ณ บนรถ
“ยัยพลอย! นั้นพี่ซันเลยนะ แกปฏิเสธไปแบบนั้นได้ยังไงวะ เสียดายว่ะ"
มะมายบ่น ถ้าเป็นเธอนะคงดีใจไปแล้วที่มีผู้ชายหล่อๆ แบบนั้นมาจีบ
“ก็ไม่อยากให้ความหวังกับใครนี่”
“ย่ะ! แม่คนสวยเลือกได้”
“พูดแบบนี้แกชอบพี่ซันหรือไงกัน”
พลอยไพลินถามมะมาย มะมายก็รีบตอบกลับมาทันที
“เปล๊าาา...ไม่ได้ชอบเล๊ยยย”
"แหม! ตอบเสียงสูงเชียวนะยัยมายด์"
รถเมล์แซวมะมาย ทั้งสามหัวเราะกันดังลั่นรถก่อนที่รถจะถึงยังหอพักของทั้งสองสาว
“ถึงแล้ว ลงไปสิ”
“ขอบคุณที่มาส่งพวกเรา เจอกันพรุ่งนี้นะ”
“โอเค เจอกันพรุ่งนี้ ฝันดี”
ไพลินมาส่งเพื่อนทั้งสองคนที่หอพักแสนสุข ก่อนจะขับออกไปยังบ้านหลังใหญ่ของตน
ณ บ้านไพรศาลทรัพย์
พลอยไพลินขับรถเข้าไปในบริเวณบ้าน ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปเก็บรถในโรงรถ แล้วเดินเข้าไปในตัวบ้าน เธอเห็นพ่อแม่ของเธอกำลังนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นด้วยท่าทีเครียดๆ จึงเข้าไปหาพวกท่าน
“คุณพ่อ คุณแม่ ยังไม่นอนอีกเหรอคะ นี่มันจะ 3 ทุ่มแล้วนะคะ”
พลอยไพลินถามด้วยความสงสัย ปกติพวกท่านจะไม่นอนดึกกันแบบนี้ แต่ทำไมวันนี้ถึงดูแปลกๆ ไปกว่าทุกทีกัน แถมยังทำหน้าแปลกๆ กันอีก
“พลอย...พ่อกับแม่มีอะไรจะบอกลูก”
ไพฑูรย์ผู้เป็นพ่อพูดขึ้น ส่วนไพลินผู้เป็นแม่เอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมพูดจาอะไรกับเธอเลย นี่มันอะไรกัน พวกท่านจะบอกอะไรกับเธอกันแน่
“มีอะไรกันคะ ทำไมคุณแม่ต้องร้องไห้ด้วยมันเกิดอะไรขึ้นคะ”
“พลอยพ่อขอโทษ ตอนนี้เรากำลังโดนฟ้องล้มละลาย”
“อา...อะไรนะคะ!! เป็นไปได้ไง พลอยเห็นที่บ้านเรายังปกติดีทุกอย่าง วันก่อนพ่อก็ยังซื้อรถให้พลอยอยู่เลยนะคะ”
“แต่ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรแล้วลูก รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย”
“แล้วเราจะทำอย่างไงกันดีค่ะ”
“เราทำอะไรไม่ได้เลยลูก นอกจากหาเงินมา 60 ล้าน ภายในอาทิตย์”
“อาทิตย์นี้!! แล้วตอนนี้เรามีอยู่เท่าไหร่คะ”
“ไม่มีเลยลูก ตอนนี้แม่กับพ่อไม่มีเงินเก็บเหลือเลย”
“จะมีก็แต่…”
“แต่อะไรคะ”
“คงต้องไปยืมครอบครัวรัตนทรัพย์ก่อนก็เท่านั้น”
“ใช่ค่ะ เราก็ไปยืมลุงชัยกับป้าวัลย์ก่อนก็ได้นี่คะ พอเรามีเงินแล้วค่อยคืนก็ได้”
พลอยไพลินเหมือนมีความหวังขึ้นมา เพราะคุณแม่เธอเป็นเพื่อนกับคุณหญิงวัลภา แถมสองครอบครัวยังสนิทกัน
“แม่ไปขอยืมมาแล้ว แต่ทางนั้นบอกว่าเงินเยอะไป ต้องมีหลักประกัน”
“แล้วเราจะเอาอะไรไปประกันล่ะคะ”
“ป้าวัลย์เลยเสนอวิธีมาให้แม่ แต่แม่ไม่อยากบังคับลูกเลย ฮึกๆ ฮือ..”
คุณแม่ร้องไห้ พลอยไพลินเลยกลับมาใจห่อเหี่ยวอีกครั้ง เมื่อความหวังอันน้อยนิดถูกทำลายลง
“คุณแม่! อย่าร้องไห้นะคะ บอกมาเถอะค่ะ พลอยทำได้ทุกอย่าง”
พลอยไพลินไม่อยากเห็นคนเป็นแม่ต้องมาร้องไห้เสียใจเช่นนี้เลย เธอเลยยอมแลกทุกอย่างเพื่อครอบครัวและเพื่อคนที่เธอรัก ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้แล้วจริงๆ
“ลูกจะต้องแต่งงานกับพี่อัศวินเขา”
“อา..อะไรนะคะ แต่งงาน!!”
"ใช่จ้ะลูก แต่งงาน"
“แต่ที่พลอยรู้มา พี่อัศวินอะไรนั้น อายุห่างกับพลอยเยอะเลยนะคะ”
เธอเคยได้ยินป้าวัลย์เล่าถึงลูกชายอยู่บ่อยๆ เขาไปเรียนที่เมืองนอก พอจบเลยทำงานอยู่ที่นั่นเลย เธอไม่เคยเจอเขาหรอก รูปถ่ายสักใบก็ไม่เคยเห็น จะให้แต่งงานด้วยเนี่ยนะ คิดแล้วกลุ้ม
“ไม่เยอะหรอกลูกแค่ 14 ปี เอง สมัยนี้เขาไม่ถือเรื่องอายุกันแล้วลูก”
พลอยไพลินยิ้มฝืดๆ อีก 4 ปีก็ครบรอบหนึ่งพอดีกับอายุของเธอ นี่ยังไม่เยอะสำหรับแม่ของเธออีกเหรอ
“พลอยมีเวลา...ตัดสินใจกี่วันคะ”
“ถึงพรุ่งนี้จ้ะ”
“พรุ่งนี้!!!”
“ใช่จ้ะ ป้าวัลย์เขาต้องการคำตอบเร็วที่สุด ยิ่งเร็วยิ่งดีนะลูก”
ใครจะคิดล่ะ ว่าชีวิตคุณหนูอย่างเธอ จะมาเจอสถานการณ์แบบนี้ นี่มันบ้าอะไรกัน เธออุตส่าห์ปฏิเสธทุกคนที่เข้ามาจีบ เพื่อมาแต่งงานกับคนที่อายุห่างกัน 14 ปีเนี่ยนะ แล้วชีวิตมหาลัยของเธอล่ะ อีกไม่กี่เดือนเอง เธอจะเข้ามหาลัยแล้วนะ มีที่เรียนแล้วด้วย อิสระของฉัน...
“แต่อีกไม่กี่เดือนพลอยกำลังจะเข้ามหาลัยนะคะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ หลังจากที่พวกลูกแต่งงานกันแล้ว พวกแม่จะให้พี่อัศวินเป็นคนส่งเสียลูกเรียนให้จบเอง”
ให้เขาส่งเธอเรียนต่อเนี่ยนะ แสดงว่าเธอต้องขอเงินจากเขาไปเรียนเหรอ ไม่ๆ มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ
“แม่ขอบใจลูกมากนะ ที่ลูกยอมทำเพื่อแม่กับพ่อ แม่รักลูกมากนะ”
คุณหญิงไพลินเข้ามากอดเธอไว้แน่น ไพฑูรย์ผู้เป็นพ่อก็เข้ามากอดด้วยเช่นกัน
แม่พลอยยังไม่ตกลงเลยนะ เฮ้อ...แต่งก็แต่งว่ะ เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว พลอยไพลินได้แต่บ่นในใจ ไม่อาจจะพูดความรู้สึกที่มันจุกอกนั้นออกไปได้ หลังจากตกลงกันเสร็จเธอจึงรีบกลับไปยังห้องนอน และต่อสายหาเพื่อนรักทั้งสองทันที
ณ ห้องนอน
ตู๊ดดด…
“รับสายสิยัยเมย์ ยัยมายด์”
พลอยไพลินโทรหาเพื่อนสนิททั้งสอง ตอนนี้เธอต้องการที่ระบายความรู้สึกที่มันจุกอกพร้อมที่จะระเบิดออกมาเต็มที
“ฮัลโหล แกจะโทรมาหาพวกเราทำไมเนี่ย มันดึกแล้วนะ” รถเมล์บ่น
“นั้นสิฉันก็ง่วงแล้วนะยัยพลอย พรุ่งนี้ฉันมีสอบแต่เช้าด้วย”
มะมายบ่น เธออยู่มหาลัยแล้ว เพราะอายุมากกว่าปี 1 และเข้าเรียนก่อนอายุด้วย
“พวกแกตั้งใจฟังฉันพูดดีๆ นะ...ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว อีก 2 เดือน ฉันจะแต่งงาน”
พลอยไพลินเริ่มเปิดเรื่อง เพราะไม่อยากให้เพื่อนของเธอบ่นไปมากกว่านี้
“อา...อะไรนะ!! พวกเราไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย” มะมายถาม
“ใช่ พวกแกได้ยินถูกแล้ว ที่บ้านฉันมีปัญหา ฉันเลยต้องแต่งงาน”
“เฮ้ย! ได้ไงวะ แล้วแกจะแต่งกับใคร ลูกเต้าเหล่าใคร”
“ฉันจะแต่งเข้าตระกูลรัตนทรัพย์”
“เฮ้ย! จริงดิ ตระกูลที่เป็นเจ้าของห้างกับโรงแรม The M. นั้นเหรอ เจ๋งว่ะ เป็นตระกูลที่รวยมากเลยนะแก”
“แล้วแกรู้มั้ยว่าเจ้าบ่าวฉันอายุเท่าไร”
“ไม่รู้วะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าตระกูลนั้นมีลูกชายด้วย ไม่เคยเห็นออกข่าว” มะมายตอบ
“ใช่ ฉันเองก็ไม่เคยเห็น” รถเมล์เสริม
“จะเห็นได้ไงเหล่า เขาอยู่อเมริกาโน่น”
“แกเคยเจอเหรอ หล่อเปล่าวะ”มะมายถาม
“ไม่เคยเห็นหรอก เขาไปเรียนที่นั่นตั้งแต่เด็ก เรียนจบก็ทำงานอยู่ที่นั่นเลย ไม่ค่อยกลับมาหรอก”
“แล้วสรุปเขาอายุเท่าไรกัน แกยังไม่บอกพวกเราเลยนะ”รถเมย์ถาม
“รู้แค่ว่าเขาอายุห่างกับฉัน 14 ปี ก็พอแล้ว”
“ตอนนี้แกอายุ 18 ปี มากกว่าแก 14 ปี ก็...32 ปี สินะ”
รถเมล์ลองคำนวณอายุของว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนเธอดู
“แกจะบวกทำไมเนี่ย ฉันยิ่งเศร้าๆ อยู่ด้วย ดีนะไม่ 40 กว่า หรือ 50 กว่าไปเลย”
“ไม่เอาไม่เศร้า แกอาจจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกก็ได้ พ่อแม่แกรักแกจะตายไป ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ดีจริง พวกท่านไม่เอาแกไปแต่งงานกับเขาหรอก”
“ฉันก็คิดแบบนั้นนะ ก็เหมือนกับที่มายด์มันพูด ไม่มีใครให้ลูกตัวเองไปแต่งงานกับคนที่ไม่ดีหรอกนะ”
“โอเคๆ ฉันจะพยายามไม่คิดถึงเรื่องอายุของเขาก็แล้วกัน”
“ดีมาก แกโอเคแล้วใช่มั้ย งั้นฉันขอตัวไปนอนก่อนนะ บาย” มะมายวางสายไป
“ฉันก็เหมือนกันบาย ฝันดี”
“อืม ฝันดี”
ทั้งมะมายและรถเมล์รีบวางสายใส่พลอยไพลิน แต่ตอนนี้เธอก็เริ่มใจเย็นลงบ้างแล้ว
“เอาไงเอากัน คนอย่างพลอยไพลินไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว”
พลอยไพลินพูดกับตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อไปอาบน้ำ และกลับมาเข้านอน เพราะพรุ่งนี้เธอมีเรียนแต่เช้า
ณ รุ่งเช้าของอีกวัน
พลอยไพลินดีดตัวขึ้นจากที่นอนก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน เพราะเมื่อคืนเอาแต่นอนคิดเรื่องแต่งงานทั้งคืน เลยนอนตื่นสาย เพราะกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้าแล้ว
“คุณพ่อคุณแม่คะ พลอยไปเรียนก่อนนะคะ”
“อ้าว ไม่กินข้าวเช้าก่อนไปเรียนหน่อยเหรอลูก”
“ไม่ดีกว่าค่ะ พอดีต้องรีบไปส่งการบ้าน”
“งั้นเอาขนมปังไปกินรองท้องหน่อยนะ”
คุณหญิงไพลินยื่นขนมให้พลอยไพลิน เพราะกลัวว่าเธอจะหิวแล้วจะพลอยเรียนไม่รู้เรื่องกันพอดี
“ขอบคุณค่ะ พลอยไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
พลอยไพลินออกไปพร้อมกินขนมปังที่ถืออยู่ไปด้วย
“คุณว่าเราทำแบบนี้กับลูกมันจะดีแล้วเหรอคะ”
“อย่าคิดมากเลยคุณ ให้ตาอัศวินดูแลลูกสาวเราอะดีแล้ว ได้ข่าวว่าตาอัศวินรับงานเป็นอาจารย์สอนที่มหาลัยเคด้วยนะ จะได้ช่วยดูแลลูกสาวเราด้วย ไม่ดีหรือไง”
“ดีค่ะ ฉันล่ะเป็นห่วงยัยพลอย กลัวจะไปเจอพวกผู้ชายนิสัยไม่ดีเข้า ยิ่งชอบไปไหนมาไหนไม่เหมือนเด็กที่อยู่วัยเดียวกันด้วย ฉันล่ะกลุ้มใจเรื่องนี้มากที่สุดเลย”
“เลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ เดียวลูกจะได้ยินเข้า”
“ค่ะ ฉันจะไม่พูดอีก”
คุณหญิงไพลินหยุดพูดทันที เธอกลัวว่าความลับจะแตกเข้าเสียก่อน
ณ โรงเรียน
พลอยไพลินเดินออกมาจากห้องพักครูเมื่อส่งการบ้านเสร็จแล้ว ก็เจอเข้ากับชนิตาและพวกเข้าพอดี
“เฮ้ยพวกแก! ยัยแอ็บแบ็วมันมาแล้วว่ะ”
“ใครว่านางสตอเบอร์รี่เรียกแม่ต่างหากล่ะ ใครมีแฟนอยู่ก็ดูแลแฟนของตัวเองกันให้ดีๆ นะ ระวังนางจะเข้าไปอ่อยล่ะ”
“ไม่โต้ตอบด้วยว่ะ พอใส่ชุดนักเรียนลืมไปว่านางเรียบร้อย ไม่ตบตีกับใคร สตอว่ะ ชอบให้ท่าผู้ชายร่าน แรด”
“นี่พวกเธอมันจะมากไปแล้วนะ”
พลอยไพลินโต้กลับ เธอไม่เคยเป็นอย่างที่พวกหล่อนกล่าวหาเลย เธออยู่เฉยๆ ของเธอดี มีแต่พวกผู้ชายพวกนั้นนั่นแหละที่เข้ามาจีบเธอเอง
“น้อยไปมากกว่ามั้ง อย่างเธอมันเน่าไปทั้งตัวแล้วมั้ง ไม่ต้องทำเป็นเเอ็บแบ็วว่าใสซื่อว่าบริสุทธิ์อยู่หรอก”
“ฉันว่าเธอกำลังด่าตัวเองอยู่มากกว่านะส้ม”
พลอยไพลินสวนกลับ เธอจะไม่ทนอีกต่อไปอีกแล้ว เธอแค่ตั้งใจเรียนตอนเรียน ไม่อยากจะมีเรื่องตบตีกับใครให้พ่อแม่เดือดร้อน เวลาเที่ยวก็คือเที่ยวสนุกเต็มที่ เพราะมันหมดเวลาเรียนแล้ว เธอผิดด้วยเหรอ หาว่าอ่อยผู้ชายบ้างล่ะ แอ็บแบ็วบ้างล่ะ
“นี่เธอ!!”
“ทำไมจะตบเหรอ ตบเลยสิ ถ้าเธอตบฉัน ฉันจะได้ตบกลับ เพื่อเป็นการป้องกันตัว ตบสิตบเลยฉันให้เธอตบ”
พลอยไพลินท้า พร้อมยื่นแก้มไปให้ชนิตาตบ
“แกอย่าไปตบมันก่อนนะ เดี๋ยวพอแกเข้าห้องปกครอง แกผิดเต็มๆ เลยนะ ถ้าแกเข้าห้องปกครองอีกครั้งแกจะหมดสิทธิ์สอบเลยนะ แกลืมไปแล้วเหรอส้ม”
“ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ”
“อย่าฝากนานนะ ขี้เกียจรอ”
พลอยไพลินเชิดหน้าตอบกลับไป คนอย่าเธอไม่ใช่ไก่กาที่จะมาหาเรื่องกันง่ายๆ
“แก…”
“เฮ้ย คุณครูฝ่ายปกครองมา”
“มีเรื่องอะไรกัน อย่าบอกนะว่าเธอกำลังจะก่อเรื่องอีกแล้วชนิตา”
“เปล่านะคะ หนูแค่มาคุยเรื่องการบ้านกับพลอยไพลิน พอดีหนูไม่เข้าใจนิดหน่อยน่ะค่ะ”
“แล้วไป ได้เวลาเข้าแถวแล้ว”
“ค่ะ”
ชนิตาและเพื่อนๆ ต่างรีบไปเข้าแถวกัน พลอยไพลินยกมือขึ้นไหว้คุณครู ก่อนจะเดินเข้าไปเข้าแถว