ตอน 1

ตอนที่ 1

“เฮ้ย!! มันอยู่นั่น ตามจับตัวให้ได้”

ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำ สวมหมวกใบโตและแว่นตาสีดำปกปิดใบหน้า ชี้มือชี้ไม้ไปที่ร่างบอบบางที่ยืนอยู่อีกฝั่งของถนน

“ที่นี่สวยจริงๆ ” ภูตะวันกดชัตเตอร์รัวเร็วอย่างไม่ยั้งด้วยความสุข เพราะได้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบ และเบิกบานใจเพราะสามารถหนีงานหมั้นกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ที่เธอไม่เคยแม้จะได้ยินชื่อ รู้จักหรือว่าเคยเห็นหน้ามาได้

สาวน้อยละจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ด้วยความงงงัน เมื่อหูแว่วได้ยินเสียงร้องตะโกนดังลั่นและชี้มือชี้มาตรงที่เธออยู่ยืน

“พวกนั้นชี้มาทางเราหรือเปล่านะ”

ภูตะวันเหลียวซ้ายแลขวาดูว่ารอบๆ กายมีอะไรผิดปรกติหรือไม่ ก็ไม่เห็นมี ใกล้ๆ กับที่เธอยืนอยู่ก็ยังมีผู้คนบ้างประปราย แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าเธอกำลังจะมีปัญหาที่...ใหญ่เสียด้วย

“พวกนั้นหมายถึงเรานี่น่า” เธอเย็นวาบที่แผ่นหลัง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ด้วยความตกใจและหวาดกลัว เพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านเมืองของตัวเอง หากเกิดอะไรขึ้นจริงๆ กว่าจะเคลียร์ได้คงจะต้องใช้เวลานาน ดังนั้นทางที่เลือกคือ...หนี!

ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ ว่าที่ยินได้เห็นเมื่อครู่นั้น เพราะเธอหูฝาดตาฝาดไปหรือเปล่า แต่หญิงสาวก็สาวเท้าถอยไปด้านหลังเรื่อยๆ เพื่อเตรียมพร้อมไว้ก่อน แล้วเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทพวกนั้นจ้องมา ชายพวกนั้นมองซ้ายมองขวาและข้ามถนนมาฝั่งที่เธอยืนอยู่ ทำให้ภูตะวันเริ่มหวาดกลัว รีบหันหลังเดินไปอย่างรีบเร่ง

เหมือนกับว่าคนพวกนั้นจะรู้ว่าเธอรู้ตัวแล้ว จึงตะโกนบอกกันพร้อมกับที่ร่างบึกบึนวิ่งมาที่เธอ

ภูตะวันรีบใส่เกียหมาให้เท้า ออกตัววิ่งหนีอย่างรวดเร็ว แต่เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ อีกทั้งไม่ชำนาญเส้นทางด้วย การหนีเลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

หญิงสาววิ่งหลบเข้าไปในซอย แต่คงจะเป็นคราวซวย เพราะซอยที่เธอวิ่งเข้ามานี่ตัน ใบหน้านวลชื้นไปด้วยเหงื่อเหลียวมองซ้ายขวาอย่างตื่นตระหนก

“ไปทางไหนดีล่ะเรา”

โชคของเธอยังคงจะไม่แย่มากนัก เมื่อมุมหนึ่งของซอยมีช่องให้คนตัวเล็กๆ อย่างเธอได้หลบซ่อนตัว ภูตะวันรีบวิ่งเข้าไปแอบอย่างรวดเร็ว หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง เพราะกลัวว่าแม้แต่การหายใจจะทำให้คนพวกนั้นได้ยิน ในใจก็เฝ้าภาวนาอย่าให้คนพวกนั้นได้เจอ

‘พ่อจ๋าแม่จ๋า พี่ลูกจันทร์ช่วยตะวันด้วยนะ ตรีช่วยตะวันด้วย ตรีมารับตะวันเร็วๆ นะ’

แต่ภูตะวันลืมไปว่าพอลงจากเครื่องบินได้ เธอก็เดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายใบโต เดินออกจากสนามบินด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง รื่นรมย์จนลืมแวะตู้โทรศัพท์ เพื่อที่จะโทรบอกตรีประดับเพื่อนรักและญาติสนิทเลยให้มารับ

“เฮ้ย!! มันหายไปไหนแล้ววะ เร็วยิ่งกว่าลิงอีก พวกมึงตามหาให้เจอนะโว้ย ถ้าไม่เจอ คุณหนูเอาเราตายแน่”

สิ่งที่ทำให้ภูตะวันกลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นก็คือ คำสั่งจากน้ำเสียงแข็งกร้าวและดุดันที่ดังแว่วมาเข้าหู ใบหน้านวลชื้นไปด้วยเหงื่อ หัวใจแทบจะหยุดเต้นเมื่อหนึ่งในคนพวกนั้นกำลังเดินมาใกล้จุดที่เธอซ่อนตัวอยู่ แล้วก็ต้องโล่งใจเหมือนเห็นว่าถูกมองผ่านเลยไป

‘คนพวกนี้ตามไล่จับเราทำไมนะ’

ภูตะวันได้แต่คิดด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอเพิ่งจะลงจากเครื่องบินได้ไม่ทันจะถึงชั่วโมงดีเลยด้วยซ้ำ มาถึงก็มัวแต่ถ่ายรูปจนไม่ได้สนใจอะไรเลยสักนิด แล้วที่เลือกมาทางนี้ เพราะมันคือทางผ่านไปบ้านตรีประดับและอาภารวี อาสาวที่ได้สามีเป็นคนที่นี่ จึงเลือกตั้งรกรากด้วยการเปิดร้านอาหารไทย และเธอเพียงต้องการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้นเอง แต่กลับถูกใครก็ไม่รู้ไล่ล่าเอา

หญิงสาวแอบมองชายหนุ่มร่างใหญ่ทั้งสี่คนที่กำลังเดินตามหาเธอเสียให้ควัก ดูเหมือนว่าหนึ่งในคนพวกนั้นจะตาไว หันมาสบตากับเธอเข้าจังๆ ทำเอาภูตะวันหัวใจหล่นไปกองที่ปลายเท้า ต้องรีบออกจากที่ซ่อน และวิ่งหนีอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ภูตะวันวิ่งหนีจนเหนื่อยหอบ แต่ก็ยังดูเหมือนว่าเจ้าคนพวกนั้นก็ยังคงวิ่งไล่ตามอย่างไม่ลดละเช่นกัน ตอนนี้พวกนั้นก็วิ่งใกล้เข้ามาแล้วด้วย ทำเอาหญิงสาวร้อนใจ เธอเหลียวมองซ้ายขวาอย่างหวาดกลัว ก่อนจะเร่งเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตอีกครั้ง

“ฉันจะไปทางไหนดี...ไปไหนดี”

หญิงสาวคิดพลางวิ่งพลาง จนเหนื่อยหอบแทบจะก้าวขาไม่ไหวแล้ว แต่เพราะต้องการเอาตัวรอด เธอจึงต้องสอดส่ายหาทางหนีที่ไล่ ราวกับพระมาโปรดเมื่อบ้านหลังหนึ่งประตูเล็กของบ้านเปิดแง้มไว้

ภูตะวันเหลียวมองซ้ายขวาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าปลอดโปร่ง ก็รีบแทรกตัวเองเข้าไปอย่างไม่รีบรอ

แต่ก็ยังมีปัญหาอีก เมื่อบริเวณรั้วบ้านที่เธอยืนอยู่นั้นไม่มีที่ให้หลบซ่อนเลย พวกที่ตามจับตัวเธอก็กำลังวิ่งเข้ามาเกือบจะถึงตัวอยู่รอมร่อ

ภูตะวันตัดสินใจวิ่งตัวปลิวเข้าไปในบ้านหลังเล็กที่อยู่เบื้องหน้า เธอคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องเอาตัวรอดจากคนพวกนั้นให้ได้

หญิงสาวยื่นมือไปเปิดประตูออก แล้วเธอก็ต้องหน้าเสีย เพราะประตูบ้านล็อก

“เอายังไงดีละทีนี้”

มีปัญหาก็ต้องหาทางแก้ไข ภูตะวันเลือกที่จะวิ่งเลยไปด้านหลัง เมื่อเห็นว่ามีที่พอให้หลบซ่อนกายได้ ดูเหมือนว่าจะเป็นโชคดีของเธอด้วย เมื่อหน้าต่างห้องบานหนึ่งเปิดแง้มไว้ อย่างไม่สนใจสิ่งใดแล้วนอกจากจะต้องเอาตัวรอดให้ได้ หญิงสาวรีบกระชากหน้าต่างออก แล้วก็ถลากายพาร่างบอบบางเข้าไปในห้องนั้นทันที

ภายในห้องนั้นมืดสนิท แต่ก็เปิดแอร์ไว้อย่างเย็นฉ่ำ จนภูตะวันถึงกับต้องรีบยกมือลูกแขนทันที เพราะความเย็นที่แตะต้องร่างกาย

หญิงสาวรีบปรับสายตาให้ชินกับความมืดของห้อง แสงสว่างยังพอมีให้เห็น เธอรู้สึกสะดุดใจกับเตียงนอนที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ก่อนจะต้องรีบหาที่ซ่อนอีกครั้ง เพราะไม่แน่ใจว่า คนพวกนั้นยังตามหาเธออยู่หรือเปล่า

“ซ่อนที่ไหนดีล่ะนี่” หญิงสาวพึมพำ ห้องออกจะกว้าง แต่ไม่มีที่ให้เธอซุกซ่อนกายได้เลย

หญิงสาวคว้าเอากระเป๋าสะพายบนหลังซ่อนไว้ใต้เตียงนอน ก่อนตัวเองจะขึ้นไปนอนบนเตียง เอาผ้าห่มนวมผืนหนาปกคลุมกาย ให้เหมือนกับว่าผ้าห่มผืนนี้คลุมหมอนข้าง เธอหลับตาปี๋ พร้อมกับคำภาวนา ขอให้คนที่ตามล่าเธออยู่นั้นรีบสลายตัวไปอย่างเร็วที่สุด

ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและเมื่อยล้าจากการต้องวิ่งหลบหนีใครก็ไม่รู้ บวกกับอ่อนเพลียจากการเดินทาง ลมหายใจหญิงสาวเริ่มแผ่วเบาเป็นจังหวะ แม้จะพยายามดึงสติที่มีอยู่มาแทนที่ แต่เธอทนกับความง่วงที่เกิดขึ้นไม่ได้ ภูตะวันก็หลับสนิทไปทั้งที่ใจยังคงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล

“ลุงปาโก้มีอะไรให้ผมเซ็นอีกหรือเปล่า” เกเบรียลถามลูกน้องวัยคราวพ่อที่ยื่นเอกสารสำคัญให้เซ็น ก่อนที่เขาจะเดินทางไปดูงานตามสาขาต่างๆ เป็นเวลาหนึ่งเดือนและถือโอกาสนี้เดินทางไปเยี่ยมคุณย่าที่เกาะส่วนตัวอีกประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์ด้วย

ปาโก้เป็นลูกน้องคนสนิทของบิดามาก่อน จนเมื่อท่านปลดระวางแต่ชายชราคนนี้ไม่อยากอยู่เฉยๆ เลยขอมาทำงานกับเขาต่อ ซึ่งเขาเองก็ยินดีที่จะได้คนดีมีฝีมือมาดูแลงาน อีกทั้งยังสอนสั่งประสบการณ์ที่มีให้ จนถึงตอนนี้บริษัทที่เขาดูแลอยู่ ได้กลายเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ส่วนหนึ่งก็มาจากชายนามปาโก้ที่นั่งยิ้มให้อยู่นี่แหละ

“งานที่จะเซ็นไม่มีแล้วครับ ที่มีก็คงจะเป็นเรื่องงานที่บอสกำลังเสนอตัวเข้าประมูลนั่นแหละครับ ได้ข่าวมาว่าทางบริษัทของเราเป็นตัวเองเก็ง จนหลายคนเริ่มจะไม่ชอบใจ คอยหาเรื่องใส่ไฟ เพื่อกำจัดบอสออกจากการประมูลครั้งนี้แล้วนะครับ” ปาโก้บอกอย่างคนที่มักวิตกกังวลใจง่ายๆ

“ผมเองก็ได้ข่าวแว่วๆ มาเหมือนกันครับลุง เลยคิดว่าจะใช้การเดินทางครั้งนี้เป็นข้ออ้าง เพื่อทำการสำรวจข้อมูลไปในตัวด้วย แต่คนที่เหนื่อยคงจะต้องเป็นลุงนั่นแหละครับ” เกเบรียลลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานไปยืนที่กระจกใส มองออกไปด้านนอกที่เป็นอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง

“ไม่ว่าจะยังไง ผมก็จะไม่ยอมแพ้หรอกครับลุง งานที่เราทำ ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อทุกๆ คน” เกเบรียลบอกให้ปาโก้เชื่อใจ

ตอน 2

ตอนที่ 2

การประมูลงานครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวบริษัทของเขาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งในและนอกประเทศเลยทีเดียว และจะนำรายได้อันมหาศาลมาสู่ตัวเขาและครอบครัว พนักงานทุกคนก็จะสบายตามไปด้วย

ตัวงานสำหรับเขาไม่เป็นปัญหาเลย แต่ปัญหาก็คือคู่แข่งนั่นแหละที่ไม่รู้ว่าจะใช้เล่ห์กลใดมาทำลายเขาต่างหาก

เกเบรียลถอนใจ ชายหนุ่มหันไปมองร่างผอมบางที่ลุกขึ้นพร้อมกับแฟ้มเอกสารนับสิบแฟ้มในมือ

“ในเมื่อลุงไม่มีอะไรแล้ว ผมเห็นจะต้องขอตัวก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรด่วน ลุงก็รู้นะครับว่าจะติดต่อผมได้ยังไง”

“ครับบอส”

เกเบรียลเดินนำร่างชายวัยชราออกไปจากห้องทำงาน ใจชายหนุ่มแล่นไปถึงหญิงสาวร่างอวบอิ่มที่ได้สั่งให้ถูกน้องจัดหามาให้ เพื่อเป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปกับเขาในครั้งนี้ด้วย เพียงแค่คิดกายหนุ่มก็ร้อนผ่าวด้วยความต้องการที่จะปลดปล่อย

เขาเป็นคนที่ทำงานหนัก แต่ก็ใช้เวลานอกเหนือจากการทำงานด้วยความคุ้มค่าด้วยเช่นกัน การได้ปลดปล่อยทางร่างกาย ก็ถือว่าช่วยให้เขาทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ชายหนุ่มเดินขึ้นรถที่มีคนเปิดประตูรอรับอยู่แล้ว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียก

เกเบรียลหันมองไปด้านหลัง แล้วก็ได้เห็นสาวสวยหุ่นนางแบบที่เขาไม่ชอบเลย เพราะมันมีแต่หนังหุ้มกระดูก ที่ทำให้เขาต้องปั้นหน้าทุกครั้งเวลาที่เจอ เพราะหญิงสาวคนนี้คือคนที่คุณย่าของเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะกลายมาเป็นหลานสะใภ้ เขาไม่อยากจะขัดหญิงชรา เพราะว่าการแต่งงานกับโซเฟียน่า จะทำให้หน้าที่การงานของเขาเจริญก้าวหน้าไปด้วย

“พี่เกลจะไปไหนหรือคะ โซเฟียได้ยินว่าพี่จะเดินทางเป็นเดือนเลย” หญิงสาวสอดมือเข้าไปคล้องแขนใหญ่ พาชายหนุ่มเดินเข้าไปในโรงแรมที่เป็นกิจการของครอบครัว

“ให้โซเฟียไปด้วยได้ไหมคะ”

“พี่จะเดินทางไปดูงานตามสาขานะ มันไม่สนุกหรอก แล้วเราจะไปกับพี่ได้ยังไงกัน พี่ได้ข่าวมาว่าจะต้องเดินทางด้วยไม่ใช่หรือไง” เกเบรียลถามกลับ

นอกจากความสนิทสนมส่วนตัวกับครอบครัวของโซเฟียน่าแล้ว ทางบ้านหญิงสาวก็มีการทำงานเกี่ยวเนื่องกับเขาอยู่ เลยทำให้เขารู้ความเป็นมาเป็นไปของหญิงสาวแทบทุกอย่าง ที่สำคัญคือในตอนนี้ครอบครัวของโซเฟียน่ากำลังเริ่มขยับขยายงาน

เกเบรียลคงจะไม่กังวลมากมายนัก หากว่างานที่บิดาของหญิงสาวกำลังเริ่มจับอยู่นั้น เป็นงานด้านเดียวกับที่บริษัทของเขากำลังจะเข้าทำการประมูลภายในสามเดือนข้างหน้านี้

“ใช่ค่ะ โซเฟียจะต้องเดินทางไปถ่ายแบบที่ฝรั่งเศสสองอาทิตย์ โซเฟียคงจะต้องคิดถึงพี่เกลแย่แน่เลย” หญิงสาวทำเสียงออดอ้อน ทั้งที่ความจริงแล้วเธอเองก็ไม่ได้เดินทางไปคนเดียวเสียหน่อย

ข้างกายเธอจะต้องมีหนุ่มๆ อย่างน้อยสองคน เป็นเพื่อนร่วมเดินทางเสมอ แล้วก็ไม่ใช่ว่าเกเบรียลไม่รู้ แต่ถึงรู้ชายหนุ่มก็ปล่อยเลยตามเลย ในเมื่อเขาเองก็มีผู้หญิงอยู่ข้างกายไม่เคยจะขาดเหมือนกัน แต่เมื่อถึงเวลา ทั้งคู่ก็รับรู้ว่าจะต้องกลับมาแต่งงานกัน แล้วก็คงจะไม่นานนี้แล้วด้วย

“พี่เกลจะรีบไปไหนหรือเปล่า อยู่ทานอาหารกับโซเฟียได้หรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม เพราะรู้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มจะต้องรีบไปรับหญิงสาวคนอื่นมานอนแนบกายแน่ๆ ถึงเธอจะไม่หึงไม่หวง แต่การที่ได้รู้ว่าชายหนุ่มกำลังจะไปหาหญิงคนอื่น มันก็ทำให้เธอเสียหน้าได้ไม่น้อยเหมือนกัน

ใช่ว่าเธอจะไม่สวย เธอเป็นคนสวยและสวยมากด้วย แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม เกเบรียลถึงไม่เคยที่จะมองด้วยสายตารักใคร่ ไม่เคยที่จะแสดงออกว่ารัก ไม่เคยคิดที่จะกอดรัด...มีความสัมพันธ์กันเลย

“พี่กำลังจะไปธุระนะ เอาไว้วันหลังได้ไหมโซเฟีย” เกเบรียลพยายามปฏิเสธน้ำเสียงนุ่มนวล เขาแกะมือเล็กออกจากแขนอย่างอ่อนโยน

“ไม่เอาค่ะ โซเฟียรู้นะคะ ธุระที่พี่พูด หมายถึงพี่ จะไปหายายพวกนั้นที่ลูกน้องพี่หาไว้ให้” หญิงสาวเน้นคำพูดทีละพยางค์และทำเมินหน้าหนีอย่างน้อยใจและไม่พอใจ แต่กลับเหลียวมองดูว่าเกเบรียลจะพูดอะไรกลับมาบ้าง แต่เมื่อเขาไม่พูด เธอก็เลยพูดต่อเอง

“พี่จะปล่อยให้โซเฟียทานอาหารคนเดียว โซเฟียไม่ยอมนะคะ” หญิงสาวจับแขนใหญ่และยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน กะพริบตาปริบๆ อย่างที่คิดว่าน่ารักที่สุดและคิดว่าจะใช้ละลายหัวใจแข็งกระด้างของเกเบรียลได้

“ทานอาหารกับโซเฟียสักมื้อนะคะ นะคะพี่เกลขา”

เกเบรียลหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง แล้วก็พยักหน้ารับอย่างเซ็งในอารมณ์ ยังไงหญิงสาวที่นั่งใกล้ๆ นี่ก็คือภรรยาในอนาคตของเขา แต่สำหรับพวกที่รอคอยอยู่ข้างนอกนั้น จะหาเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแค่มีเงินผู้หญิงที่เคยคิดว่าดี ก็วิ่งตามกันมาเป็นขบวนอยู่แล้ว

ชายหนุ่มยิ้มหยัน ไม่ใช่ว่าเขาจะดูถูกเพศแม่ แต่ผู้หญิงที่เขาเคยเจอไม่เคยหนีเรื่องเงินพ้นสักราย แม้กระทั่งบางคนที่สวยเลิศเชิดหยิ่ง ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับอำนาจแห่งเงินตราที่เขามอบให้เลย อีกอย่างการทานอาหารกับโซเฟียน่า ก็น่าจะทำให้เขาได้ข้อมูลอะไรจากปากหญิงสาวบ้าง ยังได้รักษาน้ำใจของว่าที่ภรรยา เพื่ออนาคตที่สว่างสดใสของเขาอีกด้วย

“ก็ได้ แต่พี่ต้องไปโทรศัพท์ก่อน โซเฟียก็สั่งอาหารรอได้เลย”

“ค่ะพี่เกล” โซเฟียน่าตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอมองตามร่างชายหนุ่มที่ไปโทรศัพท์อยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องอาหาร ส่วนเธอก็...เรื่องอะไรจะให้การทานอาหารมื้อนี้เป็นเรื่องลับๆ ละ

โซเฟียน่าควานหาโทรศัพท์เพื่อโทรหาผู้จัดการส่วนตัวให้จัดการเรียกนักข่าวมาทำข่าว แล้วก็ต้องรีบวางโทรศัพท์ในมือลง เมื่อเห็นเกเบรียลเดินกลับมา เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบให้เป็นข่าว แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่น่า เธอต้องการให้ข่าวนี้ไปถึงหูคุณย่าของชายหนุ่ม จะได้ประกาศตัวให้กับสาวๆ ที่เรียงรายอยู่รอบตัวชายหนุ่มได้รู้ว่า…ผู้ชายคนนี้มีเจ้าของแล้ว!

“มีอะไรหรือโซเฟีย พี่เห็นเรายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นานแล้วนะ” เกเบรียลถาม เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้ทานอาหารที่สั่งมาเลยสักนิด แถมยังเอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เสียจนเขาได้แต่แปลกใจ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่เพียงแค่กำลังคิดว่า ถ้าไม่ไปถ่ายแบบที่ฝรั่งเศส โซเฟียจะไปเที่ยวกับพี่ได้หรือเปล่า”

“พี่ไปทำงาน วันๆ ก็คงจะอยู่แต่กับผู้จัดการสาขา คงไม่มีเวลาพาโซเฟียไปเที่ยว ถ้าโซเฟียเบื่อ จะมาบ่นว่าพี่ไม่ได้นะ”

“มันก็จริงนะคะ ถ้าพี่เกลไม่ทำงานก็คอยแต่แวบไปหาหญิงคนอื่นก็ว่าไปอย่าง แต่แหม...พี่เกลก็ใจร้ายอยู่เหมือนกัน ทำอะไรไม่เคยนึกถึงใจโซเฟียบ้างเลย ว่าจะเจ็บช้ำแค่ไหน” หญิงสาวเอ่ยอย่างตัดพ้อต่อว่า เธอหรืออยากให้ชายหนุ่มมาชวนไปโน่นมานี่บ้าง แต่ก็ไม่เคยที่จะมีสักครั้ง ขนาดว่าไปงานเลี้ยง เธอยังต้องควงบิดาและไปเจอกับชายหนุ่มในงานเลย

“ใครว่าล่ะ พี่เห็นว่าเราไม่ว่างต่างหาก”

“ใครบอกละคะ สำหรับพี่เกล โซเฟียว่างเสมอ” หญิงสาวสะบัดค้อนให้ชายหนุ่มอย่างแง่งอน “คอยดูนะกลับจากฝรั่งเศสคราวนี้ โซเฟียจะหยุดงาน ไปเฝ้าพี่เกลทั้งวันเลย” หญิงสาวพูดอย่างหมายมั่นปั้นมือ เพราะถ้าเธอได้อยู่ใกล้ๆ กับเกเบรียล ความสวยสดและน่ารักที่มี คงจะดึงเอาหัวใจชายหนุ่มมาครอบครองได้ไม่ยากเลย

ไม่ใช่ว่าเธอจะหลงตัวเอง เพราะใครๆ ต่างก็ชมว่าเธอสวยและน่ารัก และก็อยากที่จะมาเป็นคู่ควงคู่ครองของเธอแทบทั้งนั้น

กริ๊งๆ กริ๊งๆ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะการพูดคุย ทำเอาโซเฟียน่าถึงกับทำสีหน้าบึ้งตึง “ใครกันนี่ช่างโทรมาขัดจังหวะจริงๆ เลย คอยดูนะถ้าไม่มีเรื่องสำคัญ โซเฟียจะอาละวาดให้น่าดูชมเลย” หญิงสาวฝากคำอาฆาตไปแล้วก็ต้องให้รำคาญใจเป็นยิ่งนักกับสิ่งที่ได้ยินมา

“พี่เกลขา โซเฟียต้องไปถ่ายซ่อมและลองชุดที่จะเอาไปถ่ายแบบที่ฝรั่งเศส โซเฟียต้องขอตัวไปก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกและหยิบจับของใส่กระเป๋า แต่ก็ไม่ยอมให้ช็อตเด็ดพลาดไป เธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ยื่นหน้าไปจุมพิตปากหนา เพื่อให้ช่างถ่ายรูปที่แอบซ่อนอยู่ได้ถ่ายรูปเธอกับเกเบรียลกำลังหวานชื่นกันอย่างชัดๆ

“แล้วเจอกันนะคะพี่เกล เสร็จงานแล้วโซเฟียจะโทรหา”

เกเบรียลพยักหน้ารับและหันมองรอบๆ ห้องอาหาร เมื่อครู่เขารู้สึกเหมือนกับว่ามีคนจับตามองอยู่ แต่พอมาตอนนี้สายตาที่คอยจ้องหายไป พร้อมกับการเดินทางไปของโซเฟียน่า หรือว่าเขาจะคิดไปเอง ชายหนุ่มสะบัดศีรษะ ยื่นมือไปรับบิลที่พนักงานส่งมาให้เซ็นจ่ายค่าอาหารและลุกเดินไปขึ้นรถ

ตอน 3

ตอนที่ 3

ชายหนุ่มเดินไปทุ่มตัวลงบนเตียงนอน ที่ตอนนี้มีนูนเหมือนกับมีใครบางคนนอนรอยคอยเขาอยู่ รอยยิ้มแต้มบนใบหน้าคมคร้าม

“มาเปิดแอร์เย็นๆ นอนรอพี่บนเตียงเลยหรือสาวน้อย” ชายหนุ่มถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เขาจึงดึงผ้าห่มนวมออกช้าๆ แล้วก็ต้องให้แปลกใจกับคนที่นอนอยู่เบื้องหน้า

สาวน้อยผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้ารูปไข่ ขนตายาวงอน จมูกโด่งรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูอิ่มเต็ม เรื่อยลงไปตามลำตัว แม้ว่าจะมีเสื้อผ้าปกปิดอยู่ แต่ความอวบอิ่มที่เขาเห็นจากภายนอกยังโดดเด่นชัดเจน

ชายหนุ่มไล่สายตาลงไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องให้แปลกใจยิ่งขึ้น เมื่อแม่สาวน้อยที่จะมาทำงานให้เขาดันสวมใส่กางเกงยีน เขาไล่มองกลับไปด้านบนอีกครั้ง

“เธอช่างน่ารักมาก” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด

ชายหนุ่มเคลื่อนมือไปไล้ริมฝีปากสีชมพู ใบหน้าคมก้มตามลงไปอย่างช้าๆ ก่อนจะแนบจุมพิตลงบนเรียวปากนุ่มแผ่วเบา แม้ว่าคนเบื้องล่างจะยังไม่ได้สติ แต่ความอ่อนหวานที่ ได้รับ ทำเอาเกเบรียลถึงกับปวดร้าวเรือนกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เธอนี่ท่าทางจะร้อนแรงไม่ใช่เล่นเลยนะสาวน้อย ทำเอาฉันทั้งร้อนและกระชุ่มกระชวยจนเนื้อเต้นแบบนี้”

ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยได้หลับนอนกับผู้หญิงเสียเมื่อไหร่ แต่กับหญิงสาวที่นอนหลับสนิทตรงหน้า มันแตกต่างออกไป ความปรารถนาเอ่อล้นขึ้นมาอย่างหักห้ามใจเอาไว้แทบไม่ไหว แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ทำให้เขาอยากปกป้อง ที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้

ชายหนุ่มกดจุมพิต บดคลึงลงไปอย่างหนักหน่วง แต่เพราะหญิงสาวหลับอยู่ มันทำให้เขารู้สึกไม่อิ่มเต็มในรสสวาทที่ได้รับ เขาถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ลง ก่อนจะเอนตัวลงนอน โอบแขนรอบลำตัวบอบบาง

ดูซิแค่ได้เห็นหน้า...ได้สัมผัส แค่นิดเดียวเท่านั้น ภาพของเธอติดตรึงอยู่ในสมอง กลิ่นหอมหอมของผิวกายนุ่ม ตามติดฝังแน่นในใจเสียจนเขาปิดตาลงไม่ได้

เออ...แล้วเขาจะทนกับความต้องการทำไม ก็เพียงแค่ผู้หญิงที่ขายเรือนร่างแลกกับเงิน

ดูเหมือนว่าหญิงสาวที่นอนอยู่จะนอนพักผ่อนเอาแรงเพียงพอแล้ว ร่างบอบบางจึงเริ่มมีการเคลื่อนไหว สร้างรอยยิ้มให้กับเกเบรียลเป็นอย่างมาก เพราะว่าเขากำลังคิดว่าจะปลุกเธอให้ตื่น ด้วยสัมผัสหวานๆ อยู่พอดี

ที่นี่ที่ไหนกัน...

ภูตะวันกะพริบตาปริบๆ ดวงตากลมโตพร่าเลือนเมื่อได้เจอกับแสงไฟที่ส่องสว่างอยู่ สมองก็เริ่มนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก่อนจะเบิกตากว้าง จำได้ว่าตอนที่หนีคนพวกนั้นเข้ามาแอบอยู่ในห้องนี้...ไฟไม่ได้สว่างโร่แบบนี้ แล้วไหนจะยังมีอะไรหนักๆ ที่ทับอยู่บนลำตัวอีกล่ะ

เกเบรียลพลิกกายแนบชิดลำตัวบอบบาง รอยยิ้มแต้มบนใบหน้า ดวงตาคมดุสบกับดวงตากลมโตใสแจ๋วที่มองเขาอย่างตื่นตระหนก หัวใจเธอเต้นแรงและเร็วราวกับจะทะลุออกจากอกจนเขารับรู้ได้ เช่นเดียวกับใบหน้าผุดผาดที่ยั่วยวนให้เขาหลงใหล

ภูตะวันหายใจหายวาบ จะร้องแต่ก็โดนปิดด้วยปากอุ่นร้อนจากคนที่ทาบทับอยู่ เธอพยายามดันกายใหญ่ให้ออกห่าง แต่ก็เหมือนว่าเอามือไปผลักหินผา ที่ไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อนเอาเสียเลย แล้วหญิงสาวก็ต้องตื่นตระหนกยิ่งขึ้น เมื่อเจอกับสัมผัสร้อนผ่าวที่ลามเลียอยู่ทั่วใบหน้า

“ผิวเธอทั้งนุ่มและหอมมากเลยนะสาวน้อย”

ชายหนุ่มจูบเรียวปากนุ่มอย่างหนักหน่วง ขบกัดแล้วแทรกลิ้นร้อนๆ เข้าไปควานหาความหวานละมุนในโพรงปากนุ่ม จุมพิตราวกับจะกลืนกินภูตะวันเข้าไปหมดทั้งตัว

“อื้อ...ปล่อย”

เกเบรียลจับมือเรียวขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะ รอยยิ้มไม่ห่างหายจากใบหน้าคม ขณะดันตัวเสื้อนอกที่หญิงสาวสวมใส่อยู่ให้หลุดจากร่าง แต่เพราะว่าเสื้อตัวเล็ก มันเลยหยุดอยู่เมื่อเลยพ้นบ่ามาเพียงแค่เล็กน้อย แต่ในที่สุดเขาก็กำจัดเสื้อออกจากกายอรชรได้

“ปล่อย...ปล่อยฉันนะ” หากคำตอบที่เธอได้รับกลับเป็น...

“ผิวเธอเนียนนุ่มมือดีนะ”

เขาเริ่มจากด้านล่างของตัวเสื้อ ปลายนิ้วยาวป้วนเปี้ยนอยู่แถวกลางลำตัวตัวอย่างนุ่มนวลและแผ่วเบา ดวงตาก็มองทรวงอกอวบที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจ

ภูตะวันตกตะลึงตาเบิกกว้าง เมื่อกี้ก็โดนจุมพิตราวกับจะดึงเอาวิญญาณออกจากร่างไปทีหนึ่งแล้ว ตอนนี้ความเย็นของอากาศก็เริ่มเข้าปกคลุมร่างกาย เมื่อถ่านร้อนๆ ที่นาบลงไปบนผิวเนื้อเนียนนุ่มเคลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงปทุมถันกลมกลึง

“ใครนะ ช่างเลือกเธอส่งมาให้ฉัน เลือกเก่งจริงๆ อย่างนี้ต้องตกรางวัลให้เยอะๆ หน่อยแล้วล่ะ”

เขามองใบหน้าแดงระเรื่อ พลางลากไล้มือไปบนใบหน้ารูปไข่ เคลื่อนลงไปบนเรือนกายนุ่ม ริมฝีปากเธอเจ่อบวมเล็กน้อย เพราะฝีมือเขาที่บดคลึงอย่างหนักหน่วงไปเมื่อครู่

“คุณ...คุณปล่อยตะวันนะคะ”

หญิงสาวเอ่ยบอกอย่างที่ลืมไปว่า เมื่อครู่ได้พูดเป็นภาษาไทย แล้วชายหนุ่มตรงหน้านี้คงจะไม่เข้าใจ เธอเลยพูดใหม่อีกครั้งเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ด้วยความตื่นตระหนก

“ทำไมฉันต้องปล่อยเธอด้วยล่ะสาวน้อย”

เกเบรียลถาม จุมพิตของเธอช่างแสนหวานติดตราตรึงจนเขาเฝ้าวนเวียนคิดถึงแต่ผิวเนื้อเนียนนุ่มและหอมละมุน

อยากจะรู้นัก ยามที่ร่างกายเขาเคลื่อนไหวซอกซอนจมลึกไปในความอบอุ่นและฉ่ำร้อน การตอบสนองของหญิงสาวจะเป็นอย่างไร เขาจะมีความสุขแค่ไหนกับการตอบรับของเธอ

“รู้ไหม เธออยากรู้สึกเวลาที่...” นิ้วใหญ่เคลื่อนไปด้านหลัง สะกิดตะขอเสื้อของหญิงสาวเพื่อปลดปล่อยปทุมถันอวบอิ่มให้เป็นอิสระ เมื่อได้เห็นความสวยงามของเนินเนื้อเต่งตึงเนียนนุ่มสีน้ำผึ้งตัดกับปลายยอดสีชมพูแข็งเป็นไต ชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเฮือก

“สัมผัสกับเจ้านี่”

เกเบรียลอ้าปากแนบลงไปบนทรวงอกนุ่มหยุ่น ส่งมือเข้าไปกอบกุมอีกข้างไว้ ความนุ่มเต่งตึงที่ได้รับทำให้เลือดในกายหนุ่มเดือดพล่าน เขากดมือและปากย้ำลงไป จากแผ่วเบาแล้วทวีความหนักรุนแรงขึ้น เมื่อได้รับการตอบสนองอย่างไม่ประสีประสาจากสาวน้อยใต้ร่าง

“คุณ...” ภูตะวันอ้าปากค้าง เธอไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เลยไม่รู้ว่าจะรับมือกับชายหนุ่มได้ยังไง ถึงจะทำให้เขายอมปล่อยเธอเป็นอิสระจากอะไรแปลกๆ ที่มันกำลังรุมเร้าเรือนกายอยู่

“หืม...มีอะไรสาวน้อย” ชายหนุ่มถาม

“รู้สึกดี...ชอบให้ฉันทำอย่างนี้ใช่ไหม” เขาฟอนเฟ้นทรวงอกอวบอิ่ม เขาแนบปากลงบนปทุมงามอีกข้างด้วยความพอใจในการตอบสนองแบบไร้ประสบการณ์...ความไร้เดียงสาที่ได้รับ ที่ยิ่งเร่งเร้าและปลุกความต้องการของเขาให้พุ่งสูงปรี๊ดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ไม่...ไม่ใช่”

ภูตะวันพยายามเบี่ยงกายหนีปากและมือที่ฟอนเฟ้นร่างกายอยู่ แต่มีหรือที่แรงเท่ามดตะนอยอย่างเธอจะหาญสู้กับแรงช้างสารได้ ความร้อนผ่าวจึงลามเลียไปทั่วเรือนกายอย่างรวดเร็ว

“หยุดเถอะนะ...ฉันขอร้อง”

หญิงสาวอ้อนวอนเสียงสั่น ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มอย่างเว้าวอนขอร้อง ริมฝีปากและลำคอแห้งผากกับความร้อนรุ่มที่ทาบทับบนเรือนกาย พร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่ตามติดเวลาที่ชายหนุ่มแตะต้องตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

“ทำไมถึงชอบพูดคำนี้นัก แต่รู้ไหม ยิ่งห้ามฉันยิ่งอยากจะทำอย่างนี้...” ปลายลิ้นสากระคายไล้ไปบนผลทับทิมอย่างแผ่วเบา ความหวานละมุนที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มถึงกับอิ่มเอมอย่างที่ไม่เคยได้รับจากสาวคนไหนมาก่อนเลย เขาเคล้าคลึงฟอนเฟ้นตั้งแต่ฐานยอดจนถึงปลายยอดปทุมถันหดเกร็ง

ปากหนาเคลื่อนไปหาปทุมถันงามอีกฝั่ง อย่างไม่ยอมให้มันต้องน้อยหน้า ผิวเนื้อหญิงสาวเนียนนุ่ม รวมไปถึงหอมละมุนราวกับกุหลาบแรกแย้ม แล้วก็ยังสดใหม่ราวกับว่าไม่เคยต้องมือชายมาก่อนเลย

“เรา...เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เรา...ไม่ควรทำอย่างนี้”

นิ้วยาวยกขึ้นปิดปากนุ่ม “เรากำลังทำความรู้จักกันอยู่นี่ไง เรียนรู้แบบ...ใกล้ชิด” เกเบรียลกลืนกินเชอร์รี่ผลหวานอย่างตะกรุมตะกราม

“ไม่...มันไม่ควรเป็นแบบนี้” หญิงสาวพ้อเสียงสั่ง ความเย็นจากแอร์ที่เปิดอยู่ ยังไม่สู้ความร้อนจากปากหนาที่เคลื่อนไหวเป็นประวิงอยู่ขณะนี้ ปากร้อนผละจากปลายถันข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง กลืนกินมันอย่างหนักหน่วง จนเธอหายใจหายคอแทบไม่ทัน ยังจะคิดอะไรไม่ออกด้วย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED