นางเอกของเรื่องมีชื่อว่าซูหลีเมิ่ง เป็นบุตรีสายตรงที่แท้จริงของซีหยวนโหว คุณหนูใหญ่จากบ้านใหญ่ ผู้เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ ชาญฉลาดบู๊บุ๋นได้ทั้งนั้น
ซึ่งกว่านางจะมีภาพลักษณ์ดังที่ว่ามานั้น ต้องกลายเป็นขยะไร้พลังมาหลายปีก่อน ตามสไตล์ยอดนิยมเป๊ะ!
ด้วยการขัดขวางจากย่าเลี้ยงและตัวร้ายทั้งหลาย หนทางการฝึกฝนย่อมไม่ราบรื่นตามระเบียบ ก่อนเผชิญโลกกว้าง ซูหลีเมิ่งต้องต่อสู้แย่งชิงในเรือนหลัง กระทั่งกำจัดศัตรูในบ้านจนหมดก่อน จึงจะได้พบกับบุรุษผู้สูงศักดิ์ และศัตรูผู้มีฝีมือเหนือล้ำที่แท้จริง
นางเอกของเรื่องใช้เวลาเพียงสิบปี ทะลวงไปถึงพลังปราณขั้นเจ็ด นางสร้างตำนานใหม่ในดินแดนจงหนาน และยังได้พบประมุขพรรคมารผู้รักถนอมดวงใจ ร้ายกาจกับคนทั้งโลก รักแต่นางเพียงผู้เดียว ตามกระแสนิยม
คณะฮาเร็มยังมีทั้งฮ่องเต้แคว้นโจว องค์ชาย ราชามาร สหายตอนเด็ก ที่แม้จะผิดหวังตามพล็อต พวกเขาก็ยังคงรักนางเอกสลักใจ
ในเล่มแปดยังมีฉากหนึ่งในฮาเร็มอย่างฮ่องเต้แคว้นโจว อภิเษกฮองเฮาเข้าวังหลวง ด้วยเหตุผลมีรูปโฉมคล้ายซูหลีเมิ่งถึงหกส่วน สุดท้ายฮองเฮาผู้นี้กลับกลายเป็นหนึ่งในนางร้าย จุดจบไม่ควรค่าให้เอ่ยถึง
ฉากจบสุขสำราญในเล่มสิบ คือฉากกำจัดลาสบอสและแต่งงานอย่างมีความสุข ลาสบอสเป็นผู้ชายหล่อเหลาทรงอำนาจ ประมุขสำนักอันดับหนึ่งแห่งดินแดนเยวี่ยลวี่ ภายนอกสุขุมอ่อนโยน ภายในเหี้ยมโหดอำมหิต
เขาคือคนที่ผู้คนทั้งแผ่นดิน เรียกขานว่าเทพจักรพรรดิ ดุจดั่งเทพสวรรค์จุติสู่พื้นดิน
สุดท้าย กลับต้องพบจุดจบด้วยเงื้อมมือพระนางสุดโกง ที่บรรลุพลังปราณทีละขั้นไปจนถึงขั้นเก้า ส่วนลาสบอสพลังหยุดชะงักมาเนิ่นนาน ต่อหน้าพลังโกงสองต่อหนึ่ง วิญญาณจึงแตกสลายไม่มีหลงเหลือ
นิยายเรื่องนี้สุขสันต์ตามพล็อตยอดนิยม คนเลวถูกกำจัด ย่อมเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว?
ไม่เลย! นี่มันไม่ถูกต้อง!
ความผิดหนึ่งเดียวของลาสบอส คือลุ่มหลงสตรีผิดคน ส่วนความผิดที่คนทั้งโลกรับรู้ ล้วนเพราะ ‘นางร้ายลับ’ จัดฉากทั้งหมด
นิยายเรื่องนี้ มีความลับอย่างหนึ่งซ่อนอยู่ นางเอกไม่รู้ พระเอกไม่รู้ คนอ่านยิ่งไม่รู้ มีเพียงนักเขียนผู้จรดปากกาสร้างนิยาย และนักอ่านวินาศสันตะโรอย่างเธอที่รู้
ต้นเหตุทั้งหมดมาจากสุดยอดบอสลับ ผู้ซุกซ่อนตัวอย่างแนบเนียน
บอสลับผู้นี้ ด้านสว่างคือ องค์หญิงเอี้ยนหนิง องค์หญิงอันดับหนึ่งแห่งนครหลวง ผู้อ่อนแอปานปุยนุ่น เพียงสายลมพัดผ่านก็ทรงตัวไม่อยู่ ต้องมีคนประคองตลอดเวลา
นางมีชาติกำเนิดสูงส่ง แต่ด้วยแผนการร้ายในวังหลังจึงต้องกลายเป็น ‘ซูหลีอิ๋น’ อยู่หลายปี
ทว่าด้านมืดนางนั้นคือว่าที่หมอเทวะหมื่นพิษ ท่านหญิงผู้สืบทอดพรรคมารไร้นาม!
ในนิยายยอดสตรีสะท้านภพ ซูหลีอิ๋นมีบทบาทเป็นสหายคนสนิทของซูหลีเมิ่ง ตั้งแต่มีฐานะเป็นลูกพี่ลูกน้อง จนกระทั่งเปลี่ยนสถานะ นางคอยช่วยชี้ทางล่าสมบัติอย่างแนบเนียน สนับสนุนนางเอกในทุกด้าน เพื่อจุดจบอันสุขสันต์
คนอ่านส่วนใหญ่ยกให้นางเป็นตัวประกอบอันดับหนึ่ง และยังทวงหาเล่มต่อของนางอีกด้วย ทว่านักเขียนที่มักจะ ‘แสร้ง’ ลืมชื่อตัวละครตัวนี้ บอกว่าเนื้อคู่ของนางตายไปแล้ว ปฏิเสธการเขียนภาคต่ออย่างไร้เยื่อใย
เรื่องที่ฉินหลานเหอมาสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไรนั้น ไม่สำคัญเท่ากับความเจ็บแค้น!
หลังรัวแป้นพิมพ์ด่านักเขียนคนโปรดไว้สามหน้ากระดาษ เธอได้รับคำสปอยเบื้องหลังความพินาศของเจ้าสำนักเซียวจิ้งว่า ‘ทุกอย่างตรงตามแผนการของบอสลับ ประมุขหญิงพรรคมาร อวี้เมี่ยวหนิง’
อวี้เมี่ยวหนิงคือนามใหม่ของซูหลีอิ๋น หลังถูกแต่งตั้งเป็นองค์หญิงห้า ทั้งเรื่องจำนวนสิบเล่ม มีการประกาศชื่อเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
หากฉินหลานเหอไม่ใช่แฟนนิยายของแท้ดั้งเดิม เธอย่อมจดจำชื่อบอสลับผู้นี้ไม่ได้ แต่เธอติดตามนิยายเรื่องนี้มาถึงห้าปีเต็ม เรียกได้ว่าวนอ่านนิยายเรื่องนี้เกินสิบหน จดจำเรื่องราวได้ทุกฉากทุกตอน
เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวละครที่บอบบางอ่อนโยน ทั้งยังคอยซัพพอร์ตนางเอกตลอดทั้งเรื่อง จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่
และที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ เมื่อเธอพยายามทำใจเย็น ส่งข้อความถามถึงความเป็นไปได้ที่เซียวจิ้งจะฟื้นคืนชีพ ซ่งอวี้จื่อ ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ กลับส่งสติ๊กเกอร์รูปหมีขาว พร้อมเสียงหัวเราะเล็กแหลม และข้อความสุดท้ายว่า ‘ไม่มีทาง’
นั่นหมายความว่าเซียวจิ้งของเธอ ไร้ทางรอด!
ฉินหลานเหอถูกนักเขียนที่ชื่นชมมาห้าปีเต็ม ทำร้ายจิตใจขั้นรุนแรง เธอเจ็บไข้อยู่หลายวัน จนร่างกายซูบผอมไร้เรี่ยวแรง สุดท้ายไม่ทันได้สอบไฟนอล ชีพจรก็หยุดเต้นอย่างไร้สาเหตุ กระทั่งฟื้นคืนชีพใหม่ในร่างนางร้ายลับ ที่เธอก่นด่าถึงทรวงนี่แหละ
เวลาหนึ่งเดือน เพียงพอให้เธอทำความเข้าใจ และยอมรับสถานะใหม่
ต่อจากนี้จึงไม่มี ‘เธอ’ คนเก่า มีเพียง ‘นาง’ ฉินหลานเหอ ท่านหญิงผู้สืบทอดพรรคมารไร้นาม!
เรื่องทะลุมิติดุจนิยายกลาดเกลื่อน ฉินหลานเหอปรับตัวได้แล้ว ชื่อของนาง ยังตรงกับนามที่ท่านตาตั้งให้อีกด้วย ประจวบเหมาะอย่างยิ่ง
ปัญหาใหญ่ก็คือ เรื่องราวเบื้องหลังบอสลับถูกซุกซ่อนเสมอมา นักอ่านไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ ความน่าสะพรึงที่ปรากฏตรงหน้า จึงเหนือจินตนาการอย่างยิ่ง
เหล่าขุนพลระดับสูงของพรรค หากต้องการยึดดินแดนจงหนาน แค่เพียงกระดิกนิ้วก็ได้มาครอบครอง
แล้วจะให้นางใช้ความสามารถใด ควบคุมพยัคฆ์มังกรเหล่านี้กัน?
ดวงตาใสกระจ่างเหม่อมองหนึ่งในคณะขุนพล ทบทวนความทรงจำเก่าโดยพลัน สมาชิกระดับสูงของพรรคถูกเรียกว่าขุนพล ประหนึ่งแม่ทัพผู้นำรบ โดยแบ่งความรับผิดชอบเป็นแปดฝ่าย สี่ภายใน สี่ภายนอก และยังมีกองกำลังชั้นยอดอีกยี่สิบหน่วย
สี่ฝ่ายขุนพลภายใน ประกอบด้วย ขุนพลอารักขา ขุนพลหกกรม ขุนพลเรือนหลัง และขุนพลบ้านสกุลไป๋
สี่ฝ่ายขุนพลภายนอก ประกอบด้วย ขุนพลฝ่ายข่าวกรอง ขุนพลฝ่ายการแพทย์ ขุนพลฝ่ายหอการค้า และขุนพลฝ่ายอาวุธ
ซึ่งแบ่งเป็นสองสำนัก สองกิจการ
สองสำนักประกอบด้วย สำนักกงอวิ๋น หน่วยข่าวกรองรับจ้างอันดับหนึ่ง และสำนักแพทย์ทงเสิน สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง
สองกิจการ แบ่งเป็นหอการค้าและร้านอาวุธ
หอการค้าแปดสมบัติ เป็นหอการค้าขนาดใหญ่ ครอบครองตลาดใต้ดินสี่สิบเจ็ดเมืองทั่วดินแดนจงหนาน มีทั้งโรงประมูลแปดสมบัติ โรงเตี้ยมเมิ่งซิน ร้านอาหารอวี้ซิน ร้านจินเป่า ร้านหวาฟู่ ร้านหมิงฉาง และอีกมากมายนับไม่ถ้วน
ส่วนร้านอาวุธหม่านเฉียน เป็นร้านอาวุธวิเศษ
ยี่สิบหน่วยกองกำลัง มีความน่าสะพรึงน้อยลงมาหน่อย พวกเขาเป็นสมาชิกพรรคที่ขึ้นตรงกับขุนพลหกกรม มีหน้าที่เป็นกำลังเสริมและเฝ้ายาม
โกง! สิ่งนี้เรียกว่าโกงยังน้อยไป!
จะสิ่งใดล้วนดีทั้งสิ้น ยกเว้นเพียงนิสัยและรสนิยมของผู้คนในพรรค
“ข้าว่าเกาะเพลิงพิภพไม่เลวทีเดียว เสียทีเจ้าไก่ย่างตัวใหญ่ดื้อรั้นเกินไป” บุรุษผู้มีท่าทีหยิ่งทระนงคือไป๋หนาน พี่สองของบ้านสกุลไป๋คนนี้ สวมอาภรณ์สีองุ่นเขียว มีกลิ่นอายบัณฑิตหนอนหนังสือ ขัดกับรูปร่างกำยำผิวเข้ม
ความขัดแย้งเหล่านี้ ในโลกภายนอกนับเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง แต่ในพรรคพิลึกแห่งนี้ เดินไปทางไหนก็พบ!
ไป๋เจิ้งส่ายศีรษะ ไม่เห็นด้วย “หงสาเพลิงเทวะ เป็นสัตว์อสูรขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้พวกเราขนกันไปทั้งพรรคก็ต้านไม่อยู่ เกาะอวิ๋นซานที่น้องสี่กล่าวไว้ นับว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว”
“เช่นนั้นตกลงตามนี้!” ไป๋หนานพยักหน้า เหลือบสายตามองน้องสามผู้เงียบขรึมแวบหนึ่ง นึกไปถึงน้องสาวคนเล็ก ซึ่งทำภารกิจอยู่ที่ห่างไกล จึงไม่อาจเข้าร่วมประชุม
ในบรรดาสี่ฝ่ายขุนพลภายใน ครอบครัวห้าพี่น้องต่างสายเลือดของเขา นับว่าเก่งกาจเป็นอันดับสาม มีหน้าที่ดูแลฐานทัพ ค้นหาสมบัติ สืบข่าวภายใน สัพเพเหระ นับว่าว่างงานที่สุด
และยังใกล้ชิดท่านหญิงน้อยที่สุดอีกด้วย!
ดวงตาระยับเปี่ยมความหวังทั้งสี่คู่ จับจ้องที่ดรุณีน้อยบนบัลลังก์ รอคอยคำตอบประดุจสุนัขรอเจ้านายกลับบ้าน
ขอเพียงนางชอบ พวกเขาจะรีบจัดการโดยพลัน
ฉินหลานเหอเหม่อมองกระจกส่องปฐพี ดวงตากระจ่างดุจแก้วใสไร้ตำหนิ มองไปที่ภาพอารามป่าท้อในเมืองหยุนซื่อ ซึ่งเป็นที่อยู่นับแต่กำเนิดของนาง นิ้วน้อยๆ ชี้ยังตำแหน่งที่จับจ้อง เผยอริมฝีปากกล่าวว่า “ขุดโพรงใต้ดินที่นั่น เป็นอย่างไร?”
ครั้นสิ้นสุดน้ำเสียงอ่อนนุ่มราวธารน้ำอ่อนโยน ในอกพี่น้องสกุลไป๋ทั้งสี่พลันสั่นสะท้าน
เหตุไฉนพวกเขาจึงระลึกไม่ได้!
ที่ที่ปลอดภัยที่สุด คือที่ที่อันตรายที่สุด
ท่านหญิงน้อยชื่นชอบการแสดง นางมักห่มขนกระต่ายซ่อนรังสีจิ้งจอกไว้ภายใน หากแหล่งประชุมอยู่กลางเมืองใกล้หูใกล้ตาผู้คน ย่อมทำให้นางตื่นเต้นไม่มากก็น้อย ซ้ำยังก่อเกิดความรู้สึกขบขัน หากไม่มีใครค้นพบ
ประเสริฐยิ่ง! สมกับเป็นหลานสาวคนเดียวของอดีตนายท่าน
ไป๋หนานเห็นโอกาสรับโทษ รีบร้อนทรุดเข่ากระแทกพื้น เสียงกระดูกเปราะดังกรอบ เขาบีบน้ำตาเนื้อตัวสั่นสะท้าน “เป็นข้าไร้ความสามารถ ไม่อาจคาดเดาความคิดองค์หญิงน้อย ขอสำเร็จโทษจองจำคุกน้ำแข็งขอรับ!”
พี่ใหญ่สกุลไป๋ขบริมฝีปาก เช็ดหยดน้ำริมหางตาลวกๆ เหลือบมองดรุณีน้อยอย่างคาดหวัง
นรกเถอะ!
ฉินหลานเหอคิ้วกระตุก ในใจคิดเอาคืนแต่ไร้กำลัง หากเจ้าคนพวกนี้คิดเลิกเล่นบทไร้สาระ กระทั่งบัลลังก์จักรพรรดิของเซิ่งเฉิงฮ่องเต้ ยังต้องสั่นคลอน
ดังนั้น นางมีแต่ต้องเติมเชื้อเพลิง
“เจ้าโง่! ข้าสั่งลงโทษตั้งแต่เมื่อใด ในเมื่อพูดออกมาแล้ว ท่านหญิงผู้นี้จะช่วยสนองให้! ประกาศออกไป ไป๋หนานมีความผิดยั่วยุข้า ลงโทษขังคุกน้ำแข็งเจ็ดวันเจ็ดคืน ห้ามผู้ใดให้ความช่วยเหลือเป็นอันขาด!”
ร่างกำยำผิวเข้มสั่นระริกด้วยความยินดี ดวงตาคมหรี่เย้ยบรรดาพี่น้อง “รับบัญชา!”
ดรุณีน้อยแย้มรอยยิ้มนุ่ม ประหนึ่งบุปผากลีบบาง งดงามปานโบตั๋น สูงส่งยิ่งกว่าดอกบัว บอบบางดุจดอกสาลี่ฉ่ำละอองน้ำค้าง
เติบโตขึ้นย่อมงดงามเหนือผู้คน
ไป๋หนานถูกลากไปลงโทษแล้ว คนที่ลากเขาไปคือสมาชิกกองกำลังหน่วยหก ซึ่งมีพลังปราณขั้นสี่เท่านั้น หากไป๋หนานไม่ยินยอม คนเหล่านี้ย่อมกระทำสิ่งใดกับเขาไม่ได้
ฉินหลานเหอหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก บุรุษสายเอ็มผู้นี้ คาดหวังให้นางลงทัณฑ์อยู่ทุกวี่ทุกวัน
คุกน้ำแข็งส่งผลต่อผู้ฝึกฝนระดับต่ำกว่าขั้นสี่ ไป๋หนานฝึกฝนมาถึงขั้นหกย่อมไม่สะทกสะท้านอะไร ในบรรดาขุนพลทั้งหลาย นางระอาใจต่อบุรุษคนนี้ที่สุดแล้ว
“เกาะอวิ๋นซานมีพลังปราณหนาแน่นกว่าหุบเขาอี้ฉุนถึงสามเท่า กระจกส่องปฐพียังไม่อาจสาดส่องไปถึง ย่อมซุกซ่อนอันตรายไว้ไม่น้อย พวกเจ้าอย่าได้หลงระเริงว่าจะคว้าชัยไปทุกเมื่อเชียว แม้โลกฝั่งสว่างจะไร้อำนาจใดต่อกรกับเราได้ แต่ในเงามืดมีอำนาจซุกซ่อนไม่น้อย จดจำไว้ให้ดี”
บ้านสกุลไป๋โค้งศีรษะอย่างนอบน้อม “พวกเราข้ารับใช้ รับบัญชาท่านหญิงผู้สืบทอด!”