“ในนี้อากาศน่าจะอบอ้าวน่ะค่ะ เอ่อ... ฟางขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะรุ่นพี่ทุกคน ฟางดีใจที่ได้กลับมาเจอทุกคนนะคะ ไว้โอกาสหน้าเจอกันใหม่ค่ะ”
แล้วรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งไม่ใช่วชิรวัฒน์ก็ลุกขึ้นยืน และเดินมาหยุดตรงข้างๆ หล่อน
“น้องฟางพักอยู่แถวไหนหรือครับ”
“ฟาง... เหรอคะ”
“ใช่ครับ พักอยู่แถวไหน พี่จะอาสาไปส่งน้องฟางถึงที่พักเลยครับ”
ในขณะที่ฟาริดากำลังอึกอักหาทางปฎิเสธอยู่นั้น ก็มีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งแซวขึ้นมา
“มึงอย่าคิดอะไรไม่ดีกับน้องฟางเชียวนะ ไอ้หน้าหม้อ”
“อะไรกับวะ ไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีสักหน่อย แค่อยากจีบ”
ฟาริดาทำหน้าไม่ถูก ยิ้มขืนๆ ออกไป และขยับตัวออกห่างรุ่นพี่คนนั้น ซึ่งน่าจะเมากรึ่มๆ แล้ว
“ฟาง... พักอยู่บางแคน่ะค่ะ ค่อนข้างไกล ฟางขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“โห พักบางแคเลยเหรอ ไกลนะเนี่ย”
ฟาริดาปั้นยิ้ม ก่อนจะเอ่ยลาทุกคนอีกครั้ง และรีบเดินออกไป
เมื่อออกมาจากร้านกึ่งผับที่เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรุ่นแล้ว ฟาริดาก็เดินมาหยุดอยู่ที่ริมถนน และก็อดที่จะเหลียวหลังกลับไปมองในร้านอีกครั้งไม่ได้
“เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะคะพี่โรม”
แม้จะรู้สึกอาลัยและอยากอยู่มองหน้าของ
วชิรวัฒน์ต่ออีกสักหน่อย แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรทำ เพราะคนที่ซ่อนความรู้สึกไม่เก่งอย่างหล่อน อาจจะเผลอตัวแสดงอะไรออกไป ทำให้ทุกคนจับสังเกตได้
“หวังว่าพี่โรมจะมางานเลี้ยงรุ่นในปีหน้าอีกนะคะ”
หญิงสาวยิ้มบางๆ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินไปตามถนนคอนกรีดที่ทอดยาวเชื่องช้า
เดินคิดอะไรเล่นๆ สักพัก ค่อยกลับห้องก็ได้นี่นา...
ในขณะที่ก้าวเท้าได้เพียงแค่สามก้าวเท่านั้น เสียงเข้มของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง
หล่อนหยุดเคลื่อนไหว ตัวแข็งทื่อ เพราะจำได้ดีว่าเสียงเข้มแบบนี้เป็นเสียงของใคร
คงไม่ใช่หรอกมั้ง...
ฟาริดาคิดคัดค้านอยู่ภายในใจ และก็กำลังจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง แต่เจ้าของเสียงก็เดินผ่านร่างบาง และมาหยุดตรงหน้าของหล่อนเสียก่อน
ดวงตาที่โตมากๆ อยู่แล้วของหล่อนเบิกกว้าง กลีบปากแย้มเผยอด้วยความตกใจ เพราะผู้ชายตรงหน้าของหล่อนวชิรวัฒน์จริงๆ
นี่เขา...
เขามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง
มาอยู่ตรงหน้าของหล่อนได้ยังไงกัน
แม้แต่ความฝัน หล่อนยังไม่เคยคิดว่าจะได้เผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ในระยะที่ใกล้ๆ ชิดแบบนี้มาก่อนเลย
ด้วยความตกใจ ทำให้หล่อนก้าวเท้าถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง ในขณะที่ผู้ชายที่ตัวสูงกว่าหล่อนมากก้าวตามเข้ามาหา
“พะ... พี่โรม...”
ใบหน้าที่เทพเจ้าปั้นแต่งให้มาอย่างประณีตเปื้อนรอยยิ้มจางๆ ดวงตารียาวที่ทั้งดุดันและหวานฉ่ำในเวลาเดียวกันจับจ้องมาที่หล่อน
สายตาแบบนี้...
สายตาแบบนี้ของวชิรวัฒน์มันสามารถฆ่าให้ผู้หญิงคนหนึ่งตายเพราะความลุ่มหลงได้เลยนะ
และหล่อนก็กำลังเป็นผู้หญิงคนนั้น คนที่กำลังจะตายเพราะความหล่อชนิดวัวตายควายล้มของเขาอยู่แล้ว
“จะกลับแล้วจริงๆ หรือครับ”
ทำไม... เขาถามหล่อนแบบนี้ล่ะ
“เอ่อ... ค่ะ...”
“เดินคุยกันหน่อยไหมครับ”
ไม่รู้หล่อนควรจะตกใจรอยยิ้มบนหน้าของเขา หรือว่าคำชวนของเขาก่อนดี
นี่เขาจะรู้ไหม เขากำลังจะทำให้หล่อนขาดใจตายอยู่แล้วนะ
“ฟาง... คิดว่ามัน... ดึกแล้วน่ะค่ะ...”
ดังนั้นปลีกตัวดีกว่า ก่อนที่จะเป็นลมเป็นแล้งให้อับอายต่อหน้าต่อตาผู้ชายที่แอบรัก
“แน่ใจหรือว่าไม่อยากไปไหนต่อกับพี่”
“คะ?”
หล่อนตื่นตกใจกับคำถามตรงไปตรงมาของ
วชิรวัฒน์เหลือเกิน
เขากำลังหมายความว่ายังไงกันนะ หรือว่าเขาสงสัยอะไร นี่หล่อนเผลอแสดงอาการอะไรออกไปให้เขาเห็นอย่างนั้นเหรอ
ในขณะที่ฟาริดากำลังสับสน ตกใจ และอลหม่านอยู่นั้น วชิรวัฒน์ก็เฉลยออกมา
“พี่เห็นเธอนั่งมองพี่ตลอดเวลาเลย ตอนที่เราอยู่ในงานเลี้ยงน่ะ”
ฟาริดาถึงกับหน้าตาซีดเผือด ก่อนจะถูกสีแดงๆ กลืนกินทั้งสองแก้ม
“ปะ เปล่า... นะคะ...”
“เธอแอบชอบพี่ใช่ไหม”
“พี่โรม!”
แล้วเขาก็ก้าวเข้ามาหา เดินเข้ามาหยุดชิดร่างสั่นเทิ้มของหล่อนเลยทีเดียว
ฟาริดาจะถอยหลังหนี แต่มือใหญ่ของคนตรงหน้าก็รวบเอวคอดเอาไว้เสียก่อน
“อ๊ะ...”
ใบหน้าหล่อจัดโน้มต่ำลงมาหา ลงมาหาใกล้มากๆ จนกลิ่นลมหายใจสะอาดสะอ้านของวชิรวัฒน์ฟุ้งเข้ามาในโพรงจมูก
หล่อนจะตายอยู่แล้วเนี่ย...
“มีโรงแรมใกล้ๆ อยู่แถวนี้ด้วยนะ”
นี่เขา...
เขาพูดถึงโรงแรมทำไมเนี่ย?
“ไปนอนด้วยกันเถอะ”
ฟาริดาแทบช็อกกับคำพูดที่ดังออกมาจากริมฝีปากหยักสวยของวชิรวัฒน์
นี่เขา...
เขากำลังชวนหล่อนเข้าโรงแรมอย่างนั้นเหรอ
ชวนกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?
คงเพราะหล่อนเอาแต่ทำตาโต หน้าตื่น และอ้าปากค้างล่ะมั้ง เขาจึงอมยิ้มเอ็นดูออกมา และเอานิ้วไล้แก้มที่กำลังเห่อร้อนของหล่อนเบาๆ
“ไม่อยากหรือ”
“พี่โรม... พี่... พูดอะไรคะเนี่ย...”
สติกลับมาเล็กน้อย จึงหลบตา และดิ้นออกจากอ้อมแขนที่รวบเอวคอดเอาไว้หลวมๆ ได้สำเร็จ
“ถ้าเราถูกใจกันและกัน เราก็ควรจะหาความสุขร่วมกัน หรือว่าไม่จริงล่ะครับ”
นี่เขาคงใช้ชีวิตที่เมืองนอกเมืองนามานาน เขาก็เลยมีความคิดแบบนี้สินะ
“แต่ถ้าน้องฟางไม่สนใจ พี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ พี่จะกลับเข้างานเลี้ยงแหละ”
ทำไมนะ ทั้งๆ ที่กำลังพูดเรื่องแบบนี้กันอยู่ แต่ใบหน้าของวชิรวัฒน์ยังคงเรียบเฉย ไม่มีอาการขัดเขินอะไรเลย
ตรงกันข้ามกับหล่อนที่รู้สึกอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว
“งั้นพี่ไปนะครับ”
เขาหมุนตัวและก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้ว ในขณะที่หล่อนหมุนตัวมองตามเรือนร่างสูงสง่าของเขาไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน
สำนึกผิดชอบชั่วดีร้องเตือนว่าอย่าเล่นกับไฟ แต่ความโหยหาของการแอบรักมาเนิ่นนานมันก็กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ภายในอกจนหล่อนทรมานเหลือเกิน
คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ถ้าจะ... จะมีความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ตัวเองแอบรักมาหลายปีสักครั้ง
ในที่สุดความโหยหาก็เอาชนะสำนึกผิดชอบชั่วดีทุกอย่างได้ทั้งหมด
“เดี๋ยวค่ะพี่โรม”
คนที่ถูกเรียกเอาไว้มีรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากทั้งสองข้าง ก่อนที่จะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวร่างบอบบาง
“มีอะไรเหรอครับน้องฟาง”
ครั้งนี้ฟาริดาเป็นฝ่ายสาวเท้าเข้าไปหยุดตรงหน้าของวชิรวัฒน์ด้วยตัวเอง
หล่อนช้อนตาขึ้นมองเขา มองเขาด้วยสายตาที่หวาดกลัวและอยากลอง
“เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วใช่ไหมคะ”
“ก็น่าจะเป็นแบบนั้นแหละครับ เพราะงานเลี้ยงรุ่นปีหน้า พี่ก็ไม่แน่ใจว่าจะว่างมาเจอพวกเธอหรือเปล่า”
หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย ปากอิ่มสีแดงระเรื่อเม้มเป็นเส้นตรงอย่างกำลังชั่งใจ
“อะไรที่ทำให้เรามีความสุข เราต้องคว้าเอาไว้ครับ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้เราจะได้ตื่นขึ้นมาบนโลกใบนี้อีกครั้งหรือเปล่า”
คำพูดประโยคนี้ของวชิรวัฒน์ ทำให้ความลังเลของหล่อนสลายหายไปในทันที
ฟาริดาเงยหน้าขึ้น สบประสานสายตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ล้นเหลือของวชิรวัฒน์
แค่ครั้งเดียว...
แค่ครั้งเดียว แล้วทุกอย่างจะจบลง
“ตกลงค่ะพี่โรม”
ใบหน้าที่หล่อมากอยู่แล้วของวชิรวัฒน์ตอนนี้กระจ่างใสเพราะเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม
“งั้นเราไปโรงแรมกันเถอะครับ อยู่ไม่ไกลหรอก”
เขายื่นมือออกมาข้างตัว หล่อนมองที่อุ้งมือของเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“เราควรจะกุมมือกันเดินสักหน่อยนะครับ จะได้เหมือนกับคู่รักที่กำลังจะไปมีเซ็กซ์กัน แม้เราจะไม่ใช่คู่รักกันก็ตาม”
หล่อนไมได้ตอบอะไรออกไป นอกจากยื่นมือสั่นๆ วางลงไปในอุ้งมือของวชิรวัฒน์
ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากปลายนิ้วมือจนถึงหัวใจของหล่อนอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ได้จับมือกับเขาคนนี้
ผู้ชายที่หล่อนรักมาโดยตลอด และจะรักและมีเขาคนเดียวไปชั่วชีวิต
ฟาริดาไม่ได้พักอาศัยอยู่ในย่านคนรวยแถวนี้ จึงไม่รู้ว่าในย่านนี้มีโรงแรมระดับห้าดาวอยู่ติดๆ กันหลายแห่งเลยทีเดียว
วชิรวัฒน์พาหล่อนเข้ามาในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งดูด้วยตาเปล่าก็เดาได้ไม่ยากว่า ราคาห้องต่อคืนนั้นน่าจะหลักหมื่นบาทแน่นอน
“พี่โรม... ที่นี่คงแพงมาก...”
ก่อนที่เขาจะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์พนักงานของโรงแรม หล่อนก็เอ่ยขึ้น
ดวงตาคมเข้มเป็นประกายระยิบระยับสวยงามเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนของเขามองจ้องมา และการถูกเขามองด้วยสายตาแบบนี้ก็ทำให้หล่อนขัดเขินเหลือเกิน
“ที่นี่เหมาะที่สุดแล้วล่ะครับ”
หล่อนทำได้แค่เม้มปากเป็นเส้นตรง และก็ยอมให้เขาจูงมือตรงไปยังเคาน์เตอร์ของพนักงานโรงแรม
วชิรวัฒน์พูดคุยกับพนักงานสาวสวยเรื่องการเปิดห้องด้วยท่าทางสบายๆ ในขณะที่หล่อนรู้สึกประหม่าและอายจนต้องก้มหน้าก้มตาตลอดเวลา
“หนึ่งคืนครับ”
แล้วไม่นานการเปิดห้องพักก็เสร็จสิ้น วชิรวัฒน์ได้คีย์การ์ดสำหรับของสวีตเรียบร้อย เขารั้งร่างของหล่อนให้เดินตรงไปยังลิฟต์แก้วขนาดใหญ่
ขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูลิฟต์ หัวใจของหล่อนก็เต้นโครมครามไม่หยุดเลย
นี่หล่อนคิดผิดหรือเปล่านะ ที่จะยอมเสียตัวง่ายๆ แบบนี้
เธอคิดถูกแล้วฟาง...
เธอรักพี่โรม
และการที่เขาจะเดินเข้ามาแล้วขอนอนกับหล่อน มันเหมือนกับการถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเลยนะ
ประตูลิฟต์เลื่อนเปิด และเขาก็ดันร่างบอบบางของหล่อนให้เดินเข้าไปในลิฟต์
ตลอดระยะเวลาที่ยืนอยู่ด้วยกันตามลำพังภายในลิฟต์ ฝ่ามือแข็งแกร่งของวชิรวัฒน์ที่เคยอยู่ที่เอวของหล่อน ตอนนี้เริ่มลูบเบาๆ ลงไปยังเนินบั้นท้าย
หล่อนกัดปากแน่น รู้สึกตกใจ จนตัวของหล่อนแข็งทื่อ
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออก
“พี่ฝืนใจเธอหรือเปล่าเนี่ย”
เขารั้งร่างของหล่อนให้เดินออกไปจากลิฟต์ด้วยกัน ในขณะที่หล่อนไม่ได้ตอบคำถามใดๆ
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ หล่อนกับเขาก็เข้ามาอยู่ภายในห้องสวีตที่ตกแต่งเอาไว้สำหรับคู่รัก