอียดบนใบหน้าของอาคันตุกะหนุ่มนามว่าชาอึนซอกให้เข้าไปอยู่ในซีลีเบลลัมให้ได้มากที่สุด เพราะความสามารถในการจดจำใบหน้าคนของเธอแทบเป็นศูนย์ ยิ่งเป็นคนที่ไม่เคยเจอหน้ากันยิ่งแล้วใหญ่ น่าขันนักคนที่เก่งในหลายเรื่องอย่างเธอ กลับมีข้อบกพร่องกะอีแค่จำหน้าคนไม่ได้ ถ้าจำได้ก็จำผิดจำถูก
ส่วนข้อมูลหรือรายละเอียดปลีกย่อยทางด้านอื่นนั้นเธอแทบไม่ต้องอ่านซ้ำรอบสองก็จำได้ขึ้นใจแล้ว ชานิศายอมรับกับตัวเองว่าวันนี้เธอไม่เต็มร้อยในการทำงานเอาเสียเลย แต่ด้วยความเป็นคนมุ่งมั่นและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทำให้เธอฝืนร่างกายที่อ่อนแอไว้ภายใน หรือว่าโรคประจำตัวของเธออาจแสดงอาการมาตอนนี้ก็เป็นได้ ไม่นะ..ไหนหมอบอกว่ามันจะไม่กำเริบในเร็ววันนี้ไงล่ะ..
ร่างเล็กเผลอกำภาพในมือจนยับ ก่อนจะยกขึ้นมาทาบที่บริเวณอกด้านซ้าย เมื่อรู้สึกว่าหัวใจของเธอวูบไหวอย่างไรบอกไม่ถูก อาจเพราะเธอมัวแต่จดจ่ออยู่กับใบหน้าชวนฝันของดารานักร้อง นักแสดงคนนี้มากจนเกินไป ความหล่อบาดตาของอีตานี่ตีวนจนเธอแทบอยากอ้วกออกมาเสียให้ได้ (สำหรับคนอื่นคงเรียกว่าหล่อวัวตายควายล้ม แต่สำหรับเธอนั้น..เขาหล่อจนแทบอ้วก)
แย่แล้วเธอจะมามีความรู้สึกในด้านบวกและลบกับลูกค้าวีไอพีไม่ได้นะ ชานิศาสะบัดใบหน้าเล็กพรืดเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป พยายามเรียกความเป็นมืออาชีพออกมาทดแทน ร่างเล็กยืดอกขึ้นอีกครั้งเรียกออกซิเจนเพื่อให้ไปเลี้ยงสมองโดยไว มือเล็กขยับหน้ากากผ้าสีดำคู่ใจให้เข้าที่อีกครั้ง โชคดีที่ช่วงนี้เป็นช่วงโรคระบาดที่เรียกว่าโควิดในประเทศไทยยังคงต้องป้องกันอยู่เธอจึงสามารถนำมันมาใช้ในหน้าที่ได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะโดนตำหนิ และช่วยลดทอนอาการของโรคเก่าจะกำเริบเมื่ออยู่ต่อหน้าคนแปลกหน้า
ชานิศากางขาออกเล็กน้อยเพื่อเสริมความมั่นคง ตวัดสายตาหันไปมองโดยรอบเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจจากเพื่อนร่วมทีม และที่เห็นเด่นเป็นสง่ามากที่สุดก็คือบิลลี่พี่ชายที่แสนดีของเธอ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเขาจะเป็นคนแรกที่ถึงตัวเธอก่อนเสมอ บิลพยักหน้าให้เธอหนึ่งครั้งก่อนจะใช้สายตาคมกริบส่งให้เธอหันกลับไปยังจุดที่ควรเพ่งมองมากกว่าสิ่งอื่นใด เมื่อโดนดุทางสายตา คนตัวเล็กถึงกับหน้าหงอ รีบหันกลับมาอยู่ในท่วงท่าที่มั่นคงใหม่อีกครั้ง
“อีกไม่ถึงสิบนาทีแขกที่มาเยือนจะมาถึงจุดที่ชานิศายืนอยู่เตรียมตัวให้พร้อมนะ”บิลย้ำผ่านหูฟังให้ทุกคนรับทราบอีกหนเพื่อป้องกันความผิดพลาด
“รับทราบค่ะ..ครับ”
จากจุดนี้ ชานิศา สามารถมองเห็นอาคันตุกะที่นำทีมโดยชา อึน ซอก ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำตาลอ่อน เก็บชายไว้ข้างในภายใต้กางเกงสแลคสีดำ ผมรองทรง จมูกโด่งรับกับใบหน้า คิ้วเข้มเรียวสวย ดวงตาเรียวรีออกเชื้อสายทางเกาหลีโดยแท้ ทันทีที่ ชา อึน ซอก ปรากฏตัว เสียงชัตเตอร์และเสียงกรี๊ดจากเอฟซีที่มารอต้อนรับก็ดังกึกก้องทั่วทั้งสนามบิน ซึ่งชายหนุ่ม เองก็ได้ยกมือไหว้สวัสดีทักทายแฟนคลับอย่างสวยงาม ไม่เสียชื่อว่าที่เขยไทย(ในมโนของสาว ๆ หลายคน) รวมถึงโบกมือทักทายแฟนคลับที่มารอต้อนรับอย่างเป็นกันเอง แม้จะสวมแมสก์ปิดบังใบหน้า แต่ออร่าความหล่อของเขา นั้นก็พุ่งทะลุแมสก์ออกมาสมกับเป็นไอดอลจริง ๆ นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าเบ้าหน้าฟ้าประทาน
‘ใช่..ต้องเป็นเขา ไม่ผิดตัวแน่นอน’ ชานิศาย้ำกับตัวเองอีกครั้ง เพียงแค่อึดใจเดียวเท่านั้น ร่างสูงสง่าก็จะถึงตัวเธอที่ยืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว บอดี้การ์ดสาวยืดอกขึ้นอีกรอบ ส่งยิ้มหวานเยิ้มออกมาทางสีหน้าและแววตา ดวงตากลมโตพยายามเพ่งมองไปยังชายหนุ่มผู้หล่อเหลาที่โบกไม้โบกมือให้เหล่าเอฟซีมาตลอดทาง ใกล้เข้ามา ณ จุดที่เธอยืนอยู่อีกไม่กี่นาทีนี้แล้ว
บอดี้การ์ดสาวเตรียมยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อรอรับการทักทาย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อจู่ ๆ ชา อึน ซอก ก็มีสองคน! ไม่นะ! พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย! ชายหนุ่มที่กำลังเดินมาถึงตัวเธอเพียงไม่กี่ก้าวตรงหน้า กลับกลายเป็นสองคน หรือเพราะเธอจะตาลายมากเกินไป จึงมองเห็นภาพซ้อนเป็นบุรุษหนุ่มที่มีเค้าโครงหน้าและรูปร่างที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก ส่วนสูงเท่าเทียมกัน ใส่หน้ากากเหมือนกัน จะมีต่างกันตรงที่บนหัวของอีตาผมสีทองเหลืองอร่ามมีหมวกแก๊ปสวมทับไว้เท่านั้นเอง!
วิ้ง..วิ้ง ..ชานิศารู้สึกได้ว่าในหูของเธอมีเสียงเหมือนลมและเสียงคล้ายจิ้งหรีดร้องดังเบา ๆ มันมาพร้อมกับอาการมึนศีรษะ รู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันทีทันใด บอดี้การ์ดสาวมือไม้สั่น รู้เลยว่าเริ่มควบคุมสถานการณ์ตรงหน้านี้ไม่ได้แล้ว เธอรู้สึกสับสน อึดอัดจนแทบจะเป็นลมล้มลงตรงหน้าเสียให้ได้ ตอนนี้สมองของชานิศากำลังทำงานอย่างหนัก เธอพยายามนึกใบหน้าของนักร้อง นักแสดงคนดังกล่าว แต่..อนิจจาเธอแยกไม่ออกระหว่างสองคนนี้ ใครคือชา อึน ซอกกันแน่!
เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ร่างเล็กถึงกับอ่อนระทวยเป็นลมล้มพับไปตรงหน้าแขกผู้มาเยือน โชคยังดีที่มืออุ่นหนาใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามารับศีรษะและตัวของเธอไม่ให้หัวกระแทกกับพื้นเสียก่อน กลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนกายของใครคนหนึ่งโชยมาแตะจมูกของเธอ จนต้องครางออกมาเสียงเบาหวิวทั้งที่ตายังปิดสนิทอยู่
“หอมจัง”
“ชาช่าตั้งสติ..ให้ดี ๆ พี่กำลังเข้าไป..”ร่างสูงใหญ่ของบิลพุ่งตัวสุดกำลังเมื่อแลเห็นแล้วว่าลูกน้องสาวโอนเอนทำท่าจะล้มแหล่มิล้มแหล่ตั้งแต่ทีแรก แต่เขาก็ไม่สามารถฝ่าฝูงชนที่มามุงดูใครกันแน่ระหว่างลูกน้องบอดี้การ์ดสาวของเขากับดารานักร้องดังคนนั้น กว่าบิลจะเข้าถึงตัวลูกน้องสาวได้ ร่างอ่อนระทวยก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของดารานักร้องชื่อดังนามว่า แดเนียล เฉินเรียบร้อยแล้ว
บิลหมายจะเข้าไปรับร่างไร้สติของชานิศาด้วยตัวเอง แต่เขากลับได้รับการปฏิเสธกลาย ๆ ด้วยการที่อีกฝ่ายกระชับวงแขนรัดร่างเล็กเข้าแนบชิดแผงอกล่ำสันหน้าตาเฉย ซ้ำยังเบี่ยงกายสูงโปร่งหลบเขาที่ยื่นแขนเพื่อจะรับช่วงต่อ หากอีกฝ่ายกลับทำหน้าพยักเพยิดให้บิลนำทางพาไปยังห้องรับรองโดยด่วน การ์ดรุ่นพี่จึงทำได้แค่ช่วยเปิดเส้นทางฝ่าฝูงแฟนคลับที่ออกันเข้ามาเพื่อให้ได้ใกล้ชิดดาราหนุ่มที่ตัวเองชื่นชอบแลดูวุ่นวายไปหมด