เลือดสีแดงฉานสลับขุ่นมัวมากมายนองเต็มพื้นไม้เก่า ก่อนจะหยดเป็นทางลึกเข้าไปภายในโกดังซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ บ่งบอกว่าเจ้าของกองเลือดเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกระเสือกกระสนที่จะหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ร่องรอยของคราบเลือดหายไปอย่างน่าสงสัย แต่ที่แปลกอีกอย่างหนึ่งคือแม้รอบๆ ตัวจะมีเลือดมากมายแค่ไหน ณิชากลับไม่ได้กลิ่นคาวสักนิด หญิงสาวเพ่งมองหาเจ้าของเลือดตรงหน้า ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นหนึ่งนัด
ปัง!
สิ้นเสียงปืนปลิดชีพ ร่างกายที่พยายามซุกซ่อนเพื่อเอาตัวรอดก็ถูกเพชฌฆาตกระชากวิญญาณออกไปอย่างไร้ความปรานี ณิชากระชับมีดสั้นอาวุธประจำตัวที่ใช้ได้ดีแทนที่จะเป็นปืนพกไว้ระหว่างนิ้วเพื่อรอเวลาสังหารหากจำเป็น เธอค่อยๆ เดินอย่างเงียบกริบประหนึ่งนินจาไปยังจุดที่ได้ยินเสียงปืน แผ่นหลังของชายคนหนึ่งที่สะท้อนกับแสงไฟรางๆ ทำให้เธอรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ปลายกระบอกปืนที่อยู่ในมือขวาของชายผู้นั้นเล็งไปยังชายอีกคนที่นั่งพิงผนังโกดังไร้ซึ่งลมหายใจไปแล้ว
“หยุด! ทิ้งอาวุธซะ” เสียงอันทรงพลังแต่ก็ยังไร้ซึ่งอำนาจของ ณิชาสั่งขึ้น แต่ชายคนนั้นกลับหันมายิ้มเหี้ยมให้อย่างน่าเวทนา ใบหน้าในเงามืดบวกกับรอยยิ้มผุดขึ้นประหนึ่งมัจจุราชที่น่ากลัว ณิชาพยายามเพ่งมองเพื่อจดจำใบหน้านี้ แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่ต้องการ ภาพช่างพร่าเลือนเสียเหลือเกิน
“เธอ…ต้องตาย” คำพูดของชายตรงหน้าที่ลอยตามลมทำให้ณิชากำหมัดไว้แน่น วันนี้เป็นไงเป็นกัน เธอต้องจับฆาตกรคนนี้ให้ได้ แต่จังหวะที่กำลังจะขว้างมีดในมือออกไปนั้น ณิชากลับรู้สึกคล้ายเกิดแผ่นดินไหวจนร่างกายของเธอโอนเอนไปมา
“ริต้า ริต้า เป็นอะไร ฝันอีกแล้วเหรอ” โซเฟีย รูมเมทสาวสวยชาวออสซี่เพื่อนร่วมห้องในอพาร์ทเม้นท์เขย่าตัวณิชาหรือที่เธอเรียกจนชินว่าริต้าให้ตื่นจากความฝัน เพราะเห็นเพื่อนละเมอเพ้อพูดอะไรไม่รู้เป็นตุเป็นตะ แถมยังพูดเป็นภาษาไทยที่เธอพอจะคุ้นหูแต่ฟังไม่รู้เรื่องเสียด้วย
“หา…ฝันเหรอ” ณิชาสะดุ้งตื่น ก่อนจะตั้งสติเอ่ยตอบเพื่อนไปด้วยภาษาอังกฤษแบบชัดถ้อยชัดคำประหนึ่งเจ้าของภาษาก็ไม่ปาน เธอส่ายศีรษะแรงๆ ไล่ความมึนงง แผ่นดินไหวที่คิดเมื่อครู่คือการเขย่าตัวปลุกเธอให้ตื่นของเพื่อนสาว แล้วที่เธอกำลังจะจับคนร้ายเมื่อครู่ล่ะ อย่าบอกนะว่านั่นคือความฝันอีกแล้ว!
“อื้อ...เป็นตุเป็นตะเชียว อะไรบ้างนะ” พูดไปก็ทำท่าคิด เพราะโซเฟียเองก็สะลึมสะลือเช่นกัน “อ้อ...หยุด! ทิ้งอาวุธซะ แล้วอีกตั้งหลายประโยคด้วย” คนปลุกส่ายหน้าให้ ก่อนจะขยับลงไปจากเตียงนอนขนาดคิงส์ไซส์ พักนี้เธอตื่นเช้าผิดปกติโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุกช่วย เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะนาฬิกาปลุกของเธอบัดนี้เปลี่ยนมาเป็นณิชานั่นเอง
“อ้าว...เหรอ ขอโทษที สงสัยเมื่อคืนเราดูหนังแอ็คชั่นมากไป” คนถูกปลุกส่งยิ้มแห้งๆ ให้ นี่เธอเก็บเอาเรื่องงานไปฝันอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ รู้ถึงไหนอายเขาถึงนั่น ชีวิตสายลับจะเก็บความลับอยู่ไหมล่ะเนี่ย ถ้าวันหนึ่งถูกจับตัวไปเค้นเอาความจริงคงตกม้าตายเพราะละเมอนี่แหละ จบกันณิชาเอ๋ย
“หื้อ…เป็นเอามากนะจ๊ะ” โซเฟียส่ายหน้าให้อีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อเห็นประตูห้องน้ำปิดลงณิชาก็ได้เวลาเขกกระบาลตัวเองให้สาสม ก่อนจะทบทวนความฝัน มิน่าล่ะ...ถึงไม่ได้กลิ่นเลือดสักนิด แต่ภาพทุกภาพล้วนแต่เป็นสถานที่เกิดเหตุจริง เพราะตอนนี้เธอกำลังทำคดีฆาตกรรมชาวเอเชียในอังกฤษอยู่ คนร้ายที่เธอเห็นในความฝันจะใช่คนร้ายตัวจริงหรือแค่ภาพคนที่เธอสมมติขึ้นกันแน่นะ
ณิชาขยี้ผมดำขลับที่ตัดทรงบ๊อบสั้นประบ่าของเธอจนฟูฟ่อง ก่อนจะเป่าลมออกปากหนักๆ ชีวิตของเธอช่างมีสีสันดีแท้ แม้ทุกคนจะรับรู้ว่าหญิงสาวเป็นแค่นักศึกษาระดับปริญญาตรีด้านสื่อสารมวลชนที่บินจากเมืองไทยมาร่ำเรียนถึงที่อังกฤษ การใช้ชีวิตก็ธรรมดาสามัญชนคนหนึ่งเท่านั้น แต่ใครเลยจะรู้ความจริงว่าภายใต้ความธรรมดานี้มีความไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ แต่เธอก็โอ้อวดหรือบอกใครไม่ได้ทั้งนั้น ได้แต่เก็บไว้ภาคภูมิใจอยู่คนเดียว ก่อนจะหันไปหยิบรูปครอบครัวซึ่งวางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาดู หนึ่งคนในรูปนี้ได้จากเธอไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเธอก็ยังมีพ่ออยู่ในใจเสมอ
“แม่คะ ของขวัญวันเกิดแม่ปีนี้ คือความจริงแบบอ้อมๆ ที่ณิชาอยากบอกกับแม่ ถ้าบอกไปแล้วทำให้แม่ช็อก เป็นลมกลางอากาศก็อย่าโกรธลูกคนนี้เลยนะ ลูกขอโทษและยอมรับผิดแต่โดยดี แต่ลูกก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจแน่ ลูกจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อว่าเกิดมาเป็นลูกแม่กับพ่อ หรือน้องพี่เชษเด็ดขาด” ณิชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมาดมั่น วินาทีนี้ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจเธอได้แน่นอน หญิงสาวยิ้มแป้นทำให้มองเห็นลักยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปากทั้งสองข้าง ก่อนจะตีหน้าขรึมกับงานที่ได้รับมอบหมายอยู่ในขณะนี้
“คอยดูนะ ฉันจะจับฆาตกรอย่างแกเข้าคุกให้ได้”
“พูดเรื่องหนังอีกแล้วนะริต้า ไปอาบน้ำเดี๋ยวไปมหาวิทยาลัยไม่ทัน วันนี้มีสอบไม่ใช่เหรอ” โซเฟียที่เดินออกจากห้องน้ำเอ่ยดักคอ เธอหายไปเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ณิชาก็ยังนั่งอยู่บนเตียงนอนไม่ขยับสักนิด แถมยังพูดเรื่องเดิมอีก สงสัยจะอินกับหนังที่ดูเมื่อวานมากไป
“จ้า” คนยังไม่อาบน้ำส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนร่วมห้อง ก่อนจะเด้งตัวขึ้นจากเตียงด้วยความไว มือขวายื่นไปคว้าผ้าขนหนูผืนประจำตัวแล้วเดินตรงดิ่งไปยังห้องน้ำ พักเรื่องงานเอาไว้ก่อนชั่วคราว เพราะวันนี้เธอมีสอบ สอบเสร็จค่อยกลับมาคิดเรื่องงานอีกครั้ง
โซเฟียยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นว่าณิชาเข้าห้องน้ำไปแล้ว เพื่อนเธอคนนี้น่ารัก เสมอต้นเสมอปลาย เป็นหญิงไทยที่มีไมตรีจิตมากคนหนึ่ง บางครั้งเธอยังสงสัยในบุคลิกของณิชาหรือริต้า ซึ่งชื่อหลังนี้เธอชินที่จะเอ่ยเรียกมากกว่า หญิงสาวมีด้านที่อ่อนโยนน่ารัก แต่บางครั้งก็แข็งแกร่งอย่างบอกไม่ถูก เธอสองคนมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองถึงที่อังกฤษก็เพื่อเรียนหนังสือในสาขาวิชาที่ชอบ ณิชานั้นเรียนสื่อสารมวลชน ส่วนเธอเลือกที่จะเรียนด้านออกแบบ เพราะฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์
โลกของพวกเธอโคจรมาพบกันก็ตอนที่กำลังมองหาอพาร์ทเม้นท์ในครั้งแรกที่เดินทางมาถึง ทั้งเธอและณิชาชอบที่นี่ด้วยกันทั้งคู่ แต่มีห้องว่างเพียงห้องเดียว ต่างฝ่ายก็ยอมเสียสละจึงได้เห็นถึงน้ำใจแม้จะไม่ได้รู้จักกันมาก่อนก็ตาม โซเฟียทนต่อแรงตื้อของณิชาไม่ไหว เธอจึงได้อยู่ที่อพาร์ทเม้นท์นี้ แต่คำขอบคุณก็มาพร้อมกับคำเอ่ยชวนโดยที่โซเฟียขอให้ณิชาเข้ามาอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่วินาทีนั้นทั้งสองสาวจึงกลายเป็นเพื่อนรักที่ต่างฝ่ายก็ต่างช่วยเหลือกันและกันมาตลอด
หลังสอบวิชาในปีการศึกษาที่สี่ ซึ่งถือว่าเป็นเทอมสุดท้ายสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีเสร็จสิ้น ณิชาก็ปลีกตัวไปยังร้านอาหารซึ่งที่นี่เธอแวะมาประจำ บางครั้งก็ช่วยเสิร์ฟหรือรับออเดอร์ลูกค้าบ้าง แต่ใครเลยจะล่วงรู้ว่าหลังร้านอาหารธรรมดาๆ แห่งนี้เป็นฐานลับของเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับหลายสิบนาย ด้านล่างมีห้องใต้ดินที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อันทันสมัย มีเจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง รวมทั้งกุ๊ก พนักงานเคาน์เตอร์ พนักงานทำความสะอาด พนักงานล้างจาน ทุกคนในร้านล้วนแต่มีเบื้องหลังที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งนั้น
เมื่อณิชาไปถึง หญิงสาวก็ตรงไปยังห้องใต้ดินซึ่งต้องเดินผ่านห้องครัวไปเสียก่อน หยุดยืนที่เครื่องสแกนม่านตา ประตูบานใหญ่จึงเปิดออก หญิงสาวก้าวยาวๆ ลงไปตามขั้นบันไดอย่างชำนาญแม้จะมืดบ้างก็ตามที เมื่อลงไปถึงก็ตรงไปยังห้องเก็บหลักฐาน เพราะวันนี้มีนัดประชุมคดีสำคัญที่ทีมเธอได้รับมอบหมายให้สะสางตามจับคนร้ายมาเกือบหกเดือน แต่ก็ยังไร้แม้แต่เงาคนก่อคดี งานนี้มีทีมตำรวจทำงานด้วยอีกหลายทีม แต่นั่นเหมือนจะยังไม่พอสำหรับเบื้องบน เพราะคดีนี้สะเทือนขวัญคนทั้งประเทศจึงต้องมีหน่วยงานของเธอเข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อคลี่คลายคดีให้เร็วที่สุด เมื่อเปิดประตูเข้าไปยืนทำความเคารพผู้บังคับบัญชาแล้วหันไปทักทายเพื่อนร่วมงาน
“นั่งก่อนสิ”
“ค่ะ” ณิชาเอ่ยรับคำของคริส ผู้ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเธอโดยตรง คริสทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับมานานหลายปี มือบอบบางแต่กลับใช้อาวุธมีดได้ดีจนหาตัวจับยากเลื่อนเก้าอี้ตรงหน้าแล้วทิ้งตัวลงไปนั่ง รอบโต๊ะขณะนี้มีบุคคลร่วมสายอาชีพเดียวกับเธออยู่สามสี่คน ซึ่งทุกคนล้วนกำลังสืบคดีเดียวกันอยู่ คริสเอ่ยเปิดประเด็นขึ้นก่อน
“เมื่อคืนมีเหยื่อเพิ่มอีกราย เป็นเด็กชายชาวลาว สัญชาติอังกฤษ”
“อีกแล้วเหรอ” หญิงสาวหนึ่งเดียวในห้องเอ่ยขึ้นกับตัวเอง ก่อนที่ภาพจะฉายขึ้นบนจอแอลซีดีไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่เหยื่อรายแรกถึงรายล่าสุดตามลำดับ โดยปีเตอร์หนุ่มเชื้อสายอังกฤษคอยให้ข้อมูลแก่ทุกคน
ขณะที่นั่งฟังณิชาก็ขมวดคิ้ว คำถามเดิมๆ เกิดขึ้นในความคิดครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมฆาตกรคนนี้ถึงได้เจาะจงฆ่าแต่ชาวเอเชียด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยและอยากหาความกระจ่าง เพราะไม่อย่างนั้นเธอคงเก็บเอาไปนอนฝันทุกคืนเป็นแน่ ตั้งแต่ได้รับมอบหมายจากประธานใหญ่ของหน่วยสืบราชการลับให้สืบหาฆาตกรรายนี้ งานนี้ถือว่าเป็นงานหินที่สุดอีกงานหนึ่งของทีม แต่ก็ท้าทายไม่น้อย หญิงสาวยกมือขึ้นเท้าคางอย่างใช้ความคิด คิ้วสวยได้รูปขมวดกันยุ่งเป็นภาพที่ทุกคนในทีมชินตา
เมื่อปีเตอร์กล่าวจบต่างก็ช่วยกันขบคิด ปะติดปะต่อเรื่องราวของปริศนาในคดีนี้ โดยไม่ทิ้งประเด็นใดไปแม้แต่ประเด็นเดียว เพราะถ้ามองข้ามนั่นอาจเป็นเบาะแสที่สำคัญก็เป็นได้ ทั้งเรื่องขัดผลประโยชน์ การเจ็บแค้นส่วนตัว หรือพวกคลั่งลัทธิ อาวุธปืนที่ใช้ก็เป็นอาวุธเถื่อนที่หาซื้อได้ตามตลาดมืด การจะเริ่มต้นสืบจากจุดนั้นก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
“คิดอะไรอยู่ชีต้า” คริสผู้ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของณิชาโดยตรงเอ่ยถาม เพราะเห็นหญิงสาวนิ่งเงียบมานาน เงียบแบบนี้เธอมักจะคิดอะไรที่เขาคาดไม่ถึงเสมอ ชื่อที่ได้ยินนี้คือชื่อที่ณิชาใช้ในการทำงานจึงเอ่ยเรียกกันไม่กี่คนเท่านั้น
“อืม…ฉันกำลังไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายถึงฆ่าแต่ชาวเอเชียเท่านั้น ดูเหมือนเจาะจงด้วยซ้ำ ไม่ใช่ความบังเอิญแน่ๆ” นี่คือสิ่งที่ณิชาสงสัยและลึกๆ ยังเกิดความกังวลไม่น้อย เหตุเพราะเธอเป็นคนเอเชียด้วยนั่นเอง แต่ถึงจะไม่ใช่แล้วเกิดคดีแบบนี้ เธอก็ต้องตามสืบให้ถึงที่สุด
สิ่งที่ณิชาคิดนี้ทุกคนในห้องประชุมก็เห็นด้วย แต่ยังค้นหาแรงจูงใจของคดีนี้ไม่พบรวมทั้งตัวฆาตกร แม้พวกเขาจะพยายามสืบหาสักเท่าไหร่ก็ตาม แต่หนึ่งประเด็นที่แน่ชัดคือฆาตกรต้องวางแผนมาอย่างดี รวมทั้งรู้ข้อมูลของเหยื่ออย่างละเอียดด้วย จากการสืบข่าวรอบๆ ตัวเหยื่อว่าใครต้องสงสัยที่จะเป็นฆาตกรในคดีนี้บ้าง ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข่าวที่น่าพอใจที่สามารถสาวถึงตัวคนร้ายจนจับกุมมาดำเนินคดีได้เลย ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ การหยุดยั้งบุคคลที่จะต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไปให้จงได้
“มีอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสงสัย” ปีเตอร์เอ่ยขึ้นขณะสบตากับณิชา “เหยื่อทุกรายล้วนมีคุณสมบัติบางอย่างคล้ายคลึงกัน นั่นคือพวกเขามาจากครอบครัวสองเชื้อชาติ” เมื่อปีเตอร์พูดถึงประโยคนี้ ณิชาก็เอ่ยต่อเพราะเธอรู้ข้อมูลนี้ดี
“ใช่…จากข้อมูลเหยื่อบางรายมาจากครอบครัวที่มีแม่เป็นชาวเอเชียซึ่งแต่งงานกับพ่อชาวอังกฤษ บางครอบครัวพ่อเป็นชาวเอเชียแต่งงานกับแม่ที่เป็นชาวอังกฤษ ไม่ทางแม่หรือพ่อที่เป็นชาวเอเชียต้องมีลูกติดมาด้วย” เมื่อณิชาเอ่ยจบประโยคทั้งทีมก็มองหน้ากันอย่างรู้ใจ คริสสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าจับตาบุคคลที่อาจตกเป็นเหยื่อโดยเน้นคนในกลุ่มเสี่ยงนี้เป็นพิเศษ แต่จำนวนประชากรก็มากเกินกว่าจะดูแลได้อย่างทั่วถึง หากทำได้แค่ป้องกันที่ปลายเหตุโดยรอให้คนร้ายพลาดท่าเองแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดี
“ดูเหมือนว่าคดีนี้เหยื่อทุกรายล้วนเป็นชาวเอเชีย ที่สำคัญยังเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย ซึ่งนับๆ ดูแล้ว…”
“เดี๋ยวนะคะ” ณิชาเอ่ยขัดคำพูดของปีเตอร์เพราะคิดอะไรขึ้นมาได้ เธอหยิบแผนที่ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกมากางเต็มโต๊ะประชุมพร้อมทั้งหยิบปากกาสีแดงขึ้นมาขีดฆ่าประเทศที่มีคนเสียชีวิตไปแล้ว รายที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ไล่ๆ ดูภาพเหมือนจะเป็นขดหอย ก่อนที่ณิชาจะยืนตัวแข็งทื่อกับชื่อประเทศที่อยู่ในแผนที่ซึ่งยังไม่ได้ขีดฆ่าออก “อย่าบอกนะว่าเหยื่อคนต่อไปคือคนไทย”
“อะไรนะ” คริส ปีเตอร์และทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมต่างรีบรุดเข้ามาดูข้อสันนิษฐานของณิชา ทุกคนต่างมองหน้ากันและพยายามหาข้อสรุป ซึ่งล้วนเป็นอย่างที่หญิงสาวได้คาดการณ์ไว้ เหตุการณ์และความน่าจะเป็นไปได้สอดคล้องกันหมด จุดหมายต่อไปที่ฆาตกรต่อเนื่องคนนี้จะลงมือฆ่านั่นคือคนไทยอย่างนั้นนะเหรอ เพราะเหลือเพียงประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังไม่มีคนเสียชีวิต เป้าหมายล่ะ เป้าหมายต่อไปคือใครกัน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ต่างก็หยิบรูปบุคคลที่คาดการณ์ว่าจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ซึ่งพวกเขาได้รวบรวมและตัดตัวเลือกที่ไม่เข้าข่ายทิ้งขึ้นวางเรียงบนโต๊ะ คริสสั่งการออกไปให้ตำรวจนอกเครื่องแบบคอยดูแลความปลอดภัยของบุคคลเหล่านี้ทุกคน ห้ามมีคำว่าผิดพลาด หากมีใครต้องสงสัยก็สามารถจับกุมได้ทันที ณิชามองหน้าคริสก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ถ้าทำแบบนั้น ฉันว่าคนร้ายจะรู้ตัวเปล่าๆ”
“แต่เราต้องป้องกันไม่ให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก ผมจะไม่ยอมให้ใครถูกฆ่า” คริสเองก็ชัดเจนในแนวทางของเขาเช่นกัน แต่ในความคิดของณิชา เธอมีแผนเด็ดมากกว่าแค่ป้องกัน สุภาษิตไทยที่ว่าอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น ในเมื่อฆาตกรต้องการฆ่าคนไทยเพื่อสนองความต้องการอะไรก็ช่าง เธอจะไม่มีวันยอมเป็นแน่
“งานนี้ฉันจะเป็นเหยื่อล่อให้เอง”
“ชีต้า!” ทุกคนต่างเอ่ยชื่อแฝงที่เรียกขานณิชาออกมาแทบพร้อมๆ กัน เธอกล้าบ้าบิ่นเกินไปหรือเปล่าถึงพูดแบบนี้ออกมา แต่หญิงสาวก็พยักหน้าให้อย่างไม่ยอมเปลี่ยนใจ
“อย่าลืมว่าฉันเป็นคนไทยซึ่งเป็นเป้าหมายของฆาตกรรายต่อไป ฉันจะทำไม่ว่าคนร้ายจะเป็นใคร พวกคุณต้องทำให้ฉันเป็นที่สนใจจนเขาคิดจะฆ่าให้ได้” ปีเตอร์จับข้อศอกของณิชาไว้ ก่อนจะรั้งเธอไปคุยยังมุมห้อง ทั้งสองเป็นทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานกัน ความคิดของณิชาในครั้งนี้เขารับไม่ได้จริงๆ
“แต่นี่มันเสี่ยงไปนะชีต้า คิดใหม่ คิดให้ดีๆ ก่อนพูด”
“ถ้าไม่เสี่ยง เราจะจับคนร้ายได้อย่างนั้นเหรอ จะปล่อยให้ใครเป็นเหยื่อรายต่อไปอีก ฉันไม่ยอม” หญิงสาวผู้แน่วแน่ต่องานเอ่ยขึ้น ต่อให้ปีเตอร์หรือใครต่อใครมาพูดให้เธอเปลี่ยนใจ เธอก็ไม่ยอมทำตามเด็ดขาด สิ่งที่ณิชาได้ตัดสินใจทำแล้ว ต่อให้ตายก็ไม่มีวันเปลี่ยน
“แต่…”
“ฉันสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี ไม่ต้องห่วง” ณิชาตบบ่าของ ปีเตอร์หนักๆ หนุ่มตาน้ำข้าวถึงกับอึ้งกับความใจเด็ดของหญิงสาวชาวไทยตัวเล็กๆ คนนี้ ครั้งแรกที่รู้ว่าณิชาคือหนึ่งในหน่วยสืบราชการลับ เขายังแอบสบประมาทเธออยู่ในใจว่าจะทำได้อย่างนั้นนะเหรอ แต่ตลอดสามปีที่ทำงานด้วยกันมา เขารู้แล้วว่ามองผู้หญิงคนนี้ผิดไป เธอเก่งและแกร่งจนหาตัวจับยาก
“ไม่เปลี่ยนใจแน่นะชีต้า” คริสเอ่ยถามสั้นๆ ก็เข้าใจถึงความหมาย เพราะงานนี้ถ้าได้ลงมือแล้วจะถอนตัวทีหลังคงไม่ได้ เขารู้ว่าณิชาเป็นคนเก่ง แต่บางครั้งเธอก็ยังอ่อนประสบการณ์ งานนี้พวกเขาจึงพลาดไม่ได้
“ค่ะ” คำตอบรับของณิชาทำให้คริสหวั่นใจอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องเลือกที่จะเดินหน้าจับคนร้ายคดีสะเทือนขวัญนี้ต่อไป แต่ก่อนจะปล่อยข่าวคงต้องสืบประวัติผู้ที่ตกเป็นเหยื่อก่อนหน้านี้อย่างละเอียดว่าพวกเขามีแรงจูงใจอะไรให้ฆาตกรรายนี้เลือกจะลงมือฆ่านอกเสียจากสิ่งที่พวกเขารู้มา
ข้อมูลทุกอย่างที่อยากรู้ถูกส่งมายังหน่วยสืบราชการลับโดยทันที ทุกคนในทีมต่างพากันกลั่นกรองข้อมูลสิ่งที่ได้รู้ก่อนจะรวบรวมเป็นข้อๆ เรียงตามความสำคัญ แม้คนทำงานจะน้อยแต่ก็มากซึ่งประสิทธิภาพ เริ่มจากเหยื่อเป็นคนสองสัญชาติเน้นคนที่มีเชื้อสายในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นลูกติดจากพ่อหรือแม่ที่มาแต่งงานใหม่กับคนอังกฤษ ที่สำคัญคนพื้นที่เองก็มีลูกติดด้วยและข้อมูลใหม่ที่ได้มา คือ คนที่ตกเป็นเหยื่อในคดีนี้มีประวัติทุบตีคนในครอบครัว โดยเฉพาะลูกของพ่อแม่บุญธรรมที่เป็นคนอังกฤษ
ยิ่งได้ฟังข้อมูลณิชาก็ขนลุก ฆาตกรโรคจิตชัดๆ มีปมเรื่องครอบครัวหรือเปล่าถึงได้อำมหิตฆ่าคนได้ง่ายๆ แบบนี้ ณิชาวาดภาพฆาตกรรายนี้ไว้ในใจ ออกแนวน่ากลัวขนหัวลุก เพราะคนดีๆ ที่ไหนจะลงมือฆ่าเพื่อนมนุษย์อย่างไร้ความปรานี เมื่อเห็นท่าทางของเพื่อน ปีเตอร์จึงเดินเข้ามาคุยด้วย พร้อมทั้งเอ่ยถามอย่างห่วงๆ จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงก็เพื่อนเขาบ้าระห่ำถึงขั้นยอมเป็นเหยื่อล่อฆาตกรต่อเนื่อง
“ไหวแน่นะชีต้า”
“อื้อ…ปีเตอร์คอยคุ้มกันฉันก็พอ” หญิงสาวพยักหน้าให้
“ได้ ผมจะทำสุดตัว ไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรหรอก” ทั้งคู่พยักหน้าให้กัน เพราะงานนี้ทุกคนล้วนสำคัญ ก่อนที่ณิชาจะขอตัวกลับไปยังอพาร์ทเม้นท์เพื่อเก็บของใช้ที่จำเป็นมาอยู่ประจำที่ร้านอาหาร การจะไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟนั่นคืออาชีพลวง แต่วัตถุประสงค์จริงๆ เพื่อต้องการอยู่กับทีมงานได้สะดวกขึ้น หญิงสาวบอกโซเฟียว่าจะไปทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมและพักที่ร้านอาหารอย่างเช่นทุกครั้ง โซเฟียเองก็รับรู้เพียงว่านี่คืองานอดิเรกหาเงินค่าขนมของเพื่อนสาว
แต่ใช่ว่าณิชากำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยสืบราชการลับฝ่ายเดียว เพราะขณะนี้ทิเชษ ผู้เป็นพี่ชายก็กำลังทำงานในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ภาพที่ทุกคนรู้คือชายหนุ่มเป็นวิศวกรมือดี แต่จริงๆ แล้วเขานั้นเขารับใช้ชาติในฐานะหน่วยข่าวกรอง เป็นบุคคลที่เรียกได้ว่าปิดทองหลังพระคงจะถูกต้องที่สุด คดีที่ทิเชษได้รับมอบหมายมานี้ถือเป็นคดีใหญ่ เขาตามสืบเป็นเวลาเกือบสองปีเต็ม ข้อมูลที่ได้รับค่อยๆ ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าใครคือคนร้ายที่ขโมยเพชรมูลค่าหลายร้อยล้านมาจากเศรษฐีชาวอังกฤษซึ่งเสียชีวิตในวันเกิดเหตุ แต่ญาติร้องขอให้ตามสืบเพื่อนำเพชรเหล่านั้นกลับมา เท่าที่สืบข่าวมาได้ เพชรเหล่านั้นตอนนี้ถูกซ่อนในเมืองไทยฝั่งอันดามัน แต่ปูพรมค้นหาเท่าไหร่ก็ยังไม่พบที่ซ่อน