ตอน 2

แคว้นไท่หยวน

นครไท่เยวี๋ยน

แคว้นไท่หยวนตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแยงซี ทางตะวันออกของแค้วนฉู่ มีเมืองหลวงแห่งแรกชื่อ เหมยหลี่ หรือเมืองอู๋ซีในปัจจุบันและภายหลังย้ายไปที่เมืองกูซู ซึ่งในปัจจุบันคือบริเวณเมืองใหม่ซูโจวและเมืองไท่เยวี๋ยน ซึ่งก็คือบริเวณเมืองเก่าซูโจวในยุคปัจจุบัน

แคว้นไท่หยวนและแคว้นเยว่มีความเชี่ยวชาญด้านการโลหะ โดยเฉพาะการผลิตดาบเป็นอย่างดี โดยมีเครื่องหมายกากบาท หรือ เครื่องหมายรูปทรงเรขาคณิต ฝังทองหรือเงินเป็นสัญลักษณ์

โดยดาบที่ผลิตในแค้วนไท่หยวนและแคว้นเย่วมักใช้โลหะเป็นดีบุกหรือทองแดงซึ่งต่างจากดาบที่ผลิตโดยรัฐอื่น ๆ จึงมีการส่งดาบจากรัฐอู๋เพื่อเป็นของกำนันแก่รัฐอื่นทางเหนืออยู่เสมอ เช่น แคว้นฉี แคว้นไช่ ตัวอย่างเช่น หัวหอกของอู๋อ๋องฟูไชและดาบยาวของอู๋อ๋องเหอหลู อดีตกษัตริย์เจ้าผู้ครองแคว้นในช่วง 514 –496 ปี ก่อนคริสตศักราช

เจ้าผู้ครองแคว้นไท่หยวนปกครองสืบทอดต่อๆ กันมาอย่างยาวนาน จวบจนกระทั่งในสมัยเจ้าผู้ครองแคว้นไท่หยวนพระนามว่าชงซ่าน ทรงมีปัญหาในการสืบสายพระโลหิต

ด้วยพระสนมมากมายจนไปถึงฮองเฮาเคียงข้างพระวรกาย ไร้สิ้นวี่แววการตั้งพระครรภ์แต่อย่างใด พระองค์ไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดาแม้แต่เพียงพระองค์เดียว จวบจนกระทั่งเมื่อทรงครองแคว้นผ่านไปเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี ฮองเฮาซือฉีก็ได้ตั้งทรงพระครรภ์สมดั่งพระทัยในขณะที่พระนางมีพระชนมายุ 33 ชันษา และอ๋องชงซ่านมีพระชนมายุเข้าสู่ปีที่ 40

ทั่วท้องฟ้าสีครามภายใต้นภากว้างไกลสุดเหนือแผ่นดินมังกร ปรากฏแสงสว่างเรืองรองดุจดั่งดาวตกร่วงหล่นทะยานจากแผ่นฟ้าเบื้องบนลงสู่ใต้ล่างอันเป็นดินแดนของมนุษย์ แสงสว่างคล้ายดาวตกพุ่งทะยานลงไปอย่างรวดเร็วอันเป็นสถานที่ตั้งของแคว้นไท่หยวน บริเวณพระราชวัง ก่อนจะเจาะทะลุหายลับลงไปในตำหนักใหญ่อันเป็นสถานที่กำลังจะมีพระประสูติกาลของรัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวของแคว้นไท่หยวนอยู่ในขณะนี้

ภายในพระราชวังหลวงซางเป่ยในเวลานี้ เต็มไปด้วยความวุ่นวายกันอย่างถ้วนหน้าเมื่อ ฮองเฮาซือฉีมีพระประสูติกาล บรรดาหมอหลวงต่างพากันเดินเข้าออกห้องเตรียมประสูติกันอย่างอลหม่าน

ในขณะที่อ๋องชงซ่านเสด็จออกจากพระตำหนักเฝ้ารอคอยการประสูติในครั้งนี้ของพระโอรสมาโดยตลอด จนพระองค์ลุกนั่งไม่ติดตั่งที่ประทับแต่อย่างใด เมื่อพระองค์ได้ยินเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของฮองเฮาดังออกมาเป็นระยะๆ

“ทำไมถึงได้นานขนาดนี้ ฮองเฮาเจ็บท้องนานข้ามวันข้ามคืนยังไม่มีทีท่าว่าพระโอรสของข้าจะออกมาเลยอย่างนั้นหรอกเหรอ”พระสุรเสียงมีรับสั่งเต็มไปด้วยความกังวลพระทัยอย่างยิ่งยวด

“ฝ่าบาทสงบพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮาทรงตั้งพระครรภ์เป็นครั้งแรก การมีพระประสูติกาลย่อมต้องใช้เวลายาวนานมากกว่าปกติ อีกทั้งบรรดาหมอหลวงล้วนแล้วแต่มีฝีมือฉกาจมากด้วยประสบการณ์อยู่ภายในห้องกันอย่างถ้วนหน้า ฮองเฮาและพระโอรสจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงของเสนาบดีฝ่ายซ้ายฟู่ซื่อ ผู้ได้ขึ้นชื่อว่าจงรักภักดีต่อแคว้นมาตั้งแต่อดีตเจ้าผู้ครองแคว้นพระองค์ก่อนกราบทูลให้คลายความวิตกกังวล

ทันใดนั้นเอง

อุแว้! อุแว้! อุแว้! เสียงทารกแรกเกิดแผดเสียงดังก้องอยู่ภายในห้องดังกล่าวขึ้นมาทันที

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของทุกคนที่รอฟังข่าวอยู่หน้าห้องเต็มไปด้วยรอยแย้มเยือนกันถ้วนหน้า ครั้นได้ยินเสียงร้องของทารกน้อยแผดเสียงดังก้องเอ็ดอึงไปทั่วบริเวณ

“ลูกข้าถือกำเนิดแล้ว! ลูกข้าเกิดแล้ว”สุรเสียงเต็มไปด้วยความยินดีเป็นยิ่งนัก

แต่แล้วอ๋องชงซ่านกลับต้องแปลกพระทัย ครั้นภายในห้องพระประสูติกาลกลับไร้สิ้นผู้ใดย่างกายออกมาแจ้งข่าวให้พระองค์ทรงทราบข่าวการประสูติแต่อย่างใด

“ทำไมจึงเงียบงันเช่นนี้...หรือว่า”สิ้นสุรเสียงรับสั่ง

พระวรกายสูงรีบเสด็จตรงไปที่ห้องมีพระประสูติกาลอย่างไม่รอช้า ท่ามกลางเสียงทัดทานของเสนาบดีฟูซื่อร้องเรียกอยู่ทางด้านหลัง ห้ามไม่ให้พระองค์เสด็จเข้าไป

“ฝ่าบาทอย่าเพิ่งเสด็จเข้าไปพ่ะย่ะค่ะ! ฝ่าบาท!”กล่าวพร้อมรีบเดินไปอย่างเร่งรีบ ก่อนจะรีบเดินไปดักหน้าขวางประตู

“ข้าจะเข้าไป!เหตุใดจึงมาทัดทานข้าเอาไว้เช่นนี้!”เจ้าผู้ครองแคว้นรับสั่งถามอย่างแปลกพระทัยระคนสงสัย

“กระหม่อมก็แค่อยากให้พระองค์ทรงรั้งอยู่ชั่วขณะเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮาเพิ่งจะมีประสูติกาลภายในห้องคงจะยังไม่เรียบร้อย ทรงรีบร้อนเข้าไปอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางนะพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีใหญ่กราบทูลเฉไฉไปทางอื่นๆ

หากแต่มีหรือที่อ๋องชงซ่านจะไม่ผิดสังเกตครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะทอดพระเนตรไปทั่วบริเวณพร้อมเสียงบางอย่างปรากฏขึ้นอยู่ภายในห้องมีพระประสูติกาลดังแว่วออกมา ด้วยทรงยืนอยู่ใกล้ประตูเข้าออกนั่นเอง

ตุบ!ตุบ!ตุบ! เสียงคล้ายของหนักกระแทกลงบนพื้นห้องดังกล่าวติดต่อกันได้ยินอย่างชัดเจน

“ไม่ได้การแล้ว! มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นภายในห้อง ออกไปอย่ามาขวางข้า!!!”รับสั่งพร้อมใช้พระหัตถ์ผลักร่างสันทัดของเสนาบดีใหญ่ที่กำลังยืนขวางหน้าประตูอยู่ในขณะนั้นออกไปให้พ้นทางเดินทันที จนขุนนางผู้ซื่อสัตย์เซถลาไปโดยพลัน

อ๋องชงซ่านรีบรุดเสด็จเข้าไปภายในห้องมีพระประสูติกาลอย่างไม่รอช้า และพลันต้องหยุดยืนนิ่งเมื่อได้ทอดพระเนตรร่างของนางกำนัลคนสนิทตลอดจนบรรดาหมอหลวง นอนตายเกลื่อน

ภายในห้องพระประสูติกาลหามีผู้ใดรอดชีวิตแม้แต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่ฮองเฮาคนงามของพระองค์ยืนถือดาบยาวคมกริบซึ่งเต็มไปด้วยคราบเลือดแดงฉานเต็มไปหมด ใบหน้างามขาวซีดด้วยเพิ่งผ่านการมีพระประสูติกาลมาได้เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป

“ซะ..ซือซือ...นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น...หะ...เหตุ...เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”รับสั่งถามอย่างตื่นตระหนก พร้อมสายพระเนตรเหลือบไปพบร่างของทารกน้อยแรกเกิดกำลังนอนหลับพริ้มอยู่ในพระภูษา

ครั้นทอดพระเนตรพระโอรสถูกห่อด้วยพระภูษาเช่นนั้น พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้นมาทันทีพร้อมเสียงสุรเสียงตะโกนก้องดังขึ้นมาโดยพลัน

“ทะ....”รับสั่งได้เพียงเท่านั้น

อุบ!!! พระหัตถ์เรียวสวยของฮองเฮาซือฉีรีบปิดพระโอษฐ์ของพระองค์เอาไว้

“ไม่ต้องรับสั่งผู้ใดเข้ามาหรอกเพคะฝ่าบาท เป็นฝีมือของหม่อมฉันเองเหล่าหมอหลวงและนางกำนัลทั้งหมดสังเวยชีวิตภายใต้คมดาบเล่มนี้ทั้งสิ้น”ฮองเฮาซือฉีสารภาพกับพระสวามีไปตามความเป็นจริง

พระเนตรเบิกกว้างด้วยความตกพระทัยครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น

แกร๊ง!!!! ดาบยาวพลันร่วงหล่นจากพระหัตถ์พร้อมมือเรียวสวยค่อยๆ ลดลงและร่างงามทรุดฮวบลงกับฟูกพระบรรทมทันใด

“ซือซือ!!”รับสั่งพร้อมรีบถลาเข้าไปรับร่างงามที่อ่อนระโหยโรยแรงอย่างเห็นได้ชัด

“นี่เจ้ามีวิชายุทธ์ถึงขนาดใช้ดาบสังหารผู้คนตั้งแต่เมื่อใดกัน บรรดาหมอหลวงและเหล่านางกำนัลสิบกว่าชีวิตเหตุใดเจ้าจึงต้องปลิดชีพให้ดับสิ้นลงเช่นนี้หรือว่าผู้คนเหล่านี้รวมตัวสังหารเจ้าและโอรสอย่างนั้นเหรอ”รับสั่งถามกลับไป

พระพักตร์ของฮองเฮาส่ายไปมาติดต่อกันเป็นการปฏิเสธ

“มีแต่ผู้ถวายความจงรักภักดีต่อหม่อมฉันและฝ่าบาททั้งสิ้นเพคะ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้เพราะต่างล่วงรู้และอยู่ในเหตุการณ์วันนี้ทั้งสิ้น ลูกของเราเป็นพระราชธิดาหาใช่พระโอรสเพคะ”รับสั่งของฮองเฮาทำให้อ๋องชงซ่านถึงกับประทับนิ่งงันไปทันทีครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น

“มะ...หมายความว่าโอรสที่ข้าเฝ้ารอคอยมาโดยตลอดกลับกลายเป็นพระราชธิดาอย่างนั้นหรอกเหรอ”รับสั่งถามสุรเสียงเบาแทบจะไม่ได้ยิน ในขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้าขึ้นลงเป็นการยอมรับพร้อมเสียงของเสนาบดีฟูซื่อเอ่ยแทรกขึ้น

“กระหม่อมเป็นผู้ต้นคิดเรื่องนี้เองทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ไม่ได้เกี่ยวกับฮองเฮาแต่อย่างใด สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ลงไปก็เพื่อให้ราชบัลลังก์ของพระองค์มีรัชทายาทสืบต่อไปเบื้องหน้า หาไม่แล้วบัลลังก์ของฝ่าบาทรวมไปถึงแคว้นไท่หยวนทั้งหมดจะต้องถูกสกุลหลิวเข้าครอบครองเป็นแน่แท้ จิ้งตี้ฮ่องเต้จากราชวงศ์ฮั่นจะต้องส่งสายสกุลหลิวเข้ามาปกครองไท่หยวนทั้งหมด ฝ่าบาทจะทรงยินยอมอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีผู้ภักดีกราบทูลถามกลับไป

และนั่นทำให้อ๋องชงซ่านทรงหันกลับไปทอดพระเนตรฮองเฮาของพระองค์และเสนาบดีผู้ใกล้ชิดที่สุดสลับไปมาอยู่ชั่วขณะ พร้อมทอดพระเนตรร่างอันไร้วิญญาณของนางกำนัลและหมอหลวงนับสิบกว่าชีวิต นอนตายเกลื่อนกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้อง

“นี่เจ้าสองคนพี่น้องกำลังจะบอกให้ข้าแต่งตั้งพระราชธิดาตัวน้อยๆ ที่เพิ่งเกิดมาไม่ถึงครึ่งก้านธูปให้รั้งตำแหน่งรัชทายาทของไท่หยวนอย่างนั้นนะเหรอ! ดูท่าพวกเจ้าจะประเมินฮั่นจิ้งตี้ต่ำไปเสียแล้วกระมัง ถึงอย่างไรเสียก็ยังไม่อาจรั้งราชบัลลังก์นี้เอาไว้ได้แต่อย่างใด ราชนิกูลสกุลหลิวจะต้องถูกส่งมาปกครองแคว้นไท่หยวนของข้าอยู่เช่นเดิม”รับสั่งพลางส่ายพระพักตร์ไปมาติดต่อกัน

“เหตุใดฝ่าบาทจะต้องประกาศออกไปด้วยเล่า ว่าหม่อมฉันมีพระประสูติกาลเป็นพระราชธิดาในเมื่อความศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่รับสั่งของพระองค์ หากแม้นทรงประกาศว่าพระราชธิดาก็คือพระโอรสก็ทรงทำได้ไม่ใช่หรือเพคะ”ฮองเฮาซือฉีรับสั่งสวนกลับไป

และนั่นทำให้อ๋องชงซ่านหันกลับไปจ้องพระพักตร์ฮองเฮาของพระองค์เขม็งครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น หากแต่เพียงครู่รอยแย้มโอษฐ์พลันคลี่ออกกว้างอย่างพึงพอพระทัย

“ในที่สุดเจ้าและฟูซื่อก็ยังสามารถหาทางออกของเรื่องนี้ให้แก่ราชบัลลังก์ของข้าจนได้ ลำบากเจ้าแล้วซือซือ”รับสั่งพร้อมเอื้อมพระหัตถ์ประคองดวงหน้างามคู่ทุกข์คู่ยากของพระองค์ ในขณะที่อีกฝ่ายเริ่มมีหยาดน้ำตาคลอเบ้า

ทารกตัวน้อยถูกห่อด้วยพระภูษาสีแดงค่อยๆ ถูกยกขึ้นจากฟูกพระบรรทมอย่างทะนุถนอม จุมพิตจากแม่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ประทับลงบนกลางหน้าผากน้อย ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังอ้อมแขนของพระบิดาที่กำลังนั่งทอดพระเนตรด้วยความปลามปลื้มพระทัยกับสายพระโลหิตเพียงหนึ่งเดียวของพระองค์แม้ว่าจะเป็นเพียงพระราชธิดาก็ตาม

“ฝ่าบาททรงตั้งชื่อให้ลูกของเราเถิดเพคะ เพราะจะต้องออกประกาศให้พสกนิกรล่วงรู้กันทั่วแคว้นแล้ว”ฮองเฮาซือฉีรับสั่งพร้อมยื่นพระราชธิดาตัวน้อยให้แก่พระสวามี

ท่อนพระกรใหญ่อ้าออกกว้างพร้อมรีบรับพระธิดาตัวน้อยเอาไว้ในอ้อมกอด พระพักตร์เต็มไปด้วยรอยแย้มเยือน

“นี่คือราชธิดาตัวน้อยที่ข้าเฝ้ารอคอยมาโดยตลอด ดูสิช่างน่าเอ็นดูเสียจริงๆ แม้ว่าจะเกิดมาเป็นสตรีแต่พ่อรักเจ้ามิคลาดคราแม้แต่น้อย แต่การที่จะเลี้ยงเจ้าให้เป็นบุรุษภายในพระราชวังหลวงแห่งนี้โดยที่ไม่มีผู้ใดสงสัยดูท่าคงจะยากยิ่งนักที่จะปิดบังความลับนี้เอาไว้ได้”รับสั่งพลางครุ่นคิดไปในคราวเดียวกัน

“เรื่องนั้นฝ่าบาทไม่ต้องทรงกังวลพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้จัดเตรียมพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่ฮองเฮาทรงมีพระประสูติกาลพระราชธิดากระหม่อมก็ลงมือทันใด”ฟูซื่อเอ่ยกราบทูลให้เจ้าผู้ครองแคว้นทรงคลายกังวล

และนั่นทำให้อ๋องชงซ่านหันกลับไปทอดพระเนตรเสนาบดีใหญ่และฮองเฮาซือฉีพร้อมมีรับสั่ง

“แสดงว่าเจ้าสองคนพี่น้องตระเตรียมแผนการเอาไว้ล่วงหน้าแต่ไม่ยอมบอกแก่ข้าให้ล่วงรู้ นี่ใจคอพวกเจ้าคิดว่าจะปิดข้าได้นานสักเพียงใดกันเชียว ความลับย่อมไม่มีภายใต้หล้านี้สักวันย่อมเปิดเผยหลงลืมไปแล้วอย่างนั้นเหรอ และนี่ดูเอาเถิดข้าครองคู่อยู่กินกับเจ้ามานานถึงเพียงนี้ ไม่เคยระแคะระคายแต่อย่างใดว่าฮองเฮาข้างกายข้านี้มีวรยุทธ์”รับสั่งตัดพ้อต่อว่าออกไปทันใด

“เรื่องนี้หากจะกล่าวหรือเล่าให้ฝ่าบาทฟังตอนนี้ค่อนข้างจะยาวเพคะ วรยุทธ์ของหม่อมฉันไม่ได้เก่งกาจเหนือผู้ใดในใต้หล้านี้ แต่ก็สามารถช่วยเหลือตัวเองในยามคับขันไม่ต้องถูกฆ่าดั่งใบไม้ร่วงหล่นง่ายๆ หรอกเพคะฝ่าบาท”

อ๋องชงซ่านพยักพระพักตร์ขึ้นลงพลางใช้นิ้วพระหัตถ์ยกขึ้นลูบไล้แก้มน้อยๆ สีชมพูสายพระโลหิตแท้ๆ ของพระองค์ไปมาเบาๆ ด้วยความรักต่อพระราชธิดาน้อยอย่างยิ่งยวด

“ต่อไปนี้เจ้าคือเฟยเฟยของพ่อและแม่ เฉลิมพระนามลงในราชวงศ์แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัชทายาทของไท่หยวน มีพระนามว่าอู๋ฮ่าวเทียน ต่อหน้าพ่อและแม่ของเจ้าคืออู๋อี้เฟยราชธิดาของพ่อ หากแต่ภายภาคหน้านับจากนี้ไป เจ้าคืออู๋ฮ่าวเทียนรัชทายาทและคือเจ้าผู้ครองแคว้นไท่หยวนองค์ต่อไป ราชวงศ์อู๋ของข้าจะยังสามารถยืนหยัดและดำรงอยู่ได้ อย่าหวังว่าสกุลหลิวจากต้าฮั่นจะได้ครอบครอง!!!!”อ๋องไท่หยวนรับสั่งสรุเสียงกร้าวอย่างหมายมั่นพระทัย

อนาคตเบื้องหน้าต่อไปหามีผู้ใดล่วงรู้ได้ รัชทายาทซึ่งเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวของแคว้นไท่หยวน ต้องถูกเลี้ยงและเติบโตดั่งเช่นชายชาติบุรุษเพื่อก้าวขึ้นรับตำแหน่งเจ้าผู้ครองแคว้นองค์ต่อไป

บันทึกราชวงศ์จารึกลงในประวัติพระนามอู๋ฮ่าวเทียนจะต้องประสบชะตากรรมเช่นไรต่อไป ในเมื่อลิขิตสวรรค์ไม่ได้กำหนดให้นางต้องเป็นเจ้าผู้ครองแคว้นไท่หยวนไปตลอดกาล แต่นางกลับถูกกำหนดให้เป็นเจ้าของหัวใจบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่องค์จักรพรรดิของต้าฮั่นก็ไม่อาจทัดเทียม

ตอน 3

18 ปีผ่านไป

ร่างอรชรมองทางเบื้องหลังช่างเย้ายวนเขย่าหัวใจเหล่าบุรุษเป็นยิ่งนัก อาภรณ์สูงค่าขององค์หญิงชั้นเอกจากราชสำนักไท่หยวน ช่างขับผิวขาวดุจหิมะนวลเนียนใสดุจกระเบื้องเคลือบ ดวงตากลมโตใสแวววาวรับกับขนตางามงอนกำลังกะพริบตาขึ้นลงติดต่อกันอย่างตื่นตะลึง ครั้นได้เห็นโฉมหน้าอันเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

กระจกส่องหน้ากำลังสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของรัชทายาทแห่งแคว้นไท่หยวน ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่บุรุษหากแต่ความเป็นจริงแล้วคือสตรีซึ่งมีความงดงามเหนืออิสตรีทั่วไปในใต้หล้า เงาสะท้อนใบหน้าสวย งดงามเย้ายวนใจ บ่งบอกเจ้าของร่างให้ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของนางว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

ท่ามกลางม่านหมอกขาวที่เริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบ จนเหลือเพียงร่างงามระหงและกระจกส่องตัวตน จู่ๆ ปรากฏท่อนแขนกำยำของบุรุษสอดประสานรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาร่างใหญ่ที่ทาบทับอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนใหญ่อีกข้างตรงเข้าทาบทับลงบนหน้าอกอวบอิ่มกดรั้งร่างของนางเข้าแผ่นอกกว้างของคนผู้นั้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นางไม่สามารถขยับกายได้แต่อย่างใด

“เจ้าเป็นผู้ใด! มารั้งกายกอดรัดข้าเอาไว้เช่นนี้ วอนหัวหลุดออกจากบ่าแล้วเจ้าคนถ่อย!”โฉมงามคำรามลั่นถามกลับไป แม้จะเคลื่อนไหวกายไม่ได้แต่ฝีปากสามารถทำงานได้อย่างจัดจ้านยิ่งนัก

“จุ๊!จุ๊!จุ๊! รั้งกายเจ้าเอาไว้เช่นนี้เพราะรัก ถ้าไม่รักจะรั้งอยู่ไปทำไมเชลยของข้า”เสียงทุ้มต่ำๆ ตอบกลับไปพร้อมออกแรงกอดรัดนางแนบแน่นยิ่งไปกว่าเดิม

“ผู้ใดคือเชลยของเจ้า! อยากตายมากอย่างนั้นสิ จึงรั้งกายกอดข้าเอาไว้เช่นนี้รู้หรือไม่ว่าหายใจไม่ออก บังอาจยิ่งนักหาญกล้ากอดรัดกายข้าอย่าให้หลุดออกไปได้เชียวนะ ข้าจะบั่นคอเจ้าเสียบประจานหน้าประตูเมือง!”คนงามคำรามลั่นไม่ยอมหยุด

ดวงตากลมโตพยายามเพ่งมองใบหน้าของบุรุษที่ยืนกกกอดนางอยู่ทางด้านหลังผ่านทางคันฉ่องขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเห็นได้ทั่วตลอดเรือนร่าง แต่จนแล้วจนรอดไม่ว่าจะแพ่งมองอย่างไรก็มองไม่เห็นก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะดังกระหึ่มพร้อมแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นของพื้น ครั้นได้ยินรัชทายาทคนงามกล่าวออกมาเช่นนั้น

“ราชินีของข้าช่างเด็ดขาดเสียจริง สมแล้วที่จะเราสองจะอยู่เคียงข้างกายไปด้วยกัน”เสียงบุรุษผู้นั้นตอบกลับมา

“ราชินีบ้าอะไร! ผู้ใดเป็นราชินีของเจ้า!”รัชทายาทคนงามจากไท่หยวนตอบสวนกลับไปทันที

“เจ้านั้นแหละอู๋อี้เฟย! เจ้าคือสตรีของข้า! ราชินีปีศาจของข้าเพียงหนี่งเดียวเท่านั้น”ถ้อยประโยคดังกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้พร้อมเสียงหัวเราะกึกก้องดังกระหึ่ม ช่างเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่เป็นที่น่าน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก จนกายน้อยๆ สั่นไหวครั้นได้ยินถ้อยประโยคดังกล่าว

เฮือกกก!!! ร่างอรชรสะดุ้งจนสุดตัวก่อนจะลุกพรวดพราดขึ้นมาจากฟูกนอน ใบหน้างามเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มไปหมด ลมหายใจหอบโยนราวกับว่าวิ่งรอนแรมมาอย่างยาวไกล

“นี่ข้าฝันบ้าอะไรเช่นนี้ เหตุใดจึงฝันเห็นบุรุษร่างใหญ่ผู้นั้นเพรียกหาข้าในความฝันว่าเป็นราชินี! ไม่มีทางเป็นไปได้ ข้าจะเป็นราชินีของบุรุษใดได้ในเมื่อข้าก็เป็นบุรุษเช่น...”เอ่ยได้เพียงแค่นั้นพลันต้องเงียบงัน ครั้นนึกขึ้นได้ว่าแท้จริงแล้วนางไม่ใช่บุรุษโดยแท้แต่คืออิสตรีที่อยู่ในคราบของบุรุษมาตั้งแต่เกิดนับตั้งแต่จำความได้

รัชทายาทจากแคว้นไท่หยวนพระนามอู๋ฮ่าวเทียน บัดนี้เจริญพระชันษาเข้าสู่ปีที่ 19 สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ต้องแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในฐานะองค์รัชทายาทและเจ้าผู้ครองแคว้นองค์ต่อไปของไท่หยวน นับตั้งแต่ประสูติจนจำความได้ถูกเลี้ยงและได้รับการอบรมเลี้ยงดูเยี่ยงบุรุษมาโดยตลอด และทรงล่วงรู้ดีว่าแท้จริงแล้วคือสตรีหาใช่บุรุษด้วยเพราะสรีระที่อรชรอ้อนแอ่น หากแต่แข็งแรงและมีท่วงท่าองอาจ สมชาติบุรุษ

อีกทั้งมีความฉลาดปราดเปรื่อง รอบรู้ไปทุกด้านเก่งทั้งบู้และบุ๋น วิชายุทธ์ไม่เป็นสองรองใครแต่ถึงกระนั้นก็ทรงหมั่นเพียรฝึกปรือวิชายุทธ์ไม่ได้ขาดเพื่อนำทัพไท่หยวน ออกทำสงครามกับแคว้นรอบด้านรวมไปถึงต้องคอยรับมือกับต้าฮั่นที่มักส่งราชทูตจากฉางอานมาไท่หยวนเพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ด้วยเป็นเพียงแคว้นเดียวที่ต้าฮั่นไม่ได้ส่งราชนิกูลสกุลหลิวเข้ามาปกครองแคว้น ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแคว้นใหญ่ในขณะนั้น

และที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างต้าฮั่นและไท่หยวนกำลังสั่นคลอนนั้นก็คือ คำปฏิเสธจากอู๋ฮ่าวเทียน รัชทายาทแห่งไท่หยวนส่งกลับไปยังต้าฮั่นที่ไม่ยอมอภิเษกสมรสกับพระราชธิดาของฮั่นจิ้งตี้ฮ่องเต้ เพื่อทำให้ไท่หยวนอยู่ภายใต้สายตาของต้าฮั่นด้วยเงื่อนไขของการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีนั่นเอง สาเหตุเพราะรัชทายาทของไท่หยวนแท้จริงแล้วคือสตรีหาใช่บุรุษ

ทว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความลับสุดยอดที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ สตรีกับสตรีแต่งงานกันย่อมเป็นไปไม่ได้ ทายาทสืบสายโลหิตย่อมไม่ต้องเอ่ยถึง

และเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัชทายาทผู้ซี่งได้ขึ้นชื่อว่าพระพักตร์งดงามดั่งอิสตรีเร้นพระวรกายออกจากวังหลวงซางเป่ยมาประทับอยู่บนเทือกเขาเอ๋อเหมยซาน เพื่อกักตนฝึกยุทธ์ตามคำสั่งของอ๋องไท่หยวนเจ้าผู้ครองแคว้นผู้เป็นพระราชบิดา

โดยให้เหตุผลแจ้งกลับไปว่าที่ไม่สามารถอภิเษกสมรสกับองค์หญิงต้าฮั่นได้ เพราะอยู่ในระหว่างการฝึกตนวิชากระบี่เดียวดายขั้นสุดท้าย ซึ่งวิชาดังกล่าวถือเป็นสุดยอดกระบี่ในยุทธภพและมีเพียงรัชทายาทจากไท่หยวนเท่านั้นได้ร่ำเรียนจนถึงขั้นสุดท้ายและฝึกตนใกล้สำเร็จแล้ว

ซึ่งในความเป็นจริงรัชทายาทคนงามฝึกสำเร็จตั้งแต่ฤดูเหมันต์เมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว แต่เพื่อหาข้ออ้างให้สมจริงและมีเหตุผลเพียงพอน่าเชื่อถือได้อ๋องไท่หยวนจำต้องสร้างเรื่องเท็จส่งสาสน์กลับไปเช่นนั้น

เฮ้อ! เสียงทอดถอนหายใจดังออกมาอย่างแรงราวกับว่าทุกข์ก็ไม่ใช่ยินดีรึก็ไม่เชิง วรกายงามระหงลุกขึ้นจากฟูกบรรทมมาอยู่ในท่านั่งของบุรุษกางขาออกกว้างพร้อมยกมือเท้าคางใช้ความคิดกับความฝันที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“ข้าฝันซ้ำๆ กันเช่นนี้ติดต่อกันนานนับเดือน เหตุการณ์ในความฝันไม่เคยแปรเปลี่ยน เป็นลางบอกเหตุหรืออย่างไง”

เสียงหวานละมุนบ่นพึมพำก่อนจะลุกขึ้นจากฟูกบรรทม เดินตรงไปที่ประตูห้องนอนก่อนจะเปิดออกพร้อมก้าวเดินออกจากห้องพระบรรทม แหงนพระพักตร์คมสวยละมุนทอดพระเนตรท้องฟ้าเบื้องบนในยามราตรี เหม่อมองดวงดาวนับหมื่นล้านดวงประดับอยู่บนฟากฟ้านภากว้าง กำลังส่องแสงแข่งกันระยิบระยับ

“ดวงดาวค่ำคืนนี้ช่างงดงามเสียจริง ยิ่งมองจากยอดเขาราวกับว่าข้าเข้าใกล้สวรรค์เบื้องบนเข้าไปทุกขณะ”รัชทายาทคนงามยืนชื่นชมดวงดาวบนฟากฟ้าอยู่เพียงลำพัง

ทันใดนั้นเองเสียงของบุรุษเหตุการณ์ที่อยู่ในความฝันปรากฏขึ้นและดังก้องอยู่ในความทรงจำขึ้นมาอีกครา

“เจ้าคือสตรีของข้า! ราชินีปีศาจของข้าเพียงหนี่งเดียวคือเจ้าเท่านั้น คือเจ้าเพียงผู้เดียว!!!”เสียงบุรุษที่เต็มไปด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่คอยย้ำเตือนอยู่แต่ประโยคเดิม

“ปัดโธ่!”คนงามสบถออกมาทันทีพลางสะบัดหน้าไปมาติดต่อกันเพื่อขับไล่ความคิดที่คอยรบกวนจิตใจนั้นออกไป

“เหตุใดข้าจะต้องคิดถึงถ้อยประโยคในความฝันนั้นด้วยเล่า! ปีศาจมีแต่เพียงในตำนานและนิทานปรัมปรา ไม่เคยปรากฏว่ามีตัวตนเสียที่ไหน จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเพราะช่วงนี้ข้าศึกษาตำราพิชัยสงครามของอาณาจักรเก่าตั้งแต่แรกสร้างแผ่นดินจึงเก็บเอามาฝันเช่นนี้”เสียงบ่นพร่ำรำพึงด้วยความสงสัยกับความคิดอันสับสนที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงนี้

ฉับพลัน

เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังวิ่งตรงมาที่ห้องพระบรรทมขององค์รัชทายาทไท่หยวนอย่างสุดฝีเท้า ครั้นได้รับสาสน์ด่วนส่งมาจากวังหลวง ร่างขององครักษ์ซือโฉวที่คอยตามเสด็จและถวายอารักขารัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวของแคว้นมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งมหาเสนาบดีฟู่ซื่อพี่ชายของฮองเฮาซือฉีคัดเลือกมาเป็นอย่างดีเพื่อถวายอารักขาองค์รัชทายาทของไท่หยวนและเป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ดีว่ารัชทายาทเป็นอิสตรี

ร่างสันทัดปรากฏกายขึ้นมาโดยพลันพร้อมสาสน์ที่อยู่ในมือรีบเดินตรงเข้ามาถวายรายงาน และเพราะเสียงฝีเท้าดังกล่าวทำให้พระพักตร์สวยหันกลับมาทอดพระเนตรด้วยความแปลกใจ ครั้นองครักษ์คนสนิทรีบเดินตรงมาอย่างเร่งรีบเช่นนั้น

“ค่อยๆ เดินซือโฉวมีอะไรเหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนั้น ท่านอายุไม่ใช่น้อยแล้วนะ”รัชทายาทคนงามรับสั่งเตือนองครักษ์วัยกลางคนทันทีที่มาหยุดยืนอยู่ตรงพระพักตร์

“สาสน์ด่วนจากวังหลวงพ่ะย่ะค่ะองค์ไทจื่อ ต้าฮั่นยกทัพใหญ่มาแล้ว!”กล่าวพร้อมยื่นสาสน์ด่วนที่ถืออยู่ในมือส่งให้ทอดพระเนตรทันที

“อะไรนะ!”รับสั่งเพียงเท่านั้นพระหัตถ์รีบคว้าสาสน์ที่อยู่ในมือองครักษ์คนสนิทก้มลงอ่านข้อความภายในสาสน์อย่างรวดเร็วพร้อมสุรเสียงคำรามลั่นดังขึ้นมาทันที

“เสด็จพ่อออกบัญชาการทัพอยู่บนกำแพงเมืองทั้งๆ ที่ยังทรงประชวรเป็นไข้ลมหนาวอยู่ในในขณะนี้ ไม่ได้การแล้วซือโฉว!”ประโยคสุดท้ายหันกลับไปมีรับสั่งกับองครักษ์ข้างพระวรกาย

“พ่ะย่ะค่ะ! ขอองค์ไทจื่อมีพระบัญชา”องครักษ์ผู้ภักดีขานรับทันที

“ท่านจงนำคำสั่งของข้าบัญชาทัพจากหัวเมืองใหญ่ทั้ง 5 ของไท่หยวน ส่งกองทหารหัวเมืองละหนึ่งหมื่นนายตั้งทัพล้อมรอบกองทัพต้าฮั่นทุกทิศทาง รั้งทัพเอาไว้จนกว่าข้าจะส่งสัญญาณบุกตีกระนาบทัพของต้าฮั่น ให้แม่ทัพของทั้งห้าเมืองมาประชุมที่กำแพงเมืองกับข้าทันทีที่เดินทางมาถึง...รีบไป! ข้าก็จะเร่งนำทัพกลับไปช่วยเสด็จพ่อเช่นกัน”

“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!”องครักษ์ซือโฉวขานรับทันทีพร้อมล่าถอยรีบไปจัดการถ้อยรับสั่ง

ท่ามกลางสายพระเนตรขององค์รัชทายาทอู๋ฮ่าวเทียนของไท่หยวน หรือพระนามอู๋อี้เฟยซึ่งอ๋องไท่หยวนพระราชบิดาทรงบันทึกเอาไว้ลงในประวัติราชวงศ์อย่างเป็นความลับแยกเก็บไว้ต่างหาก ความลับสุดยอดที่น้อยคนนักที่จะล่วงรู้

“ถึงแม้ว่าจะตอบตกลงอภิเษกสมรสกับองค์หญิงต้าฮั่นก็ใช่ว่าไท่หยวนจะหลุดพ้นจากการรุกรานของฮ่องเต้ต้าฮั่นไปได้ เช่นนั้นก็ต้องประลองกันสักครั้งว่าฝ่ายใดจะเจนจัดการใช้ตำราพิชัยสงครามมากน้อยแค่ไหน เพราะข้า!อู๋ฮ่าวเทียนไม่มีวันยอมที่จะก้มหัวให้ต้าฮั่นอย่างแน่นอน”

รัชทายาทหน้าสวยรับสั่งสุระเสียงกร้าวสายพระเนตรลุกโชนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเป็นยิ่งนัก

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED