ตอน 1

“นายไทด์ ปล่อยนะ นายจะทำบ้าอย่างนี้ทำไม... นายเมาแล้วนะ” อิงกมลร้องห้ามตาเหลือกลาน เมื่อเขา ปล่อยมือที่ปิดปากกับปล่อยให้กายหล่อนเป็นอิสระ               จากอ้อมแขนแข็งแรงที่รัดรึงอยู่ เมื่อตอนที่หล่อนถูกลาก เข้าห้องมา หญิงสาวรู้ตัวดีว่าสู้แรงเขาไม่ได้แน่ จึงคิดจะ เจรจาด้วยดี

“ไม่ได้เมา แค่ดื่มไปนิดเดียว”

“ดื่มไปนิดเดียว... แต่มันทำให้นายขาดสติ                ได้ขนาดนี้นี่นะ กลับไปที่ห้องนายเลย นายจะมาทำไมที่ ห้องฉัน กลับไปเดี๋ยวนี้ ฉันจะเปิดประตูห้องให้เอง”

“ไม่ไป ก็บอกว่าจะมานอนด้วยไง” ศตายุพูดห้วนๆ  พร้อมกับดึงข้อมือของหญิงสาวเอาไว้ ไม่ให้ไปเปิดประตู ได้ง่ายๆ

“นี่นาย เห็นฉันเป็นอะไร นายจะทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะ ต้องให้ฉันตบเรียกสติไหม” หญิงสาวแหวลั่น มือบางกระชับเสื้อนอนของตนเข้าหากันแน่น ป้องกันเรือนร่างจากสายตาของเขา... วันนี้หล่อนโนบราก่อนนอนด้วย เขาคงได้เห็นหมดแล้ว บ้าชะมัดเลย!

ตอน 2

นาฬิกาหรูที่ข้อมือของนายแบบหนุ่มถูกยกขึ้นมาดูสองครั้งในช่วงเวลาสองชั่วโมง เจ้าของเครื่องมือบอกเวลาเรือนทองฝังเพชรยี่ห้อโรเล็กซ์นี้เป็นคนที่มีความอดทน      สูงมากอย่างที่ใครก็นึกไม่ถึง เพราะเขามาถึงกองถ่ายของนิตยสารพราวพรรณรายกว่าสองชั่วโมงแล้วและนั่งรอมาตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมาอย่างใจเย็น ทีมงานที่มาก่อนรวมทั้งสไตลิสต์ และทีมงานผู้ดูแลกองถ่าย ต่างก็หาน้ำหาท่ามาให้ดื่ม บ้างก็มาสอบถามพูดคุยเอาใจไม่ให้เขาอารมณ์เสียที่ต้องรอนางแบบคู่เขาที่ยังมาไม่ถึงกองอย่าง          เอาอกเอาใจ

‘น้องเอิงเขาคิวเยอะมากเลยนะคะน้องไทด์ กว่าจะจองคิวมาถ่ายแบบขึ้นปกให้เราได้ก็หืดขึ้นคอเหมือนกันเพราะต้องไปบีบคอผู้จัดการส่วนตัวให้เจียดเวลาน้องเขามาให้ ยังไงก็รอน้องเขาหน่อย ใจร่มๆ นะคะ น้องไทด์มีผู้จัดการเดียวกันกับน้องเอิงน่าจะรู้ดีว่าส่วนใหญ่เด็กในสังกัดเจ้านี้ไม่ค่อยเลทถ้าไม่มีอะไรจริงๆ นี่คงจะ         แอคซิเดนท์จริงถึงได้มาช้า’ พี่ฉิ่ง บก. ประจำหนังสือ      พราวพรรณราย นิตยสารชื่อดังที่อยู่คู่กับวงสังคมชั้นกลางไปถึงชั้นสูงของคนไทยมากว่าสามสิบปีเอ่ยบอกเขา ยามที่เขานั่งดูนาฬิกาครั้งแรก

คำพูดของบก. สาวทำให้ศตายุยิ้มออกมาแบบเสียไม่ได้ เขาต้องยอมรับในข้อนี้ว่านางแบบที่ต้องถ่ายรูปขึ้นปกนิตยสารกับเขานั้นมีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าพลุทั้งโรงงานระเบิดเสียอีก เพราะไม่ว่าจะไปมุมเมืองไหนก็มักจะเห็นป้ายโฆษณาที่มีภาพหล่อนคู่กับสินค้าที่ต้องการพรีเซนต์เสมอ ยามช่วงพักละครแล้วโฆษณาสินค้าที่มีหล่อนเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ฉายอยู่หลายตัว เปลี่ยนช่องไปก็ยังเห็นหน้าหล่อนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนจำหน้าได้ทั้งที่ไม่เคยเห็นตัวตนจริงๆ มาก่อน

 ในขณะที่เขาเป็นนายแบบหน้าใหม่ที่มีดี               แค่หน้าตาและรูปร่างที่ผู้หญิงเก้ง กวาง ชะนี อีแอบหรือแม้แต่บางทีผู้ชายด้วยกันได้เห็นแล้วก็ยังมองเหลียวหลัง แต่เขาก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังได้สักครึ่งหนึ่งของหล่อน เพราะเขาเพิ่งเข้าวงการมายังไม่นานนัก แม้จะถ่ายนิตยสารไปหลายเล่ม มีโฆษณาอยู่ตัวสองตัวที่ได้โผล่หน้าออกทางจอโทรทัศน์ แต่คนส่วนมากก็ยังไม่รู้จักเขาในฐานะที่เป็นดารา ดังนั้นเขาจึงต้องรอนางแบบ                อย่างเจียมตัวต่อไปตามที่ทุกคนต้องการ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะศตายุไม่ใช่คนเลือดร้อน ไม่ใช่คนเอาแต่ใจรออะไรไม่ได้อย่างที่ทุกคนกลัวว่าเขาจะเป็น...

‘น้องไทด์ อย่าเอาแต่มองนาฬิกาอย่างนั้นสิคะ พี่กังวลเหลือเกิน อย่าเพิ่งโกรธนะตัวเอง รออีกนี๊ดส์ พี่เร่งทางน้องเอิงให้รีบมาเร็วๆ แล้วค่ะ วันนี้เวลาเลิกกองอาจจะช้ากว่าที่ตกลงกันไว้หน่อยหนึ่งนะคะ วันนี้น้องไทด์คงไม่มีงานอื่นใช่ไหมคะ รอได้นะ’ คำพูดของพี่ฉิ่งตอนที่    ศตายุยกนาฬิกาขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง ทำให้ศตายุไม่ตอบด้วยรอยยิ้มน้อยๆ และไม่กล้ากล้ายกนาฬิกาขึ้นมาดูเป็นครั้งที่สามเพราะเกรงใจคนที่นั่งรอนางแบบอยู่ข้างๆ เขา นายแบบหนุ่มได้แต่นั่งอ่านหนังสือนิยายสืบสวนฆาตกรรมสยองขวัญเล่มโปรดรอฆ่าเวลา ซึ่งถ้าเวลาเป็นคนจริงๆ ก็คงตายไปหลายคนแล้วเพราะเขานั่งฆ่ามันอยู่อย่างนั้นมากกว่าสองชั่วโมงแล้ว

ศตายุเต็มใจรอ และหัวใจของหนุ่มหล่อก็ยังเย็นเยียบราวกับหวานเย็นที่ยังไม่ละลายแม้อยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ก็บอกแล้วว่าเขาใจเย็นได้อย่างที่ใครหลายคนก็ทึ่งเลยล่ะ ไม่ใช่ว่าที่เขาใจเย็นเพราะเขาไม่ดังเลยไม่กล้าออกลายเหวี่ยงทีมงานเวลาไม่ได้ดั่งใจหรอกนะ แต่เป็นเพราะเขาโตแล้วจึงมีความเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ และพื้นฐานนิสัยของเขาเป็นคนที่สุขุมและใจเย็น จึงไม่ได้อารมณ์เดือดอย่างที่ใครๆ กลัว...

เมื่อรถตู้คันโตยี่ห้อโฟลคสวาเกนแล่นเข้ามาด้วยความเร็วสูงก่อนจะจอดที่ถนนหน้ารีสอร์ทอ้อมกอดขุนเขาซึ่งเป็นผู้สนับสนุนสถานที่ถ่ายทำ เมื่อประตูรถเปิด       อิงกมลก็กระโดดผลุงลงมาจากรถและหอบชายกระโปรงชุดแต่งงานวิ่งฝ่าสวนองุ่นเข้ามากลางกองถ่ายราวกับว่าตนเองรีบเร่งนักหนา

แน่นอนล่ะ ก็เมื่อคืนหล่อนถ่ายละครเลิกดึกมาก เมื่อเช้าหล่อนเลยตื่นสาย ออกจากบ้านก็ช้า กองถ่ายนิตยสารก็อยู่ไกลถึงสระบุรี หล่อนจึงมาที่กองไม่ทันเวลานัดหมาย แต่ยังดีที่ทางกองเอาชุดให้หล่อนไปลองและให้หล่อนเก็บไว้ หล่อนจึงสวมมันบนรถเมื่อครู่นี้เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าหล่อนเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และทำท่าทางยุ่งๆ เพลียๆ และไหว้ทุกคนขอโทษขอโพยด้วยเสียงหวานเจื้อยแจ้วน่ารัก แค่นั้นก็ไม่มีใครว่าอะไรอิงกมลให้รู้สึกไม่ดีแล้ว

“มาค่ะมา รีบแต่งหน้าดีกว่า น้องเอิงนี่น่ารักจังแต่งชุดมาเรียบร้อย แต่งหน้าอีกสักหน่อยก็เริ่มถ่ายกันได้เลย มาค่ะ มานั่งตรงนี้” พี่ฉิ่ง หรือ ฉวีวีรา วิ่งไปช่วยถือกระเป๋าเครื่องสำอางส่วนตัวของหญิงสาว และพาเดินมาส่งที่กองและชี้ทางให้เดินไปเก้าอี้นั่งพักซึ่งจะเป็นที่ให้ช่างแต่งหน้าแต่งหน้าให้หญิงสาวด้วย เนื่องจากมาถ่ายทำนอกสถานที่จึงไม่ค่อยมีพื้นที่มากมายนัก เก้าอี้ที่อิงกมลนั่งก็อยู่ข้างๆ กับเก้าอี้ของศตายุ ที่เพิ่งได้แอบยกนาฬิกาขึ้นมาดูเป็นครั้งที่สามตอนหล่อนมาถึง

แล้วเขาก็พบว่าหล่อนมาสายสามชั่วโมงสี่สิบเอ็ดนาที... ก็ไม่เลวนักนะ เขาเคยได้ยินเพื่อนตากล้องนิตยสารดังคู่แข่งของพราวพรรณรายบ่นว่าเคยรอนางเอกดังคับฟ้าบางคนถึงห้าชั่วโมง หรือบางทีก็เคยโดนเบี้ยวไม่มาเลยด้วยซ้ำ... นับว่าเป็นโชคดีของเขาที่ไม่เจอเรื่องแบบนั้น...

ตอน 3

เมื่อหญิงสาวมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ และพี่ฉิ่งก็ไปดูแลการจัดฉากให้พร้อมนั้น ศตายุก็เงยหน้าจากหนังสือที่อ่านถึงตอนโชกเลือดดุเด็ดเผ็ดมันจนแทบวางไม่ลงมามองหล่อนบ้าง เขายังไม่ทันได้ยิ้มให้หล่อนก็ได้เห็นว่าหล่อนจ้องเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว...

“ฉันรู้ว่าฉันผิดที่มาสาย แต่นายก็ไม่ควรด่าฉันด้วยสายตาและท่าทางแบบนี้นะ...นายทำให้คำขอโทษที่ฉันเตรียมจะพูดกับนายไม่หลุดออกจากปากเลยทีเดียว”

ศตายุกระพริบตาสามครั้ง... ก็ยังเห็นภาพเดิม        ไม่เปลี่ยน เขานิ่งไปสามสิบวิ หล่อนก็ไม่หัวเราะแล้วก็พูดคำว่าล้อเล่น แสดงว่าหล่อนไม่ได้ล้อเล่น

ชายหนุ่มมึนงง เขานี่นะ ด่าหล่อนด้วยสายตาและท่าทาง มันตอนไหนล่ะ... ยัยเด็กนี่ขี้ตู่ชะมัด

“ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะ” ศตายุแปลกใจที่เห็นแววตาไม่เป็นมิตรจากดวงหน้าสวยหวานน่ารัก แต่นิสัยที่แสดงออกกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลืมไปเลยว่าคนรอบข้างมักชมว่าตัวจริงหล่อนน่ารักและนิสัยดี

“ไม่ได้ว่าก็แล้วไป ตอนแรกฉันนึกว่านายอยากจะตำหนิฉันซะอีกที่มาสาย ถึงได้ทำท่าเหมือนไม่พอใจ แต่ช่างเถอะ ถึงนายจะโกรธฉันก็อธิบายให้ฟังมากนักไม่ได้      ถึงเรื่องงานที่ยุ่งเหยิงจนทำให้ตารางเวลารวนไปหมด ฉันคิดว่าวันไหนนายได้เป็นซุปเปอร์สตาร์แบบฉันนายคงเข้าใจเอง”

ศตายุมองผู้หญิงผมซอยสั้น หน้าเหมือนเด็กเพิ่งพ้นวัยมัธยมมาหมาดๆ ด้วยสายตาบ่งบอกความรู้สึกที่เอือมหล่อนอย่างเต็มเปี่ยม

นายแบบหน้าหล่อคมดวงตาพราวระยับยามทำหน้าแบบนี้แล้วมันก็ดูกวนบาทาที่สุดในความคิดของ      อิงกมล หล่อนจึงได้ย่นจมูกใส่เขาก่อนจะหันไปนั่งเล่นมองโลเกชันไปเรื่อยเปื่อย...

ถือเป็นการยุติการสนทนาระหว่างกัน เพียงเท่านี้...

นางเอกสาวที่มารับจ๊อบเป็นนางแบบให้นิตยสารพราวพรรณรายด้วยเหตุผลบางประการทอดมองสายตามองสถานที่และทีมงานทุกคนที่เตรียมพร้อมฉากที่เซตไว้ให้พร้อมก่อนที่หล่อนจะมาให้เฟอร์เฟคกว่าเดิมเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่พบใครสักคนที่หล่อนมองหา... แม้นจะมองรอบตัวครบสามร้อยหกสิบองศาแล้วก็ไม่พบเงาของ เขา คนนั้น พบแค่เพียงผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่หล่อนไม่ได้อยากจะพบแม้แต่น้อยนิด

สายตาเขากับหล่อนหันมาประสานกันโดยบังเอิญหลังจากที่ต่างฝ่ายต่างหันกลับมามองอีกฝ่ายเพื่อประเมินท่าที

แววตาไม่เป็นมิตรจากอิงกมลยังมีอยู่... ศตายุก็ไม่ได้คิดจะรักษามารยาทอีกต่อไป เขาทำหน้าเอือมๆ แล้วก็ยักไหล่ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเก้าอี้ หยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้มากอ่านต่ออย่างสบายใจ...

กะอีแค่นางเอกดัง อย่าหวังว่าเขาจะประจบหรือว่าอยากเป็นมิตรด้วยเพราะความดังของหล่อน ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องทำแบบนั้น... เขายอมทิ้งโอกาสที่จะรู้จักเพื่อนในวงการบันเทิงที่เขาจะต้องวนเวียนอยู่กับมันในอนาคตอันใกล้นี้ไปหนึ่งคน สาเหตุน่ะหรือก็เพราะเขาคิดว่า มีเพื่อนนิสัยอย่างนี้ให้เขาไม่มีเห็นทีจะดีกว่าน่ะสิ

ฝ่ายอิงกมลไม่ได้แคร์ปฏิกิริยาเป็นอริที่ได้ตอบกลับมาเพราะไม่ได้ต้องการเป็นมิตรกับเขาสักเท่าไหร่ แม้ว่าอันที่จริงพื้นฐานนิสัยอิงกมลไม่ใช่คนนิสัยไม่ดีไม่ใช่คนระรานใครใครก่อน แต่สำหรับศตายุนายแบบหน้าหล่อคมคาย หุ่นเย้ายวนใจที่อยู่ข้างๆ ที่ถูกหล่อนทำตัวไม่เป็นมิตรกับเขาก็เพราะหล่อนกับเขามีความหลังต่อกันในแบบยากที่จะลืม...

แต่เขาแค่จำหล่อนไม่ได้ ในขณะที่หล่อนดันจำเขาได้จนฝังใจ และไม่มีวันจะญาติดี มันถึงได้ออกมาในรูปแบบนี้

ช่างแต่งหน้าใช้เวลาแค่สามสิบนาทีเนรมิตใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางของอิงกมลให้งามเด่น ทรงผมซอยสั้นถูกดัดม้วนลอนสวยงามเข้ากับโครงหน้าเรียวเล็ก เพียงเท่านั้นหญิงสาวในชุดขาวงามบริสุทธิ์ก็สวยพร้อมจะออกสู่หน้ากล้องแล้ว ฝ่ายศตายุก็ถูกผัดแป้งให้หน้าคมนั้นมีราศีขึ้น ทรงผมสั้นเซตเรียบร้อยทำให้ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าศตายุนั้นหล่อมาก เพราะนอกจากจะรูปร่างดีแล้วใบหน้าของเขานั้นยังมีเสน่ห์ ดวงตามีแวววาวระยับเหมือนคนขี้เล่น รอยยิ้มกว้างที่น่าหลงไหลเหลือล้น ทำให้ใครที่อยู่ใกล้ต่างระทวยได้ทั้งนั้น

“โอเค เรียบร้อย พร้อมทุกฝ่ายแล้วใช่ไหม” พี่ฉิ่งสรุปหลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นพร้อมเดินหน้าไปได้

“ยังไม่โอเค เหลือตากล้อง” ทีมงานคนหนึ่งร้องออกมา

“พี่ให้คนตามมาแล้ว โน่นไง เดินมาแล้ว” เจ๊ใหญ่ของคนในกองชี้ให้คนหันไปดูคนที่ถูกกล่าวถึงว่ายังไม่มา

“โอ๊ย กว่าจะเสร็จ กว่าจะอัญเชิญตากล้องมาได้... ก็ปล่อยให้นอนสันหลังยาวเป็นจระเข้ไปแล้ว จะช้าอะไรกันนักหนา ทำไมไม่รอให้มืดเลย แสงจะได้หมด จากถ่ายปกเวดดิ้ง จะได้เปลี่ยนเป็นถ่ายหน้าปกนิตยสารผีแทน” เสียงดังลั่นไร่องุ่นแผดก้องมา...

ทุกคนทำหน้าเซ็งกับคำบ่นของตากล้องกิตติมศักดิ์น้องชายคนเล็กของพี่ฉิ่งที่เดินหาวหวอดๆ เข้ามาในกอง หลังจากที่รอไม่ไหวไปงีบรอบนรถนานสองนานแล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

ดาวป่วนรัก

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED